ชาลิตหลงรักเวนิสตั้งแต่ครั้งแรกเจอ ตอนนั้นเวนิสอายุเพียงแค่สิบขวบเท่านั้น ส่วนเขานั้นอายุ 18 ปี เขารู้จักกับแม่ของเวนิสและจึงได้รู้จักกับเธอ เมื่อแม่ของเธอจากไป เขารู้ดีว่าเธอต้องมีชีวิตที่ยากลำบากเพียงใด นั่นคือเหตุผลที่เขาพาเธอมาอยู่กับเขา แต่ใครจะคิดว่าเธอจะต่อต้านเขาถึงเพียงนี้
"ทำไมเธอถึงยอมตายมากกว่าที่จะยอมอยู่กับฉันเวนิส"
"ชาลิตเหรอ!" เวนิสตกใจ
เวนิสฟื้นขึ้นมาหลังจากที่เธอได้ยินอะไรมากมายก่อนหน้านี้ เพราะหนังตาของเธอหนักอึ้งจึงยากที่ลืมตาขึ้นมา
"เธอฟื้นแล้วเหรอ" ชาลิตพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาอย่างเช่นเคย
เวนิสรวบรวมสติของตัวเองอีกครั้ง ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ก่อนหน้านี้มันเป็นเรื่องจริงหรือว่าเธอแค่ฝันไปเท่านั้น แต่ความเจ็บปวดตรงหน้าอกด้านซ้ายของเธอมันยังมีอยู่แม้ว่าจะไม่มากมายก็ตามที
"ฉันเจ็บ...จังเลยค่ะ" เวนิสวางมือลงบนหน้าอกของเธอ ก่อนที่น้ำตาของเธอไหลออกมา
"ทำไมเกิดอะไรขึ้น!" ชาลิตเริ่มร้อนรน ท่าทางที่เจ็บปวดของเธอและน้ำตาของเธอทำให้เขาทุกข์ใจขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
"มีคนจะเอาหัวใจของฉันไป...." เวนิสอดไม่ได้ที่จะพูดออกไป
"ใครมันจะกล้า เธออยู่ที่นี่ไม่ต้องกลัวว่าใครจะทำร้ายเธอ" เขาพูดอย่างหนักแน่น
"คุณดีกับฉันกว่าใครอย่างที่คิดจริงๆ ที่ผ่านมาฉันขอโทษ"
"ขอโทษ?" ชาลิตไม่เข้าใจว่าเวนิสจะขอโทษเขาไปทำไมกัน หรือว่าเธอจะมีแผน
"ใช่ ตอนนี้ฉันรู้แล้วว่าใครดีกับฉันที่สุด" เวนิสยิ้ม
ยิ้มนี้ถึงกับทำให้ชาลิตใจเต้นแรง เพราะไม่ง่ายเลยที่เธอจะยิ้มให้เขาเช่นนี้แต่นั่นก็ใช่ว่าเธอจะยิ้มให้เขาจากใจจริง ที่ผ่านมาเขาโดนหลอกนับครั้งไม่ถ้วน
"วันนี้วันที่เท่าไหร่เหรอคะ" ถ้าเธอจำไม่ผิดตอนนี้เธออายุ 20 ปี เธอหยุดเรียนมหาลัยมา 1 ปีแล้วตั้งแต่ถูกพาตัวมาที่นี่
"วันที่ 30 เธอถามทำไมเหรอ เธอสลบไปทั้งหลายชั่วโมง"
"วันที่ 2 เดือนหน้ามหาลัยจะเปิด ฉันกลับไปเรียนที่มหาลัยได้ใช่มั้ยคะ"
แน่นอนว่าถ้าเป็นในอดีตเขาไม่ให้เธอกลับไปเรียนที่มหาลัย แต่ตอนนี้เธอต้องเปลี่ยนแปลงอนาคตของเธอเองให้ได้ เธอต้องทำให้เขาไว้ใจ
"ไม่ได้ แล้วก็ไม่ต้องถามถึงเรื่องนี้อีก"
"ให้ฉันไปมหาลัยเถอะนะ ฉันต้องเรียนนะคะ ไม่งั้นฉันจะโง่" เธอพูดด้วยใบหน้าที่ดูน่าสงสารมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
"ในอนาคตคุณคงไม่อยากมีภรรยาที่โง่ เพราะจบแค่ชั้นมัธยมหรอกนะคะ"
"ภรรยาเหรอ?" ชาลิตได้ยินแล้วก็หน้าแดง
เขาไม่ได้คิดถึงขั้นให้เธอมาเป็นภรรยาในอนาคตของเขาไว้ก่อนเลย
"ใช่ หรือว่าคุณแค่จะพาฉันมาอยู่ที่นี่โดยไม่คิดว่าจะให้ฉันมาเป็นภรรยาของคุณ" เวนิสพูดแล้วก็รู้สึกโกรธขึ้นมา
"ใช่ เรื่องนั้นฉันไม่เคยคิดมาก่อน แค่คิดว่าเธออยู่ที่นี่แล้วจะปลอดภัยที่สุด"
ถึงจะรู้สึกพิเศษต่อเธอมากกว่าผู้หญิงคนอื่นๆ แต่เขายังมองว่าเธอเด็กอยู่มากด้วยที่เขาอายุมากกว่าเธอถึง 8 ปี ถึงรูปร่างหน้าตาของเธอจะดูเกินวัยไปมากก็เถอะ
ชาลิตมองไปยังรูปร่างของเวนิสที่เป็นสาวเต็มตัวเกินวัยก็หน้าร้อนผ่าวขึ้นมาทันที
"เชอะ! ฉันหิวแล้ว ขอมื้อเที่ยงด้วยค่ะ" เธอพูดจบท้องของเธอก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา
"ฉันจะรีบให้คนเอาเข้ามาให้เดี๋ยวนี้" ชาลิตแอบหัวเราะก่อนที่เขาจะออกไป
"อะไรกันก็ไม่น่ากลัวเท่าไรเลยนี่ เมื่อก่อนทำไมถึงกลัวเขากันนะ"
พอลองคิดดูแล้วเธอก็ทำตามที่อิงฟ้าบอกทั้งหมดเลย ทั้งเรื่องที่ให้เธอต่อต้านชาลิตและไหนจะเรื่องอดข้าวประท้วงอีก เรื่องทั้งหมดเกิดจากที่เธอแอบขโมยโทรศัพท์จากคนใช้ และติดต่อไปหาอิงฟ้า
"ยัยอิงฟ้าฉันจะไม่เชื่อเธออีกแล้ว"
คอยดูเถอะว่าเวนิสคนนี้จะจัดการกับยัยขี้โรคอย่างเธอยังไง แต่ก่อนอื่นเธอเหลือเวลาอีกแค่สองวันเท่านั้น เพื่อกล่อมชาลิตเรื่องไปเรียนมหาลัยให้ได้
"อาหารเที่ยงมาแล้วค่ะคุณหนูเวนิส" อาหารหลายอย่างถูกนำเข้ามา
"ขอบคุณค่ะ ขอน้ำส้มเพิ่มด้วยนะคะ" เวนิสยิ้มให้กับสาวใช้
"ได้ค่ะ" สาวใช้ตอบด้วยสีหน้าเย็นชา
เวนิสเห็นแล้วก็คิดได้ว่าเธอทำร้ายพวกเขาไว้มาก ไม่แปลกที่พวกเขาจะแสดงท่าทีแบบนี้กับเธอ แต่สำหรับสาวใช้คนนี้มันต่างออกไป ดูเหมือนว่าหล่อนจะชอบชาลิตมากกว่าเจ้านายคนหนึ่ง หล่อนจึงค่อนข้างเกลียดเธอเป็นอย่างมาก เพราะเธอได้รับความเอาใจใส่จากชาลิต
"ให้คนอื่นเอาเข้ามาแทน ส่วนเธอก็ไปทำงานอื่นได้"
สาวใช้คนนั้นเมื่อได้ยินก็เกิดอาการไม่พอใจขึ้นเล็กน้อยแต่ก็รีบเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้เวนิสเห็น แต่ทุกอย่างตกอยู่ในสายตาของเวนิสแล้ว
"เฮ้อ! สักวันฉันคงโดนเธอวางยาพิษเข้าสินะ"
เดี๋ยวนะวางยาเหรอ เมื่อกี้แค่พูดไปเล่นๆ แต่หลังจากที่เธออยู่ที่นี่อีกสักระยะหนึ่ง เธอก็เริ่มป่วยอย่างไม่ทราบสาเหตุ และป่วยมาอย่างต่อเนื่องจนออกจากที่นี่และจนถึงตอนแต่งงานเธอก็ยังป่วยติดเตียงขยับตัวหรือพูดก็ไม่ได้
"บางทีสาวใช้คนนั้นอาจจะมีส่วนร่วม เดิมทีคิดว่าเพราะถูกชาลิตกักขังมานานเลยทำให้ป่วย แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนของอิงฟ้าอยู่ในนี้ด้วย"
เพราะเธอป่วยและอาการเริ่มไม่ดีขึ้นชาลิตจึงตัดสินใจปล่อยตัวเธอออกไปจากที่นี่หลังจากที่เขากักขังเธอไว้ถึง 2 ปี เมื่อออกไปเธอก็แต่งงานกับหมอไตรภพหลังจากนั้นอีกสองเดือนทันที แต่ใครจะรู้ว่าหลังแต่งงานแล้วแม้แต่จะเข้าหอก็ยังไม่มีโอกาสเลย ก็เพราะว่าดันเธอดันมาป่วยหนักจนถึงขั้นนอนติดเตียง เธออยู่อย่างนั้นมานานถึง 2 ปี และเมื่ออายุ 24 ปีพวกเขาก็เอาหัวใจของเธอไป
"พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วชีวิตของฉันมันช่างน่าสงสารเสียจริง"
เวนิสเลิกคิดถึงเรื่องนั้นแล้วเริ่มทานอาหารเที่ยง ยังไงซะตอนนี้เธอคงยังไม่ถูกวางยาหรอก แต่อีกไม่นานอิงฟ้าคงต้องซื้อตัวสาวใช้คนนั้นไปแน่ และยาที่ใช้คงเป็นยาที่หมอไตรภพเป็นคนจ่ายมาให้
"หมอนี่มันชั่วช้าจริงๆ" คิดแล้วเธอก็แค้นใจขึ้นมา
"อร่อยจัง!" เธอทานอาหารเข้าไปครั้งแรก ถึงกับน้ำตาไหลออกมา
ตอนที่ป่วยจนต้องนอนติดเตียง พวกเขาให้เธอทานอาหารที่รสชาติเหมือนอ้วก มันไม่ได้น่าทานเอาเสียเลย พอได้มาทานอาหารพวกนี้แล้วแม้จะเป็นเพียงอาหารธรรมดาแต่ก็อร่อยมากเลยทีเดียว
"เป็นอะไรไปอีก ทำไมเธอถึงร้องไห้อีกแล้ว อาหารไม่อร่อยเหรอ"
ชาลิตกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับน้ำส้มในมือ เมื่อเขาเห็นเธอกำลังร้องไห้เขาเลยคิดว่าเธอไม่ชอบอาหารที่เธอกำลังทานอยู่
"เปล่าค่ะ มันอร่อยมากต่างหากล่ะ ฉันแค่คิดว่าตัวเองโง่มากที่อดอาหารเพื่อประชดคุณก่อนหน้านี้"
"นี่น้ำส้ม ถ้ารู้ว่าโง่คราวหลังก็อย่าทำอีก" เขาส่งน้ำส้มให้เธอ
"ไม่ทำแล้วค่ะ" เวนิสพูดแล้วก็ทานอาหารต่อไป
"ฉันลองคิดเรื่องที่เธอจะเรียนมหาลัยแล้วนะ ฉันจะให้เธอไปเรียนก็ได้"
ชาลิตพูดขึ้นมาเวนิสที่กำลังทานอยู่ก็หยุดทานทันที นี่เธอไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม เขาเนี่ยนะจะให้เธอไปเรียนต่อมหาลัย
"แต่มีข้อแม้คือเธอต้องจดทะเบียนสมรสกับฉัน"
"อ๊ะ! จดทะเบียนสมรส" นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อน เขาคิดอะไรของเขาอยู่กันนะ
"ถ้าเธอไม่ยอมก็ไปเรียนต่อมหาลัยไม่ได้"
"ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมแต่ทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วยคะ ฉันอายุแค่ 20 ปีเองนะ"
ใช่ ฉันอายุแค่ 20 ปี แต่ต้องไปเรียนในมหาลัยในสถานะภาพแต่งงานแล้วเนี่ยนะ คิดแล้วมันไม่เร็วไปหน่อยเหรอ จริงอยู่ที่เธอคิดว่าครั้งนี้จะอยู่กับเขาแต่เรื่องแต่งงานกันเธอคิดไว้หลังจากที่เธอเรียนจบถึงจะแต่งกับเขา
ชาติก่อนเธอแต่งงานกับหมอไตรภพตอนอายุ 22 ปี ตอนนี้ต้องแต่งกับเขาตอนอายุ 20 ปีเนี่ยนะ มันเร็วกว่าตั้ง 2 ปี
แต่การแต่งงานครั้งก่อนของเธอมันก็แค่ฉากบังหน้าก็เท่านั้นเอง ตอนนั้นพวกเขายังโยนความผิดเรื่องที่ฉันป่วยให้ชาลิต ตอนนั้นชาลิตหายไปจากชีวิตของฉันอาจเป็นเพราะเขาเสียใจหรือรู้สึกผิดก็ได้
"เพื่อกันเธอหนีออกไปจากที่นี่ ฉันเลยต้องการหลักค้ำประกัน เพราะถ้าหนีออกไปแล้วก็ไม่สามารถแต่งกับคนอื่นได้อีก"
เวนิสฟังอย่างนั้นแล้วก็หาได้โกรธไม่ เธอกลับรู้สึกว่าชาลิตหวงเธอได้น่ารักดี แต่งกับเขาตอนนี้ก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้เป็นเกราะป้องกันและหลุมหลบภัยสำหรับเธอ อย่างน้อยก็ลดแผนของอิงฟ้าที่จะให้หมอไตรภพมาแต่งงานกับเธอได้
อ้อ! เธอลืมบอกไปว่าอิงฟ้ามีหมอไตรภพเป็นเจ้าของไข้ ที่จริงหมอไตรภพรักกับอิงฟ้ามาตั้งแต่ต้น เพราะต้องการใช้หัวใจของเธอมาช่วยอิงฟ้า หมอไตรภพเลยช่วยเหลืออิงฟ้า เพื่อหลอกลวงเธอเขาลงทุนแม้กระทั่งแสดงว่าชอบเธอ
"นี่เธอคิดอะไรอยู่ คงไม่มีแผนอะไรอยู่ใช่มั้ย"
"เปล่าค่ะ ฉันตกลงค่ะ เราจะจดทะเบียนสมรสกัน"
"เธอแน่ใจเหรอ" ชาลิตถามออกไปอย่างไม่อยากจะเชื่อ เพราะเขาคิดว่าเวนิสคงไม่ยอมเขาง่ายๆ แน่ แต่กลับกันเธอกลับตอบรับเขาอย่างว่าง่ายนี่มันแปลกเกินไปแล้ว
"แน่ใจค่ะ ไว้ฉันเรียนจบเราค่อยจัดงานแต่งกันนะคะ"
เวนิสพูดจบก่อนทานต่อไป นี่เป็นอาหารมื้อแรกในชีวิตใหม่ของเธอ มันช่างวิเศษมาก
"อืม ตกลงตามนั้น"
ชาลิตมองเวนิสทานอาหารได้ก็สั่งให้คนใช้นำของหวานเข้ามาเพิ่ม ต่อด้วยพวกขนมต่างๆ เวนิสก็ชอบใจมองดูของกินตรงหน้าแล้วก็ทานมันอย่างมีความสุข การได้รับรู้รสชาติของอาหารมันดีอย่างนี้นี่เอง
"ค่อยๆ ทาน เดี๋ยวจะสำลักเอา ถ้าทานเยอะไปฉันกลัวว่าเธอจะปวดท้องเอาเพราะกระเพาะรับไม่ไหว"
"เรื่องนั้นไม่เป็นไร กระเพาะของฉันทนทาน"
สำหรับเขาอาจจะมองว่าเธออดอาหารมาแค่สองวัน แต่สำหรับเธอมันไม่ใช่
ตอนนี้เธอเข้าใจคนป่วยที่บอกว่าอาหารที่โรงพยาบาลรสชาติมันแย่มากที่สุดเลย แล้วลองคิดภาพดูด้วยที่ว่าเธอช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ต้องรับอาหารเหลวผ่านสายยางดูสิ คิดแล้วก็สมเพชตัวเองขึ้นมา พวกเขาต้องการแค่หัวใจของเธอจึงไม่สนใจร่างกายของเธอแม้แต่น้อย
"พรุ่งนี้พาฉันออกไปซื้อชุดนักศึกษาใหม่หน่อยสิคะ"
ชุดเก่าของเธอดูเหมือนว่าจะใส่ไม่ได้แล้วคงต้องซื้อใหม่ทั้งหมด ตอนกลับไปก็คงกลายเป็นรุ่นน้องของเพื่อนรุ่นเดียวกัน โชคดีที่จบการรับน้องไปแล้วเลยไม่ต้องเข้ารับน้องใหม่อีกครั้ง เรียนด้วยกันกับรุ่นน้องไปเงียบๆ จะได้ไหมนะ
"เดี๋ยวฉันขอดูตารางงานก่อน"
เขาคงต้องเลื่อนงานต่างๆ ออกไป อันดับแรกพาเธอไปที่อำเภอเพื่อจดทะเบียนสมรสก่อน แล้วค่อยพาเธอไปเลือกซื้อชุดนักศึกษาตามที่เธอว่า
"ฉันอิ่มแล้วค่ะ"
หลังจากเธอพูดจบชาลิตก็เรียกคนใช้เข้ามาและเก็บทุกอย่างออกไป เขามองดูเวนิสที่นอนอยู่บนเตียงแล้วก็ยิ้ม ตอนเธอเชื่อฟังและไม่ต่อต้านเขามันน่ารักมาก
"เธอนอนพักเถอะ ฉันจะไปทำงานต่อ"
"เดี๋ยวค่ะ ฉันไม่อยากนอนพักแล้ว ฉันขอแท็บเล็ตได้มั้ยคะ ฉันอยากวาดภาพ"
เพราะนอนติดเตียงมานานจนเธอเบื่อ เธออยากออกไปนั่งวาดภาพเล่นในสวนด้านล่าง เธอมีความสามารถในการวาดภาพการ์ตูน เธอยังแต่งนิยายภาพด้วยเมื่อมีเวลาว่าง
"แค่จะวาดภาพเท่านั้นค่ะ ไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตก็ได้ ฉันยังมีฉากนิยายที่ต้องวาดให้เสร็จ"
เพราะไม่อยากให้เขาคิดว่าเธอจะใช้มันติดต่อกับใคร เธอเลยต้องแสดงให้เขาเห็นว่าเธอแค่ต้องการวาดภาพนิยายของเธอต่อก็เท่านั้นเอง
"เดี๋ยวฉันให้คนเอามาให้"
"ขอบคุณค่ะ ฉันจะลงไปวาดที่สวน ให้เขาเอาไปให้ฉันที่นั่นนะคะ"
เมื่อได้รับคำอนุญาตแล้ว เวนิสก็รีบลุกขึ้นจากเตียงและตรงเข้าไปในห้องน้ำ เธอต้องอาบน้ำและแต่งตัวไปเพื่อให้ร่างกายสดชื่น
"เอาแท็บเล็ตนี้ไปให้เวนิสในสวน แล้วก็จัดที่ให้เธอนั่งทำงานให้ดีด้วย"
ชาลิตกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง และหยิบแท็บเล็ตของเวนิสออกมาที่เขาเคยยึดไว้ก่อนหน้านี้ออกมาส่งให้พ่อบ้าน
"ครับ?" พ่อบ้านมึนงงเล็กน้อยแต่ก็รีบออกไปและทำตามคำสั่งทันที