เครื่องใช้ไฟฟ้า
(electrical appliance)
โซนเครื่องใช้ไฟฟ้าเป็นโซนที่มีลูกค้ามาซื้อประจำในห้างนี้ และเหอเสี่ยวหงก็เลือกที่จะไปเป็นที่แรก เพราะเธอตั้งใจจะมาหาซื้อกระติกน้ำร้อน
“สวัสดีค่ะคุณผู้หญิง ไม่ทราบคุณผู้หญิงกำลังมองหาเครื่องใช้อะไรคะ ดิฉันสามารถแนะนำให้ได้”
พนักงานที่ดูแลโซนเครื่องใช้ไฟฟ้ารีบเดินเข้ามาต้อนรับ เมื่อเห็นเหอเสี่ยวหงเดินเข้าโซนเครื่องใช้ไฟฟ้าพร้อมกับผู้ติดตาม
เหอเสี่ยวหงไม่ได้ตอบพนักงานที่ถาม แต่เธอมองหากระติกน้ำร้อนที่ตั้งใจจะมาซื้อ พอเห็นก็รีบเดินไปดูทันที
“อุ๊ย! คุณผู้หญิงตาถึงจริง ๆ ค่ะ! นี่คือกระติกน้ำร้อนรุ่นลิมิเต็ดที่เลียนแบบยุคสมัยก่อน และเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตมาจำนวนจำกัดไม่สามารถผลิตเพิ่มได้แล้ว ราคาจะอยู่ที่ 1,239 หยวนค่ะ”
หากซื้อกระติกน้ำร้อนรุ่นธรรมดา ราคาจะไม่ถึงหนึ่งพันหยวน แต่เนื่องจากทางโรงงานผลิตเห็นว่าช่วงนี้เป็นช่วงเทศกาล จึงผลิตขึ้นมาเพียง 1,000 ใบ พร้อมกับส่งตรงให้แค่ห้างในเครือของที่นี่
“หากคุณผู้หญิงมีบัตรสมาชิกของห้าง สามารถใช้แลกแก้วเก็บอุณหภูมิต่อการซื้อกระติกน้ำร้อนหนึ่งใบต่อหนึ่งใบ แต่ถ้าไม่มีบัตรสมาชิก ดิฉันสามารถพาไปสมัครได้ค่ะ” พนักงานสาวแนะนำลูกค้า
เหอเสี่ยวหงพยักหน้า “เอาทั้ง 10 ใบเลย” ว่าแล้วก็เดินไปยังโซนอื่น ปล่อยให้ลุงฟ่านเป็นคนจัดการ
ต่างจากพนักงานสาวที่นิ่งอึ้งไปแล้ว เนื่องจากการขายของแต่ละอย่างนั้น พนักงานคนไหนที่ขายได้ก็จะได้ห้าเปอร์เซ็นต์ของราคาขาย ยิ่งขายได้เยอะพนักงานก็จะได้เยอะตาม
โซนเสื้อผ้า
(clothes)
“ยัยหงเอาผ้าด้วยไหม”
หยาดฟ้ารีบเดินเข้าไปในโซนเสื้อผ้า ที่มีม้วนผ้ารวมอยู่ด้วย
“แกดูสิ เนื้อผ้าแบบนี้ถ้าตัดออกมาแล้วคงจะใส่สบายมาก” หยาดฟ้ารีบหยิบม้วนผ้าตัวอย่างขึ้นมาให้เพื่อนสนิทดู
นอกจากจะบอกให้เหอเสี่ยวหงดู หยาดฟ้าก็เดินเลือกผ้ามาหลายร้อยม้วน รถเข็นที่เอามาห้าคันถึงกลับเต็ม ไม่ว่าจะเป็นม้วนผ้าสีชมพูอ่อน สีชมพูเข้ม สีชมพูพีท สีฟ้า สีส้ม สีม่วงอ่อน สีน้ำเงิน สีเทา สีขาวและสีดำ
ช่วงนี้ทางห้างมีโปรซื้อม้วนผ้าหนึ่งม้วนจะแถมด้ายที่สีเดียวกับผ้าให้อีกหนึ่ง ซึ่งเหอเสี่ยวหงยังขอซื้อมาเพิ่มอีกหนึ่งร้อยเพราะเธอคิดว่ามันจะไม่พอ และได้ซื้อไหมพรมมาด้วย
“มีขนมแนะนำไหม แบบเอาไว้กินตอนว่างงี้” เหอเสี่ยวหงถาม
หยาดฟ้าหันมามอง “มี แต่มันน่าจะอยู่อีกโซน” พอเห็นเหอเสี่ยวหงพยักหน้า หยาดฟ้าก็รีบลากเธอไปยังโซนขนม
โซนขนม
(candy)
“ฉันเห็นว่าดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์ขนมแบรนด์นี้เยอะมาก เห็นว่าเหมาะสำหรับคนที่ชอบกินขนมแต่รักสุขภาพ” หยาดฟ้าหยิบคุกกี้แบรนด์ดังที่กำลังเป็นกระแสอยู่ขึ้นมาให้ดู
“มีรสวานิลลา นม แล้วก็ช็อกโกแลต เอาทั้ง 3 รสก็ได้” เหอเสี่ยวหงบอก
หยาดฟ้าพยักหน้าแล้วหยิบกล่องคุกกี้ลงรถเข็น รสชาติละ 20 กล่อง ซึ่งมันเป็นกล่องใหญ่ที่สามารถกินได้หลายคน
“บราวนี่กรอบอันนี้ก็อร่อยนะ มีทั้งชาเขียว ชาเย็น แล้วก็ช็อกโกแลต เป็นแบรนด์เดียวกันกับคุกกี้เลย” หยาดฟ้าแนะนำ
“ทำไมแกรู้จัก” เหอเสี่ยวหงสงสัยจริง ๆ เพราะหยาดฟ้าก็ตัวติดกับเธอแทบจะตลอดเวลา เอาเวลาไหนไปหาขนมแบรนด์ไหนอร่อย ใครเป็นพรีเซ็นเตอร์
หยาดฟ้าหัวเราะ “นี่ใคร หยาดฟ้าเชียวนะ ทางแบรนด์เขาเก่งการตลาดมากดึงดารา ไอดอลดังมาเป็นพรีเซ็นเตอร์ โฆษณา” และเธอก็เป็นหนึ่งในคนที่ถูกการตลาดครอบงำ
“แกก็จริง ๆ” เหอเสี่ยวหงส่ายหน้า
จากนั้นทั้งสองก็เดินเลือกซื้อของอีกหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นช็อกโกแลตชิบ นมผง นมอัลมอนด์ นมอัดเม็ด และผงเวย์โปรตีน ก่อนจะพากันไปจ่ายเงิน
หยาดฟ้าขึ้นนั่งบนรถฝั่งคนขับเอ่ยถามเหอเสี่ยวหงที่นั่งข้างคนขับข้าง ๆ กัน “ไปร้านเครี่ป๊อปกันไหมยัยหง”
เหอเสี่ยวหงยกข้อมือขึ้นมาดูเวลาบนนาฬิาแล้วตอบ “ร้านเครี่ป๊อปไม่ปิดแล้วเหรอ”
เครี่ป๊อปเป็นร้านค้าขายส่ง – ขายปลีก ไม่ว่าเป็นธัญพืช ข้าวสาร แป้ง พวกของทำเบเกอรี่ พวกเครื่องปั่นน้ำผลไม้ เตาอบ ผักสดหรืออาหารสด ที่ร้านเครี่ป๊อปก็มี
“เนี่ยอีกครึ่งชั่งโมงก็ปิด เราไปถึงก็มีเวลาประมาณ 20 นาที ลูกค้าคนอื่นก็น่าจะกลับหมดแล้ว แกก็มีรายการของอยู่ไม่ใช่เหรอ เอาให้เขาจัดให้ก็ได้นี่ ไม่งั้นก็ให้เขาเอาไปส่งที่บ้านก็ได้” ถึงปากจะบอกแต่หยาดฟ้าก็ขับรถตรงไปที่ร้านแล้ว
เหอเสี่ยวหงทำได้เพียงส่ายหน้า เพราะต่อให้ปฏิเสธหยาดฟ้าก็พาเธอไปอยู่ดี
เครี่ป๊อป
ป้ายชื่อหน้าร้านเด่นหลาตั้งแต่ที่รถของหยาดฟ้ากับเธอยังไม่เข้าใกล้ร้านเลย ยิ่งพอจอดรถแล้วป้ายมันก็ใหญ่มาก
“เอ๊ะ! สวัสดีค่ะคุณเหอ สวัสดีค่ะคุณหยาด ไม่ได้เจอกันนานสวยขึ้นรึเปล่าคะ”
“สวัสดีค่ะผู้จัดการจิง เราเพิ่งเจอกันไม่ยังถึงสัปดาห์เลยค่ะ” หยาดฟ้าหัวเราะ
“แหม่ ผู้จัดการจิงคะ มาคุณหงคุณเหออะไรกันคะ เราคนกันเองทั้งนั้น เรียกเสี่ยวหงก็ได้ค่ะ” เหอเสี่ยวหงยิ้ม
เสวี่ยจิงเป็นผู้จัดการร้านเครี่ป๊อปที่เหอเสี่ยวหงกับหยาดฟ้ามาซื้อของทีไร ผู้จัดการจิงก็จะเป็นคนมาจัดการให้ เพราะเหอเสี่ยวหงจะซื้อของครั้งละมาก เรียกได้ว่าเธอเป็นลูกค้าคนสำคัญของร้านเลยก็ว่าได้
“คุณเหอต้องการซื้ออะไรคะ แต่ถ้าจำไม่ผิดเพิ่งจะซื้อกันไปไม่ใช่เหรอคะ” เสวี่ยจิงถาม เพราะปกติไม่เหอเสี่ยวหงก็หยาดฟ้าที่จะมาซื้อของทุกวันที่ 1 ของทุกเดือน
“นี่เป็นรายการสินค้าที่ฉันต้องการค่ะ ถ้าเป็นไปได้พวกข้าวสารหรือธัญพืชฉันขอแยกเป็นถุงละ 1 ชั่งนะคะ” เหอเสี่ยวหงยื่นรายการของให้กับผู้จัดการจิง
“โอ้! เยอะขนาดนี้เลยเหรอคะ น่าจะใช้เวลานานเลยค่ะ เพราะพนักงานบางคนพักกันแล้ว” เสวี่ยจิงบอกลูกค้า
“ไม่มีปัญหาค่ะ เอาใส่รถด้านนอกได้เลย”
“ดิฉันขออนุญาตทบทวนรายการที่สั่งนะคะ มีข้าวสาลี ข้าวฟ่าง 300 ชั่ง ข้าวโพดดิบ 100 ชั่ง แป้งสาลี แป้งข้าวเจ้า แป้งมันเทศ แป้งข้าวโพด แป้งอเนกประสงค์ แป้งเค้ก 50 ชั่ง น้ำตาลไอซิ่ง น้ำตาลทรายแดง น้ำตาลทรายขาว น้ำตาลกรวด เกลือ อย่างละ 50 ถุง เนยจืด เนยเค็ม 20 กระปุก ตระกูลถั่วชนิดละ 30 ชั่ง ไข่ไก่ ไข่เป็ดอย่างละ 100 แผง ฟองเต้าหู้ สาหร่าย เห็ดหูหนู เก๋ากี้ พุทราแห้ง 50 ชั่ง พูดถูกไหมคะ? อยากได้อะไรเพิ่มเติมบอกได้เลยค่ะหรือถ้าอยากเดินดูก็สามารถเดินได้เลยค่ะ ดิฉันเพิ่มเวลาปิดร้านให้” เสวี่ยจิงยิ้ม
ในเมื่อลูกค้ารายใหญ่ของร้านมาหาถึงที่ มีเหตุผลอะไรที่ต้องไล่ลูกค้าด้วย อีกทั้งต่อให้ร้านปิดช้าพนักงานทุกคนก็ได้เงินเพิ่มอีกด้วย
รถเข็นจำนวนสี่คันถูกเข็นตามหลังเหอเสี่ยวหงที่เดินเลือกซื้อของ และโซนแรกที่เธอได้เดินไปคือโซนเครื่องปรุงเพราะยังไม่ได้เขียนลงในรายการ
“เอารสดี ผงชูรส ซีอิ๊วดำ ซีอิ๊วขาว ซอสปรุงรสฝาเขียว น้ำปลา น้ำมัน กะทิ แป้งทอดกรอบ แล้วก็เอาซอสอะไรก็ได้ผสมกัน”
เหอเสี่ยวหงหันไปสั่งลุงฟ่านกับคนงานในสวน ที่ตามมาช่วยให้หยิบใส่รถเข็นแต่เธอก็ช่วยด้วย เครื่องปรุงพวกนี้เป็นของนำเข้าจากประเทศไทยที่เธอชอบมาก
“ได้ครับคุณเหอ”
ครืน ครืน
“ยัยหงคุณนายเหอโทรมาอีกแล้ว”
หยาดฟ้าเรียกเหอเสี่ยวหงที่ช่วยคนงานหยิบของใส่รถเข็น และที่ต้องติดต่อผ่านหยาดฟ้าก็เพราะถูกเหอเสี่ยวหงบล็อกช่องทางการติดต่อ
“เฮ้อ” เหอเสี่ยวหงถอนหายใจ
ที่เธอไม่ค่อยยุ่งกับครอบครัวของเธอในชาตินี้ก็เพราะเธอรู้ว่าตัวเองต้องกลับไปในที่ที่จากมา อีกอย่างถ้าเธอให้ความช่วยเหลือตลอดทุกคนก็จะเคยตัว
“แล้วจะรับสายไหม” หยาดฟ้ามองบน เธอไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าทำไมพ่อแม่ของเพื่อนสนิทเธอถึงเป็นแบบนี้
“รับก็ได้” เหอเสี่ยวหงพยักหน้าก่อนจะรับโทรศัพท์จากหยาดฟ้ามาแนบหู
ถึงเธอจะไม่ค่อยยุ่งกับครอบครัว แต่ทุกเดือนเหอเสี่ยวหงก็จะกินข้าวด้วยเดือนละ 2-3 ครั้ง แต่ช่วงนี้มันใกล้หมดเวลาจึงยุ่งมาก ก็เลยไม่ได้ไปหา
“คุณแม่มีอะไรคะ”
(แกอยู่ไหน!) เสียงตะคอกผ่านโทรศัพท์ทำให้เหอเสี่ยวหงต้องยกโทรศัพท์ออกจากหู
“หนูมาซื้อของกับหยาดฟ้าแล้วก็คนงานในสวนค่ะ”
(อะไร? แกลืมนัดของฉันไปแล้วหรือยังไง)
“แม่คะ หนูไม่ว่างเลยค่ะช่วงนี้ หนูก็บอกแม่ไปแล้ว”
(แต่ฉันเป็นแม่แกนะ!)
เหอเสี่ยวหงเงียบก่อนจะกดตัดสายเพราะไม่ต้องการจะทะเลาะ พอดีกับหยิบของใส่รถเข็นครบจึงส่งโทรศัพท์คืนหยาดฟ้า
“ตามหงมาทางนี้ค่ะลุงฟ่าน”
“เอาปลากระป๋อง ทูน่า กระเทียมดอง มาม่าแล้วก็โจ๊กค่ะ”
“แกรอฉันอยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันจะไปหาเดินดูของสักหน่อย” หยาดฟ้าไม่รอให้เหอเสี่ยวหงตอบก็รีบเข็นรถเข็นที่ว่างไปทันที
“อ้าว” เหอเสี่ยวหงยืนงง
“คุณเหอครับ ลุงจะเอาของไปไว้ที่จ่ายเงินนะครับ จะไปเอารถเข็นคันใหม่มาด้วย” ลุงฟ่านรีบสะกิดบอก
“ได้ค่ะ หงจะเดินดูรอบ ๆ นี้”
“โอเคครับ ไป ๆ เอาของไปจ่ายเงิน” ลุงฟ่านหันไปบอกลูกน้องที่ตามมา
เหอเสี่ยวหงมองลุงฟ่านกับลูกน้องที่ตามมาช่วยกันเข็นรถเข็นไปจนสุดสายตา “เฮ้อ เมื่อไหร่จะได้กลับไปกันนะ” เมื่ออยู่คนเดียวเหอเสี่ยวหงก็น้ำตาไหล
จากลูกจากสามีมาหลายสิบปีเธอย่อมคิดถึง ไม่รู้ว่าลูกสาว หลานสาว พี่สะใภ้ พี่เขย
สามีของเธอจะเป็นยังไงกันบ้าง แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา เหอเสี่ยวหงสำนึกผิดแล้ว เธอเสียลูกจึงขาดสติ
“ยัยหงงงง ฉันมาแล้ววว” เสียงของหยาดฟ้าตะโกนมาตั้งแต่ยังไม่ถึง
เหอเสี่ยวหงรีบเช็ดน้ำตาแล้วส่ายหน้าให้กับหยาดฟ้า ที่เรียกซื้อของมาเต็มรถเข็น
“ยัยฟ้า แกไปเอาอะไรมาเยอะขนาดนั้น” เหอเสี่ยวหงตกใจ
“นิดเดียว ๆ “ หยาดฟ้าหัวเราะ
“ของพวกนี้เอาไว้ชงกินตอนเช้า ไม่ก็ทำเป็นน้ำหวานให้คนในบ้านดื่ม ฉันคิดว่าแกคงทำได้ และแกก็ชอบมากไม่ใช่เหรอ” หยาดฟ้าอธิบาย อีกอย่างของที่ซื้อก็เป็นของที่เพื่อนสาวดื่มเป็นประจำ
“อืม เอาไปจ่ายเงินกันเถอะ เลยเวลานานแล้ว” เหอเสี่ยวหงว่าหลังยกนาฬิกาขึ้นดู
“ได้ ๆ เดี๋ยวต้องแวะไปเอา ขนมจีบ ซาลาเปาอีก” หยาดฟ้าตอบกลับเพราะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเธอสั่งซาลาเปากับขนมจีบไว้
“เดี๋ยวลุงเข็นไปเองครับ” ลุงฟ่านที่กลับมาถึงพอดีรีบเดินเข้ามาเข็นรถเข็นช่วยเจ้านาย
“ฝากด้วยค่ะ”
“คุณเหอมาซื้อของเยอะมากเลยค่ะรอบนี้” ผู้จัดการเสวี่ยยิ้มกว้าง
แน่นอนว่าหากมีลูกค้าซื้อของครั้งละมาก ทางพนักงานที่รับผิดชอบหน้าที่คิดเงินก็จะได้รับเปอร์เซ็นต์จากการขายด้วย จึงไม่แปลกที่เหอเสี่ยวหงจะเห็นพนักงานรีบเดินมาคิดเงิน
เหอสี่ยวหงยิ้มแต่ไม่ได้ตอบ เธอยื่นบัตรเครดิตให้กับหยาดฟ้าที่ยื่นมือมา ไม่ต้องถามก็รู้ว่าจะเอาอะไร
“แล้วก็เอาของโซนนั้นด้วยนะคะ เอาไปส่งไว้ที่โกดังเลย” เหอเสี่ยวหงชี้บอก
“ได้ค่ะ”
“คุณลุงกลับก่อนเลยค่ะ หงกับยัยฟ้าจะไปทำธุระกันต่อ”
ระหว่างรอจ่ายเงินเหอเสี่ยวหงก็หันไปบอกลุงคนสนิทที่มาช่วยซื้อของ จริง ๆ ก็แทบจะตลอดทุกครั้งที่เหอเสี่ยวหงมาซื้อของ คุณลุงจะเป็นคนมาช่วยยกของขึ้นรถ
“ได้ครับ เดี๋ยวลุงจะเอาไปไว้ที่โกดังให้”
“ค่ะ”
18.53 น.
เหอเสี่ยวหงมองหยาดฟ้าที่ต่อสายหาเจ้าของร้านซาลาเปารายใหญ่ประจำอำเภอ จริง ๆ ของที่ต้องมารับถูกนัดไว้หกโมงเย็น แต่พวกเธอมาสาย
“เฮียบอกเตรียมซาลาเปายังไม่เสร็จ แต่ก็ใกล้แล้ว ถ้าเราเสร็จแล้วให้ไปรอที่ร้านก่อนได้ หรือจะไปนั่งคาเฟ่แถวนั้นรอ” หยาดฟ้าหันมาบอกหลังรับสายเสร็จ
“ได้หมด” เหอเสี่ยวหงไม่ปฏิเสธ
‘เฮ้อ วันนี้ขายของไม่หมดอีกแล้ว’
‘อืม ตอนนี้กลางเดือนคนคงจะวุ่นวายกันอยู่ คงจะไม่ว่างกัน’
‘แต่ฉันเสียดายของนี่คะ’
‘เสียดายเหมือนกันแต่จะให้ทำยังไง’
‘เฮ้อ’
กรุ๊งกริ๊ง
“เอ๊ะ! สวัสดีค่ะ คุณลูกค้าต้องการอะไรคะ ทางร้านยินดีต้อนรับค่ะ”
ทันทีที่มีเสียงเปิดประตู พนักงานร้านที่กำลังนั่งคุยกันรีบเดินมาหาเหอเสี่ยวหงที่เดินเข้าร้าน ตามด้วยหยาดฟ้า
“ฉันเอาทุกอย่างที่มีค่ะ ช่วยใส่กล่องแยกให้ด้วยนะคะ” เหอเสี่ยวหงบอก
“คะ?” พนักงานงุนงง
“อ๋อ ได้ค่ะ ๆๆๆ” พนักงานอีกคนที่ได้สติก่อนเพื่อนรีบตอบแล้วลากเพื่อนร่วมงานไปเอาเค้กใส่กล่อง
19.34 น.
เหอเสี่ยวหงมองเวลาในโทรศัพท์ในมือแล้วถอนหายใจออกมา วันนี้พวกเธอกลับบ้านดึกอีกแล้ว ก่อนจะเงยหน้ามามองพนักงานที่เดินมาหา
“แฮ่ก แฮ่ก ขออภัยคุณลูกค้าด้วยนะคะที่ให้รอนาน พอดีเมนูมีเยอะและมีพนักในร้านแค่สองคน” พนักงานสองคนที่มีอยู่ในร้านต้องช่วยกันยกเค้กใส่กล่องจำนวนมาก ไหนจะพวกขนมหวานที่มีในร้านอีก
หยาดฟ้ายื่นบัตรเครดิตให้พนักงานอย่างรู้งาน ซึ่งเธอก็ยังไม่ได้คืนเพื่อนเพราะต้องซื้อของต่ออีก
“ที่นี่รับทำเค้กก้อนเล็กไหมคะ” เหอเสี่ยวหงถาม
“ที่ร้านรับทำทุกออเดอร์ค่ะ”
“ฉันสั่งเค้กมะพราวอ่อน 500 ก้อน ไปส่งที่สวนสกุลเหอให้เลยค่ะ”
“ได้ค่ะ!”
“อาฟ้า อาหง อั๊วทำตั้งแต่เมื่อคืนเลยนะ! เพิ่งจะเสร็จ” อานเฮียเจ้าของร้านซาลาเปาบอก
หลังจากเอาเค้กใส่มิติเพราะจะได้ประหยัดพื้นที่ในรถและกลัวจะไม่มีที่ใส่ซาลาเปา หยาดฟ้าก็รีบพาตรงมาที่ร้านทันที
“โชคดีนะคะที่เสร็จทัน!”
“ซาลาเปาอั๊วแบ่งใส่กล่องให้แล้ว กล่องละ 4 ลูก 5,000 กล่อง ส่วนขนมจีบใส่กล่องละ 50 ลูก 200 กล่อง อั๊วใส่ตามที่ลื้อบอก”
“ขอบคุณค่ะเฮีย”
“ขอบคุณค่ะ”
“คนกันเอง ๆ พวกลื้อก็มาซื้อของไปเลี้ยงเด็ก ๆ บ่อย”
เหอเสี่ยวหงมองคนงานที่ช่วยกันยกทั้งซาลาเปา ทั้งขนมจีบขึ้นรถให้ ก่อนจะรีบจ่ายเงินแล้วไปช่วยคนงานยกขึ้นรถ ยิ่งเสร็จเร็วพวกเธอก็จะได้กลับเร็วขึ้น
03.21 น.
ผ่านมาแล้วเก้าวันหลังจากที่เหอเสี่ยวหงไปซื้อของมา ของที่สั่งก็ทยอยเข้ามาส่งจนใกล้จะครบ และเหอเสี่ยวหงก็เก็บใส่มิติหมดแล้ว วันนี้ยังมีโยเกิร์ต นมสด และผ้าขนหนูอัดเม็ด ที่คาดว่าจะมาส่ง
อีกเพียงวันเดียวเหอเสี่ยวหงก็จะได้กลับไปในที่ที่ได้จากมาแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้เหล่าลูกสาวจะเป็นยังไงกันบ้าง ถ้าถามว่าเธอรู้ได้ยังไงว่าจะได้กลับไป ก็ต้องบอกว่าก่อนที่จะมาเกิดใหม่
เหอเสี่ยวหงได้เจอกับคน ๆ หนึ่ง ที่บอกเธอไว้ว่าจะได้เกิดใหม่ แต่เมื่อถึงเวลาหรือก็คือเมื่อไหร่ที่เหอเสี่ยวหงครบสามสิบปี เธอจะได้กลับไปยังที่ที่ได้จากมา เพื่อชดใช้ให้กับสามีและลูกสาวที่เธอทิ้งมา
ครืน ครืน
เสียงโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงดังขึ้นมาในวลาที่เหอเสี่ยวหงกำลังอาบน้ำอยู่ คงจะเป็นหยาดฟ้าที่โทรมาเรียก
เพราะพวกเธอนัดกันไปซื้อของสดที่ตลาดเช้าวันนี้ ทำให้ต้องตื่นตั้งแต่เช้าหรือเรียกได้ว่าก่อนไก่ขัน อันที่จริงทั้งสองอาศัยอยู่ด้วยกัน หยาดฟ้าจะเดินมาเคาะห้องเธอก็ได้ แต่เวลานี้คงจะไม่เหมาะ
ก๊อก! ก๊อก!
“ยัยหงงงง” เสียงตะโกนจากหยาดฟ้าดังเข้ามาในห้องอาบน้ำหลังเหอเสี่ยวหงไม่ยอมรับสาย
“แปปหนึ่ง! ฉันอาบน้ำก่อน” เหอเสี่ยวหงตะโกนตอบ
“ฉันจะไปรอที่รถก็แล้วกัน” หยาดฟ้าตะโกนเข้ามา แต่เหอเสี่ยวหงไม่ได้ตอบ
03.56 น.
“ช้า”
คำแรกที่หยาดฟ้าเอ่ยขึ้นมาเมื่อเหอเสี่ยวหงก้าวเท้าลงจากบันได
“แหม่ แม่เลขาคนเก่ง ต้องตรงเวลาตลอดเลยนะ” เหอเสี่ยวหงหัวเราะ
“แน่นอน ขึ้นรถสิ เดี๋ยวของจะหมดตลาดก่อน” หยาดฟ้าบอกก่อนจะขึ้นไปนั่งบนรถ
ตลาดเช้า
“ป้าคะ ฉันเอาสะโพก สามชั้น สันใน สันนอก ตับหมู ซี่โครงอ่อน ซี่โครงหมู มันแข็ง กระดูกหมู ขาหมู อกไก่ สันในไก่ น่องไก่ ปีกไก่ เครื่องในแล้วก็เลือดไก่ที่มีในร้านเลยค่ะ”
ทันทีที่มาถึงตลาดเหอเสี่ยวหงก็ตรงไปยังร้านขายเนื้อหมูเจ้าประจำ จริง ๆ ร้านนี้ขายแค่พวกเนื้อหมูไม่มีเนื้อไก่ แต่ที่สั่งไก่ไปก็เพราะร้านลูกชายคุยป้ามี และเหอเสี่ยวหงก็สั่งแบบนี้ตลอด
“ให้เก็บเงินที่นี่หรือให้ไปเก็บเงินที่บ้านดีจ๊ะ?” คุณป้าเจ้าของร้านถาม
“เก็บเงินที่บ้านก็ได้ค่ะ”
“ได้จ้ะ”
“รถจอดไว้หลังตลาดที่เดิมนะคะ ให้คนเอาไปใส่หลังรถเลย”
“จ้ะ”
เสียงพูดคุยของเหล่าพ่อค้า แม่ค้า และลูกค้าดังขึ้นเป็นระยะ ๆ เนื่องจากตลาดเช้าจะเป็นตลาดที่ร้านค้าย่อยหรือร้านอาหารจะมาเลือกซื้อของไปขายตลอดทั้งวัน ตลอดทางจึงมีแต่คนเดินเต็มไปหมด
“เอ่อ… คุณลุงคะ ช่วยตักน้ำเต้าหู้ทั้งหมดใส่ถุงให้หน่อยนะคะ แล้วก็เอาปาท่องโก๋ด้วยค่ะ” หยาดฟ้าเป็นคนเอ่ยปากสั่ง
“ได้เลยนังหนู ปาท่องโก๋ 3 ตัว 2 หยวน มีเยอะเลย แต่น้ำเต้าหู้ต้องตักก่อน” คุณลุงคนขายน้ำเต้าหู้บอก
“งั้นเดี๋ยวกลับมาเอานะคะ จะไปซื้อของรอ”เหอเสี่ยวหงตอบคุณลุง
“ได้”
“เอาปลาดอลลี่ 70 ชั่ง ปลาแซลมอน หมึก กุ้ง อย่างละ 100 ชั่ง” เหอเสี่ยวหงสั่งของทะเลที่นาน ๆ จะมาซื้อที เพราะส่วนมากเธอจะกินกับข้าวที่คนงานในสวนทำไว้ให้
“ทั้งหมด 34,569 ครับ ให้เอาไปส่งที่ไหน?” คนขายเอ่ยถามหลังหยาดฟ้ายื่นเงินให้
“หลังกระบะทะเบียนxx890ค่ะ จอดไว้หลังตลาด” หยาดฟ้าตอบ
“ครับ”
“เอาหอมแดง กระเทียมไซซ์กลาง อย่างละ 100 ชั่ง อ๋อ แล้วก็เอาพริกแห้งด้วย ขิง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด มะนาว เอาอย่างละ 70 ชั่ง ส่งที่หลังกระบะทะเบียนxx890ค่ะ จอดไว้หลังตลาด”
“ให้ป้าไปเอาเงินที่บ้านใช่ไหมจ๊ะ?”
“ไปเอาที่บ้านก็ได้ค่ะ” เหอเสี่ยวหงตอบ
จริง ๆ ผักพวกนี้ที่สวนของเธอก็มี แต่เหอเสี่ยวหงไม่อยากรบกวนคนงาน อีกอย่างแค่ของลูกค้าก็เตรียมแทบจะไม่ทันแล้ว และบางทีพ่อค้า แม่ค้า ในตลาดก็ไปรับของมาจากสวนของเธอ
“เอาเต้าหู้ไข่กับเต้าหู้ขาวอย่างละ 70 ชั่งค่ะ”
ข้าง ๆ กันมีร้านเต้าหู้พอดี เหอเสี่ยวหงที่ชอบมาซื้อบ่อย ๆ ก็เลยซื้อไปด้วย
ก่อนจะกลับไปที่รถเหอเสี่ยวหงก็แวะรับน้ำเต้าหู้ที่สั่งเอาไว้ ได้มาเกือบสามร้อยถุง ไหนจะปาท่องโก๋อีก ซึ่งมาตลาดรอบนี้เหอเสี่ยวหงใช้เงินไปเยอะพอสมควร
โชคดีที่ฟ้ามันใกล้สางแล้ว พ่อค้า พ่อค้ารายย่อยจึงพากันกลับไปเปิดร้านของตัวเอง ทำให้หลังตลาดเริ่มไม่มีคน เปิดทางให้เหอเสี่ยวหงเก็บของใส่มิติได้
“เดี๋ยวแวะซื้อผ้าห่มกับหมอนแล้วก็ไปร้านสะดวกซื้อเลยนะ” เหอเสี่ยวหงบอก
“ได้”
กว่าจะขับรถไปถึงร้านขายเฟอร์นิเจอร์ที่ขึ้นชื่อของอำเภอ ตะวันก็เริ่มขึ้นแล้ว และพอไปถึงแดดก็เริ่มร้อนพอดี
“เอาชุดผ้านวมผ้าฝ้ายกับหมอน 40 ชุดค่ะ เอาสีขาวทั้งหมด ถ้าไม่พอเอาสีเทาก็ได้ค่ะ ซีลใส่ถุงสูญญากาศเก็บไว้เลย” พอมาถึงร้านเหอเสี่ยวหงก็สั่งชุดที่นอนที่ดูไว้ทันที
“ได้ค่ะ คุณลูกค้านั่งรอด้านนี้เลยค่ะ” พนักงานชี้มือไปยังโซฟาที่มีป้ายบอกสำหรับลูกค้า
“ค่ะ”
เหอเสี่ยวหงเดินไปนั่งโซฟาที่พนักงานบอก กว่าจะเสร็จถ้าไม่นั่งรอคงจะปวดขาพอดี ส่วนหยาดฟ้าก็ยื่นบัตรให้กับพนักงานแล้วตามเหอเสี่ยวหงมานั่ง
“แกจะสั่งของไว้เลยไหม ไปถึงจะได้ไม่เสียเวลา” หยาดฟ้าว่าพร้อมกับส่งไอแพดมาให้เหอเสี่ยวหงเลือก
“รอบคอบจริง ๆ”
“แหม่ นี่ใคร หยาดฟ้าเลขาบอสร้อยล้านเชียวนะ!” หยาดฟ้าหัวเราะ
“จ้า ๆ”
เหอเสี่ยวหงเลือกของใช้ส่วนตัวก่อนเป็นอันดับแรก ไม่ว่าจะเป็นผ้าอนามัย ยาสีฟัน แปรงสีฟัน ผงซักผ้า น้ำยาล้างจาน ยาสระผม ครีมนวด สบู่ ไม้กวาด ยังมีพวกถ้วย จานและอื่น ๆ อีกที่เหอเสี่ยวหงเลือกซื้อไว้และเลือกจะเข้าไปรับเอง
“ลืมไปเลยว่าเคยซื้อ โทรทัศน์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็นไว้” และยังไม่รวมอีกหลายอย่างที่เหอเสี่ยวหงเคยซื้อ เพราะช่วงไหนที่ว่างเธอก็จะรีบไปหาซื้อของไว้ทันที
“เฮ้อ” หยาดฟ้าส่ายหน้า
“คุณผู้หญิงคะ เสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ให้ขนขึ้นรถเลยไหมคะ” พนักงานสาวคนเดิมเดินมาบอกเหอเสี่ยวหงกับหยาดฟ้าที่พากันเลือกซื้อของ
“ยกขึ้นเลยก็ได้ค่ะ” เหอเสี่ยวหงตอบพลางเดินนำไปที่รถ
หลังจากขนของขึ้นรถเสร็จเหอเสี่ยวหงก็ให้หยาดฟ้าขับไปจอดในที่ลับตาคนก่อนจะเก็บเข้ามิติ และรีบขับรถไปรับของที่เลือกซื้อเอาไว้ เพราะกลัวว่าของที่สั่งไว้จะมาส่งแล้ว
พอมาถึงบ้านของที่สั่งเอาไว้ก็มาถึงพอดี เหอเสี่ยวหงจึงต้องรีบเก็บเข้ามิติเพราะของบางอย่าง
มันต้องแช่เดี๋ยวจะเน่าซะก่อน หลังจากเก็บของที่สั่งเสร็จก็ถึงเวลาที่ต้องเก็บของในบ้าน
เหอเสี่ยวหงเปิดตู้เซฟที่คุณย่าเก็บของสำคัญไว้ให้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ เพชร ทองคำ โฉนดที่ดินต่าง ๆ บ้าน เหอเสี่ยวหงเก็บใส่มิติบางส่วน และเหลือทองคำไว้ให้ผู้เป็นพ่อร้อยกว่าแท่ง พร้อมกับเงินอีกล้านหยวน ส่วนโฉนดที่ดินเหอเสี่ยวหงให้หยาดฟ้าดูแล
จริง ๆ ของพวกนี้เหอเสี่ยวหงจะไม่ให้ใครก็ได้ เพราะคุณย่าเคยบอกเอาไว้ว่าของทุกอย่างเป็นของเหอเสี่ยวหง จะให้หรือไม่ให้ใครก็ได้ โดยเฉพาะกับคนเป็นพ่อของเธอ
แต่เพราะที่เหอเสี่ยวหงเกิดมาได้ก็เพราะพ่อกับแม่ เธอเลยแบ่งเงินให้เพื่อตอบแทนบุญคุณที่ผ่านมา แต่สวนหลายร้อยไร่ของเธอนั้นเธอไม่ได้ให้ไป
เหอเสี่ยวหงยกให้หยาดฟ้าทั้งหมด บ้าน บริษัท ไร่ผักผลไม้ร้อยกว่าไร่ และยังมีเงินไว้หมุนอีกจำนวนหนึ่ง
ที่เหอเสี่ยวหงไม่ยกให้คนเป็นพ่อกับน้องสาวก็เพราะกลัวว่าครอบครัวของเธอจะทำให้หยาดฟ้าเดือดร้อน และถ้าให้หยาดฟ้าไป เธอเชื่อว่าหยาดฟ้าจะคอยช่วยครอบครัวเธออยู่ห่าง ๆ
“คุณเหอเสียแล้วนะคะคุณนาย ตอนนี้ฉันกำลังเตรียมงานค่ะ ฉันจะส่งทองคำกับเงินอีกล้านหยวนไปให้เมื่อเสร็จงานแล้ว” หยาดฟ้ารีบติดต่อไปยังแม่ของเพื่อนสนิททันทีที่รู้ผลตรวจร่างกาย
เมื่อคื่นนี้ก็เข้านอนกันปกติ แต่เมื่อเช้านี้เหอเสี่ยวหงที่ควรจะตื่นแล้วก็ไม่ยอมตื่นขึ้นมา เคาะประตูก็แล้วก็ไม่มีเสียงตอบกลับ หยาดฟ้าจึงรีบไปเอากุญแจมาไขและพาเหอเสี่ยวหงที่หลับอยู่บนเตียงไปหาหมอ ซึ่งน่าแปลกที่ตอนเธอพาไปหาหมอเพื่อนยังมีลมหายใจ แต่ก็ไม่แปลกใจที่เพื่อนจะไม่มีลมหายใจแล้วเพราะวันนี้เป็นวันเกิดของเหอเสี่ยวหง
“อะไรนะ! เงินตั้งเยอะ ให้ฉันแค่นี้!” แม้จะตกใจที่ลูกสาวเสียชีวิต แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจมากกว่าก็จำนวนเงินที่ได้รับน้อยกว่าที่ควรได้
“ใช่ค่ะ” หยาดฟ้าเหยียดยิ้มอย่างดูแคลน ลูกสาวคนโตตายแทนที่จะรีบมาดูแต่กลับถามหาเงินที่ไม่จำเป็น
“แล้วใครจะบริหารไร่ต่อ สามีของฉันใช่ไหม? พวกฉันจะเข้าไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
คุณนายเหอรีบตอบเพราะกลัวว่าสามีจะไม่ได้ไร่ของแม่สามีที่ให้ลูกสาว แต่พอลูกสาวเสียคนที่จะได้ก็ต้องเป็นสามีของนาง
“อ๋อ ในส่วนอื่น ๆ คุณท่าน คุณนายเหอ และคุณหนูเหอหลินหลินไม่มีสิทธิ์ค่ะ นอกจากทองคำกับเงินที่ฉันแจ้งไป คุณเหอโอนเป็นชื่อฉันหมดแล้ว” หยาดฟ้าตอบ
“อะไรนะ! แกจะหุบสมบัติของสามีฉันเหรอ! นังเนรคุณ! แม่สา…”
ตู้ดดดดด
หยาดฟ้าส่ายหน้าพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมา ถึงเธอจะทำใจไว้ตั้งนานแล้วแต่เธอก็ผูกพันธ์กับเหอเสี่ยวหง และหยาดฟ้าก็เข้าใจเจตนาของเพื่อนดี สวนของคุณย่าเหอหยาดฟ้ามีสิทธิ์ที่จะได้รับมัน เพราะเธอเป็นหลานสาวบุญธรรม จึงไม่กลัวว่าจะถูกครอบครัวเหอฟ้องร้อง