ตอน สายน้ำไหลกลับ
จตุรภัทร นิธิสุวัฒนาฐากร ในวัยสามสิบเอ็ดปีเต็มกำลังยื่นสูทกับกระเป๋าแล็ปท็อปให้สมคิด ผู้เป็นคนขับรถประจำ หลังลงบันไดมาแล้ว จากนั้นก็ตรงเข้าห้องอาหาร ที่มีสมาชิกในบ้านครบ แม่บ้านเหมือนรู้เมื่อเห็นสภาพคุณชายใหญ่ของบ้าน เลยรีบจัดกาแฟสดเพียวๆ ให้ก่อนเรื่องอื่นใด
“เมื่อคืนกลับบ้านกี่ทุ่มกี่ยามล่ะพ่อคุณ ดูสภาพซินั่น แล้ววันนี้จะไปทำงานไหวมั้ย” ปัทมาภร นิธิสุวัฒนาฐากร เอ่ยทักลูกชายสุดรักเป็นคำแรก
“พอทนครับมี้ ไม่ไหวเลยลูกค้ากลุ่มนี้ เที่ยวดุน่าดู ตีสามแล้วยังไม่อยากกลับ” ลูกชายเอ่ยก่อนจะยกแก้วกาแฟขึ้นจิบเรียกเรี่ยวแรง
“ดีแล้วที่ฉันยกหน้าที่พวกนี้ให้แก ไม่งั้นป่านนี้คงตื่นไม่ไหวแน่ๆ แก่แล้วเรื่องเที่ยวดึกนี่เห็นทีจะไปกันไม่ได้”
จตุพล นิธิสุวัฒนาฐากร วางหนังสือพิมพ์ลงแล้วให้ความสนใจกับมื้อเช้าแบบจริงๆ จังๆ
“พี่ภามขาเที่ยวค่ะป๊า เรื่องพวกนี้ต้องยกให้เลย”
ปรียากรณ์ นิธิสุวัฒนาฐากร เองก็อดผสมโรงกับพ่อแม่ไม่ได้ เมื่อเห็นสภาพพี่ในเช้านี้
“ไม่ต้องมาทำพูดดีเลยเรา ใช่สิ! อยู่พีอาร์ มีแต่นั่งปั้นหน้าสวยๆ คอยต้อนรับแขกสบายๆ ไม่เหมือนพี่ ต้องดูตั้งแต่หน้าประตูยันดาดฟ้าบริษัท”
พี่บ่นน้องสาวคนเดียวบ้าง แล้วก้มลงไปสนใจกับข้าวต้มชามโตที่แม่บ้านยกมาวางไว้ตรงหน้า
“ว่าแต่เรื่องบริษัทเพื่อนเราที่ไปดูกับป๊าเมื่ออาทิตย์ก่อนล่ะจ๊ะ ตกลงจะซื้อมั้ย ถ้าซื้อจะไหวเหรอ แค่งานของตัวเองก็จะแย่แล้ว”
ปัทมาภรเพิ่งนึกได้
“แล้วแต่ป๊าเลยครับ ผมยังไงก็ได้” ลูกชายเลยโบ้ยให้พ่อทันที
“อ้าว! จะมาแล้วแต่ป๊าทำไม ก็ป๊าบอกแกตั้งแต่กลับจากไปดูโรงงานแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าตามใจแกทุกอย่าง อยากจะซื้อหรือไม่อยากก็ได้หมด เพราะป๊าไม่ไปบุกอีกอยู่แล้ว ถ้าไม่เหนื่อยแกก็ซื้อเลย หรือถ้าเหนื่อยก็แล้วแต่”
พ่อก็โบ้ยมาให้ลูกอีก
“อ้าว! ตกลงยังไงกันแน่สองพ่อลูก ซื้อหรือไม่ซื้อ”
“เฮ้อ! ไว้ผมคิดอีกทีก่อนก็แล้วกันครับมี้ เพิ่งจะลุยงานที่บริษัทให้อยู่ตัวไม่เท่าไหร่ ถ้าต้องลุยอีกที่ผมคงต้องขอพักก่อนครับ ในเมื่อกรรมการบริหารควบตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารออกตัวว่าจะไม่ยุ่งซะขนาดนี้ เห็นทีถ้าผมตกลงซื้อก็คงจะเหนื่อยอีกยกแน่ๆ เลยครับ”
ลูกชายปรายตาไปหาพ่อที่ยังอ้อยอิ่งอยู่กับชามข้าวต้มตรงหน้า ส่วนเขานั้นจำต้องรีบกินรีบไป เพราะประชุมเช้าตอนเก้าโมง จะต้องไปเตรียมตัวก่อน
“จะไปแล้วเหรอลูก”
“ครับ ใครจะใจเย็นอยู่ได้ล่ะครับ งานล้นมือ ไม่เหมือนท่านประธานกับรองประธานฝ่ายพีอาร์นี่ครับ จะได้ไม่ต้องเครียดและงานน้อยๆ ไว้เจอกันพรุ่งนี้เช้านะครับ”
“อ้าว! จะไม่กลับบ้านหรือไงคืนนี้” แม่อดสงสัยไม่ได้
“ไม่แน่ใจครับ ต้องไปงานวันเกิดไอ้ติต่อครับ อาจจะค้างคอนโด หรือถ้ากลับก็คงจะดึกมาก คงไม่ได้เห็นมี้หรอกครับ ไปนะครับ”
ทิชชูถูกชายหนุ่มหยิบมาเช็ดปากแล้วรีบผละจากห้องอาหารทันที เมื่อมีงานรออยู่ล้นมือจริงๆ เพราะเขารับหน้าที่บริหารเกือบทั้งหมดจากพ่อมาได้สามปีกว่าแล้ว และเนื่องจากวันนี้ตื่นสาย เลยได้ออกบ้านสายคือแปดโมงเช้า การจราจรบนท้องถนนก็ติดขัดกว่าทุกวัน
กว่ารถยุโรปหรูหราราคาแพงที่มีสมคิดเป็นคนขับจะแล่นผ่านประตู บริษัท N.T. Food Group จำกัด (มหาชน) หรือมีชื่อย่อคือ NTFG เข้าไปนั้น ก็เกือบเก้าโมงครึ่งเข้าไปแล้ว ลงรถได้ชายหนุ่มเลยต้องรีบสาวเท้าด้วยท่วงท่ามั่นคง ส่วนสูงร้อยแปดสิบห้า กับใบหน้าและผิวพรรณขาวในแบบลูกชาวจีน รองเท้าหนังขัดมันวาววับกับสูทสีน้ำเงินช่วยส่งให้เขาดูดีไร้ที่ติ
“สวัสดีค่ะท่านรอง”
ชายหนุ่มจำต้องคอยพยักหน้าหรือไม่ก็ยกมือรับไหว้นับตั้งแต่เดินเข้าประตูมาถึงยังหน้าห้องทำงาน มีป้ายโลหะประทับอักษรสีทองเอาไว้ด้านหน้าว่า ‘รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร’ ซึ่งชื่อเขาในชาร์ตจะอยู่ใต้ชื่อพ่อกับคณะกรรมการบริหารเท่านั้น
ตามด้วยตำแหน่งยาวยืดในบรรทัดล่างที่เขียนว่า ‘ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ ธุรกิจครบวงจรสัตว์บก’ นั่นหมายถึงการกินควบสองตำแหน่งเหมือนคนเป็นพ่อความรับผิดชอบของเขาที่มีในบริษัทส่งออกอาหารแช่แข็งนี้มากมายหลายอย่าง
“อีกยี่สิบนาทีผมจะเข้าห้องประชุมนะครับคุณดวง”
เขาบอกเลขาคู่ใจวัยสี่สิบ ก่อนเดินเข้าประตู สมคิดหิ้วกระเป๋ากับเสื้อสูทเปิดรอให้อยู่แล้ว เอกสารรอการอนุมัติบนโต๊ะถูกเรียงไว้ตามลำดับความสำคัญแล้ว มะเฟืองซึ่งเป็นพนักงานทั่วไปของแผนกยกน้ำดื่มกับชาร้อนๆ มาวางไว้ตามหน้าที่แล้วก็รีบออกไป
“วันนี้มีอะไรบ้างครับ”
ดวงตาเข้ามาพร้อมสมุดบันทึกแล้วรายงานเรื่องต่างๆ ตามปกติ จากนั้นวันทั้งวันของท่านรองประธานก็จะยุ่งเหยิงไปด้วยภารกิจหลากหลาย กว่าจะได้ออกจากบริษัทก็เกือบหนึ่งทุ่ม ซึ่งถือว่าเร็วกว่าทุกวัน เพราะมีงานต้องไปต่อ สมคิดขับรถไปส่งยังคอนโดหรูหราที่เขามีไว้ใช้ยามไม่อยากกลับบ้าน ซึ่งอยู่ไกลออกไปและต้องฝ่ารถติดเป็นชั่วโมง
“อีกไม่น้อยกว่าสามชั่วโมง ถ้าจะกลับไปกินข้าวกับลูกเมียก่อนก็ได้นะสมคิด ไว้ใกล้จะเลิกผมจะโทรบอกเอง หรือถ้าไม่ไปก็เข้าไปหาอะไรกินในงานได้”
แล้วเขาก็ก้าวออกจากรถในชุดสบายๆ คือกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อเชิ้ตแขนสั้นพอดีตัวสีฟ้าอ่อนๆ เดินตรงเข้างาน ในมือมีวิสกี้ราคาขวดละหมื่นนิดๆ ติดไปด้วย โต๊ะต่อกันไว้ยาวยืดมีผองเพื่อนร่วมราวยี่สิบกว่าคนคือเป้าหมายให้เดินตรงไป
“Happy birthday นะเพื่อน”
ของในมือถูกส่งให้จิตตินันท์ โชติช่วงชัชวาล ซึ่งไม่ได้เห็นหน้ากันตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว เพิ่งได้เจอกันตอนเพื่อนๆ นัดสังสรรค์ประจำรุ่นเมื่อสองเดือนก่อน ทำให้เขารู้ว่าเพื่อนกำลังมีแผนจะขายกิจการที่บุกเบิกมากับมือ สืบเนื่องจากพี่ชายใหญ่ของเพื่อนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน เพื่อนเลยต้องแบ่งเวลาเข้าไปบริหารงานของครอบครัว
“แล้วตกลงเรื่องบริษัทว่าไงวะภาม ฉันรออยู่นะ”
เมื่อท้องอิ่มไปนาน และคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้จนจะหมดแล้ว จิตตินันท์เลยหันไปหาทันที เพราะรอคำตอบอยู่ อันที่จริงก็มีหลายคนอยากได้ แต่เขาเลือกที่จะยื่นโอกาสให้เพื่อนก่อน เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมกระทั่งจบมหาวิทยาลัย เรียกว่านิสัยใจคอเป็นยังไงนั้นมองออกแบบไม่ต้องคิดนาน
“ยังไม่ได้ติดสินใจว่ะ ก็อย่างที่บอกว่าฉันลุยงานที่บริษัทเพิ่งจะอยู่ตัวได้ไม่นาน อยากพักก่อนค่อยคิดกันต่อ”
“แกอย่าคิดนานนะเว้ย เพราะตอนนี้ฉันเหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่แล้ว เมียก็ท้อง ไม่มีเรี่ยวแรงหรือเวลาไปช่วยฉันดูแลหรอก”
ว่าแล้วเจ้าของวันเกิดก็หันไปมองยังโต๊ะที่มีภรรยาคนสวยนั่งคุยกับผองเพื่อนอย่างออกรส และแม้จะท้องโย้กับเรือนร่างอวบแค่ไหน เขาก็ยังเห็นว่าสวยเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
“เคๆ ไว้จะไปคิดอีกที ห้องน้ำอยู่ทางไหนวะ”
“ข้างล่างคนคงใช้เยอะ แกขึ้นไปใช้ชั้นบนดีกว่า จากบันไดไปเลี้ยวซ้ายนะ”
จตุรภัทรพยักหน้ารับแล้วลุกไปทันที ห้องน้ำนอกตัวบ้านมีผู้หญิงยืนรอหลายคน พอเข้าไปในตัวบ้านก็เห็นผู้หญิงยืนรอเข้าห้องน้ำอีก ดีที่เพื่อนบอกให้ขึ้นชั้นบน ไม่งั้นคงต้องอั้นอีกนาน หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว
เขาก็ถือโอกาสเดินชมบ้านไปเรื่อยๆ จนไปยืนอยู่ตรงระเบียงแล้วมองลงไปยังสนามซึ่งเป็นที่จัดงาน ถึงได้เห็นว่ามีคนเป็นร้อย เข้าใจว่าคงจากฝ่ายเพื่อนและฝ่ายภรรยาด้วย อาจจะรวมคนในบริษัทซึ่งน่าจะมีแค่ผู้บริหาร
พอมองไปยังโต๊ะที่เขาพึ่งผละมา ต้องกะพริบตาถี่ๆ สลับกับสะบัดใบหน้าอันหล่อเหลาเพื่อไล่ความเมา กระนั้นภาพเจ้าของเรือนร่างผอมบางในเดรสสีขาวรัดรึงส่วนเว้าโค้งอย่างลงตัวก็ยังคงอยู่
นั่นแปลว่าเขาไม่ได้ตาฝาดและไม่ได้เมา เขาจ้องไปยังใบหน้าเรียวรูปไข่ แม้จากระยะไกลก็ยังเห็นว่าสวยไม่สร่าง หรือจะเรียกได้ว่าสวยและน่ารักกว่าเมื่อก่อนขึ้นอีกก็คงไม่ผิดนัก
หัวใจชายหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ และไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ระหว่างดีใจ เสียใจ หรือแค้นใจ ส่วนร่างกายนั้น มันเหมือนมีกระแสอะไรบางอย่างมากระตุ้น จนเกิดอาการร้อนระอุ โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์นั้น มันแตกตื่นมากกว่าส่วนอื่น แล้วภาพแห่งค่ำคืนเมื่อนานมาแล้วก็ค่อยๆ ไหลเข้าสู่ความทรงจำ
ริมฝีปากบางที่สั่นน้อยๆ กำลังเผยอออก ราวกับจะเชื้อเชิญระคนขลาดกลัว ในห้องนอนที่มีแสงสลัวจากโคมไฟบนหัวเตียง สาดส่องผิวแก้มขาวที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูให้ได้เห็นอย่างไม่ยากเย็นนัก
ชายหนุ่มรูปงามที่ในเลือดมีปริมาณดีกรีสูงกว่าทุกวันค่อยๆ ก้มใบหน้าอันหล่อเหลาลงไปเพื่อให้ได้ลิ้มลองความหอมหวานของบุปผางามยามแรกแย้ม
สองเท้าก้าวเดินจากระเบียงลัดเลาะไปจนถึงหน้าประตูห้องน้ำแล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างกระจกใสแจ๋ว เมื่อเจ้าของเรือนกายผอมบางย้ายจากโต๊ะที่เพื่อนเขานั่ง เดินไปยังโต๊ะอีกตัวที่ภรรยาท้องโย้ของเพื่อนนั่งอยู่
จากตรงนี้ทำให้ได้เห็นใบหน้าอันสวยใสที่แต่งแต้มไว้อย่างลงตัวชัดขึ้น เต็มตาขึ้นกว่าที่เดิม เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้หญิงอีกคนในเดรสสีน้ำเงินด้วยซ้ำ
เมื่อสายตากำลังจับจ้องร่างใต้เดรสสีขาวเท่านั้น เรียวขาขาวที่โผล่พ้นชายกระโปรงลงไปนั้นน่ามองน่าจับต้องไม่น้อย รองเท้าส้นสูงสีดำดูตัดกับผิวและชุดไม่น้อย พลอยทำให้ความคิดของเขา ล่องลอยกลับไปยังห้องอันมีแสงเพียงสลัวอีกรอบ
เจ้าของห้องสลัว จ้องมองดวงหน้าสวยใสด้วยหัวใจเต้นแรงไม่แน่ใจเพราะความตื่นเต้นหรือเพราะอะไรกันแน่ ทั้งที่เรื่องทำนองนี้เคยผ่านมานับไม่ถ้วนแล้ว ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นไปเชยปลายคางมนขึ้นช้าๆ เลยเห็นว่าพวงแก้มขาวนั้นผลัดเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ อาจจะเพราะเครื่องแต่งแต้มหรือเพราะเจ้าของแก้มกำลังอายเขาเองก็บอกไม่ได้ชัดเจนนัก
“เอื้อยรู้ตัวมั้ยจ๊ะ ว่าวันนี้เอื้อยสวยที่สุดในโลกเลย”
นี่ต่างหากที่เขาบอกได้แบบไม่ต้องสงสัยใดๆ เพราะวันนี้สาวน้อยตรงหน้าสวยกว่าทุกวันที่เคยเห็นจริงๆ ชุดนักเรียนมัธยมที่เคยเห็นใส่ทุกครั้ง วันนี้เป็นเดรสแขนกุดผ้าลูกไม้สีขาวสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย แม้ราคาจะแค่พันนิดๆ แต่ก็ช่วยส่งให้คนใส่ดูดีได้ไม่ยากเย็นเลย
ผมยาวสลวยที่เขาเคยเห็นเป็นนิจ วันนี้ถูกเปียก้างปลาไว้ทั้งซ้ายขวา ไปจรดกันตรงไหนเขาก็ไม่อาจรู้ได้ คิ้วโก่งนิดๆ แต่ไม่เคยได้รับการตัดแต่ง บัดนี้เป็นรูปคันศร มีเส้นโค้งคมชัดเจนสีน้ำตาลทาบทับไว้ ดวงตาสวยสุกใสเมื่อก่อน วันนี้ดูคมกลมและโต ขนตาก็ยาวดกกว่าปกติ นั่นก็คงเป็นเพราะฝีมือของช่างด้วยเช่นกัน
“พี่รักเอื้อยนะจ๊ะ”
นี่ก็คือความจริงที่มีในใจชายหนุ่ม ก่อนจะประทับจุมพิตกับริมฝีปากบางมีลิปกรอสเคลือบไว้ แผ่นหลังระหงถูกแผงอกกว้างดันไปจนติดผนังห้อง เขารับรู้ได้ไม่ยากว่าเจ้าของเรือนกายผอมบางกำลังสั่นสะท้านเพราะความตื่นเต้นมากกว่าจะมีความรู้สึกอื่นใด แม้ไม่แน่ใจแต่เขาก็บอกได้ว่าประสบการณ์ด้านนี้สาวน้อยในวงแขนไม่เคยพานพบมาก่อน
“เอื้อยจ๋า! รู้มั้ยว่าเอื้อยหวานที่สุดในโลกเลย”
ของในมือถูกส่งให้จิตตินันท์ โชติช่วงชัชวาล ซึ่งไม่ได้เห็นหน้ากันตั้งแต่เรียนจบปริญญาตรีแล้ว เพิ่งได้เจอกันตอนเพื่อนๆ นัดสังสรรค์ประจำรุ่นเมื่อสองเดือนก่อน ทำให้เขารู้ว่าเพื่อนกำลังมีแผนจะขายกิจการที่บุกเบิกมากับมือ สืบเนื่องจากพี่ชายใหญ่ของเพื่อนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อสองปีก่อน เพื่อนเลยต้องแบ่งเวลาเข้าไปบริหารงานของครอบครัว
“แล้วตกลงเรื่องบริษัทว่าไงวะภาม ฉันรออยู่นะ”
เมื่อท้องอิ่มไปนาน และคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้จนจะหมดแล้ว จิตตินันท์เลยหันไปหาทันที เพราะรอคำตอบอยู่ อันที่จริงก็มีหลายคนอยากได้ แต่เขาเลือกที่จะยื่นโอกาสให้เพื่อนก่อน เพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เรียนมัธยมกระทั่งจบมหาวิทยาลัย เรียกว่านิสัยใจคอเป็นยังไงนั้นมองออกแบบไม่ต้องคิดนาน
“ยังไม่ได้ติดสินใจว่ะ ก็อย่างที่บอกว่าฉันลุยงานที่บริษัทเพิ่งจะอยู่ตัวได้ไม่นาน อยากพักก่อนค่อยคิดกันต่อ”
“แกอย่าคิดนานนะเว้ย เพราะตอนนี้ฉันเหนื่อยสายตัวแทบขาดอยู่แล้ว เมียก็ท้อง ไม่มีเรี่ยวแรงหรือเวลาไปช่วยฉันดูแลหรอก”
ว่าแล้วเจ้าของวันเกิดก็หันไปมองยังโต๊ะที่มีภรรยาคนสวยนั่งคุยกับผองเพื่อนอย่างออกรส และแม้จะท้องโย้กับเรือนร่างอวบแค่ไหน เขาก็ยังเห็นว่าสวยเสมอไม่เปลี่ยนแปลง
“เคๆ ไว้จะไปคิดอีกที ห้องน้ำอยู่ทางไหนวะ”
“ข้างล่างคนคงใช้เยอะ แกขึ้นไปใช้ชั้นบนดีกว่า จากบันไดไปเลี้ยวซ้ายนะ”
จตุรภัทรพยักหน้ารับแล้วลุกไปทันที ห้องน้ำนอกตัวบ้านมีผู้หญิงยืนรอหลายคน พอเข้าไปในตัวบ้านก็เห็นผู้หญิงยืนรอเข้าห้องน้ำอีก ดีที่เพื่อนบอกให้ขึ้นชั้นบน ไม่งั้นคงต้องอั้นอีกนาน หลังจากทำธุระเสร็จแล้ว
เขาก็ถือโอกาสเดินชมบ้านไปเรื่อยๆ จนไปยืนอยู่ตรงระเบียงแล้วมองลงไปยังสนามซึ่งเป็นที่จัดงาน ถึงได้เห็นว่ามีคนเป็นร้อย เข้าใจว่าคงจากฝ่ายเพื่อนและฝ่ายภรรยาด้วย อาจจะรวมคนในบริษัทซึ่งน่าจะมีแค่ผู้บริหาร
พอมองไปยังโต๊ะที่เขาพึ่งผละมา ต้องกะพริบตาถี่ๆ สลับกับสะบัดใบหน้าอันหล่อเหลาเพื่อไล่ความเมา กระนั้นภาพเจ้าของเรือนร่างผอมบางในเดรสสีขาวรัดรึงส่วนเว้าโค้งอย่างลงตัวก็ยังคงอยู่
นั่นแปลว่าเขาไม่ได้ตาฝาดและไม่ได้เมา เขาจ้องไปยังใบหน้าเรียวรูปไข่ แม้จากระยะไกลก็ยังเห็นว่าสวยไม่สร่าง หรือจะเรียกได้ว่าสวยและน่ารักกว่าเมื่อก่อนขึ้นอีกก็คงไม่ผิดนัก
หัวใจชายหนุ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ และไม่รู้ว่าสาเหตุมาจากอะไรกันแน่ ระหว่างดีใจ เสียใจ หรือแค้นใจ ส่วนร่างกายนั้น มันเหมือนมีกระแสอะไรบางอย่างมากระตุ้น จนเกิดอาการร้อนระอุ โดยเฉพาะจุดยุทธศาสตร์นั้น มันแตกตื่นมากกว่าส่วนอื่น แล้วภาพแห่งค่ำคืนเมื่อนานมาแล้วก็ค่อยๆ ไหลเข้าสู่ความทรงจำ
ริมฝีปากบางที่สั่นน้อยๆ กำลังเผยอออก ราวกับจะเชื้อเชิญระคนขลาดกลัว ในห้องนอนที่มีแสงสลัวจากโคมไฟบนหัวเตียง สาดส่องผิวแก้มขาวที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูให้ได้เห็นอย่างไม่ยากเย็นนัก
ชายหนุ่มรูปงามที่ในเลือดมีปริมาณดีกรีสูงกว่าทุกวันค่อยๆ ก้มใบหน้าอันหล่อเหลาลงไปเพื่อให้ได้ลิ้มลองความหอมหวานของบุปผางามยามแรกแย้ม
สองเท้าก้าวเดินจากระเบียงลัดเลาะไปจนถึงหน้าประตูห้องน้ำแล้วหยุดยืนอยู่ตรงหน้าต่างกระจกใสแจ๋ว เมื่อเจ้าของเรือนกายผอมบางย้ายจากโต๊ะที่เพื่อนเขานั่ง เดินไปยังโต๊ะอีกตัวที่ภรรยาท้องโย้ของเพื่อนนั่งอยู่
จากตรงนี้ทำให้ได้เห็นใบหน้าอันสวยใสที่แต่งแต้มไว้อย่างลงตัวชัดขึ้น เต็มตาขึ้นกว่าที่เดิม เขาไม่ได้ให้ความสนใจกับผู้หญิงอีกคนในเดรสสีน้ำเงินด้วยซ้ำ
เมื่อสายตากำลังจับจ้องร่างใต้เดรสสีขาวเท่านั้น เรียวขาขาวที่โผล่พ้นชายกระโปรงลงไปนั้นน่ามองน่าจับต้องไม่น้อย รองเท้าส้นสูงสีดำดูตัดกับผิวและชุดไม่น้อย พลอยทำให้ความคิดของเขา ล่องลอยกลับไปยังห้องอันมีแสงเพียงสลัวอีกรอบ
เจ้าของห้องสลัว จ้องมองดวงหน้าสวยใสด้วยหัวใจเต้นแรงไม่แน่ใจเพราะความตื่นเต้นหรือเพราะอะไรกันแน่ ทั้งที่เรื่องทำนองนี้เคยผ่านมานับไม่ถ้วนแล้ว ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นไปเชยปลายคางมนขึ้นช้าๆ เลยเห็นว่าพวงแก้มขาวนั้นผลัดเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อ อาจจะเพราะเครื่องแต่งแต้มหรือเพราะเจ้าของแก้มกำลังอายเขาเองก็บอกไม่ได้ชัดเจนนัก
“เอื้อยรู้ตัวมั้ยจ๊ะ ว่าวันนี้เอื้อยสวยที่สุดในโลกเลย”
นี่ต่างหากที่เขาบอกได้แบบไม่ต้องสงสัยใดๆ เพราะวันนี้สาวน้อยตรงหน้าสวยกว่าทุกวันที่เคยเห็นจริงๆ ชุดนักเรียนมัธยมที่เคยเห็นใส่ทุกครั้ง วันนี้เป็นเดรสแขนกุดผ้าลูกไม้สีขาวสั้นเหนือเข่าเล็กน้อย แม้ราคาจะแค่พันนิดๆ แต่ก็ช่วยส่งให้คนใส่ดูดีได้ไม่ยากเย็นเลย
ผมยาวสลวยที่เขาเคยเห็นเป็นนิจ วันนี้ถูกเปียก้างปลาไว้ทั้งซ้ายขวา ไปจรดกันตรงไหนเขาก็ไม่อาจรู้ได้ คิ้วโก่งนิดๆ แต่ไม่เคยได้รับการตัดแต่ง บัดนี้เป็นรูปคันศร มีเส้นโค้งคมชัดเจนสีน้ำตาลทาบทับไว้ ดวงตาสวยสุกใสเมื่อก่อน วันนี้ดูคมกลมและโต ขนตาก็ยาวดกกว่าปกติ นั่นก็คงเป็นเพราะฝีมือของช่างด้วยเช่นกัน
“พี่รักเอื้อยนะจ๊ะ”
นี่ก็คือความจริงที่มีในใจชายหนุ่ม ก่อนจะประทับจุมพิตกับริมฝีปากบางมีลิปกรอสเคลือบไว้ แผ่นหลังระหงถูกแผงอกกว้างดันไปจนติดผนังห้อง เขารับรู้ได้ไม่ยากว่าเจ้าของเรือนกายผอมบางกำลังสั่นสะท้านเพราะความตื่นเต้นมากกว่าจะมีความรู้สึกอื่นใด แม้ไม่แน่ใจแต่เขาก็บอกได้ว่าประสบการณ์ด้านนี้สาวน้อยในวงแขนไม่เคยพานพบมาก่อน
“เอื้อยจ๋า! รู้มั้ยว่าเอื้อยหวานที่สุดในโลกเลย”