ตอน 1

ในห้องนอนของโมเดิรน์วิลล่า ณ เมืองเอซอน

ขณะที่กำลังมีเซ็กส์กันอย่างเร่าร้อน ชายหนุ่มลืมเลือนทุกสิ่งแล้วจุมพิตไฝบนหน้าอกของหญิงสาวอย่างแผ่วเบา

หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว ลู่เยียนจือก็พลิกตัวลุกขึ้นมานั่ง

“เราหย่ากันเถอะ” น้ำเสียงของลู่เยียนจือเรียบเฉยอย่างมาก

สือเนี่ยนที่เพิ่งออกกำลังกายเสร็จยังคงหอบหายใจอยู่เล็กน้อย

เธอหันกลับไปและมองเข้าไปในดวงตาที่ลึกล้ำของเขาด้วยความสับสน

หลังจากแต่งงานกันมาหนึ่งปี จู่ๆ เธอก็ไม่เข้าใจความหมายของประโยคที่เขาพูดขึ้นมาซะอย่างนั้น

“เธอเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร มีเวลาเหลืออีกเพียงหกเดือนเท่านั้น”

ลู่เยียนจือจุดบุหรี่มวนหนึ่งขึ้นมาสูบ ควันที่ลอยขึ้นมาทำให้ใบหน้าของเขาพร่ามัวไปหมด

“การได้เป็นภรรยาของผมก่อนจะเสียชีวิต คือความปรารถนาเดียวในชีวิตของเธอ”

สือเนี่ยนไม่ได้พูดอะไร ในห้องนอนที่ใหญ่โตกว้างขวางเงียบสงัดไปหมด

โคมไฟเล็กข้างเตียงส่องแสงสลัวๆ เงาของพวกเขาทั้งสองคนสะท้อนขึ้นบนผนัง ทำให้ระยะห่างระหว่างพวกเขาที่แต่เดิมใกล้กันมากดูยิ่งห่างไกลออกไป

พอเห็นว่าเธอไม่ได้ให้คำตอบในทันที เขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

“แค่เพื่อปลอบใจเธอเฉยๆ ”

เขาพูดขึ้นว่า “อีกครึ่งปี พวกเราค่อยแต่งงานกันใหม่”

“สือเนี่ยน เธอเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งปีเท่านั้น”

น้ำเสียงของเขาเฉยชามาก ราวกับว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงการแจ้งให้ทราบเท่านั้น

สือเนี่ยนจ้องมองไปที่ใบหน้าด้านข้างของเขาอย่างเหม่อลอย

ดูเหมือนว่าเธอจะต้องตอบตกลงทุกอย่างตามที่เขาต้องการไปซะหมดเลย

เพียงแค่เขาบอกมา เธอก็เหมือนต้องไปทำตามพระราชโองการอย่างไรอย่างนั้น

แต่มันก็ถูกต้องแล้วแหละ ความสัมพันธ์ของพวกเขา เธอเป็นฝ่ายพยายามเอาใจเขาทุกอย่างเพื่อให้ได้มาเอง

ความชื่นชมหลงใหลในวัยเยาว์

ตั้งแต่เข้าสู่วัยผู้ใหญ่เธอก็คอยตามเขามาตลอด

ในวันที่พายุฝนโหมกระหน่ำปีนั้น เขามายืนอยู่ข้างหน้าเพื่อปกป้องเธอ โดยในมือถือไม้ผุๆ ท่อนหนึ่งเอาไว้พลางเสี่ยงชีวิตพูดกับพ่อเลี้ยงของเธอว่า “ถ้าคุณกล้าทำร้ายสือเนี่ยนอีก คุณได้เห็นดีกับผมแน่!”

เธอเกือบจะถูกตีจนตายแล้ว คืนนั้นท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำลงมากับเลือดสีแดงฉาน เธอเห็นว่ามือของเขากำไม้ผุๆ ท่อนนั้นจนข้อนิ้วขาวซีดไปหมดและดวงตาที่เย็นชาแต่มั่นคงของเขาตอนที่อยู่ท่ามกลางพายุฝน

เขาช่วยชีวิตเธอไว้

เธอจึงตกหลุมรักเขาจนหมดหัวใจ

ไม่ว่าเขาจะร้องขออะไร เธอก็จะทำตามเสมอ ทำมันอย่างทุ่มเทสุดชีวิต แถมยังทำได้ดีกว่าใครอีกด้วย

เขามักจะลูบหัวเธอหลังทำตามความต้องการของเขาเสร็จสิ้นและชมเธอเบาๆ ว่า “เนี่ยนเนี่ยน คุณทำได้ดีมาก”

แม้ว่าคำพูดและจูบของเขาในทุก ๆ ครั้งจะเบามาก หรือต่อให้ความรู้สึกระหว่างเธอกับเขาจะจืดจางมาโดยตลอด

แต่เธอก็ยังคิดว่ามันเป็นเพียงนิสัยโดยเนื้อแท้ของเขา

เพราะเหตุนี้ ถึงแม้ว่าทุกคนจะบอกว่าเธอเป็นฝ่ายที่ทุ่มเทให้เขาอยู่ฝ่ายเดียว แต่เธอก็ยินดีที่จะยอมรับมัน

เวลาตลอดเจ็ดปีของช่วงวัยรุ่น เธอคอยตามเขามาโดยตลอด

เมื่อหนึ่งปีก่อน อาการป่วยของคุณท่านเกิดทรุดลง คนในตระกูลลู่จึงหารือกันให้เขาแต่งงานเพื่อสะเดาะเคราะห์

พอเขาหาตัวเธอพบ เขาก็พาเธอไปจดทะเบียนสมรสทันที

เธอคิดว่าในที่สุดความสัมพันธ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ลงเอยด้วยดีสักที แต่หลังจากแต่งงาน เขากลับทำตัวห่างเหินจากเธอ เธอถึงขั้นที่รู้สึกได้ว่าเขาเบื่อหน่ายเธอมาก

“สือเนี่ยน คุณฟังผมอยู่หรือเปล่าเนี่ย?”

เขาสังเกตเห็นว่าเธอกำลังใจลอย จึงมองเธอพลางขมวดคิ้ว

“จำเป็นต้องทำแบบนี้จริงๆ น่ะเหรอ?” เธอถาม

เขาไม่ได้ตอบตรงๆ แถมยังเลือกที่จะเลี่ยงไม่พูดถึงแทนว่า “สือเนี่ยน เธอน่าสงสารมากจริงๆ ”

“แล้วฉันล่ะ?” เธอพูดออกไปโดยสัญชาตญาณ

เขาไม่ได้ตอบทันที แถมในแววตายังดูค่อนข้างจะหงุดหงิดอีกด้วย

เวลาผ่านไปประมาณสามวินาที เขาถึงได้พูดขึ้นมาอีกครั้ง

“สือเนี่ยน เธอกำลังจะตายแล้วนะ”

“คุณอาจจะยังไม่รู้สินะว่า ความจริงแล้วเธอรักผม แต่เพราะการแต่งงานของเรา เธอก็เลยไม่อยากทำร้ายคุณ ผมกับเธอไม่เคยเกินเลยกันมาก่อนเลยนะ”

“ถึงแม้ว่าผมอยากจะให้อะไรเธอ แต่เธอก็ปฏิเสธมาโดยตลอด”

“เธอเป็นคนจิตใจดีมาก คุณยอมให้เธอเถอะนะ”

“สือเนี่ยน อย่าทำให้ผมคิดว่าคุณใจร้ายเลย”

น้ำเสียงของเขาฟังดูสงบนิ่งและเย็นชา แต่หัวใจของเธอกลับแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว

เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า คนที่จะคบหากับผู้ชายที่แต่งงานแล้ว แค่พูดจาเสแสร้งเพียงไม่กี่ประโยคก็ได้รับคำชมว่าเป็นคนจิตใจดีแล้ว

แต่ภรรยาที่ไม่ยอมสละสามีของตนเองให้ผู้อื่น กลับถูกตราหน้าว่าเป็นคนใจร้ายซะอย่างนั้น

ตอน 2

เธอมองใบหน้าของเขาซึ่งยังคงเหมือนเดิมทุกประการกับเมื่อหลายปีก่อน

คิ้วคมเข้ม จมูกโด่ง ริมฝีปากบาง

แล้วเขาเริ่มเปลี่ยนไปตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

น่าจะตั้งแต่วันที่ ‘เธอ’ คนนั้นปรากฏตัวล่ะมั้ง

“คุณแน่ใจเหรอว่าจะหย่า?” เธอถามเป็นครั้งสุดท้าย

เขาไม่ตอบ และเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง

แล้วสุดท้าย เขาก็ค่อยๆ อ้าปาก

เขากล่าวว่า “ใช่ คุณ……”

“ตกลง”

เขายังไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ เธอก็ตอบตกลงไปแล้ว

เขาตกตะลึงไปชั่วขณะ

ดวงตาของเขาหรี่ลงเล็กน้อย เขามองไปที่เธอด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

“สือเนี่ยน คุณนี่นับวันยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ แล้วนะ”

น้ำเสียงของเขาแฝงไปด้วยความโกรธแบบที่ไม่ค่อยเป็นมาก่อน

“คุณคิดไว้อยู่แล้วว่าผมต้องทำให้คุณตอบตกลงให้ได้ คุณก็เลยบีบบังคับผมงั้นเหรอ?”

สือเนี่ยนไม่ได้พูดอะไร เธอเอาแต่จ้องมองเงาของเธอกับเขาบนกำแพงสีขาวอย่างเงียบๆ

ลู่เยียนจือดับบุหรี่ในมือและไม่พูดอะไรอีก แล้วก็สวมเสื้อผ้าอย่างเร่งรีบก่อนจะรีบสาวเท้าเดินออกไป

เขาเหมือนจะไม่ได้สนใจเลยว่าเธอจะคิดอย่างไร แล้วก็ไม่ได้สนใจด้วยว่าคำขอของเขามันน่าอับอายมากแค่ไหน ทำให้เธอต้องเสียใจมากแค่ไหน

เพราะเขารู้ว่า เธอไม่มีทางไปจากเขาได้

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันก็เป็นแบบนี้มาโดยตลอด

“ปัง!”

ลู่เยียนจือปิดประตูและออกไป

ในห้องนอนจึงเหลือเพียงสือเนี่ยนแค่คนเดียว

เธอเฝ้าดูเขาปิดประตูเดินออกไปอย่างเงียบๆ

แล้วเธอก็นั่งอยู่ที่หัวเตียงเป็นเวลานาน

“อืด อืด”

การสั่นแจ้งเตือนของโทรศัพท์มือถือดังขึ้น

มีคนส่งข้อความหาเธอ

เธอจึงเอื้อมมือออกไปหยิบโทรศัพท์มา

คนที่เธอเมมชื่อไว้ว่า ‘แอคหลุมของเธอ’ ส่งข้อความมาหาเธอ

แอคหลุมของเธอ:【เขามาหาฉันอีกแล้วล่ะ 】

รูปภาพที่แนบมาคือภาพใบหน้าด้านข้างของลู่เยียนจือที่สะท้อนบนกระจกตรงโถงทางเข้า

ใบหน้าของเขากำลังยิ้มแย้มอย่างอบอุ่น แววตาก็ดูอ่อนโยนแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน

นิ้วของเธอหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง จากนั้นสือเนี่ยนก็เลื่อนขึ้นด้านบน

ข้อความที่แล้ว:【เขาบอกว่า ในใจเขามีฉันด้วยล่ะ 】

ข้อความก่อนหน้านี้:【คืนที่ฝนตกหนาวไหม? ฉันไม่หนาวเลย เพราะมีเขาอยู่ข้างๆ ฉัน 】

ข้อความก่อนหน้านี้อีก:【คนที่ไม่ถูกรักต่างหากที่เป็นมือที่สาม สือเนี่ยน คุณมันก็แค่ตัวเลือกที่เขาต้องเลือกไปแต่งงานสะเดาะเคราะห์เท่านั้นแหละ เขาชื่นชมความงามของฉัน ชอบในสไตล์ของฉัน คนที่เขารักคือฉันต่างหาก 】

……

มีข้อความแบบนี้เยอะมาก

ซึ่งทุกข้อความล้วนแล้วแต่เป็นหลักฐานที่บ่งบอกว่าเขาทรยศเธอทั้งนั้น

เธอไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า ลู่เยียนจือที่เฉยเมยต่อเธอมาตลอดเจ็ดปี เวลาที่อยู่ต่อหน้าคนอื่น……

เขาจะดูมีชีวิตชีวาได้ขนาดนี้

เธอเปิดไปจนถึงข้อความสุดท้ายโดยที่ไม่ได้อ่าน แค่จะเปิดประวัติการแชททั้งหมดให้รันไปจนจบเท่านั้น แล้วมันก็มาหยุดอยู่ที่ข้อความแรก【คุณน่าจะรู้นะว่าฉันเป็นใคร ดอกไม้ในห้องรับแขกวันนี้สวยไหม? ฉันเป็นคนให้เขาเอง แถมเขายังบอกว่ามันสวยมากด้วย” 】

เหอะ……

แน่นอนว่าเธอรู้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายเป็นใคร

หานเวยเป็นนักจัดดอกไม้ชื่อดังที่มีเอกลักษณ์บนแพลตฟอร์มแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่รู้จักจากการจัดดอกไม้ให้วิลล่าหรูและเพนท์เฮ้าส์ขนาดใหญ่ของเหล่าเศรษฐีระดับสูง

สือเนี่ยนก็เคยเอาประวัติการแชทเหล่านี้ให้ลู่เยียนจืออ่านแล้ว แต่เขากลับบอกว่าเธอไม่มีหลักฐานที่จะพิสูจน์ว่าข้อความเหล่านี้หานเวยเป็นคนส่งมา

แถมเขายังสงสัยด้วยว่าเธอจงใจใช้แอคหลุมส่งข้อความเหล่านี้ให้ตัวเอง เพื่อจะใส่ร้ายหานเวย

เนื่องจากในประวัติการแชทมีรูปภาพน้อยมาก หรือต่อให้จะมีก็สามารถถ่ายได้โดยคนทั่วไปจากมุมมองบุคคลที่สามอยู่ดี

ยกเว้นของวันนี้

ควรต้องเอาภาพนี้ให้ลู่เยียนจือดูไหมนะ?

สือเนี่ยนโยนโทรศัพท์ไปด้านข้าง แล้วก็หยิบเอกสารชุดหนึ่งที่อยู่ด้านล่างสุดของตู้หัวเตียงออกมา

เธอหยิบใบรับรองการตั้งครรภ์ที่เธอเพิ่งได้รับเมื่อเช้าออกมา

เธอตั้งท้องลูกของลู่เยียนจือแล้ว

แถมยังเป็นในเวลาที่ไม่เหมาะสมที่สุดด้วย

น้ำตาไหลหยดลงบนเอกสารและกระจายออกไปเป็นบริเวณกว้าง

หัวใจของเขาไม่ใช่ของเธออีกแล้ว ต่อให้จะมีหลักฐานไปแล้วมันจะไปมีประโยชน์อะไร?

เธอปาดน้ำตาออก

สือเนี่ยนหยิบไฟแช็กที่ลู่เยียนจือใช้จุดบุหรี่มาจุดเผาเอกสาร

เขาไม่รู้เลยว่า การหย่าจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะยอมทำตามคำขอของเขาแล้ว

เจ็ดปีแห่งช่วงชีวิตวัยรุ่น เจ็ดปีแห่งความทรงจำ

บุญคุณของเขา เธอชดใช้คืนให้จนพอแล้ว

เธอไม่อยากจะรักเขาอีกแล้ว

ตอน 3

วันรุ่งขึ้น

ที่ลานจอดรถด้านนอกสำนักงานเขต

ลู่เยียนจือกำลังนั่งอยู่ในรถมายบัค เขาใช้มือซ้ายของเขาเคาะพวงมาลัยเบาๆ

“เยียนจือ หลานกับเนี่ยนเนี่ยนแต่งงานกันมาหนึ่งปีแล้ว รีบๆ มีลูกกันได้แล้วนะ” เสียงของหญิงชราคนหนึ่งดังมาจากในสาย

ใบหน้าของลู่เยียนจือดูผ่อนคลาย มีความเอือมระอาเล็กน้อย แต่ก็ยังมีความอดทนอยู่มาก

เขาพูดว่า “คุณย่า พวกเรายังเด็กกันอยู่เลยนะครับ ไม่ต้องรีบหรอก คุณย่า ตอนนี้สิ่งที่คุณย่าจำเป็นต้องทำก็คือการดูแลร่างกายให้ดีนะครับ ส่วนคุณปู่ เขา……”

“จะไม่ให้รีบได้ยังไงล่ะ?” คุณย่าพูดแทรกขึ้นมาทันที “ตอนนี้ถึงแม้ว่าปู่ของหลานจะดีขึ้นมากแล้ว แต่พวกเราก็อายุเยอะกันแล้ว ไม่รู้เลยว่าจะตายวันตายพรุ่ง”

“คุณย่า……”

คุณย่าพูดอย่างขึงขังจริงจังมากว่า “หลานไม่ต้องมาพูดเรื่องอื่นกับย่าทั้งนั้นแหละ ย่าได้ยินข่าวลือมาแล้วนะ หลานห้ามรังแกเนี่ยนเนี่ยนเด็ดขาด”

ลู่เยียนจือเงียบไปสามวินาที

คุณย่าจึงต้องเร่งเร้าขึ้นมาว่า “ได้ยินไหมเนี่ย?”

เขานวดหว่างคิ้วพลางตอบไปว่า “ทราบแล้วครับ คุณย่า”

หลังจากพูดคุยกันอีกสองสามประโยค ลู่เยียนจือก็วางสายไป

นิ้วของเขายังคงเคาะพวงมาลัยรถเบาๆ อย่างไม่รู้ตัวอยู่ แล้วทันใดนั้นลู่เยียนจือก็มองไปที่สำนักงานเขตที่อยู่ไม่ไกลนัก

ริมฝีปากเม้มกันแน่น

เขากดเปิดรายการข้อความในโทรศัพท์มือถือ

ปลายนิ้วเขาลูบผ่านรูปโปรไฟล์ของร้านขายดอกไม้ที่ถูกเมมชื่อเอาไว้ว่า ‘มายเลิฟ’ แล้วก็เลื่อนลงไปด้านล่างก่อนจะกดเข้าไปในหน้าแชทของ ‘สือเนี่ยน’

ข้อความสุดท้ายคือข้อความที่เขาบอกให้เธอมาที่สำนักงานเขตตอนเช้าวันนี้เพื่อทำเรื่องหย่าตามเวลาและสถานที่ที่นัดเจอกันไว้

เธอยังมาไม่ถึง

เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยและส่งข้อความไปหาเธอ

ลู่เยียนจือ:【อยู่ไหน? 】

ทันใดนั้น เสียงเคาะหน้าต่างรถก็ดังขึ้น พอลู่เยียนจือมองไปก็เห็นใบหน้าที่ค่อนข้างซีดเซียวของสือเนี่ยนที่อยู่นอกหน้าต่าง

สือเนี่ยนเปิดประตูรถและขึ้นไปนั่งบนเบาะข้างคนขับ

เธอมองไปที่เขาแวบหนึ่ง

เสื้อผ้าเขายังคงเป็นชุดเดียวกับชุดเมื่อวานนี้ เพราะเธอเป็นคนจัดชุดให้เขาเอง

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เธอเป็นคนเตรียมทุกอย่างให้เขาทั้งหมด ตั้งแต่ของเล็กๆ น้อยๆ เช่น น้ำหอมและเนกไท ไปจนถึงของใหญ่ๆ เช่น เสื้อเชิ้ตและชุดสูทที่สั่งตัดพิเศษ เธอเป็นคนดูแลทุกอย่างให้หมด

“ทำไมมาช้าจังเลยล่ะ?” เขาถาม

สือเนี่ยนถอนสายตากลับไป

“ก็ไม่ช้านะ” เธอตอบ

แต่มันไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วที่เธอยอมมารอตามที่เขาบอกอยู่เนิ่นนานด้วยความโง่เขลาและเจ็บปวด

มือของลู่เยียนจือที่กำลังเคาะแบบเหม่อลอยอยู่ก็หยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเขาก็มองเธอพลางขมวดคิ้ว

ใบหน้าเธอดูซีดเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเมื่อคืนเขาขอหย่า เธอก็เลยนอนหลับไม่สนิท

แต่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไรอยู่แล้ว

“คุณย่าเพิ่งโทรหาผมเมื่อกี้นี้เอง” ลู่เยียนจือดึงสายกลับไปพลางพูดว่า “เรื่องที่พวกเราหย่ากัน ห้ามบอกคุณย่าเด็ดขาด ท่านอายุเยอะแล้ว รับเรื่องที่สะเทือนใจพวกนี้ไม่ไหวหรอก”

สือเนี่ยนไม่ได้ตกปากรับคำแต่อย่างใด เธอแค่ถามขึ้นว่า “คุณย่าโทรมาคุยเรื่องอะไรบ้างเหรอ?”

“เร่งให้เรามีลูก” ลู่เยียนจือหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาเขาดูหงุดหงิดมาก

จากนั้นก็เงียบกันอยู่นาน

หลังจากผ่านไปหลายนาที สือเนี่ยนก็หัวเราะออกมาเบาๆ

ลู่เยียนจือกำมือซ้ายแน่น เขามองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดอะไรสักคำ

เขาก็เคยคิดเหมือนกันว่าลูกของเขาจะมีหน้าตายังไง จะได้มีลูกตอนไหน

ตอนที่เขากับสือเนี่ยนกำลังมีเพศสัมพันธ์กัน เขาก็เคยลูบท้องของเธอ แล้วก็งับหูเธอก่อนจะพูดว่า “เนี่ยนเนี่ยน เมื่อไหร่คุณจะมีลูกให้ผมสักทีล่ะ?”

แต่ว่า……

ยังไงเธอก็ไม่ได้ท้องอยู่แล้ว

อีกครึ่งปีก็จะได้แต่งงานกันใหม่แล้ว ถึงเวลานั้นก็ยังไม่สายเกินไปหรอก

หานเวยเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งปีเท่านั้น

ผู้คนที่อยู่นอกรถเดินกันไปมา เวลาผ่านไปประมาณสามวินาทีได้

ทันใดนั้นสือเนี่ยนก็พูดขึ้นมาว่า “ฉันจะถามคุณเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ อาจือ คุณอยากหย่ากับฉันใช่ไหม?”

“คิดจะกลับคำเหรอ?” คราวนี้เขาโกรธขึ้นมาจริงๆ แล้ว

หานเวยยังรอเขาอยู่ที่บ้าน

หลังจากได้รับการยืนยันอีกครั้งจากเขาแล้ว สือเนี่ยนก็ไม่ได้พูดอะไร เธอเพียงหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมาและยื่นให้ลู่เยียนจือ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED