ตอน 1

Happy Birthday to you!”

เสียงเพลงHappy Birthday! ดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มและเสียงหัวเราะของเด็กหญิงวัยสิบสองขวบเจ้าของงานวันเกิด

“อธิษฐานแล้วเป่าเทียนซิจ๊ะลูก” ผู้เป็นแม่เอ่ยตามมาด้วยเสียงคะยันคะยอของพ่อซึ่งกำลังถือกล้องดิจิตอลรอเก็บรูปลูกสาวฝาแฝดทั้งสองเป่าเทียนวันเกิด

“เราเป่าเทียนวันเกิดพร้อมกันนะปีป” ดาหลาหันไปบอกกาสะลองน้องสาวที่อายุอ่อนกว่าเธอ 3 นาที

“งั้นเราอธิษฐานพร้อมกันนะพี่ดาหลา” กาสะสองหลับตาอธิษฐานเมื่อลืมตาขึ้นเห็นดาหลาลืมตาพร้อมกัน ทั้งสองพยักหน้าแล้วเป่าเทียนวันเกิดพร้อมกัน

“ได้เวลาอร่อยแล้ว” พ่อเอ่ยขึ้นแล้ว ส่งมีดพลาสติกที่ใช้ตัดเค้กวันเกิดให้แม่

แม่รับมาให้สองสาวน้อยช่วยกันตัดเค้กรูปหัวใจสีชมพู แต่เสียงกดกริ่งหน้าบ้านทำให้ แม่หันไปมองหน้าพ่อเล็กน้อย เด็กหญิงทั้งสองสนใจแต่เค้กสีสวยที่มีบ้านน้ำตาลหลังเล็กๆ ประดับอยู่จึงไม่ทันเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของพ่อกับแม่

“เดี๋ยวพ่อออกไปดูเอง” พ่อเอ่ยขึ้นแล้ววางกล่องถ่ายภาพลงบนโต๊ะ แม่ยิ้มเจือนๆ แล้วหันมายิ้มขืนๆ ให้ลูกสาว

“เราจะแบ่งบ้านน้ำตาลนี่ยังไงล่ะ” ดาหลาถามน้องสาว แต่กาสะลองส่ายหน้าไปมา

“เก็บไว้ดีกว่า หนูชอบแบบนี้ไม่อยากตัดแบ่งเลย”

“ตามใจนะลูก...แล้วอย่าไปแอบกินกันทีหลังล่ะ” แม่หัวเราะเบาๆ แต่เสียงคนพูดคุยเสียงดังจากหน้าบ้าน ทำให้นางต้องหันไปมอง

“ใครมาคะแม่” แฝดคนพี่ถาม

“เพื่อนของพ่อมั้งจ๊ะ”

“ให้เขามากินเค้กกับเราไหมคะ”

แฝดคนน้องยิ้มร่าเริงตามประสาเด็กที่มีจิตใจอ่อนโยน แต่ยังไม่ทันที่เด็กหญิงเจ้าของวันเกิดจะพูดอะไรต่อ ชายฉกรรจ์หลายคนก็เดินเข้ามาในบ้านด้วยท่าทางไม่เป็นมิตร

“นี่มันอะไรกัน!” แม่ออกมายืนขวางเพื่อปกป้องลูก ดาหลาจับมือกาสะลองแน่นทั้งที่เธอก็หวาดกลัว

“แหม! อย่ามาทำหน้าดุซิเจ๊” ชายร่างใหญ่ยักษ์คนหนึ่งเอ่ยขึ้นแล้วผิวปากเมื่อเห็นเค้กสีหวานตรงหน้า “คนกันเองไม่เห็นต้องทำหน้าเครียดเลย”

“คุณคะ! นี่มันเรื่องอะไรกัน!!!” แม่ตะโกนถามพ่อเสียงสั่นแต่ก็ต้องอ้าปากค้างเมื่อเห็นชายฉกรรจ์ 2 คนหิ้วแขนพ่อคนละข้างเข้ามาในบ้านด้วยสภาพสะบักสะบอม

“พ่อ!”

เด็กหญิงสองคนร้องออกมาพร้อมกัน แล้วแฝดคนพี่ก็ทำตาเบิกกว้างเมื่อเห็นชายหนุ่มอีกคนก้าวเข้ามา เขาดูมีอายุน้อยกว่าทุกคน รูปร่างบอบบางกว่าและสวมเสื้อสูทหรูหรากว่าคนอื่นๆ แต่ใบหน้าที่นิ่งเรียบยากจะเดาอารมณ์ได้นั้น ทำให้แฝดคนน้องหวาดกลัวจนหลบไปอยู่หลังพี่สาวที่เกิดก่อนเธอ 3 นาที

“อย่า...อย่าทำอะไรลูกกับเมียฉัน” พ่อพูดแล้วสำลักน้ำลายปนเลือด “ลูกกับเมียฉันไม่เกี่ยว”

“ผัวเมียก็เหมือนคนๆ เดียวกันนั้นแหละ” ชายร่างใหญ่อีกคนพูดขึ้นทำหน้าเบื่อหน่าย “เป็นหนี้ก็ช่วยๆ กันใช้ซิ”

“หนี้! หนี้อะไรคะคุณ!!!” แม่ถามอย่างกังวล

“มันไม่ใช่เรื่องของคุณ!” พ่อตอบกลับผสมกับความโกรธไม่คิดว่าจะถูกตามทวงหนี้ถึงที่บ้านแบบนี้

ชายร่างใหญ่ส่ายหน้าไปมาแล้วใช้นิ้วชี้จิ้มครีมบนหน้าเค้กก่อนยกมาดูดชิมความหวานโดยไม่สนใจว่าเจ้าของเค้กวันเกิดจะรู้สึกอย่างไร

“ก็คุณพ่อที่แสนดีไปเป็นหนี้ที่บ่อนไว้...ถึงเวลาเราก็ต้องมาทวงทั้งต้นและดอกซิจ๊ะ”

“บ่อน?” เด็กหญิงสองคนหันไปมองหน้ากันอย่างงุนงง “บ่อนคืออะไรคะแม่”

แต่คนเป็นแม่ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น

“ก็บอกแล้วไงว่าลูกเมียฉันไม่เกี่ยว!” พูดจบประโยคพ่อก็ถูกเท้าใหญ่กระทืบลงไปอีกหลายทีจนแม่หวีดร้องด้วยความตกใจ

“อย่าทำอะไรพวกเราเลยนะ อยากได้อะไรเอาไปให้หมด แต่อย่าทำอะไรพวกเราเลย” แม่คลานเข้าไปกอดขาชายคคนนั้นไม่ให้กระทืบพ่ออีก

“ถ้าหาเงินมาใช้หนี้ก็ไม่มีใครต้องเจ็บตัวหรอก” ชายร่างยักษ์คนเดิมเอ่ย พยักหน้าให้ลูกน้องไปรื้อค้นข้าวของ ชิ้นไหนมีค่าก็ถูกยกเอาไป

ชายร่างใหญ่อ้าปากหาวเบื่อหน่าย สั่งให้ลูกน้องรื้อค้นข้าวของละพังทำลายทุกอย่างในบ้าน สายตาของเขามองเห็นกล่องของขวัญน่ารักๆ บนโต๊ะ ชายคนเดิมเดินไปหยิบขึ้นมาเขย่าๆ แนบหูฟังเสียงข้างใน

1059 จำนวนตัวอักษร

ตอน 2

“อย่านะ! นั้นของลูกสาวฉัน!” แม่ผวามาคว้ากล่องของขวัญที่ลูกสาวยังไม่เปิด แต่แล้วก็ถูกหลังมือฟาดใส่ซีกหน้าอย่างแรงจนกระเด็นเลือดสีเข้มไหลจากมุมปากสวยของแม่ทันที

มือใหญ่ฉีกกระดาษห่อของขวัญออกท่ามกลางสายตาของเด็กหญิงทั้งสองที่ได้แต่เบิกตากว้างอย่างตกใจ แล้วสิ่งที่อยู่ด้านในก็คือตุ๊กตากล่องดนตรี ชายร่างยักษ์ถอนหายใจแบบเซ็งๆ แล้วโยนขึ้นในอากาศแล้วรับ

“หยุดนะ! เจ้ายักษ์บ้า!” ดาหลาพุ่งเข้าใส่แล้วคว้าแขนข้างหนึ่งที่ทิ้งอยู่ข้างลำตัวของมันมากัดอย่างแรง

“โอ๊ย! ไอ้เด็กเวรนี่!” ชายร่างใหญ่ร้องเสียงหลงสะบัดแขนตัวเองอย่างแรงจนเด็กหญิงกระเด็นไปกองบนพื้น เธอเงยหน้าขึ้นเห็นชายหนุ่มอายุน้อยก้มมองเธอด้วยสายตาที่เธอไม่อาจรู้ได้ว่าคิดอะไรอยู่

“ห้ามพวกเขาซิ! อย่าให้ทำอะไรเรา” ดาหลาเข้าไปเขย่าแขนชายหนุ่มคนนั้น “ฉันมีเงินนะ! ฉันจ้างนายให้หยุดพวกมัน!”

ดาหลาล้วงมือไปหยิบเศษสตางค์จากในกระเป๋ากระโปรง

แล้วยื่นออกมา มีเงินเป็นเหรียญอยู่ราวๆ ยี่สิบบาท สิ่งที่เธอทำสร้างเสียง

หัวเราะให้กับชายฉกรรจ์เหล่านั้น กาสะลองรวบรวมความกล้าวิ่งเข้าไปขวางไม่ให้คนตัวใหญ่ยักษ์ทำร้ายพี่สาวของตัวเอง “อย่าทำอะไรพี่ฉันนะ!”

“นังเด็กนี่ใจถึงยิ่งกว่าพ่อแม่มันอีก”

ชายหนุ่มอ่อนเยาว์ถอนหายใจเบาๆ แล้วแกะมือเล็กๆ ที่จับแขนของเขาอยู่ออกอย่างง่ายดาย เขาพยักหน้าให้ชายร่างใหญ่ที่อยู่ใต้คำสั่งของเขาแล้วเดินออกไปอย่างเงียบๆ ชายฉกรรจ์ที่เหลือจึงหยุดทำลายข้าวของในบ้านแล้วค่อยๆ เดินออกไป ไม่มีใครพูดอะไรกับครอบครัว“กมลภพ” สักคำ

“พ่อ! แม่!”

ดาหลากับกาสะลองถลาเข้าไปหาพ่อกับแม่ที่เจ็บตัวด้วยกันทั้งคู่แม่พยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ร้องไห้ แล้วสั่งให้ลูกๆ เข้าห้องนอนของตัวเอง

“แต่ว่า” ดาหลาอิดออด

“ไปซิ! ลูกกล้าดื้อกับแม่แล้วเหรอ” แม่ดุเสียงสั่นทำให้ดาหลาสะดุ้ง “หนูเป็นคนเข้มแข็งต้องดูแลน้องนะ ลูกก็ด้วย มีกันแค่นี้ต้องคอยดูแลกันและกันนะ”

กาสะลองพยักหน้าเข้าใจ ดึงมือพี่สาวเข้ามาในห้องนอน สองเด็กหญิงสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงพ่อแม่ทะเลาะกัน เป็นครั้งแรกที่ทั้งคู่ได้ยินเสียงแบบนี้ ตลอดเวลา 12 ปี เธอไม่เคยคิดว่าจะได้เจออะไรเลวร้ายเช่นนี้มาก่อน

“พี่ดาหลาเมื่อกี้มันอะไรกัน ฝันร้ายใช่ไหม” กาสะลองกอดพี่ สาวฝาแฝดแน่น ด้วยความกังวลและหวาดกลัว

"ใช่...เราคงแค่ฝันร้าย พรุ่งนี้ตื่นมาทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม” ดาหลากอดน้องสาวตอบ

เปรี้ยง! เปรี้ยง!

ทั้งสองก็สะดุ้งสุด เสียงดัง 2 ครั้งติดๆ กัน ทั้งคู่กอดกันแน่นตัวสั่นราวกับลูกนกตัวน้อย

“พี่ดาหลา!” กาสะลองกอดพี่สาวแน่น ความหวาดกลัวแล่นสู่หัวใจ “เสียงอะไร เราฝันร้ายใช่ไหม เราแค่ฝันใช่ไหม!”

ดาหลากอดน้องสาวแน่น ความรู้สึกของเธอไม่ต่างจากกาสะลองเลยสักนิด

“ใช่! มันก็แค่ฝันพรุ่งนี้ตื่นมาทุกอย่างก็จะกลับไปเป็นเหมือนเดิม”.

...

หญิงสาวบรรจงแต่งหน้าขนมเค้กวันเกิดด้วยการเขียนชื่อเจ้าของวันเกิด ตามที่ผู้สั่งจดไว้ให้ในกระดาษแผ่นเล็ก ทุกครั้งที่ได้เขียนหน้าเค้กวันเกิด มือของเธอจะสั่นเล็กน้อย ก่อนที่จะบังคับไม่ให้หัวใจที่เจ็บปวดทำให้ร่างกายสั่นตามไปด้วย พยายามเหลือเกินที่จะบอกตัวเองว่า

‘มันผ่านไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านไปแล้ว ความสุขที่แสนหอมหวานในวันวานได้ผ่านเลยไปหมดแล้ว’

“น่ารักจังเลยจ๊ะปีป”

หญิงสาวเงยหน้าขึ้นจากเค้กวันเกิดแล้วยิ้มเขินๆ เลื่อนหน้าเค้กให้ลูกค้าดูความเรียบร้อยอีกครั้ง

“ถูกใจไหมคะ”

“ถูกใจซิจ๊ะ” ลูกค้าสาวพยักหน้ารับ “ถ้าไม่ถูกใจพี่จะมาเป็นลูกค้าประจำร้านหวานใจนี่เหรอ น่าอิจฉาคุณเพลินตา มีลูกสาวสวยแล้วยังเก่งอีกด้วย”

“ขอบคุณค่ะ”

หญิงสาวขยับแว่นสายตาแก้เขิน มองไปทางเคาน์เตอร์ซึ่งมีเจ้าของร้านที่ใครๆ รู้จักในชื่อของ ‘เพลินตา’ คุณเพลินตายิ้มกว้างอย่างภูมิใจ มองหญิงสาวที่อยู่หลังชั้นวางขนม

ตอน 3

“มีลูกชายก็เหมือนไม่มี วันๆ ทำแต่งานแทบไม่เจอหน้ากัน ดีที่ยังมีหนูปีปคอยดูแลให้อุ่นใจ”

“ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตาพ่อลวิตรนานแล้วนี่ไปไหนเหรอ หรือว่าแต่งงานมีลูกเต้าไปแล้ว” ลูกค้าคนเดิมพูดคุยอย่างสนิทสนม

“ก็ผมไปทำงานนี่” ชายหนุ่มที่ถูกนินทาก้าวเข้ามาในร้าน ทำเอาคนลูกค้าที่กำลังจะเริ่มนินทาต่อ ต้องหยุดปากแล้วยิ้มแหย

“แหม!อายุยืนจริงนะพ่อคุณ พูดปุ๊ปก็มาปั๊ปเลย”

“ผมมันพวกมีเรด้าฮะ ใครพูดถึงแล้วหูผึ่งทันที” ลวิตรพูดด้วยความสนิทสนม “ผมช่วยถือไปที่รถไหมฮะ”

“ร้านนี้เอาใจลูกค้าจริงๆ ลูกสาวก็สวย ลูกชายก็หล่อนะคุณเพลินตา” ลูกค้าอดแซวไม่ได้ “ไม่ต้องหรอกจ๊ะ พี่เอาไปได้”

ลูกค้าประจำจ่ายเงินเดินออกไปโดยมีลวิตรเดินไปเปิดประตูให้ เมื่อร้านไม่มีลูกค้าแล้ว เขาหันมามองมารดาด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย

“นินทาลูกตัวเองก็ได้นะฮะ”

“อ้าว! แกยังจำได้เหรอว่ามีแม่อยู่ที่นี่” คุณเพลินตาทำลอยหน้าลอยตา

“พี่ลวิตรกลับมาเมื่อไหร่คะ”

หญิงสาวเอ่ยทักด้วยรอยยิ้ม เดินไปรินน้ำหวานใส่แก้วส่งให้ชายหนุ่ม “ไม่กลับบ้านครบเดือนพอดีเลยนะคะ”

“แม่ละนึกว่าจะเข้าบ้านไม่ถูกซะแล้ว” เพลินตาแขวะลูกชายตัวเอง เดินมานั่งที่โต๊ะชุดในร้านเบเกอรี่เล็กๆ ของเธอเอง

“ก็เห็นว่ามีปีปอยู่เป็นเพื่อนแม่แล้วนี่” ลวิตรพูดแล้วเลื่อนปมเนคไทลงต่ำ ท่าทางเขาดูอิดโรยไม่น้อย

“แต่บ้านเราไม่มีผู้ชายอยู่เลยนะ” เพลินตาพูดแบบงอนๆ ลูกชายวัยยี่สิบ29ของตน

“โธ่! แม่ฮะ! จริงๆ แม่ก็อยากได้ลูกสาวมากกว่าลูกชายอยู่แล้ว แล้วทีแบบนี้จะมาบ่นอะไรละฮะ”

“ก็เพราะมีลูกชายแล้วเป็นแบบนี้นะซิ แม่ถึงไม่อยากมีลูกผู้ชาย!”

“พอเถอะค่ะ” หญิงสาวรีบยกมือห้ามทัพ “พี่ลวิตรเพิ่งกลับมาคงยังเหนื่อยๆ อยู่ จริงซิ! วันนี้เราปิดร้านเร็วแล้วทำกับข้าวกินกันเถอะค่ะ ทำชุดใหญ่เลยดีไหมคะ ของคุณแม่ต้องเป็นต้มยำกุ้งรสจัดส่วนของพี่ลวิตรก็ปลาดุกผัดพริกดีไหม”

คุณเพลินตาอ้าปากค้างจะเถียง ต่อแต่พอเห็นลูกชายยักไหล่น้อยๆ เธอก็ถอนหายใจ

“เดี๋ยวแม่เก็บร้านเอง ลูกปีปไปจัดการเรื่องอาหารดีกว่านะ”

“ก็เพราะแม่ทำกับข้าวสู้ปีปไม่ได้นะซิ” ลวิตรอดแขวะแม่ตัวเองไม่ได้

“นี่!เจ้าลูกปากเสีย!”

“พี่ลวิตรมาช่วยปีปดีกว่าคะ” หญิงสาวฉุดแขนพี่ชายไว้ก่อน“ขับรถไปตลาดให้ปีปนะคะ “

สองแม่ลูกแยกเขี้ยวใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร หญิงสาวตัดสินใจลากชายหนุ่มออกมาจากร้านเบเกอรี่ได้สำเร็จ เธอวานให้เขาขับรถไปให้ที่ตลาดสดไม่ไกลนัก

“ไงพ่อลวิตรวันนี้มาช่วยหนูปีปถือของหรือจ๊ะ”แม่ค้าคนหนึ่งเอ่ยทักทายทั้งคู่อย่างสนิทสนม ขณะที่หญิงสาวยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากแล้วเลือกปลาดุกตัวขนาดพอเหมาะสำหรับมื้อค่ำ

“ฮะ” ลวิตรพยักหน้ารับ “อย่างผมจะเป็นอะไรได้นอกจากคนถือของ”

“ต๊าย! ดูพูดเข้าซิ แล้วนี่เมื่อไหร่จะแต่งงาน หลานป้ามันมีลูกแล้วนะ”

“ก็ผมไม่รีบนี่ฮะ” ลวิตรหัวเราะเบาๆ แล้วกล่าวลาเมื่อน้องสาวต้องเดินไปซื้อของที่แผงอื่น

“นั้นพี่น้องกันเหรอ” แม่ค้าอีกแผงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “หน้าตาไม่เห็นเหมือนกันเลย”

“จะเหมือนได้ยังไง” แม่ค้าขายปลาเอ่ยตอบ

“สองคนนั้นไม่ใช่พี่น้องแท้ๆ คนน้องเป็นเด็กกำพร้าที่คุณเพลินตารับมาเลี้ยงนะซิ...แต่นับวันก็ยิ่งหล่อยิ่งสวยทั้งคู่เลยนะ”

“สนิทสนมกันมากไปก็ไม่ดีหรอกกลัวว่า...อุ๊ย!” แม่ค้าหยุดปากทันที่เห็นสายตาดุๆ ของชายหนุ่มหันกลับมามอง

“พี่ลวิตร” หญิงสาวหัวเราะเบาๆ แล้วคล้องแขนพี่ชาย “คิดอะไรมากไปหรือเปล่าคะ”

“ปีปก็ได้ยินที่เขานินทานี่” ลวิตรทำหน้าหงุดหงิด

“ก็รู้ว่านินทาไงคะแล้วพี่ลวิตรจะไปใส่ใจทำไมละ” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก ดึงแขนพี่ชายไปเลือกซื้อผักและผลไม้อีกสองสามอย่างตบท้ายด้วยกุ้งตัวโตๆ ได้ของครบแล้วจึงกลับมาที่รถ เพื่อเข้าบ้านอีกครั้งหนึ่ง

สำหรับลวิตรแล้ว ‘กาสะลอง’ เป็นมากกว่าน้องสาวที่เขาทั้งรักและหวง

10ปีก่อนแม่พาเด็กผู้หญิงอายุ13ขวบมาให้เขารู้จักในฐานะน้องสาวคนใหม่ เขารู้ดีว่าช่วงนั้นจิตใจของแม่ย่ำแย่มากแค่ไหน พ่อของเขามีภรรยาน้อย ครั้งแรกๆเขาเองไม่ชอบหน้ากาสะลองนัก เด็กบ้าอะไรก็ไม่รู้! ชอบทำตัวน่ารักให้แม่เขาเอาใจ! แม่ยิ่งอยากได้ลูกสาวอยู่แล้ว ยิ่งหลงรักกาสะลองอย่างรวดเร็ว เขากลัวแม่รักเขาน้อยลงจึงแกล้งกาสะลองสารพัด แต่เด็กหญิงก็ไม่เคยโต้ตอบเลยสักครั้งจนเขาเป็นฝ่ายใจอ่อนเสียเอง

“พี่ลวิตรอาบน้ำให้สบายเนื้อสบายตัวก่อนเถอะค่ะ” กาสะลองเอ่ยบอกเมื่อทั้งคู่ก้าวเข้ามาในบ้านหลังเล็กน่ารักแล้ว

“ไม่ให้ช่วยอะไรเหรอ” เขาถามอย่างเป็นห่วงแล้วยื่นถุงผักส่งให้แล้วสายตาของเขาสะดุดกับรอยแดงที่ข้อมือ เขาเปลี่ยนใจเป็นดึงข้อมือของน้องสาวมาดูใกล้ๆ

“ไปทำอะไรมา”

กาสะลองมองดูรอยแดงบนข้อมือแล้วก็ส่ายหน้าไปมา

“ไม่รู้ซิคะ ตื่นมาก็เห็นมันเป็นรอยแดงๆ แล้ว สงสัยปีปจะซุ่มซ่ามตอนทำอบขนม”

ลวิตรมีสีหน้าเคร่งเครียด แต่ก็ปล่อยข้อมือน้องสาวต่างสายเลือด

“ทำอะไรระวังๆ หน่อยแล้วกัน”

“รับทราบค่ะคุณพี่ชาย” หญิงสาวหัวเราะคิกคัก “ไปอาบน้ำเถอะ ปีปจะรีบทำกับข้าว เราจไม่ได้กินข้าวกันพร้อมหน้ากันนานแล้วนะคะ”

หญิงสาวหันไปสนใจอาหารสดที่ต้องแปรรูปเป็นอาหารสำหรับมื้อเย็น การทำอาหารเป็นสิ่งเดียวที่เธอถนัด และพอจะดึงเธอออกไปจากความทรงจำที่อยากลืม คุณเพลินตาชอบทำขนมและสอนเธอมา

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED