ตอน 1

จู่ ๆ ก็มีสามีที่ถูกต้องตามกฎหมายแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะเป็นความต้องการของผู้เป็นบิดาที่เพิ่งจะสิ้นลมหายใจไปได้เพียงเจ็ดวัน ทำให้อลินา หรือ ฮาน่า อารอน ลูกครึ่งไทยอเมริกันวัยยี่สิบปีปฏิเสธไม่ได้ เธอจำใจต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้ชายที่เธอไม่รู้จัก แม้กระทั่งหน้าตาของสามีในทะเบียนเป็นอย่างไรเธอเองก็ไม่เคยเห็น วันที่จดทะเบียนสมรสก็มีเพียงทนายของเขาเท่านั้นที่นำเอกสารการจดทะเบียนสมรสมาให้เธอเซ็น ทำให้เธอตัดสินใจหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ประเทศไทย ประเทศที่เป็นบ้านเกิดของเธอเองในทันทีที่ทุกอย่างเรียบร้อย

การจดทะเบียนสมรสในครั้งนี้เธอขอใช้สิทธิ์ในการคงสภาพการเป็นนางสาวเอาไว้ แม้ว่านามสกุลจะเปลี่ยนไปก็ตามที ที่เธอเลือกกลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่ประเทศไทย เพราะเธอจากมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กและที่นั่นไม่หลงเหลือคนที่รู้จักเธออีกแล้ว ผู้เป็นสามีแค่เพียงในนามไม่ได้ห้ามปราม แต่ทว่าเขากลับมอบบัตรเครดิตที่ไม่จำกัดวงเงินให้แทนการโผล่หน้ามาให้เธอเห็น จนหญิงสาวอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าเขาเป็นผู้ชายแบบไหน เธอนั้นรู้เพียงแค่ชื่อของเขาเท่านั้น มิสเตอร์เอเดน วินเทอร์ เพราะแบบนี้เธอถึงได้นามสกุลวินเทอร์ติดสอยห้อยท้ายชื่อของเธอมาด้วย แต่ที่เธอพอจะโล่งใจคือเขาไม่ใช่ผู้ชายแก่หงำเหงือก แต่เป็นชายหนุ่มที่มีอายุแก่กว่าเธอสิบปี

มือบางจ้องมองพาสปอตในมือก่อนที่จะตัดสินใจเดินทางออกจากเมืองชิคาโก เมืองที่เติบโตและใช้ชีวิตมานานนับยี่สิบปี ดีที่ว่าเธอนั้นถือพาสปอตสองสัญชาติทำให้เธอไม่ต้องใช้ชีวิตอย่างยุ่งยากในประเทศไทย ร่างระหงผิวขาวเนียนที่มีส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรเดินผ่านจุดตรวจตั๋วไปโดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่ามีสายตาของใครบางคนที่คอยจับจ้องอยู่

“จะปล่อยนายหญิงไปแบบนั้นจริงๆ หรือครับท่านเอเดน”

บุ๊ชเอ่ยถามนายหนุ่มออกมา เขารู้ดีว่านายของเขานั้นสนใจในตัวนายหญิงมากขนาดไหน และเขาก็รู้ดีว่านายของเขานั้นไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหนเหมือนกับภรรยาที่กำลังจะเดินทางออกจากเมืองชิคาโกไปในไม่ช้า

“อือ...ให้เธอได้ใช้ชีวิตอิสระไปอีกสักหน่อย นายก็รู้นี่ว่าเรายังมีงานที่ยังต้องจัดการอยู่อีกเยอะ ให้เธอสนุกกับชีวิตอิสระไปอีกสักพัก ก่อนที่ฉันจะได้ไปใช้สิทธิ์ของฉัน ตอนนี้ก็ส่งพวกที่อยู่ที่นั่นไปคอยสอดส่องดูแลเธอแทนฉันไปก่อนก็แล้วกัน ย้ำว่า...อย่าให้มีแมลงไม่ว่าจะตัวเล็กหรือตัวใหญ่มาไต่ตอมเธอเด็ดขาด เข้าใจไหม!!!”

เสียงทุ้มเย็นชาดังออกมาจากริมฝีปากหนาสีกุหลาบ แว่นตาสีดำที่ปกปิดดวงตาคมกล้าและค้ำอยู่บนสันจมูกโด่งของเขานั้นชวนให้สาวๆ เหลียวมอง แต่ก็ไม่มีผู้หญิงคนไหนเลยที่ได้รับไมตรีกลับไป

“เข้าใจครับเจ้านาย ผมจะสั่งให้ลูกน้องที่นั่นคอยดูแลนายหญิงอย่างดีเลย” บุ๊ซรับคำสั่งก่อนที่จะรีบสาวเท้าเดินตามนายเล็กไป

เอเดน วินเทอร์ ทายาทมาเฟียลำดับที่สามรุ่นที่ห้าของตระกูลวินเทอร์ ตระกูลของเขาทำธุรกิจสีเทามากมายในทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้และทวีปแอนตาร์กติกา เขามีพี่ชายสองคนที่ดูแลธุรกิจของตระกูลซึ่งอยู่ทวีปอเมริกาใต้และทวีปแอนตาร์กติกา ส่วนตัวเขานั้นเพิ่งจะขึ้นมารับหน้าที่ดูแลธุรกิจของครอบครัวแทนบิดาที่อายุมากขึ้นในทวีปอเมริกาเหนืออย่างประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนหน้านี้เขาทำธุรกิจส่งออกกับทวีปเอเชียอยู่และหนึ่งในนั้นก็มีประเทศไทยรวมอยู่ด้วย

ดวงตาคู่สวยจ้องมองวิวทางด้านนอกหน้าต่างของเครื่องบินลำใหญ่ ที่กำลังจะพาเธอเดินทางไปยังประเทศเป็นบ้านเกิด ดีที่ตัวเธอนั้นไม่เคยหยุดที่จะเรียนรู้ภาษาไทยเลย หรือแม้แต่ภาษาจีน ฝรั่งเศส และเยอรมัน เธอนั้นก็ถือว่าพูดได้อย่างเชี่ยวชาญ ผลการเรียนของเธอก็ได้รับเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากมหาวิทยาลัยชื่อดังของเมืองชิคาโก แต่เธอนั้นไม่คิดฝันมาก่อนเลยว่าสุดท้ายแล้วอนาคตของเธอจะต้องมาจบลงด้วยการเป็นภรรยาของผู้ชายที่ไม่เคยเห็นหน้า แม้จะเป็นภรรยาของเขาเพียงแค่ในนามก็ตามที

หญิงสาวยิ้มจางๆ ออกมาเมื่อนึกถึงความเป็นมิตรของผู้คนในประเทศไทย ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ไม่เคยลืม แต่รอยยิ้มที่เธอได้รับในวันนั้น ก่อนที่เธอจะย้ายมาอยู่อเมริกาแต่ทว่ากลับไม่ใช่รอยยิ้มของคนไทย ดูจากใบหน้าที่ส่อแววหล่อเหลาก็พอจะเดาออกว่าเขาเป็นฝรั่ง คงจะเป็นนักท่องเที่ยวที่บังเอิญช่วยเหลือเธอโดยบังเอิญ หากวันนั้นไม่ได้พบกับเขา...เธอก็คงจะไม่ได้มีโอกาสเติบโตขึ้นมาอย่างงดงามในวันนี้

“อลินา...หนูรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะลูก เดี๋ยวแม่ไปโหลดกระเป๋ากับเช็กอินก่อน เข้าใจไหมคะ”

อารีญามารดาของอลินาในวัยห้าขวบเอ่ยขึ้น เด็กหญิงลูกครึ่งที่มีหน้าตาน่ารักราวกับตุ๊กตาพยักหน้าขึ้นลงอย่างรู้ความ ผู้เป็นมารดาจึงเข็นรถเข็นที่มีกระเป๋าอยู่ถึงสามใบเดินไปยังเคาน์เตอร์

เด็กหญิงเหลียวซ้ายทีขวาทีก่อนที่จะมองเห็นตุ๊กตาตัวเล็กของใครบางคนตกอยู่ ด้วยความเป็นเด็กเห็นอะไรน่ารักก็มักจะวิ่งเข้าหา เด็กหญิงที่สวมเสื้อโค้ตและรองเท้าผ้าใบสีขาวจึงวิ่งไปหาเจ้าตุ๊กตามอมแมมที่ตกอยู่ทันทีโดยที่ไม่ทันได้ระวัง รถเข็นที่เข็นกระเป๋ากำลังจะถูกเข็นผ่านโดยที่พนักงานมองไม่เห็นเด็กหญิงตัวเล็กคนนั้น แต่แล้วร่างเล็กก็ถูกร่างที่โตกว่าคว้าเข้าไปในอ้อมกอด ทั้งคู่ล้มลงไปบนพื้นแต่ดีที่เด็กหญิงไม่ได้รับบาดเจ็บ และคนที่เข้ามาให้ความช่วยเหลือก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรเช่นกัน

“ไม่เป็นไรใช่ไหม”

สำเนียงภาษาอังกฤษชัดเจนดังขึ้นจากเด็กชายที่โตกว่าคนตัวเล็กที่ในมือยังมีตุ๊กตาต้นเรื่อง เด็กหญิงส่ายใบหน้าไปมา เด็กชายจึงยิ้มให้เธอด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน

“นายน้อย... ไม่เป็นไรใช่ไหมครับ” ฝรั่งที่สวมสูทหลายคนวิ่งเข้ามาดูแลเด็กชาย

“ฉันไม่เป็นอะไร อืม... ระวังหน่อยนะตัวเล็ก ที่ไหนที่มีคนเยอะๆ มันไม่ค่อยปลอดภัยหรอก” เขาประคองเด็กหญิงให้ลุกขึ้นก่อนที่จะส่งยิ้มให้อีกครั้งแล้วเดินจากไปพร้อมกับฝรั่งที่สวมสูทสองคน

อารีญาไม่ทันได้เห็นเหตุการณ์แต่ได้ยินคนคุยกันว่ามีเด็กหญิงลูกครึ่งเกือบถูกรถเข็นกระเป๋าชน เธอที่โหลดกระเป๋าและเช็กอินเสร็จพอดี เธอจึงรีบเดินตามหาบุตรสาวของตนจนได้พบเด็กหญิงยืนโบกมือหย็อยๆ ให้กับใครบางคนที่น่าจะเดินจากไปได้ไม่นาน มือเล็กข้างหนึ่งกอดตุ๊กตาเอาไว้ อารีญาตกใจรีบวิ่งเข้าไปรวบร่างเล็กเข้ามาในอ้อมกอด

“ฮาน่า หนูไม่เป็นไรใช่ไหมคะลูก” เธอผละอ้อมแขนออกก่อนที่จะสำรวจร่างเล็กของบุตรสาวแล้วผ่อนลมหายใจออกมาด้วยความโล่งใจ

“พี่ชายเขาช่วยหนูไว้ค่ะแม่ เขายิ้มสวย ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาสวยมากเลยค่ะ” เด็กหญิงชมเด็กหนุ่มที่ช่วยเหลือเธอออกมาด้วยรอยยิ้ม

“สักวันหนูจะได้พบเขาอีกไหมคะแม่ญา” เธอเอ่ยถามมารดาออกมาด้วยความไร้เดียงสา

“ถ้ามีวาสนาต่อกันสักวันหนูกับพี่เขาก็คงมีโอกาสได้เจอกันอีกแน่จ๊ะ ไปกันเถอะนะลูก ไปหาอะไรกินกันก่อนที่เราจะไปหาแด๊ดนะ” เด็กหญิงยิ้มร่า

อลินายังจดจำเหตุการณ์ในวันนั้นได้ดี แม้เรื่องราวจะผ่านมานานเกือบสิบห้าปีแล้วก็ตาม เธอยังแอบคาดหวังว่าสักวันหนึ่ง เธอจะได้เอ่ยคำขอบคุณเขา ที่เขาเคยช่วยชีวิตน้อยๆ ของเธอเอาไว้ แม้สถานะของเธอในตอนนี้จะไม่เหมาะที่จะคิดถึงผู้ชายคนอื่นแล้วก็ตามที

เปลือกตาบางปิดลงเมื่อเครื่องทะยานสูงขึ้นเหนือท้องฟ้าเมืองชิคาโก หญิงสาวเลือกนั่งชั้นธุรกิจเพราะสามีที่ดูท่าจะร่ำรวยของเธอให้บัตรเครดิตติดตัวมา แม้เธอจะเกรงใจที่ต้องใช้เงินของเขาในเรื่องส่วนตัว แต่เธอก็ไม่อาจทนที่จะต้องนั่งชั้นประหยัดให้ปวดเนื้อปวดตัว เพราะการเดินทางไปยังประเทศไทยนั้นใช้เวลาค่อนข้างนาน ชีวิตใหม่ที่สงบสุขของเธอหลังจากนี้คือชีวิตที่เธอต้องการ

ตอน 2

สนามบินสุวรรณภูมิ ประเทศไทย

ร่างระหงที่กำลังลากกระเป๋าเดินออกมาจากประตูทางออกของผู้โดยสารขาเข้าเรียกสายตาคนมองอยู่ไม่น้อย เพราะไม่ว่าจะเป็นรูปร่าง หน้าตาของเธอก็ล้วนแต่เป็นที่สะดุดตาจนเหล่าแฟนคลับที่มารอต้อนรับดารานักร้องที่ตนชื่นชอบแอบเก็บภาพของเธอเอาไว้ด้วย หญิงสาวไม่ได้สนใจต่อสายตาของผู้คนที่จับจ้องมองมาที่เธอ เธอเยื้องย่างไปที่เคาน์เตอร์ของบริการซิมการ์ดบริษัทดัง แล้วยื่นเอกสารให้พนักงานเพื่อลงทะเบียนซิมการ์ดให้แก่เธอ

หลังจากเปลี่ยนมาใช้ซิมการ์ดของประเทศไทยแล้วหญิงสาวจึงมุ่งตรงไปยังชั้นใต้ดินเพื่อแลกเงินดอลลาร์จำนวนหนึ่งที่พกมาให้เป็นเงินไทย ดีที่มารดาเปิดบัญชีธนาคารไทยให้เธอ เธอจึงมีเงินไทยที่อยู่ในบัญชีไทยมากพอที่จะใช้ชีวิตอยู่ลำพังในประเทศที่แสนอบอุ่นนี้ได้สบายๆ ไปจนแก่ ไหนจะบัตรเครดิตสีดำของสามีในนามนี้อีก ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มออกมา

“ขอโทษนะครับ ไม่ทราบว่าคุณเป็นดารานางแบบหรือเปล่าครับ”

ผู้ชายคนหนึ่งแต่งกายด้วยสูทหรูที่เพิ่งจะแลกเงินหยวนคืนหลังจากไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมาตัดสินใจเอ่ยถามสาวสวยตรงหน้าด้วยความสนใจ

“อ่า..ไม่ใช่ค่ะ”

เธอไม่ได้ตอบเขาเป็นภาษาไทย แต่ทว่าเลือกตอบกลับเป็นภาษาอังกฤษแทน ชายหนุ่มยิ้มเก้อเขินก่อนที่จะขอโทษเธอแล้วเดินจากไป หญิงสาวส่ายหน้าไปมาก่อนที่เดินเข้าไปที่จุดแลกเงิน

เมื่อได้เงินไทยแล้วร่างระหงจึงเยื้องย่างไปยังบันไดเลื่อนเพื่อขึ้นไปชั้นหนึ่งที่มีบริการรถรับส่งอยู่ ทุกย่างก้าวของเธออยู่ในสายตาของชายหนุ่มสองคนที่ได้รับคำสั่งมาให้แอบดูแลเธออยู่ห่างๆ โดยที่ไม่ให้เธอรู้ตัว

“เพิ่งมาเที่ยวไทยเหรอครับ” ลุงที่ขับรถแท็กซี่เอ่ยถามเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไทย

“ใช่ค่ะ”

หญิงส่าวจึงตอบเขากลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน ลุงคนขับแท็กซี่พยายามชวนผู้โดยสารคนสวยคุยเพื่อไม่ให้เธอเบื่อระหว่างเดินทางไปยังโรงแรมหรูในใจกลางเมืองกรุง ที่รถติดมากจนผู้โดยสารที่เคยมาไทยบ่อยๆ หลีกเลี่ยงที่จะไปพักที่นั่นกัน

กว่าจะเดินทางไปถึงโรงแรมห้าดาวใจกลางกรุงก็ถึงกับเย็นย่ำ หญิงสาวที่มีใบหน้าสวยคม ผมสั้นประบ่าสีน้ำตาลธรรมชาติ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปสติกสีส้มก้าวเท้าลงจากรถแท็กซี่ก่อนที่จะยืนตรงมองดูโรงแรมตรงหน้า พนักงานยกกระเป๋าของโรงแรมเข้ามาต้อนรับและรับกระเป๋าเดินทางของแขกที่มาเข้าพักแล้วเชิญเธอไปยังเคาน์เตอร์ที่มีพนักงานต้อนรับรอคอยอยู่ด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม ความสวยของหญิงสาวทำให้ทั้งพนักงานและแขกที่มาเช็กอินเข้าพักมองมาเป็นตาเดียวกัน

“ยินดีต้อนรับสู่กรุงเทพฯ ค่ะคุณผู้หญิง คุณผู้หญิงได้สำรองห้องพักไว้แล้วใช่ไหมคะ”

พนักงานต้อนรับยกมือไหว้ทักทายพร้อมกับเอ่ยออกมาเป็นภาษาอังกฤษ สาวสวยลูกครึ่งที่ไม่เคยลืมความเป็นไทยยกมือรับไหว้อย่างน่ามอง

“สวัสดีค่ะ ใช่ค่ะ... ฉันชื่อ อลินา อารอน อ่า...ขอโทษค่ะ อลินา วินเทอร์ค่ะ”

เธอทักทายกลับพร้อมกับเอ่ยชื่อและนามสกุลของเธอเองออกมา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าเธอเปลี่ยนนามสกุลไปแล้วจึงรีบพูดแก้ไขชื่อและนามสกุลของเธอกับพนักงานต้อนรับในทันที จากนั้นเธอจึงยื่นพาสปอตให้พนักงานต้อนรับตรงหน้าที่ส่งยิ้มกว้างมาให้เธอ

“คุณผู้หญิงจองห้องสวีตเตียงคิงไซซ์เอาไว้ทั้งหมดสามคืนนะคะ” พนักงานต้อนรับสาวเอ่ยถามเพื่อยืนยัน

“ใช่ค่ะ”

พนักงานตรวจสอบข้อมูลและบันทึกการเข้าพักของแขก จากนั้นจึงแนะนำกฎระเบียบของการเข้าพักอยู่ครู่หนึ่ง

“ขอให้มีความสุขในวันพักผ่อนค่ะ หากมีปัญหาเกี่ยวกับห้องพักหรือต้องการรูมเซอร์วิส คุณผู้หญิงสามารถติดต่อเข้ามาทางแผนกต้อนรับได้เลยค่ะ”

พนักงานส่งพาสปอตคืนให้กับหญิงสาวตรงหน้า พนักงานต้อนรับสาวอีกคนเป็นผู้นำทางอลินาขึ้นไปยังห้องพักของเธอที่อยู่ชั้นสิบห้าของโรงแรมหรูใจกลางกรุงแห่งนี้

“ดารานางแบบจากต่างประเทศเหรอ... สวยจัง สวยจนเราเป็นผู้หญิงยังมองได้แบบไม่อยากละสายตาเลย” พนักงานต้อนรับอีกคนที่รับแขกอีกคนอยู่เอ่ยถามเพื่อนที่เพิ่งจะต้อนรับแขกสาวสวย

“ไม่ใช่หรอก ดูเหมือนจะเป็นลูกครึ่งไทยแต่คงไปโตที่ต่างประเทศแหละ ตอนแรกเธอบอกนามสกุลอารอน แต่ในพาสปอตคือวินเทอร์ไง แล้วดูเหมือนเธอจะนึกขึ้นได้เลยรีบบอกฉันว่าวินเทอร์ ฉันว่าเธอคงแต่งงานแล้วล่ะ”

“สวยขนาดนี้โสดก็คงแปลก” และสองสาวพนักงานต้อนรับก็ต้องหยุดบทสนทนาเอาไว้เพียงแค่นั้นเพราะมีแขกที่เดินทางเข้ามาเช็กอินเข้าพักใหม่ถึงสามราย

พนักงานต้อนรับที่พาแขกสาวขึ้นมาส่งแนะนำการใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยู่ภายในห้องเสร็จจึงออกจากห้องไปทิ้งให้แขกของโรงแรมอย่างเธอได้พักผ่อน อลินาจึงเดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอีกครั้ง

ห้องพักห้องนี้มีระเบียงพอให้ได้ออกไปสูดอากาศ หญิงสาวจึงเดินออกไปนั่งที่เก้าอี้ด้านนอกแล้วชื่นชมบรรยากาศในยามเย็นของกรุงเทพฯ จนเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่หญิงสาวเหม่อมองออกไปโดยไร้จุดหมายอยู่อย่างนั้น รถราที่วิ่งสวนทางกันอยู่บนท้องถนนในยามนี้นั้นไม่ได้มากมายเช่นเดียวกับตอนที่เธอเดินทางมาแล้ว

มือบางหยิบโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังรุ่นใหม่ล่าสุดออกมาจากกระเป๋ากางเกง ก่อนที่เธอจะยกมันขึ้นมาเพื่อใช้ถ่ายภาพเมืองหลวงของประเทศไทย ในค่ำคืนแรกของการได้มาเยือนในรอบสิบกว่าปีที่ได้มาเยือน เมื่อเก็บภาพจนเป็นที่น่าพอใจหญิงสาวจึงเดินกลับเข้าไปในห้องแล้วตรงไปยังห้องน้ำเพื่ออาบน้ำก่อนที่จะออกไปหาอะไรรับประทานในมื้อเย็น

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกร่างระหงของลูกครึ่งสาวที่มีส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรก็ก้าวออกจากลิฟต์และเดินออกไปจากโรงแรมอย่างรวดเร็ว อลินาเดินไปตามทางเดินที่มีร้านค้าอยู่สองข้างทาง หญิงสาวมองเห็นจากระเบียงห้องพักของเธอว่ามีตลาดนัดกลางคืนอยู่ไม่ไกลจากโรงแรมมากจึงตัดสินใจไปหาอะไรกินที่นั่น

“คุณผู้หญิงจะไปที่ไหนครับ ใช้บริการวินมอเตอร์ไซค์ได้นะครับ รับประกันว่าสะดวกรวดเร็วและปลอดภัย” หนุ่มวินทักทายหญิงสาวลูกครึ่งเป็นภาษาไทย เธอเข้าใจทุกประโยคที่เขาพูดมาแต่เธอกลับตอบเขาไปเป็นภาษาอังกฤษแทน

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันชอบเดิน”

แล้วร่างระหงในชุดเสื้อยืดคอกลมสีขาวกับกางเกงยีนสีซีด สวมรองเท้าผ้าใบแบรนด์ดังก็เดินจากไป ด้านหลังของเธอมีชายไทยสองคนที่สวมชุดคล้ายกับพวกบอดี้การ์ดเดินตามห่างๆ โดยที่หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยสักนิด

“ต่างชาตินี่หว่า....ก็นึกว่าคนไทย” หนุ่มวินเอ่ยตามหลังไป และเมื่อเห็นชายชุดดำสองคนเดินตามหญิงสาวเขาก็ถึงกับตกใจ

“มีบอดี้การ์ดด้วยเหรอวะ ไม่น่าถึงดูไม่ธรรมดาเลย”

หนุ่มวินเลิกสนใจสาวสวยที่ดูเหมือนลูกครึ่งและชายสองคนที่เขาเองก็คิดว่าบอดี้การ์ดที่เดินตามหลังเธอไปห่างๆ ที่ไม่คิดว่าเป็นคนร้ายเพราะหนึ่งในสองของชายชุดดำนั้นหันมาจ้องหน้าเขาจนเขาต้องหลบสายตา ราวกับว่าเขาได้ทำผิดอะไรต่อผู้หญิงคนนั้นไป

อลินาเพลิดเพลินกับการซื้อของกินเล่นและอาหารที่หนักท้องพอที่จะทำให้เธอไม่รู้สึกหิวไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ทุกย่างก้าวของสาวสวยลูกครึ่งถูกสายตาของหนุ่มๆ และสาวๆ มองมาไม่ขาดสาย เธอสวยจนคนมองอดที่จะคิดว่าเธอเป็นดาราหรือนางแบบไม่ได้ หญิงสาวที่อยู่ต่างประเทศดูหน้าตาธรรมดาอย่างเธอ แต่พอกลับมาไทยเธอดูดีมีออร่าขึ้นมาในทันที และเธอถูกแมวมองพบเจอโดยบังเอิญ

“ขอโทษนะคะ คนไทยหรือเปล่าคะ” ลูซี่ สาวประเภทสองที่มีหน้าที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้แก่โมเดลลิ่งชื่อดังในไทยรีบเข้ามาทักทาย อลินามองคนที่เข้ามาทักตรงหน้า รอยยิ้มที่จริงใจของอีกฝ่ายทำให้เธอตอบกลับตามความจริง

“อ่า...เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันค่ะ” ลูซี่ถึงกับยกมือขึ้นมาป้องปากตามจริตของตนเอง ก่อนที่จะรีบเอ่ยถามเพชรน้ำงามตรงหน้าออกไป

“หนูพักอยู่ที่ไทยหรือแค่มาเที่ยวที่ไทยคะ”

“อ่อ...กะว่าจะมาอยู่ที่ไทยระยะสั้นน่ะค่ะ”

อลินาตอบไปตามตรง เธอยังไม่รู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน หรือไปที่ใดในไทย ยังไม่มีแพลนในชีวิตมากมาย ความคิดแรกที่ทำเรื่องมาไทยก็เพียงอยากหลีกหนีสามีในนาม

“แสดงว่ายังไม่มีอะไรทำใช่ไหมเอ่ย” คนฟังพยักหน้าขึ้นลงแม้จะรู้สึกงุนงง

“ถ้าอย่างนั้นพี่ขอแนะนำตัวเองก่อนเลยแล้วกันค่ะ พี่ชื่อลูซี่ เป็นคนที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้โมเดลลิ่งอเดลซึ่งเป็นโมเดลลิ่งของชาวอเมริกันที่มาลงทุนในไทยเมื่อสามปีก่อน แต่ตอนนี้ดังมากเลยนะคะ นายแบบนางแบบในสังกัดเราได้ดีกันทุกคน ถ้าหนูสนใจสามารถติดต่อพี่กลับมาได้ตามเบอร์โทรในนามบัตรนี้ได้เลยนะคะ” ลูซี่ไม่ปล่อยโอกาสที่จะได้เจียระไนเพชรเม็ดงามเม็ดนี้ให้เปล่งประกายออกมาในอนาคตเธอส่งนามบัตรของตัวเองให้หญิงสาวตรงหน้าทันทีเมื่อพูดจบ

“อ่า...ขอบคุณค่ะ แล้วจะติดต่อไปนะคะ ขอตัวก่อนค่ะ” อลินารับมาก่อนที่จะขอตัวแล้วเดินกลับออกจากตลาดกลางคืนมุ่งหน้ากลับโรงแรมที่เธอพักทันที

เมื่อไปถึงบนห้องพักหญิงสาวก็ล้มตัวลงนอนราบบนเตียงขนาดคิงไซซ์และล้วงเอากระดาษนามบัตรของคนที่เข้ามาทักทายเธอ อลินาไม่ปล่อยให้ความสงสัยของเธออยู่นานเธอหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดเข้าเว็บไซด์แล้วค้นชื่อโมเดลลิ่งอเดล ทันทีที่กรอกตัวหนังสือจนครบเว็บไซด์ของบริษัทก็แสดงขึ้นมาให้เธอได้อ่าน

“เจ้าของมีสองคนเหรอ อืม... ถ้าเป็นโมเดลลิ่งที่น่าเชื่อถือได้ก็น่าสนใจอยู่หรอก ตอนนี้ไม่มีอะไรทำลองไปเดินแบบดูก่อนดีไหมนะ”

เสียงหวานพึมพำออกมา ประวัติของโมเดลลิ่งมีชื่อเจ้าของเพียงหนึ่งคนซึ่งเป็นคนไทย ส่วนต่างชาติที่มีหุ้นน้อยกว่าคงจะไม่อยากเปิดเผยชื่อถึงไม่ได้ให้ประวัติเอาไว้ อลินาไม่ได้คิดมากเรื่องเจ้าของ แต่ที่เธอค้นหาโมเดลลิ่งนี้ในเว็บไซด์เป็นเพราะเธออยากมั่นใจว่าไม่ได้ถูกคนที่ให้นามบัตรมาหลอกมากกว่า

ตอน 3

หลังจากชั่งใจอยู่นานหนึ่งวันอลินาจึงตัดสินใจติดต่อหาโมเดลลิ่งตามนามบัตรที่ได้รับมาในวันแรกที่มาถึงประเทศไทย มือบางกดเบอร์โทรออกสิบหลักที่แสดงอยู่บนนามบัตร อลินาใจเต้นแรงขณะที่กำลังรออีกฝ่ายรับสายของเธอ อลินานั้นเพิ่งจะเรียนจบปริญญาตรีมาด้วยวัยเพียงยี่สิบปี งานที่เคยทำส่วนใหญ่ก็จะเป็นพาร์ทไทม์ตามร้านกาแฟ

เธอทำเช่นนั้นแม้บิดาจะให้เงินใช้ไม่ขาดมือ เป็นเพราะมารดาสอนเธอเสมอว่าไม่ให้รอใช้เงินจากใคร แม้คนคนนั้นจะเป็นพ่อหรือแม่เธอเองก็ตาม เพราะถ้าวันหนึ่งหากพวกเชาไม่อยู่กับเธอแล้ว เธอจะได้ช่วยเหลือตัวเองได้ อลินายึดคำสอนของมารดาเสมอมาจึงไม่เคยที่จะรอแต่เงินของผู้เป็นบิดาหลังจากมารดาจากไป

ลูซี่ : สวัสดีค่ะ ลูซี่ ผู้จัดการฝ่ายจัดหานายแบบและนางแบบ อเดลโมเดลลิ่งพูดสายค่า ไม่ทราบว่าต้องการติดต่อเรื่องอะไรคะ

อลินา : สวัสดีค่ะ ดิฉันคือคนที่พี่ให้นามบัตรที่ตลาดนัดกลางคืนเมื่อวันก่อนน่ะค่ะ

ลูซี่ : อ๋อ...คุณน้องที่เป็นลูกครึ่งไทยอเมริกันใช่ไหมคะ

อลินา : ใช่ค่ะ เอ่อ....เรียกหนูว่าฮาน่าก็ได้ค่ะ พอดีว่าฮาน่าสนใจเรื่องงานเดินแบบที่พี่บอกน่ะค่ะ แต่ว่าฮาน่าไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน

ลูซี่ : อุ๊ย!!ไม่เป็นไรเลยจ้ะ พี่ว่าหนูเข้ามาที่บริษัท มาลองพูดคุยรายละเอียดกันดูก่อนนะจ๊ะ ทางเรามีอาจารย์สอนระดับมืออาชีพ รับรองว่าหนูต้องเป็นนางแบบที่เปล่งประกายอยู่บนรันเวย์ของไทยได้อย่างแน่นอนค่ะ

อลินา : อ๋อ...ค่ะ ได้ค่ะ

เธอไม่ได้อยากเป็นนางแบบที่มีชื่อเสียง แต่เธอแค่อยากหางานอะไรทำไม่ต้องอยู่ว่างๆ แล้วใช้เงินที่มีอยู่หมดไป ในเมื่อพ่อแม่ให้รูปร่างหน้าตามาเป็นทุน เธอก็อยากจะลองหาประสบการณ์ทางด้านนี้ดู

ลูซี่ : เป็นวันนี้ช่วงบ่ายได้ไหมเอ่ย พอดีพี่ว่างช่วงบ่ายพอดีเลย

ลูซี่ไม่ปล่อยให้เพชรเม็ดงามหลุดมือไป เธอรีบนัดแนะหญิงสาวในทันที ความจริงวันนี้เธอมีงานทั้งวัน แต่เพื่อว่าที่นางแบบที่เธอได้ข้อมูลคร่าวๆ มาจากบอสหนุ่มคนนี้ เธอจึงต้องให้ความสำคัญกับอีกฝ่ายก่อน งานช่วงบ่ายจึงส่งคนอื่นให้ไปทำแทน

อลินา : ค่ะ ได้ค่ะ บ่ายโมงตรงนะคะ

ลูซี่ : แล้วเจอกันนะคะ...น้องฮาน่า

สายถูกวางไปพร้อมกับเสียงกรีดร้องดีใจของอีกฝั่งที่สามารถคว้าตัวลูกครึ่งสาวที่เป็นเหมือนเพชรรอการเจียระไนมาได้ ลูซี่ สาวประเภทสองผู้ที่ทำหน้าที่จัดหานายแบบนางแบบหน้าใหม่ให้กับอเดลโมเดลลิ่งรีบสาวเท้ากลับเข้าห้องประชุมซึ่งมีท่านประธานรอฟังข่าวดีอยู่

“เป็นยังไงบ้างครับคุณลูซี่ นางแบบที่ผมให้ข้อมูลไปน่ะติดต่อมาทำงานกับโมเดลลิ่งของเราได้หรือเปล่า” เสียงทุ้มของผู้เป็นบอสใหญ่ดังขึ้น

“น้องบอกจะเข้ามาช่วงบ่ายค่ะบอส ลูซี่ไม่คิดเลยว่าบอสจะรู้จักสาวๆ สวยๆ แบบนี้ด้วย”

ลูซี่ตอบออกมาอย่างตื่นเต้น เพราะนานมากแล้วที่เธอไม่ได้เจอกับผู้หญิงที่มีรูปหน้าและรูปร่างที่เพอร์เฟคขนาดนี้

“คนรู้จักของเพื่อนน่ะ ความจริงแล้วผมไม่รู้จักเธอหรอก ยังไงผมฝากคุณด้วยนะ ทำให้เธอตัดสินใจเดินแบบในสังกัดของเราให้ได้”

ลูกน้องที่นั่งอยู่ในห้องประชุมถึงกับแปลกใจที่บอสให้ความสนใจว่าที่นางแบบคนใหม่ของอเดลโมเดลลิ่ง แต่พอได้ยินว่าเป็นคนรู้จักของเพื่อน พนักงานทุกคนภายในห้องประชุมก็ถึงกับหายข้องใจ เพราะที่ผ่านมาอเดลโมเดลลิ่งไม่เคยรับพวกที่มีเส้นสายเข้าทำงาน และคราวนี้ฝ่ายของเจ๊ลูซี่ก็ไปติดต่อฝ่ายหญิงด้วยตัวเอง ไม่ใช่อีกฝ่ายเสนอตัวเข้ามาเพราะฉะนั้นเลยไม่ถือว่าเป็นเด็กเส้น

“ไม่มีอะไรแล้วขอจบการประชุมไว้เพียงแค่นี้ครับ” บอสหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปพร้อมกับเลขาส่วนตัว

“ชักอยากจะเห็นผู้หญิงที่ทำให้พี่ลูซี่ดีใจเหมือนกับเจอเพชรในตมอย่างตอนที่เจอกับน้องอิงค์แล้วล่ะสิ” หนึ่งในทีมของเจ๊ลูซี่เอ่ยขึ้นมา

“คนนี้งานดียิ่งกว่าน้องอิงค์อีกย่ะ สวยแบบธรรมชาติสุดๆ ดีนะที่เพื่อนของบอสแนะนำมา พี่เลยไปดักรอแถวโรงแรมที่น้องเค้าเข้าพัก โชคดีที่วันนั้นมีตลาดกลางคืนแล้วน้องเค้าออกมาหาอะไรกินพอดี เจ๊นี่ก็ตีเนียนไปแจกนามบัตรให้น้องเค้า นี่ถ้าพวกหล่อนเห็นแล้วจะอยากได้น้องไปดูแลเองเลยล่ะ” เจ๊ลูซี่จีบปากจีบคอ

“แสดงว่าเจ๊ลูซี่มีรูปน้องเค้าอยู่ก่อนแล้วสิ ถึงดูออกว่าน้องเค้าคือคนไหน ขอดูหน่อยได้ไหม อยากเห็นรูปก่อนเห็นตัวจริงอะ”

“โอ๊ย...เดี๋ยวตอนบ่ายก็ได้เห็นตัวจริงกันแล้ว เช้านี้เจ๊ยุ่ง...ขอตัวไปทำงานก่อนล่ะ”

เจ๊ลูซี่หลีกเลี่ยงที่จะบอกว่าเธอไม่มีรูปแบบเห็นหน้าชัดๆ แต่ทุกรูปที่เธอมีเป็นเหมือนรูปที่แอบถ่ายมามากกว่า และรูปที่หญิงสาวไปเดินตลาดในวันนั้นก็เป็นรูปที่บอสส่งมาให้

พนักงานในทีมดูแลนายแบบและนางแบบถึงกับเสียดายที่ไม่ได้เห็นรูปของว่าที่นางแบบคนใหม่ที่พี่ลูซี่เอ่ยปากชมนักชมหนา ทุกคนลุกจากที่นั่งแล้วเดินออกจากห้องประชุมไปทำงานของตนเองเช่นกัน

“ถ้าระดับพี่ลูซี่ไปตามจีบมาด้วยตัวเองคงจะสวยน่าดู ชักอยากจะเห็นแล้วสิ” ธัญญ่าที่ทำหน้าที่ดูแลนางแบบชื่อดังของโมเดลลิ่งนี้หลายคนเอ่ยออกมา

“ว่าแต่ถ้าน้องเค้าตกลงเป็นนางแบบของโมเดลลิ่งเราแล้ว งานดูแลน้องเค้าจะตกเป็นของใครล่ะ” อาคมเอ่ย เขามีหน้าที่ดูแลพวกนายแบบชายของโมเดลลิ่ง

“ก็คงแล้วแต่พี่ลูซี่จะแจกงานให้แหละ แต่แค่ในมือของพี่ตอนนี้ก็เยอะแล้วล่ะ แต่ละนางธรรมดาที่ไหนกัน มีน้องอิงค์คนเดียวที่ยังไม่เปลี่ยนไป เสมอต้นเสมอปลายมาตลอด” ธัญญ่าตอบพลางบ่นออกมาเล็กน้อย ยิ่งมีชื่อเสียงก็ยิ่งเรื่องเยอะเรื่องมาก

สองหนุ่มสาวที่ถือว่าเป็นผู้จัดการส่วนตัวของเหล่านายแบบนางแบบของอเดลโมเดลลิ่งแห่งนี้แยกย้ายกันไปจัดการงานของตน เพราะเชื่อว่าทั้งคู่ไม่มีใครจะได้งานเพิ่มแน่นอน

“ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเจ๊พุดซ้อน กับเจ๊จีจี้แล้วล่ะ” ผู้ช่วยสาวที่เดินตามหลังของเจ้าของชื่อทั้งสองมาเอ่ยขึ้น

“ฉันยังไงก็ได้ นางแบบที่ฉันดูแลอยู่ก็ไม่ได้มีงานมากมายเหมือนกับนางแบบของพี่ธัญญ่า รับมาเพิ่มอีกสักคนก็ไม่เหลือบ่ากว่าแรงหรอก”

พุดซ้อนบอกก่อนที่จะเดินไปห้องสันทนาการของบริษัทเพื่อชงกาแฟก่อนที่จะเริ่มงานอย่างเช่นที่ทำเป็นประจำ ส่วนเจ๊จีจี้ยักไหล่แล้วเดินไปยังโต๊ะทำงานของตน วันนี้เธอต้องออกไปทำงานแทนเจ๊ลูซี่ที่มีนัดกับว่าที่นางแบบใหม่ของโมเดลลิ่ง ผู้ช่วยที่เดินรั้งท้ายสองคนส่ายหน้าไปมา เพราะเจ๊พุดซ้อนกับเจ๊จีจี้นั้นไม่ค่อยเลือกนางแบบที่ตนดูแลมาก ถึงได้แต่พวกนางแบบนายแบบที่ดันไม่ค่อยดัง

ภายในห้องพักของโรงแรมระดับห้าดาวที่อลินาเพิ่งจะมาเช็กอินเข้าพักเมื่อเช้า เสียงน้ำในห้องน้ำตกกระทบกับพื้น เรือนร่างเปลือยเปล่าที่สวยงามมีกล้ามเนื้อที่หน้าท้องเล็กน้อยจากการออกกำลังกายบ่อยครั้งกำลังมีฟองสบู่กระจายอยู่ทั่วตัว ก่อนที่ผู้เป็นเจ้าของเรือนร่างงามจะล้างออกด้วยน้ำที่ไหลลงมาจากฝักบัวแบบเรนชาวเวอร์ ตอนเช้าอลินาเช็กเอาท์ออกจากโรงแรมที่เข้าพักครั้งแรกหลังจากมาถึงประเทศไทย แล้วมาเช็กอินเข้าพักอยู่โรงแรมที่ใกล้กับอเดลโมเดลลิ่งแทน

หลังจากเช็ดตัวและเป่าผมที่ยาวประบ่าจนแห้ง อลินาจึงเดินออกไปหยุดอยู่ที่หน้าตู้เสื้อผ้าแล้วเลือกชุดเดสสั้นแค่เข่าสีน้ำตาลมาสวมใส่ เธอแต่งหน้าด้วยเครื่องสำอางเพียงบางเบาก่อนที่จะสำรวจร่างกายอีกครั้งแล้วออกจากห้องพักไปเมื่อมองนาฬิกา แม้จะใช้เวลาเดินจากโรงแรมที่เธอพักอยู่เพียงแค่ห้านาที แต่หญิงสาวก็เป็นคนที่ตรงต่อเวลาตามนิสัยของชาวต่างชาติที่มักจะไปก่อนเวลานัดอย่างน้อยสิบห้านาที

ตึกสูงเพียงห้าชั้นเป็นที่ตั้งของบริษัทอเดลโมเดลลิ่ง ร่างระหงเยื้องย่างมาหยุดยืนมองด้านหน้าเพียงครู่เดียวก่อนที่จะตัดสินใจเข้าไปด้านใน พอประตูเปิดออกก็มีพนักงานที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์รอต้อนรับผู้ที่มาติดต่องานกับทางโมเดลลิ่ง พนักงานต้อนรับตกตะลึงในความสวยของผู้มาเยือนทันทีที่แว่นตาสีชาถูกถอดออก

“สวัสดีค่ะ ดิฉันมาพบพี่ลูซี่ค่ะ” อลินาส่งยิ้มให้เมื่อพูดจบแต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งแถมยังอ้าปากค้างอีกต่างหากทำให้หญิงสาวนึกขำในใจ

“ขอโทษนะคะ ดิฉันมาพบพี่ลูซี่ค่ะ” เท่านั้นแหละพนักงานคนนั้นถึงได้สติกลับมา เธอส่งยิ้มแห่งๆ มาให้หญิงสาวตรงหน้า

“อ๊ะ....ค่ะ เดี๋ยวเชิญนั่งรอที่ห้องรับรองด้านซ้ายก่อนเลยนะคะ เดี๋ยวดิฉันจะตามพี่ลูซี่ให้ค่ะ” อลินาพยักหน้าก่อนที่จะเยื้องย่างไปทางห้องที่มีป้ายบอกอยู่ด้านหน้าว่าเป็นห้องรับรองลูกค้า

“หือ....สวยมาก สวยตาแตก ฉันนึกว่าเธอจะพูดภาษาอังกฤษเสียอีก พูดไทยได้ชัดแจ๋วเลย” เพราะอลินานั้นหน้าตาไปทางพ่อมากกว่ามาทางแม่จึงทำให้เธอคล้ายฝรั่งมากกว่าลูกครึ่ง

“คนนี้หรือเปล่าที่พวกผู้จัดการนายแบบนางแบบอยากเห็นหน้ากันตั้งแต่เช้า”

“ไม่รู้สิ เธอรีบโทรตามพี่ลูซี่มาเถอะ” เพื่อนอีกคนรีบบอก พนักงานต้อนรับสาวนึกได้จึงรีบต่อสายไปหาพี่ลูซี่ ผู้จัดการแผนกจัดหานายแบบและนางแบบหน้าใหม่ทันที

ผ่านไปไม่ถึงห้านาทีร่างอวบอัดของเจ๊ลูซี่ก็รีบพุ่งออกมาจากประตูลิฟต์ พอสองพนักงานสาวต้อนรับชี้ไปที่ห้องรับรอง ผู้จัดการสาวประเภทสองจึงรีบสาวเท้าไปทางห้องนั้นทันที

“สวัสดีค่ะน้องฮาน่า พี่นึกว่าหนูจะมาช้าสักหน่อย ขอโทษที่ให้รอนะคะพี่เพิ่งจะประชุมเสร็จ”

“สวัสดีค่ะพี่ลูซี่ ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฮาน่ามาเร็วกว่าเวลาที่เรานัดกันเอาไว้มากกว่าค่ะ” อลินายกมือไหว้ผู้มาใหม่พร้อมกับตอบออกไป

“ขอฮาน่าทราบรายละเอียดการทำงานกับโมเดลลิ่งหน่อยได้ไหมคะ” ไม่รอช้าอลินาเริ่มพูดคุยเรื่องงานทันที เพราะเธอจะได้ตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ ไม่ทันที่เจ๊ลูซี่จะอธิบายเสียงเคาะประตูหน้าห้องก็ดังขึ้น

“เข้ามาได้ค่ะ” เจ๊ลูซี่เอ่ยปากอนุญาต ผู้หญิงรูปร่างสมส่วนสวมแว่นตาจึงเปิดประตูห้องเดินถือเอกสารเข้ามาวางไว้ที่โต๊ะตรงหน้าของอลินา

พุดซ้อนลอบมองใบหน้าสวยเฉี่ยว จมูกโด่งรั้นของหญิงสาวที่ตกเป็นประเด็นในการพูดคุยกันเมื่อเช้าก็รู้สึกเห็นด้วยกับเจ๊ลูซี่ ว่าหญิงสาวตรงหน้านั้นสวยแบบธรรมชาติจริงๆ แม้บนใบหน้าจะมีเครื่องสำอางแต่ก็เพียงบางเบาเท่านั้น ไม่รู้ว่านิสัยกับหน้าตาจะเหมือนกันหรือเปล่าเรื่องนี้คือสิ่งที่เธอเองก็เป็นกังวล

“นี่เป็นรายละเอียดการทำงานและการแบ่งส่วนแบ่งค่าตัวให้กับนางแบบของทางบริษัทเราค่ะ เชิญหนูอ่านดูได้เลยนะคะ ถ้าไม่เข้าใจหรือสงสัยตรงไหนถามพี่ได้เลย”

อลินาหยิบเอกสารที่เจ๊ลูซี่บอกขึ้นมาอ่านก็พบว่าเป็นการรับงานที่ไม่ได้เอาเปรียบตัวนางแบบ เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ อลินานั่งอ่านรายละเอียดของส่วนแบ่งของค่าตัวที่จะได้รับและขอบเขตการทำงานของนางแบบในโมเดลลิ่งนี้ก็รู้สึกว่าเป็นที่น่าพอใจ ทั้งเจ๊ลูซี่และพุดซ้อนต่างพากันแอบลุ้นกับการตัดสินใจของหญิงสาวตรงหน้าจนในที่สุดเสียงหวานก็เปล่งออกมาจากริมฝีปากอิ่ม

“ฮาน่าจะลองดูค่ะ”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED