ในตอนกลางคืน ณ คฤหาสน์ตระกูลเสิ่น แสงไฟสว่างไสว
หลังจากเสร็จสิ้นงานแต่งงาน เย่ชิงซีก็ถูกส่งมาที่นี่ โดยมีพ่อบ้านนำทางมาส่งที่ห้องของเสิ่นเซียวเหยา
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ชิงซีได้เห็นสามีของเธอ
ตอนที่เธอคบอยู่กับเสิ่นเจ๋อ เธอมักจะได้ยินเสิ่นเจ๋อพูดถึงพี่ใหญ่ของเขาลับหลังอยู่เสมอ
จากคำพูดของของเสิ่นเจ๋อ เสิ่นเซียวเหยานั้นเป็นคนอารมณ์ร้าย มีนิสัยวิปริต ไร้ความปรานี แม้แต่ต่อหน้าญาติสนิทก็เย็นชาไม่แย่แส คำพูดแย่ต่างถูกเสิ่นเจ๋อบรรยายออกมาจนหมด รวมทั้งอัปลักษณ์ ขี้เหร่ด้วย
เย่ชิงซีคิดว่าเป็นเรื่องจริง วินาทีที่เธอนั่งอยู่บนรถของตระกูลเสิ่น เธอก็เตรียมใจที่จะเผชิญหน้ากับสามีผู้อัปลักษณ์ของเธอแล้ว
แต่กลับคิดไม่ถึงว่า ชายหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าของเธอจะหล่อเหลามาก แม้จะนอนเป็นเจ้าชายนิทราอยู่ แต่ก็ไม่สามารถปิดออร่าผู้ลากมากดีได้
เธอยืนอยู่ข้างเตียงอย่างอึ้ง ๆ ก่อนมองไปยังใบหน้าที่หล่อเหลาไร้จุดบกพร่อง ราวกับผลงานศิลปะชั้นเยี่ยมของเสิ่นเซียวเหยา แล้วก็เริ่มสงสัย
ดังนั้นสิ่งที่เสิ่นเจ๋อพูดมาทั้งหมดก่อนหน้านี้ ล้วนแล้วแต่เป็นคำพูดเหลวไหลอย่างนั้นเหรอ?
ทันใดนั้นประตูก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรง เสิ่นเจ๋อที่เมามายเดินโซเซเข้ามาพร้อมกับขวดเหล้า เขาสวมเสื้อเชิ้ตปกแข็ง เน็คไทห้อยอยู่ที่คออย่างหลวม ๆ กลิ่นแอลกอฮอล์อบอวลไปทั้งตัว เขาพูดออกมาอย่างเสียงดัง โดยไม่กลัวว่าเสิ่นเซียวเหยาที่นอนเป็นผักอยู่จะตื่นขึ้นมา
“ชิงซี ผมขอโทษ ที่แท้เราก็ถูกหลอกกันหมด ผมไม่รู้ว่าแม่เลี้ยงของคุณกับพ่อของผมจะทำข้อตกลงให้เปลี่ยนตัวเจ้าบ่าวในงานแต่งกัน ตอนที่ผมรู้มันก็สายไปแล้ว ผมถูกพ่อขังเอาไว้ ทำอะไรไม่ได้” แววตาของเสิ่นเจ๋อเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ดวงตาของเขาแดงก่ำ
หากเมื่อตอนบ่ายเย่ชิงซีไม่ได้เจอเขากับเย่หว่านหว่านกำลังมีอะไรกัน ไม่แน่เธออาจจะถูกเขาหลอกอีกครั้งก็ได้
เย่ชิงซีมองไปที่เสิ่นเจ๋ออย่างเงียบ ๆ โดยไม่พูดอะไร เธอกลัวว่าหากเธอเอ่ยอะไรออกมา ความโกรธของเธอมันจะระเบิดออกมาด้วย
“ชิงซี คุณพูดอะไรสักหน่อยเถอ คุณจะโกรธผมก็ได้ เรื่องมาถึงตอนนี้แล้ว เราทำได้เพียงคิดหาแก้ไขสถานการณ์ไปก่อน” เสิ่นเจ๋อเช็ดหน้า ไม่ช้าสายตาของเขาก็นิ่ง เขาไม่อยากจะแสดงต่อไปแม้แต่อีกวินาทีเดียว
ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาฉีกหน้าอีกฝ่าย เย่ชิงซีจึงอดกลั่นความเกลียดชังเอาไว้ แล้วแสร้งคล้อยตามเสิ่นเจ๋อ “ไม่เป็นไร ฉันไม่โทษคุณหรอก คุณเองก็ไม่มีทางเลือกเหมือนกัน”
“ผมรู้อยู่แล้วว่าคุณต้องเชื่อผม” เสิ่นเจ๋อจ้องมองไปที่เธอ เขาวางขวดเหล้าในมือลง แล้วยิ้มให้เย่ชิงซี “โชคดีที่ตอนนี้พี่ใหญ่ของผมเป็นเจ้าชายนิทรา แบบนั้นงานแต่งงานนี่ก็ไม่ใช่เรื่องจริง ตอนนี้คุณแค่ต้องทำลายแผนการทำกิ๊ฟท์นั่น ทำให้พี่ใหญ่ของผมไม่ต้องมีทายาท แบบนี้ผมก็จะเป็นทายาทเพียงคนเดียวของเสิ่นซื่อ กรุ๊ป ถึงตอนนั้นค่อยแต่งงานกับคุณ แค่นี้ก็ไม่มีใครกล้าขวางเราแล้ว!”
เย่ชิงซีกำมือแน่นที่ด้านหลัง โดยเกือบจะทนไม่ไหวอีกต่อไป แต่สมองของเธอได้บอกกับเธอว่า หากเธอถูกเสิ่นเจ๋อพบพิรุธอะไรเข้า ถ้าเขาคิดใช้วิธีอื่นทำลายการทำกิ๊ฟท์ในวันพรุ่งนี้จะเกิดอะไรขึ้น แบบนี้โอกาสในการแย่งตระกูลเสิ่นมาจากเสิ่นเจ๋อก็จะล้มเหลว
“ได้ พรุ่งนี้ฉันจะคิดหาวิธีทำลายการการทำกิ๊ฟท์ให้ได้” เย่ชิงซีตอบตกลง แล้วแสร้งทำทีรักใคร่ เธอเดินเข้าไปแล้วพูดเบา ๆ ออกมาว่า “เสิ่นเจ๋อ ฉันรักคุณมากขนาดนี้ แล้วฉันจะไปให้กำเนิดลูกของผู้ชายคนอื่นได้ยังไง ฉันจะรอคุณมาแต่งงานกับฉันนะคะ”
เมื่อเสิ่นเจ๋อได้ยินดังนั้นก็พอใจมาก เขาอ้าสองแขน ก้าวไปข้างหน้า เพื่อจะกอดเย่ชิงซี
เมื่อเย่ชิงซีเห็นดังนั้นก็ทนไม่ได้ เธอจึงพูดขึ้นเบา ๆ “นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณรีบกลับไปเถอะ ถึงยังไงที่นี่ก็เป็นห้องของพี่ใหญ่คุณนะ”
คำพูดนี้กระตุ้นความท้าทายของเสิ่นเจ๋อ เขาชำเลืองมองไปที่ร่างกายอันงดงามของเย่ชิงซี ทันใดนั้นก็คิดอยากมีอะไรกับเธอขึ้นมา
เขาและเย่ชิงซีคบหากันมานานสามปี เย่ชิงซีไม่ยอมที่จะมีอะไรกับเขามาโดยตลอด หากวันนี้เขาสามารถมีอะไรกับภรรยาของพี่ใหญ่ที่เพิ่งจะแต่งงานกันที่หน้าเตียงของเขาได้ละก็......
แค่คิดเสิ่นเจ๋อก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา ดังนั้นเขาจึงล็อคประตู ปิดไฟ แล้วเดินเข้าไปใกล้ ๆ เย่ชิงซีทีละก้าว
เย่ซิงซีก้าวถอยหลังอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “เสิ่นเจ๋อ คุณจะทำอะไร”
“ชิงซี คืนนี้เป็นคืนแต่งงานของคุณ อย่างเสียเวลาเลย เราไม่สามารถเป็นสามีภรรยากันแบบเปิดเผยได้ แต่เราสามารถเป็นคู่รักลับ ๆ ได้”
เสิ่นเจ๋อยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย กลิ่นแอลกอฮอล์ที่คละคลุ้งไปทั่วตัว ทำให้เย่ชิงซีตกใจจนถอยหลังออกไป
ไอ้สารเลวนี้ไม่เคยเห็นเสิ่นเซียวเหยาอยู่ในสายตาเลยจริง ๆ ถึงได้กล้าที่จะอยากได้พี่สะใภ้ต่อหน้าเขาขนาดนี้!
เย่ชิงซีตัวสั่นด้วยความโกรธ เธอผลักเสิ่นเจ๋อออกไปอย่างแรง “คุณมีสติหน่อย ระวังคนอื่นจะมา”
“ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครมาที่ห้องของคนใกล้ตายหรอก” เสิ่นเจ๋อมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า เขาไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาคว้าไหล่ของเย่ชิงซี แล้วต้องการที่จะบังคับจูบเธอ
เย่ชิงซีทนไม่ไหวอีกต่อไป เธอคว้าข้าวของที่อยู่ข้าง ๆ อย่างเอาเป็นเอาตาย แต่กลับพบว่าเสิ่นเจ๋อไม่ขยับเขยื้อน และสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไป
เธอเงยหน้าขึ้นมองอย่างงง ๆ โดยเห็นเพียงเสิ่นเจ๋อมองไปที่ด้านหลังของเธออย่างกลัว ๆ ราวกับเห็นผี
“พี่ พี่ใหญ่......”
เสิ่นเจ๋อตกใจมากจนฉี่รดกางเกง เเล้ววิ่งหนีออกไป
หรือว่าเสิ่นเซียวเหยาจะฟื้นแล้ว?
เย่ชิงซีหันหน้ากลับไปมองทันที แต่ด้านหลังของเธอกลับเงียบสงบไม่มีอะไรเลย
เธอเปิดไฟด้วยความหวาดกลัว แล้วมองไปที่หัวเตียง เสิ่นเซียวเหยายังคงนอนหลับสนิทไร้ความรู้สึกอยู่เหมือนเดิม แม้แต่ลมหายใจของเขาก็ยังเงียบสงบอยู่อย่างนั้น
มีเพียงมือข้างหนึ่งที่โผล่ออกมาจากผ้าห่ม
เย่ชิงซีเอียงหน้ามองมือที่โผล่ออกมานั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง บางทีน่าจะถูกเสิ่นเจ๋อเคลื่อนไหวโดนตอนที่กระชากลากถูกัน
“เสิ่นเซียวเหยา?” เย่ชิงซีลองเรียกชื่อเขา
ไม่มีการตอบสนอง
ดังนั้นเธอจึงเพิ่มระดับเสียงเรียกให้ดังมากขึ้น “นี่ เสิ่นเซียวเหยา?”
ยังคงไม่มีการตอบสนอง
เย่ชิงซีกลืนน้ำลาย ค่อย ๆ เดินย่องเข้าไปที่ข้างเตียงเบา ๆ และเอามือของเสิ่นเซียวเหยาวางกลับเข้าไปในผ้าห่มอย่างระมัดระวัง อีกฝ่ายยังคงไม่ตอบสนอง แม้จะตบหน้าเขาทีหนึ่ง คาดว่าเขาก็คงไม่ตื่น
ดังนั้นเมื่อครู่น่าจะเป็นเพราะเสิ่นเจ๋อทำเรื่องไม่ดีแล้วหลอนไปเอง
เย่ชิงซีจับหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ แล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก หางตาเหลือบไปเห็นขวดเหล้าที่เสิ่นเจ๋อทำตกทิ้งไว้ เธอรีบเอาไปโยนทิ้งแล้วล็อกประตูจากด้านใน
ห้องนอนก็เงียบสงบลงอย่างสิ้นเชิง เย่ชิงซียังคงใจเต้นตุบตับ ๆ อยู่ เนื่องจากลัวว่าคนที่นอนเป็นผักคนนี้จู่ ๆ จะลืมตาขึ้นมา เธอคอยนั่งจับตาอยู่ขอบเตียง แต่ไม่สามารถทนความเหนื่อยล้าได้ จากนั้นก็เอนตัวลงพิงหัวเตียงแล้วหลับใหลไปโดยไม่รู้ตัว
วันต่อมา
ขณะที่ตื่นขึ้น เย่ชิงซีเห็นว่าตัวเธอนอนฟุบอยู่ที่ขอบเตียงก็ตกใจ โชคดีที่เสิ่นเซียวเหยาที่อยู่บนเตียงยังคงนอนอยู่ในท่าเดิม แม้แต่เส้นผมก็ไม่เปลี่ยนแปลงแม้แต่นิด ถึงตอนนี้เย่ชิงซีถึงได้โล่งอก
ดูเหมือนว่าการเคลื่อนไหวเมื่อคืนนี้น่าจะเป็นแค่การเข้าใจผิดเท่านั้น
เย่ชิงซีเข้าไปล้างหน้าล้างตาในห้องน้ำ แต่กลับเห็นที่ลำคอของเธอมีรอยแดงผ่านทางกระจก เหมือนกับถูกบีบคอ
คิดว่าน่าจะเป็นตอนที่กระชากลากถูกับเสิ่นเจ๋อเมื่อคืนแล้วทิ้งร่องรอยไว้มั้ง
คลื่นแห่งความขยะแขยงก่อตัวขึ้นในใจของเธอ
เย่ชิงซีวางแปรงสีฟันลงอย่างงัวเงีย จากนั้นก็เดินไปที่ห้องนอน เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตคอสูงมาสวมปกปิดลำคอไว้
หลังจากจัดการเรียบร้อย เย่ชิงซีก็ลงไปรับประทานอาหารเช้าที่ชั้นล่าง
ทันทีที่เธอมาถึงทางขึ้นบันไดก็ถูกเสิ่นเจ๋อลากเข้าไปในห้องเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้
“ไอ้เศษสวะนั่นฟื้นแล้วเหรอ” เสิ่นเจ๋อกลัวว่าจะถูกคนอื่นได้ยินเข้า เขาจึงเข้ามาพูดใกล้ ๆ เธอ
เย่ชิงซีถอยหลังออกไปสองสามก้าวอย่างไม่ชอบใจ แล้วพูดขึ้นด้วยสีหน้านิ่ง ๆ ว่า “ยังไม่ฟื้น”
“งั้นก็ดี เหมือนว่าเมื่อคืนผมจะเมามากไป จู่ ๆ ก็มองเห็นไอ้เศษสวะนั่นลืมตาขึ้นมาจ้องมองผม” เสิ่นเจ๋อถอนหายใจด้วยความโล่งอก และใบหน้าที่เคร่งเครียดก็ผ่อนคลายลง เปลี่ยนมาเป็นใบหน้าอ่อนโยน สดใส เหมือนปกติ
เย่ชิงซีก้มหน้าลง ไม่พูดอะไร กลัวว่าเสิ่นเจ๋อจะสังเกตเห็นความเกลียดชังในดวงตาของเธอ
เสิ่นเจ๋อคิดว่าเย่ชิงซีไม่พอใจ เพราะเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน เขาพูดขอโทษเธอด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนขึ้นว่า “ผมขอโทษ เมื่อคืนผมดื่มมากไปหน่อย ผมเลยทำอะไรบุ่มบ่ามไป”
เย่ชิงซีพยายามระงับอารมณ์ที่ปั่นป่วนในใจ เธอก็ยังพูดขึ้นอย่างอดทนว่า “ไม่เป็นไร”
จากนั้น เธอก็หาข้ออ้างสลัดตัวเธอออกจากเสิ่นเจ๋อ แล้วเดินออกไปจากห้องเล็ก ๆ ที่กั้นเอาไว้
ในห้องอาหาร เสิ่นชางป๋อนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ สีหน้าของเขาจริงจัง เคร่งขรึม เมื่อเห็นเย่ชิงซีก็พยักหน้าเล็กน้อย ท่าทางดูเย็นชามาก
ในทางตรงกันข้าม เจียงเหม่ยเยี่ยนแม่เลี้ยงของเสิ่นเซียวเหยากลับดูใจดี อบอุ่นกับเย่ชิงซีมาก เธอคือแม่แท้ ๆ ของเสิ่นเจ๋อ และน่าจะเป็นคนที่รู้แผนการของเสิ่นเจ๋อด้วย ไม่อย่างนั้น เธอคงไม่เอาอกเอาใจเย่ชิงซีขนาดนี้
อาหารมื้อนี้ เย่ชิงซีทานแล้วรู้สึกอึดอัดมาก เธออยากจะหนีไป
หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ เย่ชิงซีก็ถูกเสิ่นชางป๋อพาไปผ่าตัดทำกิ๊ฟท์ที่โรงพยาบาลเอกชนของตระกูลเสิ่น และเสิ่นเจ๋อก็ติดตามไปด้วย
ก่อนที่จะเข้าไปในห้องผ่าตัด เสิ่นเจ๋อไม่วางใจ คอยแอบส่งสายตาให้กับเย่ชิงซีตลอดเวลา
เย่ชิงซีรู้ว่า เสิ่นเจ๋อกำลังเตือนให้เธออย่าลืมแผนการของพวกเขา
เธอมีรอยยิ้มอ่อน ๆ ปรากฏขึ้น บอกให้เขาวางใจ จากนั้นก็เดินเข้าไปในห้องผ่าตัดด้วยสีหน้าเย็นชา
แม้ว่าตอนนี้เธอจะกลัวมาก แต่เย่ชิงซีก็ยังกัดฟันเดินเข้าไป เพื่อแก้แค้น เพื่อทวงคืนสิ่งที่เป็นของเธอกลับคืนมา!
หลังจากผ่าตัดเรียบร้อยเเล้ว เย่ชิงซีก็เดินออกมาด้วยสีหน้าซีดเซียว หมอถอดหน้ากากออก และรายงานผลการผ่าตัดกับเสิ่นชางป๋อว่า “การผ่าตัดเรียบร้อยดีครับ แต่ต้องรอให้ครบหนึ่งเดือนแล้วค่อยกลับมาตรวจอีกครั้งว่าตั้งครรภ์หรือไม่”
เมื่อได้ยินแบบนี้ สีหน้าของเสิ่นเจ๋อที่อยู่ข้าง ๆ ก็มืดมนลงทันที
ในทางกลับกัน เสิ่นชางป๋อที่มีสีหน้าเคร่งขรึมกลับมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าเขาพอใจมาก สายตาที่เขามองเย่ชิงซีในที่สุดก็มีความอ่อนโยนไม่น้อย จากนั้นก็ให้คนขับรถไปส่งเย่ชิงซีกับเสิ่นเจ๋อกลับไปที่บ้านตระกูลเสิ่น
ตลอดทาง เสิ่นเจ๋อมีสีหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดอะไรสักคำ
เย่ชิงซีขี้เกียจจะสนใจเขา เหม่อลอยมองวิวนอกหน้าต่างรถอยู่อย่างนั้น
เมื่อลงมาจากรถ เสิ่นเจ๋อก็ระเบิดอารมณ์ขึ้นทันที เขาลากเย่ชิงซีไปถามในสวนทันที
“ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอว่าคุณจะทำลายการผ่าตัดนั่น ทำไมคุณถึงไม่ทำตาม” เสิ่นเจ๋อตะคอกขึ้นด้วยความโกรธ
การผ่าตัดสำเร็จแล้ว เย่ชิงซีขี้เกียจจะแสร้งเล่นละครกับเสิ่นเจ๋อต่อ เธอสะบัดมือของเขาออกอย่างไม่เกรงใจ แล้วพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เคารพกันหน่อย ตอนนี้ฉันเป็นพี่สะใภ้ของคุณนะ”
เสิ่นเจ๋อหัวเราะขึ้นด้วยความโกรธ และเตะไปที่ต้นไม้เหมือนกับระบายความโกรธ “พี่สะใภ้งั้นเหรอ เเม่งเอ๊ย หลอกกูเหรอ”
เย่ชิงซีตกใจมาก หันหลังกลับอยากจะเดินออกไป แต่กลับถูกเสิ่นเจ๋อจับข้อมือไว้อีกครั้ง
“ฉันให้เธอไปได้เเล้วเหรอ ยังพูดกันไม่เคลียร์เลย เธอคิดจะไปไหน” สีหน้าของเสิ่นเจ๋อถมึงทึงน่าหวาดกลัว หางตาแดงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ากำลังโกรธ
เย่ชิงซีไม่อยากต่อล้อต่อเถียงกับเขา เธอกัดฟันแล้วจ้องหน้าเขา “ปล่อย”
เสิ่นเจ๋อทำเสียงฮึดฮัดด้วยความโกรธ แล้วค่อย ๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้ ๆ เย่ชิงซี พลางข่มขู่ออกมาว่า “นังสารเลว เธอคงคิดว่าเกาะเสิ่นเซียวเหยาได้ แล้วคิดจะสลัดฉันงั้นสิ ฉันจะบอกเธอให้นะ ไม่มีทาง เด็กจะติดไหมก็ไม่แน่ ต่อให้ติด เสิ่นเซียวเหยาก็อยู่ได้อีกไม่นาน ปกป้องเธอกับลูกไม่ได้หรอก”
“แล้วยังไง ตอนนี้เสิ่นเซียวเหยาก็ยังไม่ตายไม่ใช่เหรอ?” เย่ชิงซีพูดขึ้นอย่างไม่พอใจว่า “ต่อให้เขาตาย ฉันก็ยังเป็นพี่สะใภ้ของคุณ เป็นนายหญิงใหญ่ของตระกูลเสิ่นอย่างชอบธรรม!”
เสิ่นเจ๋อถูกคำพูดของเธอยั่วจนโมโห เขาคิดจะลงมือกับเธอ
โชคดีที่ในตอนนี้ มีคนรับใช้วิ่งออกมาจากบ้านพอดี และเมื่อเห็นเย่ชิงซีจากไกล ๆ ก็แสดงความดีใจออกมา ตะโกนเรียกเสียงดังขึ้นว่า “นายหญิงใหญ่คะ! คุณชายใหญ่ฟื้นแล้วค่ะ ต้องการพบคุณค่ะ!”