ภายในห้องนอนของโรงแรมหรูหราแห่งหนึ่ง ร่างของหนุ่มสาวโยกคลึงร่ายลีลารักอย่างเร่าร้อน เสียงครวญครางของหญิงสาวหน้าตาสะสวยดังเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างต่อเนื่อง ในทุกๆ ครั้งที่ถูกชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่อัดกระหน่ำบั้นเอวเข้าใส่
“อ๊า... อา... ดีมากค่ะ ดีมาก... แรงอีกค่ะ เอก แรงอีกค่ะ อ๊า... จะเสร็จ แววจะเสร็จแล้ว อา... คุณเข้ามาลึกดีจัง อ๊า...”
เสียงหวานครวญครางด้วยความเสียวซ่าน ก่อนที่จะเกร็งกระตุกทั้งตัว เมื่อความสุขสมรัญจวนเดินทางมาถึง
หนุ่มหล่อยังคงกระแทกโยกคลึงใส่อย่างต่อเนื่อง บั้นท้ายทรงพลังเคลื่อนไหวแรงขึ้น ระรัวเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งเสียงครางห้าวลึกจะดังลั่นห้อง
พายุสวาทเร่าร้อนผ่านพ้นไปแล้ว สองร่างกกกอดกันแนบแน่นด้วยความสนิทเสน่หา
“ชอบไหม แวว”
พาทิศ อริยะโชคา เอ่ยถาม แววดาว แซ่ซ่ง หญิงคนรักด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ชอบมากที่สุดค่ะ คุณทั้งใหญ่ ทั้งยาว แถมแรงดีไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยแบบนี้ แววไม่ชอบได้ยังไงละคะ”
แววดาวยกมือขึ้นลูบใบหน้าหล่อเหลาของผู้ชายบนร่าง พลางยิ้มหวานยั่วยวน
“พูดแบบนี้... เดี๋ยวก็โดนผมจัดอีกรอบหรอกครับ”
“แววเคยปฏิเสธไหมล่ะคะ แต่คุณนั่นแหละจะอยู่เอาแววต่อไม่ได้ เพราะคุณย่าของคุณรออยู่” แววดาวทำเสียงกระเง้ากระงอด
พาทิศถอนใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะพลิกกายลงจากร่างอวบอัดของหญิงคนรัก
“ผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณหญิงย่าทำแบบนี้ทำไม”
“เพราะคุณย่าของคุณเกลียดแววยังไงล่ะคะ”
แววดาวลุกขึ้นนั่ง และบีบน้ำตาเรียกร้องคะแนนสงสาร
“คุณน่ารักขนาดนี้ ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณหญิงย่าถึงไม่ชอบคุณ แต่กลับไปชอบเด็กบ้านั่นได้”
ท้ายประโยคสีหน้าของพาทิศดุดันขึ้นโดยอัตโนมัติ เมื่อภาพใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งผุดขึ้นมาในหัว
แววดาวซบใบหน้ากับหน้าอกของพาทิศ ก่อนจะพูดว่าร้ายผู้หญิงอีกคน
“คุณย่าของคุณแก่มากแล้ว พอใครมาเอาอกเอาใจเข้าหน่อยก็จะหลงง่ายๆ แบบนี้แหละค่ะ”
เมื่อพาทิศยังคงนั่งนิ่ง แววดาวจึงก่อเชื้อเพลิงในหัวใจของพาทิศเพิ่ม
“แววเดาว่า ทุกอย่างที่คุณย่าทำ โดยเฉพาะเรื่องที่บังคับคุณ คงมาจากความคิดของผู้หญิงคนนั้นแน่ๆ เลยค่ะ”
พาทิศหรี่ตามองใบหน้าของแววดาวด้วยความสงสาร ยกมือขึ้นไล้แก้มเนียนแผ่วเบา
“คุณไม่ต้องกังวลนะ ผมจะไม่มีวันญาติดีกับเด็กคนนั้นแน่”
“แววจะเชื่อใจคุณได้จริงๆ เหรอคะ”
“เราคบกันมานานแค่ไหนแล้ว คุณจำได้ไหมแวว”
“เราคบกันตั้งแต่มหา’ลัยปีสองค่ะ”
“แล้วตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้กี่ปีแล้วครับ”
“ก็แปดปีแล้วค่ะ”
แววดาวทำท่าครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนจะตอบออกมา
“แล้วตลอดระยะเวลาแปดปีกว่าที่ผ่านมา ผมเคยทำให้คุณเสียใจไหม ผมเคยมีคนอื่นหรือเปล่า”
แววดาวส่ายหน้าไปมา
“ไม่เคยค่ะ”
พาทิศดึงมือเล็กของหญิงคนรักมากุมเอาไว้แนบอก
“เมื่อก่อนผมไม่เคยทำ ต่อจากนี้ไปผมก็จะไม่ทำเหมือนกัน คุณจะไม่เสียใจเพราะการกระทำของผม”
“แต่แววกลัว...”
“แค่หนึ่งปีเท่านั้น พอผมหย่าแล้ว ผมจะแต่งงานกับคุณทันที”
น้ำเสียงของพาทิศหนักแน่น ไม่แพ้แววตาที่ทอดมองแววดาวเลย
แววดาวยิ้มโล่งใจออกมา ก่อนจะทำเสียงออดอ้อนอีกครั้ง
“แววเชื่อคุณค่ะ และที่แววเชื่อคุณ ก็เพราะว่าแววรักคุณมาก... อย่าทำให้แววเสียใจนะคะเอก”
“ผมสัญญาครับ”
อารดา ตันติวัฒนา ลูกสาวเพียงคนเดียวของครอบครัวตำรวจยศผู้พัน หญิงสาวเพิ่งเรียนจบปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยรัฐบาลชื่อดังของเมืองไทย ด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง
ชาติตระกูลของหญิงสาวสืบทอดเชื้อสายมาจากผู้ดีเก่า และความเพรียบพร้อมนี้ของอารดา ทำให้คุณหญิงย่าของพาทิศถูกใจ และหมายมั่นปั้นมือต้องการเป็นหลานสะใภ้ ซึ่งครอบครัวของอารดาก็ไม่ขัดข้อง เพราะรู้ดีว่าลูกสาวของตัวเองมีใจกับพาทิศมาตั้งแต่เด็ก
ฤกษ์การแต่งงานถูกกำหนดขึ้นอย่างรวดเร็วด้วยความใจร้อนของคุณหญิงย่า และนี่ก็คือเหตุผลที่ทำให้อารดาต้องมาลองชุดแต่งงานในวันนี้
หญิงสาวมองเข้าไปในกระจกเงาบานใหญ่ตรงหน้า ชุดแต่งงานสีขาวฟู่ฟ่องในฝันกำลังห่อหุ้มร่างกายของตัวเอง
หล่อนยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เมื่อนึกถึงวันสำคัญที่กำลังจะเดินทางมาถึง แม้ว่าวันนี้ว่าที่เจ้าบ่าวอย่างพาทิศจะไม่ได้มาลองชุดแต่งงานด้วยก็ตาม
ครอบครัวของหล่อนกับครอบครัวของพาทิศรู้จักสนิทสนมกันมานานมากแล้ว ตอนเด็กๆ หล่อนติดพี่ชายอย่างพาทิศแจ ร้องหาแต่เขาตลอดเวลา จนกระทั่งเมื่อเขาโตขึ้น จึงได้ห่างกันออกไป แต่ในหัวใจของหล่อนก็ไม่เคยลืมพี่ชายแสนดีคนนี้เลย
หล่อนหวังมาตลอดว่าโตขึ้นจะได้เป็นเจ้าสาวของพาทิศ ซึ่งตอนนี้ความฝันนั้นของหล่อนกำลังจะเป็นจริงแล้ว
หล่อนกำลังจะได้แต่งงานกับผู้ชายในฝัน แม้ว่าเขาจะไม่ได้มีทีท่าสนอกสนใจตัวของหล่อนเลยก็ตาม
คุณย่าบอกกับหล่อนว่า เวลาและความใกล้ชิดจะทำให้พาทิศรักหล่อนได้ในที่สุด
หล่อนเชื่อแบบนั้น...
เชื่อคำพูดของคุณหญิงย่าที่รักและเอ็นดูหล่อนเหมือนหลานคนหนึ่ง
รอยยิ้มหวานยังคงเกลื่อนใบหน้าหวานของอารดา ความสุขเอ่อล้นออกมาจากแววตาของหญิงสาว
“ชุดนี้สวยมากเลยนะคะ เหมาะกับคุณหนูดามากเลยค่ะ”
พนักงานร้านเวดดิ้งเอ่ยชื่นชม
“ดา... ก็ชอบชุดนี้ค่ะ”
หล่อนหันไปพูดกับพนักงานที่ยืนอยู่ข้างตัวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“งั้นเดี๋ยวน้อยจะจัดการส่งชุดนี้ไปให้คุณหนูดาก่อนวันแต่งงานสองวันนะคะ”
“ขอบคุณพี่น้อยค่ะ”
“คุณหนูดาน่ารักขนาดนี้ หนุ่มๆ คงต้องอิจฉาเจ้าบ่าวของคุณหนูดามากแน่ๆ เลยค่ะ”
อารดายิ้มเอียงอาย ใบหน้าหวานเกลื่อนไปด้วยรอยยิ้มสดใส
“แกหายไปไหนมาทั้งวัน เจ้าเอก”
พาทิศที่เพิ่งกลับมาถึงบ้าน ต้องชะงักเท้า เมื่อถูกคุณหญิงย่าเอ่ยถาม แถมยังถามด้วยน้ำเสียงไม่พอใจอีกต่างหาก
เขาผ่อนลมหายใจออกมาทางปาก สีหน้าเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย ขณะเดินเข้าไปหาหญิงสูงวัยผู้มีพระคุณท่วมหัว
“ย่าถามว่าแกหายไปไหนมา ทำไมไม่ไปลองชุดกับหนูดา”
คนที่เพิ่งทิ้งตัวนั่งบนโซฟานุ่ม ถึงกับแค่นยิ้มหยันออกมาโดยอัตโนมัติ เมื่อได้ยินชื่อของอารดาออกมาจากปากของคุณหญิงย่า
“อารดามาฟ้องคุณหญิงย่าใช่ไหมครับ”
“หนูดาไม่ได้ฟ้องย่า แต่ย่ารู้จากร้านเวดดิ้ง ตอบมา ว่าแกหายหัวไปไหนมาทั้งวัน”
คุณหญิงสุปรานีคาดคั้นหลานชายคนโตของตัวเอง สีหน้าจริงจังเข้มงวด
พาทิศเอนเนื้อตัวใหญ่โตของตัวเองพิงกับพนักโซฟา ไหล่กว้างไหวเล็กน้อย
“ผมไปนอนกับแววมาครับ”
“เจ้าเอก!”
เมื่อเห็นคุณหญิงย่าไม่พอใจ พาทิศก็ยิ้มหยันออกมา
“ก็คุณหญิงย่าถาม ผมก็ตอบตามความจริงไงครับ ทำไมต้องโกรธผมด้วย”
“เพราะแกขัดคำสั่งของย่าไง เจ้าเอก”
“ผมขัดคำสั่งของคุณหญิงย่าตรงไหนครับ คุณย่าหญิงให้ผมแต่งงานกับอารดา ผมก็ยอมแต่งแล้วไงครับ ยังจะเอาอะไรกับผมอีก”
“ย่าต้องการให้แกเลิกกับแม่แววดาว ผู้หญิงคนนี้ไม่มีอะไรดีเลย และไม่เหมาะสมกับแก”
“แววเป็นคนดีครับ และก็เป็นผู้หญิงที่ผมรักด้วย คุณหญิงย่าบังคับร่างกายของผมให้ทำตามคำสั่งได้ แต่คุณหญิงย่าบังคับหัวใจของผมไม่ได้ ผมรักแววดาวครับ”
“ผู้หญิงคนนี้เป็นคนไม่ดี ทั้งคลิปทั้งรูปที่แม่นี่เข้าโรงแรมกับผู้ชาย ย่าก็ส่งให้ดูแล้ว ทำไมแกยังไม่เชื่ออีก เมื่อไหร่จะตาสว่าง หึ เจ้าเอก”
“คุณหญิงย่าหมายถึงรูปตัดต่อพวกนั้นหรือครับ” พาทิศยิ้มหยัน เพราะเขาเชื่อแววดาว แววดาวบอกว่ารูปพวกนั้นตัดต่อ เขาก็เลือกจะเชื่อหญิงคนรัก
“ไอ้หลานโง่ นี่แกจะโง่ไปถึงไหน เจ้าเอก”
“ผมไม่ได้โง่หรอกครับ ผมแค่รู้ทันความคิดของคุณย่า” ชายหนุ่มมองสบตากับคุณหญิงย่าของตัวเอง ก่อนจะพูดสิ่งที่อยู่ในหัวออกมา
“ผมรู้ว่าทำไมคุณหญิงย่าถึงไม่ชอบแวว เพราะแววไม่ได้มีเชื้อสายผู้ดีแบบอารดาใช่ไหมล่ะครับ เพราะเธอเป็นแค่ลูกสาวคนธรรมดา คุณหญิงย่าถึงไม่ต้องการเธอในฐานะหลานสะใภ้”
“แกนี่หลงผู้หญิงจนลืมหูลืมตาไม่ขึ้นเลยนะเจ้าเอก”
คนเป็นย่ารู้สึกอ่อนอกอ่อนใจกับความลุ่มหลงของพาทิศที่มีต่อแววดาวเหลือเกิน ได้แต่คาดหวังว่าอารดาจะสามารถเปลี่ยนแปลงหัวใจของพาทิศในสักวัน
“ถ้าแกรักแม่นั่นมาก ก็ออกไปจากบ้านของย่า แต่ไปแต่ตัวนะ มรดกทุกอย่าง ทรัพย์สินที่แกมีย่าจะเรียกคืนทั้งหมด อยากรู้เหมือนกันว่าแม่แววดาวแสนดีของแกจะยังยินดีเป็นเมียของคนไม่มีอะไรเลยอย่างแกอีกไหม”
“ผมไม่โง่ทิ้งมรดกพันล้านหรอกครับ เพราะผมทนแค่ปีเดียว ผมก็จะได้ทั้งอิสรภาพ และมรดกแล้ว”
คุณหญิงย่ายิ้มเยาะ
“งั้นแกก็ต้องเลิกติดต่อกับแม่แววดาวอีก ห้ามติดต่ออีก จำเอาไว้”
คนเป็นหลานชายไม่ได้ตอบ เขาลุกขึ้นยืน ใบหน้าแข็งกร้าว
“เพราะถ้าย่ารู้ว่าแกยังแอบติดต่อกับแม่นั่น มรดกจะถูกหักเอาไว้เจ็ดสิบเปอร์เซ็น และเจ็ดสิบเปอร์เซ็นนั้นจะถูกยกให้กับหนูดา”
“คุณหญิงย่าทำแบบนั้นไม่ได้นะครับ”
“ย่าจะไม่ทำ ถ้าแกรักษาสัญญา เจ้าเอก”
พาทิศกัดฟันกรอด เพราะไม่ถูกใจกับคำสั่งของคุณหญิงย่า แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากเดินหนีขึ้นห้องไปเท่านั้น
“กลับมาแล้วเหรอน้องดา”
อัญญาเอ่ยทักลูกสาวที่เดินยิ้มหน้าบานกลับเข้ามาในบ้าน
“ค่ะคุณแม่”
“แล้วลองชุดเป็นยังไงบ้างล่ะ ได้ชุดสวยถูกใจไหมลูก”
อัญญาเดินเข้ามานั่งบนโซฟาข้างกายของลูกสาว ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ชุดสวยเยอะมากเลยค่ะคุณแม่ ดาแทบเลือกไม่ถูกเลยค่ะ แต่ดีนะมีพนักงานที่ชื่อพี่น้อยช่วยเลือกน่ะค่ะ เลยได้ชุดที่สวยที่สุดค่ะ”
“อ้าว แล้วทำไมไม่ให้พ่อเอกช่วยเลือกล่ะน้องดา หรือว่าพี่เขาเลือกไม่เป็น”
แววตาของลูกสาวไหววูบ ก่อนจะเสหลบตา ทำให้อัญญาพอจะเดาสถานการณ์ได้
“พ่อเอกไม่ได้ไปใช่ไหมน้องดา”
อารดาเม้มปากเป็นเส้นตรง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับมารดา และก็ฉีกยิ้ม
“พี่เอกน่าจะติดงานน่ะค่ะคุณแม่”
“วันเสาร์ไม่มีใครทำงานกันหรอกน้องดา”
“งั้นพี่เอกก็คงมีนัดกับเพื่อน ก็เลยมาไม่ได้น่ะค่ะ”
“นัดกับเพื่อนจะสำคัญกว่าลองชุดแต่งงานซึ่งเป็นที่สำคัญวันหนึ่งของชีวิตได้ยังไงกันล่ะน้องดา”
อัญญาพยายามพูดให้อารดามองเห็นความจริง ความจริงหล่อนไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้อารดาแต่งงานกับพาทิศ เพราะพอรู้มาบ้างว่าพาทิศมีคนรักอยู่แล้ว แต่ก็ขัดความต้องการของอารดาไม่ได้
“ผู้ชาย... เขาคงไม่ค่อยใส่ใจเรื่องพวกนี้มั้งคะคุณแม่”
“ตอนที่แม่จะแต่งงานกับคุณพ่อ คุณพ่อขับรถมารับแม่ไปลองชุดแต่งงานด้วยตัวเองเลยนะลูก”
อารดาเม้มปาก พยายามจะหาเหตุผลมาแก้ต่างให้กับการกระทำของพาทิศ แต่ก็ไม่สามารถหาได้อีกแล้ว
“เปลี่ยนใจทันนะน้องดา... พ่อเอกมีคนรักอยู่แล้ว...”
“ดา... ดารักพี่เอกค่ะคุณแม่”
คนเป็นแม่ถอนใจออกมาเบาๆ ก่อนจะดึงมือเล็กของลูกสาวมากุมเอาไว้
“แม่รู้... แม่รู้ว่าลูกสาวของแม่รักพ่อเอกมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่มันเป็นการรักข้างเดียวนะน้องดา มันมีแต่จะเจ็บปวด”
“แต่... คุณหญิงย่าบอกว่า... ความใกล้ชิด จะทำให้พี่เอกรักดาค่ะคุณแม่”
อัญญาผ่อนลมหายใจออกมาอย่างยอมแพ้ หล่อนคงต้องปล่อยให้ลูกสาวไปเผชิญหน้ากับความจริงด้วยตัวเอง อารดาถึงจะเข้าใจ
“ในเมื่อแม่ห้ามอะไรน้องดาไม่ได้ แม่ก็ทำได้แค่อวยพรให้ลูกสาวของแม่มีความสุขนะลูก”
อารดายิ้มหวาน กอดมารดาเอาไว้อย่างประจบประแจง
“ดาจะเอาชนะใจพี่เอกให้ได้ค่ะคุณแม่”
คนเป็นแม่รู้ดีว่าหนทางชีวิตของลูกสาวหลังแต่งงานไม่ได้โรยด้วยดอกกุหลาบ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย
เช้าวันต่อมา อารดายิ้มออกมาอย่างมีความสุข หัวใจเต้นไม่เป็นระส่ำ หลังจากเพิ่งวางสายสนทนาจากพาทิศ
เขาโทรมาหาหล่อน...
ทั้งๆ ที่ปกติไม่เคยทำมาก่อน...
แม้การกระทำนี้ของเขาจะแปลกประหลาด แต่มันก็ทำให้หล่อนดีใจเหลือเกิน
หญิงสาวรีบอาบน้ำแต่งตัว เลือกชุดที่สวยที่สุดเท่าที่มีในตู้เสื้อผ้า หลังจากนั้นก็เดินมาหยุดหน้ากระจกเงาบานใหญ่ หมุนตัวไปมาเพื่อเช็คความเรียบร้อยของตัวเอง
“สวยพอหรือยังนะ”
อารดาไม่เคยไม่มั่นใจแบบนี้มาก่อนเลย หล่อนลังเลกับชุดที่เลือกมาใส่อยู่หลายครั้ง เปลี่ยนชุดไปหลายรอบ จนในที่สุดก็เลือกชุดกระโปรงบานยาวกรอมเท้ามาสวมใส่
“แต่งหน้าหน่อยดีไหมนะ”
หลังจากลังเลอยู่สักพักก็ตัดสินใจที่จะหยิบเครื่องสำอางขึ้นมาแต่งแต้มใบหน้า ทั้งๆ ที่ปกติหล่อนไม่ชอบการแต่งหน้าสักเท่าไหร่
แก้มนวลถูกปัดด้วยบลัชออนสีชมพูอมส้ม ขนตาปัดมาสคาราเล็กน้อย ปากอิ่มถูกทาทับด้วยลิปสติกสีเดียวกับสีของแก้มนวล
หล่อนยื่นมือไปหยิบหวีขึ้นมาแปรงเส้นผมสีดำยาวสลวยของตัวเอง หมุนตัวมองตัวเองจากกระจกเงาอยู่อีกสักพัก จึงเดินออกไปจากห้องส่วนตัว
หล่อนเดินลงมาชั้นล่าง ก็พบกับมารดาในห้องโถงเข้าพอดี
“อรุณสวัสดิ์ค่ะคุณแม่”
“อรุณสวัสดิ์จ้ะน้องดา”
อัญญาทักทายลูกสาวกลับด้วยเสียงอ่อนโยน และก็อดถามอย่างแปลกใจไม่ได้
“นี่เพิ่งแปดโมงกว่าๆ เอง น้องดาจะออกไปไหนแต่เช้าเหรอลูก”
รอยยิ้มที่เกลื่อนบนใบหน้าหวานของอารดา ทำให้อัญญายิ่งสงสัย
คนที่ทำให้ใบหน้าของลูกสาวมีรอยยิ้มมากมายแบบนี้ได้คงหนีไม่พ้นพาทิศ
“พี่เอกนัดน้องดาให้ไปกินข้าวเที่ยงด้วยกันที่บริษัทค่ะคุณแม่”
“นัดกินข้าวเที่ยง?”
“ใช่ค่ะคุณแม่”
“แล้วทำไมรีบไปนักล่ะน้องดา นี่เหลืออีกตั้งหลายชั่วโมงแน่ะกว่าจะเที่ยง”
อารดาบิดตัวไปมา ยิ้มหวานสดใส
“ดา... อยากไปรอพี่เอกน่ะค่ะ”
อัญญายิ้มน้อยๆ ออกมา ก่อนจะพิศมองใบหน้าของลูกสาวอีกครั้ง
“วันนี้แต่งหน้าด้วยเหรอน้องดา”
“คุณแม่มองเห็นด้วยเหรอคะ ดาอุตส่าห์แต่งบางๆ แล้วนะเนี่ย”
อารดายกมือขึ้นจับใบหน้าของตัวเอง รู้สึกขัดเขินเล็กๆ
“สวยแล้วจ้ะลูกรัก”
“จริงนะคะคุณแม่”
“จริงจ้ะ ลูกสาวของแม่สวยงามเสมอ ไม่ว่าจะแต่งหน้าหรือไม่ได้แต่งหน้า...” อัญญายกมือขึ้นลูบศีรษะของลูกสาวอย่างเอ็นดู
“ขอบคุณมากค่ะคุณแม่ รู้ไหมคะว่าพอคุณแม่ชมดาแล้ว ดาก็รู้สึกไม่ประหม่าแล้วล่ะค่ะ”
อัญญายิ้มให้กับลูกสาว
“ให้ลุงแช่มขับรถไปส่งนะน้องดา”
“ค่ะคุณแม่”
หญิงสาวตอบรับอย่างว่าง่าย ในใจของหล่อนตอนนี้เต็มไปด้วยความตื่นเต้นดีใจ
พาทิศเงยหน้าขึ้นจากแล็ปท็อปของตัวเอง เมื่อเสียงของเลขาหน้าห้องดังขึ้น
“คุณอารดามานั่งรอท่านประธานในห้องรับรองแล้วค่ะ”
“นี่ยังไม่เก้าโมงเลยไม่ใช่หรือ”
“แปดโมงห้าสิบนาทีค่ะ”
รอยยิ้มหยันผุดขึ้นบนใบหน้าของพาทิศ ก่อนที่เขาจะก้มหน้าทำงานต่อ
“เอ่อ... ท่านประธานจะให้คุณอารดาเข้าพบเลยไหมคะ”
“ให้นั่งรอไปนั่นแหละ”
“แต่กว่าจะเที่ยงมันอีกสามชั่วโมงเลยนะคะท่านประธาน”
“แล้วไงครับ”
พาทิศช้อนตาขึ้นมองเลขาหน้าห้องของตัวเองด้วยสายตาไม่พอใจ
“ก็ใครใช้ให้แม่นั่นมาเร็วกว่าเวลานัดเองล่ะ” ชายหนุ่มพูดอย่างไม่ไยดี
“เอ่อ... ค่ะท่านประธาน”
เลขาหน้าห้องเดินออกไปจากห้องทำงานแล้ว พาทิศจึงเงยหน้าขึ้นจากแล็ปท็อปอีกครั้ง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเบื่อหน่าย
มือแข็งแรงยื่นไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ก่อนจะกรอกเสียงเข้มออกไป
“สัญญาที่ผมให้คุณร่าง เรียบร้อยหรือยัง”
“เรียบร้อยแล้วค่ะท่านประธาน”
“อ่านทวนให้ดีนะครับ อย่าให้ตกหล่นในสิ่งที่ผมแจ้งไปเด็ดขาด”
“ครับท่านประธาน”
พาทิศวางสายจากฝ่ายกฎหมายของบริษัท จากนั้นก็เอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้ตัวใหญ่ ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด
เขามองไปที่รูปถ่ายบนโต๊ะทำงานของตัวเอง ซึ่งมันเป็นรูปถ่ายของเขากับแววดาว
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าชีวิตรักของเขากับแววดาวจะต้องมาประสบปัญหาบ้าบออะไรแบบนี้
‘คุณต้องได้มรดกนะคะเอก อย่ายอมเสียมรดกเด็ดขาด แววไม่ได้เห็นแก่เงินของคุณหรอกนะคะ แต่ในอนาคตถ้าเรามีลูกด้วยกัน ลูกๆ ของเราจะได้ไม่ลำบากยังไงล่ะคะ’
เพราะแววดาวขอร้องเอาไว้ ทำให้เขาต้องเลือกจำใจแต่งงานกับผู้หญิงหน้าเงินอย่างอารดา
‘แววไปรู้ข่าววงในมาค่ะเอก เห็นเขาลือกันว่าตอนนี้ครอบครัวของว่าที่เจ้าสาวของคุณกำลังถังแตก และครอบครัวของคุณก็คือบ่อเงินบ่อทองของคนพวกนั้นค่ะ คุณต้องระวังทรัพย์สินเอาไว้ให้ดีๆ นะคะ’
“เธอจะไม่มีวันมีความสุขหรอก อารดา”