รถหรูสีดำเลื่อนมาจอดหน้าบริษัทใหญ่โต ชายหนุ่มในสูทสีดำสนิทค่อย ๆ เดินออกมาจากรถหรูคันงาม หญิงสาวและพนักงานบริษัททุกคนต่างหยุดการกระทำของตนเพื่อมองบุรุษตรงหน้าอย่างหลงใหล
"นั่นคุณชายหยวนจื่อมิใช่หรือ"
"ใช่ ๆ คุณชายผู้เพียบพร้อมไปด้วยความหล่อเหลา อีกทั้งยังมีคุณหนูจิ่งอันคู่หมั้นที่อ่อนหวานบอบบางน่าถนอมเคียงข้างกายอีกด้วย"
"ได้ข่าวว่าคู่หมั้นของคุณชายหยวนจื่อนั้นสวยมากมิใช่หรือ"
"ใช่ ๆ ทั้งงดงามและรวยมากทีเดียว"
"น่าอิจฉาเสียจริง"
"ที่สุด ช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันเสียจริง"
เสียงวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับหยวนจื่อ หนุ่มนักธุรกิจรูปหล่อชื่อดังที่สาว ๆ ต่างพากันใฝ่ฝันหา รวมถึง จิ่งอัน นักธุรกิจหญิงอายุน้อยที่เก่งอย่างหาจับตัวได้ยาก ทั้งสองพบกันในงานเลี้ยงเปิดตัวสินค้าในต่างประเทศหลังจากนั้นทั้งคู่ได้สานสัมพันธ์กันมาเรื่อย ๆ จนหมั้นกันในที่สุด
"หยวนจื่อ คุณมาแล้วหรือ"
"เสิ่นหนิง"
"อันอันรอคุณอยู่ในห้องประชุมแล้ว ไปกันเถอะ"
เสิ่นหนิงเลขาประจำตัวของอันอันและพ่วงด้วยตำแหน่งเพื่อนสนิทของหญิงสาว ทั้งสองสนิทกันมาตั้งแต่เด็กจึงไม่แปลกที่เสิ่นหนิงและจิ่งอันจะรู้จักนิสัยใจคอกันเป็นอย่างดี
การประชุมเข้าร่วมโครงการของบริษัทเป็นไปอย่างเคร่งเครียด แต่เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วทุกคนต่างถอนหายใจอย่างโล่งอก
"โครงการครั้งนี้ใหญ่มากทีเดียว"
"แน่นอน เล่นเอา เหนื่อยเอาการ"
"เสร็จงานแล้วพวกเราไปกินข้าวกันเถอะ"
จิ่งอันเอ่ยชวนหยวนจื่อและเสิ่นหนิง
"ไม่ล่ะ ฉันไม่อยากไปขัดขวางความสุขของพวกเธอ"
พูดแล้วเสิ่นหนิงก็รีบเดินออกไปจากห้องประชุมในทันที ในขณะที่จิ่งอันไม่ทันสังเกตุกลับมีสายตาคมมองตามร่างที่เพิ่งเดินออกไปอย่างอาวรณ์ก่อนจะถูกเก็บอย่างรวดเร็ว
"เช่นนั้นเราก็ไปกันเถอะ อันอัน"
ชายหนุ่มยื่นแขนให้คู่หมั้นเดินควงออกจากบริษัทด้วยรอยยิ้มที่สาว ๆ แทบจะล้มทั้งยืนเพราะความหล่อนั้น จิ่งอันเองก็ยอมรับอยู่ลึก ๆ ว่าเธอนั้นรู้สึกดีไม่น้อยที่ได้หยวนจื่อเป็นคู่หมั้น เพราะเขาทั้งหน้าตาดี ฐานะดีและที่สำคัญยังรักเธออย่างเสมอต้นเสมอปลาย
แสงแดดสาดส่องเข้าห้องนอนขาวสะอาดตา หญิงสาวบนเตียงขาวยังนอนขี้เกียจอยู่บนเตียงโดยมิคิดจะลุกออกจากเตียงแม้แต่น้อย กลิ่นอาหารลอยเข้ามาปลุกหญิงสาวที่นอนอยู่ให้ขยับตัวและลืมตาขึ้นมาดูเล็กน้อยก่อนจะหลับตานอนเหมือนอย่างเดิม
"คุณหนู ตื่นได้แล้วค่ะ นี่ก็สายมากแล้ว"
"วันนี้วันหยุด ขอนอนอีกหน่อยนะเพ่ยเพ่ย"
"วันนี้คุณหนูไม่มีนัดกับคุณชายหยวนจื่อเหรอคะ"
"หยวนจื่อมีนัดกับลูกค้าน่ะ"
เช่นนั้นคุณหนูก็ตื่นเถอะเจ้าคะ พรุ่งนี้วันเกิดคุณชายหยวนจื่อไม่ใช่หรือ"
หญิงสาวเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงในทันที
"จริงด้วย เราคิดว่าจะทำเซอร์ไพรซ์เขาเสียหน่อย ขอบใจนะที่เตือน"
หญิงสาวรีบลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัวก่อนจะทานอาหารเช้าเบา ๆ ที่เพ่ยเพ่ยได้เตรียมไว้ให้
"วันนี้คุณหนูจะไปที่ไหนบ้างเจ้าคะ"
"เราว่าจะไปหาซื้อของแล้วมาจัดเตรียมสถานที่เซอร์ไพรซ์หยวนจื่อเสียหน่อย"
"คุณหนูจะให้เพ่ยเพ่ยไปด้วยหรือไม่คะ"
"ไม่ต้องหรอก เราไปเองได้"
จิ่งอันยิ้มให้กับตนเอง ในเมื่อเธอมีกุญแจสำรองที่หยวนจื่อทิ้งไว้ให้ย่อมไม่เป็นปัญหาในการเข้าบ้านพักของหยวนจื่ออย่างแน่นอน หญิงสาวเดินไปยังโรงรถอย่างอารมณ์ดี
"คุณหนูจะให้ผมขับรถให้ไหมครับ"
"ไม่เป็นไรจ๊ะ วันนี้ฉันจะไปทำธุระส่วนตัวนิดหน่อย ลุงพักเถอะ"
"ครับ"
หญิงสาวรับกุญแจรถแล้วขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว
"หยวนจื่อ คุณอยู่ไหนคะตอนนี้"
"ผมกำลังคุยงานอยู่ คุณมีอะไรหรือเปล่า"
"ฉันแค่อยากจะชวนคุณไปทานอาหารเที่ยงด้วยกัน ถ้าคุณไม่ว่างก็ไม่เป็นไรค่ะ"
"ถ้างั้นเจอกันตอนเย็นนะ"
"ค่ะ"
จิ่งอันอมยิ้มให้กับแผนของตนเอง หญิงสาวได้วางแผนออกไปซื้อของเพื่อกลับมาตกแต่งห้องรับแขกบ้านของหยวนจื่อ พรุ่งนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของชายหนุ่ม เขาเป็นคนที่เธอรักและหมั้นด้วย แน่นอนเรื่องแค่นี้ย่อมไม่ใช่ปัญหาสำหรับเธอ
"ถ้าหยวนจื่อเห็นเข้าเขาจะต้องแปลกใจอย่างแน่นอน"
หญิงสาวฮัมเพลงก่อนจะเก็บของเข้าไว้ในรถแล้วขับรถออกไปอย่างอารมณ์ดี
โรงรถค่อย ๆ เปิดออกก่อนที่รถหรูคันสีดำจะเข้ามาจอดด้านใน ชายหนุ่มในสูทสีดำดับเครื่องยนต์ก่อนหันมามองหญิงสาวที่นั่งมาด้วย เขาค่อย ๆ เอื้อมตัวไปปลดเข็ดขัดนิรภัยให้แก่หญิงสาวนั้น
"หยวนจื่อ เดี๋ยวมีใครมาเห็นเข้านะ"
"ไม่มีหรอก คุณก็รู้ว่าผมอยู่ที่นี่คนเดียว คนทำความสะอาดจะเข้ามาทุกวันพุธเท่านั้น"
"แต่"
ยังมิทันที่ปากสีชมพูอ่อนจะเอ่ยสิ่งใดกลับถูกประกบด้วยปากอุ่นของอีกฝ่าย
"อืมมมม"
เสียงครางอย่างพอใจของชายหนุ่มดังขึ้น มือใหญ่ค่อย ๆ ปลดเสื้อของหญิงสาวออกเหลือไว้เพียงบราลายลูกไม้สีดำน่าค้นหา
"หยวนจื่อ อย่าค่ะ"
เสียงห้ามเบา ๆ ของหญิงสาวยิ่งปลุกเร้าความต้องการของชายหนุ่ม เขาต้องยอมรับว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นปลุกเร้าอารมณ์ด้านนี้ของเขาได้ดีจริง ๆ เมื่อเทียบกับจิ่งอันที่มิยอมให้เขาล่วงเกินจนกว่าจะถึงวันแต่งงาน 'หัวโบราณเสียจริง'
"อย่าอะไรคนดี"
เสียงกระซิบเบา ๆ จากลมหายใจอุ่น ๆ ข้างหูของหญิงสาวทำให้ความเสียวซ่านที่ปิดซ่อนไว้มิอาจปิดบังไว้ได้อีก บราลายลูกไม้ตัวจิ๋วถูกปลดออกอย่างไม่รู้ตัว เผยให้เห็นยอดอกสีชมพูขนาดพอดีตัวที่ชูชันชี้หน้าชายหนุ่มที่อยู่ตรงนั้น
"หึหึ"
ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอก่อนจะค่อย ๆ เอนเบาะให้นอนลง เขาค่อย ๆ ลิ้มเลียยอดอกสีชมพูนั้นด้วยความหิวกระหาย ก่อนจะดูดปล่อย ๆ ยอดอกสีชมพูเล่น
"อ่าาา อย่าแกล้งกันสิคะ"
หญิงสาวเผลอครางออกมาเมื่อถูกชายหนุ่มแกล้งเล่น หยวนจื่อเริ่มรุกล้ำจุดเซียวซ่านของหญิงสาว เสิ่นหนิงเผลอด้นอกชายหนุ่มเบา ๆ แม้ใจหนึ่งอยากจะอยากขัดขืนแต่อีกใจหนึ่งกลับรู้สึกดีกับสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังกระทำ เมื่อชายหนุ่มเห็นหญิงสาวครางออกมา เขายกยิ้มอย่างพอใจ มือใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนไปถกกระโปรงหญิงสาวขึ้นก่อนจะสอดมือเข้าไปในกางเกงในตัวจิ๋วที่ตอนนี้มีน้ำเฉอะแฉะอยู่ไม่น้อย
"หยวนจื่ออออ อย่าแกล้งกันแบบนี้สิ"
เสียงพูดที่แทบจะไม่เต็มเสียงเอ่ยขึ้นเบา ๆ หญิงสาวพยายามมิให้ตัวเองเผลอครางออกมายิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพอใจมากยิ่งขึ้น ความเป็นชายในกางเกงเริ่มตื่นตัวจนคับพอง ชายหนุ่มทนอารมณ์ของตัวเองไม่ไหวจึงดึงมือหญิงสาวมาจับความคับพองของเขานั้น
"ช่วยทีนะ เสิ่นหนิง"
ชายหนุ่มขึ้นควบหญิงสาว เขาควักความเป็นชายออกมาจากกางเกงสูท หญิงสาวค่อย ๆ เอนตัวลุกขึ้น ปากสีชมพูน้อย ๆ ค่อย ๆ โลมเลียความเป็นชายที่หยวนจื่อยืิ่นมาให้ ลิ้นอุ่น ๆ น้อย ๆ ค่อย ๆ โลมเลียจากหัวสู่ปลายโคนและจากปลายโคนสู่หัว
"อ่าาา"
เสียงครางเบา ๆ ของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวพอใจไม่น้อย สองมือน้อยค่อย ๆ จับประคองความเป็นชายที่คับแน่นจนเต็มปากก่อนจะใช้ปากน้อยทำให้ชายหนุ่มสุขสม
"เธอเก่งเหลือเกิน เสิ่นหนิง"
ชายหนุ่มเอ่ยชมขณะใช้มือใหญ่ของเขากดหัวหญิงสาวตามจังหวะรักที่เขาและเธอร่วมกันบรรเลง
"อะ อ่าาาา"
น้ำขุ่นขาวค่อย ๆ ไหลออกมาจากปากของหญิงสาว เสิ่นหนิงยิ้มด้วยความชอบใจก่อนจะยกอกอวบขึ้นมาเพื่อนำความเป็นชายถูไถอกอวบคู่นั้น
"ทำแบบนี้เธอจะไม่ได้พักนะ"
ชายหนุ่มพูดแกมขู่ หญิงสาวหัวเราะเบา ๆ
"คิดว่าฉันกลัวหรือคะ"
หญิงสาวค่อย ๆ อมแท่งแห่งความเป็นชายอีกครั้งเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ชายหนุ่ม เมื่อเห็นว่าความเต่งตึงในมือนั้นเต็มที่แล้วหญิงสาวค่อย ๆ เอนตัวลง ใช้ขาข้างหนึ่งพาดหน้าต่างรถที่กึ่งปิดกึ่งเปิดอย่างเชิญชวน
"ทำแบบนี้อย่าหาว่าไม่เตือนนะ หึหึ"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะฉีกกางเกงในลูกไม้ตัวจิ๋วนั้นออกแล้วสอดใส่ความเป็นชายที่คับพองของเขาเข้าไป
"อ่าาาาา ช่างดีเหลือเกิน ของเธอช่างแน่นรัดดีจริง ๆ"
หญิงสาวครางเบา ๆ ชายหนุ่มจะกระแทกความเป็นชายของเขาเข้ากลีบกุหลาบนั้นจนมิด ก่อนจะกระแทกต่อไปเรื่อย ๆ จนสุขสม
"หยวนจื่อ เรื่องของเรา คุณจะทำอย่างไรต่อไป"
หญิงสาวนอนกอดชายหนุ่มในรถด้วยร่างกายที่เปลือยเปล่า ทั้งคู่อิ่มเอมกับสิ่งที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มได้ปรนเปรอความสุขให้หญิงสาวไม่ต่ำกว่าสามรอบจนทั้งคู่เต็มไปด้วยเหงื่อและนอนพักเพื่อเอาแรงในรถนั้น
"รอถึงเวลาที่เหมาะสม แล้วผมจะบอกเธอเอง"
ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นก่อนจะลูบยอดอกคู่งามเล่นอย่างเบามือ
"อย่าซนสิคะ"
หญิงสาวเอ่ยขึ้น ยังมิทันไรชายหนุ่มกลับพลิกร่างหญิงสาวขึ้นบนตัวเขา ความเป็นชายตื่นตัวขึ้นเต็มกำลังจนหญิงสาวอดหัวเราะไม่ได้
"ไหวหรือคะ"
"พูดแบบนี้คุณรู้ตัวไหมว่าจะถูกลงโทษยังไง"
"กรี๊ดดด"
หญิงสาวร้องขึ้นอย่างมารยาก่อนที่ทั้งคู่จะเสพสมกันอีกครั้งในรถหรูสีดำนั้น
"คุณหนูคะ ลงมาทานอะไรก่อนเถอะค่ะ นี่คุณหนูไม่ได้ทานอะไรมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วนะคะ"
เพ่ยเพ่ยขึ้นมาเรียกจิ่งอันอยู่นานแต่กลับไม่มีเสียงตอบรับจากหญิงสาว
"วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดคุณชายหยวนจื่อ คุณหนูจะไม่ไปร่วมงานหรือคะ"
ไม่มีเสียงตอบรับจากจิ่งอัน เพ่ยเพ่ยได้แต่ส่ายหัวไปมา ตั้งแต่เมื่อวานที่คุณหนูกลับมา หญิงสาวก็หมกตัวอยู่แต่ในห้องไม่ออกไปไหน ข้าวปลาก็ไม่ยอมทาน เรียกก็ไม่ยอมตอบ ขณะที่เพ่ยเพ่ยกำลังจะกลับไปยังห้องครัวประตูห้องได้เปิดออก
"คุณหนู"
เพ่ยเพ่ยถึงกับตกในในสถาพที่เห็น คุณหนูของนางนั้นตาบวมจากการร้องไห้มาอย่างหนัก แม้หญิงสาวจะไม่ทราบว่าคุณหนูของตนเป็นอะไรแต่มือน้อย ๆ กลับดึงร่างบางนั้นเข้ามากอดในทันที
"ไม่เป็นไรนะคะคุณหนู แม้ทั้งโลกจะหันหลังให้คุณหนู แต่คุณหนูยังมีเพ่ยเพ่ยแต่คนตระกูลจิ่งอยู่นะคะ"
น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้กลับรินไหลออกมาอีกครั้ง จิ่งอันนั่งลงร้องไห้กับเพ่ยเพ่ยอยู่ตรงนั้นอยู่นาน
"คุณหนูครับ คุณชายหยวนจื่อให้มาถามว่าคุณหนูจะให้เขามารับเพื่อไปร่วมฉลองงานวันคล้ายเกิดของเขาที่โรงแรมหรือไม่ขอรับ"
"บอกเขาไปว่าไม่ต้อง ฉันจะไปเอง เพ่ยเพ่ยเรียกทนายมาให้ฉันที เรียกช่างแต่งหน้าและช่างแต่งตัวมาด้วยนะ"
แม้เพ่ยเพ่ยจะไม่เข้าใจในสิ่งที่คุณหนูของตนทำ แต่หญิงสาวรีบลุกขึ้นทำตามคำสั่งนั้นในทันที
"คุณทนาย เชิญด้านนี้ค่ะ อีกสักครู่คุณหนูจะลงมาค่ะ"
บุรุษผมขาวโพลนค่อย ๆ เดินตามเพ่ยเพ่ยมายังห้องรับแขกก่อนจะหันไปมองรอบ ๆ
"ตั้งแต่ที่คุณนายและคุณท่านจากไป ทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยนะ"
"ใช่แล้วค่ะ คุณหนูยังคงเก็บรักษาทุกอย่างไว้ให้เหมือนเดิมเหมือนดั่งคุณนายและคุณท่านยังอยู่ค่ะ"
หญิงสาวในชุดสีแดงเพลิงค่อย ๆ เดินลงมาจากชั้นบน บุรุษชราถึงกับตกตะลึงในความงามของหญิงสาว เขาลุกขึ้นยืนต้อนรับโดยไม่รู้ตัว หญิงสาวยิ้มให้กับทหายชราก่อนที่ทั้งสองจะเจรจาเรื่องพินัยกรรมของหญิงสาว
"คุณหนูแน่ใจแล้วหรือที่จะทำแบบนี้"
"ลุงทนายก็น่าจะทราบดีมิใช่หรือคะ ผู้คนที่เข้ามาในชีวิตของอันอันล้วนแล้วแต่หวังผลประโยชน์จากอันอันทั้งนั้น สิ่งที่อันอันจะทำต่อไปนี้อันอันคิดดีแล้วค่ะ"
"เช่นนั้นคุณหนูเซ็นตรงนี้ได้เลยครับ"
แม้ชายชราจะไม่เข้าใจในความคิดของหญิงสาว แต่เขาก็นับถือการตัดสินใจที่เด็ดขาดนั้น
โคมไฟระย้าส่องเปล่งกระกายแสงที่สะท้อนออกจากตัวมันอย่างสวยงามมิแพ้สตรีและบุรุษที่ควงกันเข้างานมา เวทีถูกแต่งอย่างสวยงามเพื่อฉลองวันคล้ายวันเกิดบุคคลสำคัญ ผู้คนต่างทยอยกันเข้ามาในงาน ไม่นานทุกคนต่างหันไปมองทางยังเดียวกันเมื่อเจ้าของงานได้เดินเข้ามาอย่างสง่างาม
"นั่นไง คุณชายหยวนจื่อ"
"วันนี้คุณชายดูหล่อเป็นพิเศษ"
"ใช่ ๆ เห็นว่าจะมีเรื่องพิเศษในวันนี้ด้วยนะ"
"จริงเหรอ ๆ เรื่องอะไรกัน"
"ฉันเองก็ไม่รู้ คงต้องรอดูต่อไป"
เสียงผู้คนที่มาร่วมงานต่างกระซิบกระซาบกัน เพราะเมื่อพวกเขาย่างเท้าเข้ามาพวกเขารู้สึกได้ถึงความพิเศษในครั้งนี้ที่มีมากกว่าการจัดงานวันเกิดในทุก ๆ ครั้ง ชายหนุ่มอมยิ้มเบา ๆ แม้จะได้ยินสิ่งที่ทุกคนซุบซิบกัน แต่เขาก็มิได้ว่าอะไร เขาเดินตรงไปหามารดาและบิดาที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"คุณพ่อ คุณแม่มานานแล้วหรือครับ"
"มาก่อนแกไม่นานนักหรอก"
ชายมากอายุที่อายุมิได้ทำให้หน้าตาความหล่อเหลาของเขาลดลงไปแม้แต่น้อย ผู้คนต่างกล่าวขานกันว่าคุณชายหยวนจื่อนั้นถอดแบบความหล่อเหลามาจากบิดามาอย่างแน่นอน เพราะเมื่อทั้งสองยืนอยู่ด้วยกันนั่น แทบจะแยกไม่ออกว่าคนไหนหล่อกว่ากัน
"แล้วนี่หนูอันอันไม่มาพร้อมแกหรือ"
สตรีสูงวัยเอ่ยถามขึ้น
"เห็นอันอันบอกว่าจะมาเองครับแม่ แต่เธอได้ให้เสิ่นหนิงมากับผมก่อนครับ"
สตรีมากด้วยอายุมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังนิดหนึ่งก่อนจะหันไปมองทางอื่น แม้อายุก็นางจะมากแล้วแต่เรื่องการมองคนนั้นใช่ว่านางจะดูไม่ออก
"เรื่องบางเรื่องอย่าให้ต้องถึงมือแม่นะอาจื่อ ลูกก็รู้ว่าแม่เป็นคนยังไง"
ชายหนุ่มมองมารดาของตนก่อนจะแสร้งยิ้มประจบมารดา
"คุณแม่คิดมากอีกแล้ว ผมกันอันอันยังรักกันดีไม่มีอะไรมาแทรกระหว่างเราได้อย่างแน่นอน คุณแม่ไม่ต้องห่วง ผมรับรองได้ว่าคุณแม่จะได้สะใภ้ที่ชื่อจิ่งอันเข้ามาในตระกูลอย่างแน่นอน"
สตรีมากอายุค้อนบุตรชายอย่างเสียไม่ได้ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าบุตรชายของเธอเป็นคนเช่นใด นับว่าโชคดีแค่ไหนที่บุตรชายเธอบังเอิญเจอและรักกับหญิงสาวที่งดงามทั้งภายในและภายนอกอย่างจิ่งอัน และที่สำคัญที่สุดคือจิ่งอันเองก็มีฐานะที่ไม่ด้อยไปกว่าตระกูลหยวน หากทั้งสองได้แต่งงานกันย่อมเกื้อหนุนกันและขยายความยิ่งใหญ่จนไม่อาจคาดคิดได้
"ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม หากมีการเปลี่ยนแปลง ผู้รับมรดกก็จะถูกเปลี่ยนด้วยเช่นกัน"
บิดาของหยวนจื่อเอ่ยขึ้นโดยมิมองหน้าบุตรชายของตน เขาเองก็รู้ดีไม่ต่างจากภรรยาว่าบุตรชายนั้นเป็นคนเช่นใด โดยส่วนตัวแล้วเขานั้นเป็นเพื่อนกับบิดาจิ่งอันอยู่ก่อนแล้ว แม้ตัวเขาจะไม่คิดเกี่ยวดองกันแต่เมื่อฟ้าได้กำหนดเรื่องนี้ไว้แล้วเขาจึงไม่อยากขัดเรื่องที่ทั้งสองรักกัน ทั้งเขาและบิดาของจิ่งอันจึงได้ทำพินัยกรรมไว้เพื่อลูกที่รักของพวกเขาเอาไว้แล้ว 'การเดิมพันครั้งนี้ของเราจะทำให้ลูกของเราเดินไปด้วยกันจนตลอดรอดฝั่งได้หรือไม่นะ'
"ไม่มีวันนั้นอย่างแน่นอนครับ"
ชายหนุ่มยิ้มอย่างเอาใจ แน่นอนเรื่องที่เกิดขึ้นเขามั่นใจว่าไมมีใครรู้และเห็นนอกจากเขาและเธอคนนั้นเท่านั้น ในเมื่อเธอนั้นเป็นเพื่อนรักของอันอัน เธอย่อมไม่มีทางให้อันอันรู้เรื่องอย่างแน่นอน 'แค่นี้เราก็เป็นต่อแล้ว' ชายหนุ่มคิดอย่างผู้มีชัย