ตอน 1

สวัสดีนักอ่านทุกคนนะคะ เดือนสิงหาคมณิการ์มาพร้อมกับนิยายเรื่องใหม่แล้วนะคะ ฝากนักอ่านด้วยนะคะกับนิยายเรื่อง “อุ้มรักหมอเถื่อน” หมอคนนี้เถื่อนและหื่นจัด หื่นสุดเลยค่ะ หมอต่อ หรือหมอภพธรจะมาหื่นกับมานิดาผู้โชคดี ที่เจอหมอหล่อใจดีอย่างเขาค่ะ เขาเป็นคนชัดเจนในเรื่องความหื่น เป็นคนขยันเอาการเอางาน ขยันทำงาน โดยเฉพาะงานบนเตียง เขาถนัดใช้เครื่องมือแพทย์ แอบสงสารมานิดาที่ต้องมาเจอศึกหนักแบบนี้ โดนหมอเอาเปรียบ บังคับข่มเหงบนเตียงตลอด

ฝากนักอ่านมาลุ้นเป็นกำลังใจให้มานิดาด้วยนะคะ ว่าจะจัดการกับหมอต่อจอมหื่นของเรายังไงดี มานิดาเป็นหญิงที่โชคร้ายหรือจะโชคดีที่ได้มาเจอหมอต่อ เพราะความรักแม่ ความกตุญญูต่อแม่ จึงทำให้เธอเลือกเส้นทางนี้ เธอทำได้ทุกอย่างเพื่อยื้อชีวิตแม่ ส่วนอีกคนก็ทำได้ทุกอย่างเพื่อรักษาสมบัติของตัวเองไม่ให้ตกไปเป็นของใคร เขาทำงานหนักมาหลายปีแล้วอยู่ๆ พ่อก็ต้องบอกว่าจะยกให้คนอื่นถ้าเขาไม่มีลูก ใช่พ่อของเขาอยากอุ้มหลาน แต่เขาไม่ต้องการ ผู้ชายที่รักสนุกอย่างหมอต่อเนี่ยเหรอจะเป็นพ่อคนได้ จะมีลูกได้ แต่นั้นแหละทุกอย่างก็เปลี่ยนไปได้เมื่อมาเจอกับมานิดาคนสวย ที่ถูกใจตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้าเธอ

เขาจึงเอาเปรียบมานิดาจากความกตัญญูของเธอ เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ต้องการ และสิ่งที่เขาต้องการคือสองเต้าอวบอูม เอวเล็กคอด และปากจิ้มลิ้มของหล่อนที่น่าคลอเคลียดูดคลึงลิ้นเล่นเป็นไหนๆ

หวังว่าหมอต่อจะทำให้นักอ่านทุกคนยิ้มขำและฟินได้นะคะ หมอต่อผู้ขยันใช้เครื่องมือแพทย์ส่วนตัว หรือจะเรียกว่าหมอเถื่อนก็ได้ค่ะ เถื่อนและไร้จรรยาบรรณกับมานิดาคนเดียว ทำกับเธอคนเดียว เพราะใจของเขาเผลอรักผู้หญิงคนนี้ไปเสียแล้วทั้งใจ

ฝากติดตามและสนับสนุนด้วยนะคะ

คิดหื่นเชิญเสพ

ณิการ์(ยักษ์)

ตอน 2

“ไอ้ต่อ ปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว” เสียงเหี้ยมเอ่ยถามลูกชายคนเดียวขณะวนมือไปมาบนปากแก้วบรั่นดี วันนี้ภวัตไปงานเลี้ยงรุ่นมา แล้วก็โดนเพื่อนๆ ทุกคนพูดเยาะเย้ย เขาจึงกลับมาตั้งแต่บ่าย และพอมาถึงบ้านก็โทรเร่งลูกชายให้รีบกลับมาบ้านทันที เพราะเขามีเรื่องบังคับลูกชาย จากที่คิดมาดีแล้วว่าปีนี้ต้องมีหลานเหมือนเพื่อนๆ รุ่นเดียวกันให้ได้

“สามสิบเอ็ดครับพ่อปีนี้”

“อะวุ! มึงแก่แล้วไอ้ต่อ”

“พ่อก็แก่เหมือนกันนั่นแหละ ปีนี้หกสิบแล้วไม่ใช่เหรอ ดื่มให้มันน้อยๆ หน่อย เที่ยวอ่างก็เพลาๆ ลงบ้าง อายุไม่ใช่น้อยๆ แล้วอย่าซ่ามากนักพ่อ”

ภพธร เกริกฤทธิ์ หรือหมอต่อ ที่ใครๆ เขาเรียกกัน หรือไอ้ต่อของพ่อภวัตนั่นเอง ชายหนุ่มเป็นถึงเวชศาสตร์การเจริญพันธุ์มือหนึ่งของโรงพยาบาล ที่ตอนนี้เขานั่งเป็นผู้บริหารอยู่ เขารับช่วงบริหารโรงพยาบาลของครอบครัวต่อมาจากผู้เป็นพ่อ ที่นั่งดื่มไม่ดูวัยข้างๆ ตนเอง พ่อของเขายกทุกอย่างให้เขาทันทีที่เขากลับมาจากเรียนต่อที่อเมริกา โดยไม่มีเหตุผล หรือมีก็ได้ คือพ่อของเขาอยากเที่ยว อยากใช้ชีวิตหนุ่มโสดลูกติดให้คุ้มค่า พ่อของเขาเป็นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ไม่เหมือนใคร ท่านเลี้ยงหมอหนุ่มให้โตมากับอาบอบนวด นางงามตู้กระจกพวกนี้ แม่ของเขาน่ะเหรอ ท่านกับพ่อหย่ากันเพราะทนความเจ้าชู้ของพ่อไม่ไหว และตอนนี้แม่ก็แต่งงานใหม่อยู่กินกับสามีใหม่ที่สเปน มีลูกใหม่สองคน ชื่อไมเคิลกับเชลีน ส่วนเขาอยู่กับพ่อ ซึ่งพ่อเลี้ยงเขามากับมือ บ้างก็ให้สาวๆ ของพ่อมาช่วยเลี้ยงบ้าง ตอนนี้เขากับพ่อถอดแบบกันมาเป๊ะๆ นิสัย หน้าตาก็ราวกับแฝด ผิดแต่อายุที่ต่างกัน

“มึงควรมีลูกได้แล้วไอ้ต่อ ควรหาสะใภ้สวยๆ มาให้พ่อเชยชม เอ้ย! ชื่นชม” ภวัตขยับตัวเล็กน้อยพร้อมยกขาไขว่ห้าง

“ไม่เอาหรอก มีเมียก็ต้องนอนกับเมียคนเดียว ซ้ำซากจำเจ อาหารจานเดิมๆ ผมไม่ชอบ พ่อก็รู้”

“มึงนี่เหมือนพ่อจริงๆ ว่ะ แต่พ่ออยากมีหลาน อยากอุ้มหลาน ใจคอจะไม่ให้พ่อได้เห็นหน้าหลานก่อนตายรึไงไอ้ต่อ”

“พ่ออยากมีหลาน ผมมีให้ได้ไม่ใช่ปัญหา แต่ผมไม่แต่งงาน ไม่มีเมียเด็ดขาด”

“แล้วมึงจะทำยังไง”

“พ่อ...ผมเป็นหมอนะพ่อ เป็นถึงเวชศาสตร์เจริญพันธุ์มือหนึ่งของโรงพยาบาลเลยนะครับ ใครๆ ก็ต่างมาให้ผมทำลูกให้ มีลูกยาก ลูกไม่ติดก็คิดถึงไอ้หมอต่อคนนี้ กับแค่ลูกตัวเอง ทำไมผมจะทำไม่ได้”

ภพธรกับพ่อสนิทสนมกันมากคำพูดคำจาเลยเหมือนกับเป็นเพื่อนต่างวัยกันมากกว่าจะเป็นพ่อลูก ก็นะ พวกเขามีกันแค่สองคน เวลาพ่อของเขาไปไหนหรือไปเที่ยวไหนก็มักจะหอบหิ้วเขาไปด้วย ตั้งแต่แปดขวบที่พ่อของเขาพาไปเที่ยวอาบอบนวด ไปให้สาวๆ ของพ่อแทะโลมเขาตั้งแต่เด็ก และเขาก็ชอบพี่สาวใจดีพวกนั้น เพราะแต่ละคนเต้าโตๆ ทั้งนั้น เขาชอบไป เมื่อโตมาเขาเลยเดินตามรอยของพ่อ และทุกวันนี้ก็ไปเที่ยวกับพ่อเป็นประจำ ไม่ไปกับเพื่อนก็ไปกับพ่อ แต่จะบ่อยคือไปกับพ่อบังเกิดเกล้าของเขานั่นเอง

“แล้วทำได้ไหมล่ะ ปีนี้พ่อต้องได้อุ้มหลานนะไอ้ต่อ ถ้าไม่ได้ ทุกอย่างที่พ่อยกให้มึงตอนนี้ พ่อจะยึดคืนแล้วยกให้การกุศลหมดเลย”

“พ่อเอาจริง”

“เอาจริงสิวะ อายุพ่อก็ไม่ใช่น้อยแล้ว ถึงจะเที่ยวเด็กๆ เอ๊าะๆ แต่พ่อก็อยากกลับมาบ้านมีหลานให้หยอกให้อุ้มให้สปอยเหมือนเพื่อนรุ่นเดียวกันบ้าง”

“พ่อ...แล้วใครจะเลี้ยง ผมไม่มีเวลามาเลี้ยงลูกหรอกนะ ผมต้องทำงาน พ่อก็เที่ยววันเว้นวันแบบนี้”

“ก็จ้างพี่เลี้ยงมาสิวะ เรามีเงิน”

“พ่อไม่เห็นในข่าวเหรอ พี่เลี้ยงเด็กตีเด็กจนตาย พ่ออยากให้หลานพ่อถูกตีเหรอ”

“แสดงว่ามึงจะมีหลานให้พ่อใช่ไหมที่พูดแบบนี้”

“แน่นอน และสมบัติทุกอย่างก็ต้องเป็นของผมเหมือนเดิม ผมไม่ยอมให้ทุกอย่างตกไปเป็นของการกุศลหรอก”

“ดีมากไอ้ลูกชาย ปีนี้นะ พ่อต้องการหลานปีนี้ พ่อก็อยากรู้เหมือนกันว่าหมอมีฝีมืออย่างมึงจะเก่งแค่ไหนกัน”

“เก่งอยู่แล้วพ่อ ขนาดอยู่ต่างประเทศยังตามมาให้ผมช่วยเลย และผมก็ช่วยแค่ครั้งเดียว พวกเขาก็มีลูกแล้ว จากที่ไปหาหมอมาหลายที่ก็ไม่ติดลูก พอมาหาผมติดลูกทันทีเลย ถ้าระดับมือหมอต่อแล้วพ่อสบายใจได้”

“แล้วมึงจะทำยังไงไอ้ต่อ”

“เดี๋ยวนี้เขามีอาชีพอุ้มบุญ ผมก็แค่หาคนมาอุ้มบุญ สมัยนี้คู่สามีภรรยาที่มีลูกยากก็เลือกวิธีนี้กันทั้งนั้น”

“แล้วจะไปหาจากไหนไอ้ต่อ”

“เดี๋ยวผมให้เว็บไซต์ประกาศหา แล้วเข้ามาให้ผมดูตัว ผมจะคัดเอง คนจะมาอุ้มท้องลูกผม ผมต้องคัดเอง ว่าแต่พ่อเอาจริงเหรอหลานน่ะ” ภพธรถามย้ำพ่ออีกครั้ง เพราะยังไม่อยากเชื่อว่าเขาต้องทำแบบนี้จริงๆ เหรอ

“มึงคิดว่าพ่อพูดเล่นรึไงไอ้ต่อ”

“โอเค ภายในปีนี้ใช่ไหมครับ”

“ใช่ ถ้าปีนี้มึงยังไม่มีลูกมาให้พ่อ มึงจะหมดเนื้อหมดตัว ทุกอย่างกูจะยึดคืน”

“พ่อจะใจร้ายกับผมไม่ได้นะ”

“กูพูดจริง”

“พ่อเรียกผมกลับมาบ้านบอกว่าอยากดื่มด้วย คือพ่อต้องการจะพูดเรื่องนี้กับผมเหรอ” เขากลอกตาถามพ่อ ที่วันนี้โทรเร่งตามเขากลับมาตั้งแต่บ่ายโมง ทั้งๆ ที่ตอนนั้นเขายังติดผู้ป่วยอยู่

“เออ! ก็วันนี้กูไปงานเลี้ยงรุ่นใช่ไหมไอ้ต่อ แล้วเพื่อนๆ พ่อก็พาหลานไปด้วย ซึ่งทุกคนก็ถามพ่อของมึงว่ากูมีหลานรึยัง กูไม่อยากให้พวกมันถามบ่อย เพราะปีก่อนๆ ก็ถามแต่เรื่องนี้ ฉะนั้นปีนี้พ่อขอหลาน ขอแค่หลานจริงๆ พ่ออยากมีหลาน”

“พ่ออยากมีหลานน่ะ ผมเข้าใจ แต่พ่อดูผมด้วยว่าจะเป็นพ่อที่ดีได้ไหม แล้วพ่อก็จะเป็นปู่ที่ดีเป็นต้นแบบที่ดีของหลานได้ไหม”

“ได้สิ ถ้าเป็นผู้ชายก็เลี้ยงแบบมึงไงไอ้ต่อ โตในอ่าง โตมากับนางงามตู้กระจก พ่อก็ยังไม่เห็นมึงมีปัญหาอะไร มึงโตมาเลยชอบติดอ่าง”

“พ่อเคยซีเรียสจริงๆ บ้างไหม”

“ก็ตอนนี้กูก็ซีเรียสป่ะ สรุปง่ายๆ สั้นๆ ปีนี้มึงต้องมีหลานให้พ่อนะไอ้ต่อ ชายหญิงก็ได้ ผู้หญิงก็ดีเหมือนกัน โตมาต้องสวยแน่ๆ เพราะปู่กับพ่อมันหน้าตาดี ไปล่ะ พ่อนัดเด็กๆ ของพ่อไว้ คืนนี้จะบริหารเอวสักหน่อย” พูดจบก็ลุกขึ้นล้วงกระเป๋าเดินออกไปจากบาร์ของบ้านทันที

“พ่อ...”

“ให้เวลาปีนี้เท่านั้นไอ้ลูกชาย”

ภวัตโบกมือบอกลูกชายขณะเดินออกไป ส่วนภพธรผู้ต้องแบกรับความหวังของพ่อ และเขารู้ว่าพ่อพูดจริง ถึงพ่อจะพูดเหมือนไม่จริงจัง แต่ท่านทำจริงทุกอย่าง ให้ตายสิ เขาต้องหาคนมาอุ้มบุญลูกของเขา ว่าแล้วก็โทรหาเลขาส่วนตัวทันทีให้ประกาศรับสมัครคนอุ้มบุญ และให้ผู้สมัครมาสมัครด้วยตัวเองที่โรงพยาบาลเกริกฤทธิ์ เขาจะคัดเลือกเองว่าใครเหมาะสม และผู้หญิงที่จะมาควรตรวจร่างกายมาแบบละเอียด รวมถึงตรวจเลือดมาด้วย

หลังเรียนจบตั้งใจจะหางานทำเพื่อตอบแทนแม่ที่เลี้ยงดูและส่งเสียให้เรียนจนจบปริญญา แต่ผ่านมาสองเดือนกว่าแล้วยังหางานทำไม่ได้เลย หญิงสาวเรียนจบสาขาบัญชี สมัยนี้ยุคนี้งานหายาก แถมข้าวของก็แพง เธอเครียดมาก แล้วก็ยิ่งมาเครียดเมื่ออยู่ดีๆ แม่ก็ล้มแล้วพาไปโรงพยาบาลหมอบอกว่าเส้นเลือดในสมองแตกต้องรีบผ่าตัดด่วน และต้องใช้เงินห้าแสนในการผ่าตัด เธอจะไปเอาที่ไหนมาให้ จะไปหามาจากไหน สองมือกุมขมับแล้วก็ค้นหางานทำในอินเทอร์เน็ตต่อไป แล้วก็มาสะดุดตากับอาชีพอุ้มบุญ และมีคนกำลังต้องการ พร้อมจ่ายให้ทันทีห้าแสนบาท ถ้าผ่านเกณฑ์ เธอรีบจดที่อยู่ของที่ไปสมัครทันที และที่ที่ไปสมัครก็คือโรงพยาบาลที่แม่เธอรักษาตัวอยู่ ตอนนี้งานอะไรก็ได้ทั้งนั้นขอแค่ให้ได้เงินมาผ่าตัดแม่ มานิดา กิ่งหยก หรือนิดา วัย 22 ปี นิสิตนักศึกษาที่เพิ่งจบใหม่ยิ้มอย่างมีหวังเมื่อเห็นค่าตอบแทนในการอุ้มบุญครั้งนี้

“แม่จ๋า...แม่ต้องได้ผ่าตัด แม่เนียนต้องหาย” เธอพึมพำกับตัวเองแล้วลุกขึ้นเดินไปอาบน้ำเพื่อแต่งตัวจะไปตรวจร่างกายแล้วไปสมัครอุ้มบุญ เธอไม่รู้หรอกว่าตัวเองจะได้รึเปล่า คุณสมบัติเธอจะผ่านรึเปล่า แต่มันคือทางเดียวที่จะได้เงินมารักษาแม่ของเธอ

หมอหนุ่มนั่งหน้าตึงอยู่ในห้องทำงานชั้นบนสุดของโรงพยาบาล จะหนึ่งอาทิตย์แล้วก็ยังไม่มีคนที่มีคุณสมบัติตามที่เขาต้องการมาสมัครสักคน จนเขาเริ่มเหนื่อยและไม่อยากใช้วิธีนี้แล้ว แต่แล้วก็มีเสียงเคาะประตูหน้าห้องดังขึ้น เขาจึงอนุญาต แล้วประตูห้องก็เปิดกว้างออก

ทันทีที่ประตูเปิดออกและหญิงสาวร่างเล็กเพรียวระหงปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าทำให้คนที่นั่งเอนหลังอยู่ถึงกับนั่งตัวตรง เขามองหญิงสาวที่เดินเข้ามาหา ในมือถือซองเอกสาร สะพายกระเป๋าใบเล็กน่ารัก เธอมาในชุดกางเกงยีนส์ขาเดฟรัดรูป เสื้อยืดเอวลอยเล็กที่อวดทรวดทรงองเอวให้เห็นชัดตาจนหมอหนุ่มต้องกลืนน้ำลายเหนียวๆ ลงคอ

อืม!

“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาสมัครอุ้มบุญ” ทันทีที่เดินมาถึงหน้าโต๊ะทำงาน เธอก็เอ่ยสวัสดีคนตรงหน้าทันที แม้จะรู้สึกประหม่าอายสายตาที่จ้องมอง แต่มานิดาก็ต้องทำใจดีสู้

น้ำเสียงที่เอ่ยลอดจากริมฝีปากอวบอิ่มชมพูระเรื่อทำให้ภพธรเคลิบเคลิ้มราวกับต้องมนตร์สะกดก็มิปาน

“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาสมัครอุ้มบุญ” เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเอาแต่จ้องมองตัวเองไม่ยอมพูดอะไรสักที เธอจึงเอ่ยทักทายอีกฝ่ายอีกครั้ง

“ครับ เชิญนั่งครับ ว่าแต่ตรวจร่างกายมารึยังครับ และแนะนำตัว อายุ ได้เลยครับ”

มานิดาเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของชายหนุ่มที่ทำให้เธอใจสั่นเต้นแรงตั้งแต่แรกที่ได้สบตาตอนเดินเข้ามา เมื่อนั่งลงแล้วก็ยื่นซองเอกสารผลตรวจร่างกาย ผลตรวจเลือดตัวเองให้ชายหนุ่มดู

“ดิฉันชื่อมานิดา กิ่งหยก อายุยี่สิบสองปีค่ะ”

ภพธรฟังหญิงสาวเอ่ยแนะนำตัวเพลินและดูผลตรวจร่างกายที่หญิงสาวส่งมาให้ ทุกอย่างดีหมด หน้าตาก็สวย หุ่นก็ดี อกอวบอูมน่าจะคัพดี แม้จะมองด้วยสายตา แต่เขามั่นใจว่ามันคัพดี

“คุณยังไม่เคยแต่งงานและมีลูก ผมต้องการคนที่มีประสบการณ์” เขาบอกเธอเมื่อดูผลตรวจร่างกาย ผลตรวจเลือดของหญิงสาวและประวัติครอบครัวที่เธอแนบมาด้วย เมื่ออ่านจบก็วางลง

“ค่ะ ดิฉันยังไม่เคยมีลูก ดิฉันยังไม่แต่งงาน”

“แล้วทำไมถึงอยากอุ้มบุญล่ะ”

“คือฉันร้อนเงินค่ะ ฉันต้องการเงินไปผ่าตัดแม่”

“ผมชอบความกตัญญูของคุณนะคุณมานิดา ผมหมอภพธร หรือเรียกหมอต่อก็ได้”

เขาแนะนำตัวเองเมื่อตอนนี้เจอแล้วแม่ของลูก เจอแล้วคนที่จะมาอุ้มท้องลูกของเขา และแน่นอนว่าเขาไม่มีทางใช้วิชาแพทย์แน่นอน เขาอยากใช้วิธีธรรมชาติกับร่างเล็กน่าปรารถนาตรงหน้า ยิ่งได้มองยิ่งร้อนรุ่ม ยิ่งปากน้อยที่อวบอิ่มของเธอกำลังแย้มยิ้มส่งมาให้ยิ่งน่ากัดเม้มหยอกเย้า

“คะ...มานิดาผ่านแล้วเหรอคะ”

“ครับ ว่าแต่คุณพร้อมรึยัง”

“พร้อมค่ะ แต่ว่าฉันขอเงินก่อนได้ไหมคะ ฉันต้องไปจ่ายค่าผ่าตัดของแม่ ถ้าไม่จ่ายเงิน หมอจะไม่ผ่าตัดให้แม่มานิดา” เธอบอกเขา

“ได้สิ แต่ก่อนอื่นเซ็นสัญญากันก่อน” พูดจบเขาก็เปิดลิ้นชักนำซองเอกสารสัญญาที่เขาทำขึ้นเองมาส่งให้หญิงสาวเซ็น

มานิดารับสัญญาจากมือของชายหนุ่มมาแล้วก็ไล่สายตาอ่านคร่าวๆ ก่อนจะหยิบปากกาที่เขาวางไว้ให้มาเซ็นอย่างไม่คิดอะไร เพราะตอนนี้เธอห่วงคนเป็นแม่ ถ้าขืนรอนานกว่านี้แม่ของเธอไม่รอดแน่

“ทำไมคุณไม่อ่านให้ละเอียดก่อนเซ็น คุณต้องย้ายไปอยู่บ้านของผมระหว่างที่อุ้มท้องลูกของผม”

“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ ถ้าเรียบร้อยแล้วจ่ายเงินให้มานิดาก่อนด้วยค่ะ”

“เรียบร้อยครับ แม่คุณรักษาตัวที่โรงพยาบาลไหน”

ถามอย่างอยากรู้เมื่อเห็นมานิดาเซ็นสัญญาอุ้มบุญเรียบร้อยแล้ว ในสัญญานั้นลูกเป็นสิทธิ์ของเขาคนเดียว และถ้ามีอะไรนอกเหนือจากนี้ ผู้ทำสัญญาสามารถเพิ่มเติมข้อตกลงเองได้เรื่อยๆ ตามความเหมาะสม มุมปากหนาของภพธรหยักยิ้ม เมื่อตอนนี้แม่สาวน้อยหน้าหวานทรวงคัพดีนั้นไม่รอบคอบ ฉะนั้นเขามีสิทธิ์เพิ่มเติมในสัญญาได้

“โรงพยาบาลนี้ค่ะ แม่ของฉันรักษาอยู่โรงพยาบาลของคุณ” เธอบอกเขา

“ไม่มีปัญหาเดี๋ยวผมจัดการให้ เรื่องผ่าตัดและเรื่องห้องพัก ผมจะให้แม่คุณได้อยู่ห้องพิเศษหลังผ่าตัดเสร็จ เรื่องค่าใช้จ่ายผมจ่ายให้คุณเองมานิดา” หน้าก็สวย ชื่อก็เพราะ เสียงก็หวาน ทำไมผู้หญิงคนนี้ถึงทำให้เขาอยากครอบครองตั้งแต่แรกเห็นแบบนี้นะ

“ค่ะ งั้นมานิดาขอตัวนะคะคุณหมอ”

“หมอต่อ เรียกผมหมอต่อ เพราะเราต้องอยู่ด้วยกันอีกนานมานิดา”

“ค่ะหมอต่อ มานิดาขอตัวกลับก่อนนะคะ”

“อือ...จะไปไหนล่ะ ผ่านงานแล้วนะ คุณยังไม่พร้อมเหรอ ผมต้องการจะมีลูกให้เร็วที่สุดนะ”

“แต่แม่ของมานิดายังไม่ได้ผ่าตัดเลยนะคะ”

“หมอจัดการให้ แม่มานิดาชื่ออะไร”

“เนียน กิ่งหยกค่ะ”

“โอเค นั่งรอผมโทรสั่งหมอผ่าตัดก่อน ว่าแต่แม่คุณเป็นอะไรมา”

“เส้นเลือดในสมองแตกค่ะ”

“อือ” เขาพยักหน้ารับแล้วกดต่อสายหาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญให้เตรียมการผ่าตัดให้นางเนียน กิ่งหยก แม่ของมานิดาทันที และเรื่องค่ารักษาทุกอย่างให้มาเก็บได้ที่เขา ทุกอย่างสำหรับนางเนียน กิ่งหยก เขาจะเป็นคนจ่ายให้เอง พร้อมกับกำชับให้ทุกคนดูแลแม่ของมานิดาเป็นอย่างดี

“เรียบร้อย ไปกันเถอะมานิดา” เมื่อสั่งการผ่าตัดแม่ของมานิดาแล้ว เขาก็ลุกขึ้นเดินมาคว้าข้อมือเล็กของคนที่นั่งอยู่แล้วฉุดดึงให้ลุกขึ้น

“หมอปล่อยค่ะ”

“ปล่อยได้ยังไง ถ้าปล่อยจะท้องได้ยังไง ไปกันเถอะ กลับบ้านกัน ฉันต้องทำให้มานิดาท้องให้เร็วที่สุด”

“เดี๋ยวค่ะ ไปบ้านทำไม ทำไมไม่ทำที่โรงพยาบาลคะ มานิดารู้มาว่าการที่จะ...” ยังพูดไม่ทันจบความ เสียงทุ้มก็ดังแทรกขึ้นมาก่อน

“อือ...ที่บ้านเครื่องมือฉันครบกว่า และเครื่องมือของฉันก็ดีกว่าที่โรงพยาบาลเยอะมานิดา ไปกัน” พูดจบก็ฉุดดึงคนตัวเล็กลากเดินตามตัวเองออกไปอย่างใจร้อน ส่วนคนที่ถูกฉุดลากเดินตามไปนั้นก็ได้แต่มองซ้ายมองขวาด้วยความมึนงง และก็ยิ่งอายเมื่อทุกคนมองมาทางเธอและชายหนุ่มตลอดทางที่เดินไปยังลิฟต์

“หมอต่อปล่อยมือมานิดาก่อนค่ะ”

“ให้ฉันจับแบบนี้แหละดีแล้ว” เขาบอกเธอเมื่อเดินมาถึงหน้าลิฟต์โดยสารเฉพาะผู้บริหารอย่างเขาเท่านั้น ที่โดยสารลิฟต์ตัวนี้ได้ มือใหญ่จึงยกขึ้นกดลิฟต์

“แต่ว่ามันไม่เหมาะสมค่ะ หมอต่อเป็นเจ้านาย มานิดาเป็นลูกจ้าง อีกอย่างหมอไม่ควรทำแบบนี้กับฉันค่ะ” เธอบิดข้อมือตัวเองออกจากอุ้งมือใหญ่

“ก็ได้ๆ แต่ตอนนี้เราต้องกลับบ้านก่อน เครื่องมือทำลูกของฉันมันกำลังร้อน” แล้วก็ก้าวเท้าเดินเข้าไปในลิฟต์แล้วพยักหน้าให้คนตัวเล็กเดินตามเข้าไปพร้อมกับกดปิดประตูลิฟต์แล้วเลือกชั้นจอดรถของตัวเอง

เมื่อเข้ามาในลิฟต์แล้ว มานิดาก็ขมวดคิ้วขบคิดตามคำพูดของหมอด้วยความงุนงง เมื่อคำพูดของเขาก่อนหน้านี้ทำให้เธอรู้สึกแปลกๆ และสังหรณ์ใจหวิวๆ ในอก แต่ก็สลัดความคิดนั้นทิ้งไปเมื่อคิดว่าตอนนี้แม่ของตัวเองได้รับการผ่าตัดแล้ว ขอแค่แม่ของเธอรอดปลอดภัย เธอยอมทำได้ทุกอย่าง บ้านของเธอไม่ได้ร่ำรวยอะไร เธออยู่กับแม่สองคน แม่ของเธอทำกับข้าวขายที่ตลาดส่งเธอเรียน และโชคดีที่ว่ามีบ้านเป็นของตัวเอง แต่ก็หลังไม่ใหญ่ เป็นบ้านหลังเล็กๆ น่าอยู่เหมาะสำหรับเธอและแม่ พ่อของมานิดาจากไปตั้งแต่เธออายุได้ 15 ปีแล้ว หญิงสาวจึงอยู่กับแม่เพียงสองคน แม่คือทุกอย่างสำหรับเธอ และเธอก็คือทุกอย่างสำหรับแม่เช่นกัน

ตอน 3

กว่าจะมาถึงบ้าน ภพธรแทบอยากแวะข้างทางตลอดการเดินทาง เขาอยากแวะคอนโด แต่ก็อยากพามานิดามาดูบ้านของตัวเองด้วย เพราะหล่อนต้องย้ายเข้ามาอยู่จนกว่าจะท้องและคลอด จะพาไปห้องพักสำหรับแพทย์ก็ไม่ได้ เพราะเวลานี้คงเป็นเวลาพักผ่อนของหมอหลายคน เขาจึงไม่อยากไปทำเสียงดังรบกวนคนอื่น แม้จะเป็นห้องเก็บเสียง แต่ว่าเสียงของเขาเวลามีอารมณ์มันไม่ได้เบา

พอมาถึงบ้านก็ดับเครื่องยนต์แล้วลงไปเปิดประตูรถให้คนที่นั่งอึนมาตลอดทางลงมาจากรถ แล้วกระชากฉุดสาวเจ้าลงมาอย่างใจร้อน แต่ยังไม่ทันได้เดินไป รถของพ่อของเขาก็แล่นเข้ามาจอดเทียบข้างๆ จนเขาต้องมองไปยังรถของพ่อ แล้วก็เห็นท่านเดินลงมาจากรถ

“จะรีบไปไหนของมึงไอ้ต่อ”

“พ่อ...ไหนว่าจะพาสาวๆ ไปภูเก็ตไงครับ” เขาถามพ่อของเขาพร้อมกับปล่อยมือเล็กของมานิดาที่ตัวเองจับอยู่

“ก็ว่าจะไปนั่นแหละ แต่พอดีน้องๆ หนูๆ ติดสอบวันนี้ เลยไม่ได้ไป ว่าแต่มึงพาใครมาด้วยไอ้ลูกชาย เด็กใหม่เหรอวะ” ชายที่ไม่ยอมแก่ตามวัยเดินมาเดินวนรอบสำรวจสาวน้อยหน้าสวยหวานอย่างละเอียดพร้อมมองสลับกับหน้าลูกชายที่มองมาด้วยสายตาบอกว่าคนนี้พ่อห้ามยุ่ง...ของผม

“ปกติไม่เคยเห็นพาอีหนูที่ไหนมาบ้าน คนนี้พิเศษเหรอวะไอ้ต่อ”

“พ่อ...พูดแบบนี้เด็กก็เสียหายพอดี นี่คนจะมาอุ้มท้องหลานของพ่อนะ”

“อ้อ...คนที่จะมาอุ้มบุญหลานพ่อเหรอ แล้วมึงพามาทำไมที่บ้าน ทำไมไม่อยู่ที่โรงพยาบาล” ถามลูกชายทั้งๆ ที่รู้อยู่แล้วว่าลูกชายคิดอะไร

“ก็ที่โรงพยาบาลเครื่องมือไม่ครบเท่าอยู่บ้าน”

“เดี๋ยวนะไอ้ต่อ ที่บ้านมีเครื่องมือแพทย์ด้วยเหรอวะ”

กลอกตาถามลูกชาย ก่อนจะหันมาส่งยิ้มเอ็นดูให้เด็กสาว ภวัตไม่ได้มีจิตพิศวาสคนที่ลูกพามา ยอมรับว่าเด็กนี่หน้าตาสวยและหุ่นสวย แต่ก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกอยากได้หรือตื่นเต้นเหมือนสาวๆ ในเลาจน์ที่ไปประจำ แต่กลับรู้สึกถูกชะตาเอ็นดูหนูน้อยคนนี้มากกว่า

“สวัสดีหนู ฉันเป็นพ่อของหมอต่อนะ”

“สวัสดีค่ะ หนูชื่อมานิดาค่ะ” มานิดายกมือไหว้คนที่เอ่ยทักตัวเองพร้อมกับก้มหน้ามองมือตัวเองที่ประสานกันอยู่หน้าท้อง

“พ่อจะไปไหนก็ไปเถอะ เดี๋ยวผมต้องพามานิดาไปทำลูก จะเอาไหมหลานน่ะ” ภพธรเดินมาคว้าข้อมือเล็กมากุมไว้

“มึงจะรีบไปไหน หลานน่ะ พ่อก็อยากได้ แต่มึงดูรีบแปลกๆ นะไอ้ต่อ”

“โธ่...พ่อ จะชวนคุยอีกนานไหม เครื่องมือลูกจะระเบิดแล้วนะ แค่ขับรถมาเนี่ยก็นานมากแล้ว รถก็ติด”

“แล้วทำไมไม่พาไปห้องพักหมอที่โรงพยาบาลหรือคอนโดมึงวะไอ้ลูกเวร”

“ก็...เถอะน่า...ไปแล้ว พูดกับพ่อแล้วเสียเวลา” พูดจบภพธรก็ฉุดดึงคนที่ยืนงงๆ ข้างๆ เข้าไปในบ้านทันที มานิดายังคงไม่เข้าใจว่าสองพ่อลูกพูดคุยอะไรกัน แม้จะพยายามบิดข้อมือออกจากมือใหญ่ แต่ก็ไม่เป็นผล เขากำมือเธอแน่นเหลือเกิน

“เหมือนจะไม่ได้แค่หลาน แต่จะมีลูกสะใภ้วะงานนี้ ไอ้ต่อมึงรีบแปลกๆ แถมพามาบ้าน อุวะ! เตรียมรับขวัญลูกสะใภ้และหลานทีเดียวเลยกู” แล้วคนที่แก่แต่อายุก็เดินยิ้มเข้าไปในบ้านตามลูกชายที่เห็นแต่หลังไวๆ ขึ้นไปยังชั้นสองของบ้าน

พอขึ้นมายังชั้นสอง ภพธรก็พาคนตัวเล็กที่ฉุดกระชากบังคับขึ้นมาให้ตามตัวเองเข้าไปในห้องนอนส่วนตัวทันที พอเข้ามาในห้องเขาก็ไม่รอช้าที่จะรุกเร้าหญิงสาว จนเธอต้องรีบถอยหนีไปในห้องเมื่ออยู่ๆ คนที่พาขึ้นมาก็ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขาออกพร้อมกับพับแขนเสื้อขึ้น เธอมองออกว่าตอนนี้มันจะเกิดอะไรขึ้น

“มะ...หมอต่อจะทำอะไรคะ ไหนบอกว่าเครื่องมือแพทย์ที่นี่มี”

“ก็นี่ไง เครื่องมือแพทย์ของฉัน” เขาพูดแล้วชี้มาที่เป้ากางเกงของตัวเอง

“ฮะ! ว่าไงนะคะ หมอต่อบ้าไปรึเปล่า มานิดาจะมาอุ้มบุญ ต้องทำ...”

“ไม่บ้าหรอก ตอนแรกก็คิดว่าจะใช้วิธีทางวิทยาศาสตร์ แต่คิดไปคิดมาทำวิธีธรรมชาติดีกว่าติดลูกไวดีว่าไหม” เขาพูดพร้อมกับเดินต้อนหญิงสาว

“มะ...ไม่นะคะ หมอต่อ...มานิดาไม่ได้ต้องการแบบนี้ มานิดามาอุ้มท้องลูกของหมอก็จริง แต่ไม่ได้จะยอมให้หมอทำแบบนี้ด้วย”

“ชูว์...พูดแบบนี้ก็ไม่ถูกนะ ตอนเซ็นสัญญาไม่อ่านให้ดีเอง” เขายกมือปิดปากเล็กแล้วก็ผลักเธอล้มลงบนเตียงเมื่อตอนนี้เธอถอยไปชนขอบเตียง

ว้าย!

เมื่อล้มลงไปบนเตียง มานิดาก็รีบพลิกตัวหนีคนที่โถมตัวลงมาหาทันที

“หมอต่อ...หมอต่อจะทำแบบนี้ไม่ได้นะ” เธอพลิกตัวหลบคนตัวโตได้ทัน

“ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะ ฉันว่ามันเหมาะสุดแล้ว ตอนนี้ เวลานี้ ชักช้าแล้วเราจะมีลูกกันได้ยังไงมานิดา”

เขานอนตะแคงมองคนที่พลิกตัวหนีตัวเองไปแล้วก็ยิ้มขำเอ็นดู นี่เธอกลัวเขาจริงๆ เหรอ เขาออกจะหล่อ เครื่องเคราดีทุกอย่าง เครื่องมือการแพทย์ส่วนตัวก็ออกจะโตและยาว แถมอึดอีกต่างหาก อยากให้ลอง อยากให้แม่สาวน้อยข้างๆ ลองจริงๆ มือใหญ่ยกขึ้นหมายจะจับแก้มนวล แต่แล้วก็ต้องสบถออกมาเมื่อเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น

อุวะ!

ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

มานิดารีบลุกขึ้นทันทีเมื่อเสียงระฆังช่วยชีวิตมา

“จะไปไหนมานิดา”

“เปิดประตูห้องค่ะ”

“ไม่ต้อง หมอต่อเปิดเอง ใครวะ กล้ามารบกวนตอนที่เครื่องมือแพทย์จะทำงาน” เขาพึมพำกับตัวเองแล้วลุกขึ้นสาวเท้ายาวๆ ไปยังประตูห้อง พอเปิดออกมาจะต่อว่าสักหน่อยก็เห็นหน้าพ่อบังเกิดเกล้ายิ้มแฉ่งอยู่หน้าห้อง

“พ่อ”

“เออ! พ่อเอง พาแม่ของหลานพ่อเข้ามาบ้านแทนที่จะหาน้ำหาท่ามาต้อนรับแขกให้ดีๆ แล้วนี่ทำอะไรเนี่ยไอ้ต่อ ใส่เสื้อให้เรียบร้อย หนูมานิดาไปข้างล่างกันเถอะ ฉันจะพาไปเดินชมสวนข้างบ้าน และเดินดูรอบๆ บ้าน เพราะว่าหนูต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านนี้ ไอ้ตอนแรกนึกว่าไอ้ต่อลูกชายฉันจะพาเดินดูบ้าน แต่พอเห็นหายมานานเลยมาตาม และนี่น้ำจ้ะ ฉันให้เด็กเอามาให้” พูดพร้อมกับเดินแทรกตัวเข้าไปในห้องลูกชาย แล้วก็มีเด็กรับใช้หนึ่งคนถือถาดน้ำดื่มตามไป ส่วนภพธรถึงกับกุมขมับ นี่พ่อของเขาแกล้งเขา เขารู้ ทำไมต้องมาแกล้งตอนนี้ด้วย

“พ่อครับ พ่อไม่ควรมาตอนนี้”

“อือ...ตอนนี้แหละดีที่สุด ดื่มน้ำก่อนนะหนูมานิดา ว่าแต่ชื่อเล่นมีไหมจ๊ะ ฉันจะได้เรียกง่ายหน่อย” พยักหน้าให้เด็กรับใช้ส่งน้ำให้คนที่นั่งหน้าแดงบนเตียง

“นิดาค่ะ ชื่อเล่นของหนู ขอบคุณนะคะคุณ...”

“พ่อ เรียกฉันพ่อเหมือนไอ้ต่อเถอะ ถือว่ามาเป็นลูกสาวบ้านนี้นะ ไหนๆ ก็จะมาเป็นแม่ของหลานพ่อแล้ว”

“คือว่าหนูเปลี่ยนใจได้ไหมคะ ตอนนี้ไม่อยากอุ้มบุญแล้วค่ะ” เธอบอกคนตรงหน้าที่ส่งยิ้มเอ็นดูมาให้ตนพร้อมกับหยิบแก้วน้ำที่คนของท่านส่งให้มาดื่มแก้กระหาย

“ไม่ทันแล้วมานิดา ถึงเลิกตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว เพราะเธอจะเป็นหนี้ฉันทันที ฉันจ่ายค่ารักษาให้แม่เธอแล้วนะมานิดา” ภวัตยังไม่ทันได้พูด ลูกชายตัวดีก็พูดแทรกขึ้นมาก่อนพร้อมกับเดินเข้ามาหาทั้งสอง

“แต่หมอจะทำ...”

“ไม่ทำแล้ว ไม่ทำแล้ว ฉันไม่ทำแล้ว...วันนี้นะ แต่วันอื่นไม่รอดแน่” ท้ายประโยคของเขาดังแผ่วเบาให้ได้ยินคนเดียว

“จริงนะคะ” เธอถามย้ำอย่างดีใจ

“อือ...พ่อจะพามานิดาไปเดินดูบ้านก็ไปเถอะ ต่อจะอาบน้ำสักหน่อย”

“อย่าแอบใช้มือล่ะ”

“โธ่! พ่อ...เพราะพ่อนั่นแหละ” แล้วเขาก็เดินหัวเสียเข้าไปในห้องน้ำทันที

“ไปกันเถอะหนูนิดา เดี๋ยวพ่อจะพาไปเดินดูบ้านให้ทั่ว จะได้รู้ว่าตรงไหนเป็นตรงไหน” เมื่อแกล้งลูกชายได้แล้วก็หันมายิ้มเอ็นดูให้เด็กสาวที่หน้าแดงอยู่บนเตียง

“ค่ะ ขอบคุณนะคะที่มา ถ้าคุณพ่อ...มาช้า หนูแย่แน่ค่ะ” แม้จะรู้สึกแปลกกับคำว่า ‘พ่อ’ แต่เธอก็สะดวกใจจะเรียกคนตรงหน้าว่าพ่อได้อย่างเต็มปาก

“ไปกันเถอะหนู พ่อจะพาชมบ้านให้ทั่ว ดีใจนะที่บ้านนี้หนูจะย้ายมาอยู่ บ้านนี้ไม่ค่อยมีใครอยู่ เพราะพ่อชอบนอนนอกบ้าน ส่วนไอ้ต่อมันก็นอนโรงพยาบาลบ้าง คอนโดบ้าง แต่พอมีหนูมาสงสัยต้องกลับมาบ้านบ่อยๆ แล้วล่ะ แล้วหนูนิดาเคยท้องมาแล้วกี่คนฮึ” ถามพร้อมกับเดินนำหน้าเด็กสาวออกไปจากห้องนอนของลูกชาย และก็หยักยิ้มสะใจเล็กน้อยที่ได้ขัดจังหวะลูกชายใจร้อนได้

“คือว่าหนู...หนูต้องย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆ เหรอคะ?”

“จริงสิ หนูต้องย้ายมาอยู่นี่ระหว่างที่ท้องหลานของพ่อ จะอยู่จนกว่าจะคลอด แล้วหนูเคยท้องมากี่คนแล้วฮึ” ยังคงรอคำตอบ

“คือว่าหนูยังไม่เคยค่ะ หนูเพิ่งจะทำงานนี้ครั้งแรก พอดีหนูจำเป็นต้องใช้เงิน” เธอบอกท่านขณะเดินลงบันไดลงไป

“หืม...แบบนี้นี่เอง หนูยังไม่เคยแต่งงานด้วยใช่ไหมนิดา”

“ค่ะ หนูยังไม่เคยมีแฟน ไม่เคยแต่งงานมาก่อนด้วย”

คนแก่ได้ยินอย่างนั้นแล้วก็ได้แต่ซ่อนยิ้มไว้แล้วเดินตรงไปยังสวนข้างๆ บ้านเพื่อจะพาเด็กสาวเดินดูสวนดอกไม้ที่ถูกดูแลเป็นอย่างดี

“ว่าแต่หนูจำเป็นต้องใช้เงินทำไมนิดา แล้วเยอะมากเลยเหรอถึงต้องทำแบบนี้ และเมื่อกี้ไอ้ต่อลูกพ่อมันก็พูดถึงเรื่องเงินค่ารักษา...” หยุดเดินแล้วหันมาถามคนที่เดินตามมา

“คือแม่หนูเส้นเลือดในสมองแตกค่ะ แล้วเราก็ไม่มีเงิน หนูเลยไม่รู้จะหาเงินด้วยวิธีไหนเลยเลือกวิธีนี้” เธอบอกท่านเสียงเศร้า

“หนูเป็นคนดีนะเท่าที่คุย เป็นเด็กดีด้วย พ่อชอบ แต่ว่าปกติอุ้มบุญเขาจะให้คนที่เคยมีประสบการณ์มาอุ้มบุญไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมลูกชายพ่อถึงเลือกหนู”

“เขาบอกแค่ว่าชอบความกตัญญูของหนูค่ะ” เธอบอกท่าน

หึ!

“เหรอ” ภวัตตอบรับแค่นั้น เพราะรู้ดีว่าลูกชายชอบอะไร คนอย่างภพธรลูกชายเขานั่นเหรอจะชอบคนกตัญญู มันน่ะปากล่อลวงชัดๆ และก็ได้ของดีเสียด้วยสิ เท่าที่คุยมานี่เด็กคนนี้เป็นคนดีทีเดียว ชักไม่อยากให้แค่อุ้มบุญแล้วสิ อยากได้มาเป็นสะใภ้จริงๆ ซะแล้ว แต่ก็ต้องรอดูต่อไป เพราะลูกชายของเขาทำตัวแปลกวันนี้ พามาที่บ้าน ทั้งๆ ที่ไม่เห็นต้องพามาอยู่บ้านเลย เช่าคอนโดหรือเช่าบ้านให้มานิดาอยู่ก็ได้

“เดี๋ยวพ่อพาเดินเข้าไปดูในสวนนะ” แล้วภวัตก็เดินนำหญิงสาวเข้าไปในสวนที่อยากจะอวด คือจริงๆ แล้วตัวเขาก็เพิ่งจะมาครั้งแรกในรอบหลายๆ สิบปีเลยก็ว่าได้

“ค่ะ”

“หนูนิดาอยู่บ้านนี้ก็คิดเสียว่าเป็นบ้านตัวเองนะ หนูต้องอยู่อีกนาน” เขาบอกเป็นนัย

“ขอบคุณนะคะที่ใจดีกับหนู”

“ไม่ใจดีได้ยังไง หนูจะมาเป็นแม่ของหลานพ่อนะ แล้วนี่เก็บกระเป๋ามารึยังนิดา”

“ยังเลยค่ะ หนูถูกฉุดลากพามานี่ก่อน”

“ลูกชายพ่อเป็นคนแบบนี้แหละ ไอ้ต่อมันใจร้อน แต่มันเป็นหมอที่ดีนะ มือดีระดับหนึ่งของโรงพยาบาลเราเลยนะ และที่สำคัญมันทำลูกเก่งด้วย เพราะต่างชาติก็ต่างมาให้มันทำลูกให้ ใครที่ติดลูกยากๆ มีลูกเลยนะถ้ามาหาหมอต่อ” เขาเน้นย้ำทุกคำในประโยค และคำชื่นชมลูกชายก็มีความหมายอีกความหนึ่งแอบแฝงอยู่ด้วย

“หนูไม่รู้หรอกค่ะ แต่เท่าที่หนูเห็น เขาไม่น่าเป็นหมอที่ดี เขาหื่น”

หึหึ

“ปกติของมันแหละ มันหื่นกับบางคนเท่านั้นแหละ หนูอย่ากลัวมันเลย มันแค่หยอกน่ะเมื่อกี้”

“แค่หยอก? แต่หนูว่าถ้าคุณพ่อมาช้า หนูอาจจะ...” เธอหยุดพูดแล้วก็มองไปยังดอกไม้ในสวนเมื่อไม่กล้าพูดออกมา

“อย่าไปถือสามันเลย ว่าแต่แม่หนูรักษาตัวอยู่โรงพยาบาลไหน ทำไมไม่ย้ายมาที่โรงพยาบาลของไอ้ต่อล่ะ มันเป็นผู้บริหารและเป็นเจ้าของน่ะนั่น คือมันรวยมากเลยนะหนูนิดา หนูควรเรียกเงินจากมันเยอะๆ”

‘นี่ท่านเป็นพ่อประเภทไหนเนี่ย ถึงได้พูดให้คนอื่นเรียกเอาเงินลูกชายตัวเองเยอะๆ แถมยังอวดความรวยลูกชายอีก แล้วก็พูดได้หน้ายิ้มเหมือนกับว่าเป็นเรื่องปกติ’ มานิดาพึมพำในใจและมองใบหน้าที่ยิ้มของท่าน

“คือว่า...หนูขอแค่ค่ารักษาแม่ก็พอค่ะ”

“อือ...ได้ไงหนูนิดา เรียกเงินมันเยอะๆ เถอะเชื่อพ่อ ไอ้ต่อมันเปย์หนักด้วยนะถ้าเรื่องผู้หญิง มันน่ะเที่ยวหญิงปีๆ นึงหมดไปเยอะมาก แถมเลี้ยงอีหนูเยอะสุดๆ แต่ดีหน่อยที่มันไม่กินพยาบาลหรือหมอในใต้ปกครอง มันกินข้างนอก อันนี้พ่อชื่นชมมัน” นี่แหละดีเอ็นเอของเขาที่ถ่ายทอดไปยังลุกชายแบบไม่ต้องสงสัยเลยว่าภพธรได้ใครมาและเขาก็แสนจะภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้

“ไม่ดีกว่าค่ะ หนูขอแค่นี้พอ อีกอย่างหนูไม่อยากเป็นอีหนูของหมอต่อด้วย” เธอบอกท่าน

“มักน้อยแท้เด็กน้อย แต่แปลก...หนูไม่สนใจลูกชายพ่อเลยเหรอ มันออกจะหล่อลากไส้ขนาดนั้น แต่ก็น้อยกว่าพ่อนิดนึงแหละ ลูกจะมาหล่อกว่าพ่อได้ยังไงเนาะหนูนิดา” ท้ายประโยคไม่วายชมตัวเอง และก็อยากจะหัวเราะดังๆ ยังมีอีกเหรอผู้หญิงที่ไม่สนใจเงินทองของลูกชายเขาและหน้าหล่อๆ ของภพธร

“หนูจะเอาเฉพาะที่หนูคิดว่าเงินนั้นมันสมควรเป็นของหนู ไม่เลยค่ะ หนูไม่สนใจลูกชายคุณพ่อเลย” เธอบอกท่าน แต่ก็หลบสายตาที่จ้องมองมา

“อือ...เดี๋ยวพ่อพาไปดูสระว่ายน้ำดีกว่านะ” พยักหน้ารับรู้ สายตาเสือแก่อย่างภวัตมีเหรอจะมองไม่ออกว่ามานิดาเองก็สนใจลูกชายเขาเหมือนกันแหละ

“ค่ะ”

แล้วทั้งสองก็เดินตามกันออกไปจากสวนดอกไม้ตรงไปยังสระว่ายน้ำที่อยู่ติดกับตัวบ้านอีกมุม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED