ตอน 1

เย็นวันฝนพรำ

โครม!!!!

หยาดฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วทำเอานับดาวที่กำลังวิ่งข้ามถนนมาพร้อมกับตะกร้าใส่ขนมไทยถึงกับลื่นล้มอยู่กลางถนน ขนมในตะกร้าใบใหญ่หกกระจัดกระจายเต็มท้องถนน ร่างบางรีบลุกขึ้นเก็บขนมไทยที่แม่ปรานีทำเพื่อให้เธอนำไปขายที่ตลาดยามเย็นโดยที่ไม่สนใจแผลถลอกที่เข่าเลยสักนิด รถหลายคันผ่านไปมาโดยที่ไม่มีใครลงมาช่วยสาวน้อยผมสั้นในชุดเดรสเก่า ๆ ที่กำลังตากฝนเก็บขนมอยู่ท่ามกลางสายฝนพรำเลยสักคน

จนทั่งกระร่างสูงของใครบางคนที่หยุดลงตรงหน้านับดาวเด็กสาวผู้โชคร้ายพร้อมกับร่มคันใหญ่ที่ถูกกางเพื่อกันฝนให้สาวน้อยร่างผอมบางที่กำลังเก็บบรรดาขนมที่ตกหล่นอยู่บนพื้นถนน นับดาวชะงักมือที่กำลังก้มเก็บขนมพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองใครบางคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของเธอ ใบหน้าหล่อเหลาราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยายทำเอาเธอถึงกับใจเต้นแรงไม่เป็นส่ำสายตาที่ติดจะเย็นชาเล็กน้อยนั่นดึงดูดเธอราวกับต้องมนตร์สะกด

เก้าทัพเลือกที่จะนั่งยอง ๆ ลงบนพื้นถนนแล้วยื่นร่มให้หญิงสาวแปลกหน้า นับดาวมองเขาพร้อมรับร่มมาถือไว้อย่าง-งง ๆ ชายหนุ่มร่างสูงหันไปเอื้อมมือเก็บขนมที่อยู่ไกลออกไปมาใส่ตะกร้าให้เธอจนครบ ความใกล้ชิดที่เกิดขึ้นทำให้กลิ่นน้ำหอมของเก้าทัพลอยมาเตะจมูกของนับดาว สาววัยแรกแย้มที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรักมาก่อนให้ใจเต้นแรงและใจสั่นอย่างควบคุมอาการไม่อยู่

“ขอบคุณนะคะ”

เสียงหวานเอ่ยขอบคุณคนตรงหน้าอย่างซาบซึ้งในน้ำใจก่อนที่จะยื่นร่มคืนให้ เก้าทัพรับร่มมาถือเอาไว้พร้อมยืนมือใหญ่มาตรงหน้าสาวน้อยที่กำลังมองมือใหญ่ตรงหน้าเธอด้วยความคิดไม่ถึงว่านอกจากเขาจะลงมาช่วยเธอเก็บขนมที่หล่นอยู่กลางถนนแล้วพี่ผู้ชายคนนี้ยังจะช่วยดึงเธอลุกขึ้นอีกด้วย

มือบางค่อย ๆ ทาบวางลงบนมือใหญ่ก่อนที่ฝ่ามือที่เย็นชื้นไปด้วยน้ำฝนจะกุมมือเธอเอาไว้อย่างแนบแน่นความอบอุ่นที่ไม่เคยรู้สึกกับใครมาก่อนพลันแล่นพล่านไปทั่วทั้งร่างกายและหัวใจที่ไร้เดียงสาดวงน้อย ก่อนที่นับดาวจะลุกขึ้นมาตามแรงฉุดอย่างเบามือของคนตัวโตท่ามกลางสายฝน

สองหนุ่มสาวยืนเผชิญหน้ากันก่อนที่ดวงตากลมโตจะช้อนขึ้นมองสายตาเย็นชาของคนใจดีตรงหน้าแล้วกระพุ่มมือไหว้อย่างงดงามเพื่อขอบคุณอีกครั้ง

“ขอบคุณพี่มากจริง ๆ นะคะที่ลงมาช่วยนับดาวเก็บขนม”

รอยยิ้มสดใสถูกส่งไปให้ร่างสูงของเก้าทัพทำเอาเขาชะงักไปเล็กน้อยกับรอยยิ้มที่บริสุทธิ์ไร้เดียงสาของสาวน้อยตรงหน้า เก้าทัพเผยรอยยิ้มกว้างตอบกลับก่อนที่จะยื่นร่มส่งให้เธอ สาวน้อยทำหน้างุนงง ซึ่งท่าทางแบบนั้นเก้าทัพมองว่ามันน่ารักมากสำหรับเขา

“อีกนานกว่าฝนจะหยุดตกน้องเอาร่มไปเถอะนะ อีกอย่างขนมนี่พี่ช่วยอุดหนุนเราแล้วกัน อันไหนที่ยังกินได้ก็เอาไปแจกเพื่อน ๆ เสียนะ”

มือใหญ่ยัดร่มใส่มือนับดาวที่ยังคงงง ๆ อยู่โดยที่ไม่ลืมยัดแบงก์สีเทาใส่มือเล็กนุ่มนิ่มหลังจากนั้นเก้าทัพก็วิ่งออกจากร่มคันใหญ่กลับไปที่รถทันที นับดาวเมื่อได้สติก็รีบก้าวเตรียมจะวิ่งไปหาพี่ชายแปลกหน้าเพื่อคืนเงิน แต่เท้าเล็กกลับบังเอิญเหยียบอะไรบางอย่างเข้าทำให้เด็กสาวชะงักไป ก่อนที่จะยกเท้าขึ้นแล้วก้มลงหยิบสร้อยสีเงินที่มีบางอย่างคล้องอยู่ซึ่งเธอก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่พอมองไปทางรถคันหรูของพี่ชายสุดหล่อกลับพบเพียงความว่างเปล่า

นับดาวมองสร้อยในมือที่เธอเก็บได้ซึ่งเธอเดาว่าน่าจะเป็นของพี่ชายคนนั้นที่ทำหล่นเอาไว้อย่างแน่นอน รอยยิ้มไร้เดียงสาเผยออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะรีบเก็บสร้อยใส่ไว้ในกระเป๋าผ้าใบเก่าที่เปียกโชกพร้อมกับแบงก์พันที่พี่ชายใจดีช่วยอุดหนุนขนมของเธอ

“ขอบคุณนะคะพี่ชาย”

เสียงหวานพึมพำขอบคุณเขาถึงแม้ว่าพี่ชายคนนั้นจะไม่อยู่ตรงนี้เพื่อฟังคำขอบคุณของเธอแล้วก็ตาม ความประทับใจในตัวของพี่ชายใจดีคนนั้นนับดาวจะจดจำไว้ตลอดไป หากมีวาสนาหรือโอกาสขอให้เธอได้พบกับพี่ชายคนนั้นเพื่อตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้ด้วยเถิด นับดาวยิ้มหวานอย่างมีความสุขไปตลอดทางที่เดินกลับบ้านเด็กกำพร้าปรานีบ้านที่เธออาศัยอยู่มาตั้งแต่เกิด

นับดาวเติบโตมาที่บ้านเด็กกำพร้าโดยที่เธอก็ไม่รู้ว่าใครคือพ่อแม่ที่แท้จริง เพราะพวกท่านนำเธอมาทิ้งไว้ที่หน้าบ้านเด็กกำพร้าในวันที่ท้องฟ้ามืดมิด แต่กลับมองเห็นดวงดาวมากมายที่ส่องเป็นประกาย แม่ปรานีที่มาเห็นเธอเข้าจึงรับเลี้ยงและตั้งชื่อให้เธอว่า นับดาว นภาดา แปลว่าดวงดาวบนท้องฟ้าที่สดใส ซึ่งตัวเธอนั้นชื่นชอบชื่อนี้ของตัวเองมาก

เรื่องราวในวันนี้ถือเป็นความสุขเล็ก ๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเธอความใจดีจากคนแปลกหน้าที่เธอได้รับจะเป็นความสุขที่อยู่ในหัวใจของเธอตลอดไป

ใบหน้าหล่อเหลาที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำ รอยยิ้มกว้างที่เธอประทับใจไม่รู้ลืมพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงราวกับว่ากำลังตกหลุมรักเข้าโดยไม่รู้ตัว

แกรก

แอด

เสียงเปิดประตูบ้านไม้หลังเก่าที่ดังขึ้นเรียกความสนใจให้ปรานีที่กำลังเย็บซ่อมแซมชุดของเด็ก ๆ ในบ้านอยู่เงยหน้าขึ้นมองตามเสียงก่อนที่จะรีบวางเสื้อในมือลงแล้วเดินมาแย่งตะกร้าขนมในมือของนับดาวเอาไปวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกับรีบเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดผมทรงนักเรียนมัธยมของเด็กสาวที่เปียกลู่แนบใบหูด้วยความเป็นห่วง

“ทำไมไม่รอให้ฝนหยุดตกแล้วค่อยมาล่ะลูก ดูสิเปียกโชกไปทั้งตัวเดี๋ยวพรุ่งนี้เกิดเป็นหวัดขึ้นมาก็ไปโรงเรียนไม่ได้กันพอดี”

น้ำเสียงที่แสดงถึงความห่วงใยเอ็ดนับดาวเบา ๆ ก่อนที่สาวน้อยจะยิ้มกว้างออกมาอย่างเอาใจแม่ปรานีที่เลี้ยงดูเธอมาตั้งแต่เด็กคนที่เธอเรียกว่าแม่อย่างรู้สึกภาคภูมิใจในตัวท่านที่ทำงานทุกอย่างเพื่อเลี้ยงดูเธอกับเด็กหลาย ๆ คนที่อยู่ในบ้าน

แต่ตอนนี้มีเพียงเธอกับอ้อมใจและเอื้ออารีเท่านั้น เด็กสาวสองคนที่ขออยู่ที่บ้านนี้ต่อกับแม่ปรานี เพราะไม่อยากไปอยู่กับครอบครัวใหม่ที่พวกเธอไม่คุ้นเคย ซึ่งนับดาวก็เช่นกันที่ขออยู่ทำงานช่วยแม่ปรานีเพื่อหาเลี้ยงน้อง ๆ ทั้งสองคนที่กำลังอยู่ในวัยมัธยมเฉกเช่นเดียวกับเธอที่ตอนนี้กำลังจะจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

“ไปได้เหมือนเดิมนั่นแหละค่ะแม่ เพราะนับดาวคนนี้แข็งแรงอยู่แล้วไม่ป่วยง่าย ๆ หรอก”

นับดาวย่นจมูกใส่ปรานีอย่างน่ารักทำเอาคนเป็นแม่อดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นเกี่ยวผมที่ลงมาปรกใบหน้าสวยหวานไปทัดที่ใบหูให้อย่างอ่อนโยน เด็กคนนี้คือของขวัญที่แสนพิเศษและล้ำค่าสำหรับเธอ เด็กสาวที่มาพร้อมกับความสดใสและความร่าเริงที่ทำให้เธออยากมีชีวิตอยู่ต่อเพื่อต่อสู้กับโลกที่แสนกว้างใหญ่ใบนี้

“รีบไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงมากินข้าวเย็นได้แล้ว วันนี้มีแกงส้มของโปรดหนูด้วยนะ”

ปรานีเอ่ยบอกเด็กสาวที่กำลังตาโตด้วยความตื่นเต้นก่อนที่จะยิ้มออกมาด้วยความดีใจแล้วตั้งท่าจะวิ่งขึ้นไปชั้นบนของบ้าน แต่พอวิ่งไปได้เพียงสามเก้าก็พลันชะงักเท้า และหันกลับมาเปิดกระเป๋าผ้าหยิบแบงก์พันออกมายื่นให้ปรานีที่ขมวดคิ้วมุ่นด้วยความแปลกใจที่นับดาวยื่นเงินที่มากกว่าค่าขนมที่เธอทำให้นับดาวไปขายเสียอีก

“พอดีมีพี่ชายใจดีช่วยอุดหนุนขนมที่เปียกและหล่นลงพื้นน่ะค่ะแม่ พี่เขาบอกให้นับดาวเอาขนมที่ยังกินได้มาแจกให้เพื่อนบ้าน”

นับดาวบอกปรานีที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจก่อนที่จะยัดเงินใส่มือมารดาแล้วรีบวิ่งขึ้นชั้นบนไปทันทีเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าลงมาทานมื้อเย็น ที่ถึงแม้ว่าแกงส้มของแม่ปรานีจะมีแค่ดอกแคไร้ซึ่งกุ้งตัวโต ๆ แต่เธอก็มีความสุขแล้วกับอาหารทุกมื้อที่คุณแม่ทำให้กินและทุกช่วงเวลาที่ได้เติบโตขึ้นมาภายใต้ชายคาบ้านเด็กกำพร้าปรานีแห่งนี้

คืนนั้นนับดาวนอนหลับไปพร้อม ๆ กับสร้อยที่คล้องด้วยเฟืองที่มีชื่อสลักเอาไว้ว่า KHAOTHUP รอยยิ้มหวานประดับอยู่บนใบหน้าดวงตากลมโตบัดนี้หลับตาพริ้มอย่างมีความสุขไปกับฝันดีฝันที่มีพี่ชายแปลกหน้าอยู่ในความฝัน

ตอน 2

สนามแข่งรถ PK

“พี่เก้าสู้ ๆ พี่เก้าทัพสู้ตาย กรี๊ดดดด”

“กรี๊ดดด มึงงงง พี่เก้าแซงแล้ว ๆ งื้อ ดีใจอะ”

“พี่เก้าของออมสู้เขานะคะ”

“เย่ เย่ พี่เก้าชนะแล้ว ๆ”

เสียงกรี๊ดร้องของสาว ๆ ดังขึ้นทั่วทั้งสนามเมื่อรถซูเปอร์คาร์สีดำคันสวยแล่นเข้าเส้นชัยนำคู่แข่งแบบไม่เห็นฝุ่น ไม่มีใครในที่นี้ไม่รู้จักคนที่อยู่บนรถ เพราะผู้ชายคนนี้มีชื่อเสียงเรื่องการแข่งรถเป็นที่หนึ่งไม่เคยเป็นที่สองรองจากใครทั้งนั้น ฝีมือขับรถที่ดุดันและหน้าตาที่หล่อเหลาราวกับรูปปั้นเทพบุตรที่มีชีวิตช่างมีเสน่ห์เชิญชวนให้สาว ๆ พากันมานั่งเต็มขอบสนามเพื่อชมการแข่งรถในแมตช์นี้

เอี๊ยดดด!!

เสียงล้อรถหรูบดกับพื้นถนนเสียงดังลั่นก่อนที่ประตูด้านคนขับจะเปิดออกมาร่างสูงในชุดเสื้อช็อปกางเกงยีนราคาแพงก้าวลงมาจากรถ เสียงกรี๊ดของสาว ๆ ก็ดังขึ้นอีกครั้งด้วยความตื่นเต้น สายตาเย็นชาที่กวาดมองไปยังกลุ่มสาว ๆ มันช่างไร้ความรู้สึกเสียจนสาว ๆ หลายคนต่างพากันขนานนามให้เขาว่าเทพบุตรไร้หัวใจที่ไม่เคยไร้คนข้างกาย

“เจ๋งว่ะเพื่อน ชนะแบบไม่เห็นฝุ่นเลย”

ดาร์คเดินมาหาเพื่อนรักพร้อมกับยกนิ้วโป้งให้ด้วยความชื่นชม เก้าทัพเป็นผู้ชายที่เก่งในทุก ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเรียน แข่งกีฬา แข่งรถหรือแม้กระทั่งเรื่องผู้หญิง เพื่อนของเขามักจะกินเงียบ ๆ โดยที่ไม่เคยมีปัญหาเรื่องผู้หญิงตามมาวุ่นวายหรือตบตีกันแย่งมันเลยสักครั้ง

“หึ เจอพวกอ่อนเลยชนะง่าย ๆ ก็เป็นเรื่องธรรมดา”

เก้าทัพกระตุกยิ้มมุมปากเล็กน้อยบอกเพื่อนสนิทก่อนที่พอร์ชที่เดินตามมาสมทบจะส่งมวนบุหรี่มาให้ซึ่งชายหนุ่มก็ไม่รอช้าที่จะหยิบบุหรี่มาจุดสูบพ่นควันอย่างสบายอารมณ์ กิจกรรมหลังเลิกเรียนทำให้เขามีความสุขและสบายใจไม่น้อย เพราะเขาชอบแข่งรถมาตั้งแต่เด็กทั้งเขาและพี่สาวสุดที่รักอย่างพี่แก้มใสต่างชอบความเร็วและความแรงซึ่งพวกเขามองว่ามันน่าท้าทายดี

“แล้วของเดิมพันล่ะสวยใช้ได้เลยนี่”

พอร์ชเอ่ยถามเพื่อนพร้อมกับพยักเพยิดหน้าไปทางหญิงสาวร่างเพรียวระหงหน้าตาสะสวยหรือจะพูดให้ถูกก็คือสวยมากที่ยืนอยู่ข้าง ๆ นายเพื่อนต่างคณะที่มาท้าเก้าทัพแข่งรถในวันนี้

“ไม่ดีกว่าว่ะ ไม่ชอบคนที่สวยข้างนอก แต่เน่าใน”

คำพูดของเก้าทัพทำเอาดาร์คกับพอร์ชหันมาสบตากันยิ้ม ๆ เพื่อนสนิทของเขาคนนี้เป็นคนที่พูดทุกประโยคที่คิด โดยที่ไม่คิดจะไว้หน้าใครเลยสักนิด แต่เขาก็เห็นด้วยกับคำพูดของมันที่ว่าผู้หญิงที่กำลังเดินควงแขนไอ้นายมา สวยนอกเน่าใจจริง ๆ เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ส้มหวานเป็นของเดิมพัน หากแต่เธอเป็นมานับครั้งไม่ถ้วนต่างหาก

ส้มหวานลูกนี้ดูท่าจะเป็นส้มเน่าตามที่เก้าทัพพูดเอาไว้ไม่มีผิด

“หึ เก่งสมคำเล่าลือจริง ๆ ถือว่าครั้งนี้มาเช็กฝีมือก่อนก็แล้วกัน ครั้งหน้าฉันไม่ยอมแพ้นายแน่นอนเก้าทัพ อะ นี่เช็คเงินสดหนึ่งล้านกับผู้หญิงตามข้อตกลง”

มือหนึ่งยื่นเช็คให้เก้าทัพส่วนอีกมือก็ปล่อยมือส้มหวานแล้วผลักสาวสวยที่ยืนเคียงข้างกายมาด้านหน้า เก้าทัพมองเช็คเงินสดในมือนายสลับกับมองส้มหวานก่อนที่มุมปากจะกระตุกขึ้นเล็กน้อย มือใหญ่ยื่นมือไปหยิบเพียงแค่เช็คเท่านั้น เขาจงใจไม่คว้าตัวส้มหวานมาด้วย ทำเอาใบหน้าสวยตวัดสายตามองเก้าทัพด้วยความไม่พอใจที่เขาเมินตนเพราะส้มหวานคิดเสมอว่าเธอสวยขนาดนี้ไม่มีผู้ชายคนไหนกล้าปฏิเสธเธอแน่ ยกเว้นผู้ชายคนนี้

เก้าทัพ กันต์ดนัย พิสิฐกุลวัตรดิลก

นายเลิกคิ้วมองเก้าทัพที่รับเช็คไป แต่เขาไม่แม้แต่จะดึงมือของส้มหวานคู่ขาของเขาไปเลยด้วยซ้ำ มุมปากยกยิ้มด้วยความพอใจกับความตรงไปตรงมาของอีกฝ่ายที่ปฏิเสธสาวสวยอย่างไม่ไว้หน้าเลยสักนิด

ครืด ครืด ครืด

ก่อนที่ส้มหวานจะเอ่ยปากเหวี่ยงด้วยความไม่พอใจตามนิสัยของเธอเสียงโทรศัพท์โทรศัพท์ของเก้าทัพก็ดังขึ้นก่อน เขารีบล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบโทรศัพท์ออกมากดรับสายทันทีเมื่อหน้าจอโชว์ชื่อบุคคลที่เขารักสุดหัวใจ รอยยิ้มอ่อนโยนปรากฏต่อหน้าใครหลายคนที่จ้องมองรอยยิ้มของเก้าทัพด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกันออกไป เพราะน้อยคนนักที่จะเห็นรอยยิ้มของผู้ชายที่แสนเย็นชาคนนี้

แต่เมื่อได้เห็นทุกคนกลับรู้สึกว่าช่างมีเสน่ห์เกินต้านทานแม้กระทั่งนายที่เป็นผู้ชายยังต้องยอมรับว่าเก้าทัพเป็นผู้ชายที่หน้าตาหล่อเหลาราวกับเทพบุตรที่ลงมาจุติยังโลกมนุษย์ เครื่องหน้าทุกชิ้นบนใบหน้าหล่อเหลาราวกับว่าพระเจ้าบรรจงปั้นออกมาให้ดูดีอย่างไร้ที่ติ เขาไม่แปลกใจเลยที่ส้มหวานคู่นอนของเขาจะยอมเสนอตัวเองเป็นของเดิมพันอย่างง่ายดายเพียงแค่ได้นอนกับผู้ชายคนนี้

“ครับแม่”

น้ำเสียงที่แสนอ่อนโยนอย่างที่ไม่เคยกล่าวกับใครมาก่อนยกเว้นใครบางคนในความทรงจำที่เก้าทัพเคยพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เพราะรู้สึกเอ็นดูในความน่ารักสดใสของเด็กสาวคนนั้นคนที่เลือนรางเหลือเกินในความทรงจำของเขา แต่ในทางกลับกันเก้าทัพกลับตราตรึงอยู่ในความทรงจำของเด็กสาวคนนั้นไม่เคยลืมเลือน

(น้องเก้าเมื่อไรจะกลับบ้าน แม่ทำมื้อเย็นของชอบของลูกเอาไว้เยอะเลย)

น้ำเสียงหวานละมุนของที่รักผู้เป็นมารดาทำให้รอยยิ้มของเก้าทัพยิ่งกว้างมากขึ้นกว่าเดิม ทำเอาส้มหวานที่กำลังทำหน้าเหวี่ยงวีนด้วยความไม่พอใจพลันชะงักไปนึกรู้สึกหลงรักรอยยิ้มนั้นโดยไม่รู้ตัวก่อนที่น้ำเสียงนุ่มละมุนจะเอื้อนเอ่ยตอบปลายสาย

“ครับแม่ เก้ากำลังจะกลับแล้วคิดถึงแม่จะแย่”

เด็กติดแม่ที่อ้อนมารดาต่อหน้าคนมากมายโดยที่ไม่แคร์ใครเลยสักนิดเรียกรอยยิ้มจากเพื่อนและผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี ไม่เคยมีใครเห็นมุมที่อ่อนโยนของเก้าทัพมาก่อนนอกจากดาร์คกับพอร์ช เพราะส่วนใหญ่แล้วมุมที่ทุกคนรู้จักและมักจะพบเห็นเป็นประจำคือใบหน้าหล่อเหลาที่นิ่งเรียบไร้ความรู้สึก ไร้รอยยิ้ม และน้ำเสียงที่ติดจะเย็นชาไม่ว่าจะพูดกับใครก็ตาม

สงสัยมารดาคงเป็นข้อยกเว้นของเก้าทัพเพราะการกระทำที่เป็นไปโดยธรรมชาติมันดูน่ารักมากในสายตาของทุกคนที่ยืนอยู่บริเวณนี้

(แม่ก็คิดถึงน้องเก้านะครับ วันนี้พี่หมอกับพี่แก้มแล้วก็หลาน ๆ จะมาทานมื้อเย็นด้วย แม่รอน้องเก้านะขับรถดี ๆ ล่ะ)

ที่รักพูดจบก็วางสายไปก่อนที่เก้าทัพจะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีแล้วยัดโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงก่อนที่จะเงยหน้าขึ้นมองทุกคน รอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนพลันเลือนหายไปทันทีเหลือเพียงใบหน้าที่แสนเย็นชาเฉกเช่นเดิมก่อนที่เขาจะยกเช็คเงินล้านขึ้นมาแล้วกล่าวขอบคุณนาย

“ขอบใจนะสำหรับเงินส่วนผู้หญิงนายเก็บเอาไว้เล่นเองเถอะ ฉันไม่ค่อยชอบผู้หญิงที่ช่ำชองอะมันไม่ค่อยตื่นเต้นสักเท่าไร”

พูดจบก็หันหลังเดินจากไปทันทีทิ้งส้มหวานให้ยืนกระทืบเท้าลงบนพื้นอย่างแรงด้วยความขัดใจ แค่ท่าทีปฏิเสธที่แสนเย็นชาเธอก็อายจะแย่แล้วยังจะมีคำพูดที่เหมือนลากเธอไปตบกลางสี่แยกไฟแดงให้อับอายมากกว่าเดิมเสียอีก ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าผู้ชายที่หล่อร้าย ๆ แบด ๆ อย่างเก้าทัพจะปากร้ายถึงเพียงนี้

ฝากเอาไว้ก่อนเถอะ สักวันเธอจะต้องเอาเขามาเป็นของเธอให้ได้

ตอน 3

หลังจากที่ขับรถออกมาจากสนามแข่งได้สักพักซูเปอร์คาร์คันหรูก็เกิดงอแงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ ทำเอาเก้าทัพถึงกับทุบพวงมาลัยอย่างหัวเสียเขายิ่งรีบ ๆ อยู่รถดันมาดับกลางทาง แบบนี้แม่ที่รักต้องรอเขาเก้ออย่างแน่นอน มือล้วงหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนที่จะกดส่งข้อความไปบอกมารดาว่าอาจจะถึงช้า เพราะรถเสียกลางทาง ร่างสูงก้าวลงจากรถพร้อมกับล็อกรถอย่างมิดชิด

ร่างสูงออกมายืนอยู่ข้างถนนมือก็กดโทรศัพท์หาใครบางคนเพื่อให้มาจัดการกับรถที่เสียข้างทางจนกระทั่งเรียบร้อยแล้วก็ยืนรอ Taxi ที่แทบจะไม่มีผ่านมาเลยสักคัน จนกระทั่งรถประจำทางผ่านมาและหยุดลงตรงหน้าเก้าทัพไม่รอช้าที่จะก้าวขึ้นไปบนรถทันที ดูจากเส้นทางที่ติดอยู่ข้างรถแล้วรถประจำทางคันนี้น่าจะผ่านไปแถว ๆ บ้านของเขา

หลังจากที่ขึ้นรถมาแล้วดวงตาคมกริบกวาดสายตามองหาที่นั่ง แต่ปรากฏว่าไม่มีที่นั่งเหลือว่างเลยสักที่ เก้าทัพค่อย ๆ เดินเบียดเสียดไปข้างหน้าอย่างเงอะ ๆ งะ ๆ เพราะกลัวจังหวะรถเบรกกะทันหัน ซึ่งเหมือนความคิดของเขาจะสื่อไปถึงคนขับที่อยู่ดี ๆ ก็แตะเบรกกะทันหันเพื่อรับผู้โดยสาร ร่างสูงของเขาไถลไปด้านหน้าก่อนที่จะชนเข้ากับร่างบางของใครบางคน กลิ่นแป้งเด็กหอมสดชื่นทำเอาเก้าทัพเผลอสูดดมเข้าไปเต็มปอดก่อนที่ร่างบางของผู้หญิงตรงหน้าจะหันมาด้านหลังช้า ๆ

ดวงตากลมโตสบเข้ากับดวงตาสีนิลของเก้าทัพ หัวใจดวงน้อยพลันเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นก่อนที่รถประจำทางจะออกตัวอย่างแรงทำให้ครั้งนี้นับดาวเป็นฝ่ายเซไปข้างหน้าอย่างไม่ทันตั้งตัว ซึ่งเก้าทัพก็ยกมือขึ้นมารอรับร่างบางโดยอัตโนมัติทำให้ตอนนี้นับดาวตกอยู่ในอ้อมกอดของเก้าทัพโดยไม่ตั้งใจ

“อ๊ะ!!”

เสียงร้องด้วยความตกใจมาพร้อมกับเสียงหัวใจดวงน้อย ๆ เต้นกระหน่ำอย่างรุนแรงด้วยความตื่นเต้นและเขินอาย ส่วนเก้าทัพใบหูแดงเล็กน้อยด้วยก็หาสาเหตุไม่ถูกเหมือนกันว่าแดง เพราะกำลังเขินหรือว่าตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่กลับอบอวลไปด้วยความรู้สึกบางอย่างของคนทั้งคู่ ท่ามกลางความเงียบและอ้อมกอดที่ไม่สามารถดึงมือออกมาได้ก็มีเสียงกระแอมไอดังขึ้นทำลายบรรยากาศที่แสนหวานลงในทันที

“อะแฮ่ม พ่อหนุ่มจ๊ะแม่สาวน้อยก่อนจะกอดกันต่อรบกวนพ่อหนุ่มจ่ายค่ารถเมล์ป้าก่อนนะจ๊ะ”

คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ยืนเบียดอยู่หลังนับดาวพร้อมกับยื่นมือมาข้างหน้าสองหนุ่มสาวที่กำลังกอดกันด้วยความไม่ตั้งใจ ก่อนที่เก้าทัพจะล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบเงินแต่การขยับตัวของเขามันช่างยากเย็นเสียเหลือเกิน นับดาวที่ขยับตัวง่ายกว่ารีบหยิบค่ารถออกมายื่นให้คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ในทันที

“นี่ค่ะคุณป้า”

รอยยิ้มพิมพ์ใจและเงินค่าโดยสารสำหรับสองคนถูกยื่นไปให้คุณป้ากระเป๋ารถเมล์ก่อนที่คนแก่กว่าจะเบียดทั้งคู่ไปด้านหลังเพื่อเก็บเงินค่ารถผู้โดยสารคนต่อไป แรงเบียดของคุณป้ายิ่งทำให้นับดาวใกล้ชิดกับเก้าทัพมากขึ้น จนหญิงสาวกลัวว่าเขาจะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงผิดปกติของเธออย่างแน่นอน ซึ่งก็ใช่จังหวะหัวใจที่เต้นแรงของนับดาวเก้าทัพสัมผัสได้อย่างชัดเจน แต่เขาเลือกที่จะยืนเงียบ ๆ สูดดมกลิ่นหอมจากเส้นผมสีดำขลับแทนการเอ่ยแซวออกมาซึ่งดูจะเป็นการเสียมารยาทกับเด็กสาวตรงหน้ามากกว่าถ้าทำแบบนั้น

“ถ้าคนทยอยลงจากรถแล้วเดี๋ยวพี่คืนเงินให้นะครับ” เสียงทุ้มนุ่มช่างไพเราะและละมุนนักในความรู้สึกของนับดาว สาวน้อยเงยหน้าขึ้นจากแผ่นอกแกร่งก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาช้า ๆ รอยยิ้มสดใสถูกส่งไปให้เก้าทัพอย่างไร้เดียงสาก่อนที่เขาจะยิ้มตอบเธอกลับมา

“ค่ารถยี่สิบบาทตลอดสายมันเทียบไม่ได้เลยกับน้ำใจของพี่ชายที่ช่วยอุดหนุนขนมนับดาวในวันนั้น ถือว่าวันนี้นับดาวตอบแทนน้ำใจของพี่ชายแล้วนะคะ”

เสียงหวานไพเราะเอ่ยบอกเก้าทัพพร้อมกับยิ้มจนตาหยีเป็นสระอิรอยยิ้มของคนตัวเล็กทำเอาผู้ชายที่แสนเย็นชาอย่างเก้าทัพแย้มยิ้มกว้างมากกว่าเดิม ซึ่งมันเป็นไปโดยธรรมชาติโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัวเองเช่นกัน กับคนอื่นเขาไม่เคยแม้แต่จะส่งยิ้มให้ใครนอกจากคนในครอบครัว แต่กับเด็กสาวเขากลับส่งยิ้มให้เพียงแค่เห็นรอยยิ้มที่แสนบริสุทธิ์และไร้เดียงสาของสาวน้อยคนนี้

“เก้าทัพครับพี่ชื่อเก้าทัพ เผื่อวันหลังมีโอกาสได้เจอกันอีกจะได้เรียกถูก” ไม่รู้อะไรดลใจให้เก้าทัพบอกชื่อเล่นของตัวเองออกไปทั้ง ๆ ที่ไม่เคยบอกชื่อของตัวเองกับใครมาก่อนไม่ว่าผู้หญิงคนนั้นจะสวยมากแค่ไหนก็ตาม แต่วันนี้และตอนนี้คนที่หยิ่งและแสนเย็นชาแบบเขากลับบอกชื่อให้กับสาวน้อยตรงหน้าได้รู้จักอย่างง่ายดายราวกับต้องมนตร์สะกด

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่เก้าทัพน้องชื่อนับดาวนะคะ”

นับดาวแนะนำตัวเองกลับบ้างก่อนที่เก้าทัพจะพยักหน้ารับทั้งคู่ยิ้มให้กันและกันอย่างมีไมตรี มือใหญ่ที่กอดเอวบางเอาไว้อยู่ ๆ ก็เกิดอาการติดหนึบคล้ายจะไม่อยากปล่อยเสียอย่างนั้นเลยทำให้เก้าทัพยังคงกอดร่างบางของนับดาวเอาไว้ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ท้วงออกมาแต่อย่างใดมันเลยทำให้เขาเนียนกอดนับดาวไปจนกระทั่ง

“อ๊ะ ถึงแล้ว นับดาวไปก่อนนะคะพี่เก้าทัพ หวังว่าเราสองคนคงมีโอกาสได้เจอกันอีกครั้ง” เสียงหวานละมุนบอกเก้าทัพก่อนที่เก้าทัพจะคลายอ้อมกอดออกอย่างรู้สึกเสียดายนิด ๆ ซึ่งเขาก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมต้องเสียดายอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนี้ด้วยก่อนที่จะจนใจพยักหน้ารับ

“ถ้าเจอกันครั้งที่สามคงเป็นพรหมลิขิตแล้วละ”

เก้าทัพยิ้มกว้างพร้อมกับเผลอยกมือขึ้นมาขยี้ผมนุ่มของสาวน้อยตรงหน้าอย่างลืมตัวทำเอานับดาวถึงกับชะงักไป หัวใจดวงน้อยเต้นแรงกระหน่ำอย่างควบคุมอาการไม่อยู่ ก่อนที่เก้าทัพจะรู้สึกตัวรีบชักมือออกจากผมนุ่มที่ยังคงมีกลิ่นหอมติดมือเขาอยู่ออกอย่างเก้อ ๆ นับดาวค่อย ๆ หันหลังเดินไปที่ประตูด้านหน้า แต่ก่อนที่จะลงจากรถไปเธอก็ตัดสินใจหันมาแล้วโบกมือให้เก้าทัพอีกครั้งพร้อมส่งยิ้มกว้างให้เขาแล้วลงจากรถไป

เก้าทัพมองตามร่างบางที่ยังคงยืนมองตามหลังรถประจำทางที่มีใครบางคนอยู่บนรถค่อย ๆ แล่นห่างออกไป ใบหน้าสวยหวานฉายแววเศร้าหมองเล็กน้อยเมื่อคิดว่าอาจจะไม่มีโอกาสได้พบพี่เก้าทัพอีกครั้ง เหมือนดั่งหัวใจดวงน้อยหลุดลอยจากเธอไปหาใครบางคนอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่นับดาวจะหันหลังเดินจากไปเพื่อจัดการธุระของวันนี้นั่นคือการมาสมัครงานเป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับชื่อดังแห่งหนึ่ง

นับดาวเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เรียบร้อยแล้วและสามารถสอบชิงทุนเพื่อเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่งได้ แต่เธอก็ต้องหาค่าใช้จ่ายระหว่างที่ศึกษาไปด้วย เพราะทุนที่เธอได้รับมันอาจจะไม่เพียงพอสำหรับชีวิตนักศึกษามหาวิทยาลัยที่มีรายจ่ายจิปาถะเข้ามาตลอดเวลา

Dark Devil Pub

“พี่อ๊อฟฟี่คะช่วยรับน้องสาวของแพรวเอาไว้ทีนะคะ น้องเป็นเด็กขยันตั้งใจทำงาน ตอนนี้น้องกำลังลำบาก น้องเลยอยากมาหารายได้ระหว่างรอเปิดเทอมพี่อ๊อฟฟี่ช่วยน้องสาวแพรวด้วยนะ อีกอย่างตอนนี้แม่ของน้องก็ป่วยทั้งบ้านแทบไม่มีเงินพาแม่ไปหาหมอเลย”

แพรววาพี่สาวข้างบ้านเด็กกำพร้าที่เห็นนับดาวมาตั้งแต่เด็กยกมือไหว้ขอร้องอ๊อฟฟี่ผู้จัดการผับให้รับน้องสาวของเธอเข้ามาทำงาน อ๊อฟฟี่กะเทยตัวแม่มองเด็กสาวหน้าตาน่ารักด้วยความหนักใจในใจเธอก็อยากจะช่วยเด็กสาวที่ดูจะว่าง่ายอยู่หรอก แต่ติดที่อายุของนับดาวเพียงแค่ 18 เธอไม่อยากมีปัญหากับพ่อน่ะสิ

“พี่ก็อยากช่วยนะ แต่ว่าน้องมันเพิ่งอายุสิบแปดเองนะแพรว ที่นี่รับแต่เด็กอายุยี่สิบขึ้น ถ้าถูกจับได้จะทำอย่างไรมีแต่ซวยกับซวย”

อ๊อฟฟี่อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เธอไม่สามารถรับนับดาวเข้ามาทำงานที่นี่ได้อย่างใจเย็น นับดาวที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับก้มหน้าลงด้วยความท้อใจ เธอแค่อยากมีเงินเก็บซึ่งงานนี้พี่แพรวบอกว่าทิปค่อนข้างดีตอนนี้แม่ปรานีก็ป่วยออด ๆ แอด ๆ ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยครั้ง เธอแทบจะไม่มีเงินพาแม่ไปหาหมอ งานนี้จึงเป็นทางออกเดียวของเธอแต่ดูความหวังของเธอน่าจะพังทลายลงเสียแล้ว

“รับไว้เถอะ ถ้ามีปัญหาอะไรฉันรับผิดชอบเอง”

ขุนพลซึ่งเป็นเจ้าของผับและผ่านมาได้ยินบทสนทนาของแพรวเด็กในร้านกับอ๊อฟฟี่ผู้จัดการร้านสาวสองที่เขาไว้วางใจให้ดูแลร้านแทนเขาเข้าพอดีบอกสามสาวที่กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ นับดาวที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับเงยหน้าขึ้นมาด้วยความดีใจ ใบหน้าสวยหวานราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบทำเอาขุนพลนิ่งชะงักไปเล็กน้อย

เด็กคนนี้น่ารักเสียจนเขาอดที่จะเอ็นดูไม่ได้

“ขอบคุณมาก ๆ นะคะ ขอบคุณจริง ๆ ค่ะ”

นับดาวยกมือไหว้ขอบคุณผู้ชายร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงหน้าก่อนที่ขุนพลจะส่งยิ้มกว้างมาให้เธอและเดินจากไปทันที อ๊อฟฟี่เมื่อได้ยินที่ขุนพลบอกแบบนั้นก็ยิ้มอย่างยินดีและดีใจไปกับนับดาวด้วย ขุนพลนับว่าเป็นเจ้าของร้านที่ใจดีมาก ๆ สำหรับพวกเธอ

“ดีนะที่วันนี้คุณขุนพลเข้าร้านมาพอดีไม่อย่างนั้นเราได้กินแห้วแน่นอน”

อ๊อฟฟี่บอกนับดาวที่ดวงตาทอแสงเป็นประกายด้วยความตื้นตันก่อนที่จะยกมือไหว้อ๊อฟฟี่ด้วยความดีใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วอ๊อฟฟี่จึงอธิบายถึงรายละเอียดงานและหน้าที่ของนับดาวให้เด็กสาวฟังอย่างละเอียดพร้อมกับแจ้งให้นับดาวมาเริ่มงานในวันพรุ่งนี้ได้เลย โดยที่ค่าแรงขุนพลจะจ่ายให้พนักงานทุกคนวันละห้าร้อยบาทส่วนทิปต่างหากของใครของมันและจะมีทิปรวมด้วย

นับดาวกลับบ้านด้วยหัวใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุขที่ได้เจอพี่เก้าทัพผู้ชายที่กระชากหัวใจของเธอติดมือไปด้วยตั้งแต่แรกเจอ กลิ่นกายที่หอมตามแบบฉบับของบุรุษเพศยังคงติดอยู่ตามตัวของเธอไม่จางหาย เขาเปรียบเสมือนโชคดีของเธอที่วันนี้ทำให้เธอได้งานทำ นับดาวเดินยิ้มไปตลอดทางเดินก่อนที่จะเปิดประตูเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED