พลอยชมพูนิ่วหน้าคิ้วเรียวสวยย่นเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อเห็นภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงาบานใหญ่ เธอรู้สึกไม่ค่อยมั่นใจนักกับชุดที่สวมใส่เพราะมันดูหวือหวาเหลือเกินในความรู้สึกเธอ
“พลอยขอเปลี่ยนชุดดีกว่านะนิต้า ชุดนี้มัน...”
“มั่นใจหน่อยสิพลอย นิต้าว่าพลอยใส่ชุดนี้แล้วดูดีมีเสน่ห์จะตายไป เชื่อนิต้านะ”
“แต่ว่า...”
“ไม่เอาล่ะ นิต้าพาพลอยมาที่นี่เพราะอยากให้พลอยรู้จักเติมสีสันให้ชีวิตบ้างไม่ใช่จืดชืดอย่างที่เคยเป็น เห็นไหมเพราะพลอยมัวแต่ทำตัวเป็นยายชีอยู่อย่างนั้นไงถึงได้ถูกยัยผู้หญิงหน้าด้านนั่นย่องมางาบคุณยศวินตัดหน้าไปแบบนี้”
พลอยชมพูหน้าเสียเมื่อได้ฟังวาจาเสียดแทงหัวใจ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีอะไรที่ทำให้เธอเจ็บปวดรวดร้าวได้มากเท่าการถูกชิงคนรักที่คบหากันมานานกว่าสี่ปีไปโดยที่เธอไม่อาจทำอะไรได้เลย ทั้งที่ตลอดเวลายศวินไม่เคยมีทีท่าว่าจะเป็นผู้ชายมากรัก แต่จู่ๆ ก็มีผู้หญิงที่ไหนไม่รู้มาประกาศตัวว่ากำลังตั้งท้องลูกของเขา
เหตุการณ์นี้มันหนักหนาเกินกว่าเธอจะรับได้ แม้ยศวินจะพยายามร้องขอให้เธอเชื่อใจและให้โอกาสเขาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง แต่ความเสียใจก็ทำให้เธอปิดโอกาสนั้น เพราะหากไม่ใช่ความจริงผู้หญิงที่ไหนจะกล้ามาสมอ้างซ้ำวันเกิดเรื่องยศวินเองก็มีสีหน้าท่าทางตกใจและไม่มีทีท่าจะปฏิเสธว่าไม่เคยรู้จักมักจี่ผู้หญิงคนนั้น
เวลาล่วงเลยมาจนบัดนี้ยศวินก็ยังไม่อาจพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองได้นั่นจึงทำให้เธอมั่นใจว่าเรื่องที่เขานอกใจเธอแอบไปมีสัมพันธ์ลับกับผู้หญิงคนนั้นจนตั้งท้องเป็นเรื่องจริง
“พลอย...นิต้าขอโทษ นิต้าไม่ได้ตั้งใจตอกย้ำให้พลอยเสียใจนะ นิต้าแค่...”
“ช่างเถอะนิต้า พลอยไม่ได้เป็นอะไร ที่นิต้าพูดมามันก็ถูก พลอยควรแต่งเติมชีวิตให้มีสีสันบ้าง ดีกว่าทำตัวเป็นยายชีอย่างที่ผ่านมา” พลอยชมพูบอกยิ้มๆ
ปณิตามองหน้าเพื่อนรักที่ยังคงแฝงไปด้วยความโศกเศร้าแล้วถอนหายใจพลางยื่นมือมาแตะไหล่บอบบางบีบเบาๆอย่างให้กำลังใจแล้วหมุนร่างอ้อนแอ้นให้หันกลับไปดูตัวเองในกระจกอีกครั้ง
“มองดูตัวเองตอนนี้ให้ดีนะพลอย จดจำภาพนี้ไว้แล้วบอกตัวเองว่าจากนี้ไปจะไม่มีพลอยชมพูคนเดิมอีกแล้ว”
พลอยชมพูสูดลมหายใจเข้าลึกๆ จ้องมองภาพสะท้อนของตัวเองแล้วบอกกับตัวเองในใจว่าเธอจะโยนอดีตทิ้งไปซะ โชคดีเท่าไรแล้วที่ความแตกก่อนที่เธอและยศวินจะผูกสัมพันธ์กันมากไปกว่านี้ เพราะหากเรื่องแดงหลังจากเธอแต่งงานกับผู้ชายมักมากคนนั้นไปแล้วเธอคงทุกข์ตรมขมขื่นกว่านี้หลายเท่านัก
“ขอบคุณนะนิต้า ขอบคุณที่อยู่เคียงข้างพลอย”
“ก็เราเพื่อนกันนี่ เพื่อนไม่ดูแลเพื่อนแล้วใครจะดูแลล่ะจริงไหม”
พลอยชมพูพยักหน้าแล้วคลี่ยิ้มกว้าง ดวงหน้างามดูสดใสขึ้นมาบ้างยามเจ้าของดึงตัวเองออกมาจากความทุกข์โศกที่ยังคงอัดแน่นอยู่ในอก
ปณิตายิ้มตอบ สองสาวมองสบตากันยามยิ้มให้กันผ่านกระจกเงาบานใหญ่
“เราลงไปสนุกกับปาร์ตี้ข้างล่างเถอะ ความสุขรอเราอยู่” ปณิตาชวนก่อนเลื่อนมือที่โอบกอดพลอยชมพูไว้ลงมาจับมือพากันเดินออกจากห้องพักไป
พลอยชมพูไม่อิดออดอีกต่อไปแม้จะไม่คุ้นชินกับชุดที่สวมใส่แต่ก็พยายามดึงความมั่นใจในตัวเองออกมา
ภาพสองสาวรูปร่างสูงโปร่งในชุดเดรสสั้นสีขาวโชว์ต้นขาและปลีน่องเรียวยาวดึงดูดสายตาทุกคู่ในงานปาร์ตี้ที่จัดริมสระว่ายน้ำ
คนหนึ่งสวยสะดุดตากับตัวเสื้อเกาะอกโชว์ไหล่ลาดและแขนเรียวสวย คนหนึ่งแม้ตัวเสื้อจะไม่หวือหวาเท่าแต่เรียวแขนที่โผล่พ้นตัวเสื้อแขนกุดก็สะดุดตาไม่แพ้กัน เพราะดวงหน้าสวยหวานที่ล้อมกรอบด้วยเส้นผมยาวสลวยช่วงปลายหยักศกม้วนตัวเป็นพวงแผ่สยายเต็มแผ่นหลังชูให้เจ้าตัวดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหล ซ้ำดวงตากวางคู่สวยของเธอก็ยิ่งชวนให้ใจละลายยามสบจ้อง
“เห็นไหมใครๆก็ชื่นชมพลอยกันทั้งนั้น” ปณิตายื่นหน้าเข้าไปกระซิบ
พลอยชมพูกวาดสายตามองไปโดยรอบแล้วก็รู้สึกขวยเขินเมื่อเห็นสายตาของชายหนุ่มมากหน้าในงานปาร์ตี้จ้องมองมา หญิงสาวพยายามไม่สนใจแต่ก็อดหน้าร้อนผ่าวไม่ได้เพราะไม่เคยถูกแทะโลมด้วยสายตาเช่นนี้
“พลอยว่าเขามองนิต้ามากกว่านะ นิต้าออกจากสวยเฉี่ยวขนาดนี้มีใครบ้างจะไม่หลงเสน่ห์”
ปณิตาไหวไหล่ก่อนพาพลอยชมพูเดินผ่านหน้าผู้ชายที่เข้ามาทักทายหลายต่อหลายคนไปอย่างไม่สนใจ พลอยชมพูเสียอีกที่รู้สึกหวาดหวั่นลึกๆ กลัวว่าท่าทีเชิดๆ นี้จะไปยั่วโมโหผู้ชายเหล่านั้น
“นิต้า ไปเมินใส่เขาแบบนั้นมันจะดีเหรอ”
“อย่าสนใจพวกนั้นเลยน่าพลอย มาปาร์ตี้แบบนี้เราต้องไว้ตัว ถ้าไปคุยดีด้วยพวกนั้นจะหาว่าเราอ่อย ทีนี้ล่ะสลัดไม่หลุดแน่ๆ เพราะพวกนี้จะตื๊อจนถึงที่สุดเลยล่ะ”
“แล้วที่ทำเชิดๆนี่จะไม่กลายไปยั่วยุให้เขาโมโหแล้วมาระรานเราเหรอนิต้า”
“ไม่เอาน่าพลอย ดูสิ มีใครตามมาตอแยเราไหมล่ะ พอเราไม่เล่นด้วยพวกนั้นก็ไปหาที่หมายใหม่แล้วล่ะ”
พลอยชมพูกวาดสายตามองไปก็เห็นจริงตามคำเพื่อนรักว่าจึงเบาใจขึ้น หญิงสาวหันมายิ้มน้อยๆ ใจนึกไม่ค่อยสนุกนักกับปาร์ตี้แบบนี้ เพราะนอกจากท่วงทำนองเพลงแนวร็อคซึ่งไม่คุ้นเคยแล้วเสียงเพลงยังดังจนแก้วหูแทบระเบิดอีกต่างหาก
“พลอยรออยู่ตรงนี้นะ นิต้าไปเอาเครื่องดื่มมาให้”
พลอยชมพูพยักหน้ารับรู้ แม้ใจจะอยากตามติดปณิตาไปด้วยแต่ก็กลัวถูกเพื่อนว่าทำตัวเป็นลูกแหง่ติดแม่ อีกอย่างพอปณิตาพูดจบก็สาวเท้าจากไปทันทีทิ้งให้เธอยืนเก้อเขินด้วยไม่รู้จะวางตัวอย่างไรในปาร์ตี้แบบนี้
ก่อนมาเธอก็พอรู้มาบ้างว่าปาร์ตี้ฉลองการเปิดตัวโรงแรมของที่นี่จำลองมาจากปาร์ตี้ฟูลมูนที่เกาะพงันเพียงแต่จัดขึ้นริมสระว่ายน้ำแทนชายหาด
ตอนนั้นเธอคิดว่าได้ลองทำอะไรในแบบที่ไม่เคยทำก็ดีเหมือนกัน จึงตัดสินใจมาตามคำชวนของปณิตาและโกหกผู้เป็นย่าตามคำแนะนำของเพื่อนรักด้วยไม่อยากให้ท่านต้องกังวลและที่สำคัญคือ หากท่านรู้ความจริง อย่าหวังว่าเธอจะมีโอกาสมา
แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกว่าไม่น่ามายืนอยู่ในปาร์ตี้แห่งนี้เลย เพราะนอกจากจะไม่สนุกในความรู้สึกเธอแล้ว เธอยังรู้สึกว่ามันไม่ค่อยปลอดภัยนักสำหรับผู้หญิงที่มากันเพียงลำพังอย่างเธอและปณิตา
แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อมาแล้วจะเปลี่ยนใจกลับขึ้นห้องก็คงยากเพราะปณิตาดูท่าทางจะชื่นชอบงานปาร์ตี้แบบนี้
“ทำไมยืนทำหน้าแบบนั้นล่ะพลอย ไม่สนุกเหรอ”
พลอยชมพูหันไปตามเสียงทักถาม หญิงสาวทำหน้าปุเลี่ยนพลางกวาดสายตามองไปรอบด้านด้วยความรู้สึกยากเกินบรรยาย
บรรยากาศก็ครึกครื้นดีอยู่หรอกแต่นั่นคงสำหรับผู้ชื่นชอบแสงสีเสียง แต่คนที่นิยมความสงบร่มรื่นและความเป็นส่วนเธอเช่นเธอคงยากจะทำใจให้คึกคักตามไปด้วย
“ทำหน้าแบบนี้แสดงว่าไม่ชอบ ถ้าอย่างนั้นเรากลับขึ้นห้องกันก็ได้นะ” ปณิตาบอกอย่างเห็นใจ
พลอยชมพูชำเลืองมองหน้าเพื่อนรักมองตาก็รู้ว่าเสียดาย
“ไม่เป็นไรหรอกนิต้า มันก็ครึกครื้นดี แค่พลอยยังไม่ชินเท่านั้นเอง” พลอยชมพูตอบกลับอย่างถนอมน้ำใจเพื่อนด้วยไม่อยากเป็นต้นเหตุทำให้เพื่อนหมดสนุก ปณิตาอุตส่าห์พาเธอมาเปลี่ยนบรรยากาศพยายามดึงเธอออกมาจากความโศกเศร้าเธอจะมาทำเรื่องมากไม่ได้
“ไม่เป็นไรแน่นะ ถ้าไม่ชอบก็อย่าฝืน”
“ไม่เป็นไรน่า” พลอยชมพูรีบยืนยัน ปณิตาจึงไม่เซ้าซี้ต่อแต่หันมาชวนให้พลอยชมพูทดลองดื่มเครื่องดื่มที่เธอนำมาให้
“ถ้าอย่างนั้นลองดื่มนี่หน่อยละกัน เชื่อนิต้ามันจะช่วยให้พลอยสดชื่นขึ้น”
“อะไรเหรอ” พลอยชมพูนิ่วหน้าถามพลางยื่นมือไปรับแก้วทรงสูงที่มีน้ำสีฟ้าสดใสปากแก้วประดับด้วยส้มฝานชิ้นบางๆ ดูสวยงามน่าดื่มชิม
“บลูฮาวาย มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นิดหน่อย เหมาะกับสาวๆ ที่ไม่ค่อยดื่มแอลกอฮอล์อย่างพลอย”
พลอยชมพูลังเลด้วยไม่มั่นใจว่าที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์นิดหน่อยนั้นมากน้อยแค่ไหนเพราะตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยลิ้มรสเครื่องดื่มมึนเมาเลยแม้สักครั้ง เธอจึงไม่กล้ายกขึ้นดื่มตามคำชวนของเพื่อนรัก
“ไม่เมาหรอกน่า นิต้ารู้ว่าพลอยไม่เคยแตะแอลกอฮอล์ นิต้าเลยเลือกบลูฮาวายมาให้ นี่นิต้าย้ำกับคนทำเลยนะว่าใส่ให้น้อยที่สุด ลองดูสิ”
พลอยชมพูหลุบตาลงมองน้ำสีฟ้าใสในแก้วอย่างลังเลแล้วช้อนสายตาขึ้นมองปณิตาอีกครั้งเห็นคนชวนส่งสายตาคะยั้นคะยอให้ลิ้มลอง คนไม่เคยก็เลยไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร
‘ครั้งนี้ครั้งเดียวคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง’
หญิงสาวคิดแล้วก็ตัดสินใจยกแก้วทรงสูงขึ้นจิบเพียงปลายลิ้นสัมผัสกับรสหวานล้ำแปลกประหลาดของน้ำสีฟ้าในแก้วนั้น ดวงตากวางคู่สวยก็เปล่งประกายแวววาว
“รสชาติดีจัง” เสียงหวานกังวานใสบ่งบอกความรู้สึกดีหลังจากลิ้มลองรสชาติ
ปณิตายิ้มกว้างพลางคะยั้นคะยอคนเพิ่งหัดให้ลองต่อ
“ลองอีกสิ ถ้าติดใจเดี๋ยวนิต้าให้คนเอามาเสิร์ฟเพิ่มได้”
พลอยชมพูพยักหน้ารับ แล้วยกแก้วขึ้นลิ้มรสบลูฮาวายอีกครั้งในปริมาณที่มากขึ้น ยิ่งลิ้มรสก็ยิ่งติดใจเพราะนอกจากจะช่วยให้รู้สึกสดชื่นตามที่ปณิตาอวดอ้างแล้วยังทำให้เธอรู้สึกเริ่มครื้นเครงกับบรรยากาศในงานปาร์ตี้มากขึ้น
ปณิตามองดูพลอยชมพูที่กระดกแก้วทรงสูงขึ้นลิ้มรสบลูฮาวายแก้วแล้วแก้วเล่า ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดี ดวงตาสวยเฉี่ยวกวาดมองดูบรรยากาศโดยรอบไปพลางโยกกายเบาๆตามท่วงทำนองเพลงแสนสนุกเร้าใจ พอดึงสายตากลับมาอีกทีก็เห็นพลอยชมพูเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองกับท่วงทำนองเพลงคึกคัก จึงขยับเข้าไปใกล้แล้วกระซิบชิดริมใบหู
“นิต้าไปเอาเครื่องดื่มมาเพิ่มให้นะ”
พลอยชมพูหันไปพยักหน้ารับรู้แล้วหันกลับมาสนใจกับเสียงเพลงรึงเร้าใจต่อ มือก็กระดกแก้วบลูฮาวายสีฟ้าใสขึ้นดื่มไม่รู้เบื่อ เวลาดื่มไปแล้วมันช่วยให้เธอรู้สึกสดชื่นและเริ่มสนุกกับเสียงเพลงก็จริงแต่ไม่รู้ทำไมเธอถึงรู้สึกในกายมันเริ่มร้อนแปลกๆ ยิ่งดื่มก็ยิ่งร้อน จากร้อนผะผ่าวค่อยๆโหมทวีขึ้นเป็นร้อนระอุแต่พอเธอขยับกายโยกย้ายตามท่วงทำนองเพลงความร้อนลุ่มนั้นกลับค่อยๆผ่อนตัวลง
แม้จะรู้ตัวว่ามีอาการแปลกประหลาดเกิดขึ้นกับตัวเอง แต่พลอยชมพูก็ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ ความรู้สึกที่ก่อเกิดทำให้เธอเคลิบเคลิ้มและเพลิดเพลินไปกับเสียงเพลง มันช่างสนุกและแสนสุขอย่างที่เธอไม่เคยเป็นมาก่อน
เมื่อเป็นเช่นนั้นคนคุมตัวเองไม่ได้จึงปล่อยตัวปล่อยใจให้เพลิดเพลินไปกับความสนุกที่เพิ่งพานพบ ความทุกข์โศกในใจดูจะลบเลือนลงไปในตอนนั้นเอง
ปณิตายกยิ้มมุมปากก่อนหันไปสั่งเครื่องดื่ม เพียงเสียงหวานเอื้อนเอ่ยคำสั่งสุดท้ายก็ได้รับการทักทายจากผู้มาใหม่ที่เข้ามายืนเคียงข้าง
“คืนนี้คุณพลอยดูสนุกกับปาร์ตี้ดีนะครับ ไม่ค่อยเหมือนคนเพิ่งผ่านการอกหักมาเลย”
ปณิตาปรายตามองคนทักแล้วยกยิ้มมุมปากน้อยๆ แล้วหมุนกายหันมาเผชิญหน้า ดวงตาฉายประกายบางอย่างยามชำเลืองมองพลอยชมพูที่กำลังเพลิดเพลินกับเสียงเพลงก่อนตอบกลับไป
“นิต้าก็ว่าอย่างนั้นแหละค่ะ แต่เห็นพลอยสนุกแบบนี้นิต้าก็ดีใจนะคะ แล้วก็จะดีใจมากถ้าพลอยจะลืมผู้ชายที่ทำร้ายจิตใจเขาได้เสียที”
“คุณนิต้านี่เป็นเพื่อนที่แสนดีจังเลยนะครับ ดูคุณรักและห่วงใยคุณพลอยเอามากๆ”
“เราเป็นเพื่อนกันมานานค่ะ เพื่อนย่อมอยากเห็นเพื่อนมีความสุข แล้วถ้าพลอยเค้ามีผู้ชายดีๆสักคนมาคอยดูแล นิต้าก็ยิ่งยินดีกับเขาค่ะ”
“แล้วผมดีพอที่จะเป็นคนดูแลเพื่อนคุณได้ไหมครับ”
ปณิตาเหยียดยิ้มก่อนชำเลืองมองไปยังพลอยชมพูอีกรอบ ยามนี้เริ่มมีผู้คนมาร่วมวงวาดลีลาท้าเสียงเพลงใกล้ๆ เพื่อนของเธอบ้างแล้ว หญิงสาวมองภาพนั้นด้วยสายตาที่ยากคาดเดาแล้วดึงสายตากลับมามองคนตรงหน้าก่อนเอ่ยยิ้มๆ
“ไปถามพลอยเองสิคะ เพราะตอนนี้ดูเหมือนผู้ชายทั้งงานอยากเสนอตัวเทคแคร์พลอยด้วยกันทั้งนั้น”
พอพูดจบปณิตาก็หันไปคว้าแก้วเครื่องดื่มที่สั่งไว้แล้วเดินกลับไปหาพลอยชมพูที่กำลังวาดลวดลายตามท่วงทำนองเพลงอย่างเมามัน
คนคิดอยากเสนอตัวดูแลจ้องมองเรือนร่างในท่าเต้นเย้ายวนนั้นด้วยสายตามาดหมายแล้วเดินตามร่างสูงโปร่งของปณิตาไปอย่างอารมณ์ดี
*************************************
ภาพสาวสวยในชุดเดรสสั้นสีขาวกำลังวาดลวดลายยักย้ายส่ายสะโพกริมสระว่ายน้ำช่างดึงดูดสายตานัก จากที่เต้นอย่างสนุกสนานเพียงลำพังเริ่มมีคนอื่นมาร่วมวงจากหนึ่งเป็นสอง จากสองเป็นสาม และกลายเป็นกลุ่มใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ
ภาพนั้นกระตุ้นความรู้สึกของเจ้าของสายตาคมซึ่งจับจ้องมองเจ้าหล่อนตั้งแต่ก้าวแรกที่ย่างเข้ามาในบริเวณปาร์ตี้ ดวงตาคมกริบฉายแววไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าแม่สาวทรงเสน่ห์กำลังขึ้นไปยักย้ายส่ายสะโพกบนโต๊ะตามแรงเชียร์ของเหล่าขาแดนซ์ เจ้าของดวงหน้าหล่อเหลาราวเทพบุตรขบกรามก่อนกระแทกแก้วบรั่นดีลงบนโต๊ะแล้วลุกพรวดเดินตรงไปยังเป้าหมายทันทีทิ้งให้เพื่อนร่วมวงได้แต่มองตามอย่างงงงันก่อนหันไปสนใจคู่สนทนาของตัวเองต่อ
อีกด้านเจนภพซึ่งเดินตามปณิตามาก็หยุดยืนมองพลอยชมพูที่ปีนขึ้นไปวาดลวดลายบนโต๊ะด้วยสายตาหมายมาด ลีลาเต้นยังยั่วยวนขนาดนี้ ลีลาบนเตียงจะยั่วอารมณ์ขนาดไหน เขาอยากรู้นัก
“เต้นให้สนุกนะคุณหนูพลอย อีกเดี๋ยวคุณจะมีอะไรให้ตื่นเต้นเร้าใจมากกว่านี้ หึๆ” เจนภพยกยิ้มยามวาดหวังไปถึงช่วงนาทีที่จะได้เล้าโลมหญิงสาวที่ตนหมายปองมานานปีแต่เธอไม่เคยแม้จะชายตามอง
ด้านล่างมีปณิตาพยายามร้องเรียกและฉุดดึงให้คนกำลังเมามันหยุดเต้นแล้วลงมาจากโต๊ะ
เจนภพยืนดูอยู่ชั่วอึดใจก็เดินแหวกฝูงชนเข้าไปเสนอตัวช่วยปณิตาพาพลอยชมพูลงมาด้วยหวังดึงเอาตัวเธอออกมาจากตรงนั้นแล้วพากลับไปเชยชมตามวาดหวัง แต่พลอยชมพูที่กำลังเมามันไม่ยอมลงมาง่ายๆ พอยื้อยุดกันไปมาจู่ๆ พลอยชมพูก็เสียหลักเซจนตกลงสระว่ายน้ำไป
ตูม!!
เสียงนั้นดังขึ้นตามด้วยเสียงหวีดร้องตกใจของเหล่าขาแดนซ์ แต่สักพักก็มีเสียงเฮลั่นดังตามมาเมื่อพลอยชมพูโผล่ขึ้นมาเหนือผิวน้ำแล้วเหยียดกายยืนชูแขนโชว์ทรวดทรงภายใต้เดรสสั้นสีขาวที่ยามนี้แนบเนื้อบางเบาจนเห็นสัดส่วนยวนตา และยิ่งเรียกเสียงโห่ร้องครึกครื้นมากขึ้นเมื่อเธอเยื้องย่างพาเรือนกายอ้อนแอ้นตรงมายังบันไดตรงขอบสระด้วยท่วงท่าสุดเซ็กซี่
เจนภพยกยิ้มอย่างพึงพอใจ ชายหนุ่มรีบขยับกายหมายเข้าไปช่วยดึงหญิงสาวขึ้นจากสระว่ายน้ำ จากนั้นจะได้พาไปไหนต่อไหนตามใจต้องการ แต่ก่อนที่จะทันได้ถึงตัวเธอ จู่ๆก็มีร่างสูงใหญ่ของใครคนหนึ่งตัดหน้ายื่นมือไปดึงเธอขึ้นมาเสียก่อนพร้อมตวัดผ้าเช็ดตัวสีขาวสะอาดตาห่มพันปิดกั้นเรือนร่างเย้ายวนจากสายตาผู้คน
พลอยชมพูหรี่ตามองคนตรงหน้าเพราะกลิ่นน้ำหอมของบุรุษเพศจากเรือนกายแกร่งที่โชยมากระทบปลายจมูกนั้นช่างหอมหวลยวนใจเหลือเกิน หญิงสาวพยายามเพ่งมอง เธออยากเห็นหน้าเจ้าของกลิ่นน้ำหอมนี้ให้เต็มตาแต่ก็ดูพร่าเลือนไปหมด
เมื่อมองไม่ชัดก็คงต้องมองให้ใกล้กว่านี้ ไวเท่าความคิดหญิงสาวยกมือเรียวข้างหนึ่งคว้าหมับเข้าที่ต้นคอ อีกข้างหนึ่งประกบลงตรงแก้มสากประคองใบหน้าคมพร้อมกับออกแรงดึงรั้งใบหน้านั้นให้ต่ำลงมาส่วนตัวเองก็ส่งปลายเท้าเขย่งขึ้นหมายจะมองให้เห็นเต็มตา
ไม่รู้ว่าเธอเอาความใจกล้านี้มาจากไหน ถึงได้นัวเนียผู้ชายแบบถึงเนื้อถึงตัวแบบนี้
ฝ่ายคนถูกจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวถึงกับหายใจติดขัดเมื่อปลายจมูกของเขาและเธอแทบชนกัน ดวงตาคู่คมจ้องมองคนหน้าหวานสะดุดตา เมื่อเห็นเธอยิ้มหัวเราะอย่างอารมณ์ดีเกินกว่าเหตุก็นิ่วหน้า เพราะดูจากเครื่องดื่มที่เธอดื่มไม่น่าจะทำให้เมามายจนออกอาการแบบนี้ ถ้าไม่ใช่เพราะในเครื่องดื่มนั่นผสมอะไรบางอย่างลงไป แต่ก่อนที่เขาจะทันได้คิดทำอะไรก็มีเสียงตวาดเข้มดังแทรกมา
“ปล่อยมือจากแฟนฉันเดี๋ยวนี้นะ”
คำประกาศก้องแสดงความเป็นเจ้าของดุดันจนผู้คนที่มุงรอบกายผงะถอยห่างกันเป็นทิวแถว แต่คนถูกตวาดกลับไม่สะทกสะท้าน
เจ้าของร่างสูงใหญ่เพียงแค่ยกยิ้มมุมปากยามปรายตามองไปยังคนที่ก้าวเข้ามาอย่างเบ่งอำนาจพร้อมตรงเข้ามาคว้าแขนของพลอยชมพูหมายฉุดดึงให้ออกมาจากผู้ชายร่างใหญ่ท่าทางไร้ซึ่งความเกรงกลัวใครนั่น แต่ก่อนที่ใครจะทันได้ทำอะไร พลอยชมพูก็แหวใส่คนอุกอาจมาคว้าแขนตนทันที
“ปล่อย!! อย่ามายุ่ง! นี่มันเรื่องของฉัน”
ถ้อยคำที่ผิดแผกไปจากพลอยชมพูยามปกติทำให้เจนภพถึงกับหน้าตึงขณะที่ปณิตาแอบชำเลืองมองเจนภพอย่างยิ้มเยาะ แล้วยืนมองเหตุการณ์เงียบๆ
“พลอย!! นี่คุณเมามากแล้วนะ มากับผม”
“ไม่! ฉันจะไปกับเขา อย่ามายุ่ง” พลอยชมพูตวาดกลับด้วยประโยคที่ทำให้คนถูกกอดแขนแน่นต้องก้มลงมองด้วยความฉงนแต่ก็นึกสะใจที่เห็นหน้าโกรธเกรี้ยวของผู้ชายที่แอบอ้างว่าเป็นแฟนเธอ
“ได้ยินชัดแล้วใช่ไหมครับ ผมขอตัวก่อนล่ะ เราไปกันเถอะฮันนี่” จบคำชวนเจ้าของร่างสูงใหญ่ก็คว้าเอวคอดของคนที่เกาะกอดแขนอิงแอบอกบดเบียดให้ก้าวเดิน
ปณิตามองตามอย่างตกตะลึงเพราะแทนที่พลอยชมพูจะปฏิเสธ เพื่อนของเธอกลับเดินตามผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นไปอย่างเต็มอกเต็มใจ
หญิงสาวขยับจะเข้าไปขัดขวางแต่ก็ไม่อาจฝ่าฝูงชนที่ขยับเข้ามาขวางกั้นเจนภพซึ่งตั้งท่าจะตามไปได้ ปณิตาจึงได้แต่มองตามแผ่นหลังของพลอยชมพูที่หายลับไป
*******************************************
“ห้องคุณอยู่ไหนครับฮันนี่” เสียงทุ้มกังวานถามขึ้นหลังจากเจ้าตัวพาเจ้าของเรือนร่างระหงออกมาพ้นจากบริเวณงานปาร์ตี้
คิ้วเข้มขมวดมุ่นลมหายใจสะดุดเป็นช่วงๆ เมื่อคนในวงแขนแกร่งแหงนเงยใบหน้าขึ้นมาแล้วช้อนสายตามองด้วยสายตาหวานหยด แม้จะรู้ว่าอาการนี้เป็นผลพวงมาจากฤทธิ์ของสารอะไรสักอย่างที่ผสมลงไปใน บลูฮาวายที่เธอดื่มแต่ความเย้ายวนนั้นก็กระตุ้นให้ความเป็นชายตื่นตัวจนแทบเก็บข่มลงไปไม่ได้
ผ่านผู้หญิงมาก็มาก แต่กับคนที่เขาลากออกมาจากงานปาร์ตี้นั่นกลับให้ความรู้สึกบางอย่าง ลึกๆก็รู้สึกอยากครอบครองแต่ความรู้สึกหนึ่งก็แย้งว่าเขาไม่ควรผลีผลามตามใจตัวเองในขณะที่เธอกำลังคุมสติตัวเองไม่ได้แบบนี้
เพราะอะไรหรือ?
เพราะดวงตาราวกวางน้อยระแวงภัยคู่นั้นหรือเปล่าที่เขาบังเอิญเห็นตอนเจ้าหล่อนเดินเข้ามาในงาน ดวงตาที่ผิดกับดวงตาที่กำลังมองเขาอย่างเชื้อเชิญในตอนนี้!
“อยู่หนายน้า...ติ๊ก...ต่อก...ฮิๆๆ”
เตชัสถอนหายใจ เขาคิดผิดไหมที่พาเธอมาโดยไม่ตามเพื่อนเธอมาด้วย แบบนี้เขาจะเอาเธอไปส่งที่ไหน แล้วไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนเธอถึงจะคืนสติกลับมาคุยกันรู้เรื่อง
“หนาย...อยู่หนาย...”
เตชัสก้มลงมองคนส่งเสียงอู้อี้คลอเคลียตรงต้นแขนแล้วตัดสินใจพากลับไปห้องของตัวเอง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าเดินวนไปวนมาอยู่แบบนี้
เพียงอึดใจคนร่างใหญ่ก็พาคนร่างสูงโปร่งแต่สัดส่วนยั่วยวนใจมาถึงจุดหมาย ไม่รอช้าเตชัสพาคนที่กำลังหัวเราะเกินกว่าเหตุตรงเข้าห้องนอนที่แยกเป็นสัดส่วนด้านในทันที จับเธอขังไว้ในห้องนี้น่าจะดีกว่าให้ไปนัวเนียอยู่ใกล้ๆเขา เพราะนั่นรังแต่จะทำให้อะไรๆมันตื่นตัวจนยากเกินควบคุม
แต่เพียงแค่เขาประคองร่างอ้อนแอ้นให้นอนลงบนเตียงนุ่มเรียวแขนงามที่ทำท่าผละจากแต่โดยดีกลับวาดขึ้นคล้องต้นคอแกร่งแล้วออกแรงโน้มดึงจนเขาเสียหลักล้มตามลงไปด้วย
เตชัสตามพร่าเมื่อปลายจมูกโด่งสัมผัสเข้ากับพวงแก้มนุ่ม ผิวของเธอช่างนวลเนียนราวผิวของเด็กทารก ซ้ำยังให้กลิ่นหอมอ่อนๆแบบที่เขาไม่เคยพานพบ คนกำลังใจเต้นโครมครามกับความรู้สึกประหลาดล้ำได้ยินเสียงหวานพึมพำอะไรสักอย่างก่อนที่เจ้าของจะเบี่ยงหน้าหันมาหาแล้วผงกศีรษะขึ้นยื่นริมฝีปากจิ้มลิ้มจูบเบาๆที่ริมฝีปากหยักร้ายของเขาอย่างที่เขาไม่ทันตั้งสติยับยั้งการกระทำของเจ้าหล่อน
เตชัสเพิ่งรู้ก็วันนี้เองว่าอาการตัวแข็งทื่อจากการถูกจู่โจมเข้าจูบก่อนมันเป็นอย่างไร จูบผู้หญิงมาก็มากมายแต่ทำไมกับผู้หญิงคนนี้เพียงแค่ริมฝีปากของเธอจรดมาแผ่วเบาเขาถึงได้รู้สึกราวถูกไฟแผดเผาไปทั้งกายและใจ ความรู้สึกที่พยายามเก็บกดไว้พุ่งพรวดขึ้นมาจนเขาไม่อยากหักห้ามใจได้อีก บางทีดวงตาใสซื่อราวกวางน้อยระวังภัยที่เขาบังเอิญเห็นนั้นอาจเป็นเพียงภาพลวงตา แท้จริงแล้วเธอก็คือนางแมวป่าที่พร้อมจู่โจมเข้าหายั่วยวนเขาให้หลงใหลดีๆนี่เอง
“ฮันนี่...” เตชัสครางเสียงแหบห้าวด้วยกำลังตกอยู่ในห้วงแห่งเสน่หา ยิ่งอยากสัมผัสโลมไล้เธอมากเท่าไรเขาก็รู้สึกราวจะขาดใจเสียให้ได้ ไม่เคยคิดเลยว่าจะปรารถนาผู้หญิงคนไหนราวต้องมนตร์สะกดมากมายเท่านี้
พลอยชมพูพยายามปรือเปลือกตาแสนหนักอึ้งขึ้น เธอรู้สึกเนื้อตัวรวดร้าวไปหมด มือน้อยค่อยๆแตะสัมผัสบางสิ่งบางอย่างซึ่งทาบทับอยู่บนเรือนร่างเธอ สิ่งนั้นช่างหนักเสียเหลือเกิน หนักเกินกว่าเธอจะผลักไสออกไปไหว และตอนนี้เธอรู้สึกคล้ายภายใต้สิ่งที่ทาบทับเรือนกายเธอนั้นมีบางสิ่งบางอย่างกำลังดุนดันเสียดสีอยู่ตรงต้นขานวลเนียน
หญิงสาวหลุดครางออกมาผะแผ่วเพราะสัมผัสตรงจุดนั้นก่อเกิดความรู้สึกบางอย่างในกายคล้ายกำลังมีฝูงผีเสื้อโบยบินอยู่ในนั้นมันวาบหวิวแปลกประหลาดจนเธอต้องแขม่วเกร็งหน้าท้อง หนักเข้าก็ต้องพ่นลมหายใจออกมาเพื่อผ่อนความรู้สึกนั้นให้คลายตัวลง
ดวงตาคู่หวานปรือขึ้นจนเริ่มมองเห็นสิ่งที่ทาบทับบนเรือนกายเธอ ภาพที่ปรากฏคล้ายจะแจ่มชัดแต่ก็สุดท้ายพร่าเลือน หญิงสาวรับรู้ในจิตใต้สำนึกว่าภาพที่เธอเห็นคือใบหน้าของบุรุษเพศ พลันใบหน้าของใครบางคนก็ฉายวาบขึ้นในห้วงคำนึง
“คุณ...”
‘ยศวิน...’ เสียงหวานขานเรียกเจ้าของใบหน้าที่ผุดพรายขึ้นมาแผ่วเบาได้เพียงคำนำหน้าแต่ว่าชื่อของเขานั้นเธอขานได้เพียงในใจ
‘พลอยรักคุณ’ ความรู้สึกโหยไห้ในส่วนลึกของหัวใจทำให้เธอกระทำบางสิ่งที่ไม่เคยแสดงต่อเขามาก่อนในชีวิต สองมือเลื่อนมาประคองใบหน้าหล่อเหลานั้นแล้วส่งริมฝีปากแบบบางราวกลีบกุหลาบประกบจูบริมฝีปากอุ่นจัดของเจ้าของดวงหน้าคมนั้น
เตชัสหูอื้อดวงตาพร่าพรายไปชั่วขณะ ความคิดจะผละออกจากเรือนร่างเย้ายวนใจเลือนหายไปทันทีที่ริมฝีปากหยักสวยถูกประกบจูบ ความรู้สึกประหลาดล้ำในกายชายตื่นตัวขึ้นจนเกินจะยับยั้ง เขาคงคลั่งจนขาดใจหากไม่สนองตอบจุมพิตแสนรัญจวนใจนั้น!