ตอน 1

บทที่ 1

รัฐออนแทรีโอ ประเทศแคนาดา

“ผู้หญิงพวกนี้มาจากสามครอบครัวที่พ่ออยากร่วมลงทุนทำธุรกิจด้วย แกเลือกมาสักคนก็แล้วกัน ที่เหลือพ่อจะจัดการต่อเอง” โรเบิร์ตวางภาพถ่ายหญิงสาวห้าใบลงบนโต๊ะทำงานทางฝั่งที่ลูกชายนั่งอยู่

หนุ่มหล่อวัยย่างสามสิบห้านามว่าไบรอัน ไม่เหลียวไปมองแม้เพียงหางตา แสดงเจตนารมณ์ให้บิดาให้รู้ชัดเจน ว่าเขานั้นไม่พอใจกับการกระทำของท่านมาก

ผู้เป็นบิดามองลูกชายหัวแก้วหัวแหวนแล้วสูดลมหายใจอย่างหนักอก เขาไม่ได้อยากจะบังคับจิตใจลูกชายแบบนี้ แต่ถ้าเขาไม่ทำทุกอย่างที่วางแผนไว้ก็ต้องพัง

“ไบรอัน”

“ไม่จำเป็นต้องแต่งงานเราก็ทำธุรกิจได้นี่ครับ”

“ได้แต่มันไม่ง่าย กฎหมายหลาย ๆ อย่างมันยุ่งยากสำหรับคนต่างด้าว การแต่งงานคือวิธีที่ยุ่งยากน้อยที่สุด และเอื้อประโยชน์ได้มากที่สุดไบรอัน” บิดาพยายามเอาเรื่องงานมาอ้างเพื่อชักจูงลูกชายให้ทำตาม

“แต่ผมยังไม่อยากแต่งงาน ผมอยากใช้ชีวิตเพลย์บอยต่อไปอีกสักพัก พ่อควรลืมเรื่องนี้ไปซะ”

“ถ้าพี่สาวของลูกเป็นผู้ชาย พ่อคงไม่บังคับลูกแบบนี้หรอกไบรอัน” เขารู้ว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคนนี้รักชีวิตอิสระ ไม่ชอบการผูกมัด ไม่ชอบถูกแสดงความเป็นเจ้าของมาแต่ไหนแต่ไร แต่ตอนนี้ถึงเวลาที่ต้องปักหลักจริงๆ จังๆ เสียทีเพราะอายุก็เริ่มมากขึ้น

“ถึงไบรโอนี่จะเป็นผู้ชายก็คงไม่พ้นผมอยู่ดี เพราะเธอแต่งงานไปสิบปีแล้ว” เขาพูดเตือนบิดาที่ทำเหมือนเขาไม่รู้ทันท่าน “ทำไมพ่อไม่ให้ไบรท์แต่งแทนล่ะ” และโยนภาระทั้งหมดไปที่น้องชายต่างมารดา มองท่านด้วยสายตาอ้อนวอน

“แกจะบ้าหรือไงไบรอัน ไบรท์เพิ่งจะอายุสิบหกเท่านั้น ฉันให้แกแต่งงานเพื่อธุรกิจนะ ไม่ได้แต่งเพื่อตอบแทนบุญคุณของใคร” โรเบิร์ตตำหนิลูกชายที่ไม่ต้องการแต่งงานจนขาดเหตุผล

“แต่ผมไม่อยากแต่งนี่พ่อ” เขาเริ่มเสียงดังและแสดงอารมณ์ออกมามากขึ้น

“แกต้องแต่งนี่คือคำสั่ง ถ้าแกไม่แต่งฉันจะถือว่าแกทำลายตระกูลของเรา ตระกูลที่ฉันเพียรสะสมชื่อเสียงมาด้วยสองมือนี้” บิดาแบมือออกไปข้างหน้าแล้วจ้องตาลูกชาย “ทุกอย่างที่ฉันทำก็เพื่อแกรู้เอาไว้ด้วย เพราะแกคือดวงใจของฉัน”

“ผมไม่เชื่อ!” เขาเสียงดังยิ่งกว่าเดิม

“ไบรโอนี่ไม่ใช่พี่สาวแท้ ๆ ของแก เธอเป็นลูกที่แม่แกขอมาเลี้ยง เพราะคิดว่าไม่สามารถมีลูกของตัวเองได้” เป็นครั้งแรกและครั้งเดียวที่โรเบิร์ตคิดจะพูดเรื่องนี้ เพราะไม่อยากให้ลูกสาวคนโตหรือแม้แต่ภรรยาใหม่รู้เรื่องนี้ “พ่อกับแม่แต่งงานกันมาหลายปีแต่ไม่มีลูก แม่แกจึงขอไบรโอนี่มาจากบ้านเด็กกำพร้า แต่หลังจากนั้นหกเดือนเขาก็ตั้งท้องแก หลังจากคลอดแก แม่แกก็เจ็บออด ๆ แอด ๆ มาตลอด จนแกอายุสิบสองแม่แกก็จากไป แต่ก่อนที่จะจากไปแม่แกได้ฝากฝังให้ฉันดูแลแก สร้างอนาคตที่ดีให้กับแกให้มากที่สุด เพราะเขารักและเป็นห่วงแกมาก” พูดจบก็หยิบจดหมายฉบับหนึ่งที่เก็บรักษาไว้อย่างดีในลิ้นชักยื่นให้ลูกชาย

ชายหนุ่มรับจดหมายจากบิดาแล้วเปิดอ่าน

ที่รัก

ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันขอต่อไปนี้อาจจะทำให้คุณลำบากใจในอนาคต แต่ที่ฉันขอร้องคุณเรื่องนี้ ก็เพราะฉันรู้ตัวดีว่าฉันจะมีชีวิตเคียงคู่ไปกับคุณได้อีกไม่นาน ได้โปรดดูแลลูกชายของเราให้ดีที่สุด สร้างอนาคตให้เขาแทนฉันด้วยนะคะที่รัก ฉันคงตายตาไม่หลับ ถ้ารู้ว่าลูกชายของเรามีชีวิตอยู่บนความไม่มั่นคงเหมือนเรา ฝากดูแลเขาต่อจากฉันด้วยนะคะที่รัก

เอลเลน

“เมื่อก่อนพ่อทำงานอะไร” เขาพับจดหมายเก็บที่เดิมอย่างทะนุถนอม ถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

“ค้าของผิดกฎหมายตามใบสั่ง เป็นสายให้ตำรวจ” บุรุษวัยหกสิบเศษยอมเปิดเผยความจริงเพราะคิดว่าลูกจำเป็นต้องรู้ “พ่อเป็นเด็กจรจัด ไม่รู้จักครอบครัวของตัวเองด้วยซ้ำ ส่วนแม่แกมาจากครอบครัวที่ดีที่ล้มละลาย เธอต้องเริ่มต้นทำงานหาเงินเพื่อส่งเสียตัวเองเรียนหลังจากนั้น และเราก็ได้เจอกันบ่อย ๆ จนกลายเป็นความรัก

เราตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ด้วยกันทั้งที่ครอบครัวของเธอไม่เห็นด้วย เราลำบากมากตอนนั้น แต่แม่แกก็ไม่เคยตำหนิพ่อที่พาเธอมาลำบาก เธอดูแลพ่อด้วยความรักและคอยให้กำลังใจ เธอทำงานหนักกว่าพ่อโดยไม่บ่นสักคำ นั่นอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้แม่แกสุขภาพไม่ดี แต่เธอก็ไม่เคยบอกหรือแสดงให้พ่อเห็นสักครั้ง” เขามองหน้าลูกชายอย่างสำนึกผิดพร้อมกับน้ำตาคลอเบ้า

“หลังจากนั้นพ่อก็เข้าสู่ธุรกิจมืดใช่ไหม” เขาเห็นความเจ็บปวดจากสายตาของบิดา ไม่ได้นึกโกรธที่ท่านคือต้นเหตุที่ทำให้มารดาจากไปเร็ว เพราะเข้าใจดีว่าท่านไม่ได้ต้องการให้เป็นแบบนั้น

“ใช่ แต่แม่แกไม่รู้เพราะพ่อโกหกเธอมาตลอด เราเริ่มมีเงินเก็บมากขึ้น ซื้อบ้าน ซื้อความสะดวกสบายได้ทุกอย่าง แล้วความจริงก็มาเปิดเผยตอนที่พ่อต้องเข้าไปอยู่ในคุก เพื่อเป็นสายให้ตำรวจ ตอนนั้นลูกอายุได้ห้าขวบ แม่ของลูกดิ้นรนที่จะช่วยพ่อออกมาจากคุกให้ได้ เพราะคิดว่าตำรวจจับผู้บริสุทธิ์ พ่อจึงตัดสินใจเล่าเรื่องทั้งหมดให้เธอฟัง พ่ออยู่ในคุกเกือบสองปีถึงถูกปล่อยตัวออกมา ตอนที่อยู่ในคุกพ่อเรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างจากที่นั่น เมื่อออกมาแล้วพ่อจึงเริ่มมองหาอาชีพสุจริต พ่อเริ่มทำธุรกิจที่ถูกกฎหมายเป็นครั้งแรก โดยการช่วยเหลือของนายตำรวจใหญ่ท่านหนึ่ง”

“เขาก็คือพ่อของคริสติน” ชายหนุ่มเอ่ยถึงมารดาเลี้ยงผู้แสนดี ที่อายุห่างกับบิดาถึงสามสิบปี

บิดาพยักหน้ารับ “เราเจอกันครั้งแรกในงานศพแม่ของลูก หลังจากนั้นเธอก็คอยมาช่วยดูแลลูกกับพี่สาวอยู่เสมอ พ่อตัดสินใจแต่งงานกับเธอหลังจากนั้นอีกสองปี เมื่อเห็นว่าเธอรักและเอาใจใส่แกกับพี่สาวด้วยความจริงใจ หลังจากแต่งงานกับเธอแล้ว พ่อของเธอก็ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเรื่องธุรกิจมากขึ้น จนบริษัทรีไซเคิลของเรากลายเป็นบริษัทที่ใหญ่อันดับหนึ่งของประเทศ แต่ลูกรู้อะไรไหม...”

ตอน 2

บทที่ 2

“อะไรเหรอครับ”

“ยิ่งใหญ่เท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้พ่อรู้สึกว่ามันไม่ใช่ของลูกโดยแท้จริง คุณตาของไบรท์มักจะพูดว่าบริษัทนี้คือสิ่งที่เขาทำเพื่อไบรท์ นั่นก็หมายความว่าพ่อจะให้ลูกเป็นผู้บริหารระดับสูงสุดไม่ได้ ถึงทำได้พ่อก็รู้สึกไม่สบายใจสักนิด พ่อไม่อยากให้ลูกถูกครหาไม่ว่าด้วยเหตุผลใด พ่อจึงวางแผนหาสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูก พ่อจ้างนักวิเคราะห์ให้ทำการวิเคราะห์ตลาดทั่วโลกมาหลายปี และสรุปได้ว่าประเทศไทยกับประเทศอินเดียคือประเทศที่เหมาะแก่การลงทุนมากที่สุด”

“ผมไม่แต่งงานกับผู้หญิงอินเดียนะพ่อ ให้ตายผมก็ไม่เอาเด็ดขาด ผมเกลียดประเทศที่แบ่งชนชั้นวรรณะ ผมอยู่ที่นั่นไม่ได้หรอกครับ” เขารีบปฏิเสธด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่เคร่งเครียด

“พ่อรู้ว่าลูกต้องมีอาการแบบนี้ พ่อจึงตัดสินใจเลือกประเทศไทย และลูกก็ต้องช่วยพ่อสานฝันของแม่ลูกด้วย” บิดาชี้ไปที่รูปหญิงสาวทั้งห้าใบ “เลือกมาสักคนที่ลูกพอใจ อีกสามเดือนลูกจะต้องแต่งงานกับเธอ”

“ผมไม่เลือกเพราะผมไม่อยากแต่งงาน ผมยังไม่อยากมีเมีย ผมอยากมีแค่คู่นอนในบางครั้งบางคราวเท่านั้น” ถึงแม้จะซึ้งใจอยู่บ้าง แต่เขาก็ยังไม่อยากแต่งงานอยู่ดี

บิดาเริ่มโมโหในความดื้อรั้นของลูกชายคนโต “ฉันว่าเราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะไบรอัน.. ถ้าแกไม่แต่งแกจะไม่ได้อะไรจากฉันแม้แต่อย่างเดียว แม้แต่เงินที่แกใช้อย่างสบายใจทุก ๆ เดือน ฉันก็จะไม่ให้แกได้ใช้อีก”

“ผมไม่ได้ใช้ฟรี ๆ นะพ่อ ผมก็ทำงานให้พ่อนะ”

“ก็เพราะแกทำงานให้พ่อไง แกถึงได้ใช้เงินตามใจชอบแบบนี้ได้ แต่ถ้าแกไปทำงานที่อื่น แกจะได้เท่าไหร่กันเชียว”

เขามองบิดาอย่างขัดใจ “ผมเป็นลูกพ่อนะ”

“แกก็น่าจะรู้นิสัยพ่อเหมือนกัน พ่อไม่เคยเลี้ยงแกแบบตามใจ แกจำสมัยที่แกไปเรียนต่อที่อเมริกาได้ไหม”

ทำไมเขาจะจำไม่ได้ล่ะ เขาไม่เคยใช้เงินพอเลยสักเดือนเพราะติดเที่ยว แต่เขาก็ไม่เคยได้เพิ่มจากท่านเหมือนกัน ไม่ว่าจะหาเหตุผลใดมาอ้าง ประโยคเดิม ๆ ที่ท่านพูดทุกครั้งก็คือ ถ้าอยากได้เงินก็ให้ไปหางานทำด้วยตัวเอง จะได้รู้ว่าเงินแต่ละเหรียญนั้นต้องแลกกับความเหน็ดเหนื่อยเท่าใด แต่เขาก็ยังโชคดีที่มีแม่เลี้ยงใจดี คอยแอบให้ความช่วยเหลือมาตลอดโดยที่พ่อไม่รู้ เขาจึงไม่ต้องกลายเป็นลูกจ้างของใคร

“จำได้ครับ”

“แกนึกว่าฉันไม่รู้เหรอว่าคริสตินแอบส่งเงินให้แกใช้”

“พ่อรู้เหรอ!” เขามั่นใจว่าแม่เลี้ยงที่แสนดีไม่ได้บอกเรื่องนี้กับบิดา

“ฉันรู้แต่ฉันไม่พูด เพราะฉันรู้ว่าคริสตินรักและตามใจแกมาก แต่ครั้งนี้ฉันเตือนคริสตินไว้แล้วว่าอย่ามายุ่ง ไม่อย่างนั้นฉันจะไล่เธอออกจากบ้านเหมือนกัน”

“พ่อทำแบบนี้ได้ยังไง เธอเป็นเมียพ่อ เป็นแม่ของไบรท์นะ”

“ฉันไม่ได้ทำ แกต่างหากที่เป็นคนทำ”

“พ่อขู่ผม!”

“ฉันไม่ได้ขู่แต่ฉันพูดจริง ถ้าแกอยากเห็นแม่เลี้ยงที่แสนดีของแกเดินออกจากบ้านหลังนี้ไปพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า แกก็ไปขอร้องเธอสิ ฉันรับรองได้เลยว่าแกได้เห็นสมใจแน่” ไบรอันลูกรัก ถ้าพ่อไม่ทำแบบนี้ แกก็ต้องวิ่งไปซบอกแม่เลี้ยงที่แสนดีของแกอีก พ่อไม่อยากเห็นแม่เลี้ยงแกมาบีบน้ำตา อ้อนวอนพ่อเพราะแกอีกแล้วไบรอัน เพราะแกไม่ใช่เด็กแล้ว แกโตพอที่จะรับผิดชอบทุกอย่างด้วยตนเองได้แล้ว “เลือกมาสักคนที่ถูกใจแกมากที่สุด” เขาเน้นย้ำและชี้ไปที่รูปภาพห้าใบนั้น

“พ่อก็เลือกเองแล้วกัน หน้าที่ของผมคือต้องแต่งงานตามคำสั่งของพ่ออยู่แล้วนี่” เขาลุกขึ้นแล้วมองบิดาด้วยแววตาตัดพ้ออย่างเจ็บปวด “แต่บอกไว้ก่อนเลยนะ การแต่งงานไม่ได้ทำให้ผมเปลี่ยนไปได้หรอก ผมจะเที่ยว ผมจะนอนกับผู้หญิงที่ผมต้องการเหมือนเดิม ส่วนผู้หญิงคนนั้นก็นอนกอดหมอนข้างไปเถอะ” ผู้หญิงที่เขาไม่ต้องการหรือไม่ถูกใจ แม้แต่ถูกตัวเขายังไม่เคยทำด้วยซ้ำ อยู่ ๆ จะให้เขาไปมีอะไรกับคนที่ไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมาก่อน ฝันไปเถอะว่าเขาจะทำ

“นั่นแกจะไปไหนไบรอัน” บิดาถามลูกชายที่กำลังเดินหน้าบึ้งจากไป

“ผมจะไปหาผู้หญิงสักคนระบายความเครียด ระหว่างนี้ผมคงต้องหาความสุขใส่ตัวให้มากหน่อย เพราะไม่รู้ว่าที่ประเทศไทยจะมีผู้หญิงถูกใจผมบ้างหรือเปล่า”

โรเบิร์ตกุมขมับ ไม่รู้จะดีใจหรือเสียใจดีกับการยินยอมนี้ แต่ทุกอย่างที่วางแผนเอาไว้จะต้องดำเนินต่อไป เขาจะใจอ่อนไม่ได้เด็ดขาด

กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

ก๊อก ๆ ๆ

“นุ่มมารบกวนเวลางานของคุณพ่อหรือเปล่าคะ” หญิงสาวที่เปิดประตูเข้ามา ถามบิดาที่กำลังส่งแฟ้มงานให้เลขาของท่าน

“พ่อแค่เซ็นรับรู้เรื่องกำหนดการที่ต้องไปรับโล่เท่านั้น ไม่ได้ยุ่งอะไรเลย แล้วลูกมีเรื่องสำคัญอะไรจะคุยกับพ่อล่ะ” โชติถามลูกสาวคนโตที่โทรมาหาก่อนแล้ว

“นุ่มได้ยินเรื่องที่คุณพ่อกับคุณแม่คุยกันเมื่อหลายวันก่อน.. เรื่องแต่งงานน่ะค่ะ” เธอพูดเข้าประเด็นเมื่อเห็นบิดาทำหน้าไม่เข้าใจ

“หนูได้ยินเหรอลูก” โชติแปลกใจว่าทำไมเธอถึงได้ยิน เพราะเขาคุยเรื่องนี้กับภรรยาตอนที่ลูกสาวทั้งสองออกจากบ้านไปแล้ว

“นุ่มขอโทษนะคะที่แอบฟัง วันนั้นนุ่มกลับไปที่บ้านอีกรอบเพราะลืมเอกสารสำคัญ และนุ่มอยากจะเตือนคุณพ่อว่ามีนัดทานอาหารกลางวันกับท่านผู้ว่า นุ่มก็เลยเดินหาคุณพ่อไปจนถึงเรือนกล้วยไม้ และนุ่มก็ได้ยินเรื่องที่คุณพ่อกับคุณแม่คุยกันค่ะ”

“นุ่มไม่ต้องคิดมากนะลูก พ่อรู้ว่าลูกกับตระกูลรักกันมานาน พ่อไม่ทำลายความรักของลูกทั้งสองเพราะเหตุผลทางธุรกิจหรอกลูก” โชติปลอบใจลูกสาวเพราะกลัวเธอจะเข้าใจผิด และผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างก็รู้ว่าปีนี้พวกเขามีแผนที่จะแต่งงานกัน จึงตั้งใจจะคุยเรื่องนี้กับลูกสาวคนเล็กมากกว่า

“แต่นุ่มไม่เห็นด้วยถ้าคุณพ่อจะให้น้องนิ่มแต่งงาน เพราะน้องยังเด็กเกินไป ยังเรียนไม่จบด้วยซ้ำ”

ตอน 3

บทที่ 3

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหา เราตกลงกับฝ่ายชายแล้วว่าจะจัดงานแต่งงานเล็ก ๆ ภายในครอบครัว และจดทะเบียนสมรสกันก่อน รอให้น้องเรียนจบแล้วค่อยจัดงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่อีกที”

“แล้วน้องนิ่มว่ายังไงบ้างคะ เธอยอมเหรอคะ” พี่สาวถามถึงน้องสาวเพียงคนเดียวที่อายุห่างกันถึงแปดปี

“เรื่องนั้น...” บิดาอ้ำอึ้ง รู้สึกหนักใจกับปัญหานี้มากกว่าทุกเรื่อง “พ่อยังไม่ได้คุยกับน้องเลยลูก”

“น้องยังไม่ครบยี่สิบเลยนะคะคุณพ่อ”

“กว่าจะถึงวันแต่งงานก็ครบยี่สิบพอดีแหละลูก” ความจริงเขาก็รู้ว่าลูกสาวคนเล็กยังเด็กเกินไป แต่เพื่ออนาคตและรากฐานที่มั่นคงของเธอ เขาจึงเห็นดีด้วยกับการแต่งงานนี้

“นุ่มไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้ค่ะ น้องยังเด็กเกินไปที่จะแต่งงาน ถ้าต้องแต่งจริง ๆ นุ่ม..นุ่ม..จะแต่งแทนน้องเองค่ะ”

โชติมองหน้าลูกสาวคนโตด้วยอาการตื่นตกใจ ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะมองเห็นความรู้สึกวังเวงสิ้นหวังซ่อนอยู่ในแววตาของเธอ

“เกิดอะไรขึ้นหนูนุ่ม บอกกับพ่อมาตรง ๆ สิลูก หรือว่าตระกูลเขามีคนอื่น” ท่านถามในสิ่งที่ไม่คิดว่าจะเป็นไปได้ เพราะรู้จักคนรักของลูกสาวมานานหลายปี และเขาก็เป็นคนเสมอต้นเสมอปลายมาตลอด

“ทำไมคุณพ่อถึงคิดว่าพี่กูลเขาเปลี่ยนใจล่ะคะ คุณพ่อไม่คิดว่านุ่มจะเปลี่ยนใจบ้างเหรอคะ” การกลั้นน้ำตาเป็นสิ่งที่ยากยิ่ง แต่เธอก็สามารถทำได้ ถึงแม้น้ำเสียงจะสั่นเครือไปบ้าง

“พ่อไม่คิดอย่างนั้น ที่พ่อเชื่อมั่นที่สุดก็คือความรักของลูกกับตระกูล พ่อไม่คิดว่ามันจะเปลี่ยนกันได้ง่าย ๆ”

“ถึงนุ่มจะรักพี่กูลมาก แต่ก็ยังรักน้อยกว่าน้อง น้อยกว่าครอบครัวของเราค่ะ คุณพ่อทำตามที่นุ่มขอร้องนะคะ ไม่ต้องบอกเรื่องนี้กับน้อง ส่วนพี่กูลนุ่มจะหาโอกาสบอกกับเขาเอง”

“มันจะดีเหรอลูก” ผู้เป็นบิดารู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย เพราะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนที่ทำลายความรักของลูก

“คุณพ่ออย่าคิดมากสิคะ คนเราถ้าไม่ใช่เนื้อคู่กัน ต่อให้คบกันเป็นสิบ ๆ ปีก็คือไม่ใช่ แต่ถ้าใช่ เราจะต้องได้กลับมาเป็นคู่กันอีกแน่ค่ะ” แต่สำหรับเธอมันคงไม่มีวันนั้นอีกแล้วในชาตินี้

ร้านตัดเสื้อ

“อะไรนะคะคุณแม่!” หญิงสาวที่เพิ่งผ่านวัยบรรลุนิติภาวะมาหมาด ๆ หน้าตาของเธอน่ารักน่าเอ็นดู จนทุกคนต้องเหลียวมองยามได้พบเจอ ถามมารดาด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจดังลั่น

“เบา ๆ หน่อยสิลูก ทุกคนหันมามองกันหมดแล้วเห็นไหม” สุริสาเอ็ดลูกสาวคนเล็กเบา ๆ ขณะที่กำลังยืนให้ช่างตรวจชุดที่ตัดเย็บ เพื่อใส่ในวันแต่งงานของลูกสาวคนโต

“ก็หนูนิ่มตกใจนี่คะคุณแม่ ทำไมไม่เห็นมีใครบอกเรื่องนี้กับหนูนิ่มเลยล่ะคะ” โชติรสในวัยยี่สิบที่อยู่ในชุดนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดัง ไม่สนใจว่าคนอื่นจะมองตัวเองด้วยสายตาเช่นไร เพราะเรื่องที่ได้ยินจากปากของมารดา มันทำให้เธอร้อนอกร้อนใจไปหมดแล้วตอนนี้

“แม่ก็บอกหนูแล้วนี่ไง ตอนนี้หนูควรจะเลือกชุดสวย ๆ สักชุดสองชุด เพื่อใส่ในงานแต่งงานของพี่นุ่มเขานะ” สตรีวัยห้าสิบนิดๆ นึกโกรธไปถึงสามีที่โยนภาระนี้มาให้

“พี่คะ รบกวนพี่ออกไปก่อนนะคะ นิ่มขอคุยเรื่องส่วนตัวกับคุณแม่สักครู่” เจ้าของหน้าตาน่ารักจับจิตอย่างเป็นธรรมชาติ บอกกับช่างตัดเสื้ออย่างอ่อนน้อม

“ค่ะ” ช่างตัดเสื้อโค้งศีรษะรับอย่างมีมารยาทและเดินออกไป

โชติรสมองมารดาอย่างตัดพ้อเมื่อหนทางปลอดโปร่ง “คุณแม่ใจร้าย คุณแม่ไม่รักพี่นุ่มแล้วใช่ไหมคะ ถึงได้ทำร้ายจิตใจพี่นุ่มด้วยวิธีนี้ คุณแม่ก็ทราบนี่คะว่าพี่นุ่มรักอยู่กับพี่กูลมาตั้งหลายปี ครอบครัวของพี่เขาก็ทราบเรื่องนี้ ถึงฤดูผลไม้เขาก็ส่งมาให้บ้านเราไม่เคยขาด คัดแต่ลูกใหญ่ ๆ สวย ๆ เกรดส่งนอกมาให้เรากินก่อนตลอด คุณแม่กับคุณพ่อไม่รู้สึกละอายแก่ใจบ้างเหรอคะ”

“ยายนิ่ม!” สุริสาตวาดลูกสาวคนเล็กด้วยน้ำเสียงเบาแต่ดุดัน “ไม่รู้อะไรก็อย่ามาพูดดีกว่า นึกว่าพ่อกับแม่สบายใจเหรอที่ต้องทำแบบนี้”

“ไม่สบายใจแล้วทำทำไมล่ะคะ หรือว่าความรวยของไอ้ว่าที่เจ้าบ่าวของพี่นุ่ม มันมีมากจนลบล้างความดีของพี่กูลไปจนหมดสิ้น”

“แม่ว่าเรากลับไปคุยกันที่บ้านพร้อมคุณพ่อดีกว่านะ” มารดาจนใจจะรับมือกับอารมณ์โมโห และความเอาแต่ใจของลูกสาวคนเล็ก

“ดีค่ะ นิ่มไปรอที่รถนะคะ” หญิงสาวคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกไปทันที ความโมโหทำให้เธอไม่ยอมรอมารดา

คฤหาสน์อัครวัตร

“คุณพ่อตอบนิ่มมาสิคะ ว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ด้วย”

“ทำไมลูกต้องโวยวายใหญ่โตด้วยล่ะลูกนิ่ม” โชติถูกภรรยาโยนภาระชิ้นใหญ่มาให้ทันทีที่กลับมาถึงบ้าน

สุริสาได้แต่นั่งฟังสามีไขข้อข้องใจของลูกสาวคนเล็กอย่างสงบ เพราะไม่เห็นด้วยกับความคิดของเขา และลูกสาวคนโตตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

“คุณพ่อเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้จนลืมนึกถึงจิตใจของพี่นุ่มแบบนี้ คุณพ่อจะให้นิ่มยิ้มรับเหรอคะ”

“มันเป็นความต้องการของพี่นุ่มเขาเองนะลูก พ่อไม่ได้บังคับพี่เขาเลยนะ”

“นิ่มไม่เชื่อ พี่นุ่มกับพี่กูลรักกันมากแค่ไหนเราก็เห็น ๆ กันอยู่นี่คะ แล้วอยู่ดี ๆ พี่นุ่มจะไปแต่งงานกับคนอื่นเพื่ออะไร”

บุรุษวัยหกสิบปีที่ยังดูดีและแข็งแรง อยากจะบอกลูกสาวคนเล็กเหลือเกินว่าทั้งหมดก็เพราะเธอนั่นแหละ แต่ก็ติดตรงที่รับปากกับลูกสาวคนโตเอาไว้แล้ว ว่าจะเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ เพราะถ้าพูดออกไป รับรองได้เลยว่าเธอคนนี้ทวงเอาตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวคืนแน่ ๆ ไม่ใช่เพราะอยากแต่งงาน แต่เพราะอยากให้พี่สาวได้แต่งงานกับคนรักของเธอต่างหาก

“จะเพื่ออะไรมันก็เรื่องของพี่ หนูนิ่มไม่ควรไปโวยวายใส่คุณพ่อแบบนั้นนะ” โชติกากลับมาถึงบ้าน เพราะมารดาส่งข้อความไปบอก และเธอก็มาได้เวลาประจวบเหมาะพอดี

หญิงสาวที่ทุกคนในบ้านต่างก็รักและตามใจมาตลอด หันไปทางต้นเสียง “พี่นุ่ม”

“เรื่องนี้พี่เป็นคนตัดสินใจเอง คุณพ่อกับคุณแม่แค่ทำตามความต้องการของพี่เท่านั้น ถ้านิ่มอยากรู้อะไรนิ่มควรมาถามพี่ดีกว่านะ”

“ถ้าอย่างนั้นนิ่มขอถามเลยก็แล้วกันค่ะ พี่นุ่มรักกับพี่กูลแล้วพี่นุ่มไปแต่งงานกับคนอื่นทำไม”

“พี่คุยเรื่องนี้กับพี่กูลเขาแล้ว เขากับพี่ไม่ใช่คนรักกันอีกแล้ว ตอนนี้เราอยู่ในฐานะของคนรู้จักเท่านั้น ดังนั้นพี่จะแต่งงานกับใครก็ได้” หัวใจของเธอเจ็บปวดเหลือเกินที่ต้องทำแบบนี้ แต่มันก็เป็นวิธีที่ดีที่สุดแล้ว ไม่ว่ากับน้องสาวที่เธอรักมากที่สุด กับบิดามารดาที่เธออยากตอบแทนพระคุณ หรือกับชายคนรักที่ดีเสมอต้นเสมอปลายมาตลอดหลายปี

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

น้องเมีย

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED