“เอ่อ... ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ นิลแค่... รู้สึกแปลกๆ ที่ต้องไปพบผู้ชายในโรงแรมน่ะค่ะ” หล่อนฝืนใจหัวเราะออกมา
“แหม เธอก็ทำงานอยู่ในโรงแรมไม่ใช่เหรอ จะไปกลัวอะไรในโรงแรม แถมห้องที่ให้ไปพบก็ในโรงแรมที่เราทำงานกันนั่นแหละ มันถิ่นของเรา ไม่ต้องรู้สึกแปลกๆ หรือกลัวหรอกน่า”
“ค่ะ”
“งั้นพี่ฝากด้วยนะ”
หล่อนไม่มีทางเลือก แม้จะอดรู้สึกหวั่นในอกลึกๆ ก็ตาม
“ค่ะพี่จา นิลจะจัดการให้เรียบร้อยค่ะ”
“ขอบใจจ๊ะ”
จารุมาศเดินเข้ามาสวมกอดหล่อน ทำเอาหล่อนแปลกใจไม่น้อย เพราะจารุมาศไม่เคยทำแบบนี้มาก่อนเลย
“พี่ทำไปเพราะจำเป็นนะปลานิล”
“พี่จาหมายถึงอะไรคะ”
จารุมาศดันหล่อนออกห่าง ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ
“พี่หมายถึง พี่จำเป็นต้องกลับเมืองไทยน่ะจ้ะ ก็เลยต้องลำบากปลานิลเลย”
“ไม่เป็นไรค่ะ นิลยินดีช่วยพี่จาค่ะ เรื่องแค่นี้เอง ไม่เหนือบ่ากว่าแรงหรอกค่ะ”
“ยังไงก็ขอบใจมาก”
หล่อนระบายยิ้มให้กับจารุมาศอีกครั้ง
“ฝากเยี่ยมป้าแกแทนนิลด้วยนะคะ ถ้านิลมีโอกาสได้กลับเมืองไทยเมื่อไหร่ นิลจะแวะไปหาที่บ้านค่ะ”
“โอเค เดี๋ยวพี่บอกแม่ให้ เธอก็ไปทำงานเถอะ เดี๋ยวสายนะ”
นิลนารายกข้อมือขึ้นมองนาฬิกา ก่อนจะอุทานตกใจ
“งั้นนิลไปก่อนนะคะ”
“จ้ะ เดินทางปลอดภัย”
“พี่จาก็เดินทางปลอดภัยนะคะ นิลไปล่ะค่ะ”
นิลนารารีบวิ่งลงบันไดอาคารที่พักราคาถูกที่เช่าอยู่ร่วมกันกับจารุมาศไปอย่างรวดเร็ว
“พี่ไม่มีทางเลือก พี่ขอโทษนะปลานิล”
สีหน้าของจารุมาศเต็มไปด้วยความหม่นหมองอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาต่อสายหาใครบางคน
“เรียบร้อยแล้วค่ะ เย็นนี้ที่ห้องเดิม คุณอย่าลืมโอนเงินให้จาเดี๋ยวนี้ด้วยนะคะ”
เมื่อคู่สนทนาตอบรับ หล่อนจึงกดตัดสาย และเดินคอตกกลับเข้าไปในห้องพัก เพื่อเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าเดินทางกลับเมืองไทย
ชาร์ล เดอริสโซ่ หนุ่มฝรั่งเศสหน้าตาหล่อเหลากดเทเลคอมเรียกให้เลขาหน้าห้องเข้ามาหา หลังจากเคลียร์งานกองพะเนินบนโต๊ะจนเสร็จ
“เอาแฟ้มพวกนี้ไปได้แล้ว”
“ค่ะ ท่านประธาน”
“อ้อ แล้วเรียกคุณเดวิดเข้ามาพบผมด้วยนะ เดี๋ยวนี้เลย”
“ค่ะ ท่านประธาน”
เลขาสาวสวยหน้าตาดีก้มหน้ารับคำสั่ง ก่อนจะรีบหอบแฟ้มและเดินออกไป แค่อึดใจเดียวคนที่เขาต้องการพบก็เดินเข้ามา
“ท่านประธานมีอะไรให้ผมรับใช้หรือครับ”
เดวิดคือคนสนิทของเขา ทำหน้าที่ดูแลเรื่องการคัดสรรผู้หญิงที่จะมาขึ้นเตียงกับเขา ผู้หญิงที่สะอาดผ่านการตรวจโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ และสุดท้ายก็คือต้องถูกสเป็คของเขาด้วย
“ผู้หญิงไทยที่นัดไว้คืนนี้น่ะ ตรวจเช็คละเอียดแล้วใช่ไหม”
“หมอเกรกสันตรวจอย่างละเอียดแล้วครับ เธอไม่มีโรคติดต่อใดๆ ครับ”
“ดีมาก งั้นพาไปที่ห้องเดิมก็แล้วกัน ฉันจะขึ้นไปประมาณหนึ่งทุ่ม”
“ครับท่านประธาน”
“ไม่มีอะไรแล้ว ออกไปได้”
“ครับ”
เดวิดตอบรับคำสั่ง และค่อยๆ หมุนตัวเดินออกไปจากห้องทำงานโอ่อ่าของเจ้านายหนุ่มหล่อ
ประตูปิดสนิทลง พร้อมๆ กับร่างทรงพลังในชุดสูทสีน้ำตาลพอดีตัวเอนพิงกับพนักเก้าอี้หนังสีดำ ดวงตาคมกริบสีฟ้ากระจ่างมองจ้องออกไปข้างหน้า
ไม่รู้ว่าตัวเองนึกสนุกอะไรขึ้นมาถึงได้อยากลองนอนกับผู้หญิงเอเชีย ทั้งๆ ที่ส่วนตัวของเขาชอบผู้หญิงทางฝรั่งละตินอเมริกามากกว่า
ชายหนุ่มยิ้มหยันๆ ให้กับตัวเอง ก่อนที่จะหลับตาลง สมองผุดภาพใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งขึ้นมา ผู้หญิงที่เขาเห็นหล่อนทำงานอยู่ที่นี่มาได้หลายเดือนแล้ว และเขาก็แอบมองหล่อนทุกครั้งที่สามารถทำได้
หล่อนมีผิวสีน้ำผึ้ง หน้าตาคมคาย ดวงตาของหล่อนยามมองมาที่เขานั้นช่างเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น ก่อนที่หล่อนจะเสหลบสายตา และเดินเลี่ยงไป
“เพราะเธอสินะ ฉันถึงอยากลองมีเซ็กซ์กับผู้หญิงไทย”
เขาระบายยิ้มอีกครั้ง ลืมตาขึ้น และตั้งหน้าตั้งตาทำงานอีกมากมายบนโต๊ะให้เสร็จ เพื่อที่ค่ำคืนนี้จะได้ระเริงสวาทกับผู้หญิงไทยคนหนึ่งที่เดวิดจัดหามาเตรียมให้บนเตียง
นิลนารายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองด้วยความร้อนใจ เมื่อเข็มนาฬิกาแสดงให้เห็นว่าหล่อนเลยเวลานัดหมายที่จารุมาศบอกเอาไว้มาสิบนาทีกว่าแล้ว
สองขาเรียวรีบก้าวเร็วๆ แต่ยังไม่ทันใจ จึงต้องออกวิ่ง และการวิ่งทำให้หล่อนไม่ทันระวัง ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของใครบางคน
ร่างของใครบางคนที่แข็งปั๋งแน่นหนั่นไปทั้งตัว หล่อนกระเด็นออกมาจะเสียหลักหงายล้มคว่ำ แต่มือใหญ่ของคนที่หล่อนวิ่งเข้าไปปะทะตวัดคว้าเอาไว้ได้ทันเวลาเสียก่อน
ร่างบอบบางเซถลาเข้ามาในอ้อมแขนทรงพลังอย่างไม่อาจจะหลีกเลี่ยงได้ และมันก็ทำให้หล่อนตะลึงงัน ตัวแข็งชันจนไม่อาจจะขยับกายหนี เมื่อเงยหน้าขึ้นมองผ่านปลายคางที่มีสีเขียวจางๆ ของคนตรงหน้า ไปสบประสานสายตากับดวงตาคมกริบสีฟ้ากระจ่าง หัวใจของหล่อนก็เต้นโครมครามรุนแรง
“...”
เขาคือผู้ชายหล่อเหลาสูงส่ง และอยู่กันคนละชั้นกับหล่อน
หล่อนทำได้แค่แหงนหน้าขึ้นมองเขาจากที่ต่ำต้อยเท่านั้น แต่ตอนนี้หล่อนกำลังอยู่ในอ้อมแขนของเขา อยู่ในวงล้อมของไออุ่นที่น่าหลงใหล
ก้อนเนื้อในอกเต้นแรงจนคล้ายกับจะหลุดออกมาด้านนอก ดวงตากลมโตเบิกกว้าง กลีบปากสีระเรื่อเผยอค้างอย่างตื่นตกใจ และหากผู้ชายแสนเพอร์เฟ็คตรงหน้าไม่เอื้อนเอ่ยวาจาใดออกมาเสียก่อน หล่อนคงจะยืนช็อกอ้าปากค้างอยู่แบบนั้นทั้งวัน
“เดินให้มันระวังหน่อยไม่ได้หรือไง”
หล่อนถูกเขาผลักออกห่างจากตัว พร้อมๆ กับสติที่กลับคืนมา
ดวงหน้านวลแดงก่ำ เนื้อตัวเบ่งบานจนน่าอับอาย หล่อนรีบถอยออกห่างมากขึ้น เพราะไอร้อนจากเนื้อตัวของเขามีอำนาจเหลือเกิน มันส่งผ่านมายังร่างกายของหล่อน และทำให้หล่อนสั่นเทาทรมาน
“ขอ... ขอโทษค่ะ”
หล่อนเอ่ยออกไปเสียงสั่นเทา เนื้อตัวสั่นไหวราวกับถูกจับเขย่า
“แล้วนี่ยังไม่กลับบ้านอีกหรือ”
“เอ่อ...”
“หรือว่านัดกับใครเอาไว้”
คำถามของเขาทำให้หล่อนเผลอตัวเงยหน้าขึ้นมองสบตากับเขา และสายตาชวนฝันของเขาก็ทำให้หล่อนร่วงตกลงไปในหลุมดำจนมองหาทางออกไม่เจอ
“ปละ... เปล่าค่ะ”
“งั้น... ก็รีบกลับบ้านไปได้แล้ว ตอนนี้หน้าหนาว อากาศเย็นมาก และก็มืดเร็วมากๆ เช่นกัน”
หล่อนจะกลับไปได้ยังไงกันล่ะ ในเมื่อต้องไปเจอผู้ชายคนนั้นของจารุมาศก่อน
“ค่ะ”
หล่อนไม่อาจรู้ได้ว่าเขามองหล่อนด้วยสายตาแบบไหน เพราะมัวแต่ก้มหน้าหลบสายตา จนกระทั่งเขาเดินหายเข้าไปในลิฟต์แล้วนั่นแหละ หล่อนจึงค่อยๆ เงยหน้าขึ้น และถอนใจออกมาอย่างโล่งอก
“ทำไมบังเอิญแบบนี้นะ”
แก้มนวลทั้งสองข้างแดงก่ำ หัวใจยังคงเต้นระส่ำคล้ายกับเพิ่งเดินผ่านสนามรบมาไม่มีผิด
ผู้ชายคนนี้ไง... คนนี้ไงที่หล่อนตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็น แต่ก็ทำได้แค่เพียงแอบรักแอบชอบเงียบๆ เพราะรู้ดีว่าเขาสูงส่งเพียงใด และแน่นอนว่าคนระดับรากหญ้าอย่างตัวเองไม่มีโอกาสแม้แต่จะเดินบนเส้นทางเดียวกับเขาด้วยซ้ำ
นิลนาราระบายยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะปลอบใจตัวเองว่าการได้แอบรักใครสักคน มันก็คืออีกหนึ่งของความสุขเล็กๆ ในหัวใจแล้ว ดังนั้นอย่าได้คาดหวัง เพราะความคาดหวังจะทำให้เจ็บปวด
หล่อนสูดลมหายใจเข้าปอดแรงๆ ก่อนจะหน้าตาตื่น ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองด้วยความตกใจ และรีบวิ่งหายเข้าไปในลิฟต์ทันที
“คนที่คุณเลือกตอนนี้เกิดอุบัติเหตุขึ้นน่ะ อยู่โรงพยาบาล คุณจะเลือกคนอื่นไปแทนก่อนไหม หรือว่าจะยกเลิกไปก่อน”
เสียงสนทนาของเอเย่นจัดหาผู้หญิงกรอกมาตามสาย และนั่นก็ทำให้เดวิดตกใจมาก
“อะไรนะ ทำไมถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ล่ะ แล้วนี่ผมจะไปแก้ตัวกับนายผมยังไง”
“ไม่มีใครอยากจะให้เกิดสักหน่อย แต่มันเป็นอุบัติเหตุ เข้าใจไหม”
อีกคนกรอกเสียงมาตามสาย แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เดวิดสบายใจได้เลย
“นายผมไม่เคยต้องรออะไร และไม่เคยไม่มีอะไรที่ไม่ได้ด้วย”
“งั้นก็เลือกคนใหม่ไปแทนสิ เด็กเจ๊มีสวยๆ อีกตั้งเยอะ”
“ไม่ได้หรอกครับ ต้องส่งไปตรวจโรคก่อนถึงจะขึ้นเตียงกับเจ้านายผมได้”
“เจ๊ตรวจแล้วทุกสามเดือนเลย สะอาดปลอดภัยทุกคน”
ถึงคู่สนทนาจะยืนยันเช่นนั้น แต่เดวิดก็ไม่อาจจะขัดคำสั่งของเจ้านายได้
“ต้องตรวจโดยคุณหมอของเราเท่านั้นถึงจะเชื่อถือได้”
“แล้วจะเอายังไงล่ะ จะให้คืนเงินใช่ไหม พูดมาเลย”
คนปลายสายเริ่มโมโห
“ใช่ครับ เพราะถ้ามาไม่ได้ก็ต้องโอนเงินมาคืน และต้องจ่ายค่าปรับด้วย”
“โอ๊ย ค่าปรับอะไร เจ๊ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”
“ผิดที่ทำให้นายผมไม่ได้นอนกับเด็กของเจ๊ยังไงล่ะครับ”
เดวิดเค้นเสียงตอบไปตามสายอย่างไม่พอใจ
“แล้วเจ๊ไปควบคุมมันได้หรือไง อุบัติเหตุ ชื่อมันก็บอกแล้วว่าเป็นอุบัติเหตุ มันจะเกิดมันก็ต้องเกิด เจ๊ไม่ใช่เทพเจ้านะที่จะไปห้ามมันได้น่ะ”
“เจ๊เลิกโวยวายเถอะครับ โอนเงินค่ามัดจำคืนมาพร้อมค่าปรับด้วย”
“ก็เอาคนอื่นไปสิ ถือว่าช่วยเจ๊หน่อยนะ”
“ไม่ได้หรอกครับ ผมซื่อสัตย์กับนายของผมเสมอ ขอตัวนะครับ ผมต้องรีบโทรไปเรียนให้นายผมทราบ”
เดวิดกดตัดสายโดยไม่สนใจว่าฝ่ายเจ๊ที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งของสายโทรศัพท์จะร้องเรียกดังแค่ไหน
เขาถอนใจออกมาแรงๆ หน้าตาเต็มไปด้วยความวิตกกังวล จะไปบอกกับชาร์ลเองก็ไม่กล้า จึงตัดสินใจที่จะโทรหา
“ทำไมท่านประธานไม่รับสายนะ”
เดวิดโทรหาชาร์ลเกือบยี่สิบรอบแต่อีกฝ่ายก็ไม่ยอมรับสาย
“แล้วจะทำยังไงดีเนี่ย”
เขาทั้งส่งข้อความทั้งฝากข้อความหา และก็หวังว่าชาร์ลจะไม่โมโหจนถึงขั้นไล่เขาออกจากงานหรอกนะ
เดวิดถอนใจแรงๆ ทรุดตัวลงนั่งบนเตียง ดวงตาเต็มไปด้วยความเป็นกังวล และก็พยายามที่จะต่อสายหาเจ้านายของตัวเองอีกครั้ง แต่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม เมื่อชาร์ลไม่ได้รับสาย
“ท่านประธาน... รับสายสิครับ”
เขายังคงพยายามไม่ลดละ และก็บอกกับตัวเองว่าหากภายในครึ่งชั่วโมงนี้ชาร์ลยังไม่ติดต่อกลับมา เขาคงจะต้องบากหน้าไปให้ชาร์ลต่อว่าอย่างไร้ทางเลือก
เสียงโทรศัพท์มือถือกรีดร้องหลายครั้ง เขาได้ยินตั้งแต่เริ่มอาบน้ำใหม่ๆ จนกระทั่งอาบน้ำเสร็จ พอออกจากห้องน้ำจะเดินมาดูว่าใครกันที่ขยี้โทรหาถึงขนาดนี้ แต่แบตโทรศัพท์ดันหมดเสียก่อน
“เฮ้ย... แบตหมดหรือเนี่ย”
ชายหนุ่มโยนโทรศัพท์มือถือลงกับโต๊ะเหมือนเดิม ก่อนจะเดินนุ่งผ้าขนหนูสีขาวผืนสั้นเต่อเพียงผืนเดียวออกไปยังส่วนของห้องรับแขก เดินเลยไปยังห้องครัว และหยิบไวน์ออกมารินใส่แก้วและดื่ม
“รสชาติดีชะมัด”
เขารินไวน์ดื่มอีกหลายแก้ว ก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้องนอน เพื่อเตรียมตัวขึ้นเตียงกับสาวไทยที่เดวิดกำลังจะส่งมาให้ถึงห้อง