ตอน 1

“ทำไมแม่ต้องขนของออกจากบ้าน”

เสียงของเด็กหนุ่มวัยหัวเลี้ยวหัวต่อเอ่ยถามผู้เป็นแม่ครั้นเห็นหอบหิ้วกระเป๋าหลายใบ ปวีร์ลูกชายคนเดียวของครอบครัวภักเจริญเกียรติ ปีนี้ชายหนุ่มมีอายุครบสิบแปดปีบริบูรณ์ และอีกไม่กี่เดือนจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาชั้นที่หก

ปวีร์เดินลงมาจากห้องนอนของตัวเองในช่วงสิบโมง วันนี้เขาแอบตื่นสายสาเหตุมาจากการเล่นเกมดึกมากกว่าทุกคืน เพราะเป็นวันหยุดเลยไม่ถูกดุอย่างเช่นวันธรรมดาที่ต้องตื่นเช้าไปโรงเรียน ทว่าแววตาที่ทอดมองมารดา ยังคงแฝงด้วยความสงสัย ทำไมแม่ถึงขนข้าวของออกไปราวจะไม่อยู่ด้วยกัน

“แม่ต้องไปแล้ว”

“ไปแล้ว – ไปไหน”

เด็กชายเอียงคอถามในความสงสัยนั้น กมลเนตรย่อตัวลง มองใบหน้าลูกชายด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย หากนับตั้งแต่วันนี้ย้อนหลังไปเกือบห้าปี ต้องอยู่กับความอึดอัด ไม่มีความสุขในชีวิตคู่เหมือนแต่ก่อนและทะเลาะกับพ่อของลูกบ่อยครั้ง

“วีร์อยู่ที่นี่กับพ่อนะลูก”

“ทำไมครับแม่ – ทำไมผมต้องอยู่กับพ่อคนเดียว แม่จะไปไหน”

คำถามยังถูกส่งมาถี่ๆ ทำกมลเนตรไม่กล้าเปิดปากในการตัดสินใจของตัวเอง แต่วันนี้จำเป็นต้องพูดเพื่อให้แก้วตาดวงใจอย่างปวีร์ได้เข้าใจ

“พ่อกับแม่ตัดสินใจแล้วว่า...”

“...”

“เราจะแยกทางกัน”

ประโยคที่ได้ยินสะเทือนไปถึงหัวใจปวีร์ เขาไม่ใช่เด็กน้อยเสียจนแปลความหมายไม่ออก รับรู้มาตลอดว่าพ่อกับแม่ระหองระแหงกันมานาน ทว่าคนเป็นลูกก็ย่อมต้องการความรักความอบอุ่นที่อยู่พร้อมหน้าพร้อมกันสามคนพ่อแม่ลูก

นี่คือสิ่งที่เด็กชายปวีร์ต้องการ...

อีกทั้งไม่นึกว่าวันนี้มันจะมาถึง ต่อให้มีสัญญาณบอกมานานก็ทำใจยอมรับไม่ได้

“แม่ไม่รักพ่อแล้วเหรอ”

ปวีร์ถามเสียงสั่นมองหน้าผู้ให้กำเนิดทั้งดวงตาแดงก่ำ น้ำตาล้นในเบ้าแทบจะร่วงเผาะอาบแก้มอยู่รอมร่อ เช่นเดียวกับกมลเนตร ไม่อาจอดกลั้นเอาไว้ได้ก็พลันร่วงพลู หยาดน้ำสีใสไหลอาบแก้ม ต้องเป็นฝ่ายเดินออกจากบ้านหลังนี้และไม่สามารถพาลูกไปได้

“พ่อกับแม่ตัดสินใจกันแล้วนะวีร์”

“ตัดสินใหม่สิครับ ทำไมต้องแยกกัน”

“...”

ปุริมที่ยืนมองจากประตูห้องทำงาน เมื่อคืนเขานอนในห้องนั้น รู้สึกไม่ต่างจากกมลเนตร พยายามสานสัมพันธ์อันสั่นคลอนมานานหลายปี แต่มันก็ไม่เป็นผล ยิ่งอยู่ยิ่งเหมือนคนไม่รู้จักกัน อีกคนมีสังคมจนหลงลืมหน้าที่ของว่าภรรยา อีกคนทำงานจนหลงลืมคำว่าหัวหน้าครอบครัว หันหน้าเข้าหากันคือทะเลาะ ต่างฝ่ายต่างเอาตัวเองเป็นใหญ่ มองความคิดของกันและกันติดลบไปหมด

อยู่กันไปก็มีแต่ทะเลาะ...

เมื่อปัญหาของทัศนคติเกิดขึ้น ปัญหาการใช้ชีวิตคู่ก็ตามมา ปุริมรู้สึกโทษตัวเองที่ประคับประคองคำว่าพ่อแม่ลูกไว้ไม่ได้ ก็อย่างว่า คำว่ารักคำเดียวไม่สามารถทำให้ครอบครัวไปต่อได้ ความรู้สึกที่มีหมดลงชนิดที่ว่าไม่สามารถก่อติดขึ้นมาใหม่ได้ ฉะนั้นทางออกที่ดีที่สุดคือแยกย้าย

“พ่อกับแม่อยู่ด้วยกันไม่ได้”

“แล้วแม่จะไปไหน”

“ไปต่างประเทศ”

“แม่ไม่ไปได้ไหม”

คนอายุน้อยร้องขอทั้งน้ำตาที่ไม่อาจกลั้น ไม่อยากอยู่กับใครคนใดคนหนึ่ง แต่ทว่าคำร้องขอนั้นไม่เป็นผล เมื่อผู้ใหญ่ทั้งสองหมดรักกัน ก็เหลือเพียงการทำหน้าที่พ่อและแม่ของลูกเท่านั้น กมลเนตรกอดลูกชายที่ยืนน้ำตาหลั่งริน จูบเข้าที่หน้าผากหนึ่งทีเป็นการสั่งลาเพราะต่อจากนี้ไม่รู้ว่าจะได้เจอปวีร์อีกตอนไหน

“อยู่กับพ่อนะลูก แม่จะโทรมาหาบ่อยๆ”

“แม่...”

“แม่ไปแล้วนะวีร์”

“ไม่ ไม่ไปนะ”

“...”

กมลเนตรก้าวขาไปทั้งน้ำตา แต่เป็นความรู้สึกเสียใจที่ต้องห่างลูก ไม่ใช่เพราะการเลิกราในครั้งนี้ ความรู้สึกเจ็บปวดบีบรัดกันทั้งสามคน แต่ถ้าฝืนทุกอย่างมันจะพังไปมากกว่านี้

ดวงตาแดงก่ำยืนนิ่งมองรถของแม่ขับออกไป น้ำตาของเด็กผู้ชายไหลรินทว่าเงียบไม่มีเสียง ด้านหลังคือสายตาอ่อนไหวของผู้เป็นพ่อ สงสารลูกไม่น้อยเมื่อครอบครัวต้องสาแหรกออกจากกัน แต่กระนั้นก็ยืนหยัดจะมอบความรักความอบอุ่นให้ลูกชายรู้สึกว่าไม่ขาด

“วีร์”

“...”

“ปวีร์”

“เพราะน้าชญาใช่ไหม”

คนอายุน้อยเอ่ยถามทั้งที่ยังให้หันหลังให้พ่อ เขาแอบเห็นว่าชญาณัฐ พนักงานในบริษัทของพ่อสนิทสนมกันเกินงาม ปุริมพลันถอนหายใจ ก้มหน้ามองพื้นเล็กน้อยเหมือนคนรู้สึกผิด เขาสนิทสนมกับพนักงานตัวเองก็จริง แต่มันไม่ใช่สาเหตุของการเลิกราในครั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับกมลเนตรได้ตกลงเพื่อยุติมานานเกือบปี ทว่ายังอยู่ด้วยกันเพื่อรอเวลาเหมาะสม ตั้งใจว่าจะรอให้ลูกชายเรียนจบในระดับสูงกว่านี้ ก็เหมือนว่าคนทั้งสองอดทนฝืนต่อไม่ไหว กระทั่งวันนี้มันมาถึง วันที่ปวีร์ต้องรับรู้แล้วว่าพ่อกับแม่ไปต่อด้วยกันไม่ได้

ส่วนชญาณัฐที่เด็กหนุ่มพูดถึง ต้องยอมรับตามตรงว่าเธอคือผู้หญิงคนใหม่ แต่ทว่ามาหลังจากเขาตกลงกับอดีตภรรยาแล้วเรียบร้อย เธอไม่ได้เข้ามาเป็นมือที่สาม ซ้ำยังเป็นกำลังใจในตอนที่เขาสิ้นหวังกับคำว่าครอบครัวอย่างมาก และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นความรู้สึกดีๆ ระหว่างเขากับเธอ

“อย่าเข้าใจผิดตาวีร์”

“ถูกต่างหาก น้าชญาทำให้พ่อเปลี่ยนใจ”

“ไม่ใช่”

“ไม่มีน้าชญา พ่อกับแม่ก็ยังอยู่ด้วยกัน”

เป็นความคิดที่ต้องการเอาครอบครัวที่สมบูรณ์กลับคืนมา ปวีร์กำลังงอแงไม่ฟังในเหตุผลที่มันเกิด คนหมดรักกันไม่สามารถทนฝืนอยู่ด้วยกันได้ ปุริมเข้าใจ กมลเนตรเข้าใจ แต่ปวีร์ไม่ยอมเข้าใจและไม่ยอมรับกับสิ่งที่เผชิญอยู่

“มันขึ้นอยู่กับคนสองคน”

“ขึ้นอยู่กับคนที่สามด้วย!! น้าชญาทำให้ครอบครัวเราเป็นแบบนี้”

เด็กหนุ่มกำลังเสียใจ ปุริมเข้าใจดี พูดหรืออธิบายอะไรออกไป ก็คงไม่ยอมฟังในเหตุผล ในตอนนี้ลูกกำลังโทษผู้หญิงอีกคน เข้ามาทำให้ครอบครัวต้องแยกจากกัน ปวีร์เองที่กำมือแน่น ขบฟันแทบจะแหลกละเอียด ยืนนิ่งทว่าตัวสั่นกระทั่งวิ่งกลับขึ้นห้องตัวเองไปร้องไห้คนเดียว

“อึก”

น้ำตาลูกผู้ชายไหลครั้งแรกเมื่อพ่อแม่แยกทางกัน เคยได้ยินเพื่อนเอาปัญหาแบบนี้มาเล่า เคยปลอบใจให้เพื่อนเข้าใจในปัญญาของผู้ใหญ่ แต่พอเป็นเรื่องครอบครัวตัวเอง ปวีร์กลับไม่เข้าใจและไม่ทำใจยอมรับ

“เพราะคนครอบครัวนั้น – ทำครอบครัวเราเป็นแบบนี้ ผมเกลียด..อึก เกลียด”

ตอน 2

9 ปีต่อมา

บ้านหลังโตในตอนนี้มีเพียงพี่ชายกับน้องสาวคนละสายเลือดที่อยู่รวมชายคากัน มีเสียงครางลอดมาจากห้องนอนของเฌอเอมในช่วงเวลาเที่ยงคืน เธอเป็นลูกเลี้ยงของปุริมและมีศักดิ์เป็นน้องสาวของชายหนุ่มที่อยู่ในห้องของเธอตอนนี้

“ฮื่อ”

แสงไฟสดสว่างที่ส่องกระทบเข้ากับร่างไร้อาภรณ์ตรงหน้า ทำชายหนุ่มที่อยู่ในสภาพกึ่งเมาเกือบลืมวิธีหายใจ ยอดถันสีชมพูเข้มถูกฉกฉวยด้วยริมฝีปากอุ่น รุกเร้าเรือนร่างสวยของผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นน้องสาว ครั้นพ่อกับแม่ของเธอและเขาตกลงปลงใจอยู่ด้วยกันเป็นสามีภรรยา จากสถานะลูกจ้างในบริษัทขึ้นตำแหน่งเป็นเมีย อยู่ในการคัดค้านของปวีร์มาตลอด แต่ทว่าคนทั้งคู่ก็ยังยืนยันจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน

หากนับตอนนั้นก็เป็นเวลาเกือบเจ็ดปีที่หญิงสาวใต้ร่างก้าวเท้าเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ถาวรพร้อมกับแม่ และเป็นเวลาสองปี ที่พ่อและคนรักพยายามทำให้ปวีร์ยอมรับและเข้าใจในรักครั้งใหม่ ก็เหมือนว่ามันไม่เป็นผล ปวีร์ไม่เปิดใจยอมรับใครให้เข้ามาแทนที่แม่ของตน โดยเฉพาะผู้หญิงที่ชื่อชญาณัฐ คนที่เขาเกลียดฝังใจ ซ้ำยังเป็นคนพาลเกลียดไปยังลูกของเธอ

ชญาณัฐเป็นแม่หม้ายลูกติดและจิตใจดี แต่ก็ยังถูกมองว่าเสแสร้ง...

ร่างกายที่หล่อหลอมอยู่บนเตียง แนบชิดชนิดที่ว่าไม่มีช่องว่างให้อากาศได้แทรกผ่าน เฌอเอมกำลังตกที่นั่งลำบาก การอยู่กับปวีร์สองต่อสอง เป็นการเปิดโอกาสให้ชายหนุ่มเข้ามารังแกกันได้ง่ายขึ้น

เสียงเตียงดังเอี๊ยดอ๊าดพร้อมกับจังหวะการกระแทก ร่างเล็กกระเพื่อมถี่ หลุดร้องครางขณะที่น้ำตาเอ่อคลอด้วยความเสียดเสียว เฌอเอมเปลือยทั้งร่าง ให้คนเหนืออาณัติสอดใส่ท่อนเอ็นขนาดใหญ่เข้ามารังแกในช่องทางนุ่มนิ่มครั้งแล้วครั้งเล่า มันไม่ใช่ครั้งแรกที่เขากระทำ แต่เฌอเอมนั้นจำไม่ได้เลยว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่ เมื่อต้องนอนพลีกายให้กับคนที่เธอต้องเคารพเยี่ยงพี่ชายแท้ๆ มานานตั้งสองปี

มือบางยกจับเข้าลำแขนใหญ่ประดับด้วยเส้นเลือดปูด ทั้งจิกลงเนื้อผิวสีเข้มเมื่อความเสียวซ่านเล่นงานไปทั่วร่าง แก่นกายใหญ่เสียดสีดังสวบสาบครั้นน้ำเมือกใสไหลออกเพื่อหล่อลื่นตามอารมณ์ที่กำลังทะยาน

“เอม อึ่ก...อ่า”

“พี่วีร์ พอแล้ว อย่ารังแก”

คำร้องห้ามแบบนี้เปล่งออกมาทุกครั้งที่เกิดเรื่องอย่างว่า เพราะครั้งแรกที่ตกเป็นของลูกชายพ่อเลี้ยงตัวเองมาจากงานวันเกิดอายุครบยี่สิบปีบริบูรณ์

“อ่า...”

“พะพี่ เอมจุก อื้อ”

แผดร้องเสียงหลงครั้นถูกกระแทกกระทั้นอย่างแรงจนรู้สึกจุก ปวีร์ก้มประกบเรียวปากบดขยี้คนใต้ร่างอย่างพอใจทั้งหยุดชะงักการตบสะโพกไว้ชั่วขณะ มองใบหน้าผู้หญิงที่มีศักดิ์เป็นน้องสาวทว่าเกิดจากคนละพ่อละแม่ เธออ้าปากพะงาบทั้งหน้าแดงตัวแดงไปเสียหมด มองจุดไหนก็มีแต่รอยนิ้วมือของเขาประทับเป็นเจ้าของทุกอณูผิว

“ยังไม่ชินหรอกเหรอ เอากันออกจะบ่อย”

คำพูดที่ฟังแล้วน่าละอาย เธอไม่ได้เต็มใจแต่ก็ไม่ถึงขั้นปฏิเสธ หลายต่อหลายครั้งที่ชายตรงหน้าแอบเข้ามากระทำเรื่องว่า ไม่ถึงขั้นเรียกว่าโดนย่ำยีเพราะเธอเองก็เผลอไผลไปตามสัญชาตญาณด้วยทุกครั้ง

ชายหนุ่มป้อนจูบให้น้องต่างสายเลือดอย่างดูดดื่ม เกลียวลิ้นสอดตวัดหาลิ้นอ่อนอย่างช่ำชอง ฝ่ามือหนาหนึ่งข้างกอบกุมเต้าอวบบีบขย่ำจนเนื้อนมไหลออกตามง่าม ทั้งกอดกระชับร่างน้อยๆ และกดแทรกแท่งเนื้อลงจมมิดในตอนที่กำลังแลกน้ำลายให้คนเด็กกว่าอย่างหรรษา

ด้านในตอดรัดถี่ สร้างความกระสันให้คนบนร่างสูดปากครางเสียงแหบพร่า เนื้อกระทบเนื้อดังลามกลั่นห้อง พลันดวงตารัตติกาลก้มมองจุดเชื่อมต่อที่แนบชิดสนิทกัน ยามขยับท่อนลำเขาเห็นว่าน้ำเมือกใสของคนอายุน้อยนั้นไหลออกมาเคลือบอวัยวะปานน้ำเชื่อม

“เสียวเหรอ”

“มะไม่ อึก”

“ไม่เสียวแต่ตอดหนักเลยนะสาวน้อย”

ชายหนุ่มแสยะยิ้ม พลางเดาะลิ้นข้างมุมปาก จากนั้นเร่งจังหวะเคลื่อนขยับกายเข้าหา แล่นตำจุดกระสันจนเฌอเอมนิ่วหน้าหนักมากขึ้น

“พะพี่!!”

“อะไร”

“ปล่อยข้างนอกได้ไหม เอมยังไม่ได้ซื้อยา”

“ก็รู้ว่าจะขึ้นมาหา ทำไมไม่เตรียม”

เขาตำหนิคนเด็กกว่าที่ไม่เตรียมพร้อม ทุกครั้งที่ผู้ใหญ่ในบ้านไม่อยู่หรือมีเหตุต้องออกไปไหนมาด้วยกัน เฌอเอมย่อมถูกอีกฝ่ายป้อนความเสียวอย่างลับๆ มานานเป็นปี แต่กระนั้นปวีร์กลับไม่เคยมองเธอเป็นน้องที่น่ารักหรือมีความรู้สึกอ่อนโยนกับเธอเลยสักนิด

เพราะเหตุผลที่ว่า คือเธอเป็นลูกติดของคนที่เกลียด...

“แตกนอกนะ เอมกลัว…”

“’ ขอแตกในปากเธอแล้วกัน”

พูดจบก็ก้มซดดูดลำคอขาวทั้งออกแรงขยี้และกัดจนเกิดร่องรอยขึ้นมาอย่างจงใจ เพราะอีกฝ่ายมักมีร่องรอยแบบนี้ปรากฏในตัวเป็นผลให้ผู้ชายส่วนมากไม่กล้าเข้าใกล้เพราะคิดว่าเธอคงมีผู้ชายเป็นตัวเป็นตน แต่เปล่าเลยเธอถูกผู้ชายที่ไม่ได้รู้สึกอะไรกับเธอนอนเอาทุกครั้งที่มีโอกาส

"อ่ะ!! ดูดแรงไป มันจะเป็นรอย"

"กลัวไม่มีผู้ชายเข้าหาเหรอ"

"ปะเปล่า กลัวแม่ถาม"

ทว่าลำคอก็ยังถูกดูดขยี้อย่างไม่สนใจคำร้องห้าม ทั้งคนตัวเล็กถูกพลิกจับเปลี่ยนให้อยู่ในท่าคลานเข่า เฌอเอมหมอบหน้าซุกลงหมอนสีขาวใบใหญ่แอ่นก้นกลมสวยขึ้นสูงให้คนด้านหลังได้สอดเอ็นร้อนเข้ามา และเป็นท่าที่เธอไม่ชินแม้แต่ครั้งเดียวทุกการสอดแทรกมักมากับการจุกหน่วง ปวีร์ยัดเยียดมันเข้ามาได้อย่างถนัดจนมิดลำ ฝ่ามือหนาประคองก้นกลมและสอบสะโพกขยับรูดลำกายอย่างชอบใจ

ตอน 3

เพียะ!!

ยามฟาดแรงๆ ก็เกิดรอยมือเด่นชัด เฌอเอมสะดุ้งเผลอแอ่นก้นสูง พลางขยับส่ายร่อนไปมา ทว่าเป็นการยั่วสายตาของชายหนุ่มอย่างไม่ตั้งใจ

“ดี”

กลีบกุหลาบช่อนี้มีแต่ปวีร์ที่ได้ลิ้มลองและเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว เขาขยับกระแทกดุเดือดจนร่างบางน้ำตารื้นจากความจุกและเสียวปะปน ด้านหลังตบสะโพกแรงจนคนโดนเผยอปากครางระส่ำทว่าเสียงมันกับจมหายลงไปในหมอน ในขณะที่ชายหนุ่มก็สูดปากมองการขยับความเป็นชายทะลุทะลวงรูรักเข้าไปจนสุด

“อ๊า”

“พี่วีร์ จะจุก อื้อ”

“จุกหรือเสียวเอาดีๆ”

คนตัวเล็กเอื้อมมือไปด้านหลัง หมายจะดันหน้าท้องอีกฝ่ายได้ผ่อนแรง กลับถูกมือหนาจับล็อกขัดไว้กับบั้นท้าย แล้วกระแทกท่อนลำรูดสัมผัสกับผนังอุ่นแรงๆ เสียดสีช่องทางเป็นเวลานานจนแดงแจ๋

“ท่านี้เอมจุกนะ”

เมื่ออีกฝ่ายสะอื้นกับความหน่วงช่องท้อง คนด้านหลังก็ชะงักลงทันทีแล้วก้มลงจูบบนแผ่นหลังเนียนอย่างแผ่วเบาจนหญิงสาวแอบประหลาดใจอยู่มาก ปวีร์ไม่เคยอ่อนโยนกับเรื่องบนเตียง ตลอดเวลาที่เคยนอนด้วยกันทว่าคราวนี้กลับทำในสิ่งที่เธอไม่คิดว่าเขาจะทำ

“อดทนให้พี่หน่อย ชอบท่านี้ที่สุดเลย”

น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบข้างใบหูจนคนฟังขนลุก ตลอดเก้าปีปวีร์แทนตัวเองด้วยฉันกับเธอมาตลอด ทว่าคราวนี้เขากลับหลุดปากออกมา คนอยู่ใต้อาณัติไม่มีสิทธิ์ร้องขอ ยอมให้คนอายุมากกว่าได้กระทำในท่าคลานเข่าอย่างสมใจ เพราะต่อต้านไปก็ไม่เป็นผลอยู่ดี

“แอ่นขึ้นมา”

“ฮื่อ”

“แอ่นขึ้นมาอีก”

คราวนี้เฌอเอมจัดท่าทางตัวเองใหม่ใช้แขนสองข้างยันค่ำลงเตียงนิ่มแยกขาออกในจังหวะที่ถนัดให้ปวีร์ได้กระแทกเข้ามา เสียงเนื้อกระทบกันดังตับๆ ระงมทั้งเสียงครางเครือของผู้ชายด้านหลังคำรามราวราชสีห์ บั้นท้ายขาวอาบถูกกระแทกแรงๆ ก็แดงขึ้น พลันความซาบซ่านเล่นงานเฌอเอมอย่างหนัก เผลอส่ายร่อนเข้าหาท่อนลำอย่างลืมตัว

“อะอ้า!!”

“ดี”

“พี่วีร์ ฮึ่ก”

“ร่อนยั่วเหรอ”

คนตัวเล็กส่ายใบหน้าที่จมลงหมอน เหมือนอยากจะบอกว่าเธอไม่ได้ยั่วเขาเลยแม้แต่น้อย ก็พลันสะดุ้งตัวแรงอีกครั้ง

เพียะ!!

เพียะ!!

ฝ่ามือหนาที่ยังประคองบั้นท้ายสวยบีบแรงๆ จนเกิดรอยนิ้วมือทั้งฟาดฝ่ามือลงเนื้อผิวแก้มก้นอย่างมันเขี้ยวเมื่อคนเด็กกว่าส่ายร่อนบดท่อนเอ็นที่เสียบอยู่ด้านหลัง เขากดสะโพกเข้าออกดังสวบๆ เตียงนอนนิ่มพลันลั่นเอี๊ยดอ๊าดขึ้นตามจังหวะการกระแทกถี่รัว ผู้ถูกกระทำหายใจหอบกระชั้นหนักเมื่อความเสียวกระสันเข้าครอบครอง พลางร้องครางเรียกชื่อชายหนุ่มอย่างหลงลืมตัวว่าเป็นแค่ผู้หญิงที่ปวีร์เอาไว้ระบายความเสียวและความเกลียด

"พะ พี่วีร์"

โพรงเนื้อยังถูกสัมผัสด้วยความใหญ่โต น้ำเสียวที่ไหลออกมายืดติดท่อนลำยาวใหญ่ทั้งตอดรัดรึงปลายหัวหยักจน ใบหน้าหล่อเหลาบิดเหยเก ครั้นความเสียวกำลังจะแตกซ่านอยู่รอมร่อ ก่อนจะถอนมันออกแล้วดึงคนนอนหมอบขึ้นนั่ง จับเข้าที่คางมนบีบให้อ้าปากรอรับน้ำอุ่นที่กำลังชักรีดออกมา

“อ้าปาก”

“อือ...”

เรียวปากอ้าเผยอตามแรงบีบออกกว้าง มีปลายหนักหัวเงาและแดงจ่อเตรียมจะป้อนน้ำหวาน พลันดวงตาสวยหลับปี๋เมื่อท่อนลำกระตุกอยู่ตรงหน้าในระยะแค่คืบ

"ซีด -- อ๊า”

“อึก”

“กลืนลงไปเฌอเอม”

น้ำสีขาวขุ่นพุ่งกระฉูดเข้าใบหน้าแดงก่ำ ติดเลอะไปยังขอบปากทั้งดวงหน้า กลิ่นอันไม่คุ้นชินอยู่บนปลายจมูก รู้สึกมวนท้องแทบจะเอาอาหารที่กินไปมื้อค่ำออกมา ก็ต้องฝืนกลืนลงไป

“มัน อื้อ...”

“กลืน”

ปวีร์บีบคางคนตัวเล็กให้อ้ากว้าง ลิ้นอุ่นแลบออกมาเลียที่มุมปากอย่างพะอืดพะอม มันเป็นครั้งแรกที่เธอได้ลิ้มลองน้ำแห่งการระบายของชายหนุ่ม เมื่ออารมณ์เสร็จสมได้ถูกปลดคางมน ก่อนที่คนยืนจะป้อนส่วนหัวให้เธอได้ดูดกลืนกินราวกับเป็นแท่งไอติม จากนั้นเขาหยิบทิชชูออกมาเช็ดรอบหัวหยักและมือที่เลอะน้ำตัวเอง โดยไม่สนใจร่างโป๊เปลือยที่ทิ้งตัวหงายหลัง นอนหอบหายใจไม่เป็นจังหวะ

ดวงตาอ่อนไหวมองคนตัวโตที่ยืนเชิดใบหน้ากลางห้อง พลางเสยเส้นผมที่หล่นปกไปด้านหลังอย่างลวกๆ ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ มีเพียงเสียงหายใจเหนื่อยหอบและฝีเท้าของชายหนุ่มที่เดินวนไปมาเหมือนหาของ ก่อนจะหยิบเช็ดตัวพันรอบเอวหนาของตนและเสื้อผ้าที่ถอดกองไว้บนพื้น แล้วเดินออกไปยังห้องตัวเอง เขาไม่สนใจถามเอ่ยถามหรือเหลียวกลับหันมองอีกฝ่ายที่นอนสะอื้นภายในใจเลยสักนิด

ได้เสร็จเขาก็ไป...

มันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว เมื่อทั้งหมดที่ปวีร์ทำ เขาย้ำเสมอว่ามันเกิดจากความเกลียด มองคนอายุน้อยเป็นเพียงเครื่องบำบัดความใคร่และความชิงชังก็เท่านั้น ในขณะที่เฌอเอมกลับรู้สึกผูกพันมาตั้งแต่เด็ก เพราะเห็นปวีร์มาตั้งแต่มีครอบครัวที่สมบูรณ์ มีช่วงหนึ่งที่ยังเป็นพี่น้องที่ดีต่อกัน ครั้นผู้เป็นแม่เป็นอดีตพนักงานในบริษัทของปุริมมาก่อน กระทั่งความสัมพันธ์ของผู้ใหญ่เปิดเผยออกมา ยามนั้นเขาก็เปลี่ยนไป เธอกลายเป็นตัวร้ายในชีวิตเขาทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED