“นายคิดดีแล้วเหรอเหมันต์ ถ้าจะเปลี่ยนคู่ก็ได้นะ ฉันโอเค” เด็กสาวได้แต่ยืนก้มหน้า ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าเหมันต์ ถึงแม้ในใจลึกๆ จะหวังก็ตามที
“แล้วจะทำให้เรื่องมันยุ่งยากทำไม เธอกับฉันคู่กันน่ะดีแล้ว” เหมันต์ตอบกลับ พลางจ้องมองเด็กสาวตัวอ้วนแก้มยุ้ยที่ยืนอยู่ข้างๆ
“งั้นถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็บอกมาได้เลยนะ”
“งั้นเย็นนี้เลยไปเป็นไง”
“เย็นนี้เลยเหรอ?” ริสาเงยหน้ามองเด็กหนุ่มด้วยความประหลาดใจ เพราะไม่คิดว่าเขาจะนัดหมายเร็วขนาดนี้
“หรือว่าเธอไม่สะดวก?”
“ดะ…ได้สิ เย็นนี้ก็ได้”
“งั้นเย็นนี้เจอกันที่หลังอาคารเรียน”
“อืม ตกลงตามนี้ แล้วเจอกันนะ”
“กรี๊ดดดด นี่มันพรหมลิขิตชัดๆ เลยนะยะ ที่แกกับเหมันต์ได้คู่กัน” อิงฟ้าร้องแซวเพื่อนสาวหลังจากที่เดินกลับมายังโต๊ะของตัวเอง
“พะ…เพ้อเจ้อน่า” ริสาพูดแก้เขินก่อนจะเบือนหน้าหันหนีไปอีกทาง แล้วต้องพบกับสายตาคู่คมของเหมันต์ที่มองมาทางเธอพอดี
หัวใจดวงน้อยกลับมาเต้นแรงอีกครั้งเมื่อบังเอิญสบตากับเด็กหนุ่มแบบที่ไม่ทันได้ตั้งตัว
“ดูหน้าแกสิ แดงระเรื่อเหมือนลูกมะเขือเทศเลยอ่ะ ฉันรู้แกก็ดีใจใช่ม่ะ กรี๊ดออกมาเลยริสา กรี๊ดออกมาสิ”
“ฉันทำอะไรแบบนั้นไม่เป็นหรอก”
“อะไรของแกเนี่ย ไม่ตื่นเต้นหรือไงที่จะได้อยู่ใกล้พ่อเทพบุตรในฝัน”
“แกว่าเหมันต์จะรู้ไหมว่าฉัน เอ่อ…” ดวงตากลมโตสอดส่องมองทางซ้ายขวา ก่อนจะพูดมันออกไป
“รู้ว่าฉันคิดยังไงกับเขา”
“ไม่รู้ก็แปลกแล้วย่ะ คนในโรงเรียนเขาพูดกระแหนะกระแหนใส่แกเช้าเย็นขนาดนี้ ยังไงก็ต้องเข้าหูเหมันต์บ้างแหละ”
“แล้วฉันควรทำตัวยังไงดี?” เด็กสาวถอนหายใจออกมาอย่างคิดไม่ตก
“ก็ไม่ต้องทำไง ทำตัวให้เป็นปกติ อะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด”
“…..”
ตอนเย็น…
ริสาก้มลงมองนาฬิกาข้อมือ พบว่าตอนนี้เลยเวลานัดมาเกือบชั่วโมงแล้ว แต่เหมันต์ก็ยังไม่มาหรือบางทีเขาอาจจะกลับบ้านไปแล้วก็ได้ แต่เธอก็เลือกที่จะนั่งรอ
ตึกตัก! ตึกตัก! เสียงฝีเท้าของใครบางคนดังขึ้นด้วยความรีบร้อน ก่อนจะมาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยหน้าขึ้นมองยังบุคคลที่มาใหม่ แล้วพบว่าเป็นเหมันต์ เด็กหนุ่มที่เธอกำลังนั่งรอ
“โทษทีที่มาช้า พอดีมีธุระต้องเคลียร์นิดหน่อย”
“ไม่เป็นไร ฉันก็เพิ่งมาเหมือนกัน” ริสาโกหกคำโตเพราะไม่อยากให้คนตรงหน้ารู้สึกไม่ดี
“ถ้าพร้อมแล้วก็เริ่มกันเลย”
ริสาถึงกลับทำอะไรไม่ถูกเมื่อเด็กหนุ่มหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ เธอ นับว่าเป็นครั้งแรกของเขาและเธอที่ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขนาดนี้
กลิ่นน้ำหอมจางๆ ของเหมันต์ทำเอาความคิดของริสาเตลิดไปไกล ยิ่งได้มองใกล้ๆ มันยิ่งทำให้เธอชอบเขามากขึ้นไปอีก
“จะมองหน้าฉันอีกนานไหม?” ริสาถึงกลับสะดุ้งตื่นจากภวังค์เมื่อได้ยินเสียงของเหมันต์ ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เธอเผลอจ้องหน้าเขาอยู่แบบนั้น
“สิ่งที่เธอควรมองคือหนังสือไม่ใช่หน้าฉัน”
เด็กสาวรีบละสายตาเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาบอก
“เดี๋ยวฉันมานะ ขะ…ขอตัวไปซื้อน้ำก่อน” เด็กสาวเอ่ย แล้วรีบหยัดตัวลุกเดินออกมาด้วยความเขิน ท่ามกลางสายตาของเหมันต์ที่มองตามออกมา
ผ่านไปราวๆ เกือบยี่สิบนาที เด็กสาวเดินกลับเข้ามาพร้อมกับอาหารเต็มไม้เต็มมือ มีทั้งน้ำหวาน ผลไม้ และขนมชนิดต่างๆ
“ฉันซื้อน้ำกับผลไม้มาฝากนายด้วยนะ”
“วางไว้ตรงนั้นแหละ”
“…..” เด็กสาววางสิ่งของลงบนโต๊ะ แล้วหยิบมันเข้าปากเคี้ยวด้วยความเอร็ดอร่อย
“ก็เพราะว่ากินเยอะแบบนี้ไง ถึงได้อ้วนเหมือนหมู” เหมันต์พูดขึ้นลอยๆ ทำเอาริสาถึงกลับหยุดชะงักไปชั่วขณะ
“ก็คนมันหิวนี่น่า”
“แล้วทำไมไม่กินผักกินผลไม้ กินแต่ขนมกับน้ำหวานไม่มีประโยชน์”
“ก็ของมีประโยชน์มันไม่อร่อย”
เด็กหนุ่มได้แต่ส่ายหัวด้วยความเอือมระอา เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าไม่ได้สะทกสะท้านกับคำพูดของเขาแต่อย่างใด
“เหมันต์!” เด็กสาวร้องด้วยความตกใจเมื่อเหมันต์ถือวิสาสะแย่งผลไม้ออกจากมือเธอแล้วนำไปกินต่ออย่างไม่คิดรังเกียจ
“อะไร?”
“แต่ชิ้นนั้นฉันกัดแล้วนะ”
“ฉันรู้ แต่ไม่ถือ”
“…..” ริสาถึงกลับไปไม่เป็นเมื่อได้ยินในสิ่งที่เขาตอบกลับมา
“วันนี้พอแค่นี้ก่อนแล้วกัน เอาไว้ครั้งหน้าค่อยว่ากันใหม่”
“เอาแบบนั้นก็ได้”
“ตอนนี้เย็นมากแล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้านแล้วกัน”
“ไม่เป็นไร บ้านฉันอยู่ไกล นายไม่ต้องลำบากไปส่งหรอก” ริสาตอบพลางเก็บข้าวของใส่กระเป๋ากระพายใบใหญ่
“ทำไมเธอถึงชอบเข้าใจอะไรยากๆ ฉันบอกว่าจะไปส่งก็คือไปส่ง”
“เอางั้นก็ได้” เด็กสาวตอบรับอย่างไม่มีทางเลือกเมื่อได้เห็นสายตาเย็นชาที่เขามองมา
“…..”
ริสาเดินตามหลังคนตัวโตออกมาอย่างเงียบๆ เพราะกลัวว่าจะเผลอทำตัวให้เขารำคาญ
“เดี๋ยวก่อนเหมันต์!”
“อะไร?”
“รถของนายจอดอยู่ทางนู้นไม่ใช่เหรอ?” ริสาชี้นิ้วไปทางโรงจอดรถที่อยู่ด้านหลังอาคารเรียน แต่เหมันต์กับพาเธอเดินผ่านไป
“ใช่ แต่วันนี้ขี้เกียจขับรถ จะกลับรถเมล์”
“อ่อ…อืม” เด็กสาวพยักหน้ารับ ถึงแม้จะสงสัยในการกระทำของเหมันต์แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากถามต่อ
คนทั้งสองนั่งรอรถเมล์ข้างๆ กันท่ามกลางสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ ที่มองมาแล้วพากันซุบซิบนินทา
ริสาเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ทำเหมือนว่าไม่สนใจ ทั้งๆ ที่คนพวกนั้นกำลังพูดถึงเธออยู่
“รถเมล์มานั่นแล้ว เดินนำไปสิ”
“…..” ริสาเดินนำหน้าเด็กหนุ่มขึ้นมาบนรถประจำทาง พร้อมวาดสายตามองหาที่ว่าง
“ข้างหลังมีที่ว่าง ไปนั่งกัน” เหมันต์จับมือริสา ก่อนจะพาเธอได้มานั่งยังเบาะหลัง
ใบหน้าจิ้มลิ้มแดงระเรื่อด้วยความเขิน หลังจากที่ถูกเหมันต์จับมือ มันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดคาดฝันมาก่อนด้วยซ้ำ
“บ้านเธออยู่แถวไหน?”
“ซอย11/12” เด็กสาวสะดุ้งตื่นจากภวังค์ตอบกลับไป
“ฉันพอจะรู้จัก เคยแวะเข้าไปเก็บค่าเช่าห้องให้แม่อยู่บ่อยๆ”
“อย่าบอกนะว่าอพาร์ตเมนต์ใหญ่ๆ หลายร้อยห้องนั้นเป็นของบ้านนาย” ริสาถามด้วยความตื่นเต้น เพราะในซอยบ้านเธอมีหอพักอพาร์ตเมนต์ขนาดใหญ่แค่ที่เดียว
“ของบ้านฉันเอง”
“อู้หู้ว แบบนี้ก็รวยแย่เลยสิ”
“ไม่รวยหรอก พอมีพอกิน”
“ถ้านายพอมีพอกิน ฐานะบ้านฉันคงเป็นยาจก”
“ขนาดยาจกยังอ้วนขนาดนี้ ถ้าบ้านเธอมีกินจะอ้วนขนาดไหน” เหมันต์เอาแต่จ้องมองแก้มป่องของเด็กสาวอยู่แบบนั้น เขารู้สึกเอ็นดูอย่างบอกไม่ถูก
“เอาไว้เข้ามหาลัยแล้วค่อยลดน้ำหนักแล้วกัน” ริสาพูดอย่างท้อแท้ แค่คิดว่าจะลดน้ำหนักอดกินของอร่อยๆ ชีวิตของเธอก็เหมือนจะเหี่ยวเฉาขึ้นมาซะงั้น
“ไม่ต้องลดหรอก แบบนี้ก็น่ารักดีอยู่แล้ว”
“เมื่อกี้นายพูดว่าไงนะ เสียงรถมันดังฉันไม่ได้ยิน”
“ฉันก็พูดไปเรื่อยเปื่อย ช่างมันเถอะ”
คนทั้งสองเดินเข้ามาในซอยเปลี่ยว ก่อนจะมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบ้านหลังนึงขนาดไม่ใหญ่มากนัก เป็นบ้านปูนเก่าๆ ที่เต็มไปด้วยต้นไม้นานาพันธุ์ ถึงจะเล็กและทรุดโทรม แต่มันก็เต็มไปด้วยความสุข
“ถึงแล้ว นี่บ้านของฉันเอง” ริสาชี้นิ้วบอกเด็กหนุ่มที่เดินมาส่ง
“…..” ดวงตาเฉี่ยวคมมองสำรวจเข้าไปยังด้านในแต่ไม่ได้ถามอะไรต่อ
“ขอบใจนายมากนะที่มาส่ง เดินทางกลับดีๆ นะ”
“ฉันขอตัวกลับก่อนแล้วกัน”
“โอเค บ๊ายบาย” ริสาโบกมือลาเหมันต์ ก่อนจะเปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้าน เป็นจังหวะเดียวกันกับที่เหมันต์เดินออกไปพอดี
แกร้ก~
“ใครมาส่งเหรอริสา ทำไมแม่ไม่เคยเห็นหน้า” อนงค์เอ่ยถามลูกสาวด้วยความอยากรู้
“เพื่อนน่ะค่ะ วันนี้ทำโครงงานด้วยกันจนเย็น เขาเลยอาสามาส่ง”
“งั้นทีหลังชวนเพื่อนเข้ามาในบ้านนั่งพักกินน้ำกินท่าก่อนนะลูก นั่งรถมาเหนื่อยๆ”
“…..” ริมฝีปากบางยิ้มกว้างแทนคำตอบ ถ้าเป็นไปได้เธอก็อยากให้เหมันต์มาส่งทุกวัน แต่มันก็คงเป็นได้แค่ฝัน
“ไปกินข้าวกัน ป่านนี้พ่อคงรอนานแล้ว”
“ดีจังเลยค่ะ หนูกำลังหิวอยู่พอดี”
“ช่วงนี้สิ้นเดือน กินแค่นี้ไปก่อนนะลูก เอาไว้ถ้าเงินเดือนพ่อออกเมื่อไหร่ จะพาไปกินของอร่อย” ราเมธเลื่อนฝ่ามือไปลูบศรีษะลูกสาวด้วยความเอ็นดู
“ไม่ต้องหรอกค่ะ เพราะฝีมือแม่ อร่อยที่สุดสำหรับหนูแล้ว”
ริสามองอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ ถึงมันจะเป็นแค่ไข่เจียวหมูสับธรรมดากับแกงบ้านๆ แค่ไม่กี่อย่าง แต่มันก็อร่อยที่สุดสำหรับเธอ
“ยัยลูกหมูของพ่อน่ารักที่สุด”
“…..” เด็กสาวยิ้มแก้มป่องพร้อมตักอาหารมาทานอย่างเอร็ดอร่อยท่ามกลางรอยยิ้มของผู้เป็นพ่อและแม่
เช้าวันต่อมา…
HUGO SCHOOL
“ยัยริสาาาา” อิงฟ้าร้องตะโกนดังมาแต่ไกล พร้อมกับวิ่งหอบหายใจเข้ามาหาเพื่อนสาวที่นั่งอยู่ในห้องเรียน
“อะไรของแกอิงฟ้า?”
“คนเขาลือกันให้แซ่ดว่าแกกับเหมันต์นั่งรถกลับบ้านไปด้วยกัน สรุปเรื่องจริงใช่ไหม?” อิงฟ้าสะกิดถามริสาด้วยความอยากรู้อยากเห็น เพราะตั้งแต่ที่เธอเดินเข้ามาในโรงเรียน เด็กนักเรียนคนอื่นๆ ต่างพูดถึงเหมันต์กับริสา
“ใช่ เมื่อวานเหมันต์นั่งรถเมล์ไปส่งฉันที่บ้านน่ะ ไม่มีอะไรหรอก” ริสาตอบอย่างไม่คิดอะไร เธอเริ่มชินชาเสียแล้วที่ต้องถูกพูดถึง
เพราะเหมันต์เป็นคนดังที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในโรงเรียน ไม่ว่าใครที่อยู่ใกล้เขาต่างต้องตกเป็นเป้าสายตาของนักเรียนคนอื่นๆ
“แค่นั้นจริงๆ เหรอ?”
“อืม แค่นี้แหละ”
“แต่ฉันว่ามันแปลกๆ อยู่นะ ปกติเหมันต์ไม่ค่อยชอบสุงสิงกับใครนี่น่า แต่กับแกทำไมถึง…”
“แกลืมไปหรือเปล่า ว่าเราต้องทำโครงงานด้วยกันนะ ยังไงเราก็ต้องคุยกันอยู่แล้ว” เด็กสาวพูดแทรกขึ้นตามความคิด เธอไม่กล้าแม้แต่จะคิดเข้าข้างตัวเองด้วยซ้ำ เพราะเจียมตัวมาโดยตลอด
“อ่ะจ้าาาา ไม่แปลกก็ไม่แปลก”
ริสาละสายตาจากเพื่อนสาว ก่อนจะเก็บหนังสือเรียนใส่ลิ้นชักใต้โต๊ะ แต่กลับต้องประหลาดใจเมื่อเห็นขนมมากมายวางเรียงรายอยู่ในนั้น
“ในลิ้นชักของฉันมีขนมเพียบเลย ใช่ของแกหรือเปล่า?” เด็กสาวหันไปถามอิงฟ้าที่นั่งอยู่ข้างๆ
“เปล่านะ ไม่ใช่ของฉัน”
“ถ้าไม่ใช่ของแกแล้วเป็นของใคร?”
“คนที่แอบชอบแกเอามาให้หรือเปล่า?” อิงฟ้าเอ่ยแซว
“พูดอะไรเพ้อเจ้อ ไม่มีใครหน้ามืดตามัวมาชอบฉันหรอก”
“มันก็ไม่แน่หรอกย่ะ บางทีเขาอาจจะชอบของแปลกแบบแกก็ได้”
“ยัยฟ้า! นี่แกว่าฉันเหรอ?” ริสาเผลอพูดเสียงดังเมื่อถูกเพื่อนรักอย่างอิงฟ้าพูดแหย่
“ชู่วววว อย่าเสียงดังสิ”
“โจเซฟมาทำอะไรห้องเรา”
“พอมองใกล้ๆ ความหล่อสูสีกับเหมันต์เลยแฮะ แต่ฉันชอบเหมันต์มากกว่า”
“มาหายัยริสาหรือเปล่า โจเซฟสนิทกับยัยริสานิ”
ทั้งคนสองต่างพากันหันไปมองยังเสียงพูดของเพื่อนร่วมห้องคนอื่นๆ ก่อนจะเห็นว่าเป็นโจเซฟเพื่อนชายต่างห้องที่เดินตรงมาทางที่พวกเธอนั่งอยู่
“ไอ้โจเซฟมันมาอีกแล้ว” อิงฟ้าเอ่ย เพราะพวกเธอทั้งสองคนค่อนข้างที่จะสนิทกับโจเซฟ
“ยัยบื้อ! ฉันส่งข้อความหาทำไมไม่อ่าน” โจเซฟพูดตำหนิพลางดึงผมเปียของริสาอย่างแรงเพื่อเป็นการแกล้งเหมือนที่ชอบทำ
“ไอ้บ้าโจ ฉันเจ็บนะ บอกแล้วไงว่าห้ามดึงผม” เด็กสาวถลึงตาใส่เพื่อนชายด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะฟาดฝ่ามือตีไปที่ต้นแขนของโจเซฟอย่างแรงเพื่อเป็นการเอาคืน
“ฉันชื่อโจเซฟ เรียกให้เต็มยศหน่อยสิ”
“จะเรียกแค่โจมีอะไรหรือเปล่า?”
“กลางวันนี้ไปกินข้าวกัน เราสามคนไม่ได้กินข้าวด้วยกันมาเป็นเดือนแล้วนะ” ใบหน้าหล่อเหลาของโจเซฟโน้มต่ำลงมาหาริสาที่นั่งอยู่ เด็กสาวได้แต่นั่งนิ่งเพราะชินชากับการกระทำของเพื่อนชายเสียแล้ว
“วันนี้ฉันไม่ว่าง เอาไว้วันหลังแล้วกัน”
“เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง กินได้ไม่อั้นตกลงไหม?”
“ก็ได้ๆ ให้ไปเจอที่ไหนก็ว่ามา” พอได้ยินดังนั้น ริสาจึงรีบตกปากรับคำแต่โดยดี
“ไม่ค่อยเห็นแก่กินเลยนะเพื่อนฉัน” อิงฟ้าถึงกลับถอยหายใจ ปากก็บอกว่าอยากลดความอ้วน แต่ริสาก็ยังทานข้าววันละสองจานทุกมื้อ
“ยัยหมูตอน!”
หมับ! โจเซฟพูดอย่างมันเขี้ยวพร้อมกับหยิกเข้าไปที่แก้มอ้วนๆ ของริสาเพื่อเป็นการหยอกล้อ
“ไอ้บ้าโจ ปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ ฉันเจ็บ”
“ยัยแก้มซาลาเปา อมอะไรเอาไว้คายออกมาเดี๋ยวนี้”
“ช่วยด้วยอิงฟ้า ไอ้โจมันแกล้งฉันอีกแล้ว”
พลั่ก! ตุบ! ร่างโจเซฟเซถลาออกไปตามแรงกระแทก เมื่อเหมันต์จงใจเดินชนเขาแบบเต็มแรง ทำเอาเพื่อนในห้องต่างพากันหันมามองยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
“เดินภาษาอะไรวะ ไม่เห็นหรือไงว่ามีคนยืนอยู่”
“หลีกไป เกะกะ” เหมันต์ตอบกลับสั้นๆ ก่อนจะเดินไปยังที่นั่งของตัวเอง
“แกกลับไปก่อนนะ เอาไว้ค่อยเจอกันตอนกลางวัน” ริสาเอ่ยปากบอกเพื่อนชายเมื่อสัมผัสได้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ค่อยดี เพราะรู้ดีว่าโจเซฟใจร้อนแค่ไหน กลัวว่าจะเกิดการทะเลาะวิวาทกันขึ้น
“ห้ามเบี้ยวนัดนะ ไม่งั้นฉันจะตามมาลากคอเธอถึงที่ห้อง” โจเซฟเน้นย้ำอีกที พร้อมกับมองไปยังเหมันต์ ซึ่งเหมันต์ก็จ้องหน้าเขากลับมาเหมือนกัน
“ไม่เบี้ยวหรอกน่า รีบออกไปได้แล้ว” ไม่พูดเปล่าแต่ริสายังผลักเพื่อนชายให้รีบออกจากห้อง เพราะอีกไม่กี่นาทีก็จะได้เวลาเริ่มเรียนคาบแรกแล้ว
“…..”
โรงอาหาร…
“ทำไมเหมันต์มองแกแบบนั้น เคยมีปัญหาอะไรกันหรือเปล่า?” อิงฟ้าหันไปถามเพื่อนชายที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม เมื่อเห็นเหมันต์และกลุ่มเพื่อนของเขาที่เพิ่งเดินผ่านหน้าไป
“ไม่เคยมี แต่อีกไม่นานก็คงมี” โจเซฟไหวไหล่อย่างไม่ใส่ใจมากนัก
“เหมันต์ชอบมองคนด้วยสายตาแบบนั้นแหละ แกอย่าไปถือสาเขาเลย” ริสาพยายามพูดเพื่อไม่ให้โจเซฟคิดมาก ถึงแม้ว่าพวกเขาทั้งสองคนจะดูแปลกๆ ต่อกันก็ตามที
“ไม่รู้ดิ เห็นหน้ามันแล้วไม่ถูกชะตา อยากเดินเข้าไปซัดหน้ามันสักทีสองที”
“ห้ามทำแบบนั้นนะ ถ้าแกทำอะไรเหมันต์ต้องข้ามศพฉันไปก่อน”
“แล้วแกไม่เห็นสายตาที่มันมองฉันหรือไง ถ้ามันยกเก้าอี้ทุ่มใส่ฉันได้ มันคงทำนานแล้วแหละ” โจเซฟผลักหัวริสาเบาๆ ด้วยความหมั่นไส้ ที่เธอออกตัวปกป้องคนอื่นมากกว่าเพื่อนสนิทอย่างเขา
“อย่ามองโลกในแง่ร้ายนักสิ”
“น้อยไปสิ ผู้ชายด้วยกันมันดูออก ว่าไอ้หมอนั่นน่ะร้ายลึกจะตายไป”
“แกน่ะคิดมากไป เหมันต์ไม่ใช่คนใจร้ายแบบนั้นสักหน่อย”
“โอ้ยยย ยัยหมูตอน ปกป้องแต่ผู้ชาย ทีเพื่อนรักอย่างฉันทำไมไม่เข้าข้างกันบ้างเลย”
“ทำไงได้ ก็ฉันชอบเขานี่น่า”
“เลิกมโนเพ้อเจ้อ แล้วหันไปมองความจริง แฟนตัวจริงเขาเดินมานู้นแล้ว”
“…..” ริสาหันไปมองตามที่เพื่อนชายบอก ก่อนจะหุบยิ้มลงไปในทันทีเมื่อเห็นดาริน ดาวโรงเรียนที่เดินเข้ามาพูดคุยกันเหมันต์อย่างสนิทสนม
“อกหักแต่ตั้งยังไม่เริ่มเลยเพื่อนฉัน” อิงฟ้าพูดตัดพ้อออกมาด้วยความสงสาร หลังจากที่เห็นว่าริสาเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบอยู่แบบนั้น