ต้นหนุ่มตกงานประจำรักคุด รีบเดินอย่างว่องไวเพื่อมาทำอาชีพเสริม เขายิ่งรีบเหมือนยิ่งช้าเพราะผู้คนเดินกันควักไข่ว ในบริเวณถนนคนเดินที่เชียงใหม่ ต้นใช้เวลาเดินทางราวสามสิบนาที ก็มาถึงร้านนวดฝ่าเท้าข้างทาง
"มาเร็วเข้าประจำที่เลย ลูกค้านั่งรอเต็มไปหมดแล้ว" ป้าทองคำตะโกนเสียงดัง พร้อมกับจัดที่ให้ลูกค้า และต้นหมอนวดหนุ่มวัยยี่สิบสาม
"ครับป้า"ต้นรีบนำกระเป๋าไปเก็บไว้และมานั่งประจำตำแหน่ง ซึ่งลูกค้าหนุ่มชาวอันเจียนั่งรออยู่
"สวัสดีครับ"ต้นทักทายเป็นภาษาอังกฤษ เขาพอพูดได้บ้างเพราะจบชั้น ม.6 มา
ลูกค้าหนุ่มชาวอันเจียยิ้มให้ต้น และมองต้นนิ่งชั่วครู่ จนทำให้ต้นเริ่มรู้สึกเขินอาย
"นวดกี่ชั่วโมงครับ"ต้นรีบถามเพราะจะได้เริ่มทำงาน
" 1 ชั่วโมงครับ"
เมื่อได้รับคำตอบแล้ว ต้นจึงจัดแจงนำผ้าชุ่มน้ำ บรรจงเช็ดเท้าอย่างช้าๆจนสะอาด หลังจากนั้นต้นก็ชะโลมน้ำมันนวดคลึงเบาๆบริเวณเท้าทั้งสองข้าง
"นวดหนักๆหน่อย"หนุ่มอันเจียพูดขึ้น
"ยังไม่ได้นวดครับ แค่เริ่มต้นชะโลมน้ำมันก่อน"ต้นฝืนยิ้มให้ลูกค้าแถมคิดในใจว่า โดนงานหินอีกแล้ว ถึงว่าทำไมป้าทองคำไม่นวดเอง
หลังจากชะโลมน้ำมันที่ฝ่ามือเสร็จ ต้นจึงเริ่มออกแรงหนักขึ้น จนเป็นที่พอใจของหนุ่มอันเจีย ส่วนต้นก็รู้สึกหงุดหงิดนิดหน่อย แต่ก็อดทนเพราะต้องทำเพื่อเงิน มาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน
ต้นนวดฝ่าเท้าไปเรื่อยๆและไม่ได้มองหนุ่มอันเจียเลย ถึงจะเห็นครั้งแรกว่าหล่อ ขาว ตี๋ แต่มาสดุดกับคำว่าหนักๆ และต้องออกแรงพอสมควร โดยเฉพาะนิ้วหัวแม่มือต้องรีดทั้งฝ่าเท้า หน่อง แต่ก็มีบ้างที่เขาใช้ไม้กดจุด แต่จางหนุ่มอันเจียไม่รู้สึกเจ็บอะไร กลับกันเขารู้สึกสบายเท้า
จางเหม่อมองผู้คน ที่เดินไปมาบริเวณตรงหน้าเขา มีทั้ง อันเจีย ฝรั่ง และคนไทยที่มากที่สุด เขามองด้วยความเพลิดเพลินใจ สบายเท้าและกาย เมื่อต้นเริ่มมานวด คอ บ่า ไหล่ ให้เขา จางหลับตาพริ้มด้วยรู้สึกว่ามันคลายเมื่อยได้ลงเยอะ แต่แล้วความเพลิดเพลินก็ได้หายไป
"เสร็จแล้วครับ" ต้นบอกกล่าว แล้วยืนรอรับเงิน
"เท่าไรครับ" จางหยิบกระเป๋าเงินออกมา
"150 บาท ครับ"
จางควักเงินในกระเป๋าให้ 200 บาทแล้วยื่นให้ต้น
"ไม่ต้องทอน ทิป"
"ขอบคุณครับ"ต้นยกมือไหว้แล้วยิ้ม
จางก็เช่นกันยิ้มให้ต้น แล้วเขาก็เดินจากไปในท่ามกลางฝูง ส่วนต้นก็ยืนมองจนจางจนลับสายตา
"ไอ้ต้นยืนเหม่อหาอะไรมาทำงานต่อ เห็นไหมลูกค้าฝรั่งนั่งรออยู่" ป้าทองคำยืนท้าวเอวบ่นแล้วถอนหายใจ
"ครับป้า" ต้นรับคำแล้วรีบเก็บผ้าที่ใช้เสร็จไปวางไว้ หลังจากนั้นล้างมือแล้วมานั่งที่เดิม ส่วนลูกค้าก็เป็นฝรั่งหญิงสูงอายุ
"ทำไมวันนี้มาช้าจัง"นารีเพื่อนสาววัยใกล้เคียงถามอย่างสงสัย
"ติดงานที่ร้านออกมาไม่ได้เลย"ต้นหันมามองหน้านารี
"ดีแล้วนึกว่าติดผู้"นารีพูดพลางยิ้มติดตลกเพื่อเบี่ยงความรู้สึกของต้น
"บ้าจะติดได้ไง พึ่งอกหัก" ต้นค้อนนิดหน่อย
"ให้มานวดนะ ไม่ได้ให้มาคุยกัน เสียงดังรบกวนลูกค้า" ป้าทองคำตะโกนสุดเสียงเพราะอยู่ไกล
เมื่อทั้งสองได้ยินเช่นนั้นเลยหยุดชะงัก มองตากันนิดนึงแล้วอมยิ้ม แล้วทำการนวดฝ่าเท้ากันต่อไป ไม่คุยกันแม้แต่น้อย
" ว่าไง ต้น วันนี้ได้กั่ชั่วโมงแล้ว " นนท์หนุ่มวัยยี่สิบหก ซึ่งมาช้ากว่าต้นอีก มานั่งใกล้ๆเพื่อมานวดลูกค้ารายใหม่ ที่พึ่งมาเป็นฝรั่งหนุ่มใหญ่
"สี่ชั่วโมงครับพี่"ต้นหันมาพูดด้วย ทั้งๆที่พึ่งโดนว่าเมื่อครู่
" อ๋อ เหรอ พี่นวดที่ร้านได้ 5 ชั่วโมง นี่ชั่วโมงที่หกนะ"
" ครับ"ต้นแค่พยักหน้าและไม่พูดต่อ ด้วยความรำคาญที่นนท์ชอบคุยทับ และเกรงใจป้าทองคำเดี๋ยวตะโกนด่าอีก
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆในความคิดหมอนวดทั้งหลาย จนถึงห้าทุ่มหมดเวลางาน บรรดาหมอนวดต่างช่วยกันเก็บเก้าอี้สิ่งของเข้าที่เข้าทาง หลังจากนั้นรับเงินแล้วแยกย้ายกันไป
"ไปไหนต่อต้น"นารีเพื่อนสาวตะโกนถามแล้วเดินมาหา
"ว่าจะไปกินข้าวแล้วกลับห้องเลย ไปด้วยกันไหมช่วงนี้เหงาอยู่คนเดียว"ต้นชวน และ ตีสีหน้าเศร้า
"เราก็อยากไป แต่โน้น"นารีโบ้ยปาก
"อ๋อ ผัวมารอนี่เอง"ต้นอมยิ้ม
"วันหลังเดี๋ยวจะไปหาที่ร้านนะ บ่าย" นารียกมือขึ้นแล้วรีบวิ่งไปหาสามีที่นั่งรออยู่บนมอเตอร์ไซค์
"ไปแล้วนะต้น ลูกค้านัด"นนท์เดินมาบอกและจากไป
ต้นมองตามแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ส่วนต้นก็เดินไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งมีผู้คนไม่มากเท่าไร ส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้ากำลังเก็บข้าวของ ต้นเดินมาเรื่อยๆจนถึงประตูเชียงใหม่ และขึ้นไปบนลานที่ขายอาหาร ต้นเลือกร้านก๋วยเตี๋ยวเจ้าประจำ
"วันนี้กินอะไรจ๊ะต้น"วาสสาวใหญ่รีบถามทันที
"หมี่เหลืองเกี้ยวครับพี่"ต้นเดินไปตักน้ำใส่แก้ว แล้วมานั่งที่โต๊ะ ซึ่งเหลืออยู่ที่เดียว
สักพักตาลสามีของวาสก็นำก๋วยเตี๋ยวมาเสริฟ พร้อมกับถามไถ่
"วันนี้เป็นไงบ้าง"
"ก็พอได้นะพี่"ต้นพลางเติมเครื่องปรุง ใส่น้ำตาลเยอะหน่อย ส่วนพริกไม่ใส่เพราะไม่กินเผ็ด
"ตาลมารับออเดอร์ลูกค้าหน่อย "วาสตะโดนเรียก
ตาลเลยรีบเดินไปในทันที เพราะเขาค่อนข้างกลัวเมียพอสมควร
เมื่อต้นปรุงรสเสร็จ จึงจัดการหมี่เกี้ยวตรงหน้าในทันที ด้วยความหิวเขาจึงมุ่งแต่กิน ไม่ได้สนใจอะไรรอบข้าง แต่แล้วเขาต้องหยุดกินเพราะเสียงคุ้นหูเรียก
"ต้น ฝากลูกค้านั่งด้วย ไม่มีที่ว่างเลย"ตาลพาลูกค้าชาวอันเจียมาอยู่ตรงหน้าด้วย
ต้นเงยหน้าขึ้น และเขาก็ประหลาดใจ เพราะคนที่อยู่ตรงหน้า คือหนุ่มอันเจียที่เขาพึ่งนวดให้เมื่อหัวค่ำ
"ได้ครับ"ต้นยิ้มให้จาง ส่วนจางก็ตอบรับไมตรีโดยการยิ้มกลับ
เมื่อจางนั่งลงเขาก็ไม่ปรุงอะไรเลย กินในทันทีโดยไม่สนต้นที่มองด้วยความแปลกใจ เพราะมันจืดมากๆ ถ้าให้ต้นกินเขาก็ไม่สามารถกินได้
ในระหว่างที่จางกำลังกินอย่างเอร็ดอร่อย ต้นก็อิ่มพอดีเขาจึงลุกขึ้นเดินไปจ่ายเงินให้วาส
"อิ่มมากเลยพี่ เดี๋ยวมาอุดหนุนใหม่"
"จร้า ขอบใจมาก"
หลังจากจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้นจึงข้ามถนนไปอีกฝั่งเพื่อกลับห้อง ที่ไม่มีใครอยู่รอการกลับมาของต้น ในขณะที่เขากำลังเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าและเสียงตะโกนจากด้านหลัง
"รอด้วย หยุดก่อน"
ต้นหยุดชะงักทันทีและหันไปมอง และนั่นก็คือหนุ่มอันเจียคนเดิมอีก เขาครุ่นคิดว่าหนุ่มอันเจียคนนี้จะเรียกให้หยุดดทำไม
"มีอะไร"ต้นมีสีหน้าสงสัย
"โรงแรมที่ผมอยู่ไปทางนี้ เราจะได้ไปด้วยกัน"จางยิ้มให้และเดินมาหยุดตรงหน้าต้น
"ก็ได้"ต้นยิ้มและงงงวยพอสมควร จู่ๆหนุ่มอันเจียมาขอเดินไปด้วยกัน
"งั้นไปเลย"จางพยักหน้าชวนและเดินนำไป
ส่วนต้นก็ก้าวเท้าเดินตามให้คู่กัน ต่างคนต่างเงียบมองข้างทางที่ผับบาร์ยังเปิดอยู่
"คุณชื่ออะไร"จู่ๆจางก็ถามขึ้น
"ต้น"
"ด้วน"จางพยายามเลียนสำเนียงให้เหมือน
ต้นแอบยิ้มแล้วคิด ชื่อต้นอยู่ดีๆกลายเป็นด้วนซะแล้ว
"ไม่ใช่ ต้น"ต้นพยายามพูดช้าๆ
"ต้วน"
"ต้น"
"ต้น ต้น ต้น"ในที่สุดจางก็พูดได้ชัดขึ้น
"ใช่เลย ออกเสียงแบบนี้แหล่ะ"ต้นยิ้มให้
"ผมชื่อจางนะ"
"จาง"ต้นพูดตามอย่างชัดถ่อยชัดคำ
"โอ้ว ต้นเก่งจัง ว่าจะสอนซักหน่อย"จางมีสีหน้าประหลาดใจ
"ไม่ได้เก่งหรอก ต้นดูซีรี่อันเจียบ่อย ดูแบบซับไทย"
"ต้นชอบดูซีรี่เหมือนผมเลย แล้วชอบเรื่องอะไร"จางได้เรื่องที่จะคุยต่อ
ส่วนต้นไม่รู้จะบอกชื่อเรื่องเป็นภาษาอันเจียว่าอะไรดี เพราะเขาจำได้แต่ชื่อไทย รักไม่มีข้อแม้ ถ้าบอกไปจางก็คงไม่รู้จัก และในทันใดต้นก็คิดออก ถ้าบอกชื่อดาราไปจางต้องรู้จักแน่ๆ
"จำชื่อเรื่องไม่ได้ แต่จำดาราได้ ชื่อ มงมงกับหยันหยัน"
จางอมยิ้ม เพราะเขาก็ดูเรื่องนี้แบบผ่านๆ และได้ยินได้ฟังมาสมควร
"อันเจียอง "
"อันเจียอง พอได้ไหม"ต้นหันมาถาม
"พูดได้อีกแหล่ะ ผมพูดภาษาไทยได้คำเดียวเอง"
"คำอะไรเหรอ"ต้นถามด้วยท่าทีสงสัย
"ก็ต้นไง ชัดไหม"จางพูดอย่างหน้าตาย
"เอ่อ"ต้นพูดไม่ออกได้แต่หันหน้าไปทางอื่น
"วันหลังต้นต้องสอนผมพูดหลายๆคำนะ"
"จะสอนอย่างไง เราไม่ได้อยู่กัน"ต้นหันมามองไหม
"ก็นี่ไงเราเริ่มอยู่ด้วยกันแล้ว เดี๋ยวก็เจอกันบ่อยๆ แลกเบอร์ ไลน์ กันก่อน มาที่ไทยใช้ไลน์ได้ ถ้าผมกลับอันเจีย ต้นก็สมัครเมาท์แชท เราก็คุยกันได้แล้วเห็นไหม"
จางพูดจบ ต้นถึงกับอึ้งไปไม่ถูก คิดไม่ออกจะบอกอย่างไรดี ต้นเริ่มงงจากลูกค้าอยู่ดีๆมาขอเป็นเพื่อน
"ว่าไง ไม่อยากเป็นเพื่อนผมเหรอ เงียบไปเลย"จางหน้าเศร้า
"เปล่า"
"งั้นเรามาสาบานเป็นเพื่อนกัน จนวันตายเลยนะ"
"ฮือ ไม่ต้องถึงสาบานหรอก"ต้นถึงกับอึ้งอีกครั้ง
"ดีจัง ผมมีเพื่อนคนไทยแล้ว เพราะผมมาสองวันแล้วเหงามาก จะได้มีเพื่อนคุย"จางยิ้มไม่หุบ
ทั้งสองเดินเลาะตามไหล่ทาง พูดคุยกันจนถึงหน้าโรงแรมที่จางอยู่
"ถึงแล้ว นี่ไงโรงแรมที่ผมอยู่"จางชี้ไปที่ทางโรงแรม
ต้นมองเข้าไปข้างในโรงแรม ซึ่งมองจากข้างนอกความหรูก็ระดับกลางๆค่อนไปทางหรู
"ขึ้นไปคุยกันข้างบนไหม"จางยืนจ้องหน้า
"พรุ่งนี้ต้องไปทำงานนะ "ต้นปฏิเสธทันที
"ใช่ด้วย ถ้าอย่างนั้นเราขอเบอร์หน่อย พรุ่งนี้จะได้โทรหา ว่าอยู่ที่ไหน เราจะได้ไปนวดตัว เพราะรู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัว" จางหยิบมือถือขึ้นมาพร้อมเมมเบอร์
ต้นก็บอกแต่โดยดีเพราะอย่างน้อยก็ได้ลูกค้า ส่วนวันพรุ่งนี้ต้นก็ไม่สามารถบอกได้เช่นกัน ว่าจะมีงานให้ทำหรือเปล่า จึงเป็นเรื่องราวดีๆที่ต้นเจอคืนนี้
เมื่อต้นบอกเสร็จ จางก็โทรทันที เพราะกลัวต้นแกล้งบอกเบอร์ผิด หลังจากนั้นเสียงมือถือของต้นก็ดังขึ้น จางจึงกดปิดและเมมเบอร์
"ต้นเมมเบอร์ผมด้วย เดี๋ยวลืมถ้าเราโทรไปต้นจำไม่ได้ ต้นใช้เบอร์นี้สมัครไลน์หรือเปล่า"
"ฮือ ใช่"ต้นหยิบมือถือออกมาพร้อมบันทึกชื่อว่าจางเป็นภาษาไทย
ส่วนจางบันทึกเป็นภาษาอังกฤษ ton หลังจากนั้นเขาก็ค้นหาไลน์ทางเบอร์ ก็เห็นชื่อและหน้าต้นเป็นภาษาอังกฤษ
"ขึ้นแล้ว ต้น ต้น"จางยิ้มระรื่น
"ถ้าอย่างนั้นต้นกลับก่อนนะ"ต้นเอ่ยขึ้น
"ห้องต้นไกลไหมเราเดินไปส่งได้นะ"
"ไม่ต้องหรอกส่งกันไปกันมาไม่ถึงซักที แล้วมันก็ไม่ไกลหรอก"
"ถ้างั้นคืนนี้ต้นนอนนี่ พรุ่งนี้ค่อยกลับแต่เช้า เดี๋ยวเราเดินไปส่ง"จางยิ้มและเบิกตาขึ้นมองต้น
"ไม่เป็นไรหรอกกลับได้ชินได้"ต้นก็ค้องใจอยู่เหมือนกัน ไม่ได้ไม่ดีก็ชวนขึ้นห้อง ซึ่งต้นก็ไม่อยากจะคิดในแง่ไม่ดี ซึ่งต้นกำลังคิดเรื่องนี้อยู่ แต่แล้วเสียงของจางก็ดังขึ้น
"ก็ได้ ถ้างั้นพรุ่งนี้เจอกัน บ่าย"จางโบกมือให้ แล้วเดินเข้าไปในโรงแรม บางครั้งแอบหันมามองต้น จางรู้สึกถูกชะตากับต้น อยากอยู่ใกล้ๆต้น จางอดแปลกใจไม่ได้ ทั้งๆที่ก่อนมาประเทศไทย จางก็มีแฟนเป็นผู้หญิง แต่พึ่งเลิกลากันไป
ส่วนต้นก็เดินไปเรื่อยๆพลางคิดถึงรักเก่าที่จากกันไป โดยไม่ได้บอกลาหายไปเป็นเดือน ซึ่งต้นก็พยายามหักห้ามใจไม่ให้คิด เพราะแฟนเก่าของต้นไม่ได้แสนดีจนน่าจดจำ มีแต่สร้างเรื่องให้ต้นแก้ปัญหาไม่เว้นแต่ละวัน
ต้นมาทำงานนวดที่ร้านประจำ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่พักของเขาเท่าไรนัก เมื่อก่อนต้นทำแค่พอร์ทไท้แต่หลังจากตกงาน เขาจึงมาทำเต็มตัว ในความคิดของต้นคือมาทำเพื่อฆ่าเวลา พร้อมกับหางานประจำที่มั่นคงทำต่อ
ร้านนวดที่ต้นมาทำมีแต่ผู้ชาย รุ่นไล่ๆกับเขา สาเหตุที่ร้านนวดนี้มีแต่ผู้ชาย เพราะเป็นร้านทางเลือก
ส่วนใหญ่ร้านนวดจะผสมกันไป ซึ่งจะมีผู้หญิงซะส่วนมาก มีผู้ชายน้อยและขาดตลาด เพราะลูกค้าบางครั้งอยากนวดหนักๆ ผู้หญิงแรงไม่ถึง บางคนไม่อยากนวดกับผู้หญิง เช่นเดียวกันบางคนไม่อยากนวดกับผู้ชาย คละเคล้ากันไป
กัน หนุ่มใหญ่หมอนวดเก่า จึงมาเปิดร้านที่เป็นทางเลือก แต่เป็นร้านนวดจริงๆไม่อะไรแอบแฝง เป็นร้านขนาดกลางค่อนข้างไปทางเล็ก มีเพียงแค่สิบเตียง และหมอนวดหกคนแค่นั้น ถ้าลูกค้าเต็มก็เรียกหมอวิ่งมาเสริม เหมือนอย่างแต่ก่อนที่ต้นเคยทำ
ต้นเดินเข้ามาในร้านก่อนเวลาพอสมควร เพราะร้านเปิดเก้าโมงเช้าปิดสองทุ่ม และเป็นเวรที่ต้นต้องเข้ามาช่วยจัดร้าน
"หวัดดีพี่กัน"ต้นทักทายนายจ้างผู้ใจดี
"มาก็ดีแล้วลูกค้ารออยู่"กันชี้ไปที่เตียงนวด ซึ่งมีหนุ่มโปเกียหุ่นดีนั่งอ่านหนังสือรออยู่
"เร็วๆเข้าอย่าให้ลูกค้ารอนาน เดี๋ยวพี่จัดร้านเอง ไปซิ"ปากก็พูดมือก็พัลวันพับผ้า
"ครับ"ต้นรับคำแล้วรีบไปล้างมือ หลังจากนั้นเดินไปหาลูกค้า
"สวัสดีครับ"ต้นทักทายเป็นภาษาอังกฤษกับลูกค้าหนุ่มโปเกียรุ่นไล่ๆกับเขา เพียงแต่ตัวใหญ่หุ่นดี ซึ่งต่างจากต้นหุ่นมาตรฐานชายไทย แค่หน้าตาจิ้มลิ้มใสๆ
"เช่นกันครับ "พูดจบหนุ่มโปเกียก็ล้มตัวลงนอนทันที เพราะเขาได้เปลื่ยนเสื้อผ้าพร้อมนวดไว้แล้ว ซึ่งกันเป็นคนจัดแจงให้เสร็จสรรพ
"นวดกี่ชั่วโมงครับ" ต้นถามพร้อมยิ้มอย่างสดในยามเช้า เพราะได้ลูกค้าไวและคนแรก ในความเชื่อจะโชคดีตลอดวัน
"1ชั่วโมง ครับ "พูดไม่ทันเสร็จหนุ่มโปเกียก็หลับตาทันที แต่ก็แอบคิดถึงหน้าต้นหมอนวดหนุ่ม ที่เห็นแว่บแรกก็ถูกใจ เพราะเป็นสเปคของคิม ที่เขารูปร่างสูงใหญ่บึกบึน เลยเป็นเหตุให้ชอบชายหนุ่มตัวเล็กๆน่ารัก น่าทะนุถนอม คอยปกป้อง แบบต้นหมอนวดหนุ่ม
เมื่อทุกอย่างพร้อม ต้นก็เริ่มนวด อันดับแรกต้นจับที่ขาหนุ่มโปเกียแยกออกจากกัน แล้วไล่เส้นขาเข้าไปถึงต้นขา และหยุดบริเวณขาหนีบ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดไว้ เพื่อเปิดประตูลม
ต้นกดข้างไว้สิบห้าวินาที ระหว่างนั้นหนุ่มโปเกียก็ลืมตาขึ้น มองหน้าต้นด้วยความสงสัย ทำไมต้องกดตรงไหน ซึ่งมันหมิ่นเหม่ต่อความรู้สึกและใกล้ไป แต่คิมก็ไม่ได้พูดอะไร เนื่องจากเขานวดมาหลายที่ ก็เป็นเช่นนี้เพียงแต่กับต้น คิมดันมีความรู้สึกแปลกๆและเกร็ง
เมื่อครบเวลาตามกำหนดสิบห้าวินที ต้นก็ค่อยๆปล่อยแล้วคลึงตั้งแต่ต้นขาลงมาที่ปลายเท้า หลังจากนั้นก็นวดฝ่าเท้าไล่ขึ้นขาอีกครั้ง
คราวนี้สร้างความพึงพอใจ แกคิมหนุ่มโปเกียอย่างมาก เขาจึงหลับตาต่อ ด้วยความเพลินกายสบายใจ ได้ผ่อนคลายสมองปลอดโปร่ง จึงทำให้เขาเผลอหลับไปในที่สุด และตื่นเป็นระยะๆ เมื่อต้นสะกิดพลิกร่างซ้ายขวาหน้าหลัง คิมก็ตื่นเพียงชั่วครู่ แล้วหลับลงในทันที ที่เริ่มนวดส่วนต่างๆของร่างกายต่อไปอีก
คิมต้องตื่นอีกครั้ง ทั้งที่พึ่งหลับไปได้ไม่นาน เมื่อต้นสะกิดให้เขาลุกนั่ง คิมจึงจำเป็นต้องทำตาม หลังจากนั้นต้นไปนั่งบริเวณหัวเตียง และให้คิมนอนลง ต้นจึงทำการนวดคลึงศีรษะและใบหน้า ซึ่งคิมนั้นชอบมาก เพราะทำให้เขาสบายผ่อนคลาย จากความตรึงเครียด แต่มันก็เพียงไม่กี่นาทีเขาก็ต้องลุกขึ้นนั่ง เพื่อให้ต้นมานวดบ่าไหล่ ดัดตัวสองสามท่าจนเสียงแก๊ก ยิ่งทำให้คิมผ่อนคลายลงไปอีกขึ้นหนึ่ง เมื่อจบครบทุกท่าในการนวด ต้นจึงเขยิบไปด้านหน้าของคิม
"เสร็จแล้วครับ"ต้นยิ้มให้คิม
คิมแค่พยักหน้า พร้อมทำหน้านิ่งเหมือนไม่พอใจ แต่ลึกๆแล้วชอบมาก
หลังจากนั้นเขาจึงลุกขึ้นไปเปลื่ยนเสื้อผ้า ส่วนต้นก็นั่งจัดเตียง ตรวจสอบความเรียบร้อยชั่วครู่ เมื่อเสร็จจึงเดินออกไปหน้าร้าน เพื่อรอส่งคิม
แต่แล้วเสียงสั่นของมือถือก็ดังขึ้น แต่เป็นเสียงสั่นที่เลวร้าย เมื่อต้นรับโทรศัพท์ปุ๊ปเสียงหญิงสาวทวงหนี้ก็ดังขึ้น
"สวัสดีค่ะ ใช่คุณ ต้นน้ำ ชัยชนะภัยไหมคะ"
"ครับ"
"วันนี้ครบกำหนดชำระหนี้ที่ยอด สามพันบาท ค่ะ พร้อมชำระเดี๋ยวนี้เลยไหมคะ"
"ยังครับ คงตอนค่ำๆหลังเลิกงานครับ"
"ก็ได้ค่ะ แต่อย่าเกินเวลาทำการนะคะ เพราะต้องส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่ภายในวันนี้ ถ้าส่งช้าจะเสียเครดิต และมีค่าติดตามทวงถามด้วยนะคะ"
"ครับ"
"เจ้าหน้าที่ขออนุญาตวางสายนะคะ ช่วงนี้อากาศเปลื่ยนแปลงบ่อย ลูกค้าดูแลสุขภาพด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ"
ต้นรีบกดปุ่มวางสายแล้วเดินไปยังหน้าร้านทันที
ต้นแสนจะปวดใจปนเจ็บใจ ที่ต้องแบกภาะหนี้สินที่หนักอึ้ง จนบ่าแท่บทรุดลงกับพื้น
ต้นพยายามทำใจสลัดความกลัดกลุ้มนั้นทิ้งไป แล้วเดินต่อไปยังหน้าร้านนวด ที่มีเพื่อนหมอนวดนั่งรอลูกค้า รายเรียงอยู่หลายคน เมื่อมาถึงก็ต้องโดนแซวจากเพื่อนสนิท
"นวดหนุ่มหล่อยังหน้ามุ่ยอยู่อีกหรอ"ริโอ้เพื่อนชี้ที่ชักชวนต้นเข้าวงการหมอนวด พูดทันทีเมื่อต้นเดินมาถึงหน้าร้าน
ทั้งสองสนิทกันมาก เที่ยวด้วยกันกินด้วยกัน เคยอยู่ด้วยกัน รสนิยมความรักตรงกัน แต่ไม่ได้รักกันฉันคู่รัก
"จะให้อารมณ์ดีได้ไง ปรัชญ์ หายไปไหนก็ไม่รู้ แถมทิ้งหนี้ก้อนใหญ่ไว้ให้ "ต้นถอนหายใจ เพราะปรัชญ์ก็คือแฟนหนุ่มของต้น ที่จู่ๆหายไปพร้อมกับเสื้อผ้าข้าวของใช้หมดห้อง ทิ้งไว้เพียงหนี้สินให้ดูต่างหน้า
"ผู้ชายพันธ์นั้นไปได้ก็ดีแล้ว"ริโอ้รู้สึกเคืองแทนเพื่อนรัก
"ฮือ ก็จริงของริโอ้ ไม่คิดแล้ว ทำงานเก็บเงินใช้หนี้ดีกว่า"
พูดจบต้นนั่งลงข้างๆริโอ้ เมื่อทั้งสองมีเวลาว่างจึงนำมือถือออกมาเล่น แล้วเสียงเตือนข้อความไลน์ ของจางก็ดังขึ้นมา ต้นจึงรีบเปิดอ่านทันที
"ต้นอยู่ที่ไหน"
"กรุณาส่งสถานที่ทำงานมาให้แก่ฉัน"
"วันนี้ฉันจะไปนวดกับท่าน"
ต้นอ่านแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เพราะดูก็รู้ใช้กูเกิ้ลแปลเป็นภาษาไทยส่งมา ต้นเลยแชร์โลเคชั่นให้จาง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกัน ที่คิมออกมาจากห้องนวด และเดินมาถึงหน้าร้าน เพื่อไปจ่ายเงินค่านวดกับกันที่เค้าท์เตอร์ เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาหาต้นต่อ และจ่ายทิปให้ 100 บาท
"ขอบคุณครับ"ต้นยกมือไหว้ แต่คิมก็ยังทำหน้านิ่งแล้วเดินออกไปนอกร้าน ทั้งๆที่ถูกใจต้น แต่ไม่กล้าสบตาและสนธนาด้วย
"ได้ทิปตั้ง 100 บาท เฮงแน่วันนี้"ริโอ้แซว
"สมพรปาก"ต้นยิ้มอย่างมีความสุข และทั้งคู่ก็นั่งเม้าท์มอยกันครู่ใหญ่ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นคิมเดินเข้ามาภายในร้านอีกครั้ง
"เอ๊ะ หนุ่มโปเกียกลับมาทำไมอีก"ริโอ้มีท่าทีสงสัยรวมทั้งต้นด้วย
เมื่อคิมเดินมา ก็ผ่านหน้าต้นไปเลย แต่ไปคุยอยู่กับกันเจ้าของร้านครู่ใหญ่ ซึ่งต้นได้ยินคร่าวๆว่าจะมานวดวันพรุ่งนี้เวลาเดิม และได้จองคิวต้นไว้ด้วย ในใจต้นก็รู้สึกดีที่จะได้ลูกค้า
ในช่วงที่ต้นกำลังดีใจอยู่นั้น คิมก็เดินมาหา และหยุดอยู่ตรงหน้าต้นกับริโอ้ ส่วนหมอนวดหนุ่มอีกสามคนได้แต่มอง และสงสัยเด็กใหม่คนนี้มันมีดีอะไร ลูกค้าถึงติดกันหลายคน
"พรุ่งนี้ผมจะมานวดกับคุณ" สีหน้าของคิมยังดูนิ่งอยู่
"ครับ พรุ่งนี้จะล็อคคิวไว้ครับ"ต้นก็ยังยิ้มอย่างละมุนเช่นเดิม
"ผมของไลน์ได้ไหม จะได้ติดต่อคุณโดยตรง"
ต้นหันหน้าไปมองกันเจ้าของร้าน เพราะตามมารยาทต้องใช้เบอร์ร้านติดต่อ
กันพยักหน้าแล้วอมยิ้ม เพราะแอบสงสัยหนุ่มโปเกียติดใจการนวด หรือตัวตนของต้นกันแน่
ต้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาและเปิด คิว อาร์ โค้ด ให้ คิมสแกน เมื่อแสกนเสร็จเรียบร้อย คิมจึงยิ้มให้ต้น
"ขอบคุณครับ ต้น "คิมรู้ชื่อหมอนวดหนุ่มทันที หลังสแกนคิวอาร์โค้ดเช่นเดียวกับต้น ที่รู้จักชื่อหนุ่มโปเกียที่เด้งขึ้นมา ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน และเป็นการเริ่มสัมพันธ์ที่ดี
ในขณะเดียวกัน หนุ่มอันเจียจางก็เปิดประตูเข้ามาในร้านนวด ที่ต้นกำลังยืนคุยกับคิม
"ไม่ไกลจากโรงแรมผมเท่าไรเลย เมื่อคืนทำไมต้นไม่บอกผม"จางตะโกนตรงหน้าประตูแล้วเดินมาหาต้น โดยไม่สนใจคนรอบข้าง
ต้น คิม และ ริโอ้ ต่างหันมามองทางจาง รวมทั้งทุกสายตามุ่งมาที่เดียวกัน เพียงเพราะคำพูดเมื่อคืนทำไมไม่บอกผม
"ฮ่า"ต้นเมื่อคืน ไปไหนกันมากับคนอันเจีย รู้จักกันตอนไหน "ริโอ้กระซิบข้างๆหู
"ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ แค่ลูกค้าถนนคนเดิน แล้วเดินกลับห้องมาทางเดียวกันแค่นั้น ถึงที่เขาก็เข้าโรงแรมไป ส่วนต้นก็เดินกลับมาที่ห้องคนเดียว "ต้นกระซิบกลับข้างหู
จางเห็นทุกคนนิ่งเงียบ เขาจึงสลายความเงียบขึ้น
"วันนี้ผมจะมานวดตัวกับต้น"จางเดินเข้ามาใกล้ต้นและยิ้มให้
"ครับ"ต้นรับคำแล้วหันไปมองคิม ซึ่งหน้าซีดเซียว
"พรุ่งนี้เจอกันนะ"ต้นมองหน้าคิมที่นิ่งอีกครั้ง แต่ใจคิโยฮันซิร้อนสุ่มทรวงด้วยความสงสัย คนที่ต้นจะนวดให้เป็นใครกันดูสนิทสนม
"นวดตรงไหน"จางถาม พร้อมแอบมองคิม ด้วยความแคลงใจ เนื่องด้วยกลัวจะโดนแย่งคิวนวด แล้วจะไม่ได้นวดกับต้นในครั้งนี้
ต้นเลยพาจางไปที่เตียงนวด ปล่อยให้คิมอยู่กับริโอ้กันสองคน ซึ่งคิมไม่สนริโอ้ ได้แต่มองไปทางเตียงนวด ที่มีต้นกับจางอยู่กันสองคน
เหตุการณ์เล็กๆในครั้งนี้ ก็ไม่พ้นสายตาของกันเจ้าของร้านไปได้ แต่ก็ต้องหยุดมองเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน เขาจึงเปิดดูสมุดคิวนวด
"ริโอ้ถึงคิวแล้ว พาฝรั่งไปนวดเร็ว"ริโอ้รับคำ
"ครับ" ก่อนริโอ้จะไปนวด ก็หันมามองคิมและยิ้มให้ แต่ไร้การตอบสนอง ริโอ้เลยเซ็งไปหาลูกค้าฝรั่งที่ยืนรออยู่ดีกว่า
"หล่อตาย เก็กฉิบหาย"ริโอ้คิดในใจ ก่อนพาฝรั่งไปนวด
ส่วนคิม เมื่อไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเ ขาจึงเดินออกไปในทันใด โดยมีหมอนวดอีกสี่คน ที่เหลือนั่งมองหน้ากันแ้วนินทราต้น
"ไอ้ต้นมันมีดีอะไร ลูกค้าติดมันจัง วันนี้ก็สองคนแล้ว ต้อมเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไร พูดขึ้นด้วยความอิจฉาเล็กๆ
"ใช่ พึ่งเริ่มเป็นหมอนวดเอง แต่อย่างว่าหน้าใหม่ใจถึง เมื่อกี้ไม่ได้ยินหรอ ไปโรงแรมกับคนอันเจียมา"สันต์แสยะปากเล็กน้อย
"เรื่องของมันจะไปยุ่งอะไรเรื่องของคนอื่น"ปันเพื่อนในร้านที่พอถูกชะตากับต้นแย้งขึ้นมา
"เดี๋ยวโดนแย่งลูกค้าจะรู้สึก"ไผ่จ้องหน้าปัน
"ของอย่างนี้ขึ้นอยู่ที่ฝีมือ"ปันโต้กลับ
"ปัน รับลูกค้า"กันเรียกขานเพราะถึงคิวของปัน
"ไปกันนะ เชิญนั่งรอลูกค้ากันต่อไป " ปันเหลือบมองหน้านิดนึงแล้วหันกลับ
หลังจากนี้นปันจึงลุกขึ้น ไปต้อนรับลูกค้าฝรั่งที่ค่อนข้างสูงอายุ ปล่อยให้สามหนุ่มที่เหลือนั่งรอลูกค้าตามยถากรรมต่อไป
ต้นนั่งรอหนุ่มจาง ที่กำลังไปเปลื่ยนเสื้อผ้า ซักพักจางก็มาถึง เขานอนลงบนเตียงทันที
"นวดไทย 2 ชั่วโมง" จางพูดโดยไม่ถามต้นเลย เพราะเขาค่อนข้างนวดบ่อยที่อันเจีย มีร้านนวดหลายร้านแต่เขาคิดว่าสู้ที่ไทยไม่ได้
ต้นเริ่มการนวดตามลำดับ ด้วยความเคยชินต้นนวดไปเรื่อยๆ โดยมีจางมองหน้าต้นเป็นระยะ ซึ่งเขาก็แปลกใจทำไมรู้สึกถูกชะตากับต้น โดยไม่ทราบสาเหตุเกิดจากอะไร
เพราะก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่เคยถูกชะตากับใครเลย แถมมีแฟนที่เป็นผู้หญิง ที่พึ่งเลิกรากันแค่เดือนกว่าๆ นั่นเจึงป็นสาเหตุที่ทำให้มาเที่ยวประเทศ
เนื่องด้วยจางรู้สึกเศร้าใจอย่างหนัก เพื่อคลายความเศร้าให้จางหาย เขาจึงหลีกหนีภาพเดิมๆ มาหาที่พักกายพักใจที่ไทย
ซึ่งก็ได้ผลดีทีเดียว เป็นเพราะต้นหมอนวดหนุ่มนี่เอง ที่ทำให้จางพอคลายทุกข์ได้บ้าง แต่เขาก็แอบหวั่นใจพอสมควร เมื่อเห็นหนุ่มโปเกียกหน้าตาดี แต่เขาก็จะสู้เพื่อพิชิตใจต้นให้ได้
ซึ่งจางก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงคิดเช่นนั้นไปได้ เพราะต้นนั้นเป็นผู้ชายเหมือนกับเขา
แต่นั่นยังไม่เท่ากับความสงสัยในตัวหนุ่มโปเกีย จางอึดอัดจึงจำใจต้องถาม ถึงจะดูไร้มารยาทนิดนึง
"เมื่อกี้ลูกค้าต้นเหรอ"จางถามพร้อมเลิกคิ้วมองหน้าต้น
"ใช่ พึ่งนวดเมื่อเช้า"ต้นหลบตาต่ำลงหน่อย
"เหรอ"จางพูดเสร็จหันมองไปทางอื่น ทำเป็นไม่สนใจใคร่รู้อีกต่อไป
ต้นก็อดสงสัยพฤติกรรมของจางไม่ได้ ที่ดูแปลกๆเหมือนจะงอนเพราะแอบชอบ แต่ก็อายตัวเองที่คิดเข้าข้างความรู้สึก ถึงกระนั้นต้นก็สบัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะต้นคิดว่าใครจะมาสนใจ หมอนวดจนๆอย่างเขา
จางไม่ได้ยินเสียงของต้นอีก เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย จางจึงพยายามคิดหาคำพูด เพื่อทลายความเงียบที่เขาแสนเบื่อ
"ต้นนวดเก่งดีนะ รู้สึกสบายตัว หายเมื่อยเลย"
"ฮือ"ต้นแค่พยักหน้า เพราะกฎของร้านนวด คืออย่าส่งเสียงดัง อย่าชวนลูกค้าคุย
แต่จางไม่เข้าใจ นึกว่าต้นไม่อยากคุยด้วย เลยแอบน้อยใจ หยุดพูดคุยกับต้นในทันที
เมื่อจางนิ่งงัน พร้อมกับการนวดที่เข้าถึงเส้น พลอยทำให้จางเริ่มจะเคลิ้ม แต่เขายังอยากรับรู้ความรู้สึกนี้อยู่ จึงฝืนข่มตาไม่ให้หลับ
แต่เนื่องจากความสบายกายและใจ จางจึงไม่สามารถห้ามใจไม่ให้หลับได้ เขาจึงเผลอไผลสู่ภวังค์ หลับสนิท ถึงต้นจะสะกิดพลิกร่าง ก็อยากลำบากแก่ต้นยิ่งนัก
"จะหลับลึกอะไรขนาดนี้น"ต้นแอบบ่นในใจ
ความพยายามของต้นนั้น เกิดผลบ้างไร้ผลบ้าง เพราะจางอ่อนระทวยสัปหงก เมื่อปบลุกให้ลุกนั่งเพื่อนวด คอ บ่า ไหล่ แต่ต้นก็ฝืนทนจนเกือบจบสิ้น
จางมาสะดุ้งท่าดัดตัว เสียงเอวดังแก๊กเขาตกใจนึกว่าเอวหลุด จางจึงขยับตัวตรวจอาการ
"ฮู้ ดีมาก หายปวดเอวเลย"พร้อมกับยกแขนขึ้นบิดซ้ายขวา
"เสร็จแล้วครับ"เสียงของต้นดังค่อยๆข้างๆหู ของจาง เขาลุกขึ้นยืนแบบสลึมสลือ แต่จางอยากนอนต่อ เขาจึงล้มตัวลงนอนที่ตักของต้น เงยหน้ามองแล้วยิ้มตาละห้อย เหมือนเด็กอยากขอของเล่น
"ไม่อยากลุกเลย อยากนอนต่ออีก"จางหลับตาลงอีกครั้ง
ต้นเม้มปากหายใจเสียงดัง ด้วยความกลัวจะโดนกันเจ้าของร้านตำหนิ เพราะดูไม่เหมาะสมที่จะทำสิ่งนี้ ต้นจึงหาวิธีแก้ไขสถานการณ์
"ถ้างั้นนวดต่ออีกชั่วโมงก็ได้ หรือจะนวดน้ำมัน ประคบ นวดไม้ไผ่ ตอกเส้น จะเอาอย่างไหนบอกมาเลย"ต้นพูดรัว จนจางจำไม่ค่อยได้ว่ามีนวดอะไรบ้าง แต่ที่คุ้นหูก็นวดน้ำมัน
"ถ้าอย่างนั้นผมขอนวดน้ำมัน แต่เป็นวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน"จางแอบคิดล่วงหน้าไปไกล ที่แผ่นหลังได้สัมผัสมือที่อ่อนนุ่มของต้น
"กี่โมงดี แต่ตอนเช้ามีนัดแล้วนะ"ต้นรู้สึกดีใจจะได้มีงานต่อเนื่อง เพื่อใช้หนี้บัตรเครดิตอีกหลายใบ
"เหรอ เสียดายจัง อยากนวดตอนเช้า เป็นคนแรกของต้น ถ้างั้นเวลานี้ก็ได้"
"ตกลงเวลาได้แล้วก็ลุกขึ้น ไปเปลื่ยนเสื้อผ้าก่อน"ต้นออกแรงผลักนิดหน่อยให้จางลุกขึ้นนั่ง เพราะกลัวใครมาเห็น มันไม่เหมาะไม่ควร ทางร้านจะเสียหาย
จางจึงจำใจลุกขึ้นนั่งแต่โดยดี หลังจากนั้นลุกยืนเดินไปที่ห้องเปลื่ยนเสื้อผ้า
ส่วนต้นนั้นจึงจัดเตียงเก็บข้าวของไว้ที่เดิม เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินไปรอจางที่หน้าร้าน
ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องนวด แต่ยังไม่ถึงหน้าร้านเลย เสียงแชวก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
"หน้าบานมาเชียวนะ เขาได้คนละชั่วโมง นี่ปาเข้าไป 3 ชั่วโมง"ริโอ้แซวเพื่อนชี้
"แหม คนเขามีฝีมือ"ปันเพื่อนใหม่ในร้านที่เป็นกันเองกับต้นพูดขึ้น เพื่อให้สามหนุ่มหมอนวดขี้อิจฉาได้ยิน
"ไม่ถึงขนาดหรอก ฟลุคเฉยๆ" ต้นพูดอย่างถ่อมตัวเพราะเป็นเด็กใหม่ พูดจบจึงเดินมานั่งใกล้ๆริโอ้
ทั้งสามเลยคุยกันได้ไม่นาน จางก็เดินมาจ่ายเงินกับกันเจ้าของร้าน แล้วนัดวันเวลานวดน้ำมันต่อกับต้น หลังจากนั้นจางก็เดินมาหาต้น
"พรุ่งนี้เจอกัน" พร้อมส่งทิปให้ 150 บาท และส่งสายตาอันหวานฉ่ำให้ต้น ก่อนที่จะเดินออกนอกร้านไป แถมอมยิ้มไปตลอดทาง
ต้นมองตามด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็แอบยิ้มนิดนึง
"ต้น มาหาพี่หน่อย"กันเจ้าของร้านรียก
ต้นสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงของกันเจ้าของร้านเรียกขาน ต้นเดินไปที่เค้าท์เตอร์ แล้วกันก็กวักมือให้ต้นเข้ามาข้างใน
"นั่งซิ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"ต้นนั่งลงตรงหน้ากันเจ้าของร้านนวด
"มีอะไรครับ"ต้นนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงถาม
"เมื่อกี้ตอนนวดให้ลูกค้านอนตักหรอ"กันถามก่อนเพราะยังไม่เชื่อที่สันต์ หมอนวดอีกคนในร้านที่มาฟ้อง
"มันไม่เหมาะ พี่ไม่รู้นะว่ารู้จักกันได้อย่างไร แต่ถ้ามาทำแบบนี้ ใครเห็นเข้าร้านเราจะเสียหาย เพราะร้านเราแค่นวดผ่อนคลาย"กันหยุดไว้ ให้ต้นได้คิด
"เข้าใจครับ"ต้นมีสีหน้าซึมเล็กน้อย
"เข้าใจก็ดีแล้ว ทีหลังอย่าให้ลูกค้าทำแบบนี้อีกนะ"
"ครับ"ต้นรับคำ
"พี่มีอะไรจะบอกอีกเรื่องหนึ่ง"
"อะไรครับ"
"ถ้าเกิดเจอหนุ่มอันเจียนั้นอีก ก็เล่นตัวบ้างนะ พี่ดูแล้วเขาอาจชอบต้นน่ะ พรุ่งนี้ก็นัดนวดน้ำมันอีก"กันอมยิ้ม
"ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดครับ"ต้นรีบปฏิเสธทันที
"ไม่ต้องอายพี่หรอก ถ้าข้างนอกจะอะไรอย่างไร ก็แล้วแต่ต้นตามสบายเลย โอกาสมาแล้วอย่าปล่อยทิ้งไปนะ หรือว่าคิดถึงแฟนเก่าอยู่"กันจ้องมองต้นเพื่อสังเกตอาการ
"เท่าที่รู้มาเขาก็ไม่ได้ดีกับต้นนี่ "
"ใช่ครับ"
" ถ้าอย่างนั้นลืมเขาไปซะ เริ่มต้นใหม่เผื่อเจอคนดีดี"กันมองด้วยสายตาที่เอ็นดู
ต้นรับคำของกันเเสร็จ ก็เดินออกไปหน้าร้าน เพื่อรอลูกค้าที่จะมาเมื่อไรไม่รู้ พร้อมกับบรรดาเพื่อนหมอนวด
ต้นมาทำงานนวดที่ร้านประจำ ซึ่งก็อยู่ไม่ไกลจากที่พักของเขาเท่าไรนัก เมื่อก่อนต้นทำแค่พาร์ทไทม์แต่หลังจากตกงาน เขาจึงมาทำเต็มตัว ในความคิดของต้นคือมาทำเพื่อฆ่าเวลา พร้อมกับหางานประจำที่มั่นคงทำต่อ
ร้านนวดที่ต้นมาทำมีแต่ผู้ชาย รุ่นไล่ๆกับเขา สาเหตุที่ร้านนวดนี้มีแต่ผู้ชาย เพราะเป็นร้านทางเลือก
ส่วนใหญ่ร้านนวดจะผสมกันไป ซึ่งจะมีผู้หญิงซะส่วนมาก มีผู้ชายน้อยและขาดตลาด เพราะลูกค้าบางครั้งอยากนวดหนักๆ ผู้หญิงแรงไม่ถึง บางคนไม่อยากนวดกับผู้หญิง เช่นเดียวกันบางคนไม่อยากนวดกับผู้ชาย คละเคล้ากันไป
กัน หนุ่มใหญ่หมอนวดเก่า จึงมาเปิดร้านที่เป็นทางเลือก แต่เป็นร้านนวดจริงๆไม่อะไรแอบแฝง เป็นร้านขนาดกลางค่อนข้างไปทางเล็ก มีเพียงแค่สิบเตียง และหมอนวดหกคนแค่นั้น ถ้าลูกค้าเต็มก็เรียกหมอวิ่งมาเสริม เหมือนอย่างแต่ก่อนที่ต้นเคยทำ
ต้นเดินเข้ามาในร้านก่อนเวลาพอสมควร เพราะร้านเปิดเก้าโมงเช้าปิดสองทุ่ม และเป็นเวรที่ต้นต้องเข้ามาช่วยจัดร้าน
"หวัดดีพี่กัน"ต้นทักทายนายจ้างผู้ใจดี
"มาก็ดีแล้วลูกค้ารออยู่"กันชี้ไปที่เตียงนวด ซึ่งมีหนุ่มโปเกียหุ่นดีนั่งอ่านหนังสือรออยู่
"เร็วๆเข้าอย่าให้ลูกค้ารอนาน เดี๋ยวพี่จัดร้านเอง ไปซิ"ปากก็พูดมือก็พัลวันพับผ้า
"ครับ"ต้นรับคำแล้วรีบไปล้างมือ หลังจากนั้นเดินไปหาลูกค้า
"สวัสดีครับ"ต้นทักทายเป็นภาษาอังกฤษกับลูกค้าหนุ่มโปเกียรุ่นไล่ๆกับเขา เพียงแต่ตัวใหญ่หุ่นดี ซึ่งต่างจากต้นหุ่นมาตรฐานชายไทย แค่หน้าตาจิ้มลิ้มใสๆ
"เช่นกันครับ "พูดจบหนุ่มโปเกียก็ล้มตัวลงนอนทันที เพราะเขาได้เปลื่ยนเสื้อผ้าพร้อมนวดไว้แล้ว ซึ่งกันเป็นคนจัดแจงให้เสร็จสรรพ
"นวดกี่ชั่วโมงครับ" ต้นถามพร้อมยิ้มอย่างสดในยามเช้า เพราะได้ลูกค้าไวและคนแรก ในความเชื่อจะโชคดีตลอดวัน
"1ชั่วโมง ครับ "พูดไม่ทันเสร็จหนุ่มโปเกียก็หลับตาทันที แต่ก็แอบคิดถึงหน้าต้นหมอนวดหนุ่ม ที่เห็นแว่บแรกก็ถูกใจ เพราะเป็นสเปคของคิม ที่เขารูปร่างสูงใหญ่บึกบึน เลยเป็นเหตุให้ชอบชายหนุ่มตัวเล็กๆน่ารัก น่าทะนุถนอม คอยปกป้อง แบบต้นหมอนวดหนุ่ม
เมื่อทุกอย่างพร้อม ต้นก็เริ่มนวด อันดับแรกต้นจับที่ขาหนุ่มโปเกียแยกออกจากกัน แล้วไล่เส้นขาเข้าไปถึงต้นขา และหยุดบริเวณขาหนีบ ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกดไว้ เพื่อเปิดประตูลม
ต้นกดข้างไว้สิบห้าวินาที ระหว่างนั้นหนุ่มโปเกียก็ลืมตาขึ้น มองหน้าต้นด้วยความสงสัย ทำไมต้องกดตรงไหน ซึ่งมันหมิ่นเหม่ต่อความรู้สึกและใกล้ไป แต่คิมก็ไม่ได้พูดอะไร เนื่องจากเขานวดมาหลายที่ ก็เป็นเช่นนี้เพียงแต่กับต้น คิมดันมีความรู้สึกแปลกๆและเกร็ง
เมื่อครบเวลาตามกำหนดสิบห้าวินที ต้นก็ค่อยๆปล่อยแล้วคลึงตั้งแต่ต้นขาลงมาที่ปลายเท้า หลังจากนั้นก็นวดฝ่าเท้าไล่ขึ้นขาอีกครั้ง
คราวนี้สร้างความพึงพอใจ แกคิมหนุ่มโปเกียอย่างมาก เขาจึงหลับตาต่อ ด้วยความเพลินกายสบายใจ ได้ผ่อนคลายสมองปลอดโปร่ง จึงทำให้เขาเผลอหลับไปในที่สุด และตื่นเป็นระยะๆ เมื่อต้นสะกิดพลิกร่างซ้ายขวาหน้าหลัง คิมก็ตื่นเพียงชั่วครู่ แล้วหลับลงในทันที ที่เริ่มนวดส่วนต่างๆของร่างกายต่อไปอีก
คิมต้องตื่นอีกครั้ง ทั้งที่พึ่งหลับไปได้ไม่นาน เมื่อต้นสะกิดให้เขาลุกนั่ง คิมจึงจำเป็นต้องทำตาม หลังจากนั้นต้นไปนั่งบริเวณหัวเตียง แฝให้คิมนอนลง ต้นจึงทำการนวดคลึงศีรษะและใบหน้า ซึ่งคิมนั้นชอบมาก เพราะทำให้เขาสบายผ่อนคลาย จากความตรึงเครียด แต่มันก็เพียงไม่กี่นาทีเขาก็ต้องลุกขึ้นนั่ง เพื่อให้ต้นมานวดบ่าไหล่ ดัดตัวสองสามท่าจนเสียงแก๊ก ยิ่งทำให้คิมผ่อนคลายลงไปอีกขึ้นหนึ่ง เมื่อจบครบทุกท่าในการนวด ต้นจึงเขยิบไปด้านหน้าของคิม
"เสร็จแล้วครับ"ต้นยิ้มให้คิม
คิมแค่พยักหน้า พร้อมทำหน้านิ่งเหมือนไม่พอใจ แต่ลึกๆแล้วชอบมาก
หลังจากนั้นเขาจึงลุกขึ้นไปเปลื่ยนเสื้อผ้า ส่วนต้นก็นั่งจัดเตียง ตรวจสอบความเรียบร้อยชั่วครู่ เมื่อเสร็จจึงเดินออกไปหน้าร้าน เพื่อรอส่งคิม
แต่แล้วเสียงสั่นของมือถือก็ดังขึ้น แต่เป็นเสียงสั่นที่เลวร้าย เมื่อต้นรับโทรศัพท์ปุ๊ปเสียงหญิงสาวทวงหนี้ก็ดังขึ้น
"สวัสดีค่ะ ใช่คุณ ต้นน้ำ ชัยชนะภัยไหมคะ"
"ครับ"
"วันนี้ครบกำหนดชำระหนี้ที่ยอด สามพันบาท ค่ะ พร้อมชำระเดี๋ยวนี้เลยไหมคะ"
"ยังครับ คงตอนค่ำๆหลังเลิกงานครับ"
"ก็ได้ค่ะ แต่อย่าเกินเวลาทำการนะคะ เพราะต้องส่งเรื่องเข้าสำนักงานใหญ่ภายในวันนี้ ถ้าส่งช้าจะเสียเครดิต และมีค่าติดตามทวงถามด้วยนะคะ"
"ครับ"
"เจ้าหน้าที่ขออนุญาตวางสายนะคะ ช่วงนี้อากาศเปลื่ยนแปลงบ่อย ลูกค้าดูแลสุขภาพด้วยนะคะ สวัสดีค่ะ"
ต้นรีบกดปุ่มวางสายแล้วเดินไปยังหน้าร้านทันที
ต้นแสนจะปวดใจปนเจ็บใจ ที่ต้องแบกภาะหนี้สินที่หนักอึ้ง จนบ่าแท่บทรุดลงกับพื้น
ต้นพยายามทำใจสลัดความกลัดกลุ้มนั้นทิ้งไป แล้วเดินต่อไปยังหน้าร้านนวด ที่มีเพื่อนหมอนวดนั่งรอลูกค้า รายเรียงอยู่หลายคน เมื่อมาถึงก็ต้องโดนแซวจากเพื่อนสนิท
"นวดหนุ่มหล่อยังหน้ามุ่ยอยู่อีกหรอ"ริโอ้เพื่อนชี้ที่ชักชวนต้นเข้าวงการหมอนวด พูดทันทีเมื่อต้นเดินมาถึงหน้าร้าน
ทั้งสองสนิทกันมาก เที่ยวด้วยกันกินด้วยกัน เคยอยู่ด้วยกัน รสนิยมความรักตรงกัน แต่ไม่ได้รักกันฉันคู่รัก
"จะให้อารมณ์ดีได้ไง ปรัชญ์ หายไปไหนก็ไม่รู้ แถมทิ้งหนี้ก้อนใหญ่ไว้ให้ "ต้นถอนหายใจ เพราะปรัชญ์ก็คือแฟนหนุ่มของต้น ที่จู่ๆหายไปพร้อมกับเสื้อผ้าข้าวของใช้หมดห้อง ทิ้งไว้เพียงหนี้สินให้ดูต่างหน้า
"ผู้ชายพันธ์ุนั้นไปได้ก็ดีแล้ว"ริโอ้รู้สึกเคืองแทนเพื่อนรัก
"ฮือ ก็จริงของริโอ้ ไม่คิดแล้ว ทำงานเก็บเงินใช้หนี้ดีกว่า"
พูดจบต้นนั่งลงข้างๆริโอ้ เมื่อทั้งสองมีเวลาว่างจึงนำมือถือออกมาเล่น แล้วเสียงเตือนข้อความไลน์ ของจางก็ดังขึ้นมา ต้นจึงรีบเปิดอ่านทันที
"ต้นอยู่ที่ไหน"
"กรุณาส่งสถานที่ทำงานมาให้แก่ฉัน"
"วันนี้ฉันจะไปนวดกับท่าน"
ต้นอ่านแล้วอดอมยิ้มไม่ได้ เพราะดูก็รู้ใช้กูเกิ้ลแปลเป็นภาษาไทยส่งมา ต้นเลยแชร์โลเคชั่นให้จาง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกัน ที่คิมออกมาจากห้องนวด และเดินมาถึงหน้าร้าน เพื่อไปจ่ายเงินค่านวดกับกันที่เค้าท์เตอร์ เมื่อจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาหาต้นต่อ และจ่ายทิปให้ 100 บาท
"ขอบคุณครับ"ต้นยกมือไหว้ แต่คิมก็ยังทำหน้านิ่งแล้วเดินออกไปนอกร้าน ทั้งๆที่ถูกใจต้น แต่ไม่กล้าสบตาและสนธนาด้วย
"ได้ทิปตั้ง 100 บาท เฮงแน่วันนี้"ริโอ้แซว
"สมพรปาก"ต้นยิ้มอย่างมีความสุข และทั้งคู่ก็นั่งเม้าท์มอยกันครู่ใหญ่ แต่ก็ต้องประหลาดใจเมื่อเห็นคิมเดินเข้ามาภายในร้านอีกครั้ง
"เอ๊ะ หนุ่มโปเกียกลับมาทำไมอีก"ริโอ้มีท่าทีสงสัยรวมทั้งต้นด้วย
เมื่อคิมเดินมา ก็ผ่านหน้าต้นไปเลย แต่ไปคุยอยู่กับกันเจ้าของร้านครู่ใหญ่ ซึ่งต้นได้ยินคร่าวๆว่าจะมานวดวันพรุ่งนี้เวลาเดิม และได้จองคิวต้นไว้ด้วย ในใจต้นก็รู้สึกดีที่จะได้ลูกค้า
ในช่วงที่ต้นกำลังดีใจอยู่นั้น คิมก็เดินมาหา และหยุดอยู่ตรงหน้าต้นกับริโอ้ ส่วนหมอนวดหนุ่มอีกสามคนได้แต่มอง และสงสัยเด็กใหม่คนนี้มันมีดีอะไร ลูกค้าถึงติดกันหลายคน
"พรุ่งนี้ผมจะมานวดกับคุณ" สีหน้าของคิมยังดูนิ่งอยู่
"ครับ พรุ่งนี้จะล็อคคิวไว้ครับ"ต้นก็ยังยิ้มอย่างละมุนเช่นเดิม
"ผมของไลน์ได้ไหม จะได้ติดต่อคุณโดยตรง"
ต้นหันหน้าไปมองกันเจ้าของร้าน เพราะตามมารยาทต้องใช้เบอร์ร้านติดต่อ
กันพยักหน้าแล้วอมยิ้ม เพราะแอบสงสัยหนุ่มโปเกียติดใจการนวด หรือตัวตนของต้นกันแน่
ต้นจึงหยิบมือถือขึ้นมาและเปิด คิว อาร์ โค้ด ให้ คิมสแกน เมื่อแสกนเสร็จเรียบร้อย คิมจึงยิ้มให้ต้น
"ขอบคุณครับ ต้น "คิมรู้ชื่อหมอนวดหนุ่มทันที หลังสแกนคิวอาร์โค้ดเช่นเดียวกับต้น ที่รู้จักชื่อหนุ่มโปเกียที่เด้งขึ้นมา ทั้งคู่ต่างยิ้มให้กัน และเป็นการเริ่มสัมพันธ์ที่ดี
ในขณะเดียวกัน หนุ่มอันเจียจางก็เปิดประตูเข้ามาในร้านนวด ที่ต้นกำลังยืนคุยกับคิม
"ไม่ไกลจากโรงแรมผมเท่าไรเลย เมื่อคืนทำไมต้นไม่บอกผม"จางตะโกนตรงหน้าประตูแล้วเดินมาหาต้น โดยไม่สนใจคนรอบข้าง
ต้น คิม และ ริโอ้ ต่างหันมามองทางจาง รวมทั้งทุกสายตามุ่งมาที่เดียวกัน เพียงเพราะคำพูดเมื่อคืนทำไมไม่บอกผม
"ฮ่า"ต้นเมื่อคืน ไปไหนกันมากับคนอันเจีย รู้จักกันตอนไหน "ริโอ้กระซิบข้างๆหู
"ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ แค่ลูกค้าถนนคนเดิน แล้วเดินกลับห้องมาทางเดียวกันแค่นั้น ถึงที่เขาก็เข้าโรงแรมไป ส่วนต้นก็เดินกลับมาที่ห้องคนเดียว "ต้นกระซิบกลับข้างหู
จางเห็นทุกคนนิ่งเงียบ เขาจึงสลายความเงียบขึ้น
"วันนี้ผมจะมานวดตัวกับต้น"จางเดินเข้ามาใกล้ต้นและยิ้มให้
"ครับ"ต้นรับคำแล้วหันไปมองคิม ซึ่งหน้าซีดเซียว
"พรุ่งนี้เจอกันนะ"ต้นมองหน้าคิมที่นิ่งอีกครั้ง แต่ใจคิโยฮันซิร้อนสุ่มทรวงด้วยความสงสัย คนที่ต้นจะนวดให้เป็นใครกันดูสนิทสนม
"นวดตรงไหน"จางถาม พร้อมแอบมองคิม ด้วยความแคลงใจ เนื่องด้วยกลัวจะโดนแย่งคิวนวด แล้วจะไม่ได้นวดกับต้นในครั้งนี้
ต้นเลยพาจางไปที่เตียงนวด ปล่อยให้คิมอยู่กับริโอ้กันสองคน ซึ่งคิมไม่สนริโอ้ ได้แต่มองไปทางเตียงนวด ที่มีต้นกับจางอยู่กันสองคน
เหตุการณ์เล็กๆในครั้งนี้ ก็ไม่พ้นสายตาของกันเจ้าของร้านไปได้ แต่ก็ต้องหยุดมองเมื่อลูกค้าเข้ามาในร้าน เขาจึงเปิดดูสมุดคิวนวด
"ริโอ้ถึงคิวแล้ว พาฝรั่งไปนวดเร็ว"ริโอ้รับคำ
"ครับ" ก่อนริโอ้จะไปนวด ก็หันมามองคิมและยิ้มให้ แต่ไร้การตอบสนอง ริโอ้เลยเซ็งไปหาลูกค้าฝรั่งที่ยืนรออยู่ดีกว่า
"หล่อตาย เก็กฉิบหาย"ริโอ้คิดในใจ ก่อนพาฝรั่งไปนวด
ส่วนคิม เมื่อไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเ ขาจึงเดินออกไปในทันใด โดยมีหมอนวดอีกสี่คน ที่เหลือนั่งมองหน้ากันแ้วนินทราต้น
"ไอ้ต้นมันมีดีอะไร ลูกค้าติดมันจัง วันนี้ก็สองคนแล้ว ต้อมเพื่อนร่วมงานที่ไม่ค่อยกินเส้นกันเท่าไร พูดขึ้นด้วยความอิจฉาเล็กๆ
"ใช่ พึ่งเริ่มเป็นหมอนวดเอง แต่อย่างว่าหน้าใหม่ใจถึง เมื่อกี้ไม่ได้ยินหรอ ไปโรงแรมกับคนอันเจียมา"สันต์แสยะปากเล็กน้อย
"เรื่องของมันจะไปยุ่งอะไรเรื่องของคนอื่น"ปันเพื่อนในร้านที่พอถูกชะตากับต้นแย้งขึ้นมา
"เดี๋ยวโดนแย่งลูกค้าจะรู้สึก"ไผ่จ้องหน้าปัน
"ของอย่างนี้ขึ้นอยู่ที่ฝีมือ"ปันโต้กลับ
"ปัน รับลูกค้า"กันเรียกขานเพราะถึงคิวของปัน
"ไปกันนะ เชิญนั่งรอลูกค้ากันต่อไป " ปันเหลือบมองหน้านิดนึงแล้วหันกลับ
หลังจากนั้นปันจึงลุกขึ้น ไปต้อนรับลูกค้าฝรั่งที่ค่อนข้างสูงอายุ ปล่อยให้สามหนุ่มที่เหลือนั่งรอลูกค้าตามยถากรรมต่อไป
ต้นนั่งรอหนุ่มจาง ที่กำลังไปเปลื่ยนเสื้อผ้า ซักพักจางก็มาถึง เขานอนลงบนเตียงทันที
"นวดไทย 2 ชั่วโมง" จางพูดโดยไม่ถามต้นเลย เพราะเขาค่อนข้างนวดบ่อยที่อันเจีย มีร้านนวดหลายร้านแต่เขาคิดว่าสู้ที่ไทยไม่ได้
ต้นเริ่มการนวดตามลำดับ ด้วยความเคยชินต้นนวดไปเรื่อยๆ โดยมีจางมองหน้าต้นเป็นระยะ ซึ่งเขาก็แปลกใจทำไมรู้สึกถูกชะตากับต้น โดยไม่ทราบสาเหตุเกิดจากอะไร
เพราะก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่เคยถูกชะตากับใครเลย แถมมีแฟนที่เป็นผู้หญิง ที่พึ่งเลิกรากันแค่เดือนกว่าๆ นั่นเจึงป็นสาเหตุที่ทำให้มาเที่ยวประเทศ
เนื่องด้วยจางรู้สึกเศร้าใจอย่างหนัก เพื่อคลายความเศร้าให้จางหาย เขาจึงหลีกหนีภาพเดิมๆ มาหาที่พักกายพักใจที่ไทย
ซึ่งก็ได้ผลดีทีเดียว เป็นเพราะต้นหมอนวดหนุ่มนี่เอง ที่ทำให้จางพอคลายทุกข์ได้บ้าง แต่เขาก็แอบหวั่นใจพอสมควร เมื่อเห็นหนุ่มโปเกียกหน้าตาดี แต่เขาก็จะสู้เพื่อพิชิตใจต้นให้ได้
ซึ่งจางก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน ทำไมถึงคิดเช่นนั้นไปได้ เพราะต้นนั้นเป็นผู้ชายเหมือนกับเขา
แต่นั่นยังไม่เท่ากับความสงสัยในตัวหนุ่มโปเกีย จางอึดอัดจึงจำใจต้องถาม ถึงจะดูไร้มารยาทนิดนึง
"เมื่อกี้ลูกค้าต้นเหรอ"จางถามพร้อมเลิกคิ้วมองหน้าต้น
"ใช่ พึ่งนวดเมื่อเช้า"ต้นหลบตาต่ำลงหน่อย
"เหรอ"จางพูดเสร็จหันมองไปทางอื่น ทำเป็นไม่สนใจใคร่รู้อีกต่อไป
ต้นก็อดสงสัยพฤติกรรมของจางไม่ได้ ที่ดูแปลกๆเหมือนจะงอนเพราะแอบชอบ แต่ก็อายตัวเองที่คิดเข้าข้างความรู้สึก ถึงกระนั้นต้นก็สบัดความคิดนั้นทิ้งไป เพราะต้นคิดว่าใครจะมาสนใจ หมอนวดจนๆอย่างเขา
จางไม่ได้ยินเสียงของต้นอีก เขาไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย จางจึงพยายามคิดหาคำพูด เพื่อทลายความเงียบที่เขาแสนเบื่อ
"ต้นนวดเก่งดีนะ รู้สึกสบายตัว หายเมื่อยเลย"
"ฮือ"ต้นแค่พยักหน้า เพราะกฎของร้านนวด คืออย่าส่งเสียงดัง อย่าชวนลูกค้าคุย
แต่จางไม่เข้าใจ นึกว่าต้นไม่อยากคุยด้วย เลยแอบน้อยใจ หยุดพูดคุยกับต้นในทันที
เมื่อจางนิ่งงัน พร้อมกับการนวดที่เข้าถึงเส้น พลอยทำให้จางเริ่มจะเคลิ้ม แต่เขายังอยากรับรู้ความรู้สึกนี้อยู่ จึงฝืนข่มตาไม่ให้หลับ
แต่เนื่องจากความสบายกายและใจ จางจึงไม่สามารถห้ามใจไม่ให้หลับได้ เขาจึงเผลอไผลสู่ภวังค์ หลับสนิท ถึงต้นจะสะกิดพลิกร่าง ก็อยากลำบากแก่ต้นยิ่งนัก
"จะหลับลึกอะไรขนาดนี้น"ต้นแอบบ่นในใจ
ความพยายามของต้นนั้น เกิดผลบ้างไร้ผลบ้าง เพราะจางอ่อนระทวยสัปหงก เมื่อปบลุกให้ลุกนั่งเพื่อนวด คอ บ่า ไหล่ แต่ต้นก็ฝืนทนจนเกือบจบสิ้น
จางมาสะดุ้งท่าดัดตัว เสียงเอวดังแก๊กเขาตกใจนึกว่าเอวหลุด จางจึงขยับตัวตรวจอาการ
"ฮู้ ดีมาก หายปวดเอวเลย"พร้อมกับยกแขนขึ้นบิดซ้ายขวา
"เสร็จแล้วครับ"เสียงของต้นดังค่อยๆข้างๆหู ของจาง เขาลุกขึ้นยืนแบบสลึมสลือ แต่จางอยากนอนต่อ เขาจึงล้มตัวลงนอนที่ตักของต้น เงยหน้ามองแล้วยิ้มตาละห้อย เหมือนเด็กอยากขอของเล่น
"ไม่อยากลุกเลย อยากนอนต่ออีก"จางหลับตาลงอีกครั้ง
ต้นเม้มปากหายใจเสียงดัง ด้วยความกลัวจะโดนกันเจ้าของร้านตำหนิ เพราะดูไม่เหมาะสมที่จะทำสิ่งนี้ ต้นจึงหาวิธีแก้ไขสถานการณ์
"ถ้างั้นนวดต่ออีกชั่วโมงก็ได้ หรือจะนวดน้ำมัน ประคบ นวดไม้ไผ่ ตอกเส้น จะเอาอย่างไหนบอกมาเลย"ต้นพูดรัว จนจางจำไม่ค่อยได้ว่ามีนวดอะไรบ้าง แต่ที่คุ้นหูก็นวดน้ำมัน
"ถ้าอย่างนั้นผมขอนวดน้ำมัน แต่เป็นวันพรุ่งนี้ก็แล้วกัน"จางแอบคิดล่วงหน้าไปไกล ที่แผ่นหลังได้สัมผัสมือที่อ่อนนุ่มของต้น
"กี่โมงดี แต่ตอนเช้ามีนัดแล้วนะ"ต้นรู้สึกดีใจจะได้มีงานต่อเนื่อง เพื่อใช้หนี้บัตรเครดิตอีกหลายใบ
"เหรอ เสียดายจัง อยากนวดตอนเช้า เป็นคนแรกของต้น ถ้างั้นเวลานี้ก็ได้"
"ตกลงเวลาได้แล้วก็ลุกขึ้น ไปเปลื่ยนเสื้อผ้าก่อน"ต้นออกแรงผลักนิดหน่อยให้จางลุกขึ้นนั่ง เพราะกลัวใครมาเห็น มันไม่เหมาะไม่ควร ทางร้านจะเสียหาย
จางจึงจำใจลุกขึ้นนั่งแต่โดยดี หลังจากนั้นลุกยืนเดินไปที่ห้องเปลื่ยนเสื้อผ้า
ส่วนต้นนั้นจึงจัดเตียงเก็บข้าวของไว้ที่เดิม เมื่อเสร็จแล้วจึงเดินไปรอจางที่หน้าร้าน
ในขณะที่กำลังเดินออกมาจากห้องนวด แต่ยังไม่ถึงหน้าร้านเลย เสียงแชวก็ดังขึ้นจากด้านหน้า
"หน้าบานมาเชียวนะ เขาได้คนละชั่วโมง นี่ปาเข้าไป 3 ชั่วโมง"ริโอ้แซวเพื่อนชี้
"แหม คนเขามีฝีมือ"ปันเพื่อนใหม่ในร้านที่เป็นกันเองกับต้นพูดขึ้น เพื่อให้สามหนุ่มหมอนวดขี้อิจฉาได้ยิน
"ไม่ถึงขนาดหรอก ฟลุคเฉยๆ" ต้นพูดอย่างถ่อมตัวเพราะเป็นเด็กใหม่ พูดจบจึงเดินมานั่งใกล้ๆริโอ้
ทั้งสามเลยคุยกันได้ไม่นาน จางก็เดินมาจ่ายเงินกับกันเจ้าของร้าน แล้วนัดวันเวลานวดน้ำมันต่อกับต้น หลังจากนั้นจางก็เดินมาหาต้น
"พรุ่งนี้เจอกัน" พร้อมส่งทิปให้ 150 บาท และส่งสายตาอันหวานฉ่ำให้ต้น ก่อนที่จะเดินออกนอกร้านไป แถมอมยิ้มไปตลอดทาง
ต้นมองตามด้วยความรู้สึกแปลกๆ แต่ก็แอบยิ้มนิดนึง
"ต้น มาหาพี่หน่อย"กันเจ้าของร้านรียก
ต้นสะดุ้ง เมื่อได้ยินเสียงของกันเจ้าของร้านเรียกขาน ต้นเดินไปที่เค้าท์เตอร์ แล้วกันก็กวักมือให้ต้นเข้ามาข้างใน
"นั่งซิ พี่มีเรื่องจะคุยด้วย"ต้นนั่งลงตรงหน้ากันเจ้าของร้านนวด
"มีอะไรครับ"ต้นนั่งลงเรียบร้อยแล้วจึงถาม
"เมื่อกี้ตอนนวดให้ลูกค้านอนตักหรอ"กันถามก่อนเพราะยังไม่เชื่อที่สันต์ หมอนวดอีกคนในร้านที่มาฟ้อง
"มันไม่เหมาะ พี่ไม่รู้นะว่ารู้จักกันได้อย่างไร แต่ถ้ามาทำแบบนี้ ใครเห็นเข้าร้านเราจะเสียหาย เพราะร้านเราแค่นวดผ่อนคลาย"กันหยุดไว้ ให้ต้นได้คิด
"เข้าใจครับ"ต้นมีสีหน้าซึมเล็กน้อย
"เข้าใจก็ดีแล้ว ทีหลังอย่าให้ลูกค้าทำแบบนี้อีกนะ"
"ครับ"ต้นรับคำ
"พี่มีอะไรจะบอกอีกเรื่องหนึ่ง"
"อะไรครับ"
"ถ้าเกิดเจอหนุ่มอันเจียนั้นอีก ก็เล่นตัวบ้างนะ พี่ดูแล้วเขาอาจชอบต้นน่ะ พรุ่งนี้ก็นัดนวดน้ำมันอีก"กันอมยิ้ม
"ไม่ใช่อย่างที่พี่คิดครับ"ต้นรีบปฏิเสธทันที
"ไม่ต้องอายพี่หรอก ถ้าข้างนอกจะอะไรอย่างไร ก็แล้วแต่ต้นตามสบายเลย โอกาสมาแล้วอย่าปล่อยทิ้งไปนะ หรือว่าคิดถึงแฟนเก่าอยู่"กันจ้องมองต้นเพื่อสังเกตอาการ
"เท่าที่รู้มาเขาก็ไม่ได้ดีกับต้นนี่ "
"ใช่ครับ"
" ถ้าอย่างนั้นลืมเขาไปซะ เริ่มต้นใหม่เผื่อเจอคนดีดี"กันมองด้วยสายตาที่เอ็นดู
ต้นรับคำของกันเเสร็จ ก็เดินออกไปหน้าร้าน เพื่อรอลูกค้าที่จะมาเมื่อไรไม่รู้ พร้อมกับบรรดาเพื่อนหมอนวด