บทที่ 2
รับวิญญาณผิดดวง
หลังจากที่ถ่ายละครเสร็จแล้วลีน่าไม่มีจิตใจจะไปชอปปิ้งที่ไหนอีกแล้ว เธอเหนื่อยจนอยากกลับบ้าน และที่สำคัญห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดนั้นเป็นของครอบครัวเธอเอง ไม่รู้จะไปเที่ยวทำไมให้ปวดขา อยากได้อะไรก็โทรบอกให้พี่ๆ เอามาให้เลือกที่บ้านแล้วจ่ายเงินก็จบแล้ว
“กลับบ้านเลยหรือเปล่า” แก้วดาราหันไปถามเพื่อนสนิท
“กลับเลย วันนี้เบื่อไม่อยากไปไหน คิดถึงยายลูกแก้วด้วย ตอนนี้น่าจะกลับมาถึงบ้านแล้ว”
“ดีเหมือนกันฉันเองก็คิดถึงยายหนูมากไม่เจอหลายวันแล้วด้วย พี่ชายแกหวงลูกยิ่งกว่าจงอางหวงไข่เสียอีก” แก้วดาราอดที่จะนินทาพี่ชายจอมเย็นชาของเพื่อนรักไม่ได้
“พี่รามเย็นชาก็จริง แต่ถ้ารักใครก็จะรักสุดใจนะแก ไม่ลองเปิดใจดูล่ะ”
“ฉันว่าเราเลิกคุยกันเรื่องนี้เถอะ แกคุยกับฉันมาหลายปีแล้ว ไม่เบื่อหรือยังไง” แก้วดาราไม่อยากให้เพื่อนพูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว เธอขอมองดูอยู่ห่างๆ แบบนี้ก็พอ
ทันทีที่กลับมาถึงบ้านทั้งสองสาวเจอกับลูกแก้วตัวน้อยกำลังเดินเตาะแตะที่สนามหญ้าหน้าคฤหาสน์ของตะกูลอิริคเซ่
“ยีน่า” แม่หนูตัวน้อยดวงใจของบ้านยิ้มหวานให้คุณอาคนสวย
“ลูกแก้วอาชื่อลีน่าค่ะลูก ไม่ใช่ยีน่า เปลี่ยนชื่อให้อาอีกแล้ว”
ลีน่ายิ้มหวานแกล้งบ่นหลาน ก่อนจะอุ้มแม่หนูตัวน้อยแล้วหอมแก้มซ้ายขวาด้วยความเอ็นดู
“พี่รามกลับมานานแล้วเหรอคะ”
“อืม พรุ่งนี้พี่จะบินไปดูงานที่อเมริกา เราพอจะว่างดูลูกแก้วหรือเปล่า” ราเมศหันมาถามน้องสาวแต่สายตานั้นมองไปทางแก้วดาราเพื่อนสนิทของน้องสาวแทน
“พรุ่งนี้น้องมีถ่ายสองฉากสุดท้าย แต่ไม่เป็นไรให้ยายแป๋มอยู่ดูลูกแก้วแทนก่อนแล้วกันนะ น้องไปกองถ่ายเองได้พี่รามไม่ต้องเป็นห่วงยายหนูลูกแก้ว พี่ไปทำงานเถอะแต่ครั้งนี้พี่จะไปกี่วันล่ะ”
“หนึ่งอาทิตย์ เราอยากจะได้อะไรไหม”
“ไม่ล่ะ พี่ซื้อมาฝากพี่เลี้ยงจำเป็นของลูกแก้วเถอะ” ลีน่าพูดเหมือนไม่ใส่ใจ แต่สายตานั้นสังเกตทั้งสองคนที่เธอรัก ปากแข็งกันทั้งคู่ดีนักเดี๋ยวเถอะ ระวังผีผลักไม่รู้ตัว
“จริงสิแป๋ม วันนี้คุณก้องภพพ่อพระเอกสุดหล่อมาคุยกับฉัน ถามว่าแกมีแฟนหรือยังดูท่าทางเขาจะสนใจแกนะ” ลีน่าส่งหลานสาวไปให้เพื่อนสนิทก่อนจะพูดถึงเรื่องพ่อพระเอกของเรื่อง ที่คอยมาถามว่าเพื่อนของเธอนั้นมีแฟนหรือยัง
“แล้วเธอตอบไปว่ายังไง”
“จะให้ตอบยังไงล่ะ ฉันก็ตอบว่าแกทั้งโสดทั้งสดนะสิ คุณก้องภพเท่าที่ฉันร่วมงานมา ฉันว่าเขาเป็นคนดีนะ ไม่มีแฟนแถมยังโสดร้อยเปอร์เซ็นต์ แกไม่ลองคบดูละฉันหนับหนุน” ลีน่ายังไม่หยุดที่จะกระทุ้งต่อ ตอนนี้ดูเหมือนว่าพี่ชายสุดที่รักของเธอคิ้วเริ่มจะขมวดแล้ว
“ก่อนจะคบใครศึกษานิสัยใจคอให้ดีเสียก่อน ระวังจะโดนหลอกไม่รู้ตัว” รามหรือราเมศมาเฟียผู้แสนเย็นชาต่อคนทั้งโลกยกเว้นลูกสาวและน้องสาว เมื่อพูดจบจึงเดินเข้ามาอุ้มลูกสาวตัวน้อยเดินเข้าบ้านไปทันที
ทำเอาสองสาวต้องมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าพี่รามไปกินอะไรผิดมาหรือเปล่า
“พี่ชายแกประจำเดือนไม่มาเหรอ เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย” แก้วดาราไม่เข้าใจ จะมาแสดงอาการเหวี่ยงใส่เธอทำไม บ้าหรือเปล่า
“ช่างเถอะ สงสัยจะเข้าวัยทองแล้ว เข้าบ้านกันดีกว่า คืนนี้ฉันนอนกับแกนะ ไม่รู้พี่ชายแกจะเดินทางตอนไหนเป็นห่วงลูกแก้ว” แก้วดาราห่วงหลานตัวน้อย เพราะพรุ่งนี้เพื่อนสาวของเธอจะต้องไปถ่ายสองฉากสุดท้ายของละครเรื่องนี้แล้ว จากนั้นทั้งสองคนจูงแขนกันเข้าบ้านด้วยเสียงหัวเราะ
เช้าวันต่อมาหลังจากที่กินมื้อเช้าลีน่าเตรียมที่จะออกจากบ้าน ก่อนไปจึงเข้าไปหอมแก้มหลานสาวสุดที่รักไปสองฟอด แม่หนูน้อยลูกแก้วหัวเราะคิกคักที่อาสาวมาเล่นด้วย
“เย่น เย่น”
“เล่นไม่ได้ค่ะคนเก่ง ลูกแก้วอยู่กับอาแป๋มก่อนนะ วันนี้อาต้องไปถ่ายละคร เย็นนี้อากลับมาเล่นด้วยนะคะ” ลูกแก้วเป็นเด็กที่รู้ความนัก พออาสาวคนสวยบอกว่าต้องไปทำงาน ค่อยกลับมาเล่นด้วยตอนเย็น หนูน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ทำเอาอาสาวอย่างลีน่าใจละลายแทบไม่อยากจะออกไปทำงาน
“เตรียมรถเสร็จแล้วครับคุณหนู” บอดี้การ์ดคนหนึ่งเดินเข้ามาบอก
“วันนี้ลีน่าจะขับรถไปเอง พี่ ๆ ขับตามก็พอ”
“ไม่ได้ครับ คุณรามสั่งไว้ว่าช่วงที่คุณรามไม่อยู่ห้ามให้คุณลีน่าขับรถเอง อย่าทำให้พวกเราลำบากใจเลยครับ”
“โอเค ไปกันเถอะสายแล้ว” ลีน่ายอมในที่สุด จากนั้นจึงเดินขึ้นรถเดินทางไปทำงานพร้อมกับบอดี้การ์ดทั้งสามคน
เมื่อมาถึงกองถ่ายลีน่าเข้าฉากตามปกติเหมือนเช่นเคย เธอแสดงจนมาถึงฉากสุดท้าย เป็นฉากที่นางร้ายของเรื่องไม่อยากถูกรับโทษที่กระทำความผิดด้วยการติดคุก เธอจึงเลือกที่จะยิงตัวตาย ฉากนี้ซักซ้อมกันหลายครั้งจนมาถึงเวลาถ่ายจริง แต่ไม่มีใครรู้ว่าปืนที่ใช้ถ่ายทำนั้นได้มีการเปลี่ยนมาเป็นปืนจริงเรียบร้อยแล้ว ปัง!!!
“คุณลีน่า / คุณหนู” บอดี้การ์ดได้ยินเสียงปืนจึงรีบวิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจกฎของกองถ่ายอีกเลย ส่วนอีกสองคนที่เหลือรีบสั่งหยุดกองถ่าย ห้ามไม่ให้ใครออกไปจากที่นี่
“คุณหนูทำใจดีๆ ไว้นะครับ เดี๋ยวผมจะรีบพาไปส่งโรงพยาบาล” บอดี้การ์ดเตรียมอุ้มตัวเจ้านายสาว แต่กลับได้ยินเสียงห้ามของเธอเสียก่อน
“ไม่...ไม่ต้อง ฉัน...ไม่ไหวแล้ว”
ลีน่าพูดเสียงกระท่อนกระแท่น ตอนนี้เธอเจ็บแทบขาดใจ แต่สิ่งที่เธอเป็นห่วงคือพี่ชายและหลานสาวตัวน้อย ถ้าหากเธอตายไปพี่รามคงเสียใจมาก เพราะเธอคือน้องสาวเพียงคนเดียวของเขา และยังมีแก้วดาราเพื่อนสนิทของเธออีกคน ทั้งสองจะเจ็บปวดแค่ไหนเมื่อรู้ว่าเธอตายไป
“ฉัน...ฝากขอโทษพี่รามด้วย ให้พี่รามช่วย...ช่วยดูแลยายแป๋มแทนฉันด้วยนะ”
สิ้นคำพูดนี้ลีน่าหมดลมหายใจไปในอ้อมกอดของบอดี้การ์ดตัวโตทันที จึงสร้างความตกใจและแตกตื่นให้กับคนในกองถ่ายเป็นอย่างมากผู้จัดละครอย่างคุณปัทมาเป็นลมลงไปหลังจากที่รู้ว่านางร้ายอย่างลีน่าหมดลมหายใจ
ร่างโปร่งแสงของลีน่าที่กำลังยืนมองเหตุการณ์อยู่นั้น อยู่ๆ ดวงวิญญาณก็ลอยตามแรงกระชากของใครบางคน จนมาอยู่ในสถานที่ที่ไม่คุ้นตา เมื่อพบคนหน้าดุลีน่าจึงเอ่ยถาม
“คุณคือท่านยมใช่ไหม” ในเมื่อตายแล้วคงไม่ไปไหนแน่ ถ้าไม่นรกก็คงจะเป็นสวรรค์ แต่ภาพที่เห็นคงไม่ใช่สวรรค์หรอกมั้ง
“ใช่ ฉันคือยมทูตตอนนี้เธอตายแล้ว รอดูสมุดรายชื่อของเธอก่อนว่ามีกรรมดีกรรมชั่วมากแค่ไหน”
“นางสาวลีน่า อิริคเซ่ถึงแก่กรรมวันที่.... เห้ย! เวรแล้ว เอาวิญญาณมาผิดดวง” ยมทูตกำลังอ่านรายชื่ออยู่นั้นสะดุ้งตัวโยน งานเขาแล้วเอามาผิดทีนี้ทำยังไงล่ะ เวลาของที่นี่หนึ่งชั่วโมงเท่ากับเวลาของมนุษย์หนึ่งเดือน จะเอากลับไปคืนร่างเดิมก็คงไม่ทันแล้วเพราะนี่ก็ผ่านมาหลายชั่วโมง ซวยแล้ว!!!
“หมายความว่าไง ฉันยังไม่ถึงเวลาตายใช่ไหมคุณท่านยม”
ลีน่ากัดฟันกรอด ดี! ดีเหลือเกินเอาวิญญาณมาผิดดวง แบบนี้เธอจะกลับไปได้อีกไหม
“เอ่อ... ใจเย็นๆ นะลีน่า ใจเย็นก่อน!” ท่านยมรีบพูดเมื่อเห็นว่าวิญญาณของนางร้ายตรงหน้าเริ่มมองเขาตาขวาง และเดินเข้าหาเขาช้าๆ
“ใจเย็นแล้วฉันจะกลับไปได้ไหมคุณท่านยม สามีก็ยังไม่มี คนรักก็ยังไม่เจอ แล้วยังมีพี่ชายฉันอีกที่ต้องเสียใจมากกับการตายของฉัน พี่รามจะทำยังไงหากรู้ว่าน้องสาวคนเดียวตายไป คิดสิคิดคุณท่านยม” หากยมทูตตรงหน้าไม่มีคำตอบที่ดีให้กับเธอ คอยดูเถอะ เธอจะทำให้ที่นี่แตกตื่นและวุ่นวายให้ดู
“ฉันจะส่งเธอไปเกิดใหม่ตกลงไหม แต่คงกลับไปที่ครอบครัวของเธอไม่ได้แล้ว แต่ที่ฉันจะส่งเธอไปเกิดนั้น เธอมีทั้งคนรักที่รักเธอมากและครอบครัวเธออบอุ่นมากเช่นกัน ใจเย็นก่อนนะ และฉันจะมอบพรให้เธอหนึ่งข้อ เธอสามารถขออะไรก็ได้”
ลีน่าคิดตาม ก่อนจะตอบกลับในที่สุด “ตกลง แต่ต้องสามข้อ ไม่เอาข้อเดียว ถ้าไม่ให้ฉันจะร้องถึงท่านพญายม จะให้ไหมแล้วต้องบอกด้วยว่าจะส่งฉันไปที่ไหน” ในเมื่อกลับไปไม่ได้แล้ว ก็ขอพรเยอะๆ ก็แล้วกัน
“ฉันจะส่งเธอไปในยุคแปดศูนย์ของจีน เป็นครอบครัวคุณหนูลูกสาวผู้มีอิทธิพล เธอไม่มีอะไรที่ลำบากเลย พรข้อเดียวพอแล้ว” ยมทูตตนนี้พยายามต่อรอง แค่ให้พรข้อเดียวเพื่อชดใช้ความผิดพลาดน่าจะพอ ไม่คิดว่านางร้ายตัวแม่จะกล้าเรียกร้องถึงสามข้อ
”ท่านพยายมเจ้าขา! ฉันลีน่ามีเรื่องจะร้องเรียนเจ้าค่ะ” ลีน่าร้องโวยวายเสียงดัง เอาวิญญาณเธอมาผิดยังไม่พอยังจะขี้เหนียวอีก
“ตกลง ตกลง สามข้อก็สามข้อ” ยมทูตต้องรีบเบรกและตอบตกลง ไม่อย่างนั้นหากเรื่องถึงหูของท่านพญายม เขาต้องโดนลงโทษต่อไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแน่
บทที่ 3
การเกิดใหม่ของนางร้ายหลงยุค
ลีน่าเมื่อได้ยินตามที่ตัวเองขอก็ยิ้มมุมปาก “ข้อแรกขอให้ฉันมีความจำที่ดีเลิศและเอาความสามารถของชาตินี้ติดตัวไปด้วยทั้งหมด”
“ข้อสองฉันขอมิติ มิติที่มีทุกอย่างที่ฉันต้องการพร้อมกับคฤหาสน์หนึ่งหลังในนั้น”
“ข้อสามขอให้พี่ชายฉันและแก้วดาราหรือแป๋มเพื่อนสนิทมีชีวิตที่ดี ไม่ต้องมาจมกับความเศร้าที่ฉันจากไป ขอให้ทั้งสองคนโชคดีและมีความสุข ไม่มีอุปสรรคใดๆ ในชีวิต”
ลีน่าขอพรทั้งสามข้อ สองข้อแรกนั้นขอให้ตัวเอง เธอไม่เชื่อหรอกว่าท่านยมจะส่งเธอไปที่ดีๆ ขนาดตอนไปเอาวิญญาณยังเอาวิญญาณเธอมาผิด แล้วจะไม่ส่งเธอไปผิดอีกเหรอ กันไว้ก่อน อย่างน้อยๆ ก็มีมิติไว้กับตัวเหมือนในนิยายที่เคยอ่านไม่ทำให้อดตายแน่นอน
ส่วนข้อสุดท้ายขอให้พี่ชายและเพื่อนรักโชคดีหลังจากที่ไม่มีเธอแล้ว หากเป็นไปได้อยากให้ทั้งสองเปิดใจให้กันมากกว่า อย่างน้อยๆ เพื่อนรักของเธอก็รักพี่ชายและหลานสาวของเธอด้วยใจจริง ไม่ได้รักเพราะเงินหรือฐานะเหมือนหญิงสาวคนอื่น
“ขอแบบนี้ฉันเสียเปรียบเธอมากนะลีน่า แต่ที่ฉันให้ เพราะสาเหตุที่เธอต้องตายเกิดจากความผิดพลาดของฉันเอง เรื่องมิติเพียงแค่เธอนึกถึงเธอก็จะเห็นและหากเกิดอันตรายเธอสามารถเข้าไปอยู่ในนั้นได้ ส่วนวิธีใช้เธอคงฉลาดพอนะว่าต้องใช้ยังไง ตามฉันมาได้เวลาแล้ว” ยมทูตหมดคำพูด แต่ยังไงก็ต้องให้ในเมื่อเขาเป็นคนพรากดวงวิญญาณของเธอมาผิดเองจะโทษใครได้
“ขอบคุณมากค่ะคุณท่านยม ดูๆ แล้วท่านยมหล่อและใจดีเหมือนกันนะเนี่ย”
ลีน่าเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการจึงเดินตามยมทูตจนมาถึงบ่อน้ำแห่งหนึ่งและที่สำคัญมีเกือบสิบบ่อที่เรียงรายอยู่ ในใจนั้นคิดว่าจะส่งเธอไปเกิดใหม่หรือว่าส่งเธอไปตายกันแน่ เธอคงไม่จมน้ำตายก่อนจะเกิดใหม่นะ
“ได้เวลาแล้ว หลับตาฉันขอให้เธอใช้ชีวิตใหม่นี้อย่างมีความสุขนะ ลีน่า” ท่านยมพูดจบแต่แล้วอยู่ๆ มีวิญญาณอีกดวงมาจากไหนไม่รู้วิ่งมาชนลีน่าจนเธอตกลงไปอีกบ่อหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ จนยมทูตร้องเสียงหลง
อีกครั้ง
“เวรแล้ว! นางร้ายตัวแม่อย่างลีน่าอิริคเซ่ หลังจากที่ลืมตาตื่นขึ้นมาต้องด่าเช้าด่าเย็นฉันแน่เลย”
หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเมืองโจวไห่ มณฑลเจียงซี ลีน่าค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความมึนงงและสับสน สักพักเธอจึงปวดหัวแทบระเบิด ภาพและความทรงจำต่างๆ ฉายชัดเข้ามาในหัวไม่ต่างจากภาพยนตร์ ร่างนี้มีชื่อว่าหลิวชิงเย่วอายุยังไม่สิบเก้าปีเต็มขาดอีกสามเดือน หญิงสาวแต่งงานเมื่อสองปีก่อน แต่ชีวิตช่างน่าสงสารนัก แม่สามีไม่รักไม่ว่า สามีมีคนรักอยู่แล้ว ที่สำคัญดันพาคนรักเข้าบ้านยกให้เป็นภรรยาอีกคนนี่สิมันน่าจับไปตอนไหม
เท่านั้นยังไม่พอ ตั้งแต่แต่งงานมาบ้านสามีกลับใช้สินเดิมของเธอไปไม่น้อย ตระกูลหลี่นี้กลายเป็นมีหน้ามีตาขึ้นมาภายในสองปี ไม่ว่าหญิงสาวร่างนี้จะเจอกับอะไรเธอก็ทน ทนเพราะรักผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยรักเธอเลยสักครั้งเดียว
“เฮ้อ...ทำไมชีวิตเธอน่าสงสารแบบนี้ ในเมื่อเขาไม่รักไม่สนใจ อีกทั้งไม่รักษาน้ำใจโดยพาคนรักมาเป็นภรรยาอีกคน แต่เดี๋ยวนะหลิวชิงเย่วทำไมชื่อของร่างนี้จึงเหมือนกับนางร้ายที่เธออ่านในนิยาย อีกทั้งชื่อสามีและแม่สามียังเหมือนกันอีก
แต่ในนิยายบ้านสามีรวยอยู่ในมณฑลใหญ่ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมทุกอย่างมันถึงกลับตรงกันข้ามล่ะ โอ๊ย! ปวดหัว เอาอีกแล้วนะท่านยม มันน่าแช่งให้ไม่ได้ผุดได้เกิดจริงๆ แต่ช่างเถอะ ในเมื่อมาที่นี่แล้วมันต้องเดินหน้าต่อไป จะให้ถอยหลังก็คงไม่รอด ไม่เป็นไรนะในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว ใครที่มันทำร้ายเธอฉันจะเป็นคนเอาคืนให้เอง หลับให้สบายนะ หลิวชิงเย่ว”
ลีน่าไม่รู้ว่าสถานที่ที่เธอถูกส่งมาใหม่นั้นมันคือในนิยายหรือว่าเรื่องจริง แต่ที่แน่ๆ คือเธออยู่ในช่วงต้นยุคแปดศูนย์ของจีน จะยังไงก็ช่าง สิ่งแรกที่เธอจะทำคือเอาสินเดิมคืนจากคนพวกนี้ และหย่ากับผัวเฮงซวยซะ จากนั้นก็ใช้ชีวิตโสดในนามหญิงหม้ายที่ยังเวอร์จิ้นแบบเริดๆ เชิดๆ เอาให้อิจฉาตายไปเลยก็แล้วกัน
“นังชิงเย่ว หล่อนจะนอนอะไรนักหนา ไม่รู้หรือยังไงว่าวันนี้อาเฉียงจะกลับมาบ้าน” นางจ่างซื่อตะโกนเรียกอยู่หน้าห้อง
“ชิงเย่วอาจจะไม่สบายก็ได้นะคะแม่สามี ฉันทำแทนเองดีกว่า”
ซวี่เซิ่งเสว่พูดเสียงเบาและยิ้มอ่อนโยนส่งให้แม่สามีเหมือนที่เธอทำมาตลอด
“ไม่ได้ หล่อนกำลังท้องหลานคนแรกของฉันอยู่ จะมานั่งทำงานบ้านเองทำไม ให้นังชิงเย่วทำนั่นแหละดีแล้ว หากหลานคนแรกฉันเป็นอะไรขึ้นมาใครจะรับผิดชอบ”
นางจ่างซื่อไม่ยอมที่จะให้ภรรยารองของลูกชายต้องทำงานบ้านเอง ตอนนี้เธอกำลังท้องหลานคนแรก หากไม่ระวังหลานในท้องเกิดอันตรายขึ้นมาใครรับผิดชอบกันล่ะ
ปัง! หลิวชิงเย่วเปิดประตูออกมาอย่างแรง ก่อนหน้าที่จะออกมาเธอเห็นรายการทรัพย์สินของตัวเองที่ร่างเดิมแอบไว้ ในนั้นมีสมุดบัญชีเงินฝากไว้อยู่ไม่น้อย หากใช้จ่ายไม่ฟุ่มเฟือย เงินนี้ที่มีคงใช้ทั้งชีวิตไม่มีทางหมด แต่ไม่ใช่สำหรับนางร้ายหลงยุคแบบเธอ มันต้องเงินต่อเงินเท่านั้น แต่ก่อนที่จะเงินต่อเงินต้องเอาปลิงพวกนี้ออกไปจากชีวิตเสียก่อน
“เสียงดังโวยวายอะไรกันคะแม่สามี บ้านก็มีอยู่แค่นี้ แล้วก็นะงานบ้านถ้าทำเองกันไม่ได้ก็ไม่ต้องทำ และไม่ต้องให้ฉันทำด้วย ส่วนใครจะไปจะมาวันนี้ฉันไม่สน ผัวใครก็เลี้ยงดูกันเอาเอง”
หลิวชิงเย่วยืนกอดอกพิงประตูพูดในสิ่งที่ต้องการออกมา ก่อนจะใช้สายตาสำรวจเมียน้อยของสามี ‘เท่าที่ดู สตอเรียกพี่เลยนะแบบนี้ เหอะ อย่าคิดว่าฉันจะมองไม่ออกสิ’
นางจ่างซื่อได้ยินลูกสะใภ้แสนชังพูดจึงได้แต่อ้าปากค้าง ไม่คิดว่าหลิวชิงเย่วจะกล้าต่อปากต่อคำเธอ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ไม่กล้าแม้จะมองหน้าแม่สามีเช่นเธอแบบตรงๆ เลยสักครั้ง
ซวี่เซิ่งเสว่เองตกตะลึงไม่แพ้กัน และอดที่แอบจะชำเลืองมองภรรยาในนามของสามีไม่ได้ วันนี้ยายคุณหนูเกิดผีเข้าขึ้นมาหรือยังไงถึงกล้าต่อปากต่อคำกับแม่สามีอย่างไม่กลัวตาย
“หล่อนเป็นสะใภ้บ้านหลี่ก็ควรจะทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่นอนจนแสงสว่างแยงก้นแล้วไม่ยอมลุก ไปเลยนะไปซักผ้าหุงข้าวหาอาหารได้แล้ว” เมื่อตั้งสติได้นางจ่างซื่อยังคงกดขี่วางก้ามเหมือนเดิม เพราะคิดว่ายังไงหลิวชิงเย่วคงจะต้องทำตามที่สั่งเหมือนดั่งทุกครั้ง
“แปลกนะ ฉันเป็นเมียหลวงของลูกชายบ้านนี้ แต่กลับต้องทำทุกอย่างไม่ต่างจากคนใช้ แต่ผิดกับเมียน้อยที่แทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย อยากกินมากก็ทำเอาเองเพราะตั้งแต่วันนี้ไปฉันจะไม่ทำอะไรทั้งสิ้น อ้อ...ตั้งแต่วินาทีนี้ไปเงินทุกหยวนที่ต้องจ่ายภายในบ้านหลังนี้ ฉันจะไม่จ่ายอีกแล้วใครอยากได้อยากมีก็หาจ่ายกันเอาเอง จบนะ”
ปัง!! พูดจบหลิชิงเย่วจึงปิดประตูกระแทกใส่หน้าทั้งสองคน จากนั้นจึงเดินมาล้มตัวนอนที่เตียงด้วยความสับสน สรุปว่านี่คือเธอมาเกิดใหม่ในนิยายหรือว่าเรื่องจริงที่ดันมีชื่อเหมือนกับนิยายกันแน่ เพราะทุกอย่างมันไม่เหมือนในนิยายที่เธออ่านเลย เฮ้อ...ทำไมชีวิตนางร้ายอย่างเธอต้องเจอกับอะไรแบบนี้ ท่านยมนะท่านยม ผิดพลาดตลอด เวรของคนสวยแท้ๆ
“แม่สามีคะ ชิงเย่วเธอไม่สบายหรือเปล่า ทำไมวันนี้เธอจึงกล้าเถียงแม่ล่ะ ฉันว่าเธอผิดปกตินะยังมีเรื่องเงินอีก ไม่ใช่ว่าแต่งเข้าบ้านสามีแล้วเงินของคนเป็นภรรยาต้องเป็นของบ้านสามีเหมือนกันเหรอ หากฉันมีสินเดิมแบบชิงเย่วฉันคงมอบให้แม่สามีหมด ไม่เก็บไว้ที่ตัวเองสักหยวนเดียวแน่ๆ ค่ะ”
ซวี่เซิ่งเสว่พูดเหมือนไม่คิดอะไร แต่ความตั้งใจของเธอนั้นต้องการที่จะเติมเชื้อไฟให้กับแม่เฒ่าหลี่แม่สามีจอมเห็นแก่ตัวของเธอ