ตอน 2

แสงแดดรำไรยามเช้าตรู่ สาดส่องผ่านม่านหน้าต่างสีขาวบางเบาพลิ้วไหวกระทบเข้ากับใบหน้าขาวเนียนดุจหิมะของหมิงหลิ่งฟางที่นอนอยู่บนเตียงไม้สีดำหลังใหญ่แกะสลักลายอย่างประณีต เปลือกตาสีไข่ค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ก่อนกระพริบตาถี่ ๆ ขนตายาวแพรหนากระพือขึ้นลงราวกับปีกผีเสื้อ

ครั้นพอฟื้นคืนสติขึ้นมาหลินฟางก็ใช้สายตาสำรวจไปรอบ ๆ ที่นี่คือที่ไหนกัน นางพยายามขยับร่างกายหมายจะลุกขึ้นนั่งเพื่อจะได้เห็นชัดขึ้น แต่กลับรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นจากมือใครบางคนที่กุมมือของนางไว้แน่น

หลินฟางเหลือบมองไปยังข้างเตียงก็พบสตรีนางหนึ่ง สวมอาภรณ์สีม่วงอ่อนปักลายดอกโบตั๋นสีทองอย่างประณีต มวยผมที่เกล้าไว้ไม่ค่อยเรียบร้อยนัก ดูจากการแต่งกายแล้วคาดว่าสตรีผู้นี้คงเป็นสตรีวัยกลางคน นางกำลังฟุบหลับอยู่ข้างเตียงทั้งมือของนางก็ยังกุมมือของหลินฟางเอาไว้แน่นราวกับว่ากลัวจะสูญเสียนางไปอีกครั้งอย่างไรอย่างนั้น

ในขณะที่หลินฟางกำลังย่นคิ้วอย่างสงสัย นางมาอยู่ที่ไหนแล้วผู้นี้เป็นใคร จู่ ๆ นางก็รู้สึกปวดหัวราวกับว่ามีเข็มนับพันมาทิ่มแทงจนหัวแทบจะระเบิดออกมา

หลินฟางยกมือขึ้นกุมศีรษะไว้อย่างเจ็บปวดทรมาน ร่างกายของนางสั่นเทาเหงื่อเป็นเม็ดผุดขึ้นเต็มใบหน้า คล้ายกับว่ามีบางสิ่งถาโถมเข้ามาใส่ในหัวของนางราวกับสายน้ำเชี่ยวกรากที่ไหลพุ่งทะลักเข้ามา ความทรงจำทั้งหมดเรื่องราวต่าง ๆ ในอดีตไหลเวียนกลับเข้ามาอีกครั้ง

แม้ความทรงจำก่อนหน้านี้จะยังไม่ค่อยชัดเจนนักหรือฟังเองก็รู้สึกสับสนไม่น้อย แต่เมื่อเห็นสตรีวัยกลางคนที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงแล้ว นางก็ถึงกับน้ำตาเอ่อคลอในดวงตาคู่งาม มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าสตรีผู้นี้เป็นใคร

ใช่แล้วนางคือหลีซูฮวามารดาผู้ให้กำเนิดของนางในอดีต มารดาของนางยังมีชีวิตอยู่ ดีจริงๆ

แม้ว่านางจะพบกับเรื่องราวอันเจ็บปวดและโหดร้ายจนต้องตายจากโลกปัจจุบัน แต่การที่ได้กลับมาพบกับมารดาได้มาอยู่กับครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตากันเช่นนี้มันกลับทำให้นางรู้สึกตื้นตันใจอยู่ไม่น้อย คุ้มแล้วเท่านี้ก็คุ้มแล้วนางไม่ขออะไรอีกต่อไปจะรักษาครอบครัวที่รักนางไว้ให้ดี

หากอดีตสามารถแก้ไขได้จริงตามที่ตาแก่ผู้นั้นว่า นางจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายครอบครัวที่สมบูรณ์ของนางแม้จะแลกด้วยชีวิตก็ตาม

“อ้าว! ฟางเอ๋อร์เจ้าตื่นหรือเหตุใดจึงไม่ปลุกแม่เล่า แล้วเจ้าร้องไห้ทำไมกันเจ็บตรงไหนหรือ เดี๋ยวแม่จะให้คนไปเรียกหมอมา”

ฮูหยินหลีตื่นขึ้นมาเมื่อพบว่าบุตรสาวของนางฟื้นขึ้นมาแล้วก็ดีใจมาก แต่ก็แอบตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นว่าใบหน้างามของบุตรสาวเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา นางกลัวเหลือเกินว่าบุตรสาวจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก

“ท่านแม่!”

หลินฟางไม่สิในชาตินี้นางคือหมิงหลิ่งฟาง บุตรสาวคนเดียวของอัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือ แต่จะเป็นใครก็ได้ทั้งนั้นขอเพียงมีครอบครัวที่อบอุ่นสมบูรณ์เช่นนี้นางก็พึงพอใจแล้ว

หมิงหลิ่งฟางลุกขึ้นโผล่เข้าไปสวมกอดมารดาแน่นราวกับเด็กเล็ก อ้อมกอดอันอบอุ่นนางไม่ได้สัมผัสมันมานานเท่าไหร่แล้ว ฮูหยินหลีแม้จะยังงุนงงกับการกระทำของบุตรสาวแต่นางก็ไม่ได้ว่าอะไรทั้งยังดีใจด้วยซ้ำ ก่อนหน้านี้พวกนางไม่ได้ใกล้ชิดกันถึงเพียงนี้มานานแค่ไหนแล้ว นางยกมือลูบผมของบุตรสาวยังแผ่วเบา แววตาเต็มไปด้วยความรักความอ่อนโยน

หลังจากสวมกอดมารดาจนพอใจแล้ว หมิงหลิ่งฟางก็ผละออกมาสำรวจมารดาอีกครั้งนี่นางไม่ได้ฝันไปใช่หรือไม่

“อะไรของเจ้าตื่นมาก็กลายเป็นเด็กเสียแล้วราวกลับกลัวว่าแม่จะหายอย่างไรอย่างนั้น”

หมิงหลิ่งฟางยกยิ้มกว้างยื่นมือไปจับมือมารดามากุมไว้พร้อมกับยกยิ้มกว้างแววตาเต็มไปด้วยความดีใจ ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าเหตุใดนางถึงมานอนป่วยอยู่แบบนี้ได้

“จริงสิเจ้าคะท่านแม่ แล้วเหตุใดข้าถึงมานอนป่วยจนทำให้พวกท่านเป็นกังวลเช่นนี้กันเล่า”

ฮูหยินหลีได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ บุตรสาวของนางจำไม่ได้หรือนี่ ไม่ใช่ว่าสมองของนางถูกกระทบกระเทือนจนจำความไม่ได้ไปแล้วหรอกหรือ โธ่! น่าสงสารเสียจริงลูกแม่ แต่ช่างเถอะอย่างไรนางก็กลับมาแล้วเรื่องนี้ทุกคนเองก็รู้

“ในวันนั้นท่านพ่อของเจ้าจัดงานวันเกิด คนที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่าเจ้าถูกใครบางคนผลักตกน้ำโดยที่ไม่ทันตั้งตัว โชคร้ายที่ศีรษะของเจ้านั้นไปถูกเข้ากับโขดหิน แม้ไม่ถึงตายแต่ก็สลบไม่ได้สติไปถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน

เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมากพวกเขาไม่ทันเห็นว่าคนผู้นั้นเป็นใคร พวกเราเองก็พยายามตามหาคนทำอย่างเต็มกำลังแต่ก็ไม่พบ นึกแล้วก็น่าเจ็บใจนัก”

คิดถึงเหตุการณ์นั้นแล้วฮูหยินหลีก็อดเศร้าใจอย่างเสียไม่ได้ เพราะพวกนางไม่ได้ปกป้องดูแลบุตรให้ดีจึงทำให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น บุตรสาวของนางอายุเพียงสิบแปดปีก็ต้องมาพบเจอเรื่องพวกนี้เสียแล้ว

ผลักตกน้ำหรือ…

หมิงหลิ่งฟางยังคงค้างคาใจ ใครกันกล้ามาทำกับนางที่จวนของบิดาได้ นางพยายามหลับตาเค้นความทรงจำในอดีตเหตุการณ์นั้นค่อนข้างเลือนรางมาก

เหมือนคับคล้ายคับคราว่ามีสตรีผู้หนึ่งมาเบียดนางอยู่ด้านหลัง ในระหว่างที่นางยืนชมดอกบัวในสระโดยไม่ทันตั้งตัว ก็รู้สึกว่ามีมือของใครบางคนผลักนางจากด้านหลังก่อนที่นางจะตกลงไปในสระบัวด้านข้างจวน

หากนางจำไม่ผิดสตรีผู้นั้นคาดว่าน่าจะเป็นหวงเจียวซิน บุตรสาวของเจ้ากรมการคลัง ที่ตามครอบครัวมาร่วมงานวันเกิดของบิดาที่จวนด้วยเช่นกัน

เหอะ! คนนิสัยร้ายกาจเช่นนั้นทำร้ายนางยังไม่พอยังจะกล้าหน้าด้านแสร้งมาตีสนิททำเป็นว่าหวังดีกับนาง ในอดีตนางช่างโง่เขลาเบาปัญญาเสียจริงหลงเชื่อคนโดยไม่คิดไตร่ตรองให้ดีก่อน ครานี้นางจะไม่ยอมให้สตรีผู้นั้นมาหลอกลวงปั่นหัวนางเป็นครั้งที่สองได้อีก หากจะมีใครโง่เขลาคนผู้นั้นต้องไม่ใช่นาง!

หมิงหลิ่งฟางรู้สึกเจ็บใจทั้งโกรธแค้นอดีตสามีและสตรีผู้นั้นจนแทบอยากจะฆ่าให้ตายเสียเดี๋ยวนี้ ให้สมกับสิ่งที่พวกมันทำกับนางไว้ หมิงหลิ่งฟางเผลอกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อ

แต่หากนางจะเข้าไปแก้แค้นพวกมันตอนนี้ไม่เท่ากับว่านางหาเรื่องเอาครอบครัวไปสังเวยชีวิตให้กับพวกมันหรอกหรือ นางจะทำเรื่องโง่ ๆ เช่นในอดีตได้อย่างไร

ตอนนี้นางมีชีวิตใหม่แล้วสิ่งที่นางต้องทำเป็นอันดับแรกคือต้องรักษาครอบครัวเอาไว้ให้ดี การแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สายพวกมันจะต้องชดใช้ทุกสิ่งที่ทำไว้กับนางและครอบครัวของนาง

นางจะต้องค่อย ๆ คิดวางแผนอย่างรอบคอบเพราะคนพวกนั้นก็มิใช่สามัญ แต่ในเมื่อพวกมันทำชีวิตนางย่อยยับพังทลายได้นางก็จะทำคืนกับพวกมันเป็นร้อยเท่าพันทวีคอยดู นางจะทำให้พวกมันรับรู้ถึงรสชาติของความเจ็บปวดเจียนตายอย่างแน่นอน!

ตอน 3

ณ ศาลาริมน้ำภายในจวนสกุลหมิง ท่ามกลางสายน้ำไหลรินเย็นฉ่ำบุปผชาติหลากสีรายล้อม สตรีผู้งดงามดั่งเทพธิดาในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีสีชมพูอ่อนคล้ายกลีบบัวถูกปักเย็บลวดลายอย่างประณีต นั่งพิงเสาไม้สลักลายริมน้ำเหม่อมองท้องฟ้าสีครามสลับสลับกับสายน้ำไหลเอื่อยในสระที่เต็มไปด้วยดอกบัวสีชมพูเบ่งบานสะพรั่งส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ในยามเช้าตรู

สายลมพัดโชยอ่อน ๆ เรือนผมดำขลับยาวสลวยปลิวไสวประดับด้วยปิ่นปักผมเงินรูปดอกไม้มีไข่มุกห้อยระย้าลงมา ขับให้ใบหน้างดงามไร้ที่ติดูโดดเด่นขึ้นไปอีก ผิวพรรณของนางขาวนวลเนียนประดุจหยกขาว ดวงตาคู่งามคล้ายเมล็ดซิ่งเฉี่ยวปลายเล็กน้อย หากแต่ในตอนนี้กับแฝงไปด้วยความเศร้าหมอง

หลังจากที่รักษาตัวจนหายดีความทรงจำเมื่อชาติก่อนกลับคืนมาอย่างแจ่มชัด ทั้งความทรงจำอันเลวร้ายในอดีตก็หวนคืนกลับมาด้วยเช่นกัน ทำให้นางรู้ว่าความเจ็บปวดเมื่อชาติก่อนในโลกปัจจุบัน เป็นเพียงแค่เศษผงเล็ก ๆ ในใจเท่านั้น เทียบไม่ได้กับอดีตชาติของภพนี้เลย

หมิงหลิ่งฟางจำได้ว่าหยางเทียนหลิวสามีของนางในอดีต ซึ่งในยามนี้เขายังคงเป็นเพียงชายคนรักเพราะยังมิได้มีการหมั้นหมายหรือแต่งงานกัน

ในอดีตนั้นนางรักเขามากจนกระทั่งว่ายอมเสียสละได้ทุกสิ่ง หากแต่ก่อนที่นางจะตายนางกลับได้รับรู้ความจริงทั้งหมดจากปากเขาว่าที่เขาจงใจเข้าหานางก็เป็นเพราะต้องการให้สกุลหมิงของนางสนับสนุนเขาก่อกบฏเพื่อที่เขาจะได้ขึ้นครองบัลลังก์

หลังจากที่หยางเทียนหลิวได้ขึ้นครองบัลลังก์สมใจแล้ว หมิงหลิ่งฟางก็รู้สึกดีใจกับเขาด้วยทั้งนางยังคิดว่าเขาจะแต่งตั้งให้นางเป็นฮองเฮาเคียงคู่กับเขา แต่กลับกลายเป็นว่านางเป็นต้นเหตุให้สกุลหมิงต้องมาต้องโทษประหารฐานก่อกบฏถูกประหารชีวิตทั้งตระกูล

เพียงเพราะนางและตระกูลหมดประโยชน์กับเขาแล้ว ส่วนคนที่ได้ขึ้นเป็นฮองเฮากลับเป็นอดีตสหายรักที่แสร้งเข้าหานางเพื่อให้นางตายใจจากนั้นก็หลอกลวงเอาผลประโยชน์จากนาง ทั้งยังแอบล้วงข้อมูลลับของตระกูลนางไปให้หยางเทียนหลิว

หมิงหลิ่งฟางจะหัวเราะก็ไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออกกับความโง่เขลาของตนเองในอดีต นางขบเม้มริมฝีปากแน่น หากเป็นเช่นที่ท่านเทพผู้ชี้ชะตาผู้นั้นพูดจริง นางสามารถแก้ไขอดีตได้เช่นนั้นแล้ว สิ่งแรกที่นางจะทำก็คือการตัดความสัมพันธ์กับหยางเทียนหลิว!

ในอดีตแม้นจะเจ็บแค้นเหลือคณา แต่ถ้าทว่านางกลับไม่สามารถทำอันใดได้เลย ทำได้เพียงมองดูครอบครัวคนที่รักนาง ต้องถูกประหารไปทีละคน ๆ จนถึงคราวของนางซึ่งเป็นคนสุดท้าย ก่อนที่นางจะถูกประหารชีวิตในยามนั้นนางก็ได้ตั้งจิตอธิษฐานอย่างเจ็บปวดระคนเจ็บแค้นว่าขอให้ได้กลับมาแก้แค้นพวกมันอีกครั้ง

นี่คงเป็นสิ่งที่ท่านเทพชราบอกกับนางเมื่อตอนนั้นกระมัง ก็ยังดีที่ยังเมตตาให้นางกลับมาอยู่ในช่วงต้นเรื่อง เพื่อให้นางได้แก้ไขสิ่งที่กระทำผิดพลาดไปในอดีตไม่เช่นนั้นนางคงรู้สึกผิดไปตลอดกาล

“คุณหนูเจ้าคะองค์ชายรองมาขอพบคุณหนู ตอนนี้รออยู่ที่ห้องโถงกับนายท่านเจ้าค่ะ”

องค์ชายรองหรือ…

หยางเทียนหลิว ฮึ! คิดไม่ถึงเลยว่าในขณะที่นางกำลังคิดถึงเรื่องของเขาอยู่ เขากลับมาหานางพอดีช่างเหมาะเจาะอะไรถึงเพียงนี้ เช่นนั้นนางก็คงต้องออกไปต้อนรับเขาสักหน่อยก็แล้วกัน มุมปากบางแดงระเรื่อยกยิ้มมุมปากขึ้นน้อยก่อนจะเดินไปยังห้องโถง

ณ ห้องโถงจวนสกุลหมิง

หลังจากที่หยางเทียนหลิวรู้ข่าวว่าหมิงหลิ่งฟางหายป่วยดีแล้ว เขาก็รีบเดินทางจากวังหลวงมายังจวนสกุลหมิงในทันที เพื่อแสดงความห่วงใยเหมือนเฉกเช่นที่ผ่านมาให้นางได้เห็นว่าเขานั้นรักและห่วงใยนางมากเพียงใด

"ขอประทานอภัยที่ให้องค์ชายรองทรงรอนานเพคะ"

สตรีร่างบางในอาภรณ์ผ้าแพรสีส้มอ่อนใบหน้างามนิ่งเรียบ เดินทอดกายเข้ามายืนตรงหน้าบุรุษทั้งสองในห้องโถง พร้อมกับย่อตัวเล็กน้อยแสดงความเคารพตามมารยาท ดวงตาเมล็ดซิ่งคู่งามเหลือบมองบุรุษในอาภรณ์ปักลายมังกรสีม่วงเพียงครู่หนึ่ง

"ในเมื่อฝ่าบาทมีเรื่องพูดคุยกับบุตรสาวของกระหม่อม คงต้องขอตัวก่อน” อัครเสนาบดีหมิงฮุ่ยจือเอ่ยบอกองค์ชายรองด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่บ่งบอกอารมณ์ใดๆ ทั้งที่ในใจไม่พอใจอย่างยิ่ง ดวงตาคู่คมมองบุตรสาวตนเองอย่างกลุ้มใจ ไม่รู้ว่าเรื่องนี้จะลงเอ่ยอย่างไรกัน

หมิงหลิ่งฟางมองตามบิดาเงียบ ๆ แม้นตอนนี้เขาจะไม่พูดอะไรออกมาแต่นางรู้ว่าท่านพ่อไม่พอใจที่นางยังคบหากับองค์ชายรองอยู่ ดวงตาคู่งามหลุบลงต่ำก่อนจะคารวะองค์ชายรองตามพิธีการ

“ไม่ต้องมากพิธีหรอก” หยางเทียนหลิวคว้าแขนเรียวเล็กของนางไว้เสียก่อน หลังจากจับให้นางมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้วมือใหญ่ก็คว้ามือเรียวเล็กมากุมไว้ จากนั้นองค์ชายรองหยางเทียนก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาเรียวคมจ้องมองหมิงหลิ่งฟางด้วยความห่วงใย

"ฟางเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้างข้าได้ยินมาว่าเจ้าหายป่วยแล้ว ข้ารู้สึกดีใจมากจึงรีบมาหาเจ้าในทันทีหลังจากเสร็จราชกิจที่อำเภอชิงหลง"

เสแสร้ง! ได้ยินสิ่งที่บุรุษผู้นี้กล่าววาจาเช่นนี้แล้วหมิงหลิ่งฟางแทบอยากจะอาเจียนออกมา หากนางไม่รู้มาก่อนว่าเขาเป็นคนอย่างไรนางคงใจอ่อนหลงคารมคนผู้นี้ไปแล้ว

แต่นางยังคงปั้นหน้ายิ้มเล็กน้อยให้กับเขา เอาสิ! เขาเสแสร้งมานางก็เสแสร้งกลับเช่นที่เขาทำ ดูซิว่าเขาจะทำอย่างไรต่อ หากนางเดาไม่ผิดที่เขามาวันนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องแต่งงานกระมัง แม้ว่าในใจอยากจะไล่บุรุษหน้าหนาผู้นี้ไปให้ไกลลูกกะตานางก็ตาม

"ขอบพระทัยเพคะที่ทรงเป็นห่วง หม่อมฉันดีขึ้นมากแล้วเพคะ"

หมิงหลิ่งฟางกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบพลางยกยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยเหมือนยิ้มแต่ไม่ยิ้ม แล้วดึงมือของตนออกจากมือใหญ่ของเขา

หยางเทียนหลิวเห็นเช่นนั้นก็นึกแปลกใจที่ที่ผ่านมามิใช่ว่านางเพียงเห็นเขาก็ดีใจจนวิ่งเข้าหาไปแล้วหรือ แต่ตอนนี้กลับมีท่าทีเฉยชาเช่นนี้มันหมายความว่าอย่างไร หรือว่านางน้อยน้อยใจเขาที่ตอนนางนอนป่วยเขาไม่ได้มาเยี่ยมกัน หากปล่อยไว้เช่นนี้นานเกรงว่าคงไม่ดีแน่

มารดาของเขาเองก็กำชับมาว่าทำไมวันนี้วันนี้เขาต้องคุยเรื่องแต่งงานกับนางให้สำเร็จให้จงได้หากช้ากว่านี้ แผนการที่พวกเขาวางไว้มาหลายปีคงพังไม่เป็นท่าเสียแล้ว

“เจ้าโกรธข้าหรือ ที่ข้าไม่ได้มาเยี่ยมตอนเจ้าป่วย ตอนนั้นข้าได้รับพระโองการจากเสด็จพ่อให้ไปสะสางราชกิจแทนพระองค์ที่อำเภอชิงหลงพอดี เจ้าก็รู้ราชโองการมิอาจขัด หลังจากเสร็จราชกิจข้าก็รีบมาหาเจ้านี่อย่างไร”

หยางเทียนหลิวพยายามอธิบายให้กับนาง แต่หมิงหลิ่งฟางกลับฟังดูแล้วเหมือนข้ออ้างมากกว่า เหตุใดนางจะไม่รู้ว่าเขากลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว หากมิใช่ว่าพระสนมกุ้ยเฟยเร่งรัดมา มีหรือที่คนอย่างองค์ชายรองหยางเทียนหลิวผู้นี้จะมาหานาง ไม่แน่อาจจะอยู่กับสหายเก่าผู้นั้นของนางแล้วก็ได้ อารามร้อนใจเช่นนี้มีหรือที่นางจะคาดเดานิสัยเขาไม่ออกว่ามาด้วยเรื่องอันใด

“ที่องค์ชายรองมาหาหม่อมฉันวันนี้ มิใช่ว่ามาเยี่ยมเยียนหม่อมฉันอย่างเดียวกระมังเพคะ” หมิงหลิ่งฟางกล่าวพลางยกยิ้มมุมปากแต่ไม่ถึงดวงตา

“วันนี้นอกจากจะมาเยี่ยมแล้วข้าก็อยากจะมาคุยเรื่องการหมั้นหมายแต่งงานของเราด้วย ไม่รู้ว่าฟางเอ๋อร์จะเห็นว่าอย่างไร”

นั้นปะไรเป็นเช่นที่นางคาดไว้ไม่มีผิด คงกลัวว่าแผนการที่พวกเขาที่วางไว้จะผิดพลาดสินะ ถึงได้เร่งมาคุยเรื่องแต่งงานเร็วถึงเพียงนี่ หากเป็นเมื่อก่อนนางคงดีใจจนเนื้อเต้นไปแล้ว

“ขอเพียงเจ้าตอบตกลงข้าจะส่งของหมั้นมาให้อย่างเป็นทางการในอีกสามวันแล้วจะให้ทางวังหลวงจัดหาฤกษ์งามยามดีในการจัดงานแต่งงานให้เจ้าอย่างสมเกียรติ”

หมิงหลิ่งฟางมองใบหน้าจริงจังของบุรุษสูงศักดิ์ตรงหน้าก็อดทอดถอนหายใจอย่างเสียไม่ได้ นี่มิใช่ว่าเป็นการมัดมือชกนางหรอกหรือ

นางเสมือนตกนรกมาแล้วครั้งหนึ่ง ครานี้นางจะไม่ยอมก้าวพลาดซ้ำอีกเป็นครั้งที่สอง แค่เห็นหน้าเขาตอนนี้นางก็ขยะแขยงมากพอทนแล้ว

“องค์ชายรอง...หม่อมฉันยังไม่พร้อมที่จะแต่งงานเพคะ” หมิงหลิ่งฟางจ้องหน้าเขาแววตาคู่นั้นฉายแววเย็นเยียบอยู่ครู่หนึ่ง

“หากองค์ชายรีบร้อนขนาดนั้นมิสู้แต่งคุณหนูหวงเจียวซินดีหรือไม่เพคะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED