ตอน 2

“ผลสอบออกแล้ว ไปตรวจดูคะแนนได้ที่บอร์ด ใครรู้ตัวว่าไม่ผ่าน จบคาบมากองกันที่โต๊ะครูได้เลย ณัชชาเดี๋ยวไปพบอาจารย์รัชนีที่ห้องธุรการด้วยนะ นี่จ๊ะของรางวัลสำหรับคนทำคะแนนได้สูงสุด”

คุณครูประจำวิชาบอกจบส่งกล่องของให้ณัชชา พร้อมมองด้วยสายตาชื่นชมเปิดเผย พวกผู้ชายเกเรในห้องส่งเสียงต่อว่าอาจารย์ผู้สอนกันยกใหญ่

“น่าจะให้คนได้คะแนนน้อยนะครับ”

“มานี่มา ครูมีของให้” ท่านว่ายิ้ม มือข้างหนึ่งจับไม้บนโต๊ะเคาะเบาๆ แล้วใครเล่าจะกล้าออกไปรับรางวัลกัน

“หนังสือก็ไม่ยอมอ่าน ดูณัชชาเป็นตัวอย่างกันบ้างซิ”

ท่านบ่นจบ ยื่นใบงานให้นักเรียนคนที่อยู่ใกล้สุดส่งให้คนอื่นในชั้นเรียน แล้วเริ่มทำการสอนต่อจากนั้น

นพรัตน์ละสายตาจากวิวนอกอาคารเรียนที่เป็นบ้านและตึกสูงลดหลั่นกันไปมาไม่เป็นระเบียบเท่าไรนัก มองไปทางหน้าห้องที่โต๊ะมุมซ้ายสุดตรงหน้าครูผู้สอน

นักเรียนหญิงผมไม่เป็นทรงฟูและหนา สวมแว่นสายตาเชยๆขอบสีดำ ที่ซึ่งเขารู้มาจากเพื่อนคนอื่นอีกทีว่าเธอคนนั้นสายตาสั้นสุดๆ เลยทำให้ปิดบังใบหน้าที่เขาคิดว่าน่ารักอยู่มากเหมือนกันไปเกือบครึ่ง ก่อนจะคิดอะไรเกี่ยวกับอีกฝ่ายต่อ พร้อมจ้องแผ่นหลังเธออยู่อย่างนั้นเป็นนาน

เมื่อถูกจ้องมากเข้าก็รู้สึกตัวในที่สุด เด็กเรียนดีเอี้ยวมองทางต้นตอของสายตาคู่ที่จับจ้องตนเองอยู่ ทางนั้นพยักหน้าเบาๆมาให้ ณัชชาไม่ได้ตอบรับอะไรอีกฝ่าย แล้วหันกลับมามองที่ครูผู้สอนอย่างเดิม

เด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาขั้นสุดในชั้นเรียน ไม่สิ น่าจะเป็นในโรงเรียนเลยด้วยซ้ำ คนนั้นคือเพื่อนร่วมชั้นที่ใครๆก็รู้ว่าเป็นลูกชายจากตระกูลดังตระกูลใหญ่ ที่แม้แต่ผู้อำนวยการของโรงเรียนยังต้องเกรง

จวบจนจบคาบเรียนซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายของวันพอดี นพรัตน์บอกเพื่อนร่วมก๊วนว่าให้ลงไปรอที่ด้านล่างก่อน กระซิบบอกเพื่อนคนหนึ่งให้จัดการอะไรให้หน่อย ทางนั้นพยักหน้าตอบรับก็รอจังหวะให้อีกฝ่ายปฏิบัติการ

อึดใจเดียวทางนั้นก็ตะโกนบอกเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังตรงไปหาเด็กเรียนดีที่เขาเล็งเอาไว้

“ไอ้แว่น อาจารย์ขจีเรียกมึงน่ะ”

เจ้าของชื่อ ‘ไอ้แว่น’ ชะงักแล้วชี้มือหาอกตัวเอง ถามงงๆ

“เรียกกูหรือ เรียกทำไมวะ”

“กูจะไปรู้ได้ยังไง ไปเร็ว อยู่อาคารสามนู่นเลย”

แล้วใช้จังหวะที่คนอื่น ทยอยออกจากห้องจนหมดแล้ว เดินไปยังโต๊ะเรียนของ ‘เธอคนนั้น’

นพรัตน์ อัศวหาญญ์วรกุล วางกระเป๋าหนังสือที่แบนราบไม่มีอะไรในนั้นเลยนอกจากปากการาคาสูงลิบลงตรงโต๊ะว่างข้างๆ แล้วทิ้งสะโพกกับขอบโต๊ะของครู ข้างหน้าเธอ เอ่ยขึ้น

“คะแนนนำโด่งอีกแล้วนะ”

นักเรียนหญิงผมฟูสั้นเสมอติ่งหูสวมแว่นหนาเหลือบมองที่เขา ก่อนก้มหน้าลงขีดเขียนอะไรลงบนกระดาษ ค่อยหันไปมองรอบๆห้องแล้วจึงส่งมาที่ตรงหน้าเด็กหนุ่ม

นพรัตน์มองที่กระดาษแล้วถามพร้อมกับยิ้มน้อยๆ

“อะไร ที่ตกลงกันไว้ไม่ใช่ราคานี้นี่”

คนพูดน้อยส่ายหน้าราวเอือมระอาเขา ดึงกระดาษที่ส่งให้อ่านเอากลับมาพับเก็บใส่ถุงเครื่องเขียนที่เก่าแต่สะอาดของตนเองดังเดิม พร้อมสาละวนกับของชิ้นอื่นจับใส่ลงในกระเป๋า ไม่สนใจคนตรงหน้าอีกแล้ว

คนอยากชวนคุย เห็นท่าทีเฉยเมยของอีกฝ่าย หัวใจพานแกว่งไกวแปลกๆ ถามง้อๆ

“เงินสดหรือให้เอาเข้าบัญชี”

“เงินสดสิ”

“ทีเรื่องเงินล่ะยอมพูดนะ” แกล้งแหย่เสียหน่อย พอเห็นสายตาใต้แว่นตวัดมองมา หัวใจก็กระตุกเต้นถี่ๆหนักๆขึ้นในทันที กลั้นยิ้ม ถามคล้ายจะเอาใจ อย่างที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนเลยแม้แต่คนเดียว

“ตอนนี้?”

“มีมาหรือเปล่าล่ะ ถ้ามีก็เอามาเลย”

เด็กหนุ่มมองจ้องทะลุผ่านแว่นสายตาหนาเตอะครู่เดียว ล้วงเอาเงินในกระเป๋าส่งให้ นักเรียนเรียนดีมารยาทเด่นมองไปรอบๆด้วยแววตาไม่พอใจ เห็นว่าไม่มีเพื่อนคนอื่นในห้อง ก็ถอนหายใจเบาๆ ติงด้วยเสียงเข้มงวด

“ทีหลัง ต้องดูคนก่อนให้ด้วยนะ”

สวนกลับด้วยอารมณ์ติดฉุนเล็กน้อย “กลัวไอ้แว่นมันเห็น?”

“อือ” รับคำสั้นๆ อย่างคนพูดน้อย จริงๆไม่ได้ใส่ใจในคำถามยอกย้อนนั่นมากกว่า แล้วรับธนบัตรมานับ เห็นว่าครบถ้วนตามที่ตกลงไว้ จึงใส่ลงในกระเป๋ากระโปรงนักเรียน ขยับตัวลุกจากเก้าอี้จะออกจากห้องบ้าง

นพรัตน์รีบเรียกเอาไว้ทันที เขาอยากคุยกับเธอมากกว่านี้อีกนิด “เดี๋ยวณัช...ณัชชา”

เจ้าของชื่อ หันมาหาทั้งตัว ถามเสียงเบา “อะไร”

“เอาโครงงานฟิสิกส์ไปทำให้ด้วยดิ่”

“ไม่ทำเองล่ะ”

“ไม่ว่าง”

“นัดดูหนังกับสาวๆอีกสินะ”

เด็กหนุ่มยิ้มจนตาเรียวหยี ถามกลับทันที “ทำไมรู้”

เลยหน้าชาวาบขึ้นตอนนั้น บอกปัดเขาไป

“ของเรายังไม่ได้ทำเลย”

“ทำให้หน่อยน่า...นะ เดี๋ยวให้อีกห้าเท่าของเมื่อกี๊”

“ห้าเท่า?” เด็กเรียนดีทวนเบาๆ

นพรัตน์มองแล้วก็ว่า “น้อยไปหรือไง งั้นให้อีกเจ็ดเท่าเลย”

“สิบ” ต่อรองสั้นๆแต่น้ำเสียงค่อนไปทางหนักแน่นพอควร

บ่นกลับคำเดียวเหมือนกัน “เคี่ยว!”

“เราไม่ว่าง เอาไปทำเองเถอะ” ตัดบทอย่างไม่สนใจ

“ดีล สิบก็สิบ” ตอบรับทันที ที่ทำทีเป็นวางท่าเรื่องมากเพราะอยากคุยกับคนพูดน้อยให้นานกว่านี้อีกหน่อยเท่านั้น รีบรวบรัดนัดแนะต่อเป็นการมัดมือชกอีกฝ่าย

“เดี๋ยวเอาของไปให้ที่บ้านนะ”

มองคนรวบรัดเอาแต่ใจ เงียบไปครู่ บอกอย่างแฟร์ๆ ไม่อยากเอาเปรียบเขา “ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวเราหาของเองได้”

“มันต้องแบบนี้สิ คิดราคาก็แพงต้องหาของให้ด้วย”

“ไปนะ” ทำท่าจะเดินออกจากห้อง เด็กหนุ่มเรียกไว้อีกด้วยเสียงอ่อนลง

“เดี๋ยว”

เธอหยุดแล้วหันมามองหน้า ทำนองว่ามีอะไรอีก ก็ให้อึกอักเล็กน้อย บอก “เราว่า...เราเอาของไปให้ดีกว่า บ้านอยู่ในซอย...ใช่ไหม”

เอ่ยชื่อซอยที่ตั้งของบ้านอีกฝ่ายออกไปอย่างไม่ติดขัด ราวกับรู้มาตลอดว่าคนตรงหน้าพักอยู่ที่ใด ณัชชาพยักหน้าตอบกลับมาว่า ‘ใช่’ เลยอ้อมแอ้มบอกอีกที

“ไว้เดี๋ยวเจอกันที่บ้านเธอนะ”

ตอน 3

“ไว้เดี๋ยวเจอกันที่บ้านเธอนะ”

“อือม์ ได้”

นพรัตน์มองตามแผ่นหลังเด็กเรียนดี มารยาทเด่นที่กำลังเดินลงตึกไปด้วยสายตาครุ่นคิดก่อนแยกตัววิ่งลงไปที่สนาม ที่รีบไม่ใช่เพราะนัดเพื่อนไว้ แต่เป็นเพราะอยากไปให้ทันเห็นว่าเธอคนนั้นกลับบ้านอย่างไร

เขาสะดุดตาเธอ ตั้งแต่มัธยมต้น เคยคุยด้วยแต่ก็แทบนับครั้งได้ เพิ่งมีโอกาสได้คุยกันจริงจังตอนขึ้นมัธยมศึกษาตอนปลายนี่เอง

เขาเห็นแล้วว่าเธอเดินผ่านรั้วหลังโรงเรียนออกไป ก็ให้นึกเป็นห่วง เพราะจากการแอบมอง แอบสังเกตอยู่บ่อยๆ เคยเห็นว่ามีรถคอยมารับมาส่งเสมอ แต่สามปีมานี้เห็นว่าเปลี่ยนไป ณัชชามาโรงเรียนด้วยตัวเอง เขาเคยเห็นกับตาว่าเช้าเธอโดยสารรถประจำทางปะปนกับนักเรียนคนอื่น หลังเลิกเรียนก็เห็นกลับบ้านเองด้วยรถประจำทางอย่างเดียวกับตอนขามา

จึงตามถามตามสืบ ค่อยรู้เพิ่มว่าที่บ้านของเธอทำกิจการเกี่ยวส่งออกสินค้าอาหารแช่แข็ง แล้วก็รู้มาอีกว่ากิจการเริ่มมีปัญหาไปต่อไม่ไหว ลึกลงไปมากกว่านั้นไม่รู้หรอกว่าสาเหตุจากอะไรแน่

เดิมเขาเห็นเธอรับจ้างทำรายงานให้เพื่อนในชั้นเดียวกันส่วนใหญ่จะเป็นเด็กห้องอื่น พอรู้อย่างนั้นแล้วเลยรอจังหวะว่าจ้างเธอให้ทำรายงานให้เขาบ้าง ถึงได้มีโอกาสได้คุยกับเธอจริงจังเสียที

ณัชชาเป็นคนพูดน้อยมาก เห็นบ่อยๆว่าเธอชอบนั่งทำงานคนเดียว ชอบไปห้องสมุดคนเดียว นั่งกินข้าวคนเดียว เวลามีงานทีหรือใกล้สอบ ถึงเห็นว่ามีเพื่อนเข้าไปรุมล้อมอยู่รอบตัวเธอ ไม่พ้นให้ช่วยติวให้นั่นเอง

วันนั้นไม่รู้ว่าอะไรดลใจเขา หลังเธอส่งรายงานที่ทำจนเสร็จเรียบร้อยมาให้ เลยออกปากท้าทายดูเล่นๆเรื่องคะแนนสอบกลางภาคของสามวิชาหลักของอาจารย์สุดโหดสุดหิน ท้าทายเธอว่าหากใครทำคะแนนได้มากกว่า เงินพนันที่วางเดิมพันไว้จะเป็นของคนที่ชนะ

คิดว่าเธอจะไม่สนใจเสียอีก แต่แล้วกลับได้ยินเสียงเบาๆของเธอตอบกลับมาว่า ‘เอาสิ’

เลยเป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างกันในตอนนั้นนั่นเอง

แวะส่งอัญจารีย์แล้ว นพรัตน์พารถเอื่อยเฉื่อยบนท้องถนนอยู่ครู่ กำลังชั่งใจว่าคืนนี้เขามีอารมณ์อยากใช้ที่ไหนเป็นที่นอนดี ระหว่างบ้านหลังใหญ่ศูนย์รวมพี่ๆน้องๆ หรือกลับไปที่ห้องชุดของตนเอง แม้ที่นั่นจะให้ความเป็นส่วนตัวมากกว่ามาก แต่เหงาจับใจไม่ใช่น้อย

เขาซื้ออสังหาริมทรัพย์ไว้หลายชิ้น และที่ไม่ได้เอาไว้เกร็งกำไร นอกจากห้องชุด ยังมีบ้านสามชั้นติดแม่น้ำเจ้าพระยาอีกหลังที่นานครั้งจะเข้าไปที่นั่น

ขณะคิดอะไรเพลินๆอยู่ โทรศัพท์แผดเสียงดังขึ้น เห็นชื่อโชว์หราที่จอตรงหน้าเป็นคู่ควงคนปัจจุบันก็ถอนใจปล่อยให้สายตัดทิ้งไปเอง นึกเบื่ออย่างไม่รู้ว่ามันมีสาเหตุมาจากอะไรแน่

เขาเป็นพวกที่มีความต้องการทางเพศสูงคนหนึ่ง เคยได้ยินนายแพทย์ภวินท์คุยกับนิรันดร์พี่ชายของเขาเองว่ายิ่งทำงาน รับผิดชอบในตำแหน่งสูง เรื่องทางเพศจะยิ่งแปรผันตามไปด้วย ไม่นึกเชื่อถือเท่าไรนัก คิดว่าคงพูดกันเล่นๆ แต่แล้วก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาเป็นแบบนั้นจริง

นพรัตน์รับบริหารงานมากกว่าบรรดาพี่น้องเนื่องด้วยศักยภาพที่มากกว่า เขาไม่ได้อยากทำนัก แต่คนนั้นโยนมาคนนี้โยนมาให้ก็รับทำไปอย่างนั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรมากมาย สุดท้ายก็พบว่างานในมือของเขามากกว่าพี่น้องคนอื่นถึงสองเท่าเลยทีเดียว

ไม่นานจากนั้นมีสายเรียกเข้ามาอีก ครั้งนี้เป็นเพื่อนสมัยเรียนที่ติดต่อคบค้าสมาคมกันอยู่เรื่อยๆ นึกลังเลครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจกดรับสายในนาทีต่อมา

ทางนั้นทักถามรวดเร็วฉับไวตามนิสัย

“เสี่ยครับ คืนนี้เพื่อนนัดดูบอลกันนะครับ”

เลยคิดแบบไวๆว่าหรือเขาควรไปหาพวกมันดี ถามกลับสั้นๆ

“ที่?”

ปลายสายบอกชื่อร้านที่ซึ่งเป็นของพรรคพวกกัน แล้วจึงวางสายลง พารถมุ่งหน้าสู่ร้านอาหารนั้น ดีที่เป็นทิศทางเดียวกับที่พารถท่องบนถนน จึงไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยวรถกลับไปกลับมาอีก

ไม่นานก็ถึงจุดหมาย

“เสี่ยนพมานู่นแล้วโว้ย เชิญครับเสี่ย” เพื่อนคนโทรศัพท์หาลุกมารับถึงทางเข้าร้าน พามาที่โต๊ะ คนอื่นๆเลยเฮกันลั่นจากนั้นที่เห็นหน้านพรัตน์ เพราะเขาเป็นเสี่ยที่เปย์หนักจริงๆ

หากมาก็แสดงว่ามื้อนี้ได้กินฟรีกันแล้ว

นพรัตน์มีเพื่อนมาก ไม่ใช่แค่เพื่อนกิน ส่วนใหญ่เพื่อนจะชอบเขาไม่ใช่ว่าเพราะเปย์หนัก แต่นพรัตน์ใจถึง พึ่งได้ และรักใครรักจริง

“นึกว่าเสี่ยจะมาไม่ได้ ก่อนหน้าเสี่ยไม่กี่นาทีเจอไอ้แว่นด้วยนะ มันหล่อสายเกาเลยครับเสี่ย”

อีกคนรีบเสริมทันที “ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเอาดีทางนี้ว่ะ”

นพรัตน์ไม่ได้ตอบโต้อะไร เขารับแก้วเครื่องดื่มจากเพื่อนแล้วนั่งลงตรงเก้าอี้ตัวกลาง ที่อยู่ในวงล้อมของเพื่อน มองจอขนาดยักษ์ที่กำลังถ่ายทอดฟุตบอลนัดสำคัญอยู่ เพื่อนคนหนึ่งในวงเอ่ยขึ้นอย่างต้องการชวนคุย

“เมื่อบ่าย บาสมันไปรอแฟนยิงลำแสงเลเซอร์ชะลอหน้าเหี่ยวหน้าแก่ เพื่อนครับ มึงรู้ไหมมันเจอใครที่นั่นให้พวกมึงทาย”

คนมาทีหลังบอก ขณะที่ตายังจ้องจออยู่

“มึงจะถามทำไม เฉลยมาเถอะจิว”

คนถามทำหน้าเคืองๆ ต่อว่าไม่ได้จริงจังอะไรนัก “เสี่ยนพนี่แม่งไม่ให้ความร่วมมือเลยนะมึง...”

แล้วรีบเฉลย “เจอณัชชาเว้ย”

ใจเหมือนแกว่งไปหน่อยที่ได้ยินชื่อของ ‘ณัชชา’ อีกครั้ง ถามกลับสั้นๆ “ที่ไหน”

คนเกริ่นเรื่องรีบตอบกลับมา ใครว่าผู้ชายไม่ช่างเม้า น้อยไปเสียนี่ “จะที่ไหน ก็ที่คลินิกเสริมสวยเสริมความงามอะไรนั่นแหละครับ ณัชชาเธอเป็นพนักงานอยู่ในนั้นครับเสี่ย”

นพรัตน์ถามต่ออีก “เจ้าของคลินิก?”

“ไม่ใช่ครับ เป็นพนักงานในนั้นอีกที คอยเชียร์ลูกค้าให้ซื้อคอร์ส ทำนองนั้นนะตามที่ไอ้บาสมันเล่ามา”

“พนักงานขายงี้หรือวะ” อีกคนถามเหมือนยังไม่เคลียร์

“ประมาณนั้นมั้ง กูไม่ค่อยรู้จัก”

“สมัยเรียนเห็นแม่งเรียนโคตรเก่ง นึกว่าจะไปต่อหมอ สุดท้ายทำไมไปทำงานแบบนั้นได้วะ”

“ขายเก่งเป็นทุนอยู่แล้วมั้ง คงไม่อยากเป็นหมอ แล้วเป็นไงบ้างวะ สวยขึ้นไหม”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED