ตอน 1

“หลินอวี้ลูกข้าล่ะ”

“ฮูหยินคุณหนูน้อยและคุณชายน้อยแข็งแรงดีเจ้าค่ะ”

“หลินอวี้ต่อไปเจ้าคือน้องสาวข้า เรียกข้าว่าท่านพี่  ข้าฝากลูกด้วย ดูแลเขาให้ดี ๆ”

หลิวหยาฉีพูดเสียงแผ่วเบา

“ท่านพี่ท่านพักผ่อนเถอะเจ้าค่ะ ข้าจะไปทำอาหารให้ท่าน”

“หลินอวี้ ลูกสาวข้าชื่อหลิวลี่หลิน ลูกชายข้าชื่อหลิวลี่หยาง จะ..เจ้าจำไว้ดูแลเขาให้ดี…..อย่าให้คนพวกนั้นรู้…อย่าให้เขารู้ ...อย่า….”

เสียงของหลิวหยาฉีแผ่วเบาลงจนขาดหายไปในที่สุด แล้วก็แน่นิ่งไปสร้างความตกใจให้หลินอวี้ยิ่งนัก

“ท่านพี่….ท่านพี่..ฮือฮือ..ท่านอย่าทิ้งข้าไปนะ ท่านอย่าทิ้งคุณหนูทั้งสองไปนะ...ฮือฮือ...ท่านหมอช่วยท่านพี่ข้าด้วยเจ้าค่ะ ฮึก”

ไป๋เหยียนที่กำลังล้างเช็ดตัวห่อตัวให้ทารกทั้งสองอยู่ จึงอุ้มทารกทั้งสองไว้ด้วยมือคนละข้างรีบเดินมาดูยื่นทารกให้หลินอวี้ รีบจับชีพจรดู ไป๋เหยียนสายหน้า

“ร่างกายนางอ่อนแอนัก นางสู้ต่อไปไม่ไหวแล้วล่ะ”

หลิวหยาฉี นางถูกสามีหย่าขาดและถูกขับออกจากจวนอ๋องเพียงเพราะนางไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ แต่เคราะห์ซ้ำกรรมซัดพอนางออกจากจวนอ๋องนางกลับตั้งครรภ์ นางเดินทางจากเมืองเป่ยจินรอนแรมมาถึงซานตงตั้งใจพาลูกมาตั้งรกรากที่นี่นางพอมีสมบัติติดตัวอยู่บ้างนางจึงไม่เดือดร้อนอะไรมากนัก ระหว่างทางนางแวะพักหลายที่เพื่อหาที่ทำกินเหมาะ ๆ เพื่อตั้งรกรากให้ลูกน้อย ตอนนี้นางท้องแก่ใกล้คลอดแล้วนางตั้งใจจะไปคลอดที่ซานตง ระหว่างเดินทางเกิดปวดท้องคลอดกระทันหัน ถึงแม้นางจะโชคร้ายมาโดยตลอดแต่ในความโชคร้ายก็ยังมีความโชคดีของนางอยู่ บังเอิญมีท่านหมอลงเขามาพอดีจึงช่วยนางทำคลอด

ท่านหมอไป๋เหยียนเป็นผู้เชียวชาญด้านปรุงโอสถและยาพิษมีวรยุทธ์สูง วันนี้ท่านหมอลงเขามาซื้อข้าวสารอาหารแห้งบังเอิญเจอคนเจ็บท้องคลอดจึงช่วยเหลือทำคลอดให้ แต่เมื่อเขามาถึงทารกคนแรกก็ออกมาแล้ว นางกำลังเบ่งคนที่สองอยู่เขาจึงช่วยอะไรไม่ได้ จึงไม่สามารถยื้อชีวิตของแม่เด็กได้ เด็กทารกคลอดออกมาเป็นแฝดชาย-หญิง แข็งแรงทั้งคู่แต่ร่างกายของมารดาอ่อนแอและเสียเลือดมาก มีอาการตกเลือดจึงช็อกและสิ้นใจลง

“เจ้าจะทำเช่นไรต่อไป”

หลินอวี้คิดอะไรไม่ออก ได้แต่ร้องไห้แล้วส่ายหน้า

“เจ้าชื่ออะไร”

“ข้าน้อยหลินอวี้เจ้าค่ะ”

“หลินอวี้ หากเจ้ายังไม่มีที่ไปก็ไปอยู่กับข้าก่อน เจ้าไม่ต้องกังวลเด็กทั้งสองนี้เขาลักษณะดีมาก เขาเป็นเด็กมีพรสวรรค์ข้าจะรับเลี้ยงเป็นลูกบุญธรรมก็แล้วกัน”

“ขอบคุณท่านหมอเจ้าค่ะ”

เขารู้สึกถูกชะตากับทารกน้อยทั้งสองอย่างประหลาด ทั้งคู่ทำตาแป๋วมองเขานิ่ง ๆ แล้วก็หลับไปไม่ร้องสักแอ่ะ

“เอาล่ะหาที่ดี ๆ ฝังศพนางไว้ที่นี่เถอะเด็กทั้งสองจะได้มากราบไหว้แม่ของเขาได้”

หลินอวี้พยักหน้าช้า ๆ ทั้งน้ำตาก็ยังไหลไม่หยุดแล้วก็เดินสำรวจหาที่ฝังนายหญิงของนาง เมื่อฝังเสร็จแล้วก็หาดอกไม้มาวางทำป้ายวิญญาณปักไว้หน้าหลุมศพคำนับศพ แล้วจึงหยิบห่อผ้าตามท่านหมอไป๋เหยียนขึ้นเขาไปส่วนรถม้านั้น  ท่านหมอไป๋เหยียนเก็บใส่มิติเอาขึ้นเขาไปดวย

มี่ลี่ลืมตาตื่นขึ้นมา

‘ที่นี่ที่ไหนเนี้ย โอ้ยปวดหัวจังเลย อ๊ะ แขนเด็กที่ไหนเนียะ’

มี่ลี่ลองใช้มือหยิกแก้มตัวเอง

‘โอ้ยเจ็บ นี่แขนชั้นเหรอเนี้ย ห๊ะ! ระ…หรือว่า…ช้านกลายเป็นเด็กทารก กรี๊ด’

“แง๊แง๊”

“อ้าวหิวแล้วรึ คุณหนูลี่หลินอย่าข่วนหน้าตัวเองสิเจ้าคะ มา ๆ หิวแล้วใช่ไหม”

ไป๋เหยียนไปหาแม่นมมาได้ 2 คนจึงจ้างมาดูแลเด็กทั้งสอง ครบ 3 เดือนก็เปลี่ยนมากินนมแพะที่ไป๋เหยียนลงเขาไปซื้อมาเลี้ยงไว้หลายตัว ตอนนี้ก็สามารถรีดนมได้แล้ว หลินอวี้รีดนมแพะเอาไปอุ่นเล็กน้อยแล้วค่อยป้อนคุณหนูทั้งสอง

ตอนนี้เด็กทั้งสองก็อายุ 5 หนาวแล้ว ทั้งสองกำลังฝึกวรยุทธอยู่ หลินอวี้ก็ลงไปฝึกด้วยกันกับหลานทั้งสอง ไป๋เหยียนไม่หวงวิชาสอนให้ทั้งสามหมดทุกอย่าง วรยุทธ์ ปรุงโอสถ ปรุงยาพิษ

หลินอวี้ขอคำนับไป๋เหยียนเป็นอาจารย์ตั้งแต่ขึ้นเขามา นับตั้งแต่นั้นมาหลินอวี้ก็กลายเป็นศิษย์สายตรงของไป๋เหยียนเพียงคนเดียว เด็กทั้งสองเลี้ยงง่ายมาก  หลังจากกินข้าวกินนมเสร็จก็มานั่งข้างพ่อบุญธรรมดูน้าหลินอวี้ฝึกวรยุทธ์บางทีก็ทำตามบ้าง เอาไม้มากวัดแกว่งฟาดฟันกันเล่นบ้าง

ตอน 2

ลี่หลินและลี่หยางเป็นเด็กอัจฉริยะสมองดีเหมือนได้รับพรจากสวรรค์ ไป๋เหยียนสอนเพียงรอบเดียวก็สามารถปฏิบัติตามได้แล้ว ตำราของไป๋เหยียนทุกเล่มก็อ่านได้หมดโดยฟูหลินเป็นผู้สอน อายุเพียง 5 หนาวก็สามารถปรุงโอสถคุณภาพสูงได้และถูกต้อง รู้จักสมุนไพรทุกชนิด วรยุทธ์ก็ไม่ด้อยไปกว่าใคร ลี่หลินถนัดปรุงโอสถ ยาพิษ ยันต์อักขระและค่ายกล ส่วนลี่หยางถนัดอารุธเวท กำลังภายใน อักขระ ค่ายกล และเครื่องดนตรีทุกชนิด

ตอนอายุ 3 ขวบปีด้วยความซุกซนเด็กแฝดทั้งสองตกบ่อร้อยพิษเกือบเอาชีวิตไม่รอด บ่อร้อยพิษอยู่ในถ้ำไกลจากกระท่อมที่พักพอสมควร ไป๋เหยียนคิดไม่ถึงว่าเด็กแฝดจะแอบตามเขาไปจนเกิดตกบ่อ เขารักษาเด็กทั้งสองอยู่แรมเดือน โชคดีที่เขานั้นไม่ขัดสนสมุนไพรตัวยา จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เลือดของเด็กทั้งคู่ต้านพิษได้ทุกชนิด

ไป๋เหยียนนั้นมีศิษย์พี่ร่วมสำนักหลายคน แวะเวียนไปมาหาสู่กันตลอด และได้ตั้งสถานศึกษาร่วมกันชื่อ"เทียนชงอวี้"

เพราะความน่ารักน่าเอ็นดูของเด็กแฝด ผสมกับความแก่แดดเกินเด็กช่างประจบประแจงและมีความจดจำได้ดีเยี่ยม ศิษย์พี่ของไป๋เหยียนทั้งสามคนจึงรักและเอ็นดูเหมือนลูกหลานแท้ ๆ ทุกคนจึงแวะเวียนมาสอนเด็กแฝดทั้งสองอย่างไม่หวงวิชา

ศิษย์พี่ใหญ่ของไป๋เหยียนชื่อจิ้นซื่อ สอนอาวุธเวท

ชิงหมิง สอนเครื่องเล่นดนตรี กำลังภายใน

ฟูหลิว สอนหนังสือ ยันต์อักขระ ค่ายกล

ทุกวันนี้ทั้งสองแฝดสามารถติดตามไป๋เหยียนเข้าป่าหาสมุนไพรได้แล้ว แต่เนื่องจากว่าทั้งคู่ยังเด็กอยู่มาก ไป๋เหยียนจึงได้พาไปแค่ป่าชั้นนอกเท่านั้น ในขณะเดินป่าอยู่นั้นลี่หลินเห็นกระต่ายป่าขนปุยสีขาวน่ารักจึงวิ่งไล่จับ จนพลัดหลงกับพี่ชายและพ่อบุญธรรม

พอจับกระต่ายได้แล้วจึงรู้สึกตัวว่าตนได้พลัดหลงเสียแล้ว

“ตายแล้วที่ไหนเนี้ย เราวิ่งมาจากทางไหนนะ”

ลี่หลินอุ้มกระต่ายป่าหันมองดูรอบ เพราะมัวแต่จับตาอยู่ที่กระต่ายป่าตอนวิ่งมาจึงไม้ได้ดูว่าตนมาจากทิศไหน ลี่หลินเอากระต่ายซุกไว้ในอกเสื้อปีนขึ้นบนต้นไม้สูงเพื่อมองหาทิศทางออก มองไปทิศไหนก็มีแต่ต้นไม้สูงใหญ่ ถึงแม้ว่าลี่หลินจะอายุแค่ 5 ขวบและตัวเล็ก แต่ทักษะต่าง ๆ ที่ติดตัวมาแต่ชาติก่อนก็มีไม่น้อย

“นี่เราวิ่งมาลึกขนาดไหนเนี้ย”

รำพึงรำพันคนเดียว โมโหกับความสะเพร่าของตัวเอง

“เอาไงดี อาวุธอะไรก็ไม่มีติดตัว ดีนะที่พกมีดสั้นติดตัวไว้ตลอดเวลา”

ลี่หลินทำธนูอาวุธง่าย ๆ จากไม้ไผ่พร้อมทั้งลูกธนูอีกจำนวนหนึ่งไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ลี่หลินตั้งใจไว้ว่าหากออกจากป่าได้จะตั้งใจเรียนอาวุธเวทกับท่านลุงจิ้นซื่อให้มากกว่านี้

พอได้อาวุธที่พอใช้ได้แล้วก็ออกเดินทางและไม่ลืมที่จะทำเครื่องหมายไว้ ลี่หลินหาเก็บสมุนไพรไปเรื่อย ๆ ป่าใหญ่แบบนี้ไม่กลัวก็ไม่ใช่คนแล้วแต่ถึงแม้ว่าจะกลัวมากแค่ไหน  ก็จะให้ทำอย่างไรได้เล่า

“เมื่อไรจะโตเนี้ย แขนขาสั้น ๆ แบบนี้เดินก็ช้า ทำอะไรก็ลำบากไปหมดเฮ้อ!”

เดินไปบ่นไป พร้อมทำเครื่องหมายไว้เผื่อพ่อบุญธรรมและพี่ชายมาตามหา มองไปเห็นสมุนไพรไล่สัตว์อสูร ลี่หลินเก็บมาจำนวนหนึ่งผูกไว้กับสายรัดเอว1ต้น เดินทางต่อไปไม่นานลี่หลินค้นพบโสมหัวใหญ่หลายสิบต้น

“จุ๊จุ๊ โสมนี่นาทั้งใหญ่ทั้งอวบ ทิ้งเจ้าเอาไว้ที่นี่ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด ข้าขอล่ะนะ”

ลี่หลินใช้มีดขุดโสมทั้งหมดอย่างระวังเก็บใส่ถุงวัตถุ

“อายุของเจ้าน่าจะไม่ต่ำกว่าพันปีแน่ ๆ เจ้าเด็กอ้วนเอ๋ย”

เพราะต้องขุดอย่างระวังจึงต้องใช้เวลานานกว่าจะขุดเสร็จ แต่เหมือนจะหมดแต่ก็ไม่หมด ขุดไปเหมือนจะเจออยู่เรื่อย ๆ

“หึ..เจ้าเด็กอ้วน หากวันนี้ข้าขุดเจ้าออกไปไม่หมด ข้าก็จะนอนเฝ้าเจ้าที่นี่แหละ”

ลี่หลินมีค่ายกลปราณวิญญาณอยู่ จึงขุดบางส่วนไปปลูกไว้ ค่ายกลนี้ท่านฟูหลิวเป็นผู้สอน นางตั้งใจทำเป็นอย่างมาก เพราะนางตั้งใจจะทำสวนสมุนไพรเคลื่อนที่ไว้ใช้ในยามฉุกเฉิน ค่ายกลนี้สามารถเก็บปรานบริสุทธิ์จากภายนอกได้อีกด้วย

ใกล้ค่ำแล้วลี่หลินเริ่มหิว ที่ตัวมีเพียงน้ำเปล่าเท่านั้น กวาดสายตาหามันแกวบริเวณใกล้ ๆ ขุดมาได้ 4 หัวพอประทังความหิวได้ ใกล้ ๆ มีต้นกล้วยแต่ยังไม่สุกตัดมาไว้ย่างกิน ส่วนลำต้นนางตัดออกครึ่งต้น แล้วใช้มีดคว้านตรงกลางลำต้นให้เป็นหลุมลึกพอสมควร แล้วหากิ่งไม้สดมาปิดไว้ จากนั้นก็หาที่นอนในโพรงไม้ใหญ่ ลี่หลินตัวเล็กจึงมุดเข้าไปนอนได้อย่างสบาย นางไม่ลืมที่จะเอา พืชไล่สัตว์อสูรวางไว้รอบโคนต้นไม้ ลี่หลินปล่อยกระต่ายออกมา

“เจ้ากระต่ายน้อยเจ้าไปซะเถอะ อยู่กับข้าเจ้าจะอดตายได้”

กระต่ายป่าตัวนั้นกระโดดออกมาได้รีบกระโดดเข้าป่าในทันที ไปนานพอสมควรลี่หลินคิดว่ามันคงหนีไปแล้ว แต่แล้วมันกระโดดกลับมาใหม่อีกครั้ง ลี่หลินดีใจมากอย่างน้อย ๆ เธอก็ยังมีเพื่อนคุย แม้ว่ามันจะรู้เรื่องหรือไม่ก็ตาม

ตอน 3

ไป๋เหยียนเมื่อรู้ว่าลูกสาวคนเล็กหายตัวไปจึงพาลี่หยางมาส่งที่บ้านพัก พร้อมกำชับห้ามไปไหน ไป๋เหยียนแจ้งข่าวให้ศิษย์พี่ทั้งสามมาช่วยตามหา คาดว่าน่าจะหลงเข้าไปในป่าชั้นใน

สาเหตุที่ไป๋เหยียนและลี่หยางไม่เห็นตอนที่ลี่หลินพลัดหลงเพราะกำลังตั้งใจขุดบางอย่างอยู่ ลี่หลินก็เล่นอยู่ใกล้ จู่ ๆ เสียงก็เงียบไป คนก็หายตัวไปด้วย ไป๋เหยียนตกใจมากจึงพาลี่หยางเดินตามหารอบ ๆ ป่าชั้นนอกแล้วแต่ก็ไม่พบ จึงต้องไปขอความช่วยเหลือจากศิษย์พี่

“ไปเหยียนเจ้าอย่าร้อนใจไปลี่หลินเป็นเด็กฉลาด นางหนูน้อยนั้นจะต้องเอาตัวรอดได้อย่างแน่นอน”

จิ้นซื่อปลอบ เขาก็ร้อนใจไม่แพ้กัน

“นี่ก็ดึกมากแล้ว ไปตอนนี้ก็ไม่เกิดประโยชน์อันใด  ไว้รุ่งเช้าเราค่อยช่วยกันออกตามหา”

ฟูหลิวเห็นด้วยกับจิ้นซื่อ

“ศิษย์พี่ไปนอนเถอะ ข้าคงนอนไม่หลับ”

“เช่นนั้นก็อยู่ด้วยกันที่นี่ ยามอิ๋น (ตี3-ตี4) พวกเราค่อยออกตามหากัน”

จิ้นซื่อจึงตัดสินใจนั่งอยู่เป็นเพื่อน ลี่หยางก็นอนไม่หลับเช่นกันเพราะเป็นห่วงน้องสาว ชาติก่อนเคยปฏิบัติภารกิจเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายร่วมกันมา ทั้งสองจึงผูกพันกันดังพี่น้องแท้ ๆ เขาและลี่หลินเป็นหน่วยเก็บกู้ระเบิด วันนั้นเกิดเหตุวางระเบิดขึ้นเขาทั้งสองไปถึงก็เหลือเวลาไม่มากแล้ว สุดท้ายก็ตาย รู้สึกตัวอีกทีเขาก็มาเป็นทารกฝาแฝด เขาและลี่หลินกว่าจะคุยและสื่อสารกันรู้เรื่องก็ 3 ขวบปีตอนนั้นก็ไม่แน่ใจว่าเป็นลี่หลินหรือเปล่า จู่ ๆ ลี่หลินก็พูดถึง..ระเบิด..ตาย..เขาจึงรู้ว่าคือลี่หลินชาติก่อนเธอชื่อมี่ลี่ เขาดีใจมากอย่างน้อยเขาก็ไม่ได้มาโดดเดี่ยวคนเดียว ยังพอมีคนคุยได้ปรึกษากันได้ ตอนนี้ลี่หลินหายตัวไปเขาจะอยู่อย่างไร

ลี่หยางคิดวนไปวนมาน้ำตาก็ไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว ไป๋เหยียนเห็นก็กอดปลอบต่างคนต่างพูดไม่ออก ได้แต่ภาวนาให้เด็กน้อยปลอดภัย

ยามอิ๋น

“หลินอวี้อยู่ที่นี่ดูแลลี่หยางให้ดี ข้าจะไปตามหาลี่หลิน”

“เจ้าค่ะอาจารย์”

“ท่านพ่อให้ข้าไปด้วยเถิดขอรับ ข้ากับลี่หลินทำสัญลักษณ์พิเศษ ข้าเท่านั้นที่รู้จักสัญลักษณ์นั่น”

“ไม่ได้ ป่าชั้นในอันตรายมาก พ่อไม่อยากเสียเจ้าไปอีกคน”

“ท่านพ่อ ให้ข้าไปเถอะนะท่านลุงใหญ่ ลุงรอง ลุงสามก็ไป ข้าจะเดินไม่ห่างพวกท่าน อีกอย่างข้าก็จะได้ฝึกฝนวรยุทธ์ไปในตัวด้วย หากข้ามัวแต่หลบอยู่ที่นี่แล้วจะรู้ได้เช่นไรว่าข้าก้าวหน้าหรือไม่”

“เช่นนั้นก็ได้ เจ้าห้ามห่างพ่อแม้แต่ก้าวเดียว หลินอวี้เจ้าไปด้วยดูแลลี่หยางอย่าให้คลาดสายตา”

“เจ้าค่ะ”

ทุกคนไปเริ่มต้นจุดที่ลี่หลินหายตัวไป ไป๋เหยียนให้ทุกคนห้อยถุงผ้าที่ใส่พืชไล่อสูรไว้ แล้วเดินเข้าป่าชั้นในทันที

ลี่หลินตื่นนอนแล้วออกมาจากโพรงไม้เดินไปดูต้นกล้วยที่ตัดทำหลุมไว้ เปิดใบไม้ออกพบว่ามีน้ำเกือบเต็มหลุม ลี่หลินไปตัดกิ่งไผ่เล็ก ๆ เพื่อทำหลอด เจาะข้างลำต้นกล้วยให้น้ำไหลผ่านหลอด เอาขวดไปรองน้ำไว้กิน เมื่อได้น้ำเต็มขวดแล้วลี่หลินเริ่มหาอาหารเข้า นึกขึ้นได้ว่าตนมีกล้วยดิบอยู่ แล้วจะจุดไฟอย่างไรล่ะ

“ลองจุดไฟดูดีกว่า จะไหวไหมเนี้ยไม่เคยจุดไฟเลยสักครั้ง”

ลี่หลินมองหาหินได้หินก้อนเหมาะมือมา 2 ก้อน ใช้มีดขูดไม้แห้งให้เป็นขุยมือป้อม ๆ น้อย ๆ จับหินมากระเทาะกัน นานพอสมควรจนมือน้อย ๆ เริ่มบวมแดงก็ยังจุดไฟไม่ได้ ลี่หลินกลั้นใจเพิ่มความแรงกระเทาอีก 4-5 ทีจึงเกิดประกายไฟ มือน้อยเริ่มมีเลือดไหลซึมออกมา

“ติดแล้ว ไฟติดแล้ว”

ลี่หลินรีบเอาใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้งมาใส่ ลี่หลินรู้สึกแสบที่มือจึงใช้น้ำเปล่าล้างแผลที่มือ หยิบเอายาใส่แผลที่ติดตัวมาทาแล้วเอามีดกรีดชายเสื้อมาพันมือไว้

ลี่หลินใส่ฟืนเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้มีถ่านสำหรับเผากล้วย ลี่หลินลองโยนพืชไล่สัตว์อสูรใส่กองไฟ ไม่รู้มันจะได้ผลมากน้อยแค่ไหน แต่ก็ลองดู ในระหว่าวรอให้ฟืนกลายเป็นถ่ายลี่หลินก็ไปขุดโสมต่อเห็นมันแกวใกล้ๆ ก็ขุดไว้

“ทำไมมันมีเยอะอย่างนี้นะ”

เจ้ากระต่ายตัวนั้นหลังจากตื่นแล้วมันกระโดดเข้าป่าไป หายไปนานเช่นเคย ลี่หลินก็ไม่รู้ว่ามันไปไหน ไม่อยากตามมันไปอีกเพราะกลัวจะพลัดหลงกับเจ้าต้นโสมตัวอวบอ้วนนี้ เจ้ากระต่ายตัวนั้นกลับมันเข้ามาดม ๆ ต้นโสมแล้วมันก็มองหน้าลี่หลิน เอียงคอมองอย่างน่ารัก

“มีอะไรรึเจ้ากระต่ายน้อย เออ..นี่ข้าตั้งชื่อให้เจ้าดีกว่านะอืม..เอาชื่ออะไรดีน๊า เจ้ามีขนสีขาวปุกปุยข้าเรียกเจ้าว่าเสี่ยวไป๋นะ”

“เสี่ยวไป๋ เจ้าสิ่งนี่คือโสมมีมีประโยชน์มากเลยนะ ช่วยรักษาโรคได้ดี ยิ่งอายุเยอะ ๆ ยิ่งดี นี่ถ้ามีเห็ดหลินจือนะจะดีมาก ๆ เลย”

เสี่ยวไป๋มองลี่หลินพูด จู่ ๆ มันก็กระโดดวนไปวนมา ลี่หลินสงสัยท่าทางแปลก ๆ ของเสี่ยวไป๋จึงเดินตามมันไป ไม่ลืมทำสัญลักษณ์ไว้ ลี่หลินเดินตามไปสักพักก็เจอกับ

“เห็ด! เห็ดหลินจือ!”

เห็ดหลินจือดอกใหญ่มากมายสีอ่อนก็มีสีเข้มก็มี ลี่หลินเก็บสีเข้มใส่ถุงวัตถุส่วนสีอ่อนดอกใหญ่บ้างเล็กบ้าง ลี่หลินเอาไปปลูกไว้ในค่ายกลปรานวิญญาน

“เสี่ยวไป๋ข้ารักเจ้าที่สุด”

ลี่หลินจับแก้มกระต่ายส่ายเบา ๆ ตามโคนต้นไม้แห้งกิ่งไม้แห้งมีเห็ดหลินจือขึ้นมากมาย ลี่หลินใช้วิธีหักกิ่งไปวางไว้ที่ค่ายกล ที่อยู่บนโคนต้นไม้ก็เก็บเอาดอกใส่ถุงวัตถุเลย เพราะไม่สามารถขุดโคนมันขึ้นมาได้

ขนาดกิ่งก็ใหญ่มาก กว่าลี่หลินจะเอาไปเก็บไว้ในค่ายกลได้ก็ทุลักทุเลพอสมควร โชคดีที่มันเป็นไม้แห้ง จึงไม่มีน้ำหนักมากนัก แต่สำหรับเด็กหญิง 5 ขวบนั้น มันก็หนักเอาเรื่องอยู่นะ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED