ตอน 2

หิวตาลาย แต่เมื่อขยับตัวเข้าไปบนเถียงนา สิ่งที่เห็น ผัดผัก ผักต้ม ผักดองผักสด

“ไม่กิน”

“ บ้านเจ้าคิดว่าเลือกได้หรือไรหายวันมานี้บ่นแต่เรื่องกินทั้งที่ที่ตัวเองอ้วนจนจะกลิ้งลงจากเขาเหลี่ยงซานได้อยู่แล้ว”เจ็บจี๊ดยัยป้าพูดแทงใจดำ

“ไม่หิว”

“เช่นนั้นก็ไปโกยขี้หมูต่อได้แล้ว พ่อเจ้าจะได้ไปต้องลำบากเพียงลำพัง แต่เดิม จูเจี่ยก็มักจะแอบขโมยไก่ในเล้าไปย่างกินอยู่แล้วนี่คงแอบกินไปแล้วจึงไม่หิว ไก่ในเล้ากลับไปนี่ข้าต้องไปนับว่าหายไปหรือไม่”ขโมยไก่เลยหรือจูเจี่ย เฮ้อร้ายกาจเสียจริง

“ท่านเจ้าบ้านวันนี้ข้านำ คนงานใหม่มาให้ท่านใช้งานฟรีเขาเป็นคนจร ที่ข้าพบเขาระหว่างทางแค่อาศัยได้ข้าวกินในแต่ละวันเขาก็พอใจแล้ว” แป๋ม เหลือบตามองคนอะไรแค่ขอข้าวกิน มองเลยผ่านไปยัง ร่างสูงทว่าผอมบางใบหน้าขะมุกขะมอม หากเป็นสมัยใหม่ก็คงเป็นนายแบบได้สบายๆ แต่เป็นสมัยนี้

“ผอม ขนาดนี้ข้าจะกล้าใช้งานเขาหรือ นายท่าน”นายท่านที่ว่าเป็นพ่อค้าคนกลางที่ส่งผักเข้าไปขายในวังหลวง หัวเราะจนพุงกระเพื่อม

“น่า นึกว่าเอาบุญ ใช้งานหนักงานเบาได้ทั้งหมดที่แรกข้าตั้งใจจะให้เขาทำงานกับข้า แต่ท่านเจ้าบ้านโปรดเห็นใจ ที่พักอาหารข้าก็มีจำกัดท่านพ่อบ้านมีไร่กว้างขวางโรงเก็บพืชพันธุ์มากมาย ให้เขาได้อาศัยหลบหนาวยามค่ำคืน ผักหญ้าท่านก็เยอะแยะพอได้เป็นอาหาร นึกว่าเอาบุญ” พ่อในโลกนี้ของแป๋ม ยิ้มอย่างคนที่ใจดี พยักหน้าน้อยๆ แต่ยายป้านี่สิ

“โอ๊ย มาอยู่น่ะมาอยู่ได้ แต่ต้องช่วยกันทำงานให้มาก ข้าไม่มีปัญญาจะเลี้ยงใครฟรีๆ หรอกนะ”

“ขอรับนายหญิง จะใช้งานข้าล้วนทำได้ทุกอย่าง”แป๋มเบ้ปากตัวผอมบางหุ่นสะโอดสะอง แป๋มตัวใหญ่เหมือนช้างน้ำยังไม่อยากทำเลยงาน

“จูเจี่ย มายืนยิ้มทำไม ไม่กินก็ไปโกยขี้หมูได้แล้ว”ท้องร้องจ๊อกๆ กระโดดขึ้นไปบนกระท่อม หรือเถียงนาน้อย ตักข้าวใส่ถ้วยใช้ตะเกียบพุ้ยข้าวกับผักใส่ปากเคี้ยวตุ้ยๆ

“เสี่ยวซง อยู่ที่นี่ตั้งใจทำงาน”

“ขอรับนายท่าน”นายท่านพ่อค้าผักหันไปเจรจากับท่านพ่อไม่สนใจเสี่ยวซงผู้นั้นอีกต่อไป เขาเดินไปที่กองขี้หมู โกยมันใส่ ตะกร้าสาน แบกไว้บนหลังก้าวเดิน ไปยังแปลงผัก

“พรุ่งนี้ ผักจึงจะส่งเข้าวังหลวง งวดนี้ขอผักกาดขาวกับกะหล่ำปลีเยอะหน่อยช่วงนี้ อาหารขาดแคลน เพราะอากาศหนาวการเก็บเกี่ยวไม่ได้ผลสินค้าที่ส่งเข้าวังหลวงจึงเหลือแต่ข้าเพียงเจ้าเดียว”

“นายท่านก็คงได้กำไรไม่น้อย”

“ส่งผักเข้าวังหลวงแต่ละครั้งล้วนแต่ต้องผ่านการคัดสรร ผักของท่านเจ้าบ้าน แม้จะไร้ที่ติแต่ของคนอื่นก็ล้วนแต่ไม่ผ่านการคัดสรรเท่าที่คิดไว้แม้จะผ่านก็ไม่เป็นดั่งใจหวังท่านเจ้าบ้านและครอบครัวปลูกผักได้น่าพอใจ วังหลวงไม่เคยปฏิเสธผักจากไร่ของท่านเจ้าบ้านเฉิน”แซ่เฉิน มันแซ่ต้นตระกูลของแป๋มนี่ ชักจะอย่างไงอย่างไงซะแล้วหรือว่า แป๋มย้อนเวลามาเพราะเกี่ยวดองกับแซ่เฉินนี่

“ขอบคุณนายท่าน”

“ฝ่าบาทออกปากชื่นชมรสชาติผักของท่านเจ้าบ้านว่าอร่อยสดใหม่ บอกผ่านขันทีมาข้าได้ฟังแล้ว ยิ้มแทบไม่หุบ5555หวังว่าจะคงความสดใหม่แบบนี้ไปนานๆ ”

“พี่จูเจี่ย ท่านเห็นไหม คนผู้นั้นมองท่านตาเป็นมัน”แป๋มเลิกคิ้วสูง จะมาไม้ไหนเจ้าเด็กนรก

“อย่า ดีใจไปเขาไม่ได้มองเจ้าเพราะเจ้าสวยหรอกแม่นางจูเจี่ย แต่เขามองเพราะเขาคงสงสัยว่า ทำไมพวกเราปล่อยหมูออกมาเดินเพ่นพ่าน”มะกอกในมือเขกลงบนหัวเด็กชายดังโป๊ก เจ้าตัวก่อกวน ยกมือขึ้นลูบหัวปอยๆ

“ท่านแม่พี่สาว รังแกข้าอีกแล้ว” แป่มใช้ตะเกียบนมือชี้หน้า เจ้าน้องชายตัวแสบ เสี่ยวซงผู้นั้นอมยิ้มแก้มปริเมื่อได้ยินประโยคทั้งหมดแป๋ม เสมองไปเสียทางอื่น คนอะไรยิ้มสวยเป็นบ้า หากจะหุ่นดีกว่านี้นนี่คงหล่อเลยล่ะ ถึงจะมือเปื้อนขี้หมูทว่าใบหน้ากลับแจ่มใสไร้รอยกังวล ช่าง สุขสันต์กันเสียจริง ไร่แห่งนี้ แต่ละคนล้วนมีใบหน้าสุขสันต์ไม่มีใครที่อมทุกข์แม้แต่คนเดียวไม่เหมือนโลกใบเก่าที่แป๋มอยู่ช่างเคร่งเครียดบีบรัดจนแทบไม่มีอากาศหายใจ แป๋มเผลอสุดหายใจเข้าลึกๆ สุดเอา อากาศบริสุทธิ์สะอาดของบ้านป่าสมัยที่ไร้มลพิษเข้าไปเต็มปอดความเย็นสดชื่นจนเผลอยิ้ม เฮ้ออย่างน้อยก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด แม้จะมีแม่แบบยายป้ามีน้องนรก พ่อแสนดี และผู้ร่วมงานที่ ดูดีสุดๆ

“จูเจี่ย มาช่วยพ่อเก็บ ผักกาดหัว (หัวไซเท้า) ดีกว่า”เจ้าบ้านเฉินเรียกแป๋มเมื่อเห็นว่ากำลังจะไปโกยขี้หมูจะว่าไปเจ้าบ้านเฉินคงรักลูกคนนี้ไม่น้อยต่างจากยายป้านั่นที่รักแต่เด็กนรก น้องชายตัวแสบ

“จูจิ้น ไม่ช่วยแม่ของเจ้คัดล้างผัก ออกห่างๆ พี่สาวเสียบ้างไม่อย่างนั้นเป็นได้ทะเลาะกัน ท่านเจ้าบ้านพูดดักทาง จูจิ้นที่ทำท่าจะก้าวเดินตามแป๋มก็ชะงักฝีเท้าแป่มหันมาเบ้ปากใส่ยักคิ้วแผล็บๆ

“จูเจี่ยรู้ไหม หัวไซเท้าจะต้องปลูกอุณหภูมิต่ำไม่ร้อนเกินไปจึงได้ผลผลิตดีแล้วต้องรดน้ำให้ชุ่มตลอดจะได้กรอบอร่อย หากรดน้ำสม่ำเสมอการทำเค็มเป็นหัวใช้โป้จึง อร่อยไม่มีเสี้ยนเนื้อเหนียวนุ่ม กินกับข้าวต้มร้อนๆ อร่อยอย่าบอกใคร”แป๋มกลืนน้ำลายลงคอเมื่อพูดถึงหัวไช้โป้ กับข้าวต้มกุ้ย อยู่ๆ ทำไมอยากกินขึ้นมา

“พรุ่งนี้เช้า จะให้แม่ของเจ้าต้มข้าวต้มให้คนในบ้านกินเสียเลย สองสามวันมานี้อากาศหนาว ได้ข้าวต้มร้อนๆ ยามเช้า เทพบนสวรรค์ยังต้องโน้มลงมาขอชิม

ท่านเจ้าบ้านเฉินดึงหัวไชเท้าออกมาจากดินง่ายดาย แป๋ม นึกสนุกเลยลอง ดึงบ้านแต่โอ้โห้ต้องใช้แรงอย่างมากเลยทีเดียว ไม่น่าเชื่อ หรือว่าแป๋มไม่เคยจะออกกำลังกายเรื่องแบบนี้จึงถือว่าหนักหนา หงายหลังก้นจ้ำเบ้า เจ้าน้องชายตัวเแสบจูจิ้น หัวเราะตัวงอ

“จูเจี่ย คราวหลังพี่ต้องมีหลักให้ยึดเกาะไม่เช่นนั้นเห็นทีท่านพ่อต้องตามไปเก็บท่านขึ้นมาจากตีนเนินนู่นล่ะ”เจ้าน้องบ้านนี่กัดไม่เลิกใครกันช่าง สอนให้พูดแค่หกขวบทำไมปากร้ายนัก

“จูจิ้นอย่าว่าพี่เขาปกติจุเจี่ยไม่ค่อยชอบออกแรงวันนี้เห็นทีฝนจะตกเพราะพี่สาวเจ้าช่วยท่านพ่อถอนหัวผักกาดด้วย”อ้าว ยายจูเจี่ยนี่ปกติก็ไม่ทำอะไรหรือ เหมือนแป๋มไม่มีผิดเพี้ยน ทำให้คนอื่นว่าได้ เฮ้อป่านนี้แม่จะเป็นอย่างไรบ้างแม่ที่ไม่เคยบ่นเคยด่าแต่คอยยกทั้งอาหารและของว่างมาวางไว้ให้แป๋มหน้าโต๊ะคอม วันๆ แทบไม่ต้องขยับตัว นอกจากอย่างเข้าห้องน้ำ กินเสร็จก็พิมพ์นิยายพิมพ์ๆๆๆๆ และพิมพ์กินหน้าจอคอมดื่มหน้าจอคอม ดึกๆ ถึงจะคลานลงจากเก้าอี้เข้าที่นอนชีวิตวนเวียนซ้ำๆ จนอ้วนเป็นลูกขนุน ตอนเด็กๆ หน้าตาดี ไม่มีไขมันตอนนี้อ้วนจนบดบังความสวยเสียหมด

“เฮ้อข้าก็อยากผอม แต่จะทำอย่างไรได้ ลดหุ่นมันยากยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด”ท่านเจ้าบ้านยิ้ม

“ไม่ยากแค่เจ้าพูดว่าอยาก ข้าจะหาวิธีให้เอง”แป๋มยิ้มบ้าง มีวิธีจริงๆ หรือ

ตอน 3

ในไร่ที่แสนจะอบอุ่นแสงแดดสีส้มแม้จะส่องสว่างแต่ไม่ทำให้รู้สึกร้อน วันนี้อากาศค่อนข้างหนาว

“จูเจี่ยเก็บไข่เป็ดกับไข่ไก่ ในเล้าให้แม่ด้วย”

แป๋มยังไม่ทันจะขยับตัว จูจิ้นวิ่งไปหยิบตะกร้า ออกไปก่อนแป๋มเสียอีก

“เสี่ยวซง มอง สองคนพี่น้อง ทำท่าจะขยับตัวตามไปช่วย

“เสี่ยวซง มาช่วยข้าหอบฟืน มาเก็บไว้ใกล้เตาผิงอากาศค่อนข้างหนาว ไม่แน่คืนนี้อาจมีหิมะแรก ดีที่เราเก็บผักบางส่วนส่ง วังหลงเสียเกือบหมดหิมะตกได้ก็ไม่น่าห่วงเท่าไหร่”เจ้าบ้านเฉิน เดินนำเสี่ยวซงที่ช่วยหอบฟืนมาเก็บไว้ในห้องครัวใกล้เตาผิง และเตาทำกับข้าว ข้างเล้าไก่ แป่มนึกภาพขี้ไก่และความสกปรกทว่าสิ่งที่เห็นไม่ได้อย่างที่คิด ยายป้ากวาดทำความสะอาดจนเอี่ยมอ่อง พื้นแห้งสะอาดตา มีเศษหางจากข้าวสาลีกองบนพื้นเป็นกระจุกบ้างก็ปูไปบนพื้นเล้าไก่ ไข่ไก่วางเรี่ยราดเหมือนถูกนำมาวางไว้ แป๋มเลิกคิ้วเมื่อจูจิ้น เก็บไข่ไก่ใส่ไปใน ตะกร้าหลายสิบลูก

“ ไก่ไข่ตัวอ้วนขนสี น้ำตาลแดง ไม่ได้ตื่นตกใจแต่กลับเดินเข้าหา ย่อตัวลงนอนหมอบเหมือนอยากจะออกไข่อยู่ตลอดเวลา แป๋มยิ้ม

“จูเจี่ย ไข่วันนี้เยอะกว่าทุกวันคงเป็นเพราะเมื่อวาน ท่านพ่อเก็บเศษผักในสวนมาให้มันจิกกิน เป็นอาหารว่าง”

“ไก่กินผักด้วยหรือ”

"มีแต่จูเจี่ยที่ไม่ชอบกินผักเจ้าวัวน้อย เจ้าลูกหมาหมุนคอกแล้วก็ไก่กินผักทั้งนั้นจูเจี่ยอชบกินแต่เนื้อสัตว์ถึงได้อ้วนแบบนี้”น้องรักหักเหลี่ยมโหด

“เจ้าไม่ชอบกินเนื้อหรือไรถึงพูดแบบนี้”

“เนื้อนะหรือกินเข้าไปนานๆ ก็ไม่ได้มีรสชาติดีอะไรสู้ผักก็ไม่ได้ ผักแต่ละชนิดรสชาติแตกต่างกันออกไป”

โอ้นี่ แป๋มถูกเด็กมือวานซืนลูบคมทำไมรู้มากขนาดนี้เจ้าเด็กนี่หากอยู่ในโลกปัจจุบัน คงเรียนหนังสือเก่งน่าดู

“แล้ว จูจิ้นชอบกินผักอะไรที่สุด”

“ผักชี”หาเด็กนี่ชอบผักชี ในที่ที่แป่มอยู่ถึงกับมีการ ตั้งกลุ่มในเฟชบุ๊คแอนตี้ผักชีแต่เด็กนี่กลับบอกว่าชอบผักชีที่สุด

“จูเจี่ยเล่าทำไมไม่ชอบกินผัก”

“ข้า...ข้ารู้สึกว่ามันเหม็นเขียว”

จูจิ้นเลิกคิ้วสูงทำตัวโตเกินวัยแต่มือยังเก็บไข่ใส่ตะกร้าจนเกือบจะเต็มตะกร้าแล้ว

“ข้ออ้างท่านแม่ทำอาหารจากผักได้รสดีที่สุด สองสามวันก่อนจำไม่ได้หรือไรพวกคนนวังมารับเอาผักที่ไร่ของเราต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันเมื่อท่านพ่อชวนกินข้าว เขาบอกว่าไม่เคยกินอาหารจานผักที่ไหนอร่อยเท่าที่นี่”

แป๋มเริ่มรู้สึกว่าเจ้าน้องชายเริ่มมีความน่ารักขึ้นมาบ้าง อย่างน้อยนางก็รักแม่ของนางเชิดชูแม่มากกว่าใคร

“เราต้องไปเก็บไข่เป็ดอีก เดี๋ยวข้าอาสาไปหยิบ ตะกร้ามาอีกใบ”

จูจิ้นวิ่งกลับไปที่บ้านพร้อมกับตะกร้าไข่แป๋มสุดลมหายใจเข้าลึกๆ นึกเสียว่ามาเที่ยว ที่นี่ก็ไม่เลวมีที่อยู่ที่กิน ..มีครอบครัวที่อบอุ่น

เสี่ยวซงหอบฟืนจนหมดในชั่่วพริบตานั่งบีบแขนบีบขาอยู่ใกล้เตาผิง จูจิ้นดึงมือเสี่ยวซง ให้ลุกขึ้น

“พี่ชายเสี่ยวซง ไปเก้บไข่เป็ดกัน”

เสี่ยวซงยิ้มเห็นเขี้ยวเสน่ห์ก่อนจะลูกทั้งๆ ที่เมื่อยขบ แป๋มเลิกคิ้วเมื่อจูจิ้นลากแขน เสี่ยวซงมาที่เล้าเป็ด

“ข้าไปล่ะท่านช่วยพี่สาวเก็บไข่เป็ดด้วยนะ”

ส่งตะกร้าในมือให้เสี่ยวซงตัวเองวิ่งหายวับไปกับตา แป๋มเผลอสายตาคม ของอีกคนที่บัดนี้กลับ ไม่ได้มีท่าทีเขินอายทว่ากลับมองเหมือนคนใหม่ ท่าทีไม่เหมือนคนเร่ร่อนอีกต่อไปจากที่ครั้งแรกมองอย่างไรก็เหมือนคนไร้บ้านตอนนี้กลับมองว่า หน้าตาต่างจากคนบ้านไร่ไม่น้อย

เสี่ยวซงย่อตัวมุดเข้าไปในเล้าเป็ดด้วยเขาตัวสูงลิบ

“แป๋มทำท่าจะเข้าไปบ้างแต่อีกคนกลับส่งเสียงออกมาเสียก่อน

“เจ้าไม่ต้องเข้ามาข้าเก็บไข่ให้เอง”

แป๋มยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ทางเข้าเล้าเป็ด สภาพเล้าเป็ดไม่ต่างจากเล้าไก่นัก เสี่ยวซงหมุดออกมาจากเล้าเปิดยื่นตะกร้าไข่เป็ดที่มีไข่อยู่เต็มตะกร้า

“ข้าเพิ่งจเคยเก็บไข่เป็ดครั้งแรก”

"ขะ ข้าก็เหมือนกันหลายอย่างที่เคยทำครั้งแรก”เสี่ยวซงขมวดคิ้ว

“เจ้าเป็นลูกสาวบ้านนี้ทำไมบอกว่าครั้งแรก”

ไม่สิดันพูดความจริง

“ท่านก็เป็น คนเร่ร่อนมาก่อนไม่น่าเชื่อว่าจะเคยทำเรื่องพวกนี้ครั้งแรก”

ดีนะที่ฉลาด5555ไม่ได้แดกพี่หรอกไอ้น้อง

“ขะข้าๆๆ ก็แค่ไม่เคยมีไร่มีสวนมาก่อน อีกทั้งพ่อแม่เป็นใครก็ไม่เคยรู้ เจ้าเสียอีกพูดออกมาได้อย่างไรแบบนั้นว่าไม่เคย”

อ้าปากค้าง นึกคำตอบไม่ออก

“จูเจี่ย ากินข้าวได้แล้ว”

เสีย ยายป้าตะโกนดังมาจากในบ้าน ลมหนาวพัดโชย แป๋มรีบวิ่งกลับเข้าไปข้างใน รอดตัวไปไม่ต้องตอบคำถามที่ตอบไม่ได้

เมนู ที่ทำเอาแป๋มเบ้ปาก

ผักต้ม ผักผัด ผักดอง

“จูเจี่ย อาหารทุกอย่างอร่อยในตัวของมันเอง วันนี้พ่อสั่งให้แม่เขาทำสุดฝีมือเพื่อเจ้า"

เหลือบตามองอโวคาโด้ราดน้ำผึ้ง ที่สีสันน่ากินเป็นบ้า เหลืองอมเขียวราดด้วยน้ำเชื่อมสีน้ำตาลของผึ้งป่า

“นั่นเป็นสูตรพิเศษเชียวลองกินดู ไม่กี่วันจะรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง”ท่านพ่อช่างมีน้ำใจ

“ข้ากินเฉพาะสิ่งนี้ได้หรือไม่”ชี้มือไปที่อโวคาโด้ราดน้ำผึ้ง”ฮูหยิน เฉินยิ้ม

“กินเสร็จแล้วไปเก็บมาเพิ่ม เจ้ารู้ไหมผลไม้ชนิดนี้กว่าจะสุกต้องมาเก็บไว้เสียหน่อยจึงจะรสดีสีสวย”

แป๋มยิ้ม ถือเอาถ้วยอาโวคาโด้ราดน้ำผึ้งมากิน แทนข้าวรสดีจนเผลอเลียปาก เสี่ยวซง เหลือบตามองไปที่ของหวานในมือแป๋ม

"ท่านลุง ทำไมอาหารรสชาติหวานจึงทำให้ผอมลงได้"

"ผลไม่ชนิดนี้ไร้แป้งและนำตาลเติมน้ำผึ้งลงไปเพิ่มรสชาติให้มีรสหวานกลิ่นหอมของน้ำผึ้งป่าทำให้ยิ่งน่ากิน อีกทั้งรสหวานมัน ยิ่งทำให้กินได้มากินแล้วจึง รู้สึกสบายท้องขับถ่ายง่าย"

เสี่ยวซงพยักหน้าช้าๆพุ้ยข้าวใส่ปากไปไม่กี่คำก็บอกว่าพอ

“เสี่ยวซง ตัวเล็กบอบบางราวกับจะปลิวได้ ข้าเติมข้าวให้อีกถ้วย จึงดี”

ท่านแม่รับถ้วยข้าวของเสี่ยวซงมาตักข้าวในหม้อเติมลงไปแต่แป๋มมองว่าอีกคน ไม่อยากจะกินผักเช่นกัน

ห้องเครื่องในวังหลวง

“ฮองเฮาและองค์หญิงล้วนนิยมเสวย อาหารที่ทำจากเมนูผักหลากชนิด ว่ากันว่าเสวยผักไปเพียงไม่นาน ผิวพรรณสดใสใบหน้ากลับเต่งตึงไร้รอยหมอง”

“ผักส่วนมากรับมาจาก บ้านเฉินที่ไร่ของท่านเฉินที่นั่นล้วนมีผักมากมาย กลายเป็นไร่แห่งเดียวที่ส่งผักที่ดีเข้ามาในวังหลวง”

“ฮะแฮ่ม รีบเตรียมเครื่องเสวยมัวแต่พูดคุย จะไม่ทันเวลาเสวยตอนดึก”

ตำหนักใหญ่ฮ่องเต้

“ปีนี้ข้าวปล่าอาหารขาดแคลนชาวบ้านรำเข็ญ ทว่า มีไร่แห่งหนึ่งปลูกผักได้ดี จึงส่งเข้าวังหลวงเสียหมด ชาวบ้านล้วนอดอยาก เช่นไรจึงจะ เรียนรู้วิธีปลุกผักของพวกเขา เพื่อชาวบ้านจะได้ไม่ต้องทนทุกข์กับปัญหาขาดแคลนอาหาร"

“ฝ่าบาท ไท่จือเสด็จออกเที่ยวเล่น เดิม หม่อมฉันตั้งใจให้ไท่จือลงไปจัดการเรื่องเหล่านี้ชาวบ้านจะได้อุ่นใจ”

“หลายวันมานี้ไท่จือไม่มาที่ท้องพระโรงคงออกไปเล่นสนุกเหมือนเคย งานในราชสำนักยังไม่เคยแตะต้องเจ้าคิดว่าจะให้เขาไปสนใจเรื่องการปลุกผักเห็นทีจะ ไม่ได้ผล”

“ฝ่าบาททรงมีพระบัญชาจะดีไหมลูกคนนี้ แม้จะให้ทำยังไม่อยากทำ บางเรื่องไม่พูดแต่กลับเร่งรีบที่จะทำมันยากจะเข้าใจ ฝ่าบาทมีพระบัญชาลงไปคาดว่าไม่น่าจะกล้าขัดบัญชาฝ่าบาทอย่างแน่นอน”

“องค์หญิงแคว้นใต้ เร่งเดินทางมาแต่เข้าตำหนักบูรพาป่านนี้ข้ายังไม่เห็นตัวไท่จือ องครักษ์ตามตัวไท่จือมาพบข้าเดี๋ยวนี้”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED