“ลีนจะไปอยู่กับครอบครัวค่ะ ก็อาทิพย์ไงคะ ย่ากับอาทิพย์เลี้ยงดูลีนมาตั้งแต่พ่อแม่ตาย ย่าตายลีนก็เหลืออาทิพย์แหละค่ะเป็นครอบครัว”
“อึม...ก็ใช่นะ...แต่เขาจะช่วยเหลืออะไรหล่อนได้ล่ะ จะว่าไปตอนนี้หล่อนก็แทบจะไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับครอบครัวอาทิพย์แล้ว หล่อนจะไปอยู่กับเขา ทางครอบครัวอาทิพย์จะไม่ว่าอะไรหรือ”
“ไม่ว่าหรอกค่ะ อาทิพย์กับสามีเลี้ยงดูส่งเสียลีนมาจนเรียนจบมัธยมปลาย ครอบครัวอาทิพย์ก็เหมือนครอบครัวของลีน และตอนนี้ลีนลงทุนให้ทำฟาร์มสเตย์เพราะอยากให้ครอบครัวอาทิพย์มีรายได้มั่นคงมากขึ้น และอาเขยก็ไม่ต้องออกไปเสี่ยงภัยในทะเลอีกด้วย”
“เออ...กตัญญูรู้คุณดีนะยะ แบบนี้ละบอสชอบ แต่เรื่องฟาร์มสเตย์อะไรนั่นมันจะไปรอดหรือ" ความจริงซีต้าเคยได้ยินคัทลีนพูดถึงเหมือนกันแต่ตอนนั้นไม่ได้ใส่ใจ
“ต้องรอดสิคะ ฟาร์มสเตย์ของครอบครัวลีนจะเปิดรับนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างประเทศค่ะ เปิดกิจการก็ว่าจะบอกชวนบอสไปเที่ยวไปดูว่าเป็นอย่างไร เผื่อสนใจเข้าหุ้นด้วย" คัทลีนแกล้งยั่ว รู้ว่าซีต้าไม่สนใจธุรกิจแบบนี้
“อุ๊ย...แค่งานที่โมเดลลิ่งบอสก็แทบไม่ได้กินไม่ได้นอนแล้วย่ะ แล้วหล่อนคิดยังไง จะชิ่งหนีอาชีพนักแสดงนางแบบทำเงินทีละเป็นแสนเป็นล้านผันตัวไปเป็นเจ้าของฟาร์มขายหอย เดือนหนึ่งจะได้สักกี่พันกี่หมื่นกันเชียว หล่อนกินอะไรผิดสำแดงหรือเปล่า”
“ฟาร์มสเตย์นะคะ ไม่ใช่ฟาร์มขายหอย ฟาร์มสเตย์เป็นสถานท่องเที่ยวที่เปิดรับนักท่องเที่ยวผู้นิยมชมชอบการกินอาหารทะเลและธรรมชาติชายทะเล พักค้างคืนทำอาหารซีฟู้ดสดๆใหม่ๆกินกันเอง อย่างพวกหอยนางรมสดกินกับน้ำจิ้มรสแซ่บ แล้วก็พวก กุ้ง ปลาหมึก ปู หรือ หอย ต้มหรือปิ้งย่าง อาทิพย์ของลีนก็ทำกับข้าวอร่อยอยู่แล้วเราจึงเปิดร้านอาหารอยู่ในฟาร์มสเตย์ของเราด้วยค่ะ”
“โอย...ตาย...บอสจะบ้าตาย หล่อนคิดจะอำลาวงการเลยหรือไง ไม่ได้นะ บอสไม่ยอม" ซีต้าโบกมือใส่หน้าตัวเองทำท่าจะเป็นลม ถ้าคัทลีนจะทิ้งวงการไปก็เสียดายแทน
ความจริงเรื่องอำลาวงการเป็นเรื่องที่คัทลีนคิดอยู่แล้ว เพราะเข้าใจดีว่าอาชีพที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตาและพรสวรรค์หรือทักษะทำงานอย่างนี้ ไม่ได้เป็นอาชีพที่จะอยู่ได้อย่างถาวรทุกคน เมื่อมีวัยมากขึ้นบางคนก็อาจมีงานน้อยลงหรืออาจไม่มีเลยก็ได้
คัทลีนไม่คิดจะอยู่กับวงการบันเทิงตลอดไป จึงคิดถึงอาชีพเสริมที่จะรองรับช่วงวัยปลดละวางเอาไว้ก่อน ยิ่งมามีเรื่องราวเรื่องฉาวบั่นทอนกำลังใจอย่างนี้ ก็อยากหนีจากไปเสียเลย แต่ยังเกรงใจซีต้าที่สนับสนุนส่งเสริมให้ได้ดีมาแต่ต้นจนได้รับรางวัลดาวรุ่งขวัญใจมหาชน
“มีเรื่องเสียหายใหญ่โตขนาดนี้ก็อยากไปตอนนี้เหมือนกันค่ะ อาชีพสายนั้นไม่ต้องเจอนักข่าว ไม่ต้องตอบคำถามจิกกัดจากความคิดไม่สร้างสรรค์ของคนบางคน แล้วก็ไม่มีเรื่องอื้อฉาวให้เสื่อมเสียชื่อเสียงด้วย”
“มันก็จริงของหล่อนนะ แต่หล่อนจะไม่เสียดายหรือ หล่อนก็รู้นะยะว่างานทำเงินทำรายได้เป็นกอบเป็นกำแบบนี้ไม่ได้เปิดโอกาสรอทุกคน ใช่หล่อนคนเดียวเสียเมื่อไรที่ต้องเจอเรื่องเจอปัญหาแบบนี้ แต่ว่ากันจริงๆแล้ว จะทำงานที่ไหนก็ต้องมีเรื่องมีปัญหาเป็นอุปสรรคทั้งนั้น ที่หลีกไม่พ้นก็คือมีคนอิจฉาริษยาหรือคนใส่ร้ายป้ายสี หล่อนต้องอดทนอดกลั้นให้มากๆ ที่เป็นข่าวดังหรือกระแสแรงก็เป็นแค่ตอนแรกๆเท่านั้นละ ผ่านไปสักพักคนก็ลืม เดี๋ยวก็มีงานเข้ามาเชื่อบอสเถอะ เอ...จะว่าไปในบริษัทก็พอมีงานให้ทำนะ มาเป็นเทรนเนอร์ให้เด็กรุ่นใหม่ของบอสดีไหม”
“ขอบคุณค่ะ แต่จะมีใครยอมรับเทรนเนอร์อื้อฉาวอย่างลีนล่ะคะ ข่าวด้านลบของลีนออกมาเยอะกว่าข่าวด้านดีอย่างนี้ กลัวน้องๆจะไม่ศรัทธาค่ะ ดีไม่ดีเกิดรวมตัวกันแอนตี้ก็จะยิ่งทำให้บอสปวดหัวมากขึ้นเปล่าๆ”
“ที่อ้างโน่นอ้างนี่ก็อยากกลับบ้านละสิ แต่ยังไงก็อย่าทิ้งงานนี้นะ ไม่ใช่ว่าจะเห็นแก่รายได้อะไรหรอก แต่บอสเสียดายความสวยความสามารถของหล่อน หล่อนได้งานทำเงินดีกว่าคนอื่นมาแล้วก็ควรจะเก็บมันไว้นานๆ แต่ถ้าหล่อนจะอยู่วงการนี้ให้ยืดยาว...ต้องใช้ขันติกับสติให้มากๆ...คราวนี้ถือว่าเป็นบทเรียนก็แล้วกัน ต่อไปจะพูดจะทำอะไรก็ให้รู้จักยั้งคิดหรือคิดให้ดีๆเสียก่อน เวลามันเดินเร็วหรอกนะ เดี๋ยวมันก็ผ่านไป เชื่อบอสสิ”
ซีต้าลูบผมยาวสลวยมัดเป็นหางม้าของคนที่ตนอบรมสั่งสอนด้วยความรักเอ็นดู ยิ่งอยู่กันนานปีเขาก็ยิ่งได้เห็นสิ่งดีงามในตัวเด็กสาวคนนี้มากขึ้น นอกจากความกตัญญูรู้คุณคนความมีน้ำใจความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อผู้อื่นแล้ว คัทลีนยังเป็นเด็กสาวที่มีกิริยาวาจาดีคิดดีทำดีอยู่เสมอ เป็นคนรู้จักดีชั่วไม่ทำตัวฟุ้งเฟ้อใช้เงินฟุ่มเฟือยหรือเที่ยวสำมะเลเทเมาตามคลับบาร์แหล่งบันเทิงยามราตรี แม้จะมีชื่อเสียงโด่งดังก็ไม่ทำตัวเย่อหยิ่งกับใครๆ พลางคิดขำๆว่า...ถ้าเขาเป็นผู้ชายเต็มร้อยคงจะหลงรักเด็กสาวคนนี้ไปแล้ว...
คัทลีนเชื่อใจในความหวังดีของซีต้ามาตลอด ความสัมพันธ์ของทั้งสองเป็นเหมือนญาติมากกว่าลูกจ้างกับเจ้านาย เพราะซีต้าให้ความรักเอ็นดูเอาใจใส่ดูแลคัทลีนไม่ต่างจากน้องสาวคนหนึ่ง โดยซีต้าจะมีคำแนะนำสั่งสอนมากมายที่ช่วยให้คัทลีนที่เพิ่งอายุย่างสิบเจ็ดปีเมื่อเริ่มเข้าวงการใหม่ๆได้เดินบนถนนบันเทิงมาอย่างรอดปลอดภัยและสง่างามจนได้รับรางวัล...นักแสดงดีเด่นดาวรุ่งขวัญใจมหาชน...ในฐานะนักแสดงนางแบบที่เป็นแบบอย่างที่ดีของเยาวชนและคนทั่วไป
ซีต้าหรือสิทธาเล่าเรื่องของตัวเองให้คัทลีนฟังว่า เขามีพื้นเพมาจากลูกแม่ค้าในตลาดสดอำเภอหนึ่งในจังหวัดเดียวกับคัทลีนนั่นละ เรียนจบชั้นมัธยมปลายทางบ้านก็พามาฝากให้อยู่กับญาติเพื่อเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัย จากเด็กชายผิวขาวหน้าตาดีที่จิตใจเป็นชายไม่เต็มร้อยและวิสัยรักสวยรักงาม ซีต้าจึงพยายามขวนขวายพาตัวเองเข้าสู่วงการบันเทิงได้สำเร็จ และใช้เงินที่หาได้จากน้ำพักน้ำแรงส่งตัวเองเรียนจบปริญญาตรีโดยไม่ต้องพึ่งพาเงินทองจากทางบ้าน
หลังเรียนจบซีต้าทุ่มเทให้กับงานอย่างเต็มที่ เขาทำงานเก็บเงินอยู่สองสามปีก็ร่วมหุ้นกับเพื่อนกลุ่มเดียวกันจัดตั้งสำนักงานโมเดลลิ่ง เฟ้นหานักแสดงนางแบบรุ่นใหม่เข้าสู่วงการบันเทิง โดยอาศัยความซื่อสัตย์สุจริตเป็นบรรทัดฐานในการทำงาน และจากที่เคยต้องวิ่งหาหนุ่มสาวสวยหล่อหน้าใหม่มาทำงานในสังกัด บัดนี้กลายเป็นว่าหนุ่มหล่อสาวสวยแก่งแย่งกันเข้ามาสมัครทำงานด้วยความไว้วางใจในบริษัทเทียร่า(Tiara)โมเดลลิ่งกรุ๊ปที่หมายถึงมงกุฎหรือรัดเกล้าที่ซีต้าและเพื่อนช่วย กันสร้างขึ้นมา
ปัจจุบันบริษัทเทียร่าโมเดลลิ่งกรุ๊ปของซีต้าและเพื่อนประสบความสำเร็จเป็นที่เชื่อถือของวงการบันเทิงในระดับต้นของประเทศ โดยนักแสดงนางแบบจากสังกัดของเทียร่าโมเดลลิ่งกรุ๊ปจะถูกคัดกรองมาอย่างดีถึงดีเยี่ยม โดยมีความสวยโดดเด่นทางรูปร่างหน้าตาเป็นพื้นฐานเท่าเทียมกับความถนัดหรือความสามารถเฉพาะตัว เพราะซีต้าต้องการบุคลากรคุณภาพดีที่ไม่ต้องมาเสียเวลาปรุงแต่งเพิ่มเติมให้เปลืองเวลาและงบประมาณ บุคลากรในสังกัดจึงมีรูปร่างหน้าตาสวยเด่นเป็นธรรมชาติมากกว่าโมลเดลลิ่งอื่นๆ
คัทลีนได้เจอซีต้าตอนเรียนเพิ่งเรียนจบมัธยมปลายที่บ้านเกิดจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซีต้ากับเพื่อนสนิทกลุ่มหนึ่งขับรถแวะตลาดสดที่คัทลีนช่วยอาทิพย์เข็นรถกับข้าวมาขายทุกเช้าวันหยุดเสาร์อาทิตย์ บังเอิญเพื่อนซีต้าคนหนึ่งมีญาติ เป็นเพื่อนบ้านใกล้เคียงรู้จักกับอาสาวของคัทลีนจึงแวะมาอุดหนุนซื้อกับข้าวกลับไปหลายอย่าง
วันรุ่งขึ้น เพื่อนบ้านที่รู้จักอาทิพย์ของคัทลีนมานาน พาคณะของซีต้ามาที่บ้านและบอกว่าเห็นแววดาวรุ่งจากตัวคัทลีน คะยั้นคะยอขอ อาทิพย์ให้หลานสาวเข้าเป็นนักแสดงนางแบบในสังกัดบริษัทเทียร่าโมเดลลิ่งกรุ๊ปโดยรับรองว่าจะส่งเสริมให้เจริญรุ่งเรืองทั้งการงานและการเรียน
อาทิพย์กับสามีเห็นว่าเป็นโอกาสดีของหลานสาวกำพร้าถ้าคัทลีนชอบก็อนุญาต คัทลีนโดนลูกยุของธัญญาลูกสาวของอาที่ตื่นเต้นว่าคัทลีนจะได้เป็นดารานางแบบและแรงสนับสนุนจากคำพูดของทุกคนในคณะของซีต้าที่อธิบายชี้แจงให้เห็นว่างานที่คัทลีนจะได้ทำสามารถทำรายได้ให้มากมายและจะทำให้คัทลีนมีอนาคตที่ดีและมีเงินช่วยเหลือครอบครัวให้ฐานะมั่นคงมากขึ้นคัทลีนจึงตกลงใจ
ความเป็นคนรอบคอบและความเป็นห่วงหลานสาวกลัวถูกหลอกลวงของอาทิพย์จึงขอติดตามเข้ากรุงเทพฯมากับคัทลีนพร้อมธัญญาลูกสาว พักอยู่สองสัปดาห์เห็นว่าทางซีต้าพูดจริงทำจริง โดยพาคัทลีนไปพูดคุยกับผู้สนับสนุนทั้งทางช่องทีวีและผู้จัดละครหลายค่าย เมื่อแน่ใจว่าหลานสาวจะได้ทำงานหลังจากเข้าคลาส(Class)เรียนการแสดงการเดินแบบก็วางใจกลับบ้านไป
คัทลีนเองเมื่อเข้าคลาสอบรมฝึกฝนการแสดงการเดินแบบก็สนุกและชอบ ปลาบปลื้มใจที่ตนมีพรสวรรค์และใช้ทักษะในการเรียนรู้ได้ดีจนได้รับคำชมมากมายจากบรรดาครูอาจารย์ผู้แนะนำสั่งสอนในคลาสเรียนทุกคน ซีต้าจึงมักจะพูดอยู่เสมอว่าคัทลีนเกิดมาเพื่องานนี้ เพราะมีพรสวรรค์และทักษะด้านการแสดงและเดินแบบมากกว่าคนอื่น
ปีแรกซีต้ารับงานโฆษณาและงานเดินแบบให้คัทลีนบ้าง แต่งานโฆษณาสินค้าตัวแรกก็โด่งดังจนทำให้คัทลีนเป็นที่น่าสนใจแก่บรรดาเจ้าของโฆษณาจนทำให้งานโฆษณาสินค้าอื่นๆหลั่งไหลเข้ามาไม่ขาดสาย ปีที่สองจึงรับงานการแสดงให้บ้างเป็นการชิมลาง แต่เวลาคัดเลือกตัวแสดงเข้าจริงๆ คัทลีนกลับถูกเลือกให้รับบทนางร้าย จากบทนางร้ายรุ่นลูกในปีแรกของการแสดงปีต่อมาคัทลีนก็ได้รับบทนางร้ายเต็มตัว โดยผู้จัดทุกรายพูดตรงกันว่า...คัทลีนเป็นคนมีทรวดทรงสมส่วนสะสวยเย้ายวนตา ผิวขาวนวลผ่อง ใบหน้าสวยหวานคมเข้ม ดวงตากลมโตเป็นจุดเด่น เหมาะที่จะรับบทนางร้ายมากกว่านางเอก...
แม้คัทลีนจะไม่ได้รับบทนางเอกเหมือนสาวสวยคนอื่น แต่คัทลีนกลับได้รับบทบาทการแสดงดีเด่นเทียบเท่าบทนางเอกทุกเรื่อง และได้รับความนิยมชมชอบจากผู้ชมละครไม่น้อยกว่านางเอกเลยทีเดียว แฟนคลับของคัทลีนเพิ่มมากขึ้นเป็นทวีคูณจากละครทีวีเรื่องแรกที่คัทลีนต้องรับบทนางเอกที่ถูกวิญญาณนางร้ายเข้าสิง ซึ่งคัทลีนแสดงได้ดีเยี่ยมทั้งสองบทจนทำให้ละครโด่งดังเป็นอย่างมาก
ละครเรื่องนี้ทำให้คัทลีนได้รับการกล่าวขวัญชื่นชมจากผู้ดูละครทั้งประเทศ และมีชื่อเสียงโด่งดังมากกว่าที่เล่นละครเป็นนางร้ายมาหลายเรื่องจากที่เคยมีงานอีเว้นท์หรืองานโชว์ตัวมากอยู่แล้วก็หลั่งไหลเข้ามาเป็นเท่าตัว เพราะทางต้นสังกัดไม่อยากปฏิเสธให้ลูกค้าต้องเสียน้ำใจ ปีนี้จึงทำให้คัทลีนมีรายได้เป็นเงินนับสิบล้าน
การออกงานอีเว้นท์ตามห้างสรรพสินค้าในกรุงหรือต่างจังหวัดของ คัทลีน มีแฟนคลับติดตามและประชาชนมาคอยชมกันล้นหลามจนได้ฉายาจากสื่อมวลชนว่า...นางร้ายห้างระเบิด...และจากละครดังเรื่องนี้ ทำให้คัทลีนได้รับรางวัลนักแสดงดีเด่นดาวรุ่งขวัญใจมหาชนและรางวัลนักแสดงนำหญิงดีเด่นของปี
จากที่เคยถ่ายละครจบเรื่องแล้วได้พักเดือนหนึ่ง เมื่อได้รับรางวัลดาวรุ่งขวัญใจมหาชนคัทลีนแทบไม่มีเวลาหยุดพักเลย เพราะต้องรับงานถ่ายโฆษณาถ่ายแบบงานเดินแบบและงานอื่นๆแทบทุกวัน แต่งานจะมากขนาดไหน ซีต้าที่รับปากจะสนับสนุนคัทลีนทั้งด้านการงานและการเรียน ก็พิถีพิถันเรื่องวันเวลารับงานเป็นอย่างมาก เพราะเป็นปีสุดท้ายที่คัทลีนจะเรียนจบ
อีกหกเดือนต่อมาคัทลีนก็ได้สร้างทั้งความอัศจรรย์ใจและความภาคภูมิใจให้แก่ทุกคน โดยเฉพาะคนในครอบครัวและตัวซีต้าเจ้าของเทียร่าโมลเดลลิ่งกรุ๊ป เมื่อทำผลการเรียนดีเด่นระดับเกียรตินิยมอันดับสองของคณะการันตีความภาคเพียรอุตสาหะในการเรียนปริญญา
นอกจากนี้อุปนิสัยสงบเสงี่ยมเจียมตัว ความอ่อนน้อมถ่อมตนและมีสัมมาคารวะของคัทลีน เป็นเสน่ห์ให้ผู้คนรอบข้างหรือผู้ร่วมงานทุกฝ่ายนิยมชมชอบ ทั้งผู้ใหญ่ผู้จัดและเจ้าของผลิตภัณฑ์ทุกประเภทได้มอบงานดีๆให้ไม่ขาดสาย ต่างจากนางร้ายรุ่นพี่อย่างนีน่าหรือนิลุบลในสังกัดเดียวกันที่งานน้อยลงทุกวัน
หลายครั้งที่ผู้จัดละครหรือเจ้าของผลิตภัณฑ์โฆษณามาขอเปลี่ยนตัวกับต้นสังกัดให้คัทลีนแสดงหรือถ่ายโฆษณาแทนนางร้ายรุ่นพี่ ทำให้นีน่าโกรธแค้นริษยาและคอยหาโอกาสกลั่นแกล้งคัทลีนต่างๆนานาจนเป็นที่เอือมระอาของต้นสังกัดและผู้จ้างงานทุกบริษัท