“ไม่ได้จะยั่วนะคะ แค่กำลังอ่อย...อย่างที่สุดเลยละคะ” โอกาสที่ไม่เคยมี เมื่อมันมาอยู่ในอุ้งมือ ต่อให้กลัวแสนกลัวแค่ไหน แต่พันดาวก็คิดว่า...เธอยอมเสี่ยงถ้าหากผลที่ได้มันคุ้มค่า เธอเลยไม่สนใจเสียงที่ดังมาและผู้คนมากมายในที่แห่งนี้ ยกสองแขนขึ้นพาดบนไหล่กว้าง นิ้วเล็กลากไล้ต้นคอแกร่งก่อนจะใช้สองนิ้วเกี่ยวกันไว้ที่หลังคอแดนเหนือ รอยยิ้มแต้มบนใบหน้าเนียนนุ่มที่เอียงคอเล็กน้อยอย่างที่คิดว่าน่ารักที่สุด
“แล้วคุณละคะ สนใจไปต่อกับฉันไหม” เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากล้าถามอีกฝ่ายออกไปอย่างนี้ได้ยังไง ไหนจะดวงตากลมโตที่กล้าจะมองแดนเหนือโดยไม่หลบ ไหนจะลิ้นเล็กที่ยื่นออกมาไล้เลียริมฝีปากราวกับกำลังยั่วอารมณ์อีกฝ่ายให้ปะทุขึ้นมา ยิ่งเมื่อได้เห็นชายตรงหน้ามองด้วยสายตาวามวาว เธอก็เกิดความคึกคะนองในใจ
แดนเหนือเหลือบสายตาไปมองที่โต๊ะของตนเอง เขาบอกเพื่อนว่าจะมาเข้าห้องน้ำ แต่ก็หายมาพักใหญ่แล้ว ป่านนี้เพื่อนคงจะเป็นห่วงกันแล้ว แต่ถ้าเขาจะพาหญิงสาวไปที่โต๊ะด้วย เพื่อน ๆ คงจะต้องแซวกันไม่หยุดปากแน่ ไอ้พวกนั้นยิ่งปาก...เสียอยู่
“ทำไมละคะ หรือว่าคุณรังเกียจ...” พันดาวถามน้ำเสียงแผ่วเบาด้วยความน้อยอกน้อยใจ เธอกำลังคิดอยู่ ถ้าหากคืนนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับแดนเหนือมันเลยเถิดไปไกล ถึงวันข้างหน้าจะต้องเจ็บช้ำ เพราะคิดทำเรื่องนี้ขึ้นมา เธอก็ไม่คิดที่จะเสียใจแม้แต่น้อย
“เปล่า ๆ ไม่ได้รังเกียจ แต่กำลังคิดว่าจะไปบอกไอ้เจ้าพวกนั้นยังไงดีนะ ผมไม่อยากให้ใคร...เห็นคนน่ารักอย่างคุณ”
“แหม...คุณเนี่ยนะ ปากหวานจังเลย” พันดาวเกือบจะหลุดปากออกไปแล้ว... ‘อย่างนี้คุณคงจะต้องมีผู้หญิงอยากใกล้ชิดมากแน่ ๆ เลย’ ดีแต่ว่าคิดได้เสียก่อน
“ผมเชื่อว่าผมยังมีที่อื่นหวานอีกเยอะเลยล่ะ อยู่ที่คุณแล้วนะ...แน่ใจใช่ไหมที่จะไปกับผม เพราะถ้าคุณไปจริง ๆ ” แดนเหนือก้มหน้าลงไปกระซิบที่ข้างใบหูเล็ก “เราคงได้สำรวจ...กินหวานกันทั้งคืน”
อื้อ...เพียงแค่คิด พันดาวก็ร้อนผ่าวตั้งแต่ใบหน้าจรดลำคอแล้วล่ะ ไหนจะหัวใจที่มันกำลังเต้นแข่งกับเสียงของดนตรีที่บนเวทีอีกล่ะ
“ก็...ถ้าคุณไม่รังเกียจ ฉันก็ไม่ขัดข้องนะ คุณนั่นแหละ จะยืนพูดอยู่อย่างนี้ หรือจะพาฉันไป...กินหวานจนหมดตัวเมื่อไหร่ละคะ ฉันรออยู่นะ” ก็ให้มันรู้ไป...เขาจะเทเธอตอนนี้หรือจะทำอย่างที่พูด
ตอนแรกพันดาวก็ใจเสียเมื่อท่อนแขนกำยำที่โอบรัดรอบกายอยู่คลายออก แต่แล้วเธอก็แทบจะกรีดร้องให้ดังลั่นร้านอาหารกึ่งพับแห่งนี้แดนเหนือจับแขนเธอไว้แล้วพาเดินออกไปนอกร้าน โดยขณะเดินออกไปแดนเหนือก็โทรศัพท์บอกเพื่อนว่ามีธุระด่วน ต้องรีบกลับก่อน
“เอ่อ...คุณจะไม่รับหรือคะ” พันดาวอดที่จะถามไม่ได้ เมื่อเห็นว่าหลังจากที่แดนเหนือวางสายไปแล้วเพื่อน ๆ ก็รุมกระหน่ำโทรมาติด ๆ กันหลายครั้ง แต่แดนเหนือไม่ยอมรับสายและยังทำเป็นไม่สนใจด้วยซ้ำ
“ไม่ล่ะ ไม่อยากคุยกับพวกอยากรู้ ผมจะไม่บอกให้พวกมันรู้ไปกับคนน่ารักอย่างคุณหรอกครับ...คุณละครับ แน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะไปกับผม ถ้าคุณขึ้นรถผมแล้วคิดกลับใจก็ไม่ทันแล้วนะครับ ผมจะไม่ปล่อยให้ผู้หญิงน่ารัก ๆ อย่างคุณหลุดมือไปแน่”
พันดาวหัวเราะเสียงใส เขาถามแต่เพราะพาเธอเดินมาถึงรถพอดี เขาก็รีบเปิดประตูเชื้อเชิญเธอให้ขึ้นไปนั่งจนทำให้เธออดที่จะพูดออกไปไม่ได้
“ฉันคิดว่า...ฉันคงเปลี่ยนใจไม่ทันแล้วละคะ”
“ถึงคุณจะเปลี่ยนใจ ผมก็ไม่ยอมเหมือนกัน”
ได้ยินแดนเหนือพูดออกมาแบบนี้ พันดาวก็ได้แต่คลี่ยิ้มอย่างเอียงอาย แต่หัวใจกลับเต้นไหวระทึก เธอรีบก้าวขึ้นไปนั่งบนรถคันใหม่ป้ายแดงที่อย่าว่าจะมีผู้หญิงคนไหนได้นั่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถเลย เพราะขนาดเพื่อน ๆ ที่สนิทที่สุดแดนเหนือก็ยังไม่เคยให้นั่งมาก่อน จะมียกเว้นก็เพียงแค่คุณย่าของเขาเท่านั้น ที่เธอเป็นคนแรกที่เขาให้นั่งด้วยความตื่นเต้นดีใจและแปลกใจ แต่ก็ไม่คิดจะหาคำตอบ เพราะกลัวคำตอบของเขาจะทำให้เธอรู้สึกไม่ดี
ตอนนี้ก้าวขึ้นมานั่งบนรถแล้ว พันดาวก็ยังรู้สึกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้คือเธอกำลังฝัน ที่มันเป็นฝันดีมาก ๆ ที่แดนเหนือไม่ผลักไสและยังให้เธออยู่ใกล้ชิด เสียงของหัวใจเธอที่เต้นแรงราวกับกำลังจะหลุดออกไปจากอกเลย ยิ่งเมื่อแดนเหนือเปิดประตูฝั่งคนขับแล้วก้าวขึ้นมานั่ง เขามองหน้าเธอแล้วยิ้มหวาน อีกทั้งนัยน์ตาพราวระยังที่มองมา มันทำให้เธอเขินอายจนไม่รู้ว่าใบหน้าที่ร้อนผ่าวจะมองไปทางไหนดี รู้สึกว่ามือไม้มันเกะกะไปเสียหมด ทำอะไรไม่ถูกเอาเสียเลย
“กลัวเหรอครับ” แดนเหนือเอ่ยถามพลางยื่นมือไปสัมผัสแก้มนุ่มใสที่ตอนนี้เป็นสีชมพูระเรื่อด้วยความเสน่หา
“ค่ะ” พันดาวตอบพร้อมกับพยักหน้า
ก่อนจะก้มหน้าลงมองสองมือที่เย็นจัด “ฉัน...ฉันไม่เคยทำตัวอย่างนี้มาก่อนเลยคะ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉัน...ฉันทำอะไรแบบนี้” หญิงสาวบอกออกไปเสียงเบาและสั่น
“หือ...เป็นเด็กดีจังเลยนะครับ” น้ำเสียงของแดนเหนือคล้ายกับว่าเขาหัวเราะด้วยความพึงพอใจ “ผมควรตอบแทนเด็กดีแบบนี้ยังไงดีล่ะ” ชายหนุ่มถามเสียงนุ่มทุ้ม ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มกรุ้มกริ่มผิดแผกจากคนที่มึนเมาจนครองสติไม่อยู่
ชายหนุ่มจับปลายคางมนให้หันมาทางตนเอง ปลายนิ้วยาวลากไล้บนริมฝีปากนุ่ม ขณะดวงตาเข้มแวววาวระยับทอดมองริมฝีปากอิ่ม “กินให้หมดทั้งตัว ทำให้มีความสุขมาก ๆ ใช่ไหม”
พันดาวได้แต่กะพริบตามองคนถามด้วยไม่รู้ว่าจะตอบออกไปยังไงดี เพียงแค่เขาอยู่ใกล้ชิด ได้ตกอยู่ในอ้อมกอดก็เหมือนฝันจนไม่อยากจะตื่นแล้ว ถ้ามากมายไปกว่านี้ เธอกลัวว่าตัวจะแตกตายไปเสียก่อนนะสิ
“อ๊ะ...จริงสิ คุณดื่มมานี่นา ถ้าขับรถมันจะเป็นอันตรายได้นะคะ”
“ผมก็ว่าอยู่ ทำไมถึงได้รู้สึกมึนไปหมด สงสัยจะขับรถไม่ไหวจริง ๆ นั่นแหละ ว่าแต่คนน่ารักขับรถเป็นไหม”
“นิดหน่อยคะ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่ก็คิดว่าพาเราสองคนไป...” กลีบปากนุ่มขบเม้มเข้าหากัน ขณะทอดสายตาอ่อนหวานระคนไม่แน่ใจมองแดนเหนือ
“ไปห้องพักของผมนะเหรอครับ”
ห้องพักของแดนเหนือเหรอ!
พันดาวถึงกับกะพริบตาปริบ ๆ และอ้าปากค้างอีกครั้ง ด้วยเธอพอจะรู้มาว่า ห้องพักของแดนเหนือนั้น ผู้ที่จะเข้าไปได้นอกจากคุณย่าก็คือเพื่อนที่เขาสนิทเท่านั้น ไม่เคยมีผู้หญิงที่ไม่ใช่เพื่อนเข้าไป จะมียกเว้นก็เพื่อนสาวคนสนิทอย่างเพชรลดาที่เธอยังไม่กล้าคาดเดาความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เพราะกลัวว่าความหวังที่ตนเองมีอยู่จะพังทะลายลงไป ถึงแดนเหนือจะไม่รักไม่ชอบ แต่เธอก็อยากที่จะคิดเข้าข้างตัวเองไปให้นานอีกหน่อยละกัน แต่ค่ำคืนนี้เขากลับจะพาเธอเข้าไป มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน หรือแดนเหนือกินอะไรผิดสำแดงมา
“ใช่...ใช่ค่ะ” พันดาวตอบเสียงแผ่วเบา
“ผมเชื่อใจคุณคนน่ารักนะครับ คุณจะไม่พาผมไปเป็นอันตรายแน่นอน...น่ารักขนาดนี้ ต้องพาผมไปพบความสุขสิ...ใช่ไหมครับ”
“ใช่...ใช่ค่ะ” พันดาวตอบกลับไปอย่างกับคนละเมอ เธอทอดสายตามองใบหน้าคมเข้มที่โน้มมาหา แต่เมื่อริมฝีปากของเธอกับแดนเหนือกำลังจะสัมผัสกัน ชายหนุ่มกลับหยุดไปเสียเฉย ๆ ทำเอาเธอใจเสีย เพราะคิดว่าตอนนี้แดนเหนือคงจะเริ่มมีสติขึ้นมาแล้ว เรื่องระหว่างเธอกับเขาก็คงจะจบลงตรงนี้ แต่...
“ถ้าจูบคุณตอนนี้ ผมคงจะหยุดไม่ได้ ถ้าหากว่าผมได้กอด ได้หอมคุณ ผมก็อยากให้เป็นห้องหับที่มิดชิด ไม่ใช่ในรถที่คับแคบแบบนี้” แดนเหนือรีบบอกเมื่อเห็นใบหน้านวลผุดผาดหมองเศร้า
“ฉัน...แค่คิดว่าไปทำอะไรให้คุณไม่พอใจเสียอีก” พันดาวรีบบอกออกอย่างโล่งอก “ถ้าอย่างนั้นเรามาเปลี่ยนที่กันดีกว่าค่ะ ฉันจะได้ขับรถพาคุณกลับห้อง”
“คุณรู้ว่าห้องผมอยู่ที่ไหนเหรอครับ”
“เปล่านะคะ เราเพิ่งเจอกัน ฉันจะรู้ได้ยังไงกันละคะ คุณอยู่ที่ไหน คุณถามแปลกจัง” ทำไมเธอจะไม่รู้ล่ะ ก็คอยไปแอบมองชายหนุ่มอยู่บ่อยครั้งนี่นา “ต้องเป็นคุณคอยบอกเส้นทางฉันสิคะ”
“นั่นสิ” แดนเหนือพยักหน้ารับ “คุณอย่าเพิ่งลงจากรถนะครับ”
“ทำไมละคะ” พันดาวถามอย่างไม่เข้าใจแต่แดนเหนือกลับยืนมา ปลายนิ้วยาวแนบที่ริมฝีปากของเธอ อีกทั้งศีรษะทุยก็ส่ายไปมาเล็กน้อยห้ามมิให้พูด ก่อนเขาจะก้าวลงจากรถแล้วเดินมาเปิดประตูฝั่งที่เธอนั่งอยู่จากนั้นก็...
พันดาวได้แต่อ้าปากค้าง ดวงตากลมโตเบิกกว้าง เมื่อแดนเหนืออุ้มเธอพาไปวางตรงที่นั่งของคนขับ ก่อนจะพาตนเองไปนั่งประจำที่พร้อมกับบอกเส้นทางให้เธอ
ความจริงเธออยากรู้นะ ห้องของแดนเหนือเป็นแบบไหน มีอะไรวางอยู่ตรงไหน ผนังห้องทาสีอะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเขาพาเธอเข้าไปในห้องแล้วก็คือ...
แดนเหนืออุ้มเธอขึ้นให้สองขาเรียวยาวโอบรัดรอบกายเขา สองแขนยกขึ้นพาดบนไหล่กว้าง ก่อนที่เขาจะดันจนแผ่นหลังของเธอแนบไปกับประตูห้องแล้วเขาก็...
“รู้ไหมว่าผมอยากทำอย่างนี้ตั้งแต่แรกเห็นคุณเลย” เมื่อพูดจบแดนเหนือก็กดริมฝีปากลงไปบนปากอิ่มนุ่ม ขบกัดสลับบดคลึงด้วยแรงอารมณ์อันรุนแรงที่มันรุมเร้า ขณะที่มือหนาก็ดึงเอาชายเสื้อที่หญิงสาวใส่ออกจากตัวกางเกงผ้าเนื้อนิ่ม แล้วสอดเข้าไปสัมผัสกับผิวเนื้อนุ่มลื่นมือ
ผลที่เกิดขึ้นไม่ได้เหนือความคาดหมายที่เธอคิดไว้ แต่ที่คิดไม่ถึงก็คือการกระทำของแดนเหนือที่พอเข้าห้องได้ก็ยิ้มใส่ดวงตาเธอก่อนเขาจะแนบปากลงมา...จูบจนเธอหายใจหายคอไม่ทัน จูบที่ทำให้เธอได้แต่มึนงงจนไม่รู้จะรับมือกับธารอารมณ์ที่มันพุ่งพล่านไปทั่วร่างได้ยังไง ยิ่งเมื่อจูบของแดนเหนือเต็มไปด้วยความอบอุ่นและอ่อนโยน ก็ยิ่งทำให้เธอทำตัวไม่ถูก ได้แต่ส่งเสียงร้องแผ่วเบาออกไปเท่านั้น
แดนเหนือเคลื่อนปากไปขบกัดใบหูเล็ก ก่อนจะย้ายไปคลอเคลียกับลำคอระหง แล้วเคลื่อนกลับขึ้นมาจูบปากอิ่ม บดคลึงสลับขบกัดก่อนจะสอดแทรกเรียวลิ้นเข้าไปภายในโพรงปากเล็ก กวาดไล้ไปจนทั่วก่อนจะเกี่ยวรัดกับลิ้นเล็กที่ไม่รู้ว่าควรจะถอยหนีหรือให้ความร่วมมือดี มันทำให้เขาร้อนรุ่มด้วยความต้องการอย่างที่สุด
สองมือหนาแนบบนใบหน้านุ่ม มองกลีบปากอิ่มที่ตอนนี้บวมช้ำก่อนจะมองสบสายตากับคนในอ้อมแขนที่สองแก้มแดงเรื่อ ในดวงตากลมใสแจ๋วมองมาด้วยความอยากรู้...อยากลอง แต่ขณะเดียวกันก็มีท่าทางเขินอายที่มันทำให้เขาอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้
นิ้วยาวลากไล้บนแก้มใสซับสีเลือด “ถ้าตอนนี้ ฉันอยากจะเห็น...อยากจะสัมผัสกับผิวนุ่ม ๆ โดยไม่มีอะไรขวาง คนน่ารักจะให้ฉันเอาเสื้อออก...ได้ไหม”
มาถึงขนาดนี้แล้ว มีหรือที่เธอจะเล่นตัวให้แดนเหนือหงุดหงิดรำคาญใจนะ ก็เธออยากถูกแดนเหนือจับโยนลงบนเตียงแล้วคลุกเคล้าคลอเคลียแนบชิด ฝังกายในความอบอุ่นฉ่ำนุ่มจะแย่แล้ว ความอยากมีมากล้นจนตัวสั่นไปหมดแล้ว พันดาวรีบพยักหน้า แต่...
“ได้ไหมครับ...คนน่ารัก”
ตอนแรกพันดาวก็งุนงงว่าแดนเหนือยังจะขออนุญาตทำไม ในเมื่อเธอพร้อมที่จะให้เขาในทุกอย่างอยู่แล้ว แต่เมื่อได้มองสบสายตาและได้เห็นชายหนุ่มยิ้มพลางส่งปลายนิ้วมาสัมผัสกับกลีบปากอิ่มนุ่มก็พอจะเข้าใจว่าเขาอยากให้เธออนุญาติ “ได้ค่ะ”
“ได้อะไรครับ”
“ก็...ยอมให้คุณเอาเสื้อฉันออกไปไงคะ” พูอออกไปแล้วก็อื้อ...ถึงจะอาย แต่ก็มีความสุขมาก ถ้ามันจะเป็นความฝันที่ดีขนาดนี้ ถ้าหากเป็นไปได้ เธอจะขอนอนไม่ต้องตื่นมาเลย ยิ่งชายหนุ่มตรงหน้าหัวเราะเสียงแหบพร่าก็ทำให้พันดาวรู้สึกเหมือนกับว่ามีดวงดาวรายล้อมรอบตัว ทั้งเขินจนสองแก้มร้อนผ่าวไปหมดและสุขจนตัวจะแตกด้วย
“ถ้าอย่างนั้น...”
ถึงจะอนุญาตไปแล้ว หากเมื่อตัวเสื้อที่ใส่เริ่มเคลื่อนลงจากบ่า หัวใจพันดาวก็เต้นระรัวราวกับจะทะลุออกมาจากอก เขินอาย...ใช่อยู่ แต่เธอก็กลัวอย่างหนักเลยล่ะ กลัวว่าชายหนุ่มตรงหน้าจะไม่ชอบรูปร่างของเธอ แล้วมันจะทำให้เรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้นหลังจากนี้...หายไป! หากเมื่อได้ยินคำพูดจากปากของแดนเหนือ...
“รู้ไหม...ผิวเธอสวยมากเลยนะ”
พันดาวได้แต่มองหน้าคนพูดที่สองมือลูบไล้ต้นคอระหงไล่ลงมาถึงหัวไหล่
“เนียนแล้วก็นุ่มมือมากด้วย”
ตอนแรกเธอเต็มไปด้วยความหวาดกลัว กังวลว่าแดนเหนือจะรังเกียจ หากตอนนี้พันดาวได้แต่เฝ้ารอด้วยใจที่เต้นระทึกตามติดมือใหญ่ที่ลูบไล้ผิวเนื้อนุ่มลื่นอย่างเชื่องช้า ยิ่งเมื่อปากของแดนเหนือแนบลงบนไหปลาร้า สองขาของพันดาวก็อ่อนแรงจนทรุดลงไป แต่ดีว่าได้แขนแข็งแกร่งรีบตวัดโอบกายเล็กไว้ได้ทัน