ตอน 1

ตั้งแต่วันที่เอเดนเลือกที่จะใช้ชีวิตกับพิ้งค์พลอย เขาก็กลายเป็นผู้ชายอบอุ่นเอาอกเอาใจภรรยาอย่างสม่ำเสมอมาโดยตลอด จนกระทั่งได้สร้างครอบครัวที่น่ารักให้ใครต่อใครได้อิจฉา ซึ่งพวกเขามีลูกด้วยกันสองคนคือออสตินเป็นลูกชายคนโตเรียนมหาวิทยาลัยปีสุดท้ายกำลังจะจบแล้ว คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาวิชาออกแบบเครื่องแต่งกาย เนื่องจากเอเดนและกวิน กำลังจะร่วมมือกันขยายธุรกิจ เครื่องประดับและเครื่องแต่งการควบคู่ไปกับการผลิตรองเท้า เพื่อทำให้ใบพลูกับออสตินสนุกกับงานที่กำลังจะทำ เพราะคนทั้งคู่มีสิ่งที่ชอบเหมือนกัน แล้วยังมีพรสวรรค์คล้ายกันอีกด้วย

ส่วนไอด้าลูกสาวคนเล็กของเอเดนกับพิ้งค์พลอยเพิ่งเข้าปีหนึ่ง ซึ่งเธอได้เข้าเรียนคณะเดียวกันกับพี่ชาย เพราะไอด้าเองก็ชอบการออกแบบเครื่องแต่งกายไม่แพ้ออสติน

ในขณะที่กวินท่านประธานบริษัทกวินชู มีลูกสาวกับใบบุญ และลูกชายอีกหนึ่งคน ซึ่งทั้งสองมีอายุห่างกันพอสมควร เมื่อใบพลูเข้าเรียนมหาวิทยาลัยชั้นปีสุดท้าย คณะเดียวกับออสตินแล้วยังเรียนอยู่คลาสเดียวกันอีกด้วย จึงทำให้บิดามารดาคลายความกังวล เมื่อใบพลูมีออสตินคอยดูแล แต่ว่าในทางกลับกัน คนทั้งสองไม่เคยพูดจาลงรอยกันเลยสักครั้ง

ทางด้านไบเบิลนั้นกำลังจะขึ้นเรียนในชั้นมัธยมปีที่สี่ นิสัยของหนุ่มน้อยเงียบสุขุมจนน่าเกรงขาม ผิดกับลุคใสๆ ของเขาที่แตกหนุ่มหน้าตาดีราวกับโอปา มองยังไงก็ดูมีเสน่ห์ เหมือนกับพี่สาวของเขาที่ดูสวยแบบใสๆ ห้าวเล็กๆ แต่ดูรวมๆ แล้วใบพลูเป็นผู้หญิงที่สามารถทำให้ผู้ชายทุกคนเข้าใกล้ ต้องหลงเข้าไปในวังวนของเธอ ราวกับต้องมนต์ได้อย่างไม่ยากเลยสักนิด เหมือนกับที่ออสตินกำลังเป็นอยู่ในตอนนี้ แต่ทว่าเขากลับทำเป็นปากแข็ง ใช้ความสนิทใกล้ชิดกับเธอไปวันๆ

ส่วนใบบัวเธอเรียนจบแพทย์สมใจ แต่ทว่าหญิงสาวได้ไปประจำอยู่ที่โรงพยาบาลรัฐ ซึ่งอยู่ทางเหนือ เธอมักจะโทรมาเล่าให้พี่สาวฟังเสมอ ถึงบรรยากาศที่ดีและผู้คนที่นั่นล้วนเป็นมิตร แต่ทว่าแพทย์หญิงใบบัวในวัยสามสิบสองย่างสามสิบสามกลับโสดสนิทไม่คิดจะเปิดโอกาสให้ผู้ชายคนไหนเข้ามาในชีวิตของเธอ จนพี่สาวอย่างใบบุญรู้สึกหวั่นใจ กลัวว่าน้องสาวจะขึ้นคาน ไร้คนเหลียวแลใยยามแก่เฒ่า

แต่ที่ขาดไม่ได้คงจะเป็นคู่ของริสากับใบโพธิ์ ทั้งสองมีลูกสาวเพียงคนเดียวเป็นโซ่ทองคล้องใจชื่อใบเฟิร์น ชายหนุ่มต้องขอบคุณริสาที่วันนั้นเธอไม่ยอมกินยาคุมฉุกเฉิน เพราะอยากเอาคืนใบโพธิ์ ซึ่งทำให้น้ำยาของเขาได้ผลเกินคาด จนก่อเกิดกำเนิดสิ่งมีชีวิต กลายเป็นสายใยผูกพัน ของคำว่าครอบครัว

สมบูรณ์แบบ กระทั่งปัจจุบันบิดาของริสาได้เสียชีวิตลง เอเดนซื้อหุ้นต่อจากนายคชาทั้งหมด จึงทำให้เขามีหุ้นที่กวินชูห้าสิบเปอร์เซ็นต์ พอๆ กับกวิน

ซึ่งคนที่กำลังจะมาสานต่อธุรกิจรองเท้าแบรนด์ดังอย่างกวินชู คงไม่พ้นออสตินกับใบพลู แต่ทั้งคู่แทบจะไม่พูดกันดีๆ เลยสักครั้ง ซึ่งในเวลานี้คนทั้งคู่กำลังนั่งรถจากบ้านมุ่งสู่มหาวิทยาลัย เพื่อส่งงานอาจารย์หลังจากที่ฝึกงานเสร็จ แต่ดูเหมือนว่ากำลังจะเกิดศึกขึ้นกลางทาง

เมื่อทั้งสองโต้ตอบกันไปมาด้วยวาจาที่ไม่มีใครยอมใคร รถยนต์คันหรูแล่นเข้ามายังถนนใหญ่ มุ่งสู่มหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงของย่านนี้ เรื่องค่าเทอมที่แพงหูฉี่ บวกกับการเรียนการสอนที่ดีเยี่ยม แต่ถึงยังไงมหาวิทยาลัยทุกที่ล้วนมีนโยบายแข็งขัน เน้นยำปลูกฝังให้อาจารย์ถ่ายทอดวิชาความรู้อย่างเต็มความสามารถ เพื่อสอนให้ศิษย์ทุกคนนำความรู้ที่ร่ำเรียนมาไปใช้ในชีวิตจริงได้ เพราะงานทุกวันนี้ยิ่งหาได้ยากเย็นแสนเข็ญ

"ฉันไม่เคยรักนาย! ไม่เคยรักนาย! จำเอาไว้ให้ขึ้นใจเลยนะออสติน" เสียงแหลมดังขึ้นยังกับป่าช้าแตก เมื่อหญิงสาวถูกชายหนุ่มที่นั่งมาข้างๆ กระตุกต่อมโกรธของเธอให้ทำงาน

"หึ! ผู้หญิงทุกคนเข้าใกล้ฉัน ไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่าไม่รักไม่ปลื้ม อย่าปากแข็งไปหน่อยเลยน่า แต่อย่างเธอฉันขอประกาศไว้ตรงนี้เลยนะ เธอไม่มีทางได้เห็นขาอ่อนของฉันหรอก" ชายหนุ่มพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่มั่นอกมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง ซึ่งสามารถมัดใจสาวได้ค่อนมหาวิทยาลัย

"ชิ! นายไปเอาความมั่นใจมาจากไหนออสติน คิดว่าตัวเองเป็นจุดศูนย์กลางของจักรวาลรึไง!" หญิงสาวเองยอมเขาซะที่ไหนตะคอกใส่หน้าชายหนุ่มที่สวมใส่ชุดนักศึกษาจนน้ำลายกระเซ็น ทำให้ออสตินถึงกับมองค้อนไปที่คนตัวเล็ก ถ้าเขาถือสาหาความ แค่จับมาหักแข้งหักขาเธอก็ง่ายยังกับปอกกล้วยเข้าปาก แต่เขาก็ไม่อยากทำ เพราะมันไม่ใช่วิธีของลูกผู้ชาย

“ลืมไปแล้วรึไงว่าเธอคือผู้หญิงของฉันใบพลู” ออสตินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่ทว่าคนฟังถึงกับเจ็บที่กลางอกข้างซ้าย เมื่อชายหนุ่มนั้นหวังแต่จะกำราบเธอให้ยอมจำนน เพียงเพราะว่าเขานั้นคือเจ้าชีวิตของเธอ

“อีกนานแค่ไหน นายถึงจะยอมปล่อยฉันไป” ใบพลูเอ่ยถามออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พลางกระพริบตาถี่ๆ ด้วยความรู้สึกน้อยใจในโชคชะตา ที่กำลังถูกออสตินคุกคามกำหนดให้เธอทำตามในสิ่งที่เขากำลังลิขิตเอาไว้

“ตราบจนวาระสุดท้ายของชีวิต แม้แต่ยมโลกก็ไม่สามารถกีดกันให้เธอหนีฉันพ้นหรอกนะใบพลู เพราะฉันจะตามติดชีวิตของเธอไม่ว่าเป็นหรือตายฉันก็จะตามไปไม่หนีห่าง จะทำทุกทางให้เธอผูกติดกับชีวิตของฉันไปจนชั่วนิจนิรันดรไม่มีที่สิ้นสุด”

ถ้อยคำที่ออสตินพูดออกมานั้น ยิ่งทำให้ใบพลูน้อยใจ แต่ทว่าภายใต้คำพูดที่ไม่สวยงามกลับมีนัยมากมายแอบแฝงเอาไว้ เพราะเขาจะไม่ยอมปล่อยให้หญิงสาวหนีห่าง เมื่อหัวใจของเขาเริ่มเต็มไปด้วยหญิงสาว ซึ่งดูเหมือนว่าเธอไม่เคยเข้าใจในสิ่งที่เขาทำลงไป มันคือรักหรือเกลียด แต่ทว่าใบพลูกลับเลือกที่จะเชื่อว่าเขาเกลียดเธอ

“นายมันเห็นแก่ตัว ใช่สิ! ชีวิตของฉันมันเป็นของนายตั้งแต่วันนั้นแล้วนี่!” คราวนี้ใบพลูพูดออกมาด้วยน้ำเสียงห้วนๆ เมื่อเธอได้สัญญากับตัวเองเอาไว้ว่า จะไม่วันให้ออสตินเห็นน้ำตาเธอเด็ดขาด

“รู้แล้วก็จำใส่ใจเอาไว้ ฉันคือใครสำคัญกับเธอยังไง อย่าคิดหนี เพราะต่อให้เธอหนียังไงก็ไม่มีทางหนีฉันพ้นหรอกนะใบพลู” ออสตินได้ประกาศกร้าวออกมาด้วยน้ำเสียงเข้ม ซึ่งเขาเองก็พยายามซ่อนความรู้สึกลึกๆ ภายในใจเอาไว้เช่นกัน เพราะไม่อยากให้เธอรู้ว่าเขาหวั่นไหวแค่ไหนในเวลาที่ได้อยู่ใกล้หญิงสาว

“ฉันคงจำใส่สมองเอาไว้มากกว่าที่จะจำใส่ใจ เพราะนายไม่มีอะไรที่ควรค่าพอ ที่จะให้ฉันจำใส่ใจดวงนี้” คราวนี้ใบพลูได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เพื่อตอกย้ำให้ออสตินรู้ว่าเขาไม่ควรค่าพอที่จะจะให้เธอจดจำ แม้หญิงสาวจะรู้อยู่เต็มอก เรียนจบเมื่อไหร่บิดาของเธอและบิดาของเขาได้วางแผนเอาไว้ เพื่อที่จะให้ออสตินเข้ามาช่วยงานที่บริษัทกวินชู ในฐานะผู้ช่วยของเธอ เพราะหวังให้คนทั้งคู่ได้ใกล้ชิดกัน

ตอน 2

หลังจากใบพลูกำลังจะได้รับตำแหน่งรองประธาน เมื่อเธอเรียบจบปริญญาตรี เพื่อเป็นรากฐานในการก้าวเป็นท่านประธานคนต่อไป ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะวางแผนเอาไว้เช่นกัน เมื่อเธออยากเดินทางไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ใบพลูอยากได้ปริญญาโทสักใบ เพื่อจะได้น่าเชื่อถือในการทำธุรกิจ แต่ทว่าบิดากลับไม่อนุญาต

“อย่างน้อยสมองของเธอก็ยังมีฉัน เกมนี้เธออย่างหวังว่าจะชนะฉันได้ใบพลู ตราบใดที่เธอยังเป็นหนี้ชีวิตฉันอยู่ และก็จะเป็นตลอดไปไม่มีสิ้นสุด จำใส่สมองของเธอเอาไว้ด้วย” ออสตินพูด พลางแสยะยิ้มร้ายออกมา ซึ่งทำให้ใบพลูกำหมัดแน่น เพื่อข่มอารมณ์โกรธเอาไว้ไม่ให้เผลอระเบิดออกมา เพราะมันยังไม่ถึงเวลาที่เธอจะเอาคืนออสติน ซึ่งทั้งสองได้โต้ตอบกันไปมาอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด จนนายเก่งลูกน้องคนสนิทของเอเดนอยากจะจอดรถลงไปห้ามทัพ

เมื่อทั้งคู่ทะเลาะกันตั้งแต่อนุบาลยันจะเรียนจบมหาวิทยาลัยไม่เหนื่อยกันบ้างเลยหรืออย่างไร แต่ทว่าเขาก็ไม่กล้า เพราะกลัวนายน้อยจะโกรธจนถูกสั่งพักงานอีก ซึ่งพักหลังคนทั้งคู่เริ่มเขม่นกันรุนแรงขึ้น นั่นอาจจะเป็นเพราะว่าเขาและเธอถูกจับคลุมถุงชนตั้งแต่เด็ก โดยที่อีกคนไม่เต็มใจ

ผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายจะรู้ไหมว่า ความปรารถนาดีของพวกเขา กำลังจะนำพาให้หนุ่มสาวทะเลาะกันรุนแรงขึ้น เพราะเรียนจบเมื่อไหร่ เขาและเธอก็จะต้องแต่งงานกันอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยงได้ ทั้งที่คนทั้งคู่ไม่ชอบขี้หน้ากันเลยสักนิด แล้วชีวิตคู่ของพวกเขาจะอลเวงแค่ไหน

ช่วงเวลาหลังอาหารมื้อเย็น ภายในบ้านหลังใหญ่ดูอบอุ่นเป็นพิเศษ หลังจากกวินได้ฟังถ้อยคำออดอ้อนของใบพลู เรื่องที่ลูกสาวกำลังจะขออนุญาตเขาไปเรียนต่อต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากเคยขอเอาไว้แต่ไม่สำเร็จ แต่ทว่าผู้เป็นบิดานั้น กลับดูมีท่าไม่ยอมใจอ่อนง่ายๆ เมื่อกวินรู้สึกหวงลูกสาวไม่อยากให้ไปพลูอยู่ไกลหูไกลตา

“ถ้าออสตินไปด้วย พ่ออาจจะอนุญาตก็ได้นะ” เสียงทุ้มของชายผู้เป็นบิดาดังขึ้น แต่ทว่าลูกสาวของเขานั้นถึงกับทำหน้าหงึกงอ เพราะอีกหนึ่งเหตุผลที่เธออยากไปเรียนต่อต่างประเทศนั้น ก็เพราะอยากหนีออสติน แต่บิดากลับกำลังพูดเหมือนกับว่ากำลังเข้าข้างออสตินอยากให้เขาตามติดชีวิตเธอไปทุกที่อย่างนั้นแหละ

“คุณพ่อขา... ทำไมต้องเป็นออสตินด้วยคะ เขาเผด็จการชอบทำตัวเป็นเจ้าชีวิตของคนอื่น ใบพลูไม่ชอบเขาเลยค่ะ” คราวนี้หญิงสาวได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ เมื่อใบพลูเห็นเขาเดินควงกับมิ้นต์ในช่วงเช้า แถมหล่อนยังเคยประกาศกร้าวว่าเป็นแฟนสาวของชายหนุ่มอีกด้วย

“เรียนจบก็ทำงานช่วยพ่อก่อนสิใบพลู สักปีสองปีค่อยไปเรียนต่อก็ยังไม่สาย” ใบบุญที่ฟังสองพ่อลูกตอบโต้กันไปมา เธอได้พูดแสดงความคิดเห็นออกมา เพื่อรักษาน้ำใจของลูกสาวและสามี

“ขอบคุณสำหรับข้อเสนอดีๆ นะคะคุณแม่ คุณพ่อจะว่ายังไงคะ ถ้าใบพลูจะทำงานก่อนสักปีสองปี แล้วค่อยไปเรียนต่อโทที่อังกฤษ” หญิงสาวยิ้มแฉ่งออกมา พร้อมกับหันหน้าไปถามผู้เป็นบิดา ซึ่งในเวลานี้กวินกำลังทำสีหน้าเคร่งขรึม ราวกับว่าชายวัยกลางคนกำลังตัดสินใจจะลงทุนทำธุรกิจพันล้านหมื่นล้าน ทั้งที่มันคืออนาคตของใบพลู แต่เขาก็อดที่จะห่วงเธอไม่ได้อยู่ดี

“เอาเป็นว่า ถ้าลูกสาวของพ่อทำงานผ่านโปร พ่ออาจจะอนุญาตให้หนูไปเรียนต่อโทก็ได้ อันดับแรก สิ่งที่ลูกต้องทำ คือการหาตลาดเครื่องแต่งกาย จนทำให้บริษัทของเรากลายเป็นผู้นำด้านแฟชั่น ซึ่งลูกกับออสตินต้องทำร่วมกัน”

“ออสตินอีกแล้วเหรอคะพ่อ” หญิงสาวถึงกับทำหน้ามุ่ย ทำไมชีวิตของเธอต้องมีผู้ชายอย่างเขาเข้ามาพัวพัน ตั้งแต่อนุบาลจนจบมหาวิทยาลัย พอจบออกมาแล้วยังมีเขาตามเป็นเงา เมื่อโพรเจกต์ที่หญิงสาวได้รับมอบหมายนั้น ออสตินก็มีส่วนร่วมด้วย

“เขาอาจจะปากหมาไปหน่อย แต่จิตใจออสตินอ่อนโยนนะลูก”

“ฮ่า! ฮ่า! ฮ่า! ใบพลูอยากให้นายออสตินมาได้ยินประโยคที่คุณพ่อพูดจัง แต่ต่อให้จิตใจอ่อนโยนแค่ไหน ถ้าไม่เอาสุนัขออกจากปาก ใบพลูก็ไม่อยากสนทนาด้วยหรอกค่ะ” ใบพลูถึงกับหลุดขำออกมา เธอหัวเราะเสียงดังจนมารดามองค้อนเข้าให้ เมื่อบิดาพูดถึงออสตินได้อย่างตรงใจ

“ตัวเองก็ปากร้ายพอกัน ยอมเขาซะที่ไหน ไม่รู้ว่าได้นิสัยใครมา สงสัยจะคนแถวนี้ละมั้ง เป็นลูกสาวอดีตมาเฟีย เลยไม่ยอมใครง่ายๆ ใช่ไหมคะคุณกวิน” ดูเหมือนว่าผู้เป็นมารดาจะเริ่มหมั่นไส้สองพ่อลูก แน่นอนว่ากวินไม่ได้ห่วงใบพลูอย่างเดียว บางทีเขาก็หวงลูกสาวจนเกินไป และผู้ชายที่เขาไว้ใจให้ใบพลูไปไหนมาไหนด้วย ก็มีเพียงแค่ออสตินเท่านั้น ซึ่งทำให้ใบพลูรู้สึกอึดอัด เมื่อเธอนั้นต้องอยู่ในสายตาของผู้เป็นบิดาตลอดเวลา จวบจนกระทั่งเรียนจบแล้วก็ยังไม่ได้รับอิสระ เพราะกวินยังคงไม่ปล่อยให้ใบพลูไปไหนมาไหนตามลำพัง

“คุณก็พูดไปเรื่อย ถึงผมจะเคยเป็นมาเฟียแต่จิตใจอ่อนโยนนะครับ” กวินยังคงพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหวาน ซึ่งเขายังคงทำตัวน่ารักอบอุ่นเสมอต้นเสมอปลาย เฉกเช่นวันแรกที่รับใบบุญเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ จนทำให้ครอบครัวที่เขาหวังเอาไว้ตั้งแต่แรก ได้กลายเป็นความสมบูรณ์แบบ ในแบบฉบับของกวินและใบบุญ

“อ้อนพ่ออีกแล้วเหรอครับพี่” ไบเบิลเดินลงมาจากบ้านพร้อมตำราเรียน ก่อนจะวางลงที่โต๊ะ แล้วหย่อนก้นนั่งลงข้างๆ ผู้เป็นมารดา

“ทำไมอิจฉาพี่เหรอ นายก็อ้อนแม่เก่งจะตาย ดูสิทำหน้า ยิ้มบ้างก็ได้ พูดก็น้อยกลัวดอกพิกุลร่วงรึไง โลกใบนี้กว้างใหญ่กว่าที่นายคิดนะไบเบิล ทำไมต้องทำหน้ายังกับแบกโลกเอาไว้ตลอดเวลาแบบนั้นด้วย เคร่งขรึมเกินไปไหม” ใบพลูเอ่ยแซวน้องชายขึ้น พร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่ ด้วยความหมั่นไส้ ที่น้องชายของเธอชอบทำมาดขรึมยังกับคนที่มีอายุเลขสามบวก

“ชอบพูดแกล้งน้องนะเราเนี่ย” กวินเอามือยีลงไปที่ศีรษะของลูกสาวด้วยความเอ็นดู ขณะที่ไบเบิลโน้มตัวไปกอดมารดา พร้อมกับแกล้งทำใบหน้าอ้อน เพื่อให้พี่สาวหมั่นไส้เล่น

“รักแม่นะครับ” ไบเบิลพูดอ้อนออกมา พร้อมกับยักคิ้วให้พี่สาว อย่างทะเล้นไม่แพ้กัน แต่ทว่าเวลาเขาทำท่าทางแบบนี้แล้วก็น่ารักดี

“ชิ!” ใบพลูพูดพร้อมกับเบ้ปาก ก่อนจะเผยยิ้มน้อยๆ ออกมา ให้กับความน่ารักของน้องชาย

Rrrr!!! ขณะที่ทุกคนกำลังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ให้กับความอบอุ่นของครอบครัวหรรษา เสียงสมาร์ตโฟนเครื่องแพงของใบบุญได้ดังขึ้นมา ซึ่งทำให้ทุกคนถึงกับสงสัย เมื่อใบบุญแสดงสีหน้าเครียด ก่อนกดรับสาย

“ว่าไงคะคุณหมอ สรุปแล้วหมอจะเอายังไงต่อ” ใบบุญไม่รอช้ารีบพูดเข้าประเด็นเรื่องที่คุยกับหมอใบบัวเอาไว้ ในตอนเช้าทันที

“พี่จะโกรธฉันหรือเปล่า ถ้าฉันจะเก็บเด็กคนนี้เอาไว้เอง ฉันสัญญาว่าจะเลี้ยงดูเขาให้เติบใหญ่ โดยที่ไม่ต้องพึ่งผู้ชายคนนั้น” น้ำเสียงของแพทย์หญิงคล้ายคนกำลังเจ็บปวด เมื่อเธอกำลังจะกลายเป็นคุณแม่โดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว

“พี่จะโกรธทำไม เป็นบุญของเด็กคนนี้มากกว่า ที่เขาเกิดมามีแม่ที่เพียบพร้อมไปด้วยคุณสมบัติของคนเป็นแม่อย่างน้องสาวของพี่” ใบบุญไม่เคยตำหนิในสิ่งที่ใบบัวตัดสินใจ เพราะเธอเชื่อว่าน้องสาวจะสามารถเป็นแม่ที่ดีได้ โดยที่เด็กคนนั้นไม่จำเป็นต้องมีบิดา ที่ไม่มีความรับผิดชอบอย่างผู้ชายคนนั้น

ตอน 3

“ขอบคุณพี่มากเลยนะคะ ฉันไม่เคยลืมว่าเราผ่านอะไรกันมาบ้าง ในวันที่อ้างว้างก็มีแค่พี่ที่ชี้ทางสว่างให้ เอาไว้ให้น้องคลอดเมื่อไหร่ ฉันจะโทรบอกพี่นะ การที่เราจะได้เป็นแม่คน มันตื่นเต้นจนน้ำตาคลอ ฉันรู้สึกหลงรักเด็กคนนี้ทั้งที่ยังไม่รู้เพศและหน้าตาจะเป็นยังไง” หญิงสาวในชุดเสื้อกาวน์ ยืนมองออกไปยังวิวด้านหน้า พร้อมกับแววตาที่เป็นประกาย เมื่อเธอนึกถึงทารกน้อยที่กำลังจะเกิดมาลืมตาดูโลก ซึ่งเธอได้ตั้งใจเอาไว้อย่างแน่วแน่ว่าจะรักและทุ่มเท อุทิศชีวิตที่เหลืออยู่ เพื่อหนูน้อยที่เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของเธอ

“น้องสาวของพี่เป็นคนเก่งและเป็นคนดี สักวันน้องจะต้องได้รับสิ่งดีๆ ตอบแทน เอาไว้ให้คุณกวินเขาว่าง แล้วพี่จะขึ้นไปเล่นด้วยนะ”

“ขอบคุณมากค่ะพี่ ฝากขอบคุณพี่เขยด้วยนะ ที่ส่งฉันเรียนจนจบ ฉันสัญญาว่านำเอาความรู้ความสามารถที่มี ทุ่มเทแรงกายแรงใจดูแลรักษาผู้ป่วยทุกคนอย่างสุดความสามารถ” แพทย์หญิงใบบัวไม่ลืมที่จะเอ่ยถึงกวิน พี่เขยที่คอยซัพพอร์ตเธอทุกเรื่องจวบจนกระทั่งเรียนจบ

“จ้า... ดูแลตัวเองด้วย พักผ่อนเยอะๆ นะ อีกหน่อยมีเจ้าตัวเล็กเพิ่มเข้ามาในชีวิต ก็ต้องเหนื่อยอีกหลายเท่าตัว” ใบบุญพูดออกไปด้วยน้ำเสียงห่วงใยน้องสาวของเธอ

“จ้าพี่ แค่นี้นะ ฝากความคิดถึงทุกคนด้วย สวัสดีจ้า”

“อืม บ๊าย บาย” ใบบุญกดตัดสาย ก่อนจะวางสมาร์ตโฟนเอาไว้ที่โต๊ะ ด้วยใบหน้าที่ดูเครียด เมื่อเธอรู้ดีว่าชีวิตของน้องสาวกำลังจะเกิดปัญหาหลายอย่างตามมา เมื่อใบบัวนั้นกลายเป็นคุณแม่ที่ต้องรับผิดชอบชีวิตเด็กน้อยตาดำๆ ตามลำพัง

“ทำไมถึงต้องทำหน้าเครียด ไม่ดีใจรึไง จะได้เป็นคุณป้าอีกแล้วนะ” กวินแซวภรรยาของเขาออกไป ถึงแม้ว่าอายุของใบบุญจะสี่สิบกว่าปีแล้ว แต่เธอก็ยังดูสาวและสวยมาก จนบางทีสามีอย่างเขายังแอบหึงและหวงไม่ยอมให้เธอออกจากบ้าน ถ้าหากว่าไม่มีลูกหรือว่าเขาไปกับเธอด้วย

“คุณคิดว่าใบบัวจะไหวไหมคะ การเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ต้องเลี้ยงลูกตามลำพังมันไม่ง่ายเลยจริงๆ” ใบบุญพูดออกมา พลางนึกถึงอดีตเมื่อครั้งที่เธอต้องกระเสือกกระสนอดทนเลี้ยงใบพลู พร้อมกับน้องอีกสองคนด้วยความยากลำบาก

“คุณหมอเขาโตเป็นผู้ใหญ่แล้วนะคุณ อีกอย่างทุกวันนี้หมอใบบัวก็คงมีเงินเก็บอยู่บ้าง เธออาจจะจ้างพี่เลี้ยงมาช่วยคอยดูแลลูก ในช่วงที่ต้องเข้าเวรก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” กวินพยายามพูดอธิบายให้ภรรยาของเขาได้คลายความกังวลลงบ้าง

“ใช่ค่ะแม่ เอาไว้ ใบพลูจะไปช่วยน้าใบบัวเลี้ยงน้องนะคะ”

“ผมไปด้วยนะครับ” ไบเบิลรีบพูดขึ้น เมื่อเขานั้นอยากไปสัมผัสกับธรรมชาติที่ภาคเหนืออีกครั้ง

“ไปด้วยกันหมดเนี่ยแหละ แต่ต้องรอให้น้องคลอดก่อน ถือเป็นวันพักผ่อนของครัวครัวไปเลย”

“เย้! ดีเลยค่ะแม่ ง่วงแล้วใบพลูขอตัวไปนอนก่อนนะคะ จุ๊บ! กูดไนท์ค่ะคุณพ่อ จุ๊บ! กู๊ดไนท์ค่ะคุณแม่ กูดไนท์นะนายขรึม” ใบพลูจุ๊บแก้มบิดามารดา ก่อนจะหันมาพูดกับน้องชายด้วยใบหน้าที่ทะเล้นใส่อีกตามเคย

“ยัยใบพลูเอ๊ย!” ใบบุญถึงกับส่ายหัวให้กับความขี้อ้อนขี้เล่นของลูกสาว เมื่อเธอนั้นน่ารักจนทำให้ทุกคนในบ้านมีรอยยิ้ม

พอใบพลูเปิดประตูเข้ามาในห้อง เธอล้มตัวลงนอนพร้อมกับข้อความในไลน์เด้งเข้ามารัวๆ ซึ่งเพื่อนสนิทได้ส่งมาให้ พร้อมกับการเม้าท์มอยในไลน์กลุ่ม ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของเธอทั้งสองคนมีวาวากับนัทตี้

^^แกเอ๊ย! ถ้ายัยนั่นสิงออสตินได้ฉันว่านะ ยัยมิ้นต์คงเข้าสิงไปนานแล้ว จะเบียดอะไรนักหนา คืนนี้คงมีต่อพวกแกว่าไหม^^ นัทตี้พิมพ์มายาวเหยียด เพราะตอนนี้เพื่อนทั้งสองของใบพลูอยู่ในเหตุการณ์ด้วย

^^พวกแกไปเที่ยวแต่ไม่ชวนฉัน โป้งแล้ว^^ ใบพลูพิมพ์พร้อมกับกดส่งอิโมจิโกรธกลับไป ทั้งที่เพื่อนชวนแล้ว

^^สมองมาพร้อมสติค่ะเพื่อนสาว คุณหนูใบพลูขา พวกฉันชวนแกแล้ว แต่แกบอกไม่อยากมา เพราะใครน๊า^^ วาวารีบส่งข้อความต่อว่าเพื่อนกลับทันที เมื่อใบพลูไม่อยากมาเพราะออสติน

^^แก! ฉันหมั่นไส้ยัยมิ้นต์กับเพื่อนของหล่อนจริงๆ ถ้ามาวอแวกับครามฉันเอาตายแน่^^

นัทตี้คงเหลืออด ถ้าสองสาวยุ่งกับผู้ชายของเธอ ซึ่งครามเป็นเพื่อนสนิทของออสติน รวมทั้งเตวิชแฟนของวาวา ทั้งหมดหกคนอยู่ในกลุ่มเดียวกัน มีออสติน คราม เตวิช ใบพลู นัทตี้และวาวา ส่วนสองสาวนั้น พยายามที่จะเข้าหาผู้ชายในกลุ่มมากกว่า แน่นอนว่าเป้าหมายของมิ้นต์คือออสติน

^^ช่างเถอะ แต่พวกแกไม่ส่งภาพอุจาดตาเข้ามาในกลุ่มแล้วนะ ไม่เห็นน่าดูสักนิด นายนั่นคงคิดว่าตัวเองหล่อตายแหละมั้ง เลยหว่านเสน่ห์ไปทั่ว^^ ใบพลูยังคงหมั่นไส้ออสติน ที่เขานั้นนั่งโอบมินต์ราวกับคู่รัก

^^กำลังหึงเขาหรือเปล่า หึงเขาอยู่หรือเปล่า? ....ใบพลู?? ^^

วาวาผู้ซึ่งอ่านสายตาของคนทั้งคู่ออก แต่น่าแปลกใจที่พวกเขาสองคนบอกว่าไม่มีทางชอบกัน ทั้งที่กำลังจะถูกจับคลุมถุงชนในไม่ช้า แต่ทว่าออสตินกลับไม่มีท่าทีที่ปฏิเสธ ดูเหมือนว่าเขาจะเต็มใจด้วยซ้ำ แต่ก็ปากแข็ง ในเวลาที่เจอหน้าก็ทำเป็นกัดตลอด

^^ฉันเนี่ยนะหึงนายนั่น ชิ! ไม่มีทาง ตามสบายนะเพื่อนรักขอนอนพักผ่อนเอาแรงก่อน นอนแบบไม่ต้องรีบตื่นไปเรียน ไม่ต้องรีบตื่นไปฝึกงาน สักครึ่งเดือนนะจ๊ะ ก่อนที่จะเข้าไปทำงานที่บริษัท^^

^^ทำงานกับคู่กัดอย่างนายออสติน^^ นัทตี้รีบพิมพ์แล้วกดส่งเข้ามาทันที เมื่อเธอเองก็พอจะรู้ว่าเพื่อนรักปากไม่ตรงกับใจ

^^ฉันง่วงแล้วแค่นี้นะ^^

ใบพลูรีบปิดมือถือ แต่เธอกลับนอนไม่หลับ เมื่อภาพออสตินนั่งอยู่ท่ามกลางสองสาวที่คอยเอาอกเอาใจเขา ราวกับว่าโมเมย์และมิ้นต์กำลังแข่งกันทำคะแนน เพื่อที่จะทำแต้มให้กับตัวเอง ออสตินก็ใช่ย่อยดูไปดูมา ท่าทางของเขาจะชอบด้วยซ้ำที่มีสาวๆ คอยคลอเคลียอยู่ข้างกายแบบนั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED