ตอน 1

แจ็คร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด สมองมึนงงไม่อาจแยกแยะว่าอะไรเป็นอะไร เหมือนกับแวบหนึ่งเขาเพิ่งเห็นแสงไฟเจิดจ้าจาก ...รถบรรทุกหรือเปล่านะ จากนั้นเสียงเปรี้ยงปร้างแบบกระสุนระเบิดจากรังเพลิงต่อเนื่องก็ดังสนั่นหวั่นไหว ไม่ใช่แบบสิ มันเป็นเสียงปืนจริง ๆ เลยต่างหาก ประกายไฟปะทุแปลบปลาบยามวัตถุขนาดจิ๋วพลังทำลายล้างสูงกระทบโครงเหล็กกระเด็นกระดอนไปมารอบตัวเขาโดยไม่มีทีท่าจะหยุดลงง่าย ๆ

เลือด... ต้นตอความเจ็บปวดนั้นอยู่ที่หน้าท้อง ตำแหน่งเหนือสะดือขึ้นมาสักหนึ่งนิ้วได้ เลือดสีเข้มทะลักจากรูโหว่เล็ก ๆ นั่น เขาที่ยังคิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าควรทำอะไรกับสถานการณ์นี้ดีก็ใช้มือไปกดบาดแผลไว้ ความเจ็บปวดระลอกใหม่ผุดขึ้นมาจนร่างกายเกร็งกระตุกกระทั่งลมหายใจก็หายไปชั่วขณะ

[ติดสถานะเลือดไหล พลังชีวิตลดลง 0.5% ทุก 2 วินาที]

“อะไรวะ!” แจ็คตะโกนแข่งกับเสียงสาดกระสุน ดูเหมือนเขากำลังติดอยู่ท่ามกลางสงครามหรืออะไรสักอย่าง โดยที่ข่าวร้ายก็คือเป้าหมายการสังหารได้แก่ตัวเขานี่แหละ

ข้อความสีแดงกะพริบอยู่ตรงหน้าประหนึ่งภาพโฮโลแกรมที่เกิดขึ้นแค่เฉพาะในหัวของเขา ซึ่งไม่ว่าจะหันไปทางไหน ข้อความนั้นก็จะลอยตามไปเสมอ จากนั้นความแปลกประหลาดยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น เมื่อทัศนวิสัยส่วนหนึ่งจู่ ๆ ก็ถูกบดบังด้วยเฮดอัพ ดิสเพลย์(HUD) เป็นภาพกราฟิกราวกับเป็นหน้าจอในเกมยิงแบบบุคคลที่หนึ่งยังไงยังงั้น กล่าวคือตรงมุมบนซ้ายของลานสายตาปรากฏแท่งสี่เหลี่ยมผืนผ้าแนวนอนสีเหลืองซึ่งแสดงระดับพลังชีวิตของเขา ใต้แท่งพลังชีวิตเป็นแท่งสีม่วงที่มีความกว้างน้อยกว่าครึ่งหนึ่งอีกแท่งที่ไม่รู้ว่ามันแสดงถึงอะไรกันแน่ ทางด้านมุมบนขวามีไอคอนสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ จำนวนสามอันเรียงกันในแนวตั้ง

แจ็คเข้าใจทันทีว่าสิ่งที่ตนเห็นตอนนี้คืออะไร ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นหน้าจอเกมสักเกม เพียงแต่เวลานี้เขาไม่ได้กำลังสวมแว่นวีอาร์หรืออย่างน้อยที่สุดก็นั่งอยู่หน้าโน้ตบุ๊คตัวเองด้วยซ้ำ ทว่าเฮดอัพ ดิสเพลย์กลับแสดงอยู่ในดวงตาของเขาเลยต่างหาก

เขารู้ตัวว่าไม่ได้ฝันไป ด้วยความเจ็บปวดตอนนี้จริงยิ่งกว่าจริงเสียอีก

แถบพลังชีวิตของเขาค่อย ๆ ลดลงเรื่อย ๆ

เสียงปืนหยุดลงกะทันหันโดยไม่มีสัญญาณบอกล่วงหน้าใด ๆ แล้วเสียงผู้ชายดุดันก็ตะโกนขึ้นมา “ยอมมอบตัวดี ๆ ซะเถอะ จะได้ไม่ยุ่งยากกับทั้งเอ็งแล้วก็พวกข้า ไอ้ฆาตกร ถ้าแกว่าง่าย ๆ ละก็ ข้าสัญญาว่ามันจะเป็นการตายที่รวดเร็วและไม่ทรมาน แต่ถ้ายังงี่เง่าอยู่ละก็...”

แจ็คเข้าใจความหมายของหมอนั่นเป็นอย่างดี แต่ที่เขางงก็คือ เพราะเหตุใดฝ่ายนั้นถึงเรียกเขาว่าฆาตกรล่ะ เขาเนี่ยนะฆ่าใคร แค่คิดก็อยากจะหัวเราะแล้ว(ถ้าไม่ได้กำลังนอนท้องเป็นรูอยู่ก็นะ) ตลอดชีวิตของเขา แค่จะเตะแมวสักตัวก็ยังไม่กล้าเลย ไม่งั้นเขาจะยอมโดนหัวหน้ากับเพื่อนร่วมงานเอาเปรียบมาตลอดแปดปีที่ผ่านมาได้ยังไงกัน ที่สำคัญเขาก็จำไม่ได้ด้วยว่าเคยไปทำร้ายใครด้วย

กระนั้นก็เห็นได้ชัดว่าพวกนั้นไม่ได้เข้าใจแบบเดียวกัน สังเกตจากจำนวนกระสุนที่จัดเต็มก่อนหน้านี้

แทนที่จะยอมแพ้อย่างที่ชายคนนั้นบอก แจ็คกลับเลือกมองหาวิธีเอาตัวรอด ถ้าเขาไม่ได้เสียสติและเห็นภาพหลอนไปเองนะ ในเมื่อมันมีหน้าจอเฮดอัพ ดิสเพลย์แสดงอยู่แล้วแบบนี้ ก็เป็นไปได้ว่า...

ทันทีที่เขาโบกมือขวา ฉับพลันตารางโปร่งแสงขนาดหกคูณหกก็ปรากฏขึ้นแทนแถบพลังชีวิตและกล่องไอคอนตรงมุมขวา ข้อความเหนือตารางบอกว่านี่เป็นที่เก็บไอเทม

ถึงอย่างนั้นในที่เก็บไอเทมกลับมีเพียงไอคอนเล็ก ๆ ที่มองออกว่าเป็นรูปแผ่นกระดาษหนึ่งแผ่น

“บ้าเอ๊ย!” แจ็คสบถ “ไม่มีอะไรใช้ได้เลยเรอะ! โอ๊ย!!!” เขาสำลัก เลือดทะลักผ่านร่องนิ้วมือซ้ายเหนือบาดแผลหน้าท้อง

“เอ็งจะเอายังไง จะออกมาดี ๆ หรือเปล่า” เสียงชายคนเดิมดังข่มขู่ “ข้าจะนับถึงสามเท่านั้น”

แจ็คโบกมือตั้งใจจะปิดตารางที่เก็บไอเทม กลับกลายเป็นว่าไอคอนรูปกระดาษพลันขยายออกกลายมาเป็นแผ่นกระดาษจริง ๆ แทรกเข้ามาอยู่ในฝ่ามือ “ไม่ใช่สิ!”

“หนึ่ง!” เสียงคำรามของชายคนนั้นดังก้องในสถานที่โทรม ๆ ที่แม้จะสว่างไสวด้วยแสงไฟทว่ากลับให้บรรยากาศมืดสลัวแห่งนี้

‘ตามหาคาร์ล พราโซซินให้พบและฆ่าเขาเสีย’ ลายมือหวัดในกระดาษเขียนไว้เช่นนั้น

“สอง!”

แจ็คเริ่มโบกไม้โบกมือเปะปะ ไม่สนที่จะปิดแผลอีกต่อไป ตารางแสดงที่เก็บไอเทมสลับอันตรธานแทนที่กลับมาด้วยแถบพลังชีวิตแล้วก็ข้อความโปร่งแสงยาวพรืดกะพริบโผล่ ๆ หาย ๆ ถึงอย่างนั้นก็ยังคงไม่มีวิธีเอาตัวรอดใดเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง

“สาม!!!”

แวบหนึ่งเหมือนแจ็คจะเห็นกล่องป๊อบอัพสี่เหลี่ยมมีปุ่มตกลงกับยกเลิกผุดขึ้นมา เขาไม่มีเวลาอ่านด้วยซ้ำตอนที่วัตถุบางอย่างลอยผ่านหน้าต่างมาตกไม่ไกลจากปลายเท้า

บัดซบ! นั่นมันระเบิด!?!

แจ็คลุกพรวดโดยสัญชาตญาณ หัวใจสูบฉีดอะดรีนาลีนไปทั่วร่างทำเอาลืมความเจ็บปวดทั้งหมดทั้งมวลไปเสียสนิท วินาทีนั้นเป็นไปได้ว่ามือที่โบกได้ไปกระตุ้นถูกปุ่มตกลงเข้า ฉับพลันเมฆหมอกดำปรากฎจากความว่างเปล่าขึ้นมาตรงหน้า บดบังสายตาประหนึ่งตัดฉากมายังคืนเดือนมืดที่ไร้แสงไฟ มืดบอดกระทั่งไม่เห็นอะไรเลย

แจ็คร้องลั่น ความหวาดกลัวทะยานพรวดสวนทางกับห้วงเวลาที่หดสั้นลงแทบไม่มีเหลือ ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกราวกับระเบิดทำงานขึ้นมาแบบสโลว์โมชั่น รับรู้ความร้อนระอุอาบผิวกายไม่ต่างจากถูกขังในเตาเผาของแม่มดใจร้าย ชายวัยสามสิบต้นวิ่งสะเปะสะปะชนกำแพงเหล็ก เซแซดกำลังจะล้ม ทว่าด้วยพลังเฮือกสุดท้ายทำให้เขาฝืนสู้กับอาการเสียหลักออกวิ่งต่อทั้งที่ลำตัวส่ายโอนเอนอย่างบ้าคลั่ง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามุ่งหน้าไปไหน รวมถึงการดิ้นรนหนีอย่างสิ้นคิดเช่นนี้จะช่วยให้รอดจากรัศมีระเบิดได้ยังไง

แล้วสะโพกของเขาก็ชนกับกำแพงเตี้ย ๆ ก่อนที่ร่างกายจะสัมผัสกับความเวิ้งว้าง

เวรละ! เขาเพิ่งร่วงตกจากหน้าต่าง

พร้อมกันนั้นเอง ระเบิดลูกนั้นก็ทำงานขึ้นมาจริง ๆ พลังทำลายปะทุกระจายไล่ตามแจ็คที่ยังลอยไม่พ้นจากขอบหน้าต่างเท่าไหร่ เขาได้ยินเสียงคำรามเลื่อนลั่น คลื่นคลั่งกระแทกแจ็คพุ่งฉิวปลิวไปชนผิวแข็ง ๆ ของโลหะอะไรสักอย่างที่มีขนาดใหญ่จากนั้นตีลังกาลงมาอัดกับโต๊ะเหล็กพอดิบพอดี ขาโต๊ะด้านหนึ่งหักทันทีและปล่อยเขากลิ้งลงมากองแผ่พังพาบกับพื้น

หมอกดำปริศนาอันตรธานวับไปเฉกเช่นที่มันปรากฏขึ้น สมองซึ่งยังคงมึนงงรับรู้ภาพปากกระบอกปืนกลหน้าตาโบราณสามกระบอกกับรองเท้าหนังส่วนหัวเป็นโลหะมันวับอีกสามคู่ที่ขยับมาหาราวกับภาพช้า

ตอน 2

ปืนกลสามกระบอกเลื่อนขึ้นมายังจุดหมายเดียวกันที่ไม่ต้องบอกก็รู้เลยว่าที่ใด เหล่าชายชุดสูทสวมหมวกฟีโดราตั้งใจจะเป้าสมองไม่ก็ตั้งใจทำลายหลักฐานการยืนยันตัวตนของเขาอย่างใบหน้า! ฉิบหายละ! ฉิบหายละ! ฉิบหายแล้ว! แจ็คได้แต่คิดอย่างบ้าคลั่งขณะร่างกายแข็งทื่อจากความกลัวที่แล่นกระจายทั่ว

เฮดอัพ ดิสเพลย์แสดงระดับพลังชีวิตที่ยังคงลดต่อเนื่องจากสถานะเลือดไหลกระทั่งเหลือราวหนึ่งในสามของความยาวหลอดทั้งหมด ในตอนนั้นพลันปรากฏข้อความข้างใต้ว่า ‘โอกาสตาย = 100’ กะพริบถี่ ๆ

ไม่ต้องบอกก็รู้แล้วเฟ้ย!

ในตอนที่ความสิ้นหวังพุ่งสู่ระดับสูงสุดจนไม่แน่ใจว่าเขาอาจหัวใจวายตายไปก่อนเสียด้วยซ้ำ วินาทีนั้นเอง แจ็คพลันสัมผัสกระแสลมกระโชกพร้อมกลิ่นราวกับพายุฝนกำลังจะมา ไกลออกไป ร่างมีลำแสงสีน้ำเงินวูบวาบวิ่งรอบตัวนั่งยอง ๆ บนราวจับทางเดินเหนือเครื่องจักรขนาดใหญ่เหมือนจะกระโดดลงมา เสียงกริ๊กยามกลไกในกระบอกปืนเสียดสีกันจากแรงกดที่เพิ่มขึ้นบนไก ทว่าชั่วพริบตาที่การปรากฏตัวอันเหลือเชื่อเกิดขึ้น ปืนทุกกระบอกก็เบี่ยงจากจุดหมายของพวกมันไปที่แม้จะเล็กน้อยแต่ก็เพียงพอให้แจ็คได้สติและดึงตัวลงแนบกับพื้นโดยสัญชาตญาณ

กระสุนชุดแรกระเบิดออกมา ที่น่าเหลือเชื่อก็คือมันพลาดจากแจ็คชนิดเส้นยาแดงผ่าแปดเลยทีเดียว เขาตะโกนร้องไม่เป็นภาษาแข่งกับเสียงปืนสามกระบอกที่ดังเป็นตับ พยายามหนีด้วยการกลิ้งหลุน ๆ ออกห่างจากสถานการณ์นี้ให้มากที่สุด นี่เขาโดนยิงหรือเปล่า ไม่หรอกมั้ง ก็ไม่เห็นจะรู้สึกเลย แต่ว่า...

จังหวะที่แจ็คกลิ้งมานอนคว่ำสายตามองตรงไปยังชายสวมสูทหน้าตาท่าทางอย่างกับมาเฟียยุคอัล คาโปนยังไงยังงั้น เขาทันเห็นปืนทั้งหมดเปลี่ยนเป้าหมายไปยังมนุษย์เปล่งแสงผู้นั้น ทว่าไม่ทันที่วิถีกระสุนจะเลื่อนไปถึงร่างอัดแน่นด้วยกระแสพลังงานดูอันตรายที่เพิ่งทิ้งตัวลงจากราวจับเหล็ก กำปั้นขวาของฝ่ายนั้นก็ชกใส่พื้น ก็ไม่ถึงกับสัมผัสถูกพื้นจริง ๆ หรอก เมื่อกำปั้นขยับใกล้กับผิวคอนกรีตมากพอ พลังงานทั้งหมดที่โอบล้อมอยู่ก็ถูกดึงมาออกันที่หมัดแล้วจึงปลดปล่อยออกมาทั้งหมดในเสี้ยววินาที

พลังนั้นอยู่ในรูปสายฟ้าเส้นเบ้อเริ่มเห็นชัดเจนด้วยตาเปล่า แจ็คก้มหลบทันตอนที่มันสว่างเจิดจ้าฟาดใส่ชายชุดสูททั้งสาม เสียงเปรี้ยงสนั่นหวั่นไหวแทบหูดับ เขาฝืนความรู้สึกของร่างกายทุกส่วนเงยหน้าขึ้นมองผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น ในทัศนวิสัยมัวซัวคล้ายปกคลุมด้วยม่านหมอกสีขาวเรืองรอง เขาเห็นผู้ชายเหล่านั้นกระเด็นไปนอนควันโขมงไกลออกไปอย่างน้อยสองเมตร

แจ็คสะบัดศีรษะ พยายามลุกขึ้นนั่ง สถานะเลือดไหลทำให้เขาย่ำแย่ลงกว่าเดิมขนาดที่ว่าไม่จำเป็นต้องถูกกระสุน แค่ปล่อยเฉย ๆ อีกสักพักก็ตายได้แล้ว

เจ้าของพลังสายฟ้าเป็นหญิงสาวผมน้ำตาลเข้มเกล้ามวยสูง แจ็คไม่อาจเห็นรายละเอียดใบหน้าของหล่อนอย่างชัดเจนเนื่องจากนัยน์ตายังคงพร่ามัวจากปรากฏการณ์ประหลาดเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน ถึงอย่างนั้นเขาก็พอบอกได้ว่าฝ่ายนั้นค่อนข้างสะสวยจากลักษณะโครงหน้ากับตำแหน่งต่าง ๆ บนนั้น

หญิงสาวเดินดุ่ม ๆ ตรงมาหา แจ็คไม่ทันได้ตัดสินใจเลือกระหว่างซาบซึ้งหรือนึกระแวงการที่หล่อนช่วยเขาจากนักเลงสไตล์โบราณด้วยซ้ำตอนที่กระแสไฟฟ้าขนาดเล็กกว่าสายหนึ่งพุ่งจากมือขวาทาเล็บสีแดงทุกนิ้วมาปะทะกับหน้าท้องตรงบาดแผลพอดิบพอดี แรงกระแทกอัดแจ็คปลิวไปหลายตลบ รู้สึกราวกับเลือดในกายแปรสภาพเป็นเปลวเพลิงยังไงยังงั้น ปวดแสบปวดร้อนไปทั้งร่าง โดยเฉพาะจุดที่เป็นประหนึ่งทางเข้าของพลังงานนั้นดูจะเลวร้ายที่สุด

“โอ ไม่ ๆ ๆ ครั้งนี้อย่าหวังว่าจะหนีรอดไปได้เลย” น้ำเสียงหวาน ๆ หาได้ลดทอนความดุดันน่ากลัวของหล่อนลงแม้เพียงนิด “ไอ้ฆาตกร!”

ถึงจะเจ็บปวดแทบขาดใจตายเสียให้ได้ กระนั้นแจ็คกลับพบว่าห้วงความคิดของตนในยามนี้กระจ่างแจ้งยิ่ง เขารับรู้ได้ว่าค่าพลังชีวิตที่เหลือของตนเพิ่งลดฮวบหายไปเกือบทั้งหมด ประมาณว่าถ้าเป็นเกมอาร์พีจีละก็ แค่ถูกมอนสเตอร์สไลม์โง่ ๆ ตัวเดียวพุ่งชนก็คงเอาชีวิตเขาได้เลย

แจ็คไม่เห็นข้อความสถานะเลือดไหลรวมถึงผลลัพธ์ของมันอีกต่อไป แท่งพลังชีวิตที่เหลือน้อยนิดและเป็นสีแดงเข้มน่ากลัวหยุดหดสั้นลงในทุกสองวินาที เป็นไปได้ว่าสายฟ้าเมื่อกี๊บังเอิญช่วยหยุดเลือดพอดี

บังเอิญงั้นหรือ แจ็คสงสัย ด้วยตำแหน่งแม่นยำขนาดนี้เห็นจะเกินกว่าคำว่าบังเอิญไปแล้ว ยิ่งกว่านั้นเขายังไม่หมดสติ ต่างจากนักเลงสวมสูทสามคนนั่น เห็นทีว่าอีกฝ่ายจะต้องมีจุดประสงค์บางอย่าง-

ฆาตกร?

“ผม... ไม่ใช่... ฆาตกร-” แจ็คกัดฟัน ขัดขืนอาการชักเกร็งพูดออกมา ฆาตกร? เขาน่ะหรือ เขาที่ขนาดหนูท่อสกปรกยังตัดใจฆ่าไม่ลงเนี่ยนะ

หญิงสาวกระแทกพื้นรองเท้าลงมาบนยอดอกเขา แข็งขนาดนี้ดูท่าคงเป็นรองเท้าคอมแบทละมั้ง “น้อย ๆ หน่อย นี่น่ะหรือคำแก้ตัวของฆาตกรเจ้าคารมที่ชอบทิ้งคำใบ้อวดดีท้าให้ไล่จับบนศพเหยื่อน่ะ ผมไม่ใช่ฆาตกร แกทำฉันผิดหวังนะ เจอโรม อย่างน้อยก็น่าจะเหลือความหยิ่งผยองไว้สักหน่อยตอนถูกจับยัดคุกขังลืมนะ”

“มะ ไม่- ผมไม่ใช่- ผม แจ็ค- ไม่ใช่ เจอโรม...” กว่าจะหลุดออกมาได้สักคำนั้นสร้างความทรมานยิ่ง “แจ็ค... เวลลิงตัน”

“ตลกน่า” หญิงสาวแค่นหัวเราะราวกับจะบอกว่า นี่แกเห็นฉันปัญญาอ่อนเรอะ!

แจ็คสั่นหัวอย่างเอาเป็นเอาตาย ลมหายใจเหลือน้อยเกินกว่าจะเปล่งออกมาเป็นคำพูดได้อีก มือที่ขยับสะเปะสะปะวินาทีนั้นเหมือนจะคว้าบางอย่างมีลักษณะเป็นแผ่นบางได้ แต่แล้วทันใดนั้น เท้าอีกข้างก็กระทืบหลังมือ ขัดขวางเขาไว้เสียก่อน

“อ๊ะ ๆ คิดจะทำอะไร” หล่อนทำเสียงจุ๊ ๆ ๆ แล้วกระดาษแข็งแผ่นนั้นก็ถูกดึงไปจากมือเขา “นี่มัน? แกไปได้กระดาษนี่มาจากไหน!”

กระดาษ? กระดาษอะไร... พริบตานั้นแจ็คหวนนึกถึงกระดาษแข็งที่เขาดึงออกมาจากช่องตารางเก็บไอเทมราวกับปาฏิหาริย์ ก็ไม่รู้นะว่าเขาเข้าใจตรงกับหญิงสาวหรือเปล่า ทว่ากระดาษเพียงอย่างเดียวที่เขาคิดออกในเวลานี้ได้แก่คำสั่งฆ่าคาร์ล พราโซซินเท่านั้น

“ผม... เอาออกมาจาก... ช่องเก็บไอเทม...” เขาสูดอากาศเข้าเฮือกใหญ่เมื่อน้ำหนักเท้าที่กดบนอกถูกผ่อนลง

“แกพูดว่าอะไรนะ!?!”

พอตระหนักได้ถึงความตระหนกและแปลกใจอย่างยิ่งในน้ำเสียงอีกฝ่าย แจ็คก็ไม่แน่ใจแล้วว่าเขาตัดสินใจถูกหรือเปล่าที่ตอบไปเช่นนั้น “...ช่องเก็บไอเทม” เขากระซิบ ส่วนหนึ่งเพราะยังคงหายใจไม่สะดวกนัก แต่ที่มากกว่านั้นคือความหวาดกลัว ถ้าหล่อนรู้จักกับคาร์ล พราโซซินล่ะ แบบเป็นพรรคพวกกันอะไรเทือกนั้น ถ้าเขาไม่ถูกเก็บตรงนี้เลย เห็นทีคงหนีไม่พ้นต้องถูกจับไปทรมานคาดคั้นคำตอบที่แม้แต่เขาเองก็ไม่รู้แหง

“แกบอกว่าแกชื่ออะไรนะ” หล่อนถาม

“แจ็ค... แจ็ค เวลลิงตัน”

“เอาล่ะ แจ็ค เวลลิงตัน ดูเหมือนแกจะเรียกความสนใจจากฉันสำเร็จ” หญิงสาวว่า จากนั้นส้นรองเท้าก็ย้ายจากกลางอกเขามาซัดเข้าที่ขมับแรง ๆ ทีเดียวภาพตัดวูบ

ตอน 3

“แจ็ค วันนี้ก็อยู่ดึกอีกหรือ” เสียงหวาน ๆ คุ้นหูดังขึ้น ดึงความสนใจจากชายวัย 33 จากหน้าจอโน้ตบุ๊ค

เขาเงยหน้าหันไปพบกับหญิงสาวหน้าตาสะสวย ดวงตากลมโต ปากนิดจมูกหน่อย แก้มสีชมพูระเรื่อแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบา ด้วยสีผิวสว่าง ดวงหน้าเรียวรวมถึงริมฝีปากอิ่มสีพีชฉ่ำทำให้หล่อนดูไม่ต่างจากเน็ตไอดอลยุคปัจจุบันยังไงยังงั้น ทว่าแจ็คก็รู้ดีว่าหล่อนหาใช่คนเด่นคนดังจากอินเตอร์เน็ตอย่างใด นั่นก็เพราะสถานที่ที่หล่อนเป็นประหนึ่งนางพญานั้นได้แก่บริษัทที่เขาทำงานอยู่ตอนนี้นั่นเอง

เฟลิซิตี้ ฟอกซ์... แค่คิดถึงชื่อเสียงเรียงนามก็ทำเอาใจสั่นได้แล้ว

“ก็... นิดหน่อยน่ะ ...คือ จริง ๆ ก็กำลังจะกลับแล้วละ” แจ็คตอบ การถูกนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนคู่นั้นจับจ้องตรง ๆ เช่นนี้สร้างความว้าวุ่นให้เขาไม่น้อย ไหนจะกลิ่นมะลิผสมวานิลลาที่โอบล้อมอยู่นั่นอีก ราวกับการทำงานทั้งวันไม่ได้ส่งผลกระทบใด ๆ ต่อหล่อนเลยสักนิด จู่ ๆ เขาก็อดรู้สึกอับอายไม่ได้ที่ตัวเขานั้นเต็มไปด้วยกลิ่นเหงื่อจากช่วง 11 โมงที่ต้องวิ่งตากแดดไปซื้อของกินตอนพักกลางวันให้หัวหน้า

ให้ตายสิ เขาไม่เคยมั่นใจในตัวเองต่อหน้าเฟลิซิตี้เลยสักครั้ง อันที่จริงก็ผู้หญิงในบริษัททั้งหมดนั่นแหละ เขารู้ดีว่าตนเป็นคนเหงื่อออกง่ายมาก ยิ่งตื่นเต้นก็ยิ่งเลวร้าย แล้วยังมีลักษณะที่ใครต่อใครต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ‘เห่ย’ ‘ไร้รสนิยม’ ขนาดสูททำงานเขายังสวมแล้วออกมาดูย้วย ๆ หลวมโพรกเลย ตั้งแต่ตอนเรียนมหาลัยแล้วที่แจ็คคอยหากางเกงคับ ๆ มาสวมแบบเพื่อน ๆ ทว่าเอาเข้าจริงเหมือนทรงขาของเขาจะไม่เหมาะกับอะไรแบบนั้น เพราะนอกจากจะใส่ไม่สบายแล้ว มันยังดูแย่กว่ากางเกงหลวม ๆ เสียอีก

“ว่าแต่...” เช่นเดียวกับทุกครั้งที่มีโอกาสได้พูดคุยกับเฟลิซิตี้(ซึ่งแม้จะน้อยนิดก็ตาม) แจ็คก็จะดึงความกล้าทั้งหมดในตัวออกมาพยายามชวนเธอไปดื่มกาแฟที่คาเฟ่ใต้อาคารด้วยกันสักครั้ง

ถึงอย่างนั้น...

“แจ๊คจ๋า ฉันมีเรื่องอยากขอร้องสักหน่อยน่ะ” หญิงสาวพูดเสียงออดอ้อน มือเอื้อมข้ามฉากกันคอกที่นั่งทำงานของพนักงานออฟฟิศระดับล่างมาลูบไล้ต้นแขนเขา “พอดีวันนี้ป้าของฉันไม่สบาย เมื่อกี๊เพิ่งโทรมาว่าเข้าแอดมิทโรงพยาบาลไปแล้ว”

“อ๊ะ อ๋อ ...แย่จังเลย คุณป้าเป็นอะไรมากไหมครับ” แจ็คชะงัก พอคาดเดาบทสนทนาต่อไปได้

“ไม่เป็นไรมากหรอกจ้ะ” เฟลิซิตี้โบกมือราวกับเรื่องที่เพิ่งพูดมานั้นไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก “ถึงมือหมอก็น่าจะโอเคแล้วละ เพียงแต่ฉันน่ะสิ วันนี้ไม่น่าจะไปเยี่ยมคุณป้าทันแน่เลย”

“ทำไมหรือครับ” ทั้งที่รู้ดีว่าไม่ควรต่อบทสนทนานี้ กระนั้นเขาก็ไม่สามารถยั้งปากตัวเองทัน ยิ่งเป็นหล่อนก็เรียกว่าเป็นไปไม่ได้เลย

“คือ... ก็งานส่วนของวันนี้น่ะสิ หัวหน้าให้มาซะเยอะเลย จะเอาให้ได้ในวันนี้ แต่ดูยังไงก็ไม่น่าจะเสร็จทันแน่ ๆ ” หญิงสาวเล่า “ฉันเป็นห่วงคุณป้ามาก ๆ พอได้ยินข่าวปุ๊บก็ไม่มีกะจิตกะใจทำอะไรสักอย่าง คิดอย่างเดียวแค่ว่าอยากจะตรงไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลทันที ได้เห็นคุณป้าปลอดภัยดีด้วยตาตัวเอง”

แจ็คอ้าปากทว่าไม่มีเสียงใดออกมา รู้ดีว่าคราวนี้ควรต้องปฏิเสธหล่อนให้จงได้ด้วยคืนนี้ตัวเขาเองก็ติดธุระเช่นกัน

สามชั่วโมงต่อมา แจ็คยังคงนั่งอยู่ที่นั่น ภายในออฟฟิศชั้น 7 ร้างคนไปตั้งแต่สองชั่วโมงก่อนแล้ว เขาเงยหน้ามองนาฬิกาบนผนังทั้งที่จริง ๆ ก็สามารถดูทางสมาร์ทโฟนที่ใช้สำหรับทดสอบแอพพลิเคชั่นในมือก็ได้ สี่ทุ่มเจ็ดนาที เขาถอนหายใจ หมดกันนัดหมายของเขา แจ็คลุกจากที่นั่งหลังจากตรวจสอบว่าได้ส่งอีเมลแจ้งผลการทดสอบไปยังหัวหน้าแล้วเรียบร้อย

หัวหน้าของเฟลิซิตี้...

คำนี้ทิ้งรสชาติขมฝาดในลำคอ ทั้งหมดนี่ไม่ใช่งานของเขาด้วยซ้ำ แจ็ครู้ว่ามันคืองานของหล่อนที่ดองไว้ทั้งอาทิตย์เพื่อหาเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายสักคน ซึ่งคน ๆ นั้นดันซวยมาเป็นเขานั่นเอง

ความจริงต่อให้ไม่มีหลักฐาน แจ็คก็รู้ดีแก่ใจว่ามันไม่มีหรอก คุณป้าล่องหนอะไรนั่น เฟลิซิตี้ใช้ข้ออ้างนั้นกับไอ้หนุ่มอ้วนแผนกบัญชีไปแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน(เขาบังเอิญผ่านไปเจอพอดี) ประเด็นก็คือ เขาไม่คาดคิดว่าจะเจอข้ออ้างเดียวกันแถมยังพลาดตกหลุมทั้งที่รู้ชัด ๆ ด้วยซ้ำว่าเป็นแผนการ กรณีนี้ต้องบอกว่าเป็นการตั้งใจกระโดดลงไปเลยต่างหากล่ะ

แต่สิ่งเลวร้ายที่สุดในประสบการณ์ครั้งนี้ได้แก่การที่เขาได้ยินกับหูตัวเองเลยว่า เขาเป็นแค่ไอ้เห่ยหน้าโง่สักคนที่หล่อนสามารถหลอกสำเร็จ ถูกแล้ว ไอ้ป้าเข้าโรงพยาบาลนั่นก็แค่เรื่องที่กุขึ้นมาเพื่อไว้โยนงานให้ไอ้โง่บัดซบอย่างเขาเท่านั้น จากนั้นหล่อนกับเพื่อนสารเลวก็จะไปสนุกกับปาร์ตี้คืนวันศุกร์ที่ผับไหนสักผับ ตอนที่แจ็คได้ยินหล่อนหัวเราะคิกคักกับเพื่อนผู้หญิงอีกสองคนของหล่อน(ที่นิสัยโขกกันมาพิมพ์เดียวเป๊ะ ๆ )ในห้องครัวก่อนจะนวยนาดออกจากออฟฟิศไป เขาที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟก็ตั้งใจจะทิ้งงานแล้วหนีไปเช่นกัน กระนั้นความรับผิดชอบที่มีมากเกินไปทำให้เขาไม่อาจทำเช่นนั้นได้ เขาคิด(เอาเองว่า)งานทุกชิ้นล้วนมีความสำคัญ และการที่มันถูกทิ้งไว้จนเกินเส้นตายก็อาจก่อความเสียหายให้กับบริษัทได้ไม่มากก็น้อย

สุดท้ายเขาเลยต้องนั่งปั่นงานจนเสร็จอยู่คนเดียวนี่แหละ ...บัดซบ

แจ็คกล้ำกลืนความโกรธเกรี้ยวกลับลงไป มาโวยวายเอาป่านนี้ก็สายไปเสียแล้ว ที่ทำได้ก็แค่ก้มหน้ายอมรับผลของการตัดสินใจโง่ ๆ ครั้งนี้ไปซะ และที่น่าเจ็บใจคืออะไรรู้ไหม เขาคิดว่าต่อให้คราวหน้าเฟลิซิตี้เข้าหาเขาด้วยข้ออ้างไม่น่าเชื่อเช่นนี้ ปากเจ้ากรรมของเขาก็คงยังตอบตกลงหล่อนอีกอยู่ดี

แจ็คเดินไปยังแผงสวิตช์ไฟหน้าห้องน้ำ แต่มือยังไม่ทันสัมผัสสักปุ่ม จู่ ๆ ไฟบริเวณเหนือที่นั่งของเขาก็กะพริบครั้งหนึ่งและดับไป

โซนออฟฟิศทั้งชั้นยกเว้นบริเวณโถงหน้าลิฟท์ตกอยู่ในความมืดในทันใด นี่เป็นปัญหาที่มีเพียงพนักงานชั้นผู้น้อยจำนวนไม่มากนักที่จะรู้ ได้แก่ตำแหน่งของสวิตช์ไฟทั้งชั้นแทนที่จะอยู่ในจุดสะดวกสบายสำหรับคนที่มาถึงออฟฟิศตอนเช้าตรู่หรือกลับช้าเป็นคนสุดท้ายอย่างตรงโถงทางเข้าหลังออกจากลิฟท์ กลับกลายเป็นว่าพวกมันดันอยู่ในส่วนที่ไกลจากทางออกที่สุดแทน ซึ่งก็หมายความว่าหลังจากปิดไฟแล้ว เขาจะต้องเดินฝ่าความมืดโดยอาศัยแสงไฟอีกด้านของโซนออฟฟิศเพื่อไปยังลิฟท์นั่นเอง

เพียงทว่าครั้งนี้เขายังไม่ทันได้ ‘ปิด’ ไฟจริง ๆ เสียด้วยซ้ำ แจ็คชะงักตอนที่แสงสีแดงของไฟสำรองซึ่งก็ไม่ได้ช่วยอะไรเท่าไหร่สว่างขึ้นพร้อมเสียงดังตึง เขามั่นใจว่านี่ไม่ใช่สถานการณ์ไฟดับตามปกติเนื่องจากดวงไฟหน้าประตูลิฟท์ยังคงปกติอยู่ แต่ขณะที่เขากำลังแปลกใจอยู่นั่นเอง หลอดไฟที่ดับสนิทก็พร้อมใจกันติดขึ้นมาอีกครั้ง

“อะไรกัน แค่ไฟตกงั้นหรือ” เขาพูดกับตัวเอง

ตอนที่ยกมือขึ้นจะกดปิดไฟเป็นครั้งที่สอง ฉับพลันไฟโซนออฟฟิศก็ชิงดับเสียก่อน

คราวนี้แจ็คเห็นใครบางคนยืนอยู่กลางโซนที่นั่งซึ่งอาบไล้ด้วยแสงสีแดงหม่น เงาดำทะมึนคล้ายปกคลุมด้วยกลุ่มหมอก โครงร่างของมันมีลักษณะของมนุษย์ทว่าส่วนสูงกับแขนขาล้วนไม่สัมพันธ์กัน แขนลีบผอมคู่นั้นยาวถึงหน้าแข้ง ซึ่งเมื่อรวมกับนิ้วยาวราวกิ่งไม้แล้วก็แทบทำให้สัมผัสถึงพื้นได้เลยทีเดียว

ด้วยความตกใจ แจ็คที่แข้งขาแข็งได้แต่ยืนทื่อกดสวิตช์รัว ๆ โดยสัญชาตญาณ ไฟที่กลับมาสว่างเพียงชั่วคราวแสดงให้เห็นชั้นทำงานที่ว่างเปล่า ทว่าทันทีที่ความมืดสลัวสีแดงกลับคืนมาแม้จะเพียงชั่ววินาทีกลับเปิดเผยร่างลี้ลับของผู้มาเยือนที่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นความจริงหรือแค่จินตนาการจากความหวาดกลัวกันแน่

ที่สำคัญเจ้าเงานั่นยังขยับใกล้เข้ามาหาเขาทุกครั้งที่ไฟดับอีกด้วย!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED