"รุ่ง! เธอยังไม่เสร็จอีกเหรอ? พัชราปวดท้องมากเลยนะ!"
เสียงตะคอกของชัชชัยดังลั่นสำนักงานเขต ฉันมองดูชายคนรักที่กำลังประคองน้องสาวบุญธรรมของฉันด้วยความห่วงใย ภาพความทรงจำอันโหดร้ายในชาติที่แล้วไหลย้อนกลับมาตอกย้ำความเจ็บปวด
ในวาระสุดท้ายของชีวิตก่อน เมื่อรถพุ่งเข้ามาชนเรา เขากลับเลือกผลักฉันออกไปรับแรงกระแทก เพื่อปกป้องพัชราไว้ในอ้อมกอด ปล่อยให้ฉันนอนจมกองเลือดอย่างโดดเดี่ยว แม้แต่ลูกชายแท้ๆ ของฉันยังพูดใส่หน้าศพแม่ว่า "น้าพัชดีกว่าแม่" ความรักและความภักดีของฉันช่างไร้ค่าสิ้นดี
"รุ่ง! รีบๆ เซ็นสิ ฉันจะพาพัชราไปนั่งพัก" เขาโยนเอกสารทะเบียนสมรสใส่หน้าฉันด้วยความรำคาญ
ฉันหยิบปากกาขึ้นมา แววตาที่เคยโง่เขลาเปลี่ยนเป็นว่างเปล่า
ในช่อง 'ชื่อคู่สมรส' ฉันไม่ได้เขียนชื่อตัวเอง
แต่บรรจงเขียนชื่อ "พัชรา เจริญสุขสกุล" ลงไปแทน
อยากรักกันมากใช่ไหม? ได้... ชาตินี้ฉันจัดให้
บทที่ 1
รุ่งนภา POV:
"เร็วเข้า! มีคิวอีกเยอะนะ!" เสียงพนักงานที่เขตดังขึ้นอย่างหงุดหงิด ฉันมองไปยังกระดาษแผ่นหนึ่งบนโต๊ะ เอกสารสำคัญที่ติดตาตรึงใจฉันตลอดชั่วชีวิตที่แล้ว นี่คือโอกาสสุดท้ายของฉันที่จะเขียนเรื่องราวของตัวเองใหม่
ฉันจำได้ดีถึงความเจ็บปวดและความโดดเดี่ยวที่ฉันต้องทนอยู่ในชีวิตก่อน ฉันเป็นแค่เด็กกำพร้าที่โชคดีได้เข้ามาอยู่ในบ้านของตระกูลเจริญสุขสกุล ฉันพยายามทำทุกอย่างเพื่อความรักของเขา ชัชชัย นายตำรวจอนาคตไกล เขาสุภาพและอบอุ่นเสมอ แต่ความอบอุ่นนั้นไม่ได้มีไว้สำหรับฉันคนเดียว
ภาพความทรงจำเมื่อนานมาแล้วแล่นเข้ามาในหัวของฉัน
ในชีวิตที่แล้ว ฉันได้แต่งงานกับชัชชัย แต่เขากลับเอาแต่สนใจพัชรา น้องสาวบุญธรรมของฉัน ซึ่งเป็นลูกสาวแท้ๆ ของตระกูลเจริญสุขสกุล พัชราแกล้งทำเป็นสาวน้อยบอบบาง ขี้โรค และไร้เดียงสาเสมอเพื่อเรียกร้องความสนใจจากชัชชัย
"รุ่ง! เธอยังไม่เสร็จอีกเหรอ? พัชราปวดท้องมากเลยนะ" เสียงหงุดหงิดของชัชชัยดึงฉันกลับมาจากอดีต เขายังคงเป็นชัชชัยคนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง
ฉันมองไปที่เขาซึ่งกำลังประคองพัชราอยู่ พัชราหน้าซีดเล็กน้อย แต่แววตาของเธอกลับซ่อนความพึงพอใจไว้ ช่างเหมือนเดิมไม่มีผิดเพี้ยน
"ชัชชัย ฉันปวดท้องจังเลยค่ะ" พัชราพูดเสียงอ่อน ชัชชัยลูบหลังเธอเบาๆ ด้วยความห่วงใย
ฉันจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว เขาปฏิบัติกับฉันแบบนี้ไม่เคยเกินสามครั้งเลยกระมัง
"คุณชัชชัยคะ คุณรุ่งยังไม่กรอกเอกสารเสร็จเหรอคะ" พัชราแกล้งถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ตาของเธอกลับเหลือบมองมาที่ฉันอย่างเยาะเย้ย
ชัชชัยถอนหายใจอย่างหงุดหงิด เขาโยนเอกสารมาให้ฉัน "รุ่ง! เธอก็จัดการไปก่อนสิ พัชราไม่สบายนะ"
ฉันรับเอกสารมาอย่างเงียบๆ หัวใจของฉันเต้นระรัว ไม่ใช่เพราะความรัก แต่เป็นเพราะความตื่นเต้นกับโอกาสที่จะหลุดพ้นจากวังวนนี้
ฉันมองไปที่ปากกาในมือ น้ำหนักของมันดูเหมือนจะหนักกว่าครั้งไหนๆ
สายตาชัชชัยยังคงจับจ้องอยู่ที่พัชรา พัชราสวมชุดเดรสสีชมพูอ่อนที่ชัชชัยเคยบอกว่าเขาชอบ พัชราชอบแต่งตัวตามรสนิยมของชัชชัยเสมอ เธอชอบแย่งทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของฉัน
"ไปเถอะค่ะชัชชัย ไปดูพัชราก่อน" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉันไม่อยากให้ใครเห็นความรู้สึกที่แท้จริงของฉันในตอนนี้
ชัชชัยพยักหน้าอย่างโล่งอก "เธอจัดการเอกสารไปก่อนนะ ฉันจะพาพัชราไปนั่งรอข้างนอก"
"ค่ะ" ฉันตอบสั้นๆ
เขาเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามองฉันเลยแม้แต่น้อย ไม่มีแม้แต่คำถามว่าฉันสบายดีไหม หรือฉันเหนื่อยบ้างหรือเปล่า
ลมหายใจที่ฉันกลั้นไว้ถูกปล่อยออกมาอย่างช้าๆ ความเจ็บปวดในชีวิตที่แล้วยังคงฝังลึกอยู่ในใจฉัน ฉันจำได้ว่าในชีวิตที่แล้วฉันต้องนอนอยู่โรงพยาบาลคนเดียว ในขณะที่ชัชชัยอยู่ดูแลพัชราที่แกล้งป่วย
ฉันจำได้ถึงคำพูดของลูกชายในชีวิตที่แล้ว "แม่ไม่เหมือนน้าพัชนะครับ น้าพัชสวยและแม่ก็ไม่เห็นแก่ตัวเหมือนแม่" คำพูดนั้นเจ็บปวดเกินกว่าที่ฉันจะรับไหว และสามีของฉันก็ไม่ได้ปกป้องฉันเลย
ฉันกัดริมฝีปากแน่นจนได้รสเลือด
พอแล้ว ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นรุ่งนภาคนเดิมอีกแล้ว
ฉันกำปากกาแน่น วางลงบนช่องว่างที่ระบุชื่อผู้สมรส "พัชรา เจริญสุขสกุล" ฉันเขียนชื่อนั้นลงไปอย่างบรรจง ไม่มีความลังเล ไม่มีความเสียดาย มีเพียงความโล่งใจอย่างประหลาด
"ฉันจะทำให้ความปรารถนาของนายเป็นจริงนะชัชชัย" ฉันพึมพำกับตัวเอง
เมื่อเอกสารเสร็จสมบูรณ์ ฉันยื่นมันให้พนักงาน พนักงานตรวจดูเรียบร้อยแล้วยื่นเอกสารอีกชุดให้ฉัน
ฉันเดินออกมาจากสำนักงานเขตพร้อมกับเอกสารในมือ ไม่มีความเสียใจ มีเพียงความรู้สึกโล่งอกที่ท่วมท้น หัวใจของฉันรู้สึกเบาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับว่าภาระอันหนักอึ้งที่แบกมานานได้ถูกปลดปล่อยออกไป
ฉันนึกย้อนไปถึงชีวิตที่แล้ว พัชรา เจริญสุขสกุล ลูกสาวแท้ๆ ของบ้านที่รับเลี้ยงฉัน เธอเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวย พ่อแม่รักและตามใจเธอทุกอย่าง ในขณะที่ฉันเป็นเพียงเด็กกำพร้าที่ต้องพยายามทำทุกอย่างเพื่อพิสูจน์ตัวเอง
พัชราใช้คำพูดหวานๆ เพื่อเอาใจชัชชัย ชัชชัยเชื่อทุกคำพูดของเธอและไม่เคยฟังฉันเลยสักครั้ง
ฉันจำได้คำพูดของแม่บุญธรรมที่เคยพูดกับฉัน "รุ่ง พัชราเขาร่างกายไม่แข็งแรง หอบง่าย เธอต้องดูแลเขาให้ดีนะ" แม้แต่คำพูดเหล่านั้นก็เต็มไปด้วยความลำเอียง
ฉันยิ้มเยาะให้กับความโง่เขลาของตัวเองในอดีต
ตอนนี้ฉันจะเลือกทางเดินของฉันเอง ฉันจะใช้ชีวิตเพื่อตัวเอง
ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบฉันอีกแล้ว
ฉันเริ่มเดินออกไปจากสำนักงานเขตแห่งนั้น โดยไม่หันกลับไปมองชัชชัยและพัชราอีก
ชีวิตใหม่ของฉันเริ่มต้นขึ้นแล้ว
รุ่งนภา POV:
ฉันเดินออกมาจากสำนักงานเขต ความรู้สึกเบาโหวงในอกบอกฉันว่าฉันไม่ได้รู้สึกแย่กับการตัดสินใจครั้งนี้เลย ชัชชัยอาจคิดว่าเขาเป็นฮีโร่ที่ต้องปกป้องคนที่อ่อนแออย่างพัชรา แต่ฉันรู้ดีว่าพัชราเป็นคนเช่นไร
เธอรอคอยโอกาสนี้มานานมากแล้ว เธอรู้ว่าชัชชัยจะได้รับตำแหน่งที่สูงขึ้นในไม่ช้า และเมื่อถึงตอนนั้น การได้แต่งงานกับชัชชัยจะทำให้สถานะทางสังคมของเธอสูงขึ้นไปอีก
ฉันไปที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เพื่อสอบถามข้อมูลการเข้าศึกษาต่อ ฉันใช้เวลาอยู่ในห้องแนะแนวเกือบสองชั่วโมง เพื่อสอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับคณะที่ฉันสนใจ และใช้สมองคำนวณค่าใช้จ่ายทั้งหมด ฉันต้องหาเงินให้ได้มากพอที่จะเป็นอิสระจากตระกูลเจริญสุขสกุล
หลังจากนั้นฉันก็กลับมาถึงบ้านด้วยความรู้สึกสงบ อย่างน้อยก็สงบกว่าที่ฉันคิดไว้มาก
ฉันเดินเข้ามาในบ้านก็ได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากห้องของพัชรา
"ชัชชัยคะ พัชกลัวจังเลยค่ะ ถ้าคุณรุ่งไม่ไปกรุงเทพฯ ด้วยกัน คุณชัชชัยจะอยู่คนเดียวได้ยังไง" พัชราพูดด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ฉันรู้ว่าเธอกำลังแกล้งทำเป็นไร้เดียงสา
"ไม่ต้องห่วงหรอกพัช ฉันดูแลตัวเองได้อยู่แล้ว" ชัชชัยตอบเสียงอ่อนโยน
"แต่ว่า... คุณชัชชัยเคยบอกว่าคุณรุ่งเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งที่สุดนี่คะ พัชเป็นห่วงว่าคุณรุ่งจะดูแลคุณชัชชัยได้ดีกว่าพัชอีกค่ะ" พัชรายังคงพูดต่อ
"พัชรา! เธอพูดอะไรน่ะ? รุ่งนภาจะไปดูแลคนอื่นได้ยังไง ในเมื่อเธอเองยังดูแลตัวเองไม่รอดเลย" น้ำเสียงของชัชชัยเริ่มไม่พอใจเล็กน้อย "เธอป่วยง่ายขนาดนี้ ฉันต้องอยู่ดูแลเธอสิ"
ฉันได้ยินเสียงพัชราหัวเราะคิกคักเบาๆ มันเป็นเสียงหัวเราะแห่งชัยชนะ
ฉันกำมือแน่น รู้สึกเจ็บปวดในอกอย่างบอกไม่ถูก แม้จะเกิดใหม่แล้ว แต่ความเจ็บปวดจากคำพูดพวกนี้ก็ยังคงอยู่ในตัวฉัน
ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ พยายามสงบสติอารมณ์ และเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด
ชัชชัยเดินออกมาจากห้องของพัชรา สีหน้าของเขาดูผิดปกติเล็กน้อยเมื่อเห็นฉัน
"รุ่ง... เธอ... ไปไหนมา" ชัชชัยถามเสียงเบา
"ไปธุระมาค่ะ" ฉันตอบสั้นๆ ไม่ได้อยากจะอธิบายอะไรมาก เขาไม่จำเป็นต้องรู้
ฉันพยายามเดินผ่านเขาไป เพื่อที่จะกลับไปยังห้องของฉัน
ในชีวิตที่แล้ว ฉันเคยทะเลาะกับชัชชัยหลายครั้งเพราะเรื่องความสัมพันธ์คลุมเครือของเขากับพัชรา แต่ตอนนี้ฉันจะไม่เสียเวลาและพลังงานไปกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นอีกแล้ว
"เดี๋ยวสิรุ่ง!" ชัชชัยเรียกฉัน
ฉันหยุดเดิน แต่ไม่ได้หันหลังกลับไปมอง
"พรุ่งนี้เราไปดูหนังกันไหม?" ชัชชัยถาม
ฉันหันกลับไปมองเขาด้วยความประหลาดใจ การชวนฉันไปดูหนังเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานมากแล้ว
เขาต้องการอะไรกันแน่? หรือเขากำลังรู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้
"ไม่จำเป็นหรอกค่ะ" ฉันตอบปฏิเสธ "ฉันมีเรื่องที่ต้องทำ"
ชัชชัยดูจะประหลาดใจกับคำตอบของฉัน เขาอ้าปากค้างเล็กน้อย
ทันใดนั้น พัชราก็เดินออกมาจากห้องของเธอ เธอทำหน้าเศร้าสร้อยและท่าทางอ่อนแรง แต่สายตาของเธอกลับจับจ้องมาที่ฉันอย่างมีความหมาย
ฉันมองเห็นชุดเดรสที่พัชราสวมอยู่ มันเป็นชุดเดรสสีขาวที่ฉันซื้อมาด้วยเงินเก็บทั้งชีวิตของฉัน ฉันกะว่าจะใส่ไปงานแต่งงานของชัชชัย แต่มันก็ยังไม่เคยถูกใส่เลย
ในชีวิตที่แล้ว ชุดเดรสตัวนี้เป็นของขวัญที่ชัชชัยซื้อให้ฉันในวันเกิดปีสุดท้ายของเราก่อนที่ฉันจะตาย
"อ๊ะ! พี่รุ่ง! พัชขอโทษค่ะ พัชไม่รู้ว่าพี่รุ่งจะโกรธที่พัชใส่ชุดของพี่รุ่ง" พัชราพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เธอก้มหน้าเล็กน้อย ทำท่าเหมือนจะร้องไห้
"ไม่เป็นไรหรอกพัชรา" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา "สวยดีนะ"
ฉันหันไปมองชัชชัย "คุณชัชชัยว่าไม่จริงเหรอคะ พัชราใส่ชุดนี้สวยกว่าฉันเยอะเลย" ฉันยิ้มอย่างเย้ยหยัน
ชัชชัยมองฉันด้วยความประหลาดใจ เขาดูเหมือนจะรู้สึกว่ามีบางอย่างเปลี่ยนไป
"พัชรา อยากได้ชุดนี้เหรอ?" ฉันถามพัชรา "เอาไปเลยสิ ฉันไม่เคยใส่หรอก"
"พี่รุ่ง... แต่ว่า..." พัชราทำท่าลังเล
"เอาไปเถอะ" ฉันพูดซ้ำ "ฉันไม่อยากได้มันอีกแล้ว"
ฉันจำได้ว่าชุดนี้เป็นชุดที่ฉันอยากได้มากแค่ไหนในชีวิตที่แล้ว ฉันเก็บเงินซื้อมาเพื่อที่จะได้ใส่มันในวันสำคัญ แต่ตอนนี้มันไม่มีความหมายอะไรกับฉันอีกแล้ว
ฉันรู้สึกเบื่อหน่ายกับเรื่องราวไร้สาระพวกนี้
ฉันหมุนตัวกลับและเดินตรงไปยังห้องของฉัน ฉันปิดประตูลงอย่างแรงโดยไม่สนใจว่าชัชชัยและพัชราจะพูดอะไรกันต่อ
ฉันหยิบกระเป๋าออกมาจากตู้เสื้อผ้า และหยิบเอกสารเกี่ยวกับมหาวิทยาลัยออกมาดู
ในชีวิตที่แล้ว ฉันต้องสละโอกาสในการเรียนต่อมหาวิทยาลัยเพื่อมาช่วยชัชชัยสร้างตัว
แต่คราวนี้ฉันจะไม่ยอมเสียสละอะไรเพื่อใครอีกแล้ว
ฉันดูปฏิทิน วันที่ฉันจะจากไปกำลังใกล้เข้ามาแล้ว มีเวลาไม่มากพอที่จะเตรียมตัว ฉันต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด และเริ่มต้นชีวิตใหม่ของฉัน
ก๊อกๆๆ
เสียงเคาะประตูทำให้ฉันหงุดหงิด
ฉันเปิดประตูออกไป ชัชชัยยืนอยู่ตรงหน้าฉันพร้อมกับชามข้าวต้มในมือ
"รุ่ง... ผมเอาข้าวต้มมาให้" เขาพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ฉันมองเขาด้วยความไม่เข้าใจ ในชีวิตที่แล้ว เขาไม่เคยทำอะไรแบบนี้ให้ฉันเลย
ชัชชัยในชีวิตก่อนมักจะตะคอกใส่ฉันด้วยความรำคาญถ้าฉันไม่ทำอะไรให้ถูกใจเขา
รุ่งนภา POV:
ฉันมองชัชชัยด้วยความสงสัย ความอ่อนโยนในน้ำเสียงของเขาดูแปลกประหลาดเกินไป
"ฉันกินแล้วค่ะ" ฉันตอบสั้นๆ
"กินแล้วเหรอ?" ชัชชัยถามด้วยความไม่เชื่อ "เธอชอบประหยัด กินน้อยนี่นา"
คำพูดของเขาทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อย
ใช่ ฉันชอบประหยัดเงิน เพื่อที่ฉันจะได้มีเงินเก็บไว้สร้างอนาคตกับเขา เพื่อที่ฉันจะได้มีเงินไปเรียนต่อ
แต่ในชีวิตที่แล้ว เงินทั้งหมดของฉันถูกใช้ไปกับค่ารักษาพยาบาลของพัชรา และถูกใช้ไปเพื่อส่งเสริมหน้าที่การงานของชัชชัย
ตอนนี้ฉันจะเรียนต่อ ฉันต้องการเงินทุนก้อนนั้น
"คุณชัชชัยคะ" ฉันพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "เงินที่เราเก็บไว้สำหรับค่าเทอมของฉัน คุณคืนฉันมาได้แล้วนะคะ"
ชัชชัยชะงักไปเล็กน้อย สีหน้าของเขาซีดเผือด
"เงินอะไรของเธอ?" เขาสติแตกเล็กน้อย
"เงินที่เราเก็บไว้สำหรับค่าเทอมมหาวิทยาลัยของฉันไงคะ หรือคุณลืมไปแล้ว" ฉันพูดอย่างใจเย็น
"ผม.. ผมเอาไปใช้จ่ายให้พัชราหมดแล้ว" เขาตอบเสียงเบา
ฉันยิ้มเยาะในใจ ฉันรู้ดีว่าเขาจะต้องพูดแบบนี้
"งั้นก็ไม่เป็นไรค่ะ" ฉันพูด "ฉันจะปิดประตูพักผ่อนแล้วนะคะ"
"เดี๋ยวก่อนสิรุ่ง! พรุ่งนี้ผมจะเอาไปคืนให้" ชัชชัยพูดด้วยน้ำเสียงที่เริ่มมีโทสะ "ทำไมเธอถึงได้เห็นแก่ตัวขนาดนี้ ทำไมเธอถึงได้คำนวณทุกอย่างอย่างถี่ถ้วนขนาดนี้"
ฉันหัวเราะในลำคอ "เงินของฉัน ฉันมีสิทธิ์ที่จะเรียกกลับคืนมาไม่ใช่เหรอคะ"
ชัชชัยหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ เขาไม่แน่ใจว่าจะพูดอะไร ฉันเห็นความโกรธในแววตาของเขา
ฉันเบื่อหน่ายกับการโต้เถียงกับเขาแล้ว
ฉันปิดประตูลงอย่างแรง โดยไม่สนใจเสียงบ่นของชัชชัยที่อยู่หน้าประตู
ในอีกไม่กี่วันต่อมา ฉันรวบรวมของใช้ส่วนตัวบางอย่างที่ไม่มีค่าอะไรออกมาขาย ฉันขายมันไปให้ร้านรับซื้อของเก่า ได้เงินมาไม่กี่ร้อยบาท
ฉันเก็บเงินนั้นไว้เป็นค่าเดินทาง
ฉันกำลังจัดกระเป๋าอยู่ ชัชชัยก็เดินเข้ามาในห้องของฉันโดยไม่เคาะประตู
"นี่เงินของเธอ!" เขายื่นธนบัตรปึกหนึ่งให้ฉันด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
ฉันรับเงินมาและพยักหน้าเบาๆ "ขอบคุณค่ะ"
ชัชชัยจ้องมองฉันด้วยความสงสัย สายตาของเขาเลื่อนไปที่กระเป๋าเดินทางของฉัน
"เธอ... กำลังจะไปไหน" เขาถาม
"ฉันจะย้ายไปอยู่บ้านเก่าสักพักค่ะ" ฉันตอบเลี่ยงๆ "พอคุณชัชชัยกับพัชราไปกรุงเทพฯ แล้ว ฉันก็จะย้ายกลับมา"
ชัชชัยถอนหายใจ "เธอไม่ต้องเก็บเสื้อผ้าหรอก ผมจะไปกับพัชราก่อน"
ฉันยังคงเก็บเสื้อผ้าต่อไป โดยไม่สนใจคำพูดของเขา
ชัชชัยดูจะหงุดหงิดกับท่าทีของฉัน "รุ่ง... เธอเปลี่ยนไปมากนะ"
ฉันหันหน้าหนีไป ไม่อยากให้เขารู้ความจริง ฉันไม่อยากให้เขาบังคับให้ฉันแต่งงานกับเขา
ฉันอยากจะหนีจากคนสองคนนี้ให้เร็วที่สุด
"ฉันแค่อยากจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยค่ะ" ฉันตอบ "พอคุณชัชชัยไปแล้ว ฉันก็จะย้ายกลับบ้านเก่า"
ชัชชัยถอนหายใจ "พัชราเขาอยากไปกรุงเทพฯ มากเลย เขาอยากไปเที่ยวในเมืองหลวง"
"แล้วคุณชัชชัยจะให้ฉันเดินทางไปกรุงเทพฯ คนเดียวเหรอคะ" ฉันถาม
"เปล่าหรอก ผมจะจัดการเรื่องที่พักให้เธอก่อน แล้วอีกสองสามเดือนผมจะมารับเธอไปอยู่ด้วยกันที่กรุงเทพฯ" ชัชชัยพูด
ฉันพยักหน้าอย่างเลื่อนลอย
ฉันจำได้ว่าในชีวิตที่แล้ว เขาใช้คำพูดแบบนี้มาหลอกฉันกี่ครั้ง เขาสัญญาว่าจะมารับฉัน แต่เขาก็ไม่เคยมา
เขาไม่เคยรักษาสัญญาเลย
ชัชชัยมองฉันด้วยความประหลาดใจ เขาดูเหมือนจะรู้สึกอึดอัดกับความเงียบของฉัน
"รุ่ง... ทำไมเธอถึงได้เงียบขนาดนี้" ชัชชัยถาม
"ฉันเหนื่อย" ฉันตอบสั้นๆ
"พรุ่งนี้เราไปถ่ายรูปสตูดิโอด้วยกันไหม?" ชัชชัยถาม
ฉันนึกถึงแผนของฉันสำหรับวันพรุ่งนี้ ฉันต้องไปทำงานพาร์ทไทม์ที่ร้านอาหาร
ฉันกำลังจะปฏิเสธ แต่พัชราก็เดินเข้ามาในห้องของฉัน เธอกอดแขนชัชชัยอย่างออดอ้อน
"ชัชชัยคะ พัชไปถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ" พัชราถาม
ชัชชัยลูบหัวพัชราเบาๆ "ได้สิครับ"