ตอน 2

บทที่ 2

“ข้าไม่แต่งกับมัน”

เป็นคำประกาศกร้าวที่ไอ้แผนลั่นเอาไว้หลังจากที่เกิดเรื่องใหญ่เมื่อสามเดือนก่อน ในเพลานั้น มะลิโวยวายเสียงดังลั่น พร้อมกับร่ำไห้โฮทันทีที่ได้ยินบิดากล่าวว่าจะยกหล่อนให้เป็นเมียไอ้แผน

คราแรกไอ้แผนก็ว่าจะไม่ปฏิเสธ แม้ว่าจะไม่ได้รักชอบสาวน้อยผู้นี้ แต่ก็ตระหนักว่าตนอายุอานามมากพอ ที่จะออกเรือนมีเมียกับเขาได้แล้ว อันที่จริงเขายื้อเวลาในการมีเมียมาหลายปีมากทีเดียว ด้วยเหตุผลว่าไม่ต้องการ มีชนักติดหลังให้เป็นห่วง

เพราะเหตุใดน่ะหรือ?

ก็เพราะเขาเป็นผู้นำหมู่บ้านที่รับช่วงต่อจากผู้เป็นลุงที่สิ้นไปแล้วน่ะสิ มีภาระหน้าที่ในการดูแลลูกบ้านมากมาย หากมีเมียขึ้นมาก็จะเป็นที่ยุ่งยากให้รำคาญใจ โดยเฉพาะการที่มีเมียอายุห่างกันเป็นสิบปีเช่นนี้ด้วย มิหนำซ้ำ เขายังไม่ได้เป็นผู้นำหมู่บ้านธรรมดาๆ ยังต้องคอยดูแลกองกำลังชายฉกรรจ์ไปต้านทานพวกกองโจรมักเข้าปล้นฆ่าคนในหมู่บ้านละแวกนี้ด้วย

ภาระมากมายเช่นนี้จะให้แต่งงานได้เยี่ยงไรกัน

กระนั้น ‘ทองอิน’ ครูเพลงดาบที่ไอ้แผนเคารพนับถือเช่นบิดาอีกคนก็หาได้สนใจไม่ ออกปากยกลูกสาวเพียง คนเดียวให้เขาขณะที่กำลังพูดคุยร่ำสุรากันอยู่ที่เรือนของท่านครู

หะแรกไอ้แผนหลงคิดว่าเพราะมึนเมา ทองอินถึงได้กล่าวออกมาเช่นนั้น แต่เมื่ออีกฝ่ายย้ำ

‘ข้าจะยกนังมะลิให้เอ็งจริงๆ ไอ้แผน รับมันเป็นเมียเถอะ ข้าจะได้สบายใจว่ามันมีคนที่ข้าไว้ใจดูแลจนกว่าชีวิตจะหาไม่ แล้วข้าจะได้นอนตายตาหลับ’

ไอ้แผนก็มั่นใจขึ้นมาทันใดว่าที่ทองอินพูดนั้นคือเรื่องจริง เขาได้แต่แบ่งรับแบ่งสู้ ไม่ตอบรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ หากทว่าเมื่อทองอินนำเรื่องนี้ไปบอกกับบุตรสาว เท่านั้นล่ะ ก็เกิดเรื่องใหญ่ตามมาทันตาเห็น

‘ข้าไม่แต่งกับมัน! หากพ่อจะให้ข้าแต่งกับมัน ข้าจะตายให้ดู!’

‘นังมะลิ! เอ็งเรียกไอ้แผนว่ามันได้เช่นไร มันอายุห่างจากเอ็งตั้งโข เรียกมันว่าพี่ประเดี๋ยวนี้!’

‘ไม่! ข้าจะเรียกว่ามัน! พ่อนะพ่อ ไม่รักข้าแล้วหรือไร ถึงได้จะยกให้คนอื่นง่ายๆ น่ะ!’

‘ไอ้แผนเป็นคนอื่นอย่างไร มันรู้จักกับข้า สนิทสนมกันดี เห็นเอ็งมาตั้งแต่เล็กแต่น้อยด้วย ไม่ได้เป็นอื่น!’

‘แต่มันเป็นอื่นสำหรับข้า! ได้ยินไหมว่ามันเป็นอื่นสำหรับข้า! พ่อจะยัดเยียดมันให้ข้าไม่ได้นะ!’

ไอ้แผนอยู่ร่วมเหตุการณ์นั้นพอดี ไม่เคยคิดเลยว่าหญิงสาววัยกำดัดผู้นี้จะปากคอเราะราย โมโหร้าย เถียงบิดา ไม่ตกฟาก ทั้งๆ ที่ปกติแล้วก็ดูเป็นคนนิ่งๆ ไม่หือไม่อือใดๆ รวมถึงไม่ค่อยพูดจากับเขาอีกด้วย

เรียกว่าถ้าไม่มีเหตุจำเป็น การจะได้ยินเสียงหล่อนเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก เลยกลายเป็นว่าทั้งที่สนิทกับทองอิน ทว่าเขากลับไม่รู้จักหล่อนเลยว่าเป็นคนเช่นไร มารู้เอาก็ตอนนี้ล่ะ

แต่เหนือสิ่งอื่นใด เขาไม่อยากให้บิดากับบุตรต้องมาทะเลาะกันเพราะตนหรอก ในเมื่อมะลิไม่อยากแต่ง เช่นนั้นเขาก็จะปฏิเสธ

‘พ่อครู ข้า...’

‘เอ็งไม่ต้องพูดไอ้แผน ข้ารู้ว่าเอ็งจะพูดเช่นไร’

เขาพูดต่อไม่ออก ใจหมายจะปฏิเสธแต่ผู้อาวุโสกว่าอ่านสายตาเขาออกเสียแล้ว มิหนำซ้ำการเอ่ยปากของเขายังจะไปจุดไฟโทสะของสองพ่อลูกให้โหมกระพืออีก

‘มึงไม่แต่งก็ไม่ต้องมาเรียกกูว่าพ่อ อีมะลิ!’

ทองอินขึ้นมึงขึ้นกูกับบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความน้อยเนื้อต่ำใจผุดพรายในใจของหญิงสาวที่หลั่งน้ำตาอาบแก้ม

‘นี่พ่อเห็นมันดีกว่าข้างั้นหรือ?’

‘ก็เออสิวะ! หากไม่แต่งกับมัน มึงกับกูขาดกัน!’

ยื่นคำขาดไปอีกให้มะลิได้ปวดหนึบที่หน้าอกขึ้นมา พลันฝากสายตาขุ่นแค้นให้กับชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างบิดา

ไอ้แผนหมายจะบอกให้หล่อนสบายใจว่าเขาจะไม่ตอบรับหากหล่อนไม่ต้องการ กระนั้นก็ได้แค่คิดเมื่อหญิงสาวว่าออกมาเสียก่อน

‘ได้! แล้วพ่อก็ดูข้าตายไปต่อหน้าต่อตาเลยแล้วกัน!’

สุดที่ผู้ใดจะห้าม สิ้นเสียง หล่อนก็วิ่งพรวดลงจากเรือนไป ไม่สนเสียงเรียกของบิดาที่ก่นด่าไล่ตามหลัง

‘เออ! จะไปตายโหงตายห่าที่ไหนก็ไป กูหาคนดีๆ มาให้แล้วยังจะเรื่องมาก อีลูกทรพี!’

‘พ่อครูว่ามันแรงเกินไปหรือไม่’

ไอ้แผนอดพูดขึ้นมาไม่ได้ แต่ก็ไม่ทำให้ครูเพลงดาบลดอารมณ์โมโหลงได้เลย อีกทั้งยังว่าทับ

‘ไม่แรงหรอกสำหรับมัน ช่างหัวมัน ประเดี๋ยวมันก็กลับมา’

แล้วก็แสร้งทำเป็นไม่สนใจทั้งๆ ที่ในใจห่วงบุตรสาวเป็นอย่างมาก ไอ้แผนอยู่กับเขามานาน ทำไมจะไม่รู้ว่าทองอินคิดอะไร แต่ด้วยทิฐิจึงทำให้ไม่ยอมขยับเขยื้อนตัวไปไหน ร้อนถึงไอ้แผนที่ต้องทำหน้าที่เป็นหูเป็นตาให้

‘เช่นนั้นพ่อครูนั่งพักให้อารมณ์เย็นลงก่อน ข้าจะไปตามมันกลับเรือนเอง’

ทองอินทำเพียงพยักหน้า ปล่อยให้ชายหนุ่มลงจากเรือนไปตามบุตรสาวให้ โดยไม่รู้เลยว่าหลังจากที่มะลิวิ่งลงจากเรือนไปนั้น หล่อนก็วิ่งไปที่ท้ายหมู่บ้านแล้วตั้งใจกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายประชดผู้เป็นพ่อ

เคราะห์ดีที่ไอ้แผนตามไปถูกที่และทันเวลา หล่อนเลยถูกช่วยขึ้นมาได้ ทว่าก็อยู่ในสภาพหมดสติไปสามวัน สามคืน ไม่ตอบสนองสิ่งใดจนบิดาเป็นห่วงไปหมด

แต่หลังจากนั้น หล่อนก็ตื่นขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าเหลอหลาซีดเซียว และคำถามแปลกประหลาด

‘ที่นี่...ที่ไหน’

ดูเหมือนหล่อนจะไม่รู้จักใครที่นี่เลย ต้องแนะนำกันใหม่หมดว่าใครเป็นใคร และใช้เวลาพักใหญ่ทีเดียวกว่าที่มะลิจะกลับมาลงร่องลงรอยอย่างเคย

ความจริง...จะบอกว่าลงร่องลงรอยก็ไม่เชิงนัก เพราะนอกจากที่หล่อนจะจำใครไม่ได้แล้ว ยังมีอาการ ผิดปกติไปอีก โดยเฉพาะสายตาที่ใช้มองเขา

ใช่...มองไอ้แผน

สายตานั้นเว้าวอนอ่อนหวาน บางคราก็ฉ่ำเยิ้มคล้ายกับหมาได้เห็นกระดูก จนไอ้แผนขนลุกเกรียวไปทั้งตัว

อะไรไม่ว่า หล่อนเพิ่มความขนลุกขนชันมากขึ้นไปอีกหลังจากลำดับเหตุการณ์ได้ว่าสาเหตุที่ตนไปกระโดดแม่น้ำฆ่าตัวตายเป็นเพราะอะไร

‘โอ๊ย! ใครจะไม่อยากแต่งกับคุณพี่แผน อยากแต่งจะตาย กระโดดน้ำฆ่าตัวตายอะไร ไม่มี้! นั่นมันอุบัติเหตุเจ้าค่ะ! ลื่นตกน้ำๆ!’

แล้วหลังจากนั้น มะลิก็เปลี่ยนไปราวกับหน้ามือหลังมือ โดยเฉพาะการเรียกไอ้แผนว่า ‘คุณพี่’ และแทน ตัวเองว่า...

“เอ็งแน่ใจแล้วนะที่พูดมาน่ะ”

ไม่ทันจะได้คิด เสียงของทองอินที่นั่งฟังคำของว่าที่ลูกเขยอยู่บนแคร่ตัวเดียวกับคนตรงหน้าก็โพล่งขึ้น

ไอ้แผนเหลือบมองใบหน้าหยาบกร้านบ่งบอกการผ่านโลกมาเป็นอย่างดีแล้วพยักหน้ารับ

“ขอรับ ข้าไม่แต่ง”

ไม่เอาแล้ว ไม่แต่ง ไม่ดองอะไรทั้งนั้น ขณะที่ทองอินฟังแล้วก็ถอนหายใจยาว

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไอ้แผนมาบอกกับตนเรื่องนี้ เขามาพูดหลายรอบแล้ว ซึ่งทองอินก็เข้าใจในความหมายดี แต่ทว่า...

“แต่มะลิมันอยากแต่งกับเอ็งนะ”

นี่แหละปัญหา ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ มะลิก็ลุกขึ้นมาพูดว่า...

‘หนูอยากแต่งเป็นเมียคุณพี่แผนเจ้าค่ะ’

ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าดีดดิ้นจะเป็นจะตายให้ได้เมื่อรู้ว่าตนถูกยกให้ชายหนุ่มผู้นี้

“แต่ข้าไม่อยากแต่งกับมันจริงๆ พ่อครู ขอเถอะ อย่าตอแยข้าด้วยเรื่องนี้เลย”

ไอ้แผนพรูลมหายใจ ตอบไปตามสัตย์จริงในใจ เขาไม่ได้รำคาญที่ทองอินมักพูดเรื่องนี้กับตนอยู่บ่อยครั้ง แต่ลำบากใจมากกว่า และก็เชื่อว่าทองอินลำบากใจมากเช่นกันด้วยบุตรสาวเอาแต่พร่ำเพ้อถึงเขาไม่เลิกรา

รอดตายมาได้ก็หัวเพี้ยนจิตผิดปกติไปหมด สงสัยหัวคงจะกระแทกกับโขดหินเข้ากระมัง ถึงได้เปลี่ยนไปเพียงนี้

และมันก็ทำให้ทองอินต้องครุ่นคิด “หรือเอ็งจะรังเกียจเพราะมันเพี้ยนไปจากแต่ก่อนกันวะ”

หญิงวิปลาส ไม่มีผู้ใดอยากได้เป็นเมียหรอก แม้แต่ไอ้แผนเอง

“หาใช่เพราะเหตุผลนั้นดอกพ่อครู”

“เอ้า หาใช่เหตุผลนั้น แล้วเอ็งตัดเยื่อใยเพื่อกระไร”

“ก็ข้า...”

ไม่อยากถูกนางรวบหัวรวบหางกินกลางตลอดตัวน่ะสิ!

ไอ้เรื่องเพี้ยนไปไม่เท่าไร แต่ถูกสายตาของหล่อนแทะโลมทั้งวี่ทั้งวัน มันทำให้ชายหนุ่มอย่างเขากระดากอยู่ ไม่น้อย ทั้งกระดากใจและกระดากอาย

แต่ไม่ทันจะได้พูด เสียงหวานของใครบางคนก็ดังแว่วมาให้ได้ยินแล้ว

“คุณพี่แผน!”

หาใช่ใครที่ไหน เสียงของมะลิที่แสล๋นหน้ามาพร้อมกับขันน้ำในมือนั่นล่ะ

มาแล้ว!

ไอ้แผนคิดในใจ ขมวดคิ้วยู่ ขณะที่มะลิตรงมานั่งข้างๆ แล้วยื่นขันน้ำให้

“คุณพี่มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำดื่มท่าก่อนสิเจ้าคะ หนูเอามาให้”

‘หนู’...เป็นการเรียกแทนตัวเองของมะลิในตอนนี้ ซึ่งมันแปลกหูเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับเขา

หนูอะไร ไม่ได้น่าเอ็นดูสักนิด!

ทว่าจะตัดไมตรีเลยก็เกรงใจสายตาพ่อครูที่มองมา ได้แต่รับขันน้ำมาแล้วว่าพึมพำ

“ขอบใจ”

ตอน 3

มะลิยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ มองดูไอ้แผนกระดกดื่มน้ำในขันอย่างระแวดระวัง

ย่อมแน่ว่าเขาเกรงนังมะลิจะวางยาในน้ำให้เป็นอะไรตายห่าขึ้นมาสักอย่าง เผลอๆ จะเล่นคุณไสยกับเขา ด้วยหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่พอดื่มเข้าไปแล้วไม่เป็นไร ไอ้แผนก็หายใจทั่วท้อง

“แล้วพ่อกับคุณพี่แผนคุยอะไรกันอยู่รึเจ้าคะ หนูเห็นนั่งคุยอยู่ตั้งนานสองนานแล้ว”

รู้ทั้งรู้ก็ยังจะมาถามว่าคุยเรื่องอะไร ไอ้แผนโผล่หน้ามาคุยเรื่องนี้บ่อยแล้ว จึงไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา ให้มะลิได้กระเด้งตัวน้อยๆ

“อ๊ะ หรือว่า...จะคุยเรื่องแต่งงานกันอยู่เจ้าคะ”

เป็นเรื่องนั้นแหละ ไอ้แผนเบือนหน้าหนี ไม่อยากจะมองดวงหน้าสวยได้รูปที่กระดี๊กระด๊าจนเกินงามสักเท่าไรนัก

เพี้ยนจริงๆ ด้วย วิปลาสไปหมดแล้ว

ขณะที่ทองอินเห็นจริตของบุตรสาวแล้วก็ได้แต่ออกปากดุ

“ให้มันน้อยๆ หน่อยนังมะลิ อย่าออกหน้าออกตานัก”

“ก็แหม หนูดีใจนี่คะที่พ่อกับคุณพี่มาปรึกษาเรื่องนี้กันทุกวันเลย อยากแต่งงานกับหนูก็ไม่บอก”

ยังจะตบท้ายด้วยการหันไปหัวร่อต่อกระซิกกับไอ้แผนที่ทำหน้าเคร่งเครียด

นี่หล่อนดูไม่ออกหรือไรว่าไอ้แผนขยาดหล่อนเต็มทนแล้วน่ะ!

ทองอินได้แต่คิดในใจ แล้วก็ห้ามปรามบุตรสาวอีกครั้ง

“ข้าบอกอย่าออกหน้าออกตานัก มันไม่งาม ก็ยังไม่ฟัง ประเดี๋ยวก็ฟาดด้วยขัน”

ไม่พูดเปล่า ยังจะแย่งขันจากมือไอ้แผนมาหมายจะเคาะหัวบุตรสาวด้วย ดีนะที่ไอ้แผนถือไว้แน่น ไม่อย่างนั้นมะลิได้หัวปูดเป็นลูกมะกรูดแน่

“พ่ออ้ะ ก็หนูอยากรู้นี่ว่าเมื่อไรจะได้แต่งงานกับคุณพี่เขา”

มะลิทำแก้มป่อง จีบปากจีบคอพูดอย่าง...น่ารักกระมัง

ไม่มีผู้ใดเลยมองว่าหล่อนน่ารัก แม้ว่าหน้าตาในยามนี้จะน่าเอ็นดูสำหรับสายตาของชายอื่นก็ตาม แต่สำหรับ ทองอินและไอ้แผนแล้ว ยิ่งมองก็ยิ่งต้องเบือนหน้าหนีพร้อมกับความระอา

โผล่มาทีไรเป็นต้องได้เรื่องทุกที เรียกว่ามาทีวงแตกก็เป็นได้

และก่อนที่บุตรสาวจะทำหน้าทำตาชวนโดนตีนของเขาไปมากกว่านี้ ทองอินก็ต้องพูดขึ้นมา

“คุยเรื่องแต่งงานน่ะใช่ แต่หาได้คุยเรื่องแต่งงานของเอ็งไม่”

“เอ๊ะ พ่อพูดกำกวม หนูไม่เข้าใจ”

บอกตามตรงว่าเข้าใจ แต่แสร้งทำเป็นไร้เดียงสา ลูกไม้นี้ ทองอินกับไอ้แผนมองก็อ่านออกแล้ว และก็เป็นไอ้แผนที่ต้องออกปากเพื่อให้เรื่องมันจบๆ

“ข้ามาคุยกับพ่อเอ็งว่าข้าไม่อยากได้เอ็งเป็นเมีย”

เท่านั้นบรรยากาศรอบข้างก็เงียบกริบ มันเป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่ไอ้แผนเอ่ยประโยคนี้ ซึ่งถูกต้อง เขาไม่ได้เพิ่งเอ่ยประโยคนี้เป็นครั้งแรก แต่เอ่ยมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว และมันก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะหลังจากนั้นมะลิก็สวนขึ้นมา

“แต่หนูอยากแต่งกับคุณพี่นี่”

มันเลยทำให้การพูดคุยในหัวข้อนี้หาข้อยุติไม่ได้สักที

ไอ้แผนระอาใจเป็นยิ่งนัก พอๆ กับที่เกรงใจพ่อครูด้วย ขณะที่ทองอินก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรดี ถึงช่วงนี้จะพูดจาไม่ดีกับบุตรสาว กระนั้นก็ตามใจมะลิมากและอดสงสารลูกไม่ได้เมื่อรู้ว่าลูกตนมีจิตปฏิพัทธ์ต่อลูกศิษย์คนโปรด

“เถอะน่าไอ้แผน เอ็งเอากลับไปคิดดูให้ถ้วนถี่อีกคราเถอะ ข้าเองก็อยากให้มันได้แต่งกับเอ็งเหมือนกันนะ”

“แต่ข้าคิดถ้วนถี่แล้วขอรับพ่อครู ข้าคงแต่งกับมันไม่ได้ อีกอย่าง ตัวข้าเองก็หาใช่ว่าอยากมีเมีย”

“ไม่อยากมีเมีย แล้วเอ็งไม่ปฏิเสธข้าแต่หะแรกที่ข้าออกปากยกมันให้เอ็งวะ”

“ก็ครานั้นข้าเกรงใจพ่อครู เลยไม่ได้ปฏิเสธไป”

ไอ้แผนบอกเหตุผลไม่หมด เขาไม่อยากให้ล่วงรู้ว่าตอนแรกตนก็คิดที่จะมีเมียเหมือนกัน ด้วยรู้ว่าหากพูดออกไป สาวน้อยที่นั่งอยู่ข้างเขาต้องระริกระรี้เป็นปลากระดี่ได้น้ำแน่

เขาดูท่าทางอาการหล่อนออกหมดแล้ว ไม่พลาดให้หล่อนได้รวบหัวรวบหางหรอก

ทองอินได้ยินก็ถอนหายใจออกมาเต็มแรง ใช่ว่าเขาอยากจะฝืนใจลูกศิษย์ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้

“เอ็งรังเกียจเดียดฉันท์อะไรนังมะลิมันหนักหนาวะ”

เป็นคำถามละม้ายคล้ายตัดพ้อ มะลิได้ยินก็พยักหน้าเป็นการใหญ่

“ใช่ๆ คุณพี่รังเกียจอะไรหนูงั้นเหรอ”

ไม่ได้รังเกียจ แต่ว่า...

แต่ว่าอะไรก็ช่างมันเถอะโว้ย! รู้แต่ว่าไม่อยากแต่งด้วยก็เท่านั้น!

“ตอนที่พ่อครูเอ่ยปากยกมันให้ข้า ตอนมันรู้ก็โวยวาย หนีไปกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เป็นอย่างนี้แล้วจะให้ข้าแต่งมันเป็นเมียได้เช่นไร ข้าไม่อยากหักหาญน้ำใจมันดอกนะ”

“แต่ตอนนี้มันอยากเป็นเมียเอ็งแล้วนี่ คงจะไม่เรียกว่าหักหาญน้ำใจแล้วกระมัง”

ก็ใช่อยู่ แต่คนไม่อยากแต่งก็คือไม่อยากแต่ง ไม่ต้องมีเหตุผลอะไรให้มากความด้วย

ทว่าถ้าไม่มีเหตุผล ทั้งพ่อครูและบุตรสาวก็คงจะส่งสายตาเค้นเอาคำตอบจากเขาไม่เลิก เช่นนั้นบอกก็ได้

“ว่ากันตรงๆ เลยนะพ่อครู ข้ายังอยากอยู่ตัวคนเดียว เรื่องมีเมียอะไรนี่ ข้ายังไม่อยากเท่าไรนัก ไม่อยากมีชนัก ผูกติดหลังให้มีห่วง อย่าลืมสิว่าข้าเป็นผู้นำหมู่บ้านนะ ต้องออกไปปราบกองโจรอยู่บ่อยครั้ง หากตายห่าขึ้นมา เมียข้า มิต้องตกพุ่มหม้ายรึ”

เหตุผลนั้นมีน้ำหนักพอ ยิ่งไอ้แผนถามย้ำ

“พ่อครูคงไม่อยากให้ลูกตนตกพุ่มหม้ายดอกกระมัง”

แน่ล่ะว่าไม่มีพ่อคนไหนอยากให้ลูกตัวเองเป็นเช่นนั้น ทองอินจึงยกมือขึ้นเป็นเชิงยอมแพ้ การเจรจาวันนี้ ไม่ประสบผลสำเร็จอีกวันแล้ว

“เออ ข้าก็ไม่อยากจะบีบคั้นเอ็งเช่นกัน เอาเป็นว่าไว้เอ็งอยากมีเมียเมื่อไรก็ค่อยว่ากันแล้วกัน”

“พ่อ!”

แทนที่เรื่องจะจบแล้ว แต่มะลิกลับร้องออกมาเสียงดังให้ทองอินได้โวยวายถาม

“กระไรของเอ็งวะ!”

“พ่อยอมจบง่ายๆ อย่างนี้ได้ไงเจ้าคะ หนูไม่ได้แต่งกับคุณพี่นะ”

“แล้วจะให้ข้าไปบีบคอมันมาแต่งกับเอ็งเรอะ! ไปๆ จะไปไหนก็ไป อย่ามาอยู่เกะกะหูตาข้า!”

ตัดบทรวบรัดด้วยการไล่เสียเลย เป็นอย่างนี้ทุกครั้งที่ไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดกับลูกสาวช่างตื๊อ

ไม่รู้ว่ามะลิเป็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อไร เมื่อก่อนไม่เป็นเช่นนี้ รักนวลสงวนตัว หยิ่งยโสจองหอง ไม่ได้รี่ตามผู้ชาย อย่างที่เห็นอยู่

และพอมะลิถูกไล่ ไอ้แผนก็สบโอกาสบอกลาทันที

“ข้าขอตัวก่อนแล้วกันพ่อครู ลาขอรับ”

“เออๆ ไปดีมาดี ข้าก็ไม่อยู่ที่นี่แล้ว รำคาญ!”

พูดจบก็หุนหันลุกจากแคร่ออกไปทั้งคู่ ทิ้งให้มะลิมองแผ่นหลังกว้างของไอ้แผนสลับกับบิดา พลันก็ผุดลุกขึ้นมา

แหม ลูกกตัญญูอย่างนี้ก็ต้องเลือกวิ่งตามหลังผู้ชายสิ ประเดี๋ยวไม่ได้แต่งงานตามที่พ่ออยากให้แต่งกันพอดี!

แล้วก็ทำตามอย่างที่คิด ร่างบางวิ่งปรื๋อไปดักหน้าไอ้แผน ก่อนจะเรียกสีหน้ายับย่นจากชายหนุ่มมาได้

“อะไรของเอ็งอีก”

น้ำเสียงบ่งบอกเลยว่าไม่พอใจอย่างชัดเจน รำคาญด้วย แต่ทำได้เพียงถ่ายทอดทางสีหน้าเท่านั้น ขณะที่มะลิ ทำหน้าง้ำ

“หนูขอถามคุณพี่จริงๆ ได้ไหมเจ้าคะ”

“อะไร”

“เพราะอะไรถึงไม่อยากแต่งงานกับหนู”

ก็มึงวิปลาสอย่างนี้ไงนังมะลิ!

อยากจะขึ้นมึงขึ้นกู แต่ยับยั้งชั่งใจได้ทัน ทำให้ไอ้แผนได้ตอบกลับไปเสียงเรียบแทน

“เพราะข้าไม่อยากแต่ง”

“แค่นี้รึ”

“แค่นี้”

แล้วไอ้แผนก็ออกเดินไปข้างหน้า ไม่สนใจมะลิที่มองไล่หลังมา

อะไรวะ ไม่อยากแต่งงานเพราะเหตุผลกำปั้นทุบดินอย่างนี้เนี่ยนะ!?

คิดหรือว่ามะลิในร่างอวตารเวอร์ชั่นสองจะยอม ถ้าไม่อยากแต่งก็ต้องมีเหตุผลมากกว่านี้สิ

วิ่งตึกๆ ไปดักหน้าไว้อีกทันที ทำให้ไอ้แผนต้องชักสีหน้าใส่

“อะไรของเอ็งอีกวะ”

ขึ้นวะขึ้นโว้ยแล้ว แต่มะลิไม่สนใจหรอก ระบายยิ้มแล้วถามออกไปอีกครั้ง

“คุณพี่แผนต้องมีเหตุผลมากกว่านี้แน่ๆ เจ้าค่ะถึงไม่อยากแต่งกับหนู บอกหนูมาตามตรงได้ไหมเจ้าคะว่า เหตุผลอะไร หนูจะได้ปรับตัว”

เท่านั้นไอ้แผนก็ปราดมองหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า

นี่มันยังไม่รู้ตัวอีกงั้นรึ?

ก็ได้ เขาจะบอกให้!

“ข้ามิชอบหญิงที่เร่เสนอตัวให้ชายเช่นเอ็ง ชัดหรือยัง”

ตอกหน้าหงายไปเลย ไม่มีความเกรงใจใดๆ ทั้งสิ้น มะลิทำตาโตทันควัน

“เร่เสนอตัวให้ชายอย่างนั้นหรือ?”

“เออ หญิงเช่นเอ็ง ข้าไม่ชอบ กิริยามารยาทเยี่ยงหญิงที่โรงรับชำเราบุรุษในพระนคร น่าไม่อาย ข้าไม่อยาก ได้เป็นเมีย”

เมื่อลับหลังทองอินก็ไม่มีผู้ใดต้องเกรงใจ ว่าไปตามตรง ว่าแรงๆ ด้วย จะได้สำนึกตัวสักที ซึ่งมันก็ทำให้มะลิอึ้งงันไปได้เหมือนกันด้วยเพิ่งเคยถูกเขาพูดจาร้ายกาจใส่ครั้งแรก

หูย ปากคอเราะราย พูดมาแต่ละคำ เจ็บจี๊ดไปถึงทรวงใน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED