ตอน 2

ในรัชศกอวิ๋นไท่เปียวปีที่สิบสอง แคว้นต้าอวี่ตกอยู่ในสภาวะสงคราม ข้าวยากหมากแพง ขุนนางฉ้อราษฎร์บังหลวง เชื้อพระวงศ์แบ่งพรรคแบ่งฝ่าย ฮ่องเต้ลุ่มหลงมัวเมาสุรานารี ทั่วทั้งเมืองเต็มไปด้วยโจรร้ายออกปล้นทรัพย์ หัวเมืองเหนือถูกฮ่องเต้เซียนเป่ยที่นำทัพด้วยตนเองตีจนแตกพ่าย กองทัพอันยิ่งใหญ่เคลื่อนตัวประชิดเมืองหลวง ฮวิ๋นลี่เปียวฮ่องเต้ของต้าอวี่ ตกพระทัยจนตาเหลือกค้างคาอกของสนมนางใน หลังตั้งสติขึ้นได้ก็รีบเรียกตัวเหล่าองค์ชายและขุนนางเข้าหารือที่ห้องทรงพระอักษรกลางดึก ถกเถียงกันไปจนกระทั่งได้ข้อสรุปว่า ต้าอวี่ต้องขอสงบศึก ยกดินแดนทางเหนือให้เซียนเป่ย พร้อมทั้งจะส่งเครื่องราชบรรณาการ และส่งองค์ชายอวิ๋นหรงหยาง ผู้เป็นหลานชาย ไปเป็นตัวประกันที่เซียนเป่ย ศึกครั้งนั้นจึงนับว่าจบลงอย่างเฉียดฉิว

หลังจากวันที่ต้าอวี่ส่งองค์ชายอวิ๋นหรงหยางมาที่เซียนเป่ยก็นับว่าผ่านมาสามปีแล้ว สามปีที่คนเหล่านั้น แลกความสุขสบายของตนเอง ด้วยชีวิตขององค์ชายในอดีตฮ่องเต้อย่างเขาอวิ๋นหรงหยาง

ชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายอยู่บนตั่ง ในห้วงความฝันหมุนเปลี่ยนเหมือนดังโคมม้าวิ่ง ภาพสุดท้ายที่เสด็จแม่มากอดเขาร่ำไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด พระนางขอติดตามเขามายังเซียนเป่ยด้วย แต่มีหรือที่ฮ่องเต้ชั่วนั่นจะยินยอม ก็ที่เขายังมีชีวิตอยู่มิใช่เพราะโจรชั่วหลงรักพี่สะใภ้ตนเอง จนต้องกักขังนางเขาไว้ในตำหนักในหรอกหรือ และองค์ชายที่สมควรตายเช่นเขาอยู่รอดปลอดภัย ล้วนใช้เลือดเนื้อของเสด็จแม่เข้าแลก ความแค้นที่ยิ่งใหญ่นี้ผลักดันให้เขามีชีวิตอยู่ต่อไป อยู่เพื่อวันหนึ่งมือคู่นี้จะได้สังหารโจรชั่วผู้นั้นด้วยตนเอง

ดวงตาคมค่อย ๆ ฝืนปรือตาขึ้น ทว่าเปลือกตาอันหนักอึ้งก็ทำให้เขาหลับตาลงไปอีกครั้ง

“ฟื้นแล้วหรือ ฟื้นแล้วก็ลุกมาดื่มยาเสียหน่อย ไม่เช่นนั้นเจ้าไม่คิดว่าจะผิดต่อความเมตตาที่ข้าช่วยเอาไว้หรอกหรือ” อวิ๋นหรงหยางลืมตาตื่นขึ้นทันทีที่ได้ยินน้ำเสียงอ่อนหวานทว่าติดจะห้วนไปสักหน่อยปลุกให้ตื่นจากภวังค์ นั่นสินะ เขาถึงกับลืมเลือนไปเสียได้ บัดนี้แผงอกเขาสัมผัสได้ถึงที่นอนอันนุ่มสบาย มิใช่ผ้ายัดฟางที่เคยนอนเหมือนเช่นเดิม ก่อนหน้านั้นเขาถึงกลับกล้าปล่อยให้ตนเองหมดสติไปจริง ๆ เสียได้ การเผอเรอเช่นนี้ เป็นจุดเริ่มต้นแห่งความตาย

“อึก! กระหม่อมขอบพระทัยองค์หญิงที่ทรงยื่นมือเข้าช่วย กระหม่อมจะลุกเดี๋ยวนี้พ่ะย่ะค่ะ ทำผ้าปูเตียงตำหนักพระองค์เปรอะเปื้อนแล้ว”

“อย่าได้ใส่ใจ องค์ชายอวิ๋นไม่ต้องรีบร้อนค่อย ๆ ลุก ท่านยังบาดเจ็บไม่จำเป็นต้องฝืนตนเอง และอย่าได้ถือสากับคำพูดของโฮ่วทู่เลย น้องสาวข้าผู้นี้พูดจาเช่นนี้เอง ทว่าความจริงจิตใจนางดียิ่ง” อวิ๋นหรงหยางถูกประคองขึ้น นางกำนันส่งถ้วยยาให้ เขารับมาถือเอาไว้ กลิ่นฉุนโชยเข้าจมูก เขาจ้องมองน้ำสีดำด้วยดวงตานิ่งเฉย

สองพี่น้องฝาแฝดจ้องมองคนบนตั่ง สายตาของทั้งคู่ถึงแม้จะไม่ได้แสดงท่าทีใดออกไป แต่กระนั้นก็อวิ๋นหรงหยางก็รับรู้ว่า กำลังถูกหยั่งเชิง เขารีบยกชามยาขึ้นดื่มทีเดียวจนหมดถ้วย จากนั้นก็วางเอาไว้ในถาดให้นางกำนัลเอาออกไป องค์หญิงลูน่าโฮ่วทู่ส่งน้ำตาลก้อนไปตรงหน้า อวิ๋นหรงหยางชะงักนิ่งก่อนจะเชยตาขึ้นมองพลางส่งยิ้มออกไป

“ขอบพระทัยองหญิงลูน่าพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมไม่ชอบรสหวาน”

“มีคนไม่ชอบรสหวานด้วยหรือ ข้าว่าเจ้าน่าจะชอบนะ ถึงจะหวานเพียงนิด ถึงจะช่วยลดความขมทั้งชีวิตของเจ้าไม่ได้ แต่ก็ยังดีกว่าที่จะไม่ได้ลิ้มรสเลยมิใช่หรือ รสชาติหวานน่ะต้องค่อย ๆ กินถึงจะสุขใจ” ก้อนน้ำตาลขนาดเล็กถูกยัดมือของอีกฝ่าย

“จะกินหรือไม่ อยู่ที่องค์ชายจะเลือก ข้ากับน้องสาวมีน้ำตาลมอบให้ท่าน หากท่านไม่อยากกินก็ทิ้งมันไปเสีย และเดินออกจากตำหนักนี้ไปได้ทุกเมื่อ”

อวิ๋นหรงหยางจ้องมองน้ำตาลก้อนเล็กในมือตนเอง ความร้อนจากฝ่ามือ ทำให้น้ำตาลละลายลงไปบ้างแล้ว ดวงตาคมพลันแววโรจน์ขึ้น เหตุใดเขาจะไม่เข้าใจถึงความนัยที่องค์ชายฝาแฝดผู้นี้เอ่ย คนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขา นอกจากเสด็จแม่แล้ว ล้วนไม่มีเลยสักคน ไม่ว่าจะด้วยความตั้งใจก็ดี หรือหลอกใช้ก็ช่าง อวิ๋นหรงหยางรับเอาไว้แล้ว บุญคุณในวันนี้ เขาย่อมจดจำใส่ใจไม่มีวันลืม

ชายหนุ่มยกฝ่ามือขึ้นช้า ๆ อ้าปากงับก้อนน้ำตาลในฝ่ามือ เพียงคำแรกที่ปลายลิ้นสัมผัสก้อนเล็ก ๆ นั้น ความหวานก็แผ่กระจายไปทั่วทั้งโพรงปาก แทรกซึมสู่กลางใจ เขาหลับตาลงช้า ๆ เพื่อซึมซับความหวานล้ำนั้นในฝังลึกลงไปสู่เลือดเนื้อและแก่นกระดูก เพียงครู่เดียวก็เงยหน้าขึ้นมา จ้องมองไปที่สองพี่น้องฝาแฝด พลันคุกเข่าลงไปที่พื้น

“หรงหยางยินดีทำตามพระบัญชาพ่ะย่ะค่ะ” องค์ชายลูน่าโฮ่วยี่ผู้เป็นพี่ชายค้อมตัวลงไปประคององค์ชายต่างแคว้นขึ้นมา ตบฝ่ามือไปที่ต้นแขนเบา ๆ

“องค์ชายเลือกได้ดี ข้าให้สัญญาต่อจากนี้ จะไม่มีผู้ใดรังแกเจ้าได้ จงติดตามน้องสาวข้าให้ดี นางมีชีวิตที่ดีหนึ่งวัน ท่านก็ย่อมมีชีวิตต่อไปเช่นกัน” เขาไม่ได้ถามว่าเพราะเหตุใดจึงให้เขาติดตามองค์หญิงลูน่าโฮ่วทู่ คาดว่าองค์ชายลู่น่าโฮ่วยี่ก็ย่อมมีความจำเป็นของตนเอง ทุกคนล้วนมีความจำเป็นของตนเองทั้งนั้น ไยต้องถามให้มากความ เพียงมีชีวิตอยู่ต่อไป เพื่อรอวันนั้นไม่ดีกว่าหรือ

“เจ้าหิวแล้วกระมัง ข้าให้นางกำนัลยกอาหารเข้ามาให้ เสด็จพี่ของข้าบอกเช่นไร เจ้าก็ทำไปตามนั้น พวกเราพี่น้องจะปกป้องเจ้าเอง”

“ขอบพระทัยองค์ชายโฮ่วยี่และองค์หญิงโฮ่วทู่พ่ะย่ะค่ะ”

สองพี่น้องลูน่าเดินออกไปจากห้องแล้ว นางกำนัลก็ยกอาหารเข้ามาในห้อง อาหารการกินที่เป็นอาหารจริง ๆ มิใช่อาหารหมูเหมือนที่เคยกินก่อนหน้านั้น อวิ๋นหรงหยางก้าวขาแข็งทื่อเดินไปนั่งที่โต๊ะกลางห้อง นางกำนัลคีบกับข้าวใส่ถ้วย ปรนนิบัติเขาเหมือนเช่นในอดีต อดีตที่เขายังเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์ ในครั้งที่เสด็จพ่อยังไม่สวรรคต และเสด็จแม่ก็ยังเป็นฮองเฮาสตรีที่ยิ่งใหญ่ มิใช่นางบำเรอของฮ่องเต้ชั่วอย่างทุกวันนี้ น้องชายสามีที่หลงรักพี่สะใภ้ สังหารพี่ชายแย่งชิงทั้งบัลลังก์และภรรยา คนเช่นนี้หากเขาไม่ฆ่ามันด้วยมือตนเอง เขาจะมีหน้าไปพบเจอเสด็จพ่อได้อย่างไร

ในเมื่อวันนี้สองพี่น้องส่งถ่านกลางหิมะยื่นความช่วยเหลือมาให้ ต่อให้ปลายทางจะเป็นนรกขุมสุดท้าย เขาก็ยินดีจะกระโดดลงไป

“น้ำใจครั้งนี้หรงหยางรับเอาไว้แล้ว”

************************

ตอน 3

สองพี่น้องฝาแฝดเดินออกมาข้างนอกห้อง ลูน่าโฮ่วทู่นั่งลงไปที่เก้าอี้ รินชาใส่จอกส่งให้เสด็จพี่ของตนเอง ก่อนจะรินให้ตนเองบ้าง

“เสด็จพี่แน่ใจหรือว่า อวิ๋นหรงหยางผู้นั้นจะเป็นหมากที่ดี ข้าว่าเขาอ่อนแอไปสักหน่อย”

“ผิดแล้วโฮ่วทู่น้องพี่ องค์ชายเชลยผู้นี้มิได้อ่อนแอแม้แต่น้อย ข้ากลับมองว่าเขาเป็นผู้ที่แข็งแกร่งอย่างหาผู้ใดเทียบมิได้เชียวล่ะ” ลูน่าโฮ่วทู่มองรอยยิ้มที่มุมปากของพี่ชายฝาแฝดตนเอง ก็ขมวดคิ้วขึ้น ดูเหมือนเสด็จพี่จะเชื่อมั่นในตัวขององค์ชายต่ำต้อยผู้นั้นยิ่งนัก เสด็จพี่เชื่อทว่านางไม่เชื่อ

“หากแข็งแกร่งจริงจะปล่อยให้ตนเองถูกทำร้ายอยู่ทุกวันได้อย่างไร หากเป็นข้าผู้ใดรังแกข้า ข้าจะตอบโต้กลับคืนเป็นเท่าตัว” แน่นอนว่าองค์หญิงเช่นนางทำได้ ทว่าเชลยอย่างอวิ๋นหรงหยางมิอาจทำได้

“เช่นนั้นเจ้าก็คอยดูต่อไปเถิด มิใช่ว่าเจ้าช่วยเหลือคนมาแล้วหรอกหรือ ยังมีเวลาให้เจ้าพิสูจน์อีกมากมายนัก หากเป็นหมากดีเราก็เก็บเอาไว้ หากมิใช่ก็ทิ้งไปเสีย” ในเมื่อช่วยมาแล้ว จะบอกว่าทิ้งก็ทิ้งได้อย่างไร นั่นคนทั้งคนมิใช่ลูกหมาลูกแมวเสียหน่อย ลู่น่าโฮ่วทู่แย้งอยู่ในใจ

“นั่นเพราะท่านมักจะเอ่ยถึงบ่อย ๆ อีกอย่าง ข้าเองก็รังเกียจองค์ชายสามโฮ่วหนานนัก หึ! คิดว่ามารดาเป็นที่โปรดปรานของเสด็จพ่อแล้วอย่างไร ก็เป็นได้เพียงนางสนมต่ำต้อยเท่านั้น”

“โฮ่วทู่ หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง จะพูดสิ่งใดระวังวาจาเอาไว้บ้าง บัดนี้ตระกูลของเสด็จแม่ถูกเสด็จพ่อกดต่ำลงเรื่อย ๆ แล้ว เจ้าอย่าได้สร้างเรื่องให้ท่านตาต้องลำบากอีก”

“ก็เพราะยกตระกูลนังจิ้งจอกซางกวนเมี่ยวขึ้นมาแทนมิใช่หรือ หึ!” มือเรียวกระแทกจอกชาลงบนโต๊ะ เศษกระเบื้องบาดมือจนเลือดไหลออกมา ยิ่งคิดถึงการกระทำของเสด็จพ่อ ลูน่าโฮ่วทู่ก็ยิ่งแค้นเคือง เสร็จนาฆ่าโคถึก เสร็จศึกฆ่าขุนพล [ พอเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ทำร้ายบุคคลสำคัญที่เคยช่วยเหลืองานของตน[1] ผู้มีส่วนสำคัญถูกกำจัดออกเมื่อหมดผลประโยชน์

] หากมิใช่ท่านลุงใหญ่ ยกทัพไปพร้อมเสด็จพ่อ จะยึดเมืองเหนือต้าอวี่ได้หรือ ข้ารังเกียจการกระทำเช่นคนขี้ขลาดเช่นนี้นัก” ลูน่าโฮ่วยี่ถอนหายใจพลางส่ายหน้า ความหวาดระแวงของฮ่องเต้มิใช่เพิ่งมี ยิ่งอยู่เหนือผู้คนมากเพียงใด ความหวาดระแวงก็ยิ่งมากขึ้นตามมา

อย่าว่าแต่ลูน่าไทซงฮ่องเต้จะระแวงญาติฝ่ายฮองเฮาเลย แม้แต่พระโอรสเช่นองค์ชายรองลูน่าโฮ่วยี่ที่เกิดจากครรภ์ของฮองเฮา ก็ระแวงและป้องกันอย่างแน่นหนา ก็ดูจากที่ยกองค์ชายใหญ่โฮ่วนั่วพระโอรสที่เกิดจากสนมเอกซางกวนเมี่ยว ขึ้นมากดหัวองค์ชายรองทุกเรื่องนั่นอย่างไรเล่า

แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พี่น้องฝาแฝดคู่นี้ หาทางป้องกันเอาไว้ก่อนหรือ ราชวงศ์เซียนเป่ยมิได้สืบทอดบัลลังก์จากลำดับเช่นเดียวกับราชวงศ์ต้าอวี่ ถึงแม้วัฒนธรรมหลาย ๆ อย่างของทั้งสองแคว้นจะคล้ายคลึงกัน ทว่ากษัตริย์แห่งทุ่งหญ้าจะส่งมอบบัลลังก์ให้กับพระโอรสที่แข็งแกร่ง แต่กระนั้นเหล่าขุนนางเก่าแก่ก็ยังคงยึดตามหลักจารีตเดิม รัชทายาทสมควรจะมาจากพระมารดาของแผ่นดินเท่านั้น เพราะอย่างนั้น องค์ชายทั้งหลาย ทั้งสายตรงและสายรองต่างก็ขับเคี่ยวกันอย่างลับ ๆ และโจ่งแจ้ง ยิ่งเหล่าองค์ชายสู้รบกันเองมากเท่าไร ลูน่าไทซงฮ่องเต้ก็ยิ่งสบายพระทัยมากเท่านั้น

“เอาเถอะไม่พูดเรื่องนี้แล้ว ถึงอย่างไรความโปรดปรานที่เสด็จพ่อมีให้พระธิดาอย่างเจ้าก็เป็นเรื่องจริง เจ้าควรจะยึดเอาไว้ให้มั่น ส่วนองค์ชายเชลยผู้นั้น เจ้าจะรับไว้ก็ดี ไม่รับไว้ก็แล้วแต่เจ้าจะตัดสินใจ”

“เหตุใดเสด็จพี่ไม่พาตัวเขากลับตำหนักไปด้วยเล่า” ถึงแม้นางจะเป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วย ทว่าก็ทำไปเพราะทนเห็นโฮ่วหนานรังแกคนไม่ได้ แต่นางมิได้ใส่ใจคิดจะเลี้ยงดูอีกฝ่ายแม้แต่น้อย นางไม่ชอบคนอ่อนแอ บุรุษที่แข็งแกร่งเท่านั้นที่มีชีวิตที่ดีได้ องค์ชายโฮ่วยี่ได้ยินคำพูดของน้องสาวก็ส่ายหน้า

“ทำเช่นนั้นไม่ได้ แค่นี้เสด็จพ่อยังระแวงข้าไม่มากพออีกหรือ หากข้านำตัวองค์ชายเชลยกลับไปเพื่อช่วยเหลือ มิใช่เพื่อกลั่นแกล้ง แสดงพ่อย่อมต้องคิดว่าข้ากับเขาร่วมมือกัน มีเพียงอยู่กับเจ้าเท่านั้นเขาจะปลอดภัย”

“ได้! เช่นนั้นข้าจะรับเอาไว้”

“ดี เจ้ารีบไปทำแผลที่มือเถิด เลือดออกเยอะมากแล้ว” ลูน่าโฮ่วทู่มองฝ่ามือที่โลหิตไหลออกมา จากนั้นก็เบ้ปากยักไหล่ขึ้น แผลเล็กน้อยไกลหัวใจนัก

กำลังจะยกมือขึ้นเลีย ก็พลันได้ยินเสียบางอย่างด้านหลังเสียก่อน นางรีบหันกลับไปมอง ก็เห็นองค์ชายเชลยกำลังเดินออกมา โดยมีนางกำนัลเดินตามมาติด ๆ

องค์หญิงสามโฮ่วทู่มองร่างผอมบาง ทว่าแผ่นหลังเหยียดตรง ใบหน้าหล่อเหลามีเพียงความเฉยชา ก็พลันถอนหายใจออกมา เสด็จพี่กล่าวไว้ว่า ให้เขาดูแลนางให้ดี นางมีชีวิตที่ดีหนึ่งวัน เขาก็จะมีชีวิตอยู่ต่อหนึ่งวันเช่นกัน แต่ดูจากรูปร่างแล้ว เพียงแค่ถูกผลักทีเดียวก็คงล้มลงไปแล้ว จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนมาปกป้องนางกัน

“เหตุใดเจ้าไม่นอนพักในห้อง หรือว่ายังขาดเหลือสิ่งใด แจ้งกับอาจูไปหามาให้ นางเป็นคนของข้า ข้ามอบหมายให้นางดูแลเจ้า”

“ขอบพระทัยองค์หญิงโฮ่วทู่ กระหม่อมไม่ขาดสิ่งใด เท่านี้ก็รบกวนมากแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ดวงตาคมหลุบต่ำลง ในห้องที่องค์หญิงสามจัดเตรียมให้เขาดีห้องพักหลังคอกแพะเสียอีก ห้องนั้นมีเพียงหลังคาหลบแดด ทว่ามิได้มีผนังบังลมบังฝนได้ อาหารที่กินแต่ละมื้อมีเพียงเศษผักเท่านั้น และยิ่งไม่ได้ดีไปกว่าตำหนักเย็นที่เขาเคยอยู่ในแคว้นต้าอวี่

อวิ๋นหรงหยางนึกถึงตำหนักที่ต้าอวี่ ฮ่องเต้ชั่วตั้งใจจะแก้แค้นเสด็จพ่อผ่านทางเขา ดังนั้นตำหนักที่เขาอาศัยอยู่จึงมีเพียงเรือนพัง ๆ หลังหนึ่ง ถ่านไม้มิเคยได้ส่งเข้ามา ในเรือนหนาวเย็นยิ่งกว่าภูเขาน้ำแข็ง อาหารการกินก็ต่ำต้อยยิ่งกว่าขันทีในวัง เทียบกับที่นี่แล้ว ห้องที่องค์หญิงสามจัดให้ดีเสียยิ่งกว่านัก ในขณะที่ความคิดกำลังจมดิ่งถึงอดีต ทว่าหยดเลือดที่พื้นก็เรียกสติให้ชายหนุ่มกลับคืนมา

“องค์หญิงมือพระองค์บาดเจ็บหรือพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมขอดูได้หรือไม่” ลู่น่าโฮ่วทู่ไม่คิดว่าอวิ๋นหรงหยางจะสังเกตเห็นบาดแผลตนเอง นางยักไหล่ขึ้น แต่ก็ยอมยื่นมือไปตรงหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่สนใจ

อวิ๋นหรงหยางกล่าวขออภัยที่ล่วงเกิน ก่อนจะประคองมือเล็ก ๆ นั้นถึงมา เขาใช้ปลายเล็บค่อย ๆ ดึงเอาเศษกระเบื้องออกมาอย่างตั้งใจ เขาเอ่ยปากสั่งอาจูนางกำนัลด้านหลัง โดยที่ไม่ได้หันไปมองเลยแม้แต่น้อย

“อาจูเจ้าไปหยิบเครื่องมือทำแผลมาให้ข้า ขอสุราฤทธิ์แรงมาให้ข้าด้วยหนึ่งกา”

“เจ้าจะดื่มสุราหรือ บาดแผลที่หลังเจ้ายังไม่หาย ไม่สมควรดื่ม” ถึงกลับกล้าขอสุรายามนี้ ดูท่าองค์ชายลูกแกะจะโง่เขลาเสียจริง เสด็จพี่ของนางคิดผิดเสียแล้ว

“หามิได้พ่ะย่ะค่ะ สุราเอามาล้างแผลให้พระองค์ กระหม่อมต้องดึงเศษกระเบื้องออกมาให้หมด ไม่เช่นนั้นมือนี้จะอักเสบเป็นหนองได้” ทว่าคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้นางทั้งตกใจและแปลกใจ

“เจ้าถึงกับเป็นหมอด้วยหรือ” อวิ๋นหรงหยางส่ายหน้า ริมฝีปากประดับไปด้วยรอยยิ้ม แก้มด้านขวากดลึกเป็นรอยบุ๋มยิ่งขับเน้นให้ใบหน้าองค์ชายเชลยดูทั้งหล่อเหลา และงดงามราวกับเทพเซียน

“บาดเจ็บบ่อยก็รักษาเองเป็นแล้วพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงไปนั่งก่อนดีหรือไม่” ลูน่าโฮ่วทู่พยักหน้าเดินนำไปนั่งลงบนเก้าอี้

อาจูไปไม่นานก็นำเอาอุปกรณ์ทำแผลมาวางไว้ให้ และถอยไปยืนข้างผนังราวกับเครื่องประดับชิ้นหนึ่ง

“อาจจะแสบเล็กน้อย”

“ทำไปเถิดแผลเล็กน้อยนับว่าเป็นอะไรได้”

“ถึงอย่างไรพระองค์ก็เป็นสตรี สตรีใดบ้างอยากมีรอบแผลบนร่างกายเล่าพ่ะย่ะค่ะ” ลูน่าโฮ่วทูเกร็งตัวขึ้น แต่กระนั้นก็รีบกลบเกลื่อนไปอย่างรวดเร็ว

หญิงสาวทุ่งหญ้ามิได้ทำจากกระเบื้องเคลือบ ต่อให้บาดเจ็บมากกว่านี้ ก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่อันใด ทว่าองค์ชายลูกแกะทำราวกับนางคือหยกบอบบางชิ้นหนึ่ง ในใจก็เกิดระลอกคลื่นลูกเล็กๆ ขึ้นมาก ทว่าเพียงลมหายใจหนึ่งคลื่นนั้นก็สลายไป

************************

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED