ตอน 1

ประวัติ

“ อีธาน เบอร์นเนอร์ (อังกฤษ: Ethan  Burner) เกิดเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม  ค.ศ. 1978 ที่เมืองแมนเชสเตอร์เป็นผู้ชนะการประกวดความสามารถพิเศษ จากรายการทางโทรทัศน์แข่งขันดนตรีเรียลลิตี้ เพื่อค้นหาผู้มีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลง จากกลุ่มนักร้องที่ถูกคัดเลือกด้วยการทดสอบความสามารถ อีธาน เบอร์นเนอร์      เกิดมาในครอบครัวเชื้อสายไอริชเขามีพี่น้อง 3 คน มีน้องสาวฝาแฝดหนึ่งคนชื่อเอมิลี่และน้องชายอีก 1 คน ชื่อ นาธาน 

เมื่อเขาอายุสิบห้าปีได้รับข่าวร้ายว่าบิดาได้เสียชีวิตไปในสนามรบอย่างผู้กล้าในฐานะแพทย์ทหาร ชีวิตหลังการสูญเสียผู้นำครอบครัวไม่ได้ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนลำบากเลย สวัสดิการที่ได้รับจากต้นสังกัดสามารถส่งให้บุตรและธิดาที่สืบสกุลเข้ารับราชการทหารได้โดยไม่มีข้อโต้แย้ง แต่พวกเขากลับปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดี ไม่ได้มีความสนใจที่จะรับมันไว้ เพราะการจากไปของบิดาที่เคารพรักมันช่างทิ่มแทงหัวใจ และเลวร้ายเกินกว่าจะรับได้ พวกเขาอยากลบมันออกจากใจ เจ็บปวดทุกครั้งเมื่อนึกถึง มารดาผู้มีจิตใจเด็ดเดี่ยวตัดสินใจพาครอบครอบครัวย้ายถิ่นฐานออกจากที่อยู่เดิม หลบลี้ความทุกข์ใจออกมาอยู่แถบชานเมืองห่างไกลจากชุมชน เพื่อหาความสงบสุขและบำบัดความเศร้าโศกเสียใจ อีธานในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ เฝ้าปลอบโยนผู้เป็นมารดาที่อยู่ในอาการซึมเศร้าหลังการสูญเสียบิดาไป เขากลายเป็นผู้นำในช่วงวัยกำลังคึกคะนอง เขาใช้พรสวรรค์ที่มีสร้างตัวตนขึ้นมาด้วยมือเขาเองหลังจากนั้น

ก่อนหน้าที่จะเป็นผู้ชนะการประกวด เขาเคยมีวงดนตรีโดยมีเพื่อนสมาชิกอีกสองคน พวกเขาตระเวนเล่นตามผับและงานแต่งงาน เล่นเพลงคัฟเวอร์ของนักร้องดังวงต่าง ๆ ไปจนถึงเอ็มม่า บันตัน และกว่าที่พวกเขาจะได้ค่าเหนื่อยประมาณ 50 ปอนด์       พวกเขาต้องโชว์ยาว 45 นาที ถึง 2 โชว์ด้วยกัน  ในระหว่างการแข่งขันรายการดังกล่าว อีธานได้รับการสั่งสอนและสะสมประสบการณ์จากนักปั้นศิลปินคนดัง ซึ่งต่อมาเขาคนนั้นก็ได้กลายเป็นผู้จัดการส่วนตัวโดยปริยาย อีธานเอาชนะคู่แข่งได้ ในรอบตัดสิน ด้วยคะแนนโหวตจากทางบ้านที่มากถึง 10.8 ล้านโหวต ในขณะที่จากผลสำรวจมีคนดูรายการนี้ทางช่อง ITV2 เพียง 9.2 ล้านคน แสดงว่ามีคนดูที่โหวตมากกว่าหนึ่งครั้ง

       ซิงเกิ้ลแรกของเขา ผลิตออกขายในอังกฤษและกลายเป็นเพลงอันดับ 1 ในช่วงวันหยุดคริสต์มาส  กับยอดขาย 313,000 ก๊อปปี้       ในวันแรกที่ออกวางขายกลายเป็นซิงเกิ้ลที่ขายดีที่สุดอันดับ 3    รองจากเพลงดังของเอลตัน จอห์น และของวิล ยัง ถัดจากนั้นเขาได้ออกซิงเกิ้ลที่  2 ขายในอังกฤษ และได้ไต่ขึ้นถึงอันดับ 2 ใน UK Singles Chart อัลบั้มที่ใช้ชื่อเขาเป็นชื่ออัลบั้ม ออกขายในหนึ่งสัปดาห์ถัดมา และขายได้มากถึง 95,000 ก๊อปปี้ในสองวันแรก ในสัปดาห์แรกขายได้ถึง 2 แสน  ก๊อปปี้กลายเป็นอัลบั้มอันดับ 1 ของชาร์ทสัปดาห์นั้น และตกลงมาอยู่อันดับ 2 ในสัปดาห์ต่อมา       อัลบั้มชุดนี้บันทึกเสียงที่เมืองสต็อคโฮล์ม โคเปนเฮเกน และ ลอนดอน โดยมีโปรดิวเซอร์และนักแต่งเพลงหลายรายที่ร่วมงานในงานชุดนี้

          นอกจากเขาจะมีความสามารถในการร้องเพลงแล้วยังเป็นอัจฉริยะ ในการแต่งเพลงอีกด้วย เพียงแค่เขาเห็น หรือสัมผัสกับสิ่งใดที่เขาสนใจมาก ๆ หนุ่มคนนี้สามารถเขียนโน๊ตและแปลเป็นเนื้อเพลงได้ในระยะเวลาไม่เกินหนึ่งชม.ก็เสร็จสิ้น  มีหลากหลายต้นสังกัด   ที่ต้องการให้เขาแต่งเพลงและซื้อตัวโดยเสนอราคาให้ค่าจ้างสูงลิบ หากอีธานกลับปฏิเสธไป เพราะเขายังสำนึกในบุญคุณข้าวแดงแกงร้อนของต้นสังกัดเดิม       เขารู้ดีว่าตัวเองมาจากไหน การเริ่มต้นทำงานสายนี้ได้มายากเพียงใด หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากพวกเขา

          ต่อมาอีธานได้เซ็นสัญญากับแบรนด์ กางเกงชั้นในชื่อดังแห่งหนึ่ง                 เพื่อเป็นแบบให้เสื้อผ้าคอลเลคชั่น autumn/winter ในปีถัด ๆ มา  ด้วยสัญญาที่มีมูลค่าสูงมากกว่า 5 แสนปอนด์ หรือ35 ล้านบาท ส่วนอัลบั้มของเขานั้นขายไปได้มากกว่า 3  ล้านก๊อปปี้  ผลงานต่าง ๆ ในรอบหลายปีที่ผ่านมาส่งผลให้อีธาน เบอร์นเนอร์ ร่ำรวยเข้าขั้นระดับมหาเศรษฐี ติดอันดับต้นของอังกฤษเลยก็ว่าได้ นักร้องหนุ่มสุดหล่อชาวอังกฤษมากความสามารถคนนี้ นอกจากจะมีเส้นเสียงที่ไพเราะ จนทำให้สาวน้อยสาวใหญ่ แม่ม่าย แม่ยกทั้งหลาย ทั่วทั้งประเทศหลงรักได้แล้ว     เขายังสามารถเขย่าใจชาวสีม่วง เก้งกวาง ค่าง บ่างชะนี     ด้วยหุ่นที่ฟิตเปรี๊ยะอีกด้วย         อีธานยอมเปลือยกายโชว์รูปร่างบางส่วน อวดซิกแพคแน่นหนั่น เผยหน้าท้องแบนเรียบ แลดูแข็งแกร่งจนเห็นกล้ามเนื้อหน้าท้องเป็นลอนสวยทั้งหกมัด เพื่อถ่ายแบบให้กับนิตยสารแอตติจูด หากออกไปในแนวศิลป์เสียมากกว่า  

          ทั้งนี้ทั้งนั้นการเปลือยกายถ่ายแบบในคราวนั้น ไม่ได้หวังดึงดูดยอดขายให้แก่บริษัทแต่อย่างใด ทว่าทีมงานจัดทำนิตยสารฉบับพิเศษ     เพื่อต้องการรณรงค์ปัญหาโรคเอดส์ให้แก่ชาวเกย์และไบเซ็กช่วลทั้งหลาย ที่แพร่ระบาดไปทั่วโลก ณ ขณะนั้น  ความร่ำรวยของเขาไม่ได้ทำให้อีธานรู้สึก ทะนงตน และหยุดอยู่เพียงเท่านั้น หนุ่มอัจฉริยะคนนี้ ยังเป็นคนใจบุญอีกด้วย เขาได้เปิดโรงเรียนสอนดนตรีให้ฟรีแก่นักแสวงหาความก้าวหน้า ที่ต้องการแสดงความสามารถ และให้การสนับสนุนเต็มที่  ถัดจากนั้น อีธานค้นพบว่า ตัวเขาเองมีความชื่นชอบในศิลปะและการวาดภาพเป็นการส่วนตัวอีกด้วย     จากที่น้องชายของเขา นาธาน เบอร์นเนอร์ ซึ่งเรียนจบด้านสาขาศิลปศาสตร์จากมหาวิทยาลัยชื่อดังในอังกฤษ หลังจากเรียนจบน้องชายของเขาได้สมัครเข้าทำงานในบริษัทออกแบบเล็กๆ สะสมประสบการณ์เรื่อยมา จนกระทั่งมีความอยากที่จะเปิด แกลอรี่ภาพวาดเป็นของตนเองบ้าง

           และนั่น คือจุดเริ่มต้นที่ทำให้หนุ่มนักร้องเสียงทรมานใจสาว ผู้มากความสามารถ ชื่นชอบการวาดภาพเป็นชีวิตจิตใจ จากการได้รับเชิญไปร่วมงานเปิดตัวแกลอรี่ของน้องชาย ไม่ยากเลยถ้าอัจฉริยะอย่างอีธานคิดจะทำอะไร เพียงแค่หยิบดินสอขึ้นมา แล้วขีดๆ เขียน ๆ ก็เป็นภาพที่สวยงามและสะกดสายตาแก่ผู้พบเห็น ได้ไม่ยากเลย ที่สำคัญเขาไม่ได้เข้าเรียนแม้แต่คลาสเดียว! ภาพวาดชิ้นแรกของอีธานคือภาพมารดา น้องสาวฝาแฝด และน้องชายรวมอยู่ในเฟรมเดียวกัน เพียงแค่มองและวาดไปตามลายเส้นที่เห็น มันกลายเป็นผลงานชิ้นเอกที่ น้องชายของเขาเอาไปเก็บไว้ในหอสมุดภาพโดยไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใด แม้จะมีเศรษฐีจากหลากหลายถิ่นทั่วโลก ได้เข้ามาเยี่ยมชม และเสนอซื้อในราคา ที่สูงลิบลิ่วก็ตาม

         นอกจากหนุ่มอัจฉริยะ ผู้มากความสามารถทำหลายสิ่งหลายอย่างพร้อมกัน ได้เปิดโรงเรียนสอนดนตรีฟรีแล้ว เขายัง เปิดค่ายเพลงเป็นของตนเอง และผันตัวมาเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเต็มตัว ชายหนุ่มยังได้แต่งเพลงให้นักร้องรุ่นหลัง    ส่งให้มีชื่อเสียงโด่งดังกันไปหลายราย และธุรกิจที่เขาทำเพราะความชอบและความสามารถ ล่าสุด คือการร่วมธุรกิจกับน้องชายรวบซื้อและขายงานศิลปะภาพวาดและประติมากรรมทั่วทุกมุมโลก ที่ไหน หรือแห่งหนใดที่มีว่างานสวยงาม คุ้มค่าแก่การครอบครอง และถ้าหากถูกใจ เขาจะกว้านซื้อมาเป็นของตน แม้นจะแพงแสนแพงขนาดไหนก็ตาม"

แหล่งข้อมูล อ้างอิง: music.sanook.com

ตอน 2

บทความด้านบนจบลงแล้ว หากนิ้วเรียวกลับเลื่อนเมาส์ลงมาเรื่อย ๆ ไม่หยุด เมื่อหางตาสะดุดเข้ากับภาพนิ่งของนายแบบคนดังกล่าว จากที่แค่จะแอบมองผ่านๆ ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตกลับยิ่งจ้องจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์เขม็ง ราวกับดวงตาคู่นั้นสะกดให้เธอไม่สามารถเลื่อนผ่านไปได้ง่าย ๆ ธารใสลอบกลืนน้ำลายไปอึกหนึ่ง ทำไมรู้สึกว่านิ้วชี้ด้านขวาถึงได้ดื้อดึงปานนี้ ประหนึ่งมีผีสิงให้มันค่อย ๆ เลื่อนผ่านหน้านายแบบคนนั้นอย่างเอื่อยเฉื่อยราวกับจะเอกซเรย์ ภาพตรงหน้าให้ชัดขึ้นเท่านั้น สายตาอ่านกินค่อย ๆ ละเมียดรายละเอียดภาพนิ่งอย่างตั้งใจ

⁠⁠⁠⁠⁠⁠

ภาพเกือบเปลือยของผู้ชายหุ่นล่ำ เจ้าของเรือนร่างกำยำ ไม่มีเสื้อผ้าปกปิดแม้สักชิ้น นอกจากตัวหนังสือคาดทับช่วงกลางลำตัวไว้เท่านั้น ใบหน้าคมเข้มของชาวต่างชาติเชิดขึ้นเล็กน้อย ดวงตาสีเทาคมดุจ้องตรงมาข้างหน้าราวกับกำลังสะกดหัวใจคนที่เผลอมองตอบ เพื่อละลายคนดูให้แดดิ้นไปตรงนั้น ใบหน้าชายหนุ่มดูโดดเด่นจากทรงผมสั้นเกรียน จมูกโด่งเป็นสันสวย องค์ประกอบทุกชิ้นส่วนบนใบหน้าของเขาช่างลงตัวและรับกับโครงหน้าแกร่ง ไรหนวดขึ้นครึ้มเกือบทั้งใบหน้า และถูกตัดเล็มให้ดูไม่รกเรื้อจนเกินไป

ปึ้ก!

“โอ๊ย! คอแทบหัก ทุบลงมาได้ไงเนี่ย” เสียงแหวแหลมปรี๊ด สบถออกมาแทบจะทันที เมื่อโดนของแข็งทุบลงบนหัวทุยสวย ตุ้บใหญ่ หากคำนวณจากความหยุ่นนิด ๆ น่าจะเป็น นิตยสารเล่มหนา หรือไม่ก็หนังสือนิยาย ที่คนลงมือคงหยิบฉวยได้จากบริเวณโต๊ะที่รกเรื้อข้างกายเธอ มือเล็กคลำป้อย ๆ บ่นกระปอดกระแปดตามประสา

“ฉันทุบที่หัว ไม่ใช่ที่คอย่ะ ไอ้เต๊กลัว” (มาจาก ไอ้ตัวเล็ก) เสียงห้าวจากหนุ่มร่างใหญ่ใจสาว หากพยายามดัดให้ดู เป็นหญิงขึ้นมาอีกนิดแว๊ดกลับทันทีเช่นกัน

“ฉันให้หล่อนมาวาดภาพปกหนังสือให้ลูกค้านะยะ ไม่ใช่มานั่งเสพสมกายชายหนุ่มหุ่นล่ำบึ้ก น่ากิน..แบบ..นี้ กรี๊ดดดด.. อกอิพุดจะแตกนี่มันอีธาน เบอร์นเนอร์ ว่าที่สามีในอนาคตของฉันนี่ แกไปได้ภาพพวกนี้มาจากไหนน่ะ ไอ้ธาร” เสียงของชายใจสาวไล่โทนเสียงจากสูง ไต่ระดับต่ำและช้าลงเรื่อย ๆ พร้อมกับสายตาอันแหลมคมของนางจ้องมายังภาพที่เธอเผลอเปิดหน้าจอโน๊ตบุ้คค้างไว้ หรือเพราะพับหน้าจอลงไม่ทันเสียมากกว่า พลางทำตาหวานซึ้ง น้ำเสียงหวานหยดย้อย นัยน์ตาชวนฝันประหนึ่งได้พบชายผู้เป็นที่รัก ก่อนจะจิกตาลงมาจ้องหล่อนเขม็งในช่วงท้ายประโยค

คนอะไรเหมาเอาว่าเขาเป็นว่าที่สามีตัวเองซะงั้น ก็เล่นเข้ามาไม่ให้สุ้มให้เสียงก่อนทำไม ข้อมูลที่ธารใสนั่งละเลียดเชยชม เอ๊ย! อ่านชีวประวัติของนักร้องหนุ่ม รวมทั้ง ภาพสยิวกิ้ว โชว์รูปร่างเกือบเปลือย อวดมัดกล้าม ทั่วทั้งตัว เสียแค่มีตัวหนังสือมาคาดทับ ส่วนลี้ลับไว้เท่านั้น!

“ก็ไม่มีอะไรมากหรอกค่ะคุณพี่พุด ธารแค่กำลังอ่านข้อมูลของลูกค้าที่ให้มา เค้าเป็นรุ่นน้อง ของรุ่นน้อง ของรุ่นน้อง อีกที เรียกง่าย ๆ ก็รุ่นน้องเหลน รึโหลนเนี่ยแหละ อาจารย์ให้ทำรายงาน บุคคลที่ประทับใจ แถมแนบภาพมาด้วย เค้าให้ช่วยจัดหน้า ทำเวิร์คอาร์ตให้ ก็แค่นั้นเอง” ไม่ได้อู้เสียหน่อย แต่แค่เผลอจ้องอิมัดกล้าม ล่ำ ๆ นั่นนานไปนิด สาบานได้ว่า ไม่ได้มองต่ำกว่านั้นเลย!

“แล้วมันหน้าที่หล่อนหรือยะ ไอ้จ๊อด มันไปไหน ทำไมไม่โยนงานให้มันไปทำซะ แล้วนี่งานวาดภาพปกของหล่อนน่ะไปถึงไหนแล้ว ลูกค้าทวงมาแล้วนะ คอยดูเถอะ ถ้างานแกส่งไม่ทันฉันจะไม่แก้ตัวแทนแล้ว และจะหักเปอร์เซ็นต์ของแกลงอีกด้วย! จำเอาไว้” ยังไม่ทันที่ก้นงามงอนเบ้อเร่อเท่อของนาง ผ่านพ้นขอบโต๊ะทำงานของเธอไปเลยด้วยซ้ำ หัวหน้างานเธอก็หยุดชะงัก หมุนตัวกลับมาคว้าหมับดึงแฟรชไดฟ์ ออกจากโน๊ตบุ๊คของเธอหน้าตาเฉย ก่อนจะสำทับทิ้งท้าย แล้วเดินจากไปราวกับนางพญา ไม่ถงไม่ถามสุขภาพอิแก่ของเธอเลยสักคำ!

“อ้อ! งานที่แกเปิดดูเมื่อกี้น่ะ เอามาให้ฉันทำก็ได้ แค่จัดหน้า เพิ่มอาร์ตเข้าไปอีกนิดๆ หน่อยๆ ก็เสร็จละ”

“อ้าว พี่พุด ไม่ให้พี่จ๊อดทำเหรอ งานแค่นี้ไม่น่าให้ถึงมือพี่ก็ได้มั้งคะ”

“ไม่ได้! นี่ของ ..ของฉัน ใครก็อย่าคิดมาแตะ! อินังชะนีเด็กคนนั้น มันไม่รู้ซะแล้ว ว่ากำลังเล่นกับใคร นั่นว่าที่สามีในอนาคตฉันนะยะ แกด้วย ไอ้ธารถ้ายังอยากทำงานกับเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างที่นี่ รีบลบภาพของ อีธาน เบอร์นเนอร์ที่จอคอมฯแกออกให้หมด แล้วห้ามเอาเก็บไปฝันหวานด้วย เข้าใจไหม!” เป็นอีกรอบของวันนี้แล้ว ที่หัวหน้างานของเธอกดจิกส่งสายตาพิฆาตให้ ท่าจะเป็นเอามากนะเจ้านายเรา นี่ขนาดไม่เคยเจอตัวเป็น ๆ ยังขนาดนี้ ถ้าเจอจัง ๆ มิเข้าไปกระโดดปล้ำเค้าทำสามีเลยรึ ฮึ! เพราะอีตาอีธาน เบอร์นเนอร์ นั่นแท้ ทีเดียวเชียว ทำให้บรรยากาศการทำงานวันนี้ของเธอ น่าเบื่อขึ้นมากโข ไหนจะเครียดเรื่องปกที่ลูกค้า จอมเรื่องมาก ติโน่น นี่นั่น ไม่จบสักที วันนี้ว่าจะสะสางเสียหน่อย กลับมาหมดมู้ดเพราะมัดกล้ามล่ำ ๆ นั่นซะนี่

คิดแล้วก็ให้หมั่นไส้ พ่อหนุ่มรูปหล่อมากความสามารถคนนี้นัก เธอไม่ค่อยรู้จักคนดังมากเหมือนเพื่อนสาวคนอื่น ๆ ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว อีตานักร้องฝรั่งหัวเกรียนเมืองผู้ดี ไว้หนวดเคราครึ้มเต็มใบหน้า คงคิดว่าหล่อเสียเต็มประดาล่ะสิ ก็แค่ทำให้ดูหล่อเข้มและแมนขึ้นมานิดหน่อยก็เท่านั้น ไม่เห็นจะน่าพิศวาสตรงไหน แล้วยังมีขนบริเวณหน้าอกล่ำสันไล่ลงมากลางลำตัวจนถึง...อี๋....ขนลุก ขอประกาศไว้ตรงนี้เลยว่า ฉันไม่ชอบคนไว้หนวด และไม่ชอบขนรกๆ ตามตัวนั่นเลยสักนิด ขอเถอะ อย่ามาชอบฉันเด็ดขาดเลยนะ รู้ไว้!

“เสียงดังเอะอะอะไรแต่เช้า น้องธาร อ่ะ พี่ซื้อปาท่องโก๋หน้าปากซอยมาฝาก” พี่จ๊อด หรือขจรเกียรติ โอวาทพร กราฟฟิคดีไซน์รุ่นพี่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งเป็นผู้ชักชวนให้เธอและเพื่อนร่วมรุ่นมาทำงานด้วยอีกคน นั่นก็คือก้องหล้า หัสดิศ เจ้าของร่างสูงที่เดินตามพี่จ๊อดเข้ามาไม่พูดไม่จา แทรกตัวปาดหน้าจ๊อดไป จนถุงปาท่องโก๋เจ้าอร่อย แทบร่วงไปอยู่แทบบาทา เมื่อเข้าไปนั่งประจำที่โต๊ะ เขาก็หยิบงานขึ้นมาทำทันที ก่อนจะเสียบแฟรชไดฟ์ เข้ากับคอมพิวเตอร์ ประหนึ่งรีบมากเพราะเดี๋ยวจะรีบพาหมาที่บ้านไปคลอดลูกเสียอย่างนั้น ธารใส ศิลปการกรสกุล หันหน้ามองสบตากับจ๊อด ราวกับนัดกันไว้ รำพึงรำพันออกมาเบา ๆ แทบจะพร้อมกัน มันจะรีบไปทำห่าอะไรของมันวะ

ตอน 3

บริษัท อาร์ตแอนเวริ์คชอปไทย เจ้าของคือคุณพุทธชาด รอดรักษา เปิดบริการรับออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ทุกชนิด ทั้งประเภทปกหนังสือเรียน นิตยสาร วารสาร ตลอดจนจัดวางองค์ประกอบของแต่ละหน้าในหนังสือ นามบัตรหรูๆ โปสเตอร์สวยๆ ทั้งแบบติดนอกสถานที่ สื่อโฆษณาในร่มและกลางแจ้ง หรือโปสเตอร์สำหรับโฆษณาในหนังสือขนาดเล็กเท่าไม้ขีดไฟไล่ไปจนถึงขนาดใหญ่เท่าฝาบ้าน โบรชัวร์ แคตตาล๊อคสินค้า โลโก้สินค้า บริษัทหรือองค์กรที่ไม่เหมือนใคร หรือแม้กระทั่งออกแบบลายสกรีนบนเสื้อสุดเท่สำหรับงานทุกประเภท

จะว่าไปแล้ว พนักงานในบริษัท (ยักษ์ใหญ่) ที่เจ๊แกอ้างไปก่อนหน้า แค่พูดอำเล่นเท่านั้น พี่พุด หรือพุทธชาด เป็นชาวสุราษฎ์ธานี พ่อแม่เป็นเจ้าของฟาร์มไก่ไข่ หลังจากที่จบมาได้เพียงครึ่งปี พี่แกไม่อยากรบกวนทางบ้าน จึงเก็บเงินที่ฝ่ายนั้นส่งเสียช่วงเรียน บวกกับเงินเก็บจากการรับจ๊อบเขียนภาพ และออกแบบโฆษณา ให้กับบริษัทใหญ่ ๆ พี่พุดเป็นผู้บุกเบิกเปิดบริษัทมาพร้อม ๆ กับ พี่จ๊อด สมัยที่หล่อนยังเรียนไม่จบดี ด้วยความที่เงินทุนอันน้อยนิด จึงสามารถจ้างพนักงานได้ไม่เกิน 4-5 คน รวมแม่บ้าน ที่เจ๊ใหญ่จ้างรายวัน บางครั้งก็ให้หยุดเสาร์อาทิตย์ไปเลย

บริษัท อาร์ตแอนเวริ์คชอปไทย เช่าอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น 1 คูหา ชั้นล่างเป็นห้องโถงกว้าง จัดไว้เพื่อรองรับลูกค้าไว้ซ้ายมือ ซึ่งนั่นก็คือห้องทำงานของเจ้าของบริษัทมีกระจกแบ่งกั้น เป็นการส่วนตัว ส่วนมุมขวา มีโต๊ะทำงานเก่า ๆ สามตัว มีคอมพิวเตอร์พีซี รุ่นพระเจ้าเหา วางตั้งไว้    แต่ยังใช้งานได้ดีเยี่ยม  ลึกเข้าไปด้านในสุด เป็นห้องครัวและห้องพักเบรค รวมห้องน้ำเรียบร้อย ส่วนชั้นสองเป็นที่ซ่องสุม เอ๊ย.. เป็นที่เก็บอุปกรณ์ต่าง ๆ เผลอ ๆ เป็นที่ซุกหัวนอน เผื่อบางวันต้องเร่งส่งงานกันหามรุ่งหามค่ำ 

ดังนั้นบนชั้นสอง จึงถูกแบ่งกั้นเป็นห้องพักชั่วคราว มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำเสร็จสรรพ มุมห้องมีเตียงนอนขนาดห้าฟุต หมอนเน่าสามสี่ใบ ที่นอนที่ถูกใช้งานมาจนโชกโชน แต่ที่ใหม่อยู่เสมอคือ ผ้าปูที่นอน และปลอกหมอน ซึ่งคนที่คอยเปลี่ยนอยู่ทุก ๆ สองวัน ไม่ใช่แม่บ้าน หากเป็น หนุ่มร่างสูง หน้าตาหล่อตี๋ ขาวสะอาด ราวกับคุณหนูอย่างก้องหล้า จนบางครั้ง เธอเองยังมีความกังขาในพฤติกรรมของเขา แทบอยากจะสะกดรอยตามไปให้ถึงบ้าน แต่ก็ไม่เคยตามทันเลยสักครั้ง ในกลุ่มเพื่อนรุ่นเดียวกัน ก้องหล้านับว่าป๊อปมากในสมัยเรียน ด้วยบุคลิกที่สูงสง่า ขาว ตี๋ แต่เป็นคนไม่ชอบสุงสิงกับใคร ติดจะขรึมเล็กน้อย เลยไม่มีสาวใดกล้าเข้าใกล้ ก้องหล้ามาสนิทกับเธอในช่วงปีสุดท้ายก่อนจบ และขอมาทำงานกับเธอ เมื่อทราบว่า พี่จ๊อดชักชวนให้มาทำงานด้วย

ในช่วงแรกที่เข้ามาทำงานใหม่ ๆ พี่พุด กะจะเคลมก้องหล้า เมื่อครั้งหนึ่งไปเลี้ยงฉลองเสร็จงานโปรเจคใหญ่สำหรับเรา แต่คงเล็กสำหรับบริษัทใหญ่ ๆ พี่พุดเมาได้ที่ กำลังจะทำรุ่มร่าม ปล้ำจูบก้องหล้า เลยโดนหมัดสวนกลับเข้าที่ปลายคาง แล้วเตะซ้ำเข้าที่กลางลำตัว พี่พุดที่ว่าตัวสูงใหญ่ ค่อนข้างหนา ยังล้มทั้งยืน ต้องหามส่งโรงพยาบาลกันอย่างทุลักทุเล แถมได้นอนหยอดข้าวต้มไป สามวันสามคืน กว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้ หลังจากนั้น พี่พุดสาบานกับตัวเองเลยว่าจะไม่ยุ่งกับก้องหล้าอีกจนวันตาย แถมก้องหล้ายังไม่เกรงกลัวยังตอกกลับไปด้วยว่า ถ้าขืนพี่ยุ่งกับผมอีกก็มีแต่ตายกับตายเท่านั้น

หน้าที่ของแต่ละคนในบริษัทแทบแยกไม่ออก เลยว่าใครทำหน้าที่อะไร แต่ที่แน่ ๆ หากมีโปรเจคใหญ่ ๆ เข้ามา ทุกคนสามารถทำงานแทนกันได้หมดตั้งแต่  กราฟฟิคดีไซน์ จัดทำเวริ์คอาร์ต ตัดต่อวิดีโอ แมสเซนเจอร์ ตลอดจนแม่บ้าน ไม่เว้นแม้แต่พี่พุดที่เป็นเจ้าของ ยังต้องทำหน้าที่ การตลาด ประชาสัมพันธ์ และเป็นธุรการ ไปหาซื้อ อุปกรณ์ในงานเขียนด้วยซ้ำ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พี่จ๊อด เจ๊ เอ๊ย! พี่พุดแก หวงของน่ะค่ะ” ปากพูดไป แต่ตาเจ้ากรรม กลับเหลือบลงไปมองภาพบาดตา ที่ยังโชว์หราอยู่หน้าจอโน๊ตบุ้คที่เธออุตส่าห์แบกมาจากบ้าน เพื่อใช้งานควบคู่กับ พีซีรุ่นเก่าบนโต๊ะตัวเอง

“อ๊าย! เกือบลืมแน่ะ พี่จ๊อด เจ๊เขาให้หนูลบภาพว่าที่ เอ๊ย! ภาพในคอมฯนี่ออก เกือบไปแล้วไหมล่ะ ถ้าแกมาเห็น เอาธารตายแน่”

“หืมมม เฮ๊ย ๆ อย่าเพิ่งลบ ขอดูหน่อยซิ โห ผู้ชายเฮียไรวะ แม่....ซิกแพคโคตรเฟิร์มเลยว่ะ มันไว้หนวดไว้เครายังไงของมันวะ สวยเชียว กูไว้ทีไร ทำไมเหมือนโจรเลยวะ” พี่จ๊อดสบถออกมาอย่างหยาบคาย ตามประสาหนุ่มอารมณ์ศิลป์ซึ่งเธอเองก็ชินเสียแล้ว

“เฮ๊ย เบา ๆ สิพี่จ๊อดพูดดังไปทำไม เดี๋ยวพี่พุดก็รู้หรอกว่าธารยังไม่ลบรูปน่ะ”

“เธอชอบแบบนี้เหรอธาร” เสียงทุ้มต่ำแทรก เข้ามาระหว่างบทสนทนาของเธอกับพี่จ๊อด ใบหน้าของก้องหล้า อยู่ใกล้ธารใสแค่สองเซ็นต์เท่านั้น ก่อนจะหันมาจ้องหน้าเธอ แวบหนึ่งหญิงสาวสังเกตเห็นแววตาคล้ายตำหนิ หรือไม่พอใจอะไรบางอย่างจากนัยน์ตาคู่นั้น ก่อนที่ร่างของก้องหล้า จะยืดตัวเต็มความสูง จากการก้มลงมาดูภาพยั่วกิเลสตัณหา ชะนี เก้งกวางทั้งหลาย ก้าวถอยหลังกลับลงไปนั่งที่เก้าอี้ทำงานของตัวเองแบบกระแทกกระทั้น และหันหน้าเข้าหาจอคอมฯโดยไม่สนใจอะไรตามปกติวิสัยของเขาตามเคย อยากจะบ้า วันนี้เป็นวันอะไรของเธอเนี่ย เจอแต่คนหงุดหงิดใส่ เซ็งชีวิตจริงเลย

“แฮ้ปปี้ เบริ์ดเดย์ทู้ยู.. แฮ้ปปี้ เบริ์ดเดย์ทู้ยู ..แฮ้ปปี้ เบริ์ดเดย์.. แฮ้ปปี้ เบริ์ดเดย์ แฮ้ป..ปี้.. เบริ์ด..เดย์..ทู้..ยู เย้!!สุขสันต์วันเกิดนะไอ้เต็กลัว (ไอ้ตัวเล็ก) มาๆ เป่าเทียนเลยดีกว่า” ให้มันได้แบบนี้ทุกทีสิน่า พี่พุดเมาแล้วรั่ว หมดมาดหัวหน้างานกันพอดี ก็รู้อยู่หรอกว่าวันนี้นัดกันไว้แล้ว ว่าจะมากินเลี้ยงฉลองครบรอบวัยเบญจเพสของเธอ แต่..เธอไม่สนุกด้วยเลยสักนิด ไม่ได้อยู่ในอารมณ์สุนทรีย์เสียแล้ว ตอนนี้มันมีแต่เดือด กับเดือดเท่านั้น! เพราะเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนหน้าที่เธอจะสามารถเข้ามาในนี้ได้นั้น มันทำให้เธอหัวเสียสุด ๆ เรียกว่าที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เริ่มตั้งแต่เช้าของวันเลยก็แล้วกัน วันนี้เป็นวันนัดส่งงานให้ลูกค้าผู้มากเรื่องรายเดิม กว่าจะแก้งาน แถมต้องออกไปส่งงานด้วยตัวเองเพราะลูกค้าต้องการตรวจรับงานตัวต่อตัว ไหนจะต้องฝ่าฟันอุปสรรคทั้งรถรา ที่ติดยาวเหยียด

กว่าจะหอบสังขารกลับมาถึงที่นัดหมายก็ปาเข้าไปสามทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว ใจจริงเธออยากจะบอกยกเลิกนัดกินเลี้ยงไปเสีย เพราะแทบจะหมดอารมณ์ที่จะเข้ามาแดนซ์ให้หนำใจจากที่ตรากตรำ คร่ำเคร่งกับงานสุดหินที่ต้องส่งให้เสร็จก่อนวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ มันน่าโมโหไหมล่ะที่เจ้าของงานวันเกิดต้องหอบชิ้นงานที่เหลือ กลับมาด้วย เมื่อเธอพกงานไปเผื่อลูกค้าให้ตัดสินใจเลือกงานชิ้นใดชิ้นหนึ่งไป

เสื้อผ้า หน้าผม ไม่โอเค เนื่องจากเสื้อเชิ๊ต กางเกงยีนสีซีด ขาดรุ่ยตามสไตล์วัยรุ่น รองเท้าผ้าใบเก่า ๆ บวกกับใบหน้าที่มันย่อง ยิ่งกว่ายัยเพิ้งข้างถนนเสียอีก แถมแบกเป้ใบเบ้อเริ่ม นี่หรือคือมาดเจ้าของงานวันเกิด! ความซวยในวัยเบญจเพสของเธอยังไม่จบเท่านั้น เพียงแค่จะก้าวขาเดินเข้าผับ หลังจากที่โทรเข้าไปหาเพื่อน ๆ ที่รออยู่ข้างในแล้ว เพื่อฉลองวันเกิดให้แก่เธอ ซึ่งก็ไม่มีใครมากมายหรอก ก็แค่พี่พุด พี่จ๊อด กับก้องหล้า เท่านั้น การ์ดที่อยู่หน้าผับก็กักตัวเธอไว้ โดยใช้ร่างกายสูงใหญ่กำยำบดบังเรือนร่างเล็กจิ๋วของเธอเสียมิด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED