วิกานดาไม่ยอมแพ้ในเมื่อเธอไม่ได้เป็นคนก่อเรื่องและแม้จะหลงใหลได้ปลื้มกับเจ้าของร้านสุดหล่อแต่เรื่องนี้เธอไม่ผิด จะให้ไปกราบขอโทษได้อย่างไร แค่ขอโทษด้วยคำพูดก็น่าจะพอแล้วนี่ขนาดต้องกราบกรานเธอไม่เอาด้วยแน่ๆ ถึงจะเป็นแค่พนักงานต๊อกต๋อยแต่เธอก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน
“นี่เธอ...”
“ไม่รู้ล่ะ ยังไงฉันก็ไม่ยอมทำแบบนั้นหรอก ถ้าหมดธุระของคุณแล้วฉันขอตัวนะคะ”
วิกานดาเลือดขึ้นหน้าเช่นกันจนลืมไปว่าตนเองเป็นแค่พนักงาน แต่เธอก็พูดออกไปแล้ว และก็คิดว่าหากเขาจะไล่เธอออกก็ยินดีจะลาออก แต่จะไม่ยอมเสียศักดิ์ศรีไปขอโทษสองแม่ลูกวายร้ายนั่นแน่นอน ร่างระหงหมุนตัวกลับจะเดินออกไป แต่แล้วก็ต้องร้องอย่างตกใจเมื่อข้อมือเล็กถูกคว้าไว้แล้วกระชากโดยแรงจนร่างระหงเซถลาเข้าไปกระแทกกับร่างสูงโปร่งของเขาอย่างจัง ซึ่งมันทำให้วิกานดารู้ว่าชายหนุ่มตรงหน้าเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแข็งแรงไม่ได้โปร่งบางอย่างที่เห็นและมันทำให้อกสาวหวั่นไหวใจเต้นแรง
“อุ๊ย คุณ..” วิกานดาตกใจ
“คิดจะหนีกันดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้หรอกนะวิกานดา” ชายหนุ่มก้มหน้าลงมาอย่างฉุนเฉียวดวงตาคมวาววับจนวิกานดาใจแกว่ง
“ฉันไม่ได้หนี แค่ฉันหมดธุระกับคุณแล้วและจะกลับบ้านเท่านั้นเอง..”
“นี่เธอ คนที่ควรจะพูดว่าหมดธุระแล้วมันต้องเป็นฉันไม่ใช่เธอ”
“ตะ แต่ วิว เอ่อ ฉันไม่มีอะไรจะพูดแล้ว และคุณก็ควรปล่อยฉันได้แล้วค่ะ”
หญิงสาวพยายามเบี่ยงกายออกจากวงแขนแกร่งเพราะเกรงว่าหน้าอกอวบของตนจะไปสัมผัสกับร่างกายของเขา แล้วที่สำคัญวิกานดากลัวว่าความใกล้ชิดจะทำให้ธีร์ได้ยินเสียงหัวใจเธอเต้น...
“ถ้าหมดธุระแล้วก็รีบออกไปจากห้องฉันเดี๋ยวนี้ วิกานดา..”
เสียงของเขาเข้มขุ่นแววตาเข้มมีเทาๆ เหลือบประกายสีฟ้าดูงามแปลกตานั้นดูกราดเกรี้ยวจนวิกานดาแทบหัวใจวาย เมื่อเขาปล่อยวงแขนออกจากเอวบางวิกานดาก็รีบถอยร่นไปทันที
ใจสาวสั่นไหวจนแทบควบคุมอาการสั่นสะท้านนั้นไม่อยู่ หญิงสาวรีบหันหลังเดินไปที่ประตูทันทีโดยไม่หันกลับมามองเจ้าของห้อง และลืมที่จะสนใจสิ่งที่เขาสั่งด้วย...
แน่นอนว่าเธอไม่มีวันก้มกราบพวกเศรษฐีใจผุพังพวกนั้นแน่นอน คนรวยที่มีแค่เงินตราแต่จิตใจต่ำตม คนอย่างวิกานดาจะไม่ยอมก้มหัวให้เด็ดขาด วิกานดาบอกตัวเองอย่างตั้งมั่นในความคิดของตน...
“เขาร้ายกาจขนาดนั้นก็ยังจะรักเขานี่นะ ฉันว่าแกหลงแค่รูปเขารึเปล่ายายวิว”
แซมมี่ เพื่อนรักที่เคยเป็นชายหุ่นล่ำแต่ตอนนี้กลายเป็นสาวสวยแซ่บหุ่นอรชรใบหน้าสวยกว่าผู้หญิงบางคนเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งทำตาประหลับปะเหลือกอย่างเอือมระอา เมื่อได้ฟังคำบอกเล่าเรื่องราวของชายหนุ่มที่วิกานดาหลงรัก
“ฉันไม่ได้หลง ฉันรักเขาจริงๆ รักมานานแล้ว ตั้งแต่แรกพบ..”
วิกานดาทำท่าฝันหวานแต่แล้วก็ทำหน้ามุ่ยเมื่อความจริงที่เจอนั้นเธอรู้ดีว่าตนกับธีร์นั้นต่างกันสุดขั้ว และไม่มีทางจะรักกันได้ ชีวิตจริงมันไม่ใช่นิยายน้ำเน่าที่เจ้าชายจะมาพบรักกับสาวชาวบ้านทำงานร้านอาหาร... วิกานดายังจำวันที่เขาเรียกไปพบและต่อว่าเรื่องที่เธอทำให้ลูกค้าไม่พอใจ แต่วิกานดาก็ไม่ได้ไปกราบขอโทษลูกค้าอย่างที่เอ่ยปากไว้ เธอไม่รู้ว่าทางร้านจัดการอย่างไรแต่สองแม่ลูกคู่นั้นก็ไม่มาที่ร้านอีกและเธอไม่ถูกเรียกไปต่อว่า
“แต่ก็นะ ฉันก็มีความสุขดีกับการแอบรักเขา ถึงเขาจะเจ้าชู้ นิสัยเสียปากไม่ดี ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าก็เหอะ..”
“โอ๊ยย.. ชะนีนี่ก็แปลก เขาไม่เคยเห็นตัวอยู่ในสายตายังจะละเมอเพ้อพกคิดเป็นเรื่องเป็นราว”
“ตอนนี้แกก็เป็นชะนี แถมแกยังหลงผู้ชายมากกว่าชะนีอย่างฉันอีกนังแซมซั่น”
“ว้าย นังนี่อย่ามาเรียกแซมมี่ว่าแซมซั่นนะยะ”
แซมมี่หรือชื่อเดิม คือ แซม หรือที่เพื่อนๆ มักเรียกว่าแซมซั่น เพราะเมื่อก่อนจะแปลงเพศแซมนั้นร่างสูงใหญ่ดูแข็งแรงล่ำสันเพราะเป็นลูกครึ่งแต่ไม่รู้ว่าครึ่งประเทศอะไร เพราะแม่ของแซมเคยทำงานในร้านอาหารแห่งหนึ่งแถวพัทยาก่อนจะกลับบ้านนอกโดยมีแซมติดท้องไปด้วย แต่แซมก็เติบโตมาท่ามกลางความรักของผู้เป็นแม่และยาย
แซมเป็นเด็กดีขยันและเรียนเก่งเป็นขวัญใจของเพื่อนๆ จนเมื่อแซมคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองก็พยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองมีร่างกายอรชรอ้อนแอ้นและสวยงามอย่างหญิงสาวคนหนึ่ง วิกานดากับแซมมี่เป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เรียน ม.ปลาย ก่อนจะย้ายมาเรียนในเมืองและมาเรียนที่กรุงเทพฯ ด้วยกัน พวกเธออยู่ด้วยกันมาตลอดเหมือนเงาของกันและกันเลยทีเดียว จนเมื่อวิกานดาทำงานด้วยเรียนด้วยและแซมก็เริ่มมีงานในวงการบันเทิง แซมเปลี่ยนชื่อเป็นแซมมี่และได้เป็นนางแบบอย่างที่เคยใฝ่ฝันไว้ และก็มีแววไปได้ดีจึงย้ายไปอยู่คอนโดซึ่งอยู่ในตัวเมืองเพื่อความสะดวกในการทำงานแต่ทั้งคู่ก็จะมาเจอกันเสมอๆ ยามที่ว่างจากงานหรือเมื่อต้องการกันและกันเหมือนในตอนนี้...
“แซมมี่ฉันรักเขาอยากเป็นของเขา..” วิกานดาเขย่าแขนเพื่อนรักเบาๆ ท่าทางเหมือนเด็กอยากได้ของเล่นแล้วอ้อนจะเอา
“ว้ายนังนี่ พูดอะไรออกมา แกไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนนะ เกิดอะไรขึ้น..” แซมมี่ตกใจเพราะปกติวิกานดาจะเป็นคนสดใสร่าเริงและเรียบร้อยมากไม่เคยมีวีรกรรมโลดโผนเรื่องผู้ชาย แม้วิกานดาจะเป็นคนที่มั่นใจในตัวเอง แต่กับเรื่องผู้ชายแล้วละก็ วิกานดาแทบไม่เคยสนใจหรือวอแวกับเพศตรงข้ามในลักษณะชู้สาว ผู้ชายที่วิกานดาสนิทสนมด้วยที่สุดก็คงจะเป็น เดโช ลูกพี่ลูกน้องของวิกานดาแต่ตอนนี้เดโชแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว
“ฉันได้ข่าวว่าคุณธีร์เขาจะหมั้นกับคนที่ครอบครัวเขาหาให้ คนรวยเขาก็คงจะแต่งกับคนรวยด้วยกันให้สมหน้าสมตา ส่วนฉันก็ อกหักไง”
“แล้วยังไง..”
“ฉันอยากได้เขา..” วิกานดาพูดออกมาจากใจจริงเลยทีเดียว เธออยากเป็นของธีร์ อยากเป็นผู้หญิงของเขาก่อนที่เขาจะแต่งงาน อาจจะเป็นความคิดบ้าๆ ที่ไร้สาระ ไร้สติ ไร้ความเป็นกุลสตรี แต่เธออยากเป็นของเขาจริงๆ เป็นของผู้ชายที่เธอรัก เพียงคนเดียว..
“โอยยย อีแซมมี่จะบ้าตาย กรี๊ดดดด...” แซมมี่ทำท่าจะล้มทั้งยืนแล้วกรี๊ดออกมาจนวิกานดาตกใจ
“นังบ้า แกกรี๊ดทำไม ดีนะที่ห้องนี้มันเป็นคอนโดส่วนตัวแกเป็นห้องเก็บเสียงบ้างไม่งั้นชาวบ้านคงแตกตื่น” วิกานดาหน้าตื่นมองซ้ายมองขวาแล้วหันมาทำตาเขียวใส่เพื่อนรัก
“ก็ฉันตกใจนี่หว่าที่แกอยู่ๆ ก็อยากได้ผัวอยู่มาจนจะอายุสามสิบเพิ่งอยากมีผัว”
“ฉันเพิ่งยี่สิบหกย่ะไม่ได้แก่ขนาดนั้น ยังอยู่ในวัยเจริญพันธุ์ย่ะ”
“นี่แกพูดจริงๆ ใช่ไหมนังวิว” วิกานดาพยักหน้าเป็นคำตอบ พอเห็นแววตามุ่งมั่นของเพื่อนรักแล้วแซมมี่ก็ได้แต่ถอนใจเบาๆ
“แค่ครั้งเดียวเท่านั้น จริงๆ นะ คืนเดียวครั้งเดียว”
“โอ๊ยยย.. ไม่เคยพบไม่เจอ แล้วหลังจากนั้นล่ะแกจะทำไงต่อละยะ..” แซมมี่เท้าสะเอวมองหน้าเพื่อนรักจริงจัง
“ก็คงลาออกไปหางานใหม่ เพราะหากฉันได้นอนกับเขาแล้วคงมองหน้าเขาไม่ติดแน่ๆ เลยแก เขาอาจจะจำฉันได้และอาจจะไล่ฉันออก ฉันไม่อยากให้เขาเกลียดฉัน..” วิกานดาเสียงอ่อย
“แล้วก็ยังอยากจะทำ...” แม้จะเข้าใจอารมณ์เพื่อนรักแต่ก็อดห่วงไม่ได้
“ก็ฉันรักเขานี่ ฉันอยากเป็นของผู้ชายที่ฉันรัก ความสาวที่ฉันอุตส่าห์เก็บรักษาไว้อย่างดีจะมอบให้คุณธีร์เพียงคนเดียว” วิกานดาพูดอย่างมุ่งมั่น แซมมี่กลอกตาไปมาอย่างไม่รู้จะพูดอะไรยอมใจกับความคิดอันแสนมาดมั่นของเพื่อนรัก
“ชะนีคลั่งรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง”
“แล้วแกจะช่วยฉันมั้ย”
“ช่วยก็ได้ แต่คิดก่อนว่าจะเข้าถึงตัวเขายังไงเขาถึงจะยอมให้แกลากขึ้นเตียงโดยไม่รู้ว่าแกเป็นเด็กในร้านของเขา..”
“นั่นล่ะคือปัญหาของแก..” วิกานดายิ้มร่าด้วยความพอใจ แซมมี่ค้อนเพื่อนตาคว่ำแล้วถอนใจออกมาหนักๆ
“นังวิวเอ๊ยนังวิว หาเหาใส่หัวแท้ๆ เลยแก..”
ธีร์ยิมหวานให้หญิงสาวซึ่งเป็นคู่หมายของตน ดาด้า หรือ ดลยา เป็นหญิงสาวสวยหุ่นดี เจ้าหล่อนเป็นนักธุรกิจสาวหน้าใสเป็นเจ้าของครีมเพื่อผิวขาวยี่ห้อหนึ่งรวมไปถึงอาหารเสริมเพื่อความงามด้วยซึ่งเธอบอกเขาว่าธุรกิจนี้มาแรงมาก สาวไทยนิยมกันมากเพราะใครๆ ก็อยากสวยอยากขาว ธีร์มองว่ามันเป็นเรื่องของรสนิยมและความพึงพอใจของหญิงสาวรวมไปถึงผู้ชายบางคนด้วย บางยี่ห้อในตลาดก็เป็นของปลอมผสมสารอะไรที่มันเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค แต่ดาด้าบอกเขาว่าสินค้าของเธอเป็นสินค้าปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์ และเขาเองก็แอบตรวจสอบว่าเธอพูดจริงหรือไม่ก็พบว่าดลยาพูดความจริง จึงอดชื่นชมไม่ได้ว่าดาด้าเป็นหญิงสาวที่สวยและเก่งคนหนึ่ง เหมาะจะเป็นภรรยาของเขาในอนาคตเพราะเธอคงเชิดหน้าชูตาให้กับครอบครัวของเขาได้
เขาชอบผู้หญิงทำมาหากินและขยันขันแข็งไม่เอาแต่งอมืองอเท้าบริการผู้ชายบนเตียงแลกกับเงินเท่านั้น ดาด้าคือผู้หญิงที่มารดาของเขาแนะนำ เธอมีเชื้อสายไทยเกาหลีใต้เหมือนเขา แต่ดาด้าใบหน้าค่อนไปทางเกาหลีมากกว่าซึ่งเขาเห็นสาวๆ รวมไปถึงหนุ่มๆ สมัยนี้ชอบไปศัลยกรรมที่เกาหลีเพราะอยากสวยหล่อเหมือนดารานักร้องเกาหลี และเขาก็มองว่ามันเป็นเรื่องปกติเพราะทุกคนอยากสวยหล่อ เขาจึงไม่เคยแอนตี้เรื่องศัลยกรรม แต่ด้วยสายตาคนที่ผ่านผู้หญิงมามากธีร์รู้ว่าดาด้ามีความงามแบบธรรมชาติไม่ได้ผ่านมีดหมอ แต่การแต่งหน้า เมกอัพ เครื่องสำอางทำให้ผู้หญิงสวยได้โดยไม่ต้องศัลยกรรมด้วย
“เราไปที่ไหนกันคะวันนี้” หญิงสาวเดินมาเกาะแขนเขาอย่างสนิทสนม
“ไปที่ผับเพื่อนพี่ไหม วันนี้เห็นว่ามีเมนูใหม่จะนำเสนอ”
“ไม่ไปที่ร้านพี่ธีร์หรือคะ”
“กินอาหารที่ร้านจนเบื่อแล้ว ไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้างดีกว่าหรือดาด้าว่าไง”
“พี่ธีร์ว่ายังไงก็ว่าตามกันค่ะ ตามใจพี่ธีร์”
“จริงหรือเปล่าที่ว่าตามใจพี่..” ธีร์ทำตาพราวพรายหญิงสาวหัวเราะสดใส
“อย่ามาทำเจ้าชู้กับดาด้าเลยค่ะ พี่ธีร์สาวๆ ในสต๊อกเยอะแยะ อย่างดาด้าน่ะไม่ใช่สเป๊กหรอก”
“ก็ไม่แน่นะ สาวในสเป๊กกับแม่ของลูกมันคนละอย่างกัน..” ธีร์ว่าแล้วพาเธอไปที่รถ
“พี่ธีร์พูดเรื่องนี้ก็ดีแล้วค่ะ ดาด้ามีเรื่องจะปรึกษาพอดี..” หญิงสาวยังคงยิ้มหวานให้เขา ธีร์หันมามองสบตาแล้วยิ้มบางๆ ก่อนจะออกรถ...