“อย่าห่วงเรื่องนั้นไปเลยครับคุณหนูเล็ก เรื่องแค่นี้เล็กน้อยมากหากเทียบกับบุญคุณที่ทุกๆ คนในบ้านหลังนี้มอบให้ผมกับครอบครัว ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวกลับไปหลับเอาแรงที่เรือนเล็กก่อนนะครับ พรุ่งนี้จะต้องตื่นไปส่งคุณภพแต่เช้า เห็นว่ามีประชุมใหญ่น่ะครับ” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ก่อนจะอาสาไปส่งแต่ชายชราก็ห้ามเอาไว้เสียก่อนเพราะอยากให้สามีภรรยาให้อยู่ด้วยกันตามลำพังเสียมากกว่า ในใจอดที่จะสงสารหญิงสาวขึ้นมาไม่ได้ ที่ต้องทิ้งทุกๆ อย่างของตัวเองแล้วมาเริ่มต้นใหม่กับผู้ชายที่ไม่เคยแม้แต่จะมอบความรักให้เลยสักครั้ง ไม่เคยพาออกงานสังคมแต่กลับควงเอาคู่ขาไปออกงานแทน ทำตัวราวกับเป็นคนโสดทั้งๆ ที่ทั้งสองจดทะเบียนสมรสกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วแท้ๆ
“เฮ้อ คุณภพนะคุณภพ เมื่อไหร่จะรู้ใจตัวเองเสียทีนะ เมียก็ทั้งสวยทั้งแสนดีขนาดนี้ เป็นข้าหน่อยไม่ได้ป่านนี้มีลูกหัวปีท้ายปีไปแล้ว!” ชายชราที่ควบตำแหน่งคนขับรถประจำกายเจ้านายหนุ่มสุดฮอตที่ไม่ว่าสาวๆ คนไหนก็อยากจะเข้าใกล้เอ่ยขึ้นตามลำพังหลังจากเดินออกมาจากห้องนอนของผู้เป็นเจ้านายทั้งสอง ภายในใจรู้สึกสงสารในโชคชะตาของทุกๆ คนแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนัก นอกจากภาวนาให้เวลาที่ล่วงเลยผ่านมาชำระล้างอดีตที่แสนโศกเศร้าให้มันเลือนหายไปเสียทีเท่านั้น
แต่ถึงแม้ว่าใครๆ จะมองว่าตรีภพนั้นแสดงท่าทีรังเกียจในตัวภรรยาของตัวเองมากแค่ไหน แต่มีหรือที่ผู้ชายด้วยกันจะดูไม่ออกว่ามันไม่จริงเลยสักนิด เพราะไม่ว่าเขาจะเมาจนไม่มีสติแค่ไหนก็ต้องกำชับสั่งให้ตนพาขับรถมาส่งที่บ้านอยู่ดี ทั้งๆ ที่จะไปเปิดโรงแรมนอนชั่วคราวก็ยังได้ นั่นคงเป็นเพราะว่าอยากกลับมาหาใครอีกคน ที่มักจะนอนขดตัวรออยู่ที่โซฟาในบ้านเสียมากกว่า
รินลดาลอบถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อนเพราะกว่าจะจัดการถอดเสื้อและเช็ดตัวให้ผู้เป็นสามีที่ทั้งตัวโตกว่าและมีเรี่ยวแรงมากกว่าตนเองถึงสองเท่านั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับเธอซึ่งเป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งเท่านั้น หญิงสาวจัดการสวมชุดคลุมนอนให้คนโตตัวอย่างเบามือก่อนจะไล่ต่ำลงไปถอดถุงเท้าให้เขาอย่างไม่มีท่าทีรังเกียจ จนเมื่อทุกๆ อย่างเสร็จจึงค่อยๆ ห่มผ้าให้ตามลำดับและหมุนกายเดินออกห่างบริเวณเตียงกว้างที่นอนสองคนได้อย่างสบายแต่เขากลับสั่งห้ามไม่ให้เธอย่างกายเข้ามาเฉียดใกล้บริเวณนี้ นอกเสียจากเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ยามที่เขาไม่มีสติพอที่จะทำเองเท่านั้น
เท้าเล็กค่อยๆ ก้าวถอยห่างจากเตียงประมาณสามก้าวก่อนจะล้มตัวลงบนตรงพื้นพรมด้านล่างซึ่งเป็นที่ที่เดียวภายในห้องนี้ที่เขาอนุญาตให้เธอได้ใช้มันเป็นที่หลับนอนเท่านั้น หญิงสาวค่อยๆ ฟุบตัวลงนอนบนที่นอนปิกนิกคู่กายก่อนจะหลับตาลงตามสามีของตัวเองไปติดๆ ด้วยความเหนื่อยอ่อนเต็มที
ฝันดีนะคะพี่ภพ…
เช้าวันใหม่ที่มันอาจจะดูเป็นเช้าที่แสนสดใสสำหรับใครหลายๆ คน แต่กลับไม่ใช่กับรินลดาเลยแม้แต่น้อย หลังจากสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังขึ้นหญิงสาวก็รีบจัดการเตรียมชุดทำงานให้สามีที่กำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ ก่อนจะรีบเดินลงมายังชั้นล่างเพื่อจัดเตรียมขัดรองเท้าและถุงเท้าเอาไว้รอเขาอย่างใจเย็น เฝ้ารออยู่ไม่นานเท่าไหร่นักร่างกำยำในชุดสูทสีเทาเข้มสุดเรียบร้อยก็เดินลงมาจากชั้นบนของตัวบ้านก่อนจะเดินเลยผ่านหน้ากันไปอย่างไม่คิดที่จะแยแส มันเป็นอีกครั้งที่เขาทำราวกับว่าเธอไม่เคยมีตัวตนอยู่บนโลกของเขาเลยแม้แต่นาทีเดียว
ทุกๆ อย่างที่เขาทำลงไปมันคือส่วนหนึ่งของความเคยชินกับสิ่งที่เป็นอยู่ มันคงทำให้เธอเสียใจไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เมื่อคิดได้เช่นนั้นมันจึงทำให้หญิงสาวไม่ได้พูดอะไรมากนักนอกเสียจากก้มหน้าก้มตาเดินตามหลังเขาออกมาติดๆ พร้อมกับเนคไทเส้นโปรดของเขาเหมือนที่ทำเป็นประจำอยู่ทุกวัน
“ให้ฉันช่วยนะคะ” ไม่มีเสียงใดตอบกลับนอกจากเสียร่างสูงที่หันกลับมาหาหลังจากสวมรองเท้าเสร็จ แม้จะไม่พอใจเท่าไหร่นักแต่ตรีภพก็ยอมที่จะยืนเฉยๆ ให้หญิงสาวได้ช่วยสวมเนคไทให้อย่างใจเย็นพร้อมทั้งลอบสำรวจอีกฝ่ายไปพลางๆ ด้วยสายตาเย็นชา
หญิงสาวเขย่งจนสุดปลายเท้าเพราะอีกฝ่ายไม่ยอมให้ความร่วมมือเท่าที่ควร เธอใช้เวลาไม่นานก็จัดการผูกมันให้เข้าที่เหมือนที่เคยทำเป็นประจำ
“เสร็จแล้วค่ะ” หญิงสาวร้องบอกพร้อมส่งรอยยิ้มหวานตามไปให้ก่อนจะตบบ่ากว้างให้เรียบตรึงเพื่อเช็คความเรียบร้อยให้อีกที
“ขอบคุณ!” จบคำตอบแค่เพียงสองคำสั้นๆ ตรีภพก็หมุนตัวหันหลังให้กันก่อนจะออกเดินนำไปยังเรือนใหญ่ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเรือนหอของเธอและเขาเท่าไหร่นัก ใช้เวลาเดินเท้าได้เพียงไม่นานเธอกับเขาก็มาปรากฏตัวอยู่ในห้องโถงใหญ่ซึ่งตอนนี้มีผู้เป็นย่าและทิพย์อักษร น้องสาวของเขานั่งรออยู่“เราสองคนมาสายนะวันนี้ หรือเพราะเมื่อคืนเจ้าภพมันกวนหนูจนไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน เป็นแบบนั้นใช่ไหมลูกหนูเล็ก” ประมุขของบ้านเอ่ยถามขึ้นพร้อมส่งรอยยิ้มอ่อนโยนให้หญิงสาวตรงหน้าแต่อีกฝ่ายกลับทำได้เพียงส่งยิ้มบางๆ กลับไปให้ท่านเท่านั้น
“คุณย่าคงต้องฝันสลายไปอีกวันแล้วล่ะครับ เพราะว่าเมื่อคืนผมเมามาก คงไม่มีเรี่ยวแรงหรือสติมากพอที่จะทำอะไรหลานสะใภ้สุดที่รักของคุณย่าได้ แล้วนั่นเธอคิดจะยืนนิ่งอยู่อีกนานไหม มานั่งซะที!” เพราะคำตอบบวกคำสั่งทำเอาคนถูกเรียกจำต้องรีบเดินไปนั่งข้างๆ คนเผด็จการอย่างรวดเร็ว
“เรานี่นะพ่อภพ! เมื่อไหร่จะเลิกเสียทีไอ้การกินเหล้าเมามายไม่ได้สติ สงสารหนูเล็กเขาเสียบ้างสิ ที่ต้องมานั่งหลังขดหลังแข็งรอแกอยู่ทุกคืน” ผู้เป็นย่าเอ็ดก่อนจะลอบมองไปยังหลานสะใภ้ที่ได้แต่นั่งนิ่งไม่ยอมปริปากว่าอะไรออกมาสักคำด้วยความสงสารจับใจ ซึ่งนางก็เห็นภาพเหล่านี้มาตลอดหลายปี
“ผมเองก็ไม่ได้ไปอ้อนว้อนขอร้องให้เขาทำให้นี่ครับคุณย่า เจ้าตัวเขาเต็มใจที่จะทำเอง หรือว่ามันไม่จริง” ตรีภพตอบผู้เป็นย่าก่อนจะหันไปหาอีกคน
“จริงอย่างที่คุณภพพูดทุกอย่างค่ะคุณย่า หนูเล็กเต็มใจทำเองค่ะ” รินลดาจำต้องรีบตอบ ก่อนจะส่งยิ้มหวานไปให้ผู้เป็นย่าในทันที ด้วยไม่อยากทำให้ตนเองต้องกลายมาเป็นตัวปัญหาหลัก ที่ทำให้ทั้งคู่ต้องมาขุ่นเคืองใจต่อกัน
เพราะนอกจากตรีภพที่มักจะชอบทำท่ารังเกียจเธอแล้วนั้น ทุกๆ ในบ้านหลังนี้กลับดีกับเธอเสมือนกับเป็นคนในครอบครัวคนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นผู้เป็นย่าที่มักจะมีความเที่ยงธรรมให้แก่ทุกๆ คนอยู่เสมอ หรือแม่แต่ทิพย์อักษรน้องสาวของเขาเองก็ทั้งรักและห่วงใยในตัวของพี่สะใภ้อย่างเธอเสียยิ่งกว่าใครๆ นั่นจึงทำให้ความเงียบเหงาจากการถูกสามีเมินเฉยค่อยๆ เจือจางลงไปอย่างช้าๆ เพราะว่ามันได้ถูกเติมเต็มจากทุกๆ คนที่นี่จนทำให้เธอไม่รู้สึกว่าขาดอะไร นอกเสียจากความรักจากคนใจร้ายข้างกายคนนี้คนเดียวเท่านั้น
“เราก็เป็นเสียแบบนี้หนูเล็ก ยอมพี่เขาไปหมดเสียทุกเรื่องอยู่เรื่อยเลยเชียว” เพราะอดไม่ได้จึงต้องพูดต่อในใจสงสารหลานสะใภ้จับใจที่จะทำหรือจะพูดอะไรก็ไม่กล้าขัดใจผู้เป็นสามีไปเสียหมด ทั้งๆ ที่ตัวนั้นมีสิทธิ์มากกว่าใครๆ ในฐานะภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่ในมือแล้วแท้ๆ
“จริงค่ะคุณย่า ขนาดทิพย์เป็นผู้หญิงด้วยกันยังอดอิจฉาพี่ภพไม่ได้ ผู้หญิงที่ทั้งเรียบร้อยแถมยังมีความอดทนอย่างพี่หนูเล็กหาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว แต่คนบางคนกลับใจร้ายไม่รู้ตัวเสียทีว่ามีของดีอยู่ใกล้ตัว กลับชอบไปคว้าเอายัยพวกลิง ข่าง บ่างชะนีที่ไหนก็ไม่รู้ออกงานสังคมอยู่เรื่อยเชียว!” ทิพย์อักษรที่นั่งอยู่อีกฝากหนึ่งของโต๊ะเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์พร้อมขึ้นมาอีกคนก่อนจะลอบมองพี่ชายของตัวเองอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก เธอเพิ่งได้เห็นรูปจากเพื่อนสนิท ว่าเมื่อคืนพี่ชายตัวดีหอบคู่ขาของตัวเองไปออกงานอีกแล้ว
“อย่าพูดแบบนี้สิคะน้องทิพย์ ไม่น่ารักเลยนะคะรู้ไหม!”
“ก็มันเรื่องจริงนี่ค่ะ พี่หนูเล็กของทิพย์ออกจะน่ารักแถมยังแสนดีขนาดนี้ แต่พี่ชายตัวดีของทิพย์กลับพาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้ไปออกหน้าออกตาในงานสังคมอยู่ได้ ทั้งๆ ที่เมียของตัวก็สวยออกขนาดนี้ ถ้าลองพี่หนูเล็กของทิพยได้แต่งหน้าแต่งตัวสักนิดล่ะก็ ทิพย์รับรองได้เลยค่ะว่าจะต้องสวยกว่าผู้หญิงคนไหนๆ ที่พี่ภพเคยควงมาแน่นอน” ความจริงก็คือความจริงอยู่ร่ำไป นั่นอาจเป็นเพราะรินลดานั้นไม่ชอบการแต่งหน้าเหมือนกับหญิงสาวคนอื่นๆ เลยทำให้เธอดูจะไม่โดดเด่นอะไรมากนัก หากอยู่รวมกลุ่มกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน
“ผมอิ่มแล้วครับ เชิญทุกๆ คนพากันสรรเสริญผู้หญิงคนนี้ต่อไปกันตามสบาย ผมขอตัวไปทำงานก่อนนะครับคุณย่า” ช้อนในมือถูกวางกระทบแนบข้างจานสีขาวสะอาดที่ถูกจัดวางเอาไว้ให้ตรงหน้าอย่างแรงเมื่อพูดจบ ไม่สบอารมณ์กับทุกๆ ความเห็นของทั้งน้องสาวและคุณย่าที่พากันต่อว่ากัน ทำเหมือนเขาไม่ได้นั่งอยู่ตรงนี้ก็ไม่ปาน
“เดี๋ยวหนูเล็กกลับมานะคะคุณย่า น้องทิพย์” รินลดาพูดขึ้นก่อนจะรีบลุกขึ้นและวิ่งตามผู้เป็นสามีไปติดๆ ทิ้งไว้แต่เพียงคุณหญิงสุรัตน์และหลานสาวคนเล็กที่ได้แต่ส่ายหน้าไปมากับภาพที่ได้เห็น ในใจนึกสงสารหญิงสาวอยู่ไม่น้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะรู้ดีว่าตรีภพนั้นผูกใจอยู่แต่กับรักแรกของตัวเอง มันคงต้องใช้เวลาอีกนานกว่าที่หลานชายของนางจะค้นพบว่าอดีตคือสิ่งที่ย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ ปัจจุบันนั่นต่างหากที่สำคัญ
“รอเดี๋ยวก่อนสิค่ะพี่ภพ!” ปากเจ้ากรรมดันเผลอเรียกชื่อของสามีเหมือนอย่างที่เคยใช้เรียกเขาในอดีต มันทำให้ร่างสูงของตรีภพชะงักก่อนจะหันมามองคนเรียกอย่างเอาเรื่อง ในขณะที่คนผิดได้แต่ก้มหน้านิ่งยืนอยู่กับที่
“ฉันบอกเธอกี่ครั้งแล้วรินลดาว่าอย่ามาเรียกฉันว่าพี่อีก เธอไม่ใช่น้องสาวที่น่ารักของฉันนับตั้งแต่วันที่เธอยอมตกลงจะมาเป็นเจ้าสาวของฉันแทนภัทรในวันนั้นแล้ว!” ถ้อยคำหยาบกระด้างกระชากถามอย่างจงใจ เพราะเธอที่ดึงดันจะแต่งงานกับเขาแทนพี่สาวของตัวเองเสียให้ได้ในครั้งนั้นจึงทำให้ความรักความเอ็นดูที่เขาเคยมีให้น้องสางของอดีตคนรักแทบจะหมดลง ไม่มีอีกแล้วความรักความเอ็นดูที่เขาจะมอบให้ จะมีก็แค่ความเย็นชาที่เธอจะต้องแบกรับมันไปอีกนานแสนนาน หรือก็ไม่จนกว่าจะยอมเซ็นใบหย่าให้เขาเท่านั้น
“ฉันขอโทษค่ะ ว่าแต่คืนนี้คุณจะกลับดึกมากรึเปล่าคะ” แม้หัวใจจะรู้สึกเจ็บ แต่รินลดาก็ยังคงฝืนยิ้มไปให้สามีเหมือนอย่างเคย ไม่อยากให้เขารู้ว่าเธอกำลังปวดร้าวกับคำพูดและท่าทีที่เมินเฉยกันของเขาอยู่
“เธอจะอยากรู้ไปทำไม” ชายหนุ่มย้อนถามกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก สายตาจ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ไม่ชอบให้เธอมาก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวมากนัก ไม่ชอบที่เธอทำเหมือนตัวเองล้ำเส้น!
“นั่นก็เพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดของฉัน…”
หญิงสาวตอบกลับไปเพียงเท่านั้นก่อนจะก้มหน้านิ่ง แม้จะรู้แก่ใจดีว่าเขาไม่เคยใส่ใจเรื่องอะไรแบบนี้อยู่แล้ว แต่อย่างน้อยๆ ก็ยังแอบหวังเผื่อว่าสักวันเขาจะกลับมาเป็นพี่ภพที่แสนดีคนเดิมของเธอ ชายหนุ่มซึ่งเคยรักและเอ็นดูเธอไม่ต่างอะไรกับน้องสาวคนหนึ่งของเขาเลยสักนิด แต่เมื่อทุกๆ อย่างเปลี่ยนไป ทุกๆ สิ่งที่เขาเคยมีให้ก็ค่อยๆ กลายเป็นอดีตที่เจือจางเต็มทีเท่านั้น
“นั่นมันเรื่องของเธอ เธอจะเกิดหรือว่าจะตายมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับฉันอยู่แล้ว เท่านี้ใช่ไหมที่อยากรู้ ฉันจะได้ไปเสียที!!” ไม่รอให้อีกคนได้ทันร้องตอบคนใจร้ายก็พาตัวเองเดินหายขึ้นรถไป และไม่คิดที่จะหันกลับมามองกันอีกเลย
ปัง!
“พี่ภพทำแบบนี้มันเกินไปแล้วจริงๆ นะคะคุณย่า วันเกิดเมียของตัวเองทั้งทีแทนที่จะมีของขวัญให้หรือไม่ก็รีบกลับบ้านไวกว่าปกติแท้ๆ แต่ดูสิคะ กลับควงเอายัยเพียงเพ็ญ แม่ไฮโซจอมปลอมอะไรนั่นไปงานประมูลเพชรหน้าตาเฉยแบบนี้ได้ยังไงกัน!” ทิพย์อักษรตวาดเสียงลั่นทันทีที่ทราบข่าวจากเพื่อนสาวที่บังเอิญพบเจอกับพี่ชายของตัวเองอยู่ในงานประมูลเพชรในช่วงหัวค่ำที่เพิ่งจะผ่านพ้นมาสดๆ ร้อนๆ มาให้ดู ในขณะทุกๆ ในบ้านนั้นกำลังจัดเตรียมงานฉลองวันเกิดให้พี่สะใภ้ที่น่ารักของเธอ แต่เจ้าตัวกลับไม่คิดที่จะกลับมาอวยพรให้เมียของตัวเองเลยสักนิด
“ช่างเขาเถอะค่ะน้องทิพย์ คุณภพเขาคงจะไม่ว่างจริงๆ มีแค่น้องทิพย์กับคุณย่า แค่นี้พี่ก็มีความสุขแล้วล่ะค่ะ ขอบคุณทุกๆ คนมากนะคะสำหรับงานวันนี้ หนูเล็กมีความสุขมากค่ะ” รินลดาตอบกลับน้องสามีพร้อมรอยยิ้ม อย่างน้อยในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ก็ยังมีทุกๆ คนที่ยังรักและดีกับเธอ แม้ว่าคนที่เธออยากจะให้ทำดีกับเธอบ้างสักครั้งนั้น เขาจะไม่เคยสนใจใยดีกันเลยก็ตาม
“พี่หนูเล็กก็เป็นแบบนี้ไปซะทุกทีนั่นแหละค่ะ เราจะสั่งสอนพี่ชายตัวแสบของน้องพิทย์ยังไงกันดีคะคุณย่า ทำแบบนี้ใจร้ายเกินไปแล้วจริงๆ”