ยาตัวนี้แรงมากจนทั้งคู่ต้องมีอะไรกันหลายรอบ ตั้งแต่พื้นไปยันโซฟา จากเตียงไปจนถึงระเบียง...
บรรยากาศในห้องนั้นเต็มไปด้วยเสน่ห์อันเย้ายวนและความน่าสมเพช ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน เหวินหย่าถึงได้ตื่นขึ้นมา
เธอพยายามดันร่างกายที่รู้สึกเจ็บปวดไปทั้งตัวขึ้นมา พลางมองรอยทั่วตัวแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย
ตอนนั้นมีเสียงน้ำไหลออกมาจากห้องน้ำ
เหวินหย่าตาสว่างขึ้นมา เขาอาบน้ำอยู่เหรอ?
เพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะขอให้เธอรับผิดชอบ เธอเลยรีบสวมเสื้อผ้าแล้ววางเงินที่เหลือกับเครื่องประดับไว้บนโต๊ะข้างเตียง เพื่อเป็นการขอบคุณที่ช่วยถอนพิษยาให้
หลังจากทิ้งข้อความไว้ เธอก็หนีออกจากโรงแรมไป
ในห้องพักของโรงแรม
หมิ่นซือหางออกมาจากห้องน้ำ ผู้หญิงเมื่อกี้จากไปแล้วแต่สีแดงที่อยู่บนเตียงนั้นดูจะสะดุดตาเป็นพิเศษ
คิ้วของเขาขมวดขึ้นมาเล็กน้อย
จากนั้นเขาก็เห็นอะไรบางอย่างวางอยู่ที่โต๊ะข้างเตียง
เฮอะ...
เขาเป็นหลานชายของหมิ่นชื่อ กรุ๊ปและเป็นซีอีโอของฮวาเซิ่ง กรุ๊ปที่ควบคุมเส้นชีวิตทางเศรษฐกิจของเมืองไห่ทั้งหมด พอนอนกับเขาก็ทิ้งเงินไว้ไม่ถึงสองพันห้ากับคำขอบคุณเป็นค่าตอบแทนแล้วคิดจะหนีงั้นเหรอ?
มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!
สิบนาทีต่อมา
หมิ่นซือหางยืนตัวตรง มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋ากางเกง อีกมือหนึ่งคีบบุหรี่ไว้ เขาดูดมันอย่างสง่างาม ก่อนจะพ่นควันออกมาจากริมฝีปากบางของเขา
ผู้ชายคนหนึ่งที่ถูกมัดมือไพล่หลัง คุกเข่าอยู่ต่อหน้าหมิ่นซือหาง “ฮือ ๆ ... พี่ครับ ผมทำแบบนี้ก็เพื่อพี่นะครับ พี่อายุยี่สิบแปดแล้ว แต่กลับไม่มีแฟนแถมไม่หลงใหลในตัวผู้หญิงเลย... ผมเห็นแล้วก็รู้สึกร้อนใจ เพราะงั้น... เลยมีความคิดนี้ขึ้นมา”
หมิ่นซือหางเหลือบมองคราบเลือดสีแดงบนโซฟาข้าง ๆ เขาพลางพูดขึ้นมาอย่างเย็นชาว่า “ผู้หญิงคนนั้นชื่ออะไร?”
“ว่าไงนะ? ผู้หญิงอะไรครับ?”
เวินเหมี่ยวรู้สึกสับสนเป็นอย่างมาก
พี่ชายของเขาไม่เคยแตะต้องผู้หญิงคนไหนมายี่สิบกว่าปีแล้ว เขาเลยคิดว่าพี่ชายของเขาสนใจผู้ชายซะอีก
เพราะงั้นเมื่อคืนเขาได้ส่งคนมาให้ก็จริง แต่ไม่ใช่ผู้หญิงนี่นา
ผู้หญิงงั้นเหรอ? พอคิดแบบนี้ ตาของเวินเมี่ยวก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
“พี่ครับ ผม...”
ไม่ทันที่เวินเมี่ยวจะอธิบาย หมิ่นซือหางก็ถีบไหล่เขาทันที
“ไปดูกล้องวงจรปิดทั้งหมดแล้วตามหาผู้หญิงคนนั้นมาให้ฉันซะ! ถ้าหาไม่เจอ นายก็ไปแอฟริกาเพื่อรับช่วงโครงการที่คนรับผิดชอบเพิ่งตายไปต่อซะ”
เวินเหมี่ยวมองร่างสูงและสง่างามของหมิ่นซือหางอย่างประหลาดใจ เขาอึ้งอยู่พักใหญ่ถึงได้สติกลับมา
อดไม่ได้ที่จะปาดเหงื่อแทนผู้หญิงคนนั้นเลย
ในไฮ้ซื่อนั้น ใครไม่รู้บ้างว่าหมิ่นซือหางนั้นเป็นเสือชีตาห์ เหยื่อที่เขาเพ่งเล็งไว้นั้น จะเป็นหรือจะตายก็ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของเขาล้วน ๆ
ผู้หญิงคนนั้นนอนกับพี่ของเขาจากนั้นก็หนีไป ใจกล้าจริง ๆ !
...
เหวินหย่าออกมาจากโรงแรมก็ขึ้นรถแท็กซี่
แผนการอันชั่วร้ายของจ้าวเหอกับลู่หลินเซินนั้นยังคงดังก้องอยู่ในหูของเธอ เธออดไม่ได้ที่จะกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ
เธอต้องทำอะไรสักอย่าง
ต้องเปิดโปงธาตุแท้ของจ้าวเหอกับลู่หลินเซินซะ!
หลังจากเรียบเรียงความคิดแล้ว เหวินหย่าก็กลับบ้านโดยแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
พอก้าวเข้าไป เหวินชิงชาน พ่อของเธอก็ลุกขึ้นมาจากโซฟา
“เมื่อคืนแกไปไหนมา? โทรไปที่มหาวิทยาลัยก็บอกว่าแกไม่ได้กลับหอ!”
สายตาที่โกรธเกรี้ยวของเขาแดงก่ำขึ้นมา ราวกับว่าจะปรี๊ดขึ้นมาเมื่อไหร่ก็ได้
“ชิงชาน อย่าโกรธไปเลยค่ะ ถ้าโกรธแล้วทำให้เสียสุขภาพขึ้นมาจะทำยังไงคะ? เหวินหย่ายังเด็กอยู่ เธอยังไม่รู้เรื่องหรอกค่ะ” จ้าวเหอที่อยู่ข้าง ๆ เหวินชิงชานแสร้งพูดปลอบใจขึ้นมา ก่อนจะมองไปทางเหวินหย่าด้วยสีหน้า “ปรารถนาดี”
“เหวินหย่า เธออย่าโทษที่พ่อโกรธเลยนะ เพราะเธอเป็นผู้หญิง ถ้าไม่กลับบ้านแบบนี้ ฉันกับพ่อของเธอนั้นกังวลว่าเธอจะโดนคนรังแกหรือเปล่า เธอคิดดูว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอขึ้นมาจริง ๆ หล่ะก็ ชื่อเสียงของตระกูลเหวินนั้นไม่เท่าไหร่ แต่ชื่อเสียงของเธอนั้นสำคัญที่สุดนะ...”
สายตาของจ้าวเหอเต็มไปด้วยความกังวล ถ้าไม่ใช่เพราะเธอไปได้ยินแผนการร้ายของเธอกับลู่หลินเซินเข้าหล่ะก็ เหวินหย่าคงจะคิดว่าเธอนั้นเป็นห่วงเธอจริง ๆ แน่นอน
แต่ตอนนี้เหวินหย่านั้นมีสติกลับมาแล้ว และรู้อย่างเต็มอกว่าเธอต้องการจะทำอะไร
และก็เป็นไปตามคาด คำพูดของจ้าวเหอทำให้เหวินชิงชานโกรธได้สำเร็จ
“อายุยี่สิบกว่าแล้วยังไม่รู้เรื่องอีกเหรอ! ดูเหมือนว่าปกตินั้นฉันจะตามใจแกมากเกินไป วันนี้ฉันจะให้แกรู้ว่ากฎที่แท้จริงมันเป็นยังไง!”
เขาหยิบไม้แข็ง ๆ ขึ้นมาแล้วฟาดมาที่เหวินหย่าทันที!
ตอนที่ไม้กำลังจะโดนเหวินหย่านั้น เธอกลับคุกเข่าลงต่อหน้าเหวินชิงชาน
“พ่อ หนูขอโทษค่ะ เมื่อคืนหนูเล่นไพ่กับเพื่อนเพลินจนลืมเวลา โทรศัพท์แบตหมดไปตอนไหนก็ไม่รู้เลยไม่ทันได้บอกพ่อ หนูผิดเองค่ะ”
เหวินชิงชานอึ้งไปทันที มือที่ถือไม้นั้นแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ แต่ก่อนนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เหวินหย่าก็ไม่มีทางยอมก้มหัวต่อหน้าเขา แถมยังต้องเถียงว่าใครถูกใครผิดด้วย เพราะงั้นความสัมพันธ์ของเขากับเหวินหย่านั้นเลยไม่ค่อยดีนัก
วันนี้มันยังไงกัน?
จริง ๆ แล้ว เหวินหย่านั้นรู้ดีว่าจ้าวเหอมักจะพูดจาหวาน ๆ ต่อหน้าพ่อของเธอเพื่อทำให้เขามีความสุข ซึ่งทำให้พ่อของเธอนั้นเชื่อใจเธอมาก ต่อให้ตอนนี้เธอจะบอกพ่อของเธอว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้น แต่ถ้าไม่มีหลักฐานหล่ะก็ พ่อของเธอนั้นก็ไม่มีทางเชื่ออย่างแน่นอน
เพราะงั้นเธอเลยแสร้งทำเป็นอ่อนข้อให้เขาเพื่อรอโอกาส
“พ่อคะ น้าจ้าวเป็นคนนอก เธอไม่เข้าใจนั้นก็เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ แต่หนูเป็นลูกสาวของพ่อ พ่อก็น่าจะรู้ว่าหนูจะทำเรื่องที่ทำให้ตระกูลเหวินเสื่อมเสียชื่อเสียงได้ยังไงกันคะ?”
ตอนที่พูดนั้น เหวินหย่าก็น้ำตาไหลออกมา ดูแล้วน่าสงสารมาก
แม้ว่าเหวินชิงชานหย่ากับแม่ของเหวินหย่ามาได้หลายปีแล้ว เพราะทั้งคู่เข้ากันไม่ได้ แต่เขานั้นเป็นพ่อที่ดีของเหวินหย่ามาโดยตลอด พอเขาเห็นเหวินหย่ายอมรับผิดอย่างจริงใจแล้ว เขาก็ใจอ่อนขึ้นมา
เขาเก็บไม้ไปแล้วพูดว่า “โอเค รู้ว่าผิดก็ดีแล้ว ครั้งหน้าอย่าทำอีกละกัน ลุกขึ้นมาเถอะ”
พอเห็นว่าเหวินชิงชานให้อภัยเหวินหย่าอย่างง่ายดาย จ้าวเหอก็รู้สึกไม่มีความสุขมาก แต่ตอนนี้เธอมีเรื่องสำคัญอีกอย่างที่ต้องทำ เลยต้องระงับความโกรธเอาไว้ในใจและแสร้งยิ้มออกมา
“ชิงชานคะ ฉันบอกแล้วว่าคุณเข้าใจผิด เสี่ยวหย่าเชื่อฟังขนาดนี้ ไม่มีทางทำตัวสำส่อนแบบผู้หญิงพวกนั้นแน่นอน ใช่ไหมเสี่ยวหย่า?”
เหวินหย่าฟังออกถึงความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดของเธอ ใบหน้าของเธอยิ้ม แต่แววตาของเธอเต็มไปด้วยความเย็นชา
“อ่อใช่ เสี่ยวหย่า ที่พ่อของเธอตามหาเธอนั้นก็เพราะว่ามีเรื่องจะบอกเธอหน่ะ” จ้าวเหอพูดพลางกระแทกแขนเหวินชิงชานและขยิบตาให้เขาอย่างลับ ๆ
เหวินชิงชานกระแอมขึ้นมาสองครั้ง ก่อนจะนั่งบนโซฟาแล้วพูดขึ้นมาอย่างจริงจัง
“เสี่ยวหย่า... พ่อคิดดีแล้ว คุณน้านั้นพูดถูก พ่อไม่ควรบังคับให้ลูกแต่งงานกับคนที่ลูกไม่ชอบ แม้ว่าฐานะทางครอบครัวของเสี่ยวลู่นั้นจะธรรมดา แต่เขาดีกับลูก ลูกเองก็ชอบเขา นี่ต่างหากที่สำคัญที่สุดหน่ะ”
เหวินหย่าตกใจกับทัศนคติที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของพ่อเธอ
แต่ก่อนนั้นเหวินชิงชานคิดว่าลู่หลินเซินนั้นเป็นพวกบ้านนอกที่หวังจะมาเกาะผู้หญิงกิน เลยไม่อยากให้เหวินหย่าคบกับเขา และก่อนที่ทั้งคู่จะรู้จักกันนั้น เขาก็เลือกคนที่จะแต่งงานกับเหวินหย่าไว้แล้ว ซึ่งก็คือกู้หยูเฮ่อ คุณชายคนเล็กของตระกูลกู้
แต่กู้หยูเฮ่อนั้นเป็นเพลย์บอยและมีข่าวอื้อฉาวอยู่ตลอด เหวินหย่ามักจะทะเลาะกับเขาอยู่บ่อย ๆ เพราะเธอปฏิเสธการแต่งงาน
“แถมเมื่อเช้าก็ได้ยินมาว่ากู้หยูเฮ่อนั้นทะเลาะกับคนอื่นที่ไนต์คลับจนเป็นข่าว ได้ยินว่ายังเป็นเพราะผู้หญิงขายตัวคนหนึ่งอีกด้วย! ถ้าให้ลูกแต่งงานกับคนแบบนี้ พ่อคงไม่สบายใจแน่ ๆ ” เหวินชิงชานถอนหายใจ “ถ้าเสี่ยวลู่ดีกับลูกจริง ๆ หล่ะก็ พ่อก็จะไม่ขัดขวางอะไรพวกลูกแล้วหล่ะ ถ้ามีเวลาก็ให้เขามาที่บ้านเพื่อมาคุยกันเรื่องงานหมั้นเถอะ”
“หมั้นงั้นเหรอ? !”
ข่าวนี้มันใหญ่มากจน เหวินหย่าอดไม่ได้ที่จะอุทานออกมา
เหวินชิงชานพยักหน้า “คุณน้าบอกว่าเธอให้คนไปดูมาแล้ว ตอนสิ้นเดือนมีวันที่ดีอยู่ เหมาะกับการหมั้นมาก และเป็นวันเกิดลูกพอดีด้วย แบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องดีคูณสองไปเลย ลูกเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว รีบแต่งงานซะ พ่อจะได้สบายใจ”
เหวินหย่าเข้าใจ ดูเหมือนว่าตอนที่เธอไม่อยู่บ้านนั้น จ้าวเหอจะพูดกรอกหูพ่อเธอไม่น้อยเลยทีเดียว
รีบร้อนให้เธอหมั้นกับลู่หลินเซินแบบนี้ต้องมีเจตนาไม่ดีแอบแฝงอยู่แน่ ๆ
แต่ตอนนี้เธอกำลังปวดหัวว่าจะจับจุดอ่อนของจ้าวเหอกับลู่หลินเซินไม่ได้ สู้ทำตามน้ำให้พวกเขาโผล่หางออกมาเองจะดีกว่า!
รอยยิ้มที่มองไม่เห็นปรากฏขึ้นที่มุมปากของเธอ เหวินหย่าเดินเข้ามาและนั่งยอง ๆ ลงข้าง ๆ เหวินชิงชานพลางจับมือเขาไว้
“ขอบคุณนะคะพ่อ แต่ก่อนนั้นหนูไม่รู้จักความและมักจะทำให้คุณโกรธ พ่อสบายใจได้ค่ะ อีกหน่อยหนูจะเชื่อฟังพ่ออย่างแน่นอนค่ะ”
พอเห็นเหวินหย่าตอบตกลง จ้าวเหอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก ดูเหมือนว่าเมื่อวานเหวินหย่าจะไม่รู้เรื่องแผนของเธอกับลู่หลินเซิน
แต่เมื่อคืนเธอไปไหนกันแน่
ด้วยปริมาณยาที่มากขนาดนั้นยังสามารถกลับมาได้อย่างปลอดภัย จ้าวเหอไม่เชื่อว่าเธอจะไม่ได้มีอะไรกับผู้ชายคนอื่น
จู่ ๆ จ้าวเหอก็เห็นรอยแดงที่ชัดเจนบนคอของเหวินหย่า เธอที่เคยมีประสบการณ์มาก่อนนั้นรู้ดีว่านั่นคืออะไร
เฮอะ ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง
จ้าวเหอนั้นมั่นใจได้ว่า เมื่อคืนนี้เหวินหย่าจะต้องมีอะไรกับผู้ชายที่ไหนไม่รู้มาอย่างแน่นอน เธอเลยยกมุมปากขึ้้นมาพลางคิดแผนในใจ
...
พอกลับมาที่ห้อง เหวินหย่าก็รีบตรงเข้าไปในห้องน้ำและขัดร่องรอยบนร่างกายของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอเสียครั้งแรกของเธอไปแบบนี้แน่นอนว่าเธอไม่ยอม
แต่ทั้งหมดนั้น เธอจะคิดบัญชีกับจ้าวเหอและลู่หลินเซินให้หมด!
พออาบน้ำเสร็จ เหวินหย่าก็เริ่มคิดว่าจะจัดการกับงานหมั้นตอนสิ้นเดือนยังไง
เธอโทรหานักสืบเอกชนที่เพื่อนของเธอแนะนำมาให้ก่อน และให้เขาแอบสะกดรอยตามจ้าวเหอกับลู่หลินเซินและหาหลักฐานที่พวกเขาเป็นชู้กันและสืบมาให้ชัดเจนว่าพวกเขาคิดจะทำอะไรในงานหมั้นตอนสิ้นเดือนกันแน่
หลังจากจัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว เธอก็เปิดคอมพิวเตอร์และโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์มโซเชียลส่วนตัวของเธอ
ในขณะเดียวกันที่ตึกหมิ่นชื่อ กรุ๊ป
เวินเหมี่ยวรีบวิ่งเข้าไปในห้องทำงานของหมิ่นซือหางอย่างตื่นเต้นทันที
“พี่ครับ ผมเจอผู้หญิงคนนั้นแล้ว!”