ตอน 1

ตอนที่ 1

“ฉันบอกกี่ครั้งแล้วสงกรานต์ ห้ามเข้าใกล้น้องสาวฉันเกินสิบเมตร ทำไมถึงไม่เชื่อฟัง”

สงกรานต์สะดุ้งเฮือกเมื่อเจอกับน้ำเสียงดังสนั่นลั่นห้องราวกับฟ้ากำลังผ่าซึ่งมาจากชายหนุ่มร่างหนาใหญ่ราวกับยักษ์วัดแจ้งที่กำลังยืนเท้าสะเอว

ชายหนุ่มตรงหน้าเป็นคนผิวสีแทนอยู่แล้ว เมื่อต้องทำงานในไร่ในสวนตากแดดทั้งวันใบหน้าคมคร้ามดุกร้าวจึงเป็นสีดำคล้ำยิ่งเพิ่มความน่ากลัวให้กับคนที่ถูกเรียกชื่อเป็นยิ่งนัก

ใบหน้าขาวสวยงองุ้ม ริมฝีปากเบะออกอย่างไม่ชอบใจอย่างรุนแรงเหมือนกัน ไม่ใช่ความผิดเขา...เอ๊ย...ไม่ใช่ๆ เธอเสียหน่อยนี่น่า เพราะคุณน้องน้ำฟ้าต่างหากที่ชอบเข้ามาป้วนเปี้ยนวนเวียนหาทางเข้าใกล้ ขับไล่แล้วก็ไม่ยอมไป แล้วเธอจะไปทำอะไรได้มากล่ะ ก็เป็นเพียงแค่ลูกจ้างคนหนึ่งเท่านั้นเอง

สงกรานต์อยากระบายความหงุดหงิดและอึดอัดใจที่มีเหมือนกัน แต่มันก็มีเหตุผลที่ทำให้เธอทำอย่างนั้นไม่ได้ คงต้องโทษไอ้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในชีวิตต่างหากที่ทำให้เธอต้องกลายมาเป็นคนหลอกลวงคนอื่นแบบนี้ ต้องกลืนไม่เข้าคายไม่ออก พูดออกไปก็ไม่ได้ แต่พอไม่พูดก็กลายเป็นการทำร้ายตัวเองอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห ถึงหน้าตาจะไม่ได้สวยเลิศเลอ แต่ก็ถือว่าน่ารักมากอยู่ แต่กลับต้องแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของผู้ชาย ต้องแสดงออกให้เหมือนกับผู้ชายทุกอย่าง

สงกรานต์ก้มหน้าลงมองพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ขัดเงาจนมันวาว น้ำตาเอ่อล้นคลอเบ้าเมื่อคิดถึงเหตุการณ์ที่แม้ว่าจะผ่านมาหลายปีแล้ว บ่อยครั้งที่สะดุ้งตื่นตอนดึกๆ เพราะฝันร้ายที่ตามมาหลอกหลอน

เหตุการณ์ที่แม้จะหลายปีผ่านพ้นไป แต่มันยังคงเป็นเหมือนแผลที่ตกสะเก็ด พอมีอะไรมาสะกิด เลือดก็ไหลออกมาทันที เหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องกลายมาอยู่ในสภาพแบบนี้ จะหญิงก็ไม่ได้ จะชายก็ไม่เชิง มันดูเหมือนเด็กหนุ่มที่ขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่รู้ว่าจะพาตัวเองไปทางไหนดี ทั้งที่ความจริงแล้วในตอนนี้เธอน่าที่จะได้อยู่ที่บ้านหรือไม่ก็เรียนมหาวิทยาลัยอย่างที่วาดฝันเอาไว้

วันนั้น...วันที่เธอเรียนจบม.หกด้วยเกรดเฉลี่ยที่สูงมากกับข่าวดีเรื่องได้โควตาไปเรียนมหาวิทยาลัยชื่อดังที่เชียงใหม่ ซึ่งเป็นมหาลัยที่เธอใฝ่ฝันมาตั้งแต่เด็ก แต่กลับกลายเป็นว่าเธอกลับต้องเจอกับเรื่องร้าย เพียงแค่ย่างเท้าเข้าบ้านก็พบว่าข้าวของแตกกระจายเหมือนกับพายุเข้า เช่นเดียวกับภายในบ้านที่ข้าวของถูกรื้อค้น บางส่วนแตกหักเสียหายจนไม่มีชิ้นดี ที่ตกใจมากจนน้ำตาคนเป็นลูกไหลอาบแก้ม เพราะสภาพของบิดา

พ่อ...ถูกทำร้ายจนหน้าตาเขียวช้ำ มีหยดเลือดเกรอะกรังอยู่บริเวณริมฝีปากซึ่งแตกระแหง ดวงตาก็ปูดบวมจนแทบจะลืมไม่ขึ้น ที่สำคัญที่สุดก็คือมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเล็กที่เธอชอบนั่ง เมื่อมองออกไปนอกบ้านจะได้เห็นดอกไม้ที่ปลูกไว้อวดโฉมอวดดอกแข่งกัน

เพียงแค่เธอเดินเข้าไป ดวงตาของพวกนั้นก็มองมาที่เธอเป็นจุดเดียวกัน ทำเอาสาวน้อยที่ยังไม่พ้นวัยรุ่นดีกลัวจนตัวสั่น ยืนแข็งอยู่กับที่ เย็นวาบตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า เพราะสายตากักขฬะที่มองกายสาวน้อยที่ยังสวมชุดนักเรียนอย่างจาบจ้วงโลมเลียเหมือนกำลังปลดเปลื้องเสื้อผ้าออกจากกายและทำเรื่องบัดสีบัดเถลิงกับเธอ

ยามที่หนึ่งในคนกลุ่มนั้นเดินมาหาและวางมือลงบนบ่า ทำให้เธอถึงกับสั่นเทาด้วยความกลัวและขยะแขยงจนอยากที่จะสำรอกออกมา

“หนูคนนี้ลูกสาวแกสินะพนัส หน้าตาใช้ได้นี่ ขนาดอยู่ในชุดนักเรียนยังจะสวยน่ารักขนาดนี้ ถ้าเวลาที่ไม่มีเสื้อผ้าติดกายมันจะงามขนาดไหนวะ นางฟ้าก็นางฟ้าเถอะ ได้เห็นยังนี้ก็คงต้องรีบหลบด้วยความอายแหละมึงเอ๊ย ถ้าได้ร่วมนอนเตียงเดียวกัน โอ๊ย...สวรรค์บนดินเลยวะ”

คำพูดหยาบโลนและกักขฬะอย่างคนที่การศึกษาน้อยที่ดังจากปากสีดำคล้ำทำเอาสาวน้อยวัยเพิ่งจะแตกเนื้อสาวไม่นานถึงกับกลัวจนตัวสั่น เผลอก้าวถอยหลังด้วยความกลัวในทันที กายเย็นยะเยือก หัวใจที่แทบจะหยุดเต้นร่วงหล่นลงกองที่ตาตุ่ม

คำว่ากลัว รังเกียจและเกลียดสักอยู่บนหน้าผากอย่างชัดเจน เธอก้าวเท้าถอยไปด้านหลังแต่กลับต้องชะงักเมื่อสัมผัสถูกอะไรบางอย่าง เมื่อหันหน้าไปมองก็พบว่าเป็นชายที่ท่าทางเหมือนกับคนแรก แต่คนนี้ดูจะร้ายกว่ามาก เพราะมันไม่พูดอะไร แต่ใช้แขนเกี่ยวเอวเธอเอาไว้แล้วฝังใบหน้าเหม็นราวกับขยะของมันลงที่ลำคอระหงไล่และเคลื่อนไปอย่างเชื่องช้า

ขนกายเธอลุกชันด้วยสะอิดสะเอียน คลื่นความรังเกียจหมุนติ้วๆ ไหลขึ้นมาจากท้องน้อยจุกแน่นอยู่ที่อกและลำคอแต่ก็ต้องสะกดกลั้นไม่ให้มันไหลออกมาด้านนอก กายเล็กบางยืนนิ่งสนิทเหมือนถูกสาปให้ตัวแข็งเป็นหิน ใบหน้าเผือดสีไร้สีเลือด ในดวงตามีแต่ความกลัวที่ปกปิดเอาไว้ไม่มิดมองไปที่ร่างของบิดาซึ่งถูกคนในกลุ่มนั้นที่มากันห้าคนได้จ่อปืนที่ขมับอยู่

บิดาอยากร้องขอความช่วยเหลือ หากสิ่งที่ทำได้คือร้องไห้อย่างอดสูและหวาดกลัว

“แก...พะ...พวกแกอย่าทำอะไรลูกสาวฉันเลยนะ ฉันยอมแล้ว ยอมทุกอย่าง พวกแกอยากได้อะไรก็ขนเอาไปเลย แต่อย่าทำลูกฉัน อย่าทำลูกสาวฉันเลย”

เสียงพ่อพูดพร่ำอ้อนวอนจนลิ้นพันกันจับคำไม่ได้ แต่สิ่งที่ได้รับตอบแทนมาก็เป็นเสียงหัวเราะเหมือนกับซาตานร้ายผุดขึ้นมาจากนรกขุมสุดท้ายก็ไม่ปาน ปลายกระบอกปืนสีดำเขื่อมตบลงไปบนใบหน้าซึ่งปูดบวมอยู่แล้วให้ยิ่งบวมช้ำมากยิ่งขึ้น ตอนนี้ก็มีเลือดไหลจากมุมหนึ่งของปากด้วย

“ให้เวลามึงสามวัน เอาเงินล้านหนึ่งที่เมียมึงติดเจ้านายกูไว้ไปคืน ไม่งั้นมึง...” ปืนกระบอกสีดำมะเลื่อมขยับแนบชิดที่ขมับพ่อและมีเสียงดังฟิ้วออกจากปากได้ตัวคนขู่

“ตาย!”

น้ำเสียงคนพูดแข็งกร้าวและเหี้ยมเกรียมจนเธอได้ยินแล้วกลัวตัวสั่น

“ส่วนลูกสาวมึง ขอนะ จะเอาไปเป็นของขวัญให้นาย สวยน่ารักแบบนี้ นายคงไม่อยากออกจากห้องนอน ไว้นายเบื่อเมื่อไหร่ พวกกูค่อยขอ แล้วค่อยพาไปให้เจ้ฉวี หน้าตาแบบนี้ คงทำให้เงินให้เจ้แกเยอะเชียวล่ะ”

“เงิน...เงินตั้ง...ตั้งล้าน สามวันหาให้ไม่ทัน ขอ...ขออาทิตย์นึงได้ไหม”

พ่อต่อรอง ตอนแรกพวกมันก็จะไม่ให้ แต่สิ่งที่พวกมันต้องการคือเงิน พ่อรีบเข้าไปในห้องของเธอ พลิกเตียงนอนขนาดสามฟุตครึ่งที่เก่าและขาดเป็นบางจุดขึ้น ก่อนจะสอดมือล้วงเข้าไปหยิบเอาซองสีน้ำตาลขนาดกระดาษเอสีออกมาเปิด ภายในมีธนบัตรใบละร้อยและใบละพันอยู่หลาย แต่ที่สะดุดตาเห็นจะเป็นสร้อยคอทองเส้นใหญ่

พ่อเอาของพวกนี้มาจากไหน?

ทำไมถึงนำไปไว้ในห้องนอนของเธอ?

ไม่นานสงกรานต์ก็เข้าใจ เมื่อนึกขึ้นมาได้ พ่อเคยเปรยเรื่องแม่ใช้เงินหนักมือ ให้เท่าไหร่ไม่เคยพอและยังไปหยิบยืมคนโน้นคนนี้อยู่เสมอ แล้วยังมาอ้อนวอนขอพร้อมข่มขู่และค้นข้าวของทุกอย่างด้วย นี่คงเป็นเหตุผลที่ทำให้พ่อหาทางหมกเม้มเงินเอาไว้ และสถานที่ซึ่งดีที่สุดก็คือห้องของเธอที่แม่ไม่ชอบเข้า เพราะเห็นว่าไม่สำคัญและไม่มีอะไรให้เจริญหูเจริญตา

“วันนี้ฉันให้พวกแกแค่นี้ก่อน แล้วอีกหนึ่งอาทิตย์ฉันจะหามาให้อีก นะ...นะ ขอเวลาอาทิตย์หนึ่ง อาทิตย์เดียวจริงๆ ไม่โกหกเลย”

“ได้ ให้โอกาสแกอีกหนึ่งอาทิตย์ แต่ถ้าพวกกูมาแล้วไม่ได้เงิน แกเป็นศพ...” เจ้าตัวคนที่น่าจะเป็นหัวหน้าพูดด้วยน้ำเสียงเหี้ยมเกรียมและเลือดเย็นเหมือนกับว่าการฆ่าคนเป็นอะไรง่ายๆ อย่างกับบี้มดให้ตาย

ตอน 2

ตอนที่ 2

“ถ้าตุกติก ต่อให้มึงกลายเป็นผี พวกกูก็จะตามไปลากขึ้นมาจากนรก กระทืบให้หนำใจแล้วค่อยโยนศพให้แร้งกาหมามันแทะ ส่วนลูกสาวแกจะเอาไปให้นาย ไปเป็นดาราหน้ากล้องแล้วค่อยเอาไปขายซ่อง”

คำพูดที่ได้ยินทำเอาเธอถึงกับช็อก ทรุดกองกับพื้นในทันที พ่อรีบคลานเข้ามารับไว้อย่างเร็ว ในขณะที่พวกมันทุกคนหัวเราะอย่างครื้นเครง ทิ้งดวงตาหื่นกระหายแทะโลมเลียให้เธอได้สั่นอีกระลอก

“ไม่เป็นไรใช่ไหมลูก ไม่เป็นไรแล้วนะ พ่อจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายหนูได้” พ่อโอบแขนรอบกายเธอ ยกมือขึ้นลูบผมบนศีรษะนุ่มอย่างปลอบประโลม ในดวงตาปูดบวมเต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มและเสียใจในตัวภรรยาที่ทำกันได้ลงคอ

หนี้ที่เขาและลูกไม่ได้เป็นคนก่อ แต่ต้องมารับกรรมเพราะคนทำหนีหายไปกับชายชู้วัยหนุ่มฉกรรจ์ พร้อมกับเงินก้อนใหญ่จากการตั้งวงแชร์และกู้เงินจากพวกออกเงินกู้นอกระบบ ไหนจะหนี้จากการพนันอีกนับแสนที่เขายังไม่รู้เลยว่าจะเอาเงินจากที่ไหนมาให้ ในสมองตีบตันไปหมด มองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดมิด แต่ก็ยอมแพ้ไม่ได้ ถ้าทำอย่างนั้นเท่ากับหยิบยื่นดวงใจที่เขารักสุดชีวิตให้คนใจบาปหยาบช้าทำลาย

เขาเลี้ยงลูกด้วยความรัก เตรียมแต่สิ่งที่ดีเพื่ออนาคตภายภาคหน้าจะได้สดใส แต่กำลังจะถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนเป็นแม่ที่ไม่เคยมีความรักให้เลยสักนิดหรือ

ไม่! เรื่องทุกอย่างมันต้องมีทางออก ขอเวลาอีกนิด...นิดเดียวเท่านั้นเอง สงกรานต์จะต้องปลอดภัยและมีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต

“พ่อจะทำยังไงละจ๊ะ จะเอาเงินมากมายขนาดนั้นจากไหนมาให้พวกมัน” สงกรานต์ถามเสียงสั่น สงสารพ่อที่ต้องมาเจอกับคนไม่จริงใจอย่างแม่ ตอนพ่อมีเงินก็พูดคะขาจ๊ะจ๋าหวานหู แต่พอพ่อหมดประโยชน์ก็ถีบหัวไล่ส่งเหมือนกับหมูกับหมา ไปอย่างเดียวไม่ได้ ทำให้เธอกับพ่อต้องเดือดร้อนอีก

ทำไมแม่ถึงได้ใจร้ายขนาดนี้ ไม่ก็รักกันก็ไม่ว่า แต่ทำไมต้องมาทำร้ายกันแบบนี้ด้วย

“ให้พ่อคิดก่อนนะลูก แต่พ่อสัญญาว่าจะไม่ยอมให้หนูเป็นเหยื่อของพวกสัตว์ป่าพวกนั้นแน่”

คำสัญญาในวันนั้นของพ่อไร้ความหมาย เพราะใกล้จะถึงกำหนดที่ขอพวกนั้นไว้ พ่อก็ยังหาเงินไม่ได้ ดูเหมือนว่าพวกนั้นก็ไม่ไว้ใจเธอกับพ่อเหมือนกัน ถึงได้มีหนุ่มร่างผอมแห้งเหมือนขี้ยา หน้าตาเหมือนโจรผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนเดินผ่านหน้าบ้านเธอแทบทุกชั่วโมง

แต่เธอกับพ่อยังพอมีโชคอยู่บ้าง ก่อนถึงกำหนดเวลาเพียงคืนเดียว บ่อนของเจ้านายพวกนั้นถูกตำรวจบุกจับ แต่พ่อก็ยังไม่ไว้วางใจ เพราะรู้ดีว่าพวกนี้ไม่ใช่แค่มีอิทธิพล แต่ยังมีคนใหญ่คนโตให้การสนับสนุนอย่างลับๆ คุกขังคนเลวพวกนี้ได้ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ออกมาเดินปร๋อ ทำความเดือดร้อนและสร้างความรำคาญได้ในเวลาไม่นาน จึงรีบพาเธอหลบหนีพร้อมกับลุกใหม่ที่เธอไม่อยากทำ เพราะทำใจไม่ได้กับอะไรหลายๆ อย่าง แต่เพื่อความปลอดภัยก็จำต้องยอมทนและทำใจให้ชิน

“แกอยากถูกฉันกระทืบใช่ไหมสงกรานต์ ถามทีไรก็เอาแต่ก้มหน้านิ่ง ทำหน้าตาไม่รู้ไม่ชี้ รับปากส่งๆ ไป แต่ไม่เคยทำได้เลยสักครั้ง ไอ้...”

โตมรก่นด่าเด็กในความดูแลอย่างโกรธเกรี้ยว คำพูดหยาบๆ ที่เขาใช้กับคนงานหลุดออกมาหลายคำทีเดียว แต่ทำไงได้ ก็ตอนนี้เขาโกรธไอ้เด็กบ้านี่จนอยากจะต่อยให้ดั้งหัก หักคอแยกตัวออกจากกันแล้วโยนทิ้งไปคนละทางแล้ว

ไม่ใช่ว่าเขาจะรังเกียจหนุ่มน้อยตรงหน้า แต่น้องสาวเขายังเด็ก ไม่ประสาเรื่องรักๆ ใคร่ๆ อายุก็ยังไม่ถึงวัยที่จะมีบัตรประชาชนด้วยซ้ำไป แต่ริอ่านจะมีความรักกับผู้ชายที่ยังเอาตัวเองไม่รอดเลย ทำงานเป็นลูกจ้างในไร่เขาไปวันๆ แล้วอย่างนี้จะเลี้ยงดูลูกเมียให้สุขสบายได้ยังไงกัน

โตมรกำหมัดแน่น พยายามนับหนึ่งถึงสิบในใจ แต่ก็ยังระงับโทสะเอาไว้ไม่ได้ เขาทุบโต๊ะทำงานจนมีเสียงดังปัง ทำเอาหนุ่มน้อยร่างเล็กสะดุ้งเฮือก ใบหน้าเผือดสีลงอย่างเร็ว ไหนจะโมโหยายตัวแสบอีกคนที่ไม่ได้อยู่ในวงสนทนาที่ทำให้เกิดเหตุการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกแบบนี้ด้วย

‘ไม่ใช่ความผิดของเธอสักหน่อย เป็นคุณน้องน้ำฟ้าต่างหากล่ะ ที่พยายามเข้าหาเธอ ห้ามก็ไม่เคยฟัง ปิดหูปิดตาทำไม่รู้ไม่ชี้ว่าพี่ชายหวงยิ่งกว่าเสือหวงลูก งูหวงไข่ ไม่รู้ว่างานนี้เธอจะถูกลงโทษยังไงอีก เฮ้อ...น่าเบื่อ’

ใบหน้านวลเนียนบึ้งตึง ขมุบขมิบปากเจริญพรให้กับสาวน้อยที่เพิ่งจะเริ่มแตกเนื้อสาวน้องสาวของเจ้านายที่เอาแต่ใจไม่ผิดพี่ชาย ชอบตามติดเธอไปไหนมาไหนด้วยอยู่ตลอดเวลา ยิ่งขับไล่กลับยิ่งทำให้กนกพิชญ์หรือคุณน้องน้ำฟ้าผู้น่ารักและบอบบางยิ่งนำตัวมาใกล้ชิด พร้อมหยอดคำหวานเลี่ยนๆ ที่ทำให้คนฟังอย่างเธอพะอืดพะอมทุกครั้งที่ได้ยิน

คราวนี้หนักหน่อย เพราะโตมรดันไปเห็นกนกพิชญ์จับมือถือแขนเธอไว้เต็มสองตา ถึงเธอพยายามสะบัดออกแต่ดูเหมือนจะเป็นการเข้าทางน้ำฟ้า เพราะนอกจากจะหลุดแล้ว กลับกลายเป็นว่าเธอสะดุดขาตัวเองถลาเข้าไปกอดยายตัวยุ่งจนล้มไปด้วยกัน

“ผมไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย คุณน้องน้ำฟ้าต่างหากละที่ชอบวนเวียนมาอยู่ใกล้ผม” สงกรานต์ชี้แจงเสียงอ่อย ขณะส่งยิ้มแหยๆ ราวกับต้องการประจบเจ้านายหนุ่มให้เลิกขุ่นเคืองใจและเลิกโมโหเธอเสียที แต่ไม่คิดว่าการพูดแบบนั้นจะกลายเป็นการราดน้ำมันลงในกองไฟ

“ไอ้...” โตมรชี้หน้าคนพูด “ถ้าแกไม่ให้ท่าน้องสาวฉัน แล้วเด็กสาวใสซื่ออย่างนั้นจะวิ่งตามติดแกแบบนั้นหรือไง”

โตมรตวาดเสียงดังลั่น ด้วยหงุดหงิด ขุ่นเคืองและหนักใจกับทั้งตัวหนุ่มน้อยหน้าหวานที่เป็นขวัญใจของสาวๆ ทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่ในไร่แห่งนี้ ไหนจะน้องสาวที่อายุยังไม่ทันจะสิบห้าปีดี ลูกหลงที่พ่อกับแม่มอบให้เขาทำหน้าที่เป็นผู้ปกครอง เพราะทั้งคู่ชิงด่วนจากไปด้วยวัยเพียงแค่ห้าสิบกว่าด้วยอุบัติเหตุอันไม่คาดฝันจากพวกเมาแล้วขับ พรากคนที่รักไปจากเขาจนไม่มีวันหวนคืน

ตอนเป็นเด็กน้องน้ำฟ้าหรือเด็กหญิงกนกพิชญ์เลี้ยงง่ายและน่ารัก เชื่อฟังเขาทุกอย่าง มาแตกแถวก็เมื่อสงกรานต์กับพ่อเข้ามานี่แหละ ตอนแรกที่ไม่ห้ามปราบเมื่อเห็นทั้งคู่สนิทกัน เพราะคิดว่าทั้งคู่อายุใกล้เคียงกัน อีกอย่างน้องสาวเขาก็ไม่มีเพื่อนเล่น เด็กอื่นในไร่ต่างก็กลัวเขาจนหัวหด เพียงแค่ปรายตามองก็รีบวิ่งหนีกันแล้ว เหลือเพียงแค่หนุ่มหน้าใหม่หน้ามนที่หล่อหวานยิ่งกว่าผู้หญิงบางคนเสียอีก

นอกจากจะไม่กลัวเขาอย่างเช่นคนอื่นแล้ว ยังจะมาทำหน้าเป็นยิ้มหวานให้ บางครั้งเขาเห็นว่าดวงตากลมโตแวววาวระยิบระยับเหมือนกับลูกแก้วที่สะท้อนกับแสงไฟ แม้พอจะรู้ความยุ่งยากอยู่บ้าง แต่ที่รับสองพ่อลูกนี้ไว้ไม่ใช่เพราะบุญคุณที่ให้การช่วยเหลือชีวิตจากการถูกโจรจี้หรอกนะ เป็นเพราะเขาตกหลุมดวงตาคู่นี้ตั้งแต่แรกเห็นต่างหากล่ะ

‘บ้าชะมัด...’ โตมรสบถด้วยความไม่ชอบใจ เขาเคยควบคุมทุกอย่างและทุกคนได้เสมอ หากตั้งแต่ได้เจอกับหนุ่มน้อยหน้าเป็นที่กลายมาเป็นลูกน้องในสังกัด ไม่ว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับสงกรานต์และกนกพิชญ์ เขาควบคุมไม่ได้สักอย่าง ดูเหมือนว่าทั้งคู่จะชอบแหกกฎเกณฑ์ ระเบียบแบบแผนที่วางไว้เสียจนหมดสิ้น

ตอน 3

ตอนที่ 3

ร่างหนาเดินวนเวียนไปมาในห้องทำงานอย่างไม่รู้ว่าจะจัดการกับหนุ่มน้อยที่ยืนตัวงองุ้ม ไหล่ลู่อย่างคนที่กำลังสำนึกในความผิดที่ได้กระทำเอาไว้ดี ด้วยรู้ดีว่าถึงลงโทษไปก็ไม่มีอะไรดีขึ้น ยิ่งถ้ากนกพิชญ์รู้เข้า ก็จะอาละวาดใส่เขาพร้อมกับเข้าข้างสงกรานต์ บอกว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนผิด เธอต่างหากที่ทำเรื่อง

ชายหนุ่มยกมือขึ้นเท้าสะเอว ในวัยเกือบจะสามสิบสี่ปี ไม่มีครั้งไหนเลยที่เขาจะรู้สึกแบบนั้น รู้สึกเหมือนกับว่าตัวเองกำลังโดนลองดีและหยามหน้า เพราะหนุ่มน้อยหน้าหวานที่ยืนส่งยิ้มแหยๆ อยู่ตรงหน้า ในหัวใจมันร้อนรุ่มตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เห็นใบหน้าหวานและเศร้าปนโศก ได้สบกับดวงตากลมโตซ่อนแววหวานแต่มีความกลัว ประหวั่นพรั่นพรึงและหวั่นเกรงไว้ไม่มิด เรียกว่าเห็นในตอนที่เห็น มันสะดุดและสะกิดใจเขาไปเต็มๆ เหมือนโดนหมัดเข้าตรงเป้ากลางใจ...หัวใจหล่นหายไปในนาทีนั้นและยังหาไม่เจอ

ถ้าคนตรงหน้าเป็นผู้หญิง เขาจะไม่ว่าเลยที่ตัวเองสะดุดตาและเผลอชอบในดวงตาคู่นั้น หนุ่มน้อยที่มีลักษณะตื่นกลัวเหมือนกับกวางน้อยยามต้องภัย เอาแต่หลบหน้าหลบตาหลบอยู่ข้างหลังบิดาตลอดเวลา แต่แม้จะเป็นอย่างนั้นก็ทำเอาเขาถึงกับใจแกว่ง ยืนตะลึงงันมองหนุ่มน้อยร่างบอบบางเหมือนกับลำตัวจะหักถ้าหากว่าแตะหนักมือไปสักหน่อย

“เจ้านายพูดไม่เพราะ” สงกรานต์ต่อว่าเพื่อหาทางเบี่ยงเบนประเด็นให้ออกห่างจากเรื่องที่เป็นอยู่ ต่อหน้าทุกคนในไร่ ชายหนุ่มจะพูดจาหยาบคายเสมอ ยกเว้นคือต่อหน้าผู้เป็นน้องสาว ที่โตมรจะไม่หลุดคำพูดหยาบคายออกมา

“แกจะไปฟ้องยัยน้ำฟ้าให้มาต่อว่าฉันหรือไง ก็เอาซิ ถ้าคืนนี้แกอยากจะนอนหนาวหน้าเตียงฉัน”

“ฮะ...อะไรนะครับ จะ...เจ้านายว่าอะไรนะครับ”

สงกรานต์ถามด้วยความตกใจ ดวงตากลมโตเบิกกว้าง กลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคออย่างลำบากยากเย็น ขนาดว่าอยู่กับชายหนุ่มท่ามกลางผู้คนมากมายในไร่ เธอยังต้องพยายามแทบตายในการปกปิดตัวตนให้พ้นจากสายตาที่คอยจับผิดและคนที่คอยสอดส่องดูแล เพราะสงสัยในพฤติกรรมที่เหมือนกับหญิงสาวของเธอ ถ้าต้องไปอยู่กับ...

โอ้ย!...ตายแล้ว ตายไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่ ๆ ตอนนี้สงกรานต์อยากจะมีพรวิเศษให้หายตัวได้เสียจริง ๆ

แค่ต้องมาเดินตามโตมรตั้งแต่เช้ายันเกือบจะเข้านอน เธอก็แทบจะเป็นบ้าเพราะกลัวความลับที่เก็บเอาไว้จะแตกตายวันละหลายรอบอยู่แล้ว เกือบถูกชายหนุ่มใช้ให้เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าและหิ้วปีกยัดใส่ท้ายรถเอาไปโยนไว้นอกไร่ก็หลายครั้งหลายครา ความจริงการไปจากที่นี่ไม่ทำให้เธอรู้สึกอะไร แต่การไปจากชายหนุ่มต่างหากละที่เธอทำใจไม่ได้

ก็ไม่รู้ว่าทำไมดวงตาถึงคลาดคลาจากกายใหญ่ไม่ได้ หูคอยแต่ฟังเสียงนุ่มทุ้มยามที่เอื้อนเอ่ยบอกเล่าเรื่องราวต่างๆ หัวใจเต้นแรงและเร็วทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของคนที่ชอบทำหน้าตาบึ้งตึงหรือไม่ก็เรียบเฉยเหมือนมีหน้ากากเคลือบไว้ ยิ้มที่เหมือนกับจะเปิดโลกที่มัวซัวและเต็มไปด้วยความมืดมิดให้สว่างสดใสได้ทันตา คืนนั้นทั้งคืนเธอจะนอนยิ้มจนหลับไปและในฝันก็จะมีแต่ฝันดีเสมอ

แค่ได้อยู่ใกล้ชิด ได้เห็นแผ่นหลังกว้างที่เดินนำหน้าพาไปทำโน่นทำนี่ก็มีความสุขจนอยากที่จะยิ้มอยู่อย่างนั้นทั้งวัน วันไหนที่โตมรซึ่งชอบทำหน้าตาย เรียบเฉย ไม่ดุไม่ด่า ไม่พูดด้วย มันเหมือนกับมีเข็มตำใจให้เจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก

สงกรานต์รีบสลัดศีรษะความคิดเรื่องของโตมรออกไป แต่ไม่ว่ายังไงก็หยุดคิดถึงเรื่องของคนตรงหน้าไม่ได้เสียที มันคอยวนเวียนคิดถึงแต่คนตรงหน้าจนไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร เธอพ่นลมออกจากปาก แม้จะกลัวบางสิ่งบางอย่างที่ซุกซ่อนอยู่ในใจ ซึ่งเธอยังไม่แน่ใจในความรู้สึกนั้นว่ามันเป็นอะไรกันแน่ เพียงแค่เคารพนับถือหรือว่าเกินเลยไปกว่านั้น

สงกรานต์รีบดึงความคิดกลับมายังเรื่องปัจจุบันกับปัญหาหนักอก การที่เธอต้องนอนห้องเดียวกับโตมร เสี่ยงกับการถูกจับได้อย่างที่สุด ขืนให้เขารู้ว่าเธอไม่ใช่...

แค่คิดมันก็...อื้อ หนาวยะเยือกในอก ตายสนิทไม่ฟื้นแน่นอน ใบหน้านวลซีดเผือดจนแทบจะหาสีเลือดไม่พบ ดวงตากลมโตหลุกหลิกมองโน่นมองนี่ไปเรื่อย ขณะสมองก็ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรถึงจะไม่ต้องอยู่ร่วมห้องกับหนุ่มหล่อเร้าใจ เซ็กซี่อย่างร้าย

โตมรขมวดคิ้ว ดวงตาเพ่งมองหนุ่มน้อยตรงหน้าที่มีท่าทางแปลกๆ จะหัวเราะก็ไม่ใช่ จะร้องไห้ก็ไม่เชิง แล้วยังสั่นศีรษะบ่อยๆ เหมือนกับคนโดนผีเข้า

“เป็นอะไรสงกรานต์ พักนี้ฉันพูดอะไรแกต้องให้ฉันพูดซ้ำทุกที หูตึงหรือไง” โตมรถามด้วยรู้สึกรำคาญกับท่าทางเหมือนกับหมาน้อยของเด็กหนุ่มตรงหน้า

นี่พ่อเขาเลี้ยงยังไงลูกชายถึงได้มีท่าทางอ่อนแอแบบนี้ หน้าตาขาวใส ทั้งที่มีเพียงแค่หมวกแก๊ปใบเล็กปิดหัวใบเดียวและเดินตากแดดตามเขาทั้งวัน หากผิวก็ยังขาวราวกับหยวก ท่าทางการเดินก็สะบัดตูดย้ายก้นไปย้ายก้นมาเหมือนผู้หญิงอีก เห็นแล้วมันขัดลูกตา จนอยากที่จะพาไปขุดดินกลางไร่ให้ตัวดำและมีกล้ามขึ้นมาบ้าง

แต่ก็นั่นแหละ คงจะเป็นเพียงแค่คิดเท่านั้นเอง ใช่ว่าจะไม่เคยทำ เลยไม่กล้าพาไปซ้ำสองอีก ก็พ่อเจ้าประคุณจับจอบจับเสียมขุดดินไปเพียงแค่สิบครั้งเท่านั้นเอง มือเล็กนุ่มนิ่มก็แดงเป็นปื้นและพองน้ำข้าว ใบหน้านวลงอง้ำฉ่ำน้ำตา มองเขาด้วยความน้อยใจ ตัดพ้อต่อว่า ตวัดศีรษะค้อนเขาขวับๆ พร้อมกับพูดจาด้วยความน้อยใจ ตกเย็นก็เป็นไข้จนเกือบจะต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

“เปล่านี่ฮะ ผมแค่สงสัยว่า ทำไมต้องไปนอนหนาวหน้าเตียงเจ้านายด้วย เท่านั้นเอง” หญิงสาวในมาดหนุ่มน้อยถามเสียงอ่อย พลางส่งยิ้มแหยๆ ให้โตมร ในใจก็ภาวนาว่าสิ่งที่ได้ยินเมื่อครู่นั้นเป็นเพียงแค่หูฝาดไป

“ใช่ ต่อไปนี้แกมีหน้าที่เดินตามฉัน จะต้องอยู่ในสายตาฉันตลอดเวลา จะได้ไม่มีเวลาแวบไปพลอดรักกับน้องสาวฉันอีก” ในเมื่อขัดขวางไม่ให้น้องสาวอยู่กับสงกรานต์ไม่ได้ ดังนั้นทางที่ดีที่สุดคือเอาตัวไอ้หนุ่มหน้ามนคนนี้มาอยู่กับเขาแทน

โตมรรู้ดีว่าการกระทำเช่นนี้ของตัวเองเป็นเพียงการตัดปัญหาในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ทำให้เขาพอมีเวลาคิดตริตรองหาหนทางแก้ไขในระยะยาวต่อไปได้

“แม้กระทั่งตอนที่เจ้านายเข้าห้องน้ำ ผมก็ต้องเดินตามเข้าไปด้วยหรือไงฮะ เหม็นตายชัก” หญิงสาวประชด ใบหน้างอง้ำ ก่อนจะบึ้งตึงตามมา เจ้านายคงจะเป็นบ้าไปแล้วที่สั่งออกมาแบบนี้ เธอขบเม้มริมฝีปากอิ่มเข้าหากัน สะกดกลั้นคำพูดที่จะออกจากปากเอาไว้ เพราะถ้าขืนเผลอพูดไป เฮอะ...ได้โดนจับหักคอเป็นแน่แท้

ก็เจ้านายทั้งเถื่อน ดุและร้าย แถมยังเอาแต่ใจจนคนในไร่กลัวกันหัวหด ไม่มีใครอยากเข้าใกล้ คงได้อยู่แก่จนเหนียงยานต้องคอยเกาะคานทองไว้ให้แน่นๆ จะได้ไม่หล่นลงมา หรือไม่ก็เป็นเหมือนกับผู้หญิงวัยทอง เลือดจะไปลมจะมาอารมณ์เลยไม่อยู่คงที่

เฮ้อ...น่าสงสาร สงกรานต์พ่นลมออกจากปาก ทำไมกรรมถึงตกมาอยู่ที่เธอด้วยก็ไม่รู้ ไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย หญิงสาวเบะหน้าอย่างด้วยเบื่อหน่าย กลอกตามองเพดานห้องก่อนจะเสมองลงมาที่พื้นสลับกันไปอย่างไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED