เริ่มต้นด้วยโลกแห่งใหม่ เรียกว่าโลกแห่ง Omegaverse เป็นโลกที่ผู้ชายตั้งครรภ์ได้เป็นเรื่องปกติ โดยผู้ชายแบ่งเป็น 3 กลุ่ม กลุ่มแรกเป็นอัลฟ่า ที่เป็นผู้ชายที่มีความเป็นผู้นำ มีพลังเหลือล้น ส่วนใหญ่จะทำงานเป็นหัวหน้าหรือทหาร ตำรวจซะมาก กลุ่มสองเป็นเบต้า พบได้ทั่วไป กลุ่มที่สามเป็นโอเมก้า ผู้ชายท้องได้ จะมีรูปร่างบอบบาง ใบหน้าสวยหวานกลุ่มนี้หายากเป็นพิเศษ ส่วนผู้หญิงจะมีเพศเดียว ตั้งครรภ์ได้ทุกคน ไม่มีการแบ่งเพศต่างๆเหมือนเพศชาย แต่ทว่าผู้หญิงจะมีจำนวนน้อยกว่าผู้ชายเท่าหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่งอีกไม่นานเพศหญิงจะกลายเป็นเพศที่หายากยิ่งขึ้นไปอีก
แอรอนชายหนุ่มร่างบาง ใบหน้าสวยหวานที่ใครเห็นต่างก็หลงรัก เขาแต่งงานมาได้ 3 ปี ปีนี้เป็นปีที่เขากับสามีตกลงกันว่าจะมีลูกน้อยมาเป็นโซ่คล้องใจระหว่างทั้งสองคน ซึ่งแอรอนจัดเป็นหนึ่งในผู้ชายเพศโอเมก้าที่หายากพิเศษในโลกนี้ สามารถตั้งครรภ์ได้ สามีของเขา ชื่อ บรูค เป็นเพียงเบต้าธรรมดาคนหนึ่ง แต่เป็นคนที่แสนดีสำหรับเขาเสมอมา บรูคเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มจากการเพื่อนสนิทจนไปสู่การเป็นคู่ชีวิต ทั้งคู่ช่วยการสร้างเนื้อสร้างตัวด้วยกัน มีบ้านหนึ่งหลัง รถหนึ่งคัน เป็นความผูกพันธ์ที่มีกันมายาวนานหลายสิบปี เพียงมองตาก็เข้าใจกันแล้ว
วันนี้เป็นวันที่เขาได้ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจตั้งครรภ์ก่อนจะคลอดลูกน้อยอีกไม่กี่วันข้างหน้า ครั้งนี้แอรอนไปโรงพยาบาลคนเดียว เพราะบรูคไปทำงานแล้วติดประชุมที่สำคัญมาก ทำให้ลางานไปเป็นเพื่อนเขาไม่ได้ ถ้าเป็นก่อนหน้านี้ทุกเดือน บรูคมักจะลางานไปตรวจครรภ์เป็นเพื่อนเขาทุกครั้งเลย สามีของเขาจะมีความสุขทุกครั้งที่ได้เห็นลูกน้อยผ่านการอัลตร้าซาวด์ ซึ่งเจ้าตัวน้อยรู้งานดี เวลาอัลตร้าซาวด์ทีไรต้องหันมาชูสองนิ้วให้พวกเขาเห็นตลอด คุณหมอที่ตรวจให้ยังชมว่าเด็กในครรภ์น่าจะเป็นเด็กอัจฉริยะเพราะมีความฉลาดเป็นอย่างมาก ทำให้เขาและบรูคดีใจมาก
“ที่รัก ดีใจจังครับ ลูกเราเป็นเด็กอัจฉริยะด้วยครับ” แอรอนบอกบรูค
“ผมก็ดีใจหมดครับ ขอแค่เขามาเกิดเป็นลูกเราก็พอแล้ว” พอบรูคพูดจบ ราวกับเด็กน้อยฟังรู้เรื่องก็ถีบท้องอย่างกระตือรือร้น ทำให้เขาจุกจนต้องนั่งพักก่อน
“ไม่แกล้งคุณแม่นะครับ เจ้าตัวน้อย ออกมาปะป๊าจะตีเลยนะ” บรูคพูดกับท้องเขา เจ้าเด็กน้อยเหมือนจะเข้าใจก็หยุดถีบแล้ว
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน หลังจากตรวจทุกอย่างที่โรงพยาบาลเสร็จ เขาก็เรียกรถแท็กซี่กลับบ้านมานอนพักผ่อน ไม่รู้เป็นเพราะอะไร วันนี้เขารู้สึกเหนื่อยเพลียเป็นพิเศษ หรือว่าจะเป็นเพราะเขาไปโรงพยาบาลคนเดียว ทำทุกอย่างตั้งแต่ยื่นเอกสารจนหาหมอตรวจครรภ์ เขาก็เลยเหนื่อย อีกทั้งวันนี้ลูกน้อยเป็นอะไรก็ไม่รู้ ดิ้นในท้องเขามากเป็นพิเศษจนเขาต้องตื่นขึ้นมา
“ลูกจ้า แตะเบาๆลูก ออกมามะม้าจะให้ปะป๊าพาไปแตะฟุตบอลดีไหมครับ ถ้าชอบแตะแบบนี้” แอรอนลูบท้องกลมของตัวเองอย่างอ่อนโยน ราวกับสัมผัสได้ว่าแม่ตักเตือนแล้ว เด็กน้อยในท้องเลยดิ้นเบาลง
ช่วงที่เขาตื่นขึ้นมาก็เป็นช่วงพลบค่ำแล้ว แต่บรูคก็ยังไม่กลับมาสักที ปกติบรูคกลับมาบ้านตรงเวลา เมื่อกลับมาจะมาหอมแก้มเขาซ้ายขวาทุกครั้ง และทำอาหารเย็นเอาไว้ให้เขาได้ทาน หรือบางทีสองคนสามีภรรยาก็ทานอาหารเย็นด้วยกันอย่างมีความสุข
บรูคคือสามีที่แสนดีที่สุดในโลกสำหรับเขาเลย
แอรอนที่เห็นบรูคไม่กลับมาสักที ด้วยความห่วงใย เขาพยายามโทรหาบรูค แต่ไม่มีคนรับสายเลย เขาเลยโทรหาเลขาหน้าห้องของบรูคก็ไม่มีคนรับสาย ถ้าปกติเลขาหน้าห้องบรูคที่เขารู้จักมักจะรับสายเสมอ ไม่เคยมีครั้งไหนไม่รับเหมือนอย่างวันนี้มาก่อน โทรหาเพื่อนสนิทบรูคที่ทำงานที่เดียวก็ไม่มีคนรับสาย
แอรอนรู้สึกร้อนใจมาก โทรหาใครก็ไม่มีใครรับ ขณะที่เขากำลังจะออกจากบ้านไปหาบรูค ก็มีข้อความ SMS แจ้งเตือนจากรัฐบาลเข้ามาในมือถือ ข้อความมีดังต่อไปนี้
“ขณะนี้เกิดโรคระบาดร้ายแรง ขอให้ทุกคนอยู่แต่ในบ้านเท่านั้น ห้ามออกจากบ้านโดยเด็ดขาด ใครออกมาถือว่าทำผิดกฏหมายทันที มีโทษจำคุก 1 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท”
เมื่อแอรอนได้รับข้อความ SMS แจ้งเตือนแบบนี้ เขาเลยลองเดินไปเปิดทีวีเพื่อดูข่าว ก็เห็นภาพที่น่าสยดสยองเกิดขึ้น มนุษย์กัดมนุษย์ มนุษย์วิ่งไล่กัดกัน มีเลือดไหลเจิ่งนองเต็มท้องถนนไปหมด มนุษย์ที่นอนลงไปก็ลุกขึ้นมาอาละวาดกัดคนต่อไปเรื่อยๆ เป็นภาพที่เขาเคยเห็นแต่ในหนังวันสิ้นโลกหรือหนังซอมบี้ ไม่นึกว่าในชีวิตจริงเขาจะได้เห็นภาพแบบนี้
แอรอนเห็นภาพในข่าวทางทีวีก็ร้อนใจ อยากออกไปตามหาบรูคเอง แต่ตอนนี้เขากำลังท้องแก่ใกล้คลอดอีกไม่กี่วันแล้ว ถ้าเขาออกไปหาเองก็เดินทางไม่สะดวก ไม่รู้จะหลบเหล่าซอมบี้พวกนี้ไหวไหม แล้วลูกเขาจะเป็นอย่างไง ตอนนี้เขาคงต้องอยู่บ้าน ได้แต่รอบรูคกลับมา ส่งข้อความหาบรูคหลายสิบข้อความก็ไม่มีข้อความตอบกลับ หรือ เปิดอ่านข้อความใดๆ
แอรอนเริ่มร้องไห้ กังวลใจ เขาทำได้อย่างเดียวคือรอสามีของเขาเท่านั้น
ณ ป่าดงดิบในหมู่บ้านป่าลึก มีผู้ชายคนหนึ่งกำลังยิ้มสิ่งที่เกิดขึ้นกับโลกใบนี้ เขารอเวลานี้มานาน จะว่าเขาคนเดียวไม่ถูกต้องบอกว่าทั้งตระกูลรอเวลานี้มานานแล้ว ในที่สุดฝันก็เป็นจริงแล้ว เขาจะได้ครองโลกนี้
ขณะที่เขายืนคิดอย่างพึงพอใจกับเหตุการณ์ที่โลกกำลังวุ่นวายอยู่ ก็มีซอมบี้ตนหนึ่งที่กำลังจะวิ่งมาหาเขา แต่หยุดชะงักและเดินเลี่ยงไปอีกทางแทน ทำให้เขา
เห็นเหตุการณ์นี้ยิ่งหัวเราะด้วยความสะใจ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงในรุ่นข้า”
“ข้าจะได้ครองโลกแล้ว”
ผู้ชายคนนี้ไม่ได้สำนึกเลยว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้คนทั้งโลกเดือดร้อนแบบนี้ ใครจะตายจากไป ครอบครัวพลัดพรากจากกัน หรือบางเมืองของโลกก็ล้มสลายไปเลย เขาคิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเองเท่านั้น
ไม่ว่าจะนานแค่ไหน ผลของกรรมทำงานอย่างเที่ยงธรรมเสมอ
ส่วนบรูค สามีที่รักของแอรอน วันนี้เขามีประชุมที่สำคัญมากที่บริษัท ทำให้เขาไม่สามารถพาแอรอนไปตรวจตั้งครรภ์ได้ ขณะที่กำลังประชุมอยู่นั้น อยู่ดีๆก็มีคนวิ่งเข้ามาในห้องประชุมในสภาพเลือดไหลเต็มตัว และปิดประตูห้องประชุมลงทันที ทำให้คนที่เข้าร่วมประชุมพากันตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น
คนที่วิ่งเข้ามาในห้องประชุมคือ จอห์น โดยจอห์นเล่าให้ฟังว่าเขากำลังจะไปลานจอดรถก็มีคนวิ่งเข้ามาไล่กัดคนในบริษัท ทำให้คนในบริษัทที่โดนกัดล้มลงไปกับพื้น จากนั้นก็ชักดิ้นชักงอ แล้วนิ่งไปเลย สักพักใหญ่คนเหล่านั้นก็ลุกขึ้นมาไล่กัดคนต่อไปอีกเรื่อยๆ ทำให้สถานการณ์ตอนนี้ในบริษัทวุ่นวายมาก
ส่วนจอห์นผู้กำลังนิ่งอยู่ เห็นภาพตรงนั้นกำลังจะเรียกตำรวจให้มาที่บริษัท ก็มีคนที่โดนกัดก่อนหน้านี้เห็นเขาเข้าแล้วกำลังวิ่งเข้ามาจะกัดเขาต่อ ทำให้เขารีบวิ่งขึ้นลิฟท์เพื่อเอาชีวิตรอด จากนั้นเขาก็ต้องกัดฟันเอาชีวิตรอดต่อสู้กับฝูงซอมบี้ที่มีมากขึ้น โดยใช้ไม้ถูพื้นที่แม่บ้านทิ้งไว้ที่หน้าลิฟท์ ที่เปิดออกมาพอดีช่วยต่อสู้ ซึ่งแม่บ้านที่ทิ้งไม้ถูพื้นคนนั้นกลายเป็นซอมบี้อีกตนที่รอหน้าลิฟท์ สุดท้ายเขาก็จัดการซอมบี้ตนนั้นแล้ววิ่งหนีเหล่าซอมบี้มาเรื่อยๆจนเจอห้องประชุมที่บรูคกำลังประชุมกับเหล่าผู้บริหารของบริษัท
บรูคที่ไม่เชื่อเรื่องตรงหน้าเท่าไหร่นัก เปิดมือถือเพื่อเช็คข่าวในเน็ตก็พบว่าตอนนี้มีคลิปคนไล่กัดคนเต็มไปหมด ใจเขาก็เป็นห่วง แอรอน ภรรยาที่รักแต่คิดว่าอย่างน้อยแม่ของลูกคงอยู่บ้านพอดี จากนี้เขาต้องหาทางออกจากตึกนี้เพื่อกลับบ้านให้ได้ ด้านนอกห้องประชุมตอนนี้ เริ่มมีเสียงครูดเล็บกับประตูและเสียงหัวโคกกับประตู พร้อมเสียงวิ่งจำนวนมากมาทางนี้
ตอนนี้ทางเลือกบรูคมีไม่มาก เขาต้องออกจากตึกนี้ได้ ซึ่งมีทางเลือกไม่มากนัก ตัดทางเลือกลิฟท์ไปได้เลยคงเต็มไปด้วยฝูงซอมบี้ จะออกจากตึกนี้โดยการขึ้นปีนขึ้นไปดาดฟ้าของบริษัทแล้วนำฮอลิคอปเตอร์ขึ้น หรือ จากทุบกระจกแล้วหาเชือกยาวๆมาปีนลงไป ซึ่งไม่ว่าทางไหนก็เสี่ยงทั้งคู่ ส่วนผู้ร่วมประชุมกำลังตื่นตระหนกตกใจกลัว สติแตกไปแล้ว อยากหาทางออกไปจากที่นี้เหมือนกัน ทุกคนต่างหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา โทรหาลูกน้องหรือทหารให้มาช่วยเหลือ แต่ไม่มีคนรับสายสักคนเลย
ส่วนบรูคตอนนี้ไม่ได้สนใจใครแล้ว และเขาก็ไม่ได้ติดต่อหาใครทั้งนั้น ตนเป็นที่พึ่งเห็นตนดีที่สุด เขาต้องการหาทางรอดไปจากที่นี้ เขาอยากเจอลูกน้อยของเขาและแอรอน เด็กน้อยที่ไม่ทันลืมตาดูโลกก็ต้องมาเจอกับวันสิ้นโลกแล้ว บรูคไม่รอช้าตามหาเชือกที่แข็งแรงกับอุปกรณ์ที่แข็งพอจะทุบกระจกของตึกให้แตก ซึ่งโชคดีในห้องประชุมนี้ มีตู้ดับเพลิง เขาเดินไปเปิดตู้แล้วนำสายส่งน้ำกับถังดับเพลิงออกมา เพิ่งซื้อตู้ดับเพลิงเข้ามาก่อน มีเหตุการณ์ซอมบี้อาละวาดพอดี
บรูคไม่รอช้าตัดสินใจทุบกระจกออกไปโดยใช้ถังดับเพลิง เขาใช้แรงทั้งหมดที่มีเหวี่ยงถังดับเพลิงไปทุบกระจกของตึกเพื่อให้แตกออกมา และมีช่องวางพอ จากนั้นก็นำสายส่งน้ำออกมาโรยตัว เขาจะปีนลงไปข้างล่างให้ได้ ระหว่างนี้เขาก็ถือถังดับเพลิงไปด้วย แม้จะรู้ว่าถังดับเพลิงหนักมาก แต่เขาไม่สามารถหาอุปกรณ์อื่นได้แล้ว
ทุกคนในห้องต่างตกใจที่บรูคทุบกระจกจะโรยตัวลงไปทันที พวกผู้บริหารในห้องประชุมกำลังหวังว่าจะติดต่อใครสักคนให้เขามาช่วยพวกเขาออกไปจากที่นี้ได้ แต่บรูคไม่เชื่อว่ามีคนมาช่วยออกจากที่นี้ได้ในเร็ววัน เพราะสถานการณ์ตอนนี้วุ่นวายมาก ทุกคนต่างต้องดิ้นรนเอาชีวิตตัวเองให้รอดก่อน อีกอย่างเขาร้อนใจ เขาห่วงแอรอนที่กำลังท้องแก่แล้วอยู่เพียงตามลำพัง อีกไม่กี่วันแอรอนจะคลอดลูกแล้ว
“บรูค นายจะไปไหน” ประธานบริษัทถามขึ้นมาหลังจากเห็นบรูคกำลังจะออกไปแล้ว
“ผมจะกลับไปหาเมียกับลูกครับ รอไม่ได้แล้ว ผมห่วงทางโน้น ภรรยาผมท้องแก่ใกล้คลอดแล้วครับ” บรูคตอบเสร็จก็รีบปีนออกไปทันที ส่วนคนในห้องประชุมก็ลังเลจะตามไปหรือจะรอคนมาช่วย
แบ่งออกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มที่จะตามบรูคลงไปทันทีกับกลุ่มรอความช่วยเหลือจากภายนอก ประธานบริษัทที่ถามบรูคก่อนหน้านี้ตัดสินใจปีนตามบรูคลงไปทันที และมีผู้บริหารบางคนตัดสินใจจะรอความช่วยเหลืออยู่ที่นี้อย่างปลอดภัยดีกว่า
เมื่อบรูคเห็นท่านประธานบริษัทปีนตามลงมาด้วยกัน เขาก็รอไปพร้อมกัน การมีเพื่อนช่วยกันฝ่าฝูงซอมบี้น่าจะดีกว่าเดินดุ่มคนเดียวเข้าไปในดงซอมบี้ เขาปีนลงมาจนถึงชั้นเกือบติดพื้น ก็เห็นฝูงซอมบี้ที่มารอข้างล่าง เพื่อรอรุมกินโต๊ะพวกเขาอยู่ บรูคตัดสินใจทุบกระจกชั้นที่ 1 ก่อน แล้วค่อยหาทางหนีออกไปจากตึก
ส่วนในห้องประชุมกำลังเกิดวิกฤต เมื่อเสียงครูดห้องดังมากขึ้นเรื่อยๆ แรงดันประตูแทบทำให้ประตูแทบพัง คนในห้องตัดสินใจเริ่มปีนตามบรูค แต่มีบางคนที่ยืนยันจะรอในห้องไม่ไปไหน หลังจากมีคนปีนเพิ่มอีกจำนวนหนึ่ง ประตูห้องประชุมก็เปิดออก เหล่าซอมบี้จำนวนมากมายต่างกรูเข้ามาในห้องกัดกินคนที่เหลือ รวมทัั้งจอห์นที่สู้จำนวนซอมบี้พร้อมกันทีละเยอะไม่ไหว สุดท้ายก็มากลายเป็นซอมบี้อยู่ที่นี้ และในอนาคต ซอมบี้จอห์น จะได้ออกจากที่นี้ไป กลายเป็นตัวแปรสำคัญที่ได้ช่วยโลกเลยก็ว่าได้
ที่ชั้น 1 หลังจากบรูคเข้ามา ตามด้วยประธานบริษัท พากันเดินหมอบตัวก่อน เพราะหลังจากเขาพังกระจก เสียงดังก็เรียกให้ซอมบี้เข้ามาใกล้บริเวณนี้ แต่โชคดีมีโต๊ะวางไว้ 1 โต๊ะ พอที่จะมุดเข้าไปซ่อนตัวได้ ส่วนคนอื่นๆที่ปีนต่างหลังก็มาเจอกับซอมบี้ที่กระจกชั้น 1 พวกเขาก็พยายามจับเชือกอย่างแน่นหนา ไม่ปล่อยตัวลงไป
ฝ่ายบรูคเองที่เห็นอย่างนั้น เลยหาของใกล้ๆขว้างไปไกล เพื่อให้มีเสียงล่อให้เหล่าซอมบี้ในชั้นก็วิ่งตามไปที่เสียงนั้นหมด จากนั้นทุกคนก็ได้เข้ามาในชั้น 1 ตอนนี้คือพวกเขาทั้งหมดต้องหาทางลงบันไดไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อเอารถออกไปให้ได้
คนในกลุ่มตอนนี้มี 5 คน คือ บรูค ประธานบริษัท เลขานุการ ผู้จัดการฝ่ายสินไหม ผู้จัดการฝ่ายเคลม
ทั้งห้าคนเมื่อเห็นซอมบี้เดินไปตามเสียงที่บรูคทำขึ้นมา พวกเขาก็รีบคลานออกไปจากบริเวณนี้ยังรวดเร็ว พากันไปบันไดหนีไฟของบริษัทซึ่งปิดอยู่ ระหว่างทางพวกเขาเจอซอมบี้บ้าง แต่บรูคเป็นคนจัดการเองทั้งหมดด้วยถังดับเพลิงที่ถือติดมือมาด้วย หลังจากเปิดบันไดหนีไฟเดินลงมาจนไปถึงที่ลานจอดรถ พวกเขาก็ต้องตกตะลึง เพราะมีจำนวนซอมบี้อยู่ลานจอดรถเป็น 100 ตน เพราะมีคนที่ถูกกัดหนีมาลานจอดรถด้วย ทำให้มีซอมบี้เกิดขึ้นและไล่กัดคนทั้งหมดที่หนีลงมาพร้อมกัน พอพวกบรูคเห็นก็ถอยหลัง หนีขึ้นมาอย่างเงียบๆ เพื่อหาทางไปหน้าบริษัทที่ตอนนี้มีซอมบี้อยู่แต่ไม่มากเท่ากับที่ลานจอดรถใต้ดิน
เมื่อมาถึงหน้าบริษัททุกคนต่างกันหลบเลี่ยงซอมบี้ให้มากที่สุด ระหว่างนั้น บรูคก็เกิดไอเดียขึ้นมา นำเลือดของซอมบี้มาชะโลมทั่วทั้งตัวเพื่อหลบหนีฝูงซอมบี้น่าจะดีกว่า ซึ่งปรากฏว่าได้ผล ซอมบี้จะเดินผ่านไปเหมือนไม่มีคนอยู่ตรงนั้นเลย เมื่อคนที่เหลือเห็นบรูคทำแล้วได้ผลก็ทำตาม จนสามารถหนีออกมาจากบริษัทได้ ต่างคนก็แยกย้ายกันหน้าบริษัท เพราะทุกคนมีครอบครัวที่ต้องกลับไปหาเหมือนบรูคฃ
“ลาก่อนนะบรูค” ประธานบริษัทบอกลาบรูค
“เช่นกันครับท่านประธาน” บรูคก้มหัวโค้งและบอกลาอีกฝ่าย เพราะการลาครั้งนี้ พวกเขาน่าจะไม่ได้เจอกันอีกเลย
เดินออกมาบรูคก็หารถยนต์เพื่อใช้ในการขับรถกลับบ้านไปหาภรรยาของเขา ซอมบี้ตามท้องถนนมีเยอะมาก เดินลากขาไปมา ในรถเองบางคันที่จอดอยู่ก็มีซอมบี้ติดอยู่ข้างใน พยายามดิ้นรนออกจากรถ บรูคก็ค่อยมองหารถไปเรื่อยๆ ระหว่างนี้เขาเอาเลือดซอมบี้มาทาแขนขาหน้าตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อกลบกลิ่นมนุษย์
บรูคเดินมาเจอรถคันหนึ่งที่มีกุญแจเสียบไว้แล้ว เขามองเข้าไปข้างในก็ไม่มีซอมบี้แต่อย่างใด รีบขึ้นรถปิดประตูแล้วขับออกไปจากบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว ซอมบี้ที่ได้ยินเสียงรถสตาร์และขับออกไปรีบวิ่งตามมา แต่ตามอย่างไงก็ไม่ทัน ใจของบรูคลอยไปถึงที่บ้านแล้ว แอรอนจะเป็นอย่างไงบ้าง เขาหวังว่าแอรอนจะปลอดภัยจนกว่าเขาจะกลับไปถึงบ้าน ระหว่างทางเขาก็เห็นคนรอดชีวิตวิ่งหนีซอมบี้บ้าง เห็นซอมบี้เดินลากขาไปมาตามท้องถนน มีรถยนต์จอดนิ่งอยู่กลางถนน รถชนกัน ไฟลุกไหม้ และเลือดเต็มท้องถนน เขาต้องขับรถหลบหลีกไปมา อย่างไงเขาต้องหาทางกลับไปเจอหน้าเมียและลูกในท้องให้จงได้
แอรอนเอง หลังจากโทรหาบรูคไม่ติด เขามานั่งคิดได้ว่า เขาจะมากังวลตอนนี้ก็ไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้น เขาเลยเข้าครัวไปทำอาหารแห้งไว้เพื่อเป็นเสบียงสำรอง ยามฉุกเฉิน เพื่อได้หนีออกจากบ้านหลังนี้กะทันหัน หาภาชนะมารองน้ำไว้ใช้ให้มากที่สุด ก่อนที่น้ำจะหยุดไหล เตรียมของทุกอย่างให้เรียบร้อย เขาเคยอ่านนิยายวันสิ้นโลกมาก่อน เตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่ง ต่อไปอาหารและน้ำจะหายากขึ้นแน่นอน
หลังจากเตรียมทุกอย่างเสร็จ แอรอนได้ออกมาจากห้องครัวเปิดทีวีดูข่าวล่าสุด ซึ่งในข่าวยังมีข่าวเรื่องซอมบี้อยู่ จากนั้นตัดมาที่ประกาศฉุกเฉินของรัฐบาล ห้ามทุกคนออกจากบ้านหรือที่พักโดยเด็ดขาด แอรอนเองก็ไม่คิดเลยว่าโลกจะมาถึงจุดนี้ได้ แอรอนลองโทรหาเพื่อนสนิทและพี่ชายที่สนิทก็ไม่มีใครรับสายเลย เขาได้แต่หวังว่าจะไม่มีใครเป็นอะไร
ณ ค่ายทหารของเมือง A เป็นค่ายทหารใหญ่ของประเทศ มีทหารนับหมื่นคนในค่าย ตอนนี้กำลังกลายเป็นดงซอมบี้ไปซะแล้ว เพราะมีคนกลายเป็นซอมบี้กัดคนไปเรื่อยๆจนตอนนี้ยากจะแก้ไขสถานการณ์ได้แล้ว
ท่านนายพลบอสตันซึ่งเป็นผู้บัญชาการสูงสุดของทหารที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่กลายเป็นซอมบี้ กำลังยิงปืนรัวๆ ใส่ซอมบี้พลทหาร มีหลายคนกลายร่างเป็นซอมบี้และกัดคนที่เหลืออยู่จนมีจำนวนซอมบี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้เขาได้สั่งปิดค่ายทหารไปก่อน จังหวะที่ท่านนายพลไม่ทันระวัง ก็มีซอมบี้พลทหารเดินมาใกล้ๆกระโดดจะเข้ามากัด แต่โชคดีที่ท่านนายพลหลบทัน ทว่านายพลโดนเฉี่ยวเป็นแผลเลือดออก ยิ่งทำให้ซอมบี้แถวนั้นคลั่งขึ้นมาเมื่อได้กลิ่นเลือดรีบวิ่งเข้าหาท่านนายพลทันที เหตุการณ์ตอนนี้ยากจะแก้ไขแล้ว นายพลหันไปสั่งลูกน้องคนสนิทที่ชื่อว่า ไวท์ ให้หนีไปก่อน ส่วนเขาจะหนีไปอีกทางเพื่อดึงดูดซอมบี้ให้ตามเขามาแทน แต่ไวท์จะไม่ยอมหนีไป จนกระทั่งเขาต้องขู่ว่าให้หนีไปพร้อมกับทหารที่เหลือก่อน
ด้านนายพลวิ่งไปคนละทางกับไวท์ เหล่าซอมบี้ส่วนใหญ่ตามท่านนายพลมาเพราะได้กลิ่นเลือดจากแผล เขารีบวิ่งไปที่ห้องเก็บอาวุธ เข้าไปในห้องก็ล็อคประตูหาอะไรมาดันประตูอีกชั้นหนึ่ง พอเห็นว่าจัดการเรียบร้อย นายพลก็ทรุดนั่งลงอย่างเหนื่อย เขาได้แต่มองแผลเลือดออกและยิ้มขมขื่น ซึ่งเขาก็ไม่รู้จะรอดไหม ในใจเขาก็คิดถึงร่างบางที่เขาแอบรักมาตั้งนาน แต่เขาไม่ค่อยว่างไปหาเท่าไหร่แถมร่างบางไม่เคยมองเขาเป็นอย่างอื่นนอกจากพี่ชายที่เคารพรักเท่านั้น เขาได้แต่มองร่างบางที่เขารักแต่งงานมีครอบครัว ตอนนี้ได้ยินข่าวว่ากำลังมีลูกอีกด้วย
“แอรอน ขอให้น้องรอดปลอดภัยพร้อมหลานนะ ส่วนพี่ชายคนนี้ไม่รู้จะรอดไหม ถ้ารอดพี่จะไปตามหาเราและหลาน” นายพลกล่าวอยู่คนเดียว จากนั้นไม่นาน นายพลก็มีอาการไข้ขึ้นสูง ชัก อาเจียนออกมาไม่หยุด และสลบไป
เหล่าซอมบี้หน้าห้องอาวุธพยายามทุบเข้ามา แต่ยังเข้าไปไม่ได้ ก็มีเสียงปืนยิงรัวๆใส่เหล่าซอมบี้ ซอมบี้ก็ล้มลงเป็นจำนวนมาก มีบางตนวิ่งไปหาเสียงปืนที่ยิงออกมา แต่สุดท้ายก็ถูกจัดการจนหมด มีชายคนหนึ่งรูปร่างสูงกำยำ ผิวสีแทนเดินมาหน้าห้องอาวุธ จากนั้นใช้แรงที่มีทั้งหมดเปิดประตูเข้าไปเข้าใน เห็นร่างนายพลนอนสลบอยู่ก็อุ้มพาดบ่าพาออกไปด้วยกัน พร้อมสั่งลูกน้องให้ขนอาวุธทั้งหมดในห้องอาวุธไปด้วย
มาเฟียดีนที่สร้างค่ายไว้ระหว่างเมือง A และ ฺB รองรับเพื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ไม่คิดเลยว่าจะได้ใช้ค่ายแห่งนี้จริง เขาตั้งใจะมาดูค่ายทหารเมือง A ก็พบว่าค่ายทหารกลายเป็นดงซอมบี้ไปที่เรียบร้อยแล้ว