ตอน 1

ชูเหอกำลังจะแต่งงาน แต่เธอมีแฟนอยู่แล้ว

เธอจึงตัดสินใจที่จะหนีการแต่งงาน อยากให้แฟนหนุ่มมาพาเธอหนีไป

แต่แล้วเธอกลับได้เห็นฉากที่ทำให้เธอไม่มีทางลืมได้ไปตลอดทั้งชีวิต——

หลังประตูห้องนอนที่เปิดแง้มอยู่ มีผู้หญิงเปลือยกายกำลังนั่งค้อมอยู่บนตัวผู้ชายคนหนึ่ง และโยกตัวไปมาอย่างแรง

“อืม…… ชูหมิง สรุปแล้วคุณรักฉัน หรือว่ารักสู่ยชูเหอนั่นกันแน่?”

จ้าวชูหมิงพูดพลางหอบหายใจอย่างหนักว่า “ที่รัก ยัยทึ่งนั่นจะมาเทียบกับคุณได้ยังไง? ถ้าไม่ใช่เพราะผมกังวลว่าหากเลิกกันแล้วจะทำให้ผมต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง ผมสลัดเธอทิ้งไปตั้งนานแล้ว!”

หญิงสาวยิ้มอย่างได้ใจมากขึ้นเรื่อย ๆ “ไม่เป็นไร รอให้คืนนี้เธอแต่งงานกับไอ้สวะนั่นไปก่อน ต่อไปก็จะไม่มีใครมาขัดขวางการคบหากันของพวกเราได้อีกแล้ว~”

ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความรักอันลึกซึ้ง แล้วก็กอดกันนัวเนีย......

ตรงช่องของประตู ใบหน้าของชูเหอซีดเผือด เธอไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เธอได้เห็นเลย

แฟนของเธอ กำลังมีอะไรกันอยู่กับคนที่ได้ชื่อว่าเป็นน้องสาวของเธอ!

“ปัง!”

ทั้งสองคนที่กำลังพลอดรักกันอยู่อย่างดุเดือดตกใจสะดุ้งโหยง

ก่อนที่จ้าวชูหมิงจะทันได้โต้ตอบ หัวของเขาก็ถูกแจกันทุบจนแตกไปแล้ว

สู่ยชูเย่วกรีดร้องขึ้นมา แล้วก็รีบวิ่งไปปะทะกับชูเหอ “เธอเป็นบ้าไปแล้วรึไง? ชูหมิงไม่ได้ชอบเธอมาตั้งนานแล้ว แต่ที่เขาไม่เลิกกับเธอ เป็นเพราะความรับผิดชอบเท่านั้นแหละ! เธอหยุดบ้าได้แล้ว!”

“เรื่องของฉันกับเขา ไม่จำเป็นต้องให้คนที่เป็นมือที่สามอย่างเธอมาออกความเห็น!” ชูเหอผลักเธอออกไปอย่างเย็นชา แล้วก็มองไปที่จ้าวชูหมิง “จ้าวชูหมิง ฉันต้องการให้คุณเป็นคนพูดด้วยตัวเองว่าคุณกับสู่ยชูเย่วมีอะไรกันมานานแล้วรึยัง?”

จ้าวชูหมิงหลบสายตา “........ ผมขอโทษนะ ชูเหอ”

หัวใจของชูเหอเหมือนกับถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ เธอเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออกอยู่แล้ว

เธอกำฝ่ามือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือและมีรอยเลือดขึ้นมา “จ้าวชูหมิง คุณไม่รู้สึกผิดต่อฉันบ้างเลยเหรอ? คุณลืมไปแล้วเหรอว่าใครที่เลี้ยงดูคุณมาสามปี แล้วก็พาคุณออกมาจากห้องใต้ดิน ไปซื้อบ้านเป็นของตัวเองน่ะ? ?”

ในตอนท้าย เธอตะโกนออกมา

จ้าวชูหมิงหลบสายตาเธอด้วยความรู้สึกผิด ได้แต่เอามือกุมหัวเอาไว้ในความเงียบ

สู่ยชูเย่วที่อยู่ด้านข้างหัวเราะเยอะเย้ยขึ้น ก่อนจะพูดว่า “เธอคิดว่าถ้าเธอเอาเรื่องความสัมพันธ์มาพูด ชูหมิงจะเปลี่ยนใจอย่างนั้นเหรอ?”

ชูเหอยิ้มอย่างเฉยชา “ฉันจะอยากให้เขาเปลี่ยนใจไปทำไม? ผู้ชายที่เป็นแมงดาแบบนี้ก็แค่ขยะที่ต้องคอยแอบอยู่ข้างหลังผู้หญิงเท่านั้นแหละ ฉันต้องขอบคุณเธอด้วยซ้ำที่รับเขาไว้”

สู่ยชูเย่วแทบจะกระอักเลือดเลยทีเดียว

นี่มันหมายความว่าเธอเป็นถังขยะอย่างนั้นเหรอ?”

สู่ยชูเย่วโกรธมากจนกัดฟันกรอด “ฉันอยากจะดูนักว่าเธอจะทำตัวเย่อหยิ่งไปได้อีกนานแค่ไหน คุณแม่คงจะรู้แล้วสินะว่าเธอหนีการแต่งงานไปน่ะ?”

สีหน้าของชูเหอเปลี่ยนไปทันที

การแต่งงานครั้งนี้ ความจริงแล้วไม่ควรจะเป็นเธอด้วยซ้ำ

ความจริงแล้วคน ๆ นั้นระบุชื่อมาเลยว่าต้องการแต่งงานกับสู่ยชูเย่วที่เป็นลูกสาวที่แท้จริงของตระกูลสู่ย ส่วนเธอ เธอเป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมที่แม่ฝากฝังให้ตระกูลสู่ยเลี้ยงดูมาหลายปีแล้วเท่านั้น

ในช่วงบ่าย ตอนที่เจียงอิงซึ่งเป็นคุณนายตระกูลสู่ยเรียกเธอไปดื่มน้ำชา หลังจากดื่มชาไปแก้วนึง เธอก็หมดสติไป

เมื่อเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เธอก็สวมชุดแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว แถมยังกำลังนั่งอยู่ในห้องจัดงานแต่งงานที่แปะคำว่า ยินดี สีแดงตัวใหญ่เอาไว้ด้วย

เจียงอิงกำลังพูดอยู่นอกประตูว่าให้เธอแต่งงานกับไอ้คนเสเพลคนนั้นแทนสู่ยชูเย่ว ถือเป็นการทำตามสัญญาการแต่งงานที่ตกลงกันโดยคนรุ่นก่อนของทั้งสองตระกูล

ซึ่งแน่นอนว่าชูเหอไม่ยอม

มีข่าวลือว่าคนเสเพลคนนั้นชอบมีเรื่องทะเลาะวิวาท ดื่มสุรา เล่นการพนันและทำความชั่วทุกรูปแบบ ตอนแรกที่การหมั้นหมายนี้ถูกกำหนดมาเป็นสู่ยชูเย่ว เธอก็ร้องห่มร้องไห้หนักมาก บอกว่ายอมตายดีกว่า และจะไม่ยอมแต่งงานเด็ดขาด

แล้วตอนนี้เธอจะยอมได้อย่างไรล่ะ?

เธอจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อจะกระโดดออกไปนอกหน้าต่างและจากไป แต่เธอกลับไม่คาดคิดว่า......

ความโกรธ และความโศกเศร้ายังคงอยู่ในหัวใจของเธอ เธอกำชุดแต่งงานไว้แน่นและกัดฟันกรอด

“พวกเธอจะไม่มีวันได้ในสิ่งที่ต้องการแน่”

เธอหันหลังกลับ และวิ่งออกไปทันที

สู่ยชูเย่วไม่ได้ไล่ตามเธอออกไป เธอเอาเรื่องที่ชูเหอเคยมาที่นี่ไปบอกพ่อแม่ของเธอแล้ว

ในเมืองหลิง การที่ตระกูลสู่ยอยากจะจับใครสักคน มันง่ายราวกับปอกกล้วยเข้าปาก

……

ชูเหอวิ่งหนีไปไกลมาก

ทุกพื่นที่ล้วนมีคนคอยตามล่าเธออยู่

“ตึง!” เธอสะดุดก้อนหินข้างถนน ทำให้ล้มลงไปกับพื้นอย่างจนตรอก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” ชายร่างใหญ่หลายคนที่อยู่ข้างหลังเธอถือกระบองไฟฟ้าไล่ตามเธอมา

ไม่ เธอจะถูกจับตัวกลับไปไม่ได้เด็ดขาด

เธอกัดฟันแล้วพยายามลุกขึ้นมา จากนั้นก็เดินโซเซ และหายไปในค่ำคืนที่มืดมิด

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ชูเหอได้วิ่งหอบหายใจเข้าไปในโกดังเก่าแห่งหนึ่ง

เธอมาซ่อนตัวอยู่ในแถบชานเมืองแบบนี้แล้ว คนกลุ่มนั้นไม่น่าจะตามทันได้หรอกมั้ง?

เธอลากร่างกายที่เหนื่อยล้าของตัวเองขึ้นไปบนชั้นสองของโกดัง แล้วก็คว้าอะไรบางอย่างกั้นประตูเอาไว้

ในที่สุดเธอก็ได้พักหายใจสักที

ทว่าหลังจากที่เธอผ่อนคลายได้ไม่นาน เธอก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเสียงดังมาจากความมืด!

หนูเหรอ?

ไม่ ไม่ มันเป็นเสียงฝีเท้าของคนต่างหาก!!

ตึ้ง ตึ้ง.....

มันเป็นเสียงรองเท้าบูทหนังตอนเหยียบพื้น ในคืนที่มืดมิดเช่นนี้มันจังดังกึกก้องเป็นพิเศษ

ความรู้สึกกลัวแพร่กระจายไปทั่วร่างกายของเธอแล้ว

กล้ามเนื้อมุมปากของเธอหยุดกระตุกไม่หยุด ด้วยความที่หวาดกลัวอย่างมากเสียงของเธอจึงสั่นเครือ “คุณ คุณอาศัยอยู่ที่นี่เหรอ? ขอโทษที่ฉันมารบกวนนะ ฉันจะไปแล้ว...”

ทันทีที่เธอยืนขึ้น มือใหญ่ ๆ ข้างหนึ่งก็จับเธอเอาไว้จากด้านหลัง

คบดาบเย็น ๆ สัมผัสมาที่ลำคออันบอบบางของเธอ

เสียงของชูเหอแทบจะเหือดแห้งไปแล้ว

เสียงผู้ชายที่เย็นชา ดังมาจากด้านบนของหัวเธอ

“ใครส่งคุณมาที่นี่?”

ตอน 2

ชูเหอรู้สึกงุนงง

“ฉันไม่เข้าใจว่าคุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่”

“การโกหกไม่ใช่พฤติกรรมของเด็กดีเลยนะ” ชายคนนั้นหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมา แล้วก็ออกแรงเพิ่ม

ทำให้เกิดรอยบาดขึ้น เลือดจึงไหลลงมาจากลำคออันบอบบางของเธอ

ความกลัวที่ถูกล่านั้น เทียบไม่ได้กับความรู้สึกของตอนนี้เลย

ชูเหอพยายามข่มความกลัวเอาไว้ แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาว่า

“คุณ คุณฟังฉันก่อนนะ...”

เธอเก็บซ่อนเรื่องราวเบื้องหลังที่ซับซ้อนเหล่านั้นเอาไว้ แล้วก็บอกไปเพียงแค่ว่าเธอถูกบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่เธอไม่ได้รัก สุดท้ายเธอก็พูดว่า “คุณคะ ฉันยังไม่เห็นรูปร่างหน้าตาของคุณ แล้วก็ไม่รู้ด้วยว่าคุณเป็นใคร…… ขอคุณช่วยเมตตาฉัน ปล่อยฉันไปเถอะนะคะ...... แม่ แม่ของฉันยังรอฉันอยู่ที่บ้านอยู่นะคะ”

เสียงอันนุ่มนวลของผู้หญิง เข้าถึงส่วนลึกของจิตใจผู้ชายได้อย่างอธิบายไม่ถูก

แรงกดที่คอของเธอคลายลงเล็กน้อยแล้ว

ทันใดนั้นก็มีเสียงทุบประตูอย่างรุนแรงดังขึ้น

“มันต้องอยู่ในนี้แน่ ๆ ! เข้าไปดูกัน!”

ทันใดนั้นสีหน้าของชายคนนั้นก็เปลี่ยนไป เขาจับผู้หญิงตรงหน้ากดไปที่มุมห้อง

แล้วเขาก็ออกคำสั่งอย่างดุดันว่า “ร้องสิ!”

ชูเหออึ้งไป

ความรู้สึกอบอุ่นที่อยู่ใกล้ตัวเธอจากที่ไหนสักแห่ง ทำให้เธอสั่นไปทั้งตัว

ครู่ต่อมาประตูก็ถูกเปิดออก ชายคนนั้นจึงจับเอวของเธอไว้แน่น แล้วก็เลียนแบบการเคลื่อนไหวอะไรแบบนั้นอย่างดุเดือด

“อ๊า”

เสียงครวญครางอันน่ารื่นรมย์ดังออกมาจากริมฝีปากอันอ่อนนุ่มของหญิงสาว

พวกผู้ชายที่ถือปืนบุกเข้ามาจึงตกตะลึงเป็นไก่ตาแตกไปตาม ๆ กัน

พวกเขาด่าออกมาอย่างหยาบคาย และรีบถอยออกไปอย่างรวดเร็ว

“ให้ตายเถอะ เสียเวลาของพวกกูชิบหาย!”

“หยุดพูดจาไร้สาระได้แล้ว! รีบไปค้นหาที่อื่นต่อ ผู้ชายคนนั้นได้รับบาดเจ็บสาหัส มันวิ่งไปไหนได้ไม่ไกลหรอก!”

“ครับ!”

เสียงข้างนอกค่อย ๆ สงบลง

แต่อุณหภูมิภายในบ้านกลับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

ขนตาของชูเหอสั่นไหวไปมา ใบหน้าของเธอร้อนผ่าว “พวกเขาไปกันแล้วเหรอ?”

“อื้ม ขอบคุณ” เสียงของชายคนนั้นแหบแห้งกว่าเดิม

“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นฉันก็ไปได้แล้วใช่ไหม?”

ชูเหอจับชุดแต่งงานเอาไว้ด้วยความประหม่า ในใจทั้งรู้สึกหวาดกลัว และเขินอายสลับกันไปมา

ในขณะที่ชายคนนั้นกำลังจะพยักหน้า ทันใดนั้นสายตาของเขาก็จ้องมองไปที่ชุดแต่งงานที่ขาดรุ่งริ่งของเธอ

แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาจากหน้าต่าง ส่องไปที่รอยบนท้องน้อยของเธอ

เขาดูอึ้ง ๆ เล็กน้อย

เด็กผู้หญิงคนนั้นที่เขาเคยเจอเมื่อหลายปีก่อน เธอก็มีรอยแผลเป็นบริเวณนี้เหมือนกัน

จู่ ๆ แรงกระตุ้นบางอย่างที่อธิบายไม่ได้ก็เกิดขึ้นมาในใจของเขา

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว”

“อะไรนะ?” ชูเหออึ้งไปเลย

ในความมืด เสียงของชายคนนั้นกลับดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบา “คุณถูกคนบังคับให้แต่งงานกับผู้ชายที่คุณไม่ได้รัก คุณยอมรับได้จริง ๆ เหรอ?”

มือของชูเหอที่จับชุดแต่งงานอยู่กำแน่นขึ้นทันที

ยอมรับงั้นเหรอ? แน่นอนว่าเธอไม่ได้ยอมรับอยู่แล้ว

ความเงียบของเธอคือคำตอบที่ดีที่สุด

ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ และขยับตัวเข้ามาใกล้มากขึ้น เขาพ่นลมร้อน ๆ ใส่หูของชูเหอ และพูดขึ้นว่า “แล้วคุณคิดว่าอยากจะต่ออีกไหม? คนกลุ่มนั้นคิดจะควบคุมโชคชะตาของคุณยังไงก็ได้ตามต้องการ แล้วคุณไม่อยาก แก้แค้นพวกเขากลับไปอย่างรุนแรงบ้างเลยเหรอ?”

ชูเหอรู้สึกมึนไปหมด

แก้แค้น…… อย่างนั้นเหรอ?

แฟนที่รักกันมานานหลายปีของเธอนอกใจเธอ การแต่งงานที่เธอรอคอยมานานแสนนานก็ถูกเอาไปมอบให้คนอื่นเป็นการตอบแทนซะอย่างนั้น.....

คำพูดของชายคนนั้นเหมือนกับการล่อลวงของปีศาจ ทำให้เธอต้องมนต์และเกิดความคิดบ้าบิ่นขึ้นมา ถ้าเธอจะมีอะไรกับชายตรงหน้าสักครั้ง แล้วมันจะยังไง

เธอนึกถึงสิ่งที่คนกลุ่มนั้นเพิ่งพูดขึ้นมาได้ “คุณกำลังจะตายแล้วเหรอ?”

“ใช่ ผมคงอยู่ได้อีกไม่นานแล้วล่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นเรามาต่อกันเถอะ!” ชูเหอกล่าวอย่างหนักแน่น

นี่คือคนที่กำลังจะตาย แล้วก็ไม่มีใครรู้ด้วยว่าเธอได้ทำสิ่งที่แหกคอกเช่นนี้ลงไป

ชายคนนั้นยิ้มและโน้มตัวเข้ามาใกล้ตัวของเธอ จากนั้นก็จูบไปที่ต่างหูมุกอันเล็ก ๆ บนติ่งหูของเธอเบา ๆ

“สุขสันต์คืนวันวิวาห์นะ ที่รัก”

……

เมื่อชูเหอตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้น บนตัวของเธอก็มีเสื้อสูทคลุมเอาไว้

ส่วนชายคนนั้นหายไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว

บางทีอาจจะไปหาสถานที่สักที่หนึ่งเพื่อใช้ชีวิตที่เหลืออยู่แล้วก็ได้......

ถึงยังไงเขาก็เป็นผู้ชายที่เธอเพิ่งได้ใกล้ชิดมาด้วย ชูเหอกำเสื้อคลุมที่เขาทิ้งไว้ให้ เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อย

“ปัง!” ประตูห้องใต้หลังคาถูกคนเตะเปิดอย่างแรง

บอดี้การ์ดหลายคนวิ่งกรูตามกันเข้ามา

พวกเขาคือคนของตระกูลสู่ยนั่นเอง!

ชูเหอลุกขึ้นและวิ่งไปที่หน้าต่าง จากนั้นเธอก็ถูกบอดี้การ์ดกดเอาไว้ตรงนั้นอย่างเกรี้ยวกราด

หนึ่งชั่วโมงต่อมา เธอก็ถูกโยนไปตรงหน้าสู่ยเจิ้งเว่ย และเจียงอิง

เล็บที่แหลมคมของเจียงอิงจิกเนื้อของเธอเอาไว้ “แกทำให้คนตั้งมากมายตามหาแกทั้งคืน สู่ยชูเหอแกเก่งนักรึไงฮะ! ถึงขนาดที่กล้าหนีการแต่งงานแล้วเหรอ!”

ที่แขนของชูเหอถูกเธอจิกจนมีรอยเลือดขึ้นมา แต่เธอต้องอดทนต่อความเจ็บปวดเอาไว้ แล้วก็ถลึงตาจ้องมองเจียงอิงไปด้วยสายตาที่ดื้อรั้น “คนที่ถูกเลือกให้แต่งงาน ไม่ใช่ฉันตั้งแต่ต้น!”

“เอาล่ะ เอาล่ะ”

สู่ยเจิ้งเว่ยดึงเจียงอิงออกไป แล้วก็ประคองชูเหอลุกขึ้น จากนั้นก็พูดด้วยรอยยิ้มจนตาหยีว่า “ชูเหอ ป้าเจียงของเธอก็อารมณ์ร้อนแบบนี้มาตลอด เธออย่าไปเก็บมาใส่ใจเลยนะ”

ชูเหอลูบแขนที่มีเลือดไหลออกมา เธอรู้สึกเสียใจเล็กน้อย “ลุงสู่ย ฉันไม่อยากแต่งงานค่ะ”

สู่ยเจิ้งเว่ยแสดงสีหน้าไม่เห็นด้วยออกมาทันที “ชูเหอ เธอทำแบบนี้ไม่รู้จักความเลยนะ เธอกับแม่ของเธอมากินอยู่ในของบ้านเราฟรี ๆ ตั้งกี่ปี พอถึงเวลาที่เธอต้องตอบแทนพวกเราบ้าง เธอกลับจะขอถอนตัวเนี่ยนะ? เกิดเป็นคนทั้งทีทำไมถึงไม่มีจิตสำนึกได้ขนาดนี้”

ชูเหอฟังออกว่า คน ๆ นี้เป็นคนหน้าซื่อใจคดยิ่งกว่าใคร

เธอถอยหลังไปก้าวหนึ่ง และพูดว่า “ค่าใช้จ่ายตลอดหลายปีที่ผ่านมา ฉันจะคืนให้คุณโดยเร็วที่สุด”

สู่ยเจิ้งเว่ยยังคงยิ้มอยู่ “ฉันไม่ได้หมายความแบบนี้สักหน่อย แต่ฉันเคยได้ยินมานะว่า แม่ของเธอช่วงนี้กำลังรอการปลูกถ่ายไตอยู่ไม่ใช่เหรอ? ชูเหอ เธอจะไปหาเงินได้มากขนาดนั้นได้ยังไงกัน?”

มือของชูเหอที่อยู่ข้างลำตัวกำแน่นขึ้นทันที!

เพราะชูเหอไม่สามารถหามันมาได้จริง ๆ

ตอน 3

เงินออมก่อนหน้านี้ของชูเหอ เธอได้เอามาช่วยจ้าวชูหมิงตกแต่งบ้านไปหมดแล้ว......

ตอนที่แม่ของเธอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคนี้ ตอนแรกชูเหอเคยคิดที่จะปรึกษาหารือกับจ้าวชูหมิงว่า เขาจะสามารถขายบ้านไปก่อนได้ไหม

เพราะอันที่จริงหลายปีมานี้พวกเขาก็ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา เธอจึงคิดว่าเขาน่าจะเห็นด้วย

ผลปรากฏว่าเมื่อถึงวันนั้นจริง ๆ เธอคิดเรื่องนี้มาเป็นเวลานานมาก แต่แล้วประโยคที่เธอได้รับกลับมาก็คือ “ชูเหอ นี่คือบ้านของผมนะ”

เขาบอกว่านี่คือบ้านของเขา!

ตอนนั้นที่จ้าวชูหมิงไม่ยอมให้เธอช่วยเขาซื้อบ้าน ชูเหอก็คิดว่านี่คือการแสดงความรักที่มีต่อเธอ

ดังนั้นหลังจากนั้นมาตอนที่เขามาขอให้ชูเหอช่วยตกแต่ง เธอจึงตอบตกลงไป

หลังจากที่เธอใช้เงินเก็บทั้งหมดเพื่อตกแต่งรังรักของเธอกับเขาไปแล้ว จ้าวชูหมิงก็ยังพูดอีกว่า “ชูเหอ คุณไม่ได้ออกเงินจ่ายค่าบ้านหลังนี้เลย งั้นผมจะไม่เขียนชื่อของคุณลงไปในโฉนดที่ดินนะ”

ตอนนั้นแม้ว่าชูเหอจะรู้สึกว่ามันไม่ถูกต้อง แต่เพราะเชื่อใจจ้าวชูหมิง เธอจึงไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด

จนมาถึงตอนนี้

แม่ของเธอป่วยหนัก ส่วนเขากลับไปเกลือกกลั้วมั่วอยู่กับสู่ยชูเย่วบนเตียง เธอถึงได้เพิ่งจะมาตระหนักได้ว่าก่อนหน้านี้ตัวเองนั้นโง่แค่ไหน!

“ชูเหอ......”

สู่ยเจิ้งเว่ยเรียกสติเธอกลับมาด้วยรอยยิ้ม

“ฉันรู้นะว่าเธอไม่มีเงินเยอะขนาดนั้น แต่เธอก็เรียกฉันว่าคุณลุงมาตั้งหลายปีแล้ว เพียงแค่เธอยอมแต่งงานกับกู้เฉิงแทนเย่วเย่ว ฉันจะจ่ายค่ารักษาพยาบาลแม่ของเธอให้เอง”

ท่าทางเขาดูใจดีมีเมตตามาก แต่มันกลับทำให้ชูเหอเคียดแค้นจนอยากจะฉีกเขาออกเป็นชิ้น ๆ

“แค่ฉันยอมแต่งงานอย่างนั้นเหรอ?”

“ใช่ นอกจากนี้เธอยังต้องแต่งงานโดยใช้ตัวตนของเย่วเย่วด้วย เพราะกู้เฉิงอะไรนั่นรับมือยาก ฉันไม่อยากสร้างปัญหาให้มากไปกว่านี้”

“……”

ด้านหนึ่งคือแม่ที่เลี้ยงดูเธอมานานหลายปี ส่วนอีกด้านหนึ่งคือไอ้คนเสเพลที่มีชื่อเสียงฉาวโฉ่

สุดท้าย สิ่งที่เธอต้องแบกรับเอาไว้บนบ่าก็คือบุญคุณของการเลี้ยงดู เธอกำชุดแต่งงานที่ขาดวิ่นเอาไว้แน่น แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทาว่า

“ตกลงค่ะ ฉันจะแต่งงาน! แต่คุณต้องสร้างหลักฐานขึ้นมาเป็นลายลักษณ์อักษรนะคะ”

“ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว”

สู่ยเจิ้งเว่ยจัดทำข้อตกลงขึ้นมาเดี๋ยวนั้นเลย แล้วก็เซ็นชื่อของเขาลงไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อชูเหอก้มหน้าลงเพื่อจะเซ็นชื่อ มือที่ถือปากกาอยู่ก็สั่นขึ้นมา

น้ำตาที่คลออยู่ทำให้ตัวอักษรเบลอไปหมด

เธอเคียดแค้นมาก!

แต่แล้วเธอจะโทษใครได้? ถ้าไม่ใช่เพราะว่าก่อนหน้านี้เธอคลั่งรักมากขนาดนั้น ตอนนี้เธอก็คงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพที่เป็นรองคนอื่นแบบนี้หรอก!

หลังจากเซ็นชื่อเสร็จ สู่ยเจิ้งเว่ยก็เก็บข้อตกลงไปด้วยรอยยิ้ม “อีกสามวัน ฉันจะจัดงานแต่งงานให้เธอ ถึงเวลานั้นเธอห้ามเปิดเผยความลับเรื่องนี้เด็ดขาด”

ชูเหอตอบรับว่าอืมขึ้นมาเบา ๆ คำหนึ่ง จากนั้นก็หันหลัง และเดินจากไป เธอไม่อยากอยู่ในสถานที่ที่มีแต่ความเสแสร้งแห่งนี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

หลังจากปิดประตูแล้ว เจียงอิงก็พูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจว่า “นังเด็กเวรนี่ ก่อนจะไปยังจะขูดรีดพวกเราอีกนะ!”

“อย่าเพิ่งร้อนใจไปเลย” สู่ยเจิ้งเว่ยเก็บข้อตกลงเอาไว้เรียบร้อยแล้ว เขาปลอบโยนเธอด้วยรอยยิ้มว่า “ผมเป็นคนที่ปล่อยให้เธอเอาเปรียบได้ง่าย ๆ รึไง?”

เจียงอิงรู้ว่าเขากำลังเริ่มวางแผนอีกครั้งแล้ว

“คุณนี่นะ เล่ห์เหลี่ยมเยอะจริง ๆ~” เธอจ้องมองเขาอย่างออดอ้อน จากนั้นก็พูดขึ้นมาด้วยความรู้สึกโชคดีว่า “โชคดีนะที่เราจับจุดอ่อนของสู่ยชูเหอได้ ไม่อย่างนั้นเราคงต้องให้เย่วเย่วแต่งงานออกไปจริง ๆ แน่ ๆ!

จะว่าไปเรื่องนี้ก็บังเอิญจริง ๆ! บังเอิญที่คืนนั้นเธอหนีออกจากงานแต่งงานไป ส่วนกู้เฉิงก็ไม่ได้มาเหมือนกัน!”

นี่คือจุดที่สู่ยเจิ้งเว่ยยังคงสงสัยอยู่

ตามหลักแล้ว ตอนนี้กู้เฉิงกำลังตกที่นั่งลำบาก เขาจึงรีบมาเกาะตระกูลสู่ยซึ่งเปรียบเหมือนต้นไม้ใหญ่จนแทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว ดังนั้นเขาจึงต้องใช้การหมั้นครั้งก่อนมาบังคับเรื่องการแต่งงาน โดยบอกว่าต้องการสู่ขอสู่ยชูเย่วลูกสาวแท้ ๆ ของเขา

เดิมทีเขาคิดว่าลูกสาวบุญธรรมของเขาก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่งเหมือนกัน ดังนั้นเขาจึงเอาสู่ยชูเหอไปรับมือแทน

หากเรื่องราวมันเกินเลยไปไกลแล้ว ต่อให้กู้เฉิงเพิ่งจะมารู้ทีหลังก็คงจะสายไปแล้ว

แต่ผลปรากฏว่าเมื่อคืนนี้ กู้เฉิงกลับไม่ได้ไปที่ห้องวิวาห์ซะอย่างนั้น

หรือว่า เขาจะรู้ทันซะก่อน?

……

ไม่นานหลังจากที่ชูเหอเดินออกไป ด้านข้างก็มีเสียงคนหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้นมา

สู่ยชูเย่วกำลังยืนควงแขนจ้าวชูหมิงอยู่ไม่ไกล เธอเอามือปิดจมูกไว้ และมองไปที่ชูเหอพลางพูดขึ้นว่า “นี่มันคนจรจัดจากที่ไหนกัน? เหม็นเป็นบ้าเลย!”

ชูเหจึงเดินเข้าไปและตบเธอทันที “ตอนนี้เธอกับฉันก็เหม็นพอ ๆ กันนั่นแหละ”

“อร๊าย! อิกระหรี่!”

สู่ยชูเย่วกรีดร้องขึ้นมาพลางเดินไปกระชากเสื้อผ้าของชูเหอ แต่เธอกลับไม่คาดคิดว่าภายใต้ชุดแต่งงานที่เธอฉีกออกนั้น บริเวณกระดูกไหปลาร้าของชูเหอจะมีรอยสีแดงจาง ๆ อยู่เต็มไปหมด

“อุ๊ย!”

สู่ยชูเย่วเอามือปิดริมฝีปากไว้ เธอรู้สึกตกใจมาก “มิน่าล่ะเมื่อคืนนี้เธอถึงได้หนีการแต่งงาน ที่แท้ เธอก็คบหากับผู้ชายคนอื่นมานานแล้วนี่เอง!”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED