ชอดนูเน นอล อาราโบเก ทแวซอ
ตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ ผมก็จำคุณได้ฝังใจ
ซอรล พุลรอวัดดอน คอดชอรอม
เหมือนว่าเราต่างเรียกหากันและกัน
แน ฮยอลกวัน ซกDNAกา มัลแฮจวอ
DNAในเลือดของผมมันบอกทันที
แนกา ชาจา เฮแมดอน นอรานึน กอล
ว่าคุณคือคนที่ผมมองหามาตลอด
(DNA – BTS *แปล - www.educatepark.com)
เนื้อเพลงที่ไม่คุ้นหูดังขึ้นภายในห้อง แต่ถึงแม้จะนอกห้องนอนของผมก็เถอะ แต่มันดังขนาดนี้ใครมันจะไปหลับลงวะ! ผมลุกขึ้นนั่งยีผมสีดำสนิทของตัวเอง หันไปมองนาฬิกาหัวเตียงก็พบว่าเพิ่งจะเจ็ดโมงเช้า ปกติผมตื่นสายจนตะวันแทบจะตกลงดินอีกครั้ง แต่ต้องมาหัวเสียเพราะดันได้ยินเพลงที่ไม่ชอบ แถมยังฟังไม่รู้เรื่องอีกต่างหาก... สองเท้าของผมก้าวลงจากเตียงนอนขนาดใหญ่ หันไปมองวิวด้านนอกนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาว ผ่านกระจกใสขนาดใหญ่สามารถส่องให้เห็นเรือนร่างที่แข็งแรงของผม รอยสักไม้กางเขนกางอก แขนซ้ายสักรูปไพ่ รูปสามเหลี่ยมธรรมดา ถึงแม้จะดูเลอะเทอะในสายตาคนอื่น แต่สำหรับผมมันโคตรเท่
ผมเปิดประตูห้องออกมา มองหาต้นตอของเสียงเพลงที่ปลุกผมให้ตื่นจากหลับฝันดี กวาดสายตามองไปยังครัวก็เห็นร่างบอบบางซึ่งสูงเพียงแค่หัวไหล่ของผม พูดง่ายๆ คือผมสูง 183 ซม. แต่สำหรับเธอที่ยืนทำอาหารอยู่สูงแค่ 165 ซม. เท่านั้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นใคร ไม่ใช่ผีเจ้าที่หรือผีนางคอนโดที่ไหน
เพราะว่ามันคือ ‘เมีย’ ของผมเองล่ะ
“เฮ้ย ปิดดิ เปิดเพลงพม่าฟังได้ทุกวี่ทุกวันไม่เบื่อหรือไง!” ผมเดินไปนั่งรอที่โต๊ะอาหาร พลันร่างบางก็หมุนตัวมาเผชิญหน้ากับผมด้วยสีหน้านิ่งเฉยปนไม่พอใจ เมียผมชื่อ ‘โฟม’ ใช่ เธอเป็นเมียผมเองล่ะ เราสองคนคบกันมาได้ห้าเดือนล่ะ เธอเรียนอยู่คณะสถาปัตย์ปีสี่ มหาลัยเอกชนชื่อดังแห่งหนึ่ง เป็นผู้หญิงที่สวยคนหนึ่งก็ว่าได้แถมยังพ่วงด้วยความเซ็กซี่ ซึ่งถึงแม้จะอยู่ในชุดนักศึกษาที่รกรุงรังทับด้วยเสื้อช็อปตามสไตล์เด็กสถาปัตย์ แต่ด้วยความสวยที่โดดเด่น ผมสีดำน้ำตาลยาวสลวย ริมฝีปากแดงนูนน่าจูบ ดวงตาคมโตที่ดึงดูดเพศตรงข้ามได้ดี เสน่ห์แรงจนผู้หญิงผู้ชายต่างพากันหลงใหล
เท่าที่พูดมาเธอดูดีไปหมด แต่เสียอย่างเดียวที่น่าเบื่อไปหน่อย ตอนแรกที่คบกันผมไม่เคยเบื่อหรอกนะ แต่มาเบื่อก็ตรงอีทีเปิดเพลงพม่าฟังทุกวันนี่ล่ะ
“เพลงพม่าอะไรของนายนัม นี่มันเพลงเกาหลีนะ”
“อ่อ เพลงของวงที่เธอกรี๊ด หลงหนักยิ่งกว่าผัวตัวเองน่ะเหรอ”
ลืมบอกไป ผมชื่อ ‘นัม’ นะทุกคน ริมฝีปากของผมเบ้ขึ้นอย่างไม่พอใจและส่ายหน้าให้กับเมียตัวเองที่บ้าคลั่งไอดอลเกาหลีจนห้องที่ผมอยู่กับเธอเนี่ยเต็มไปด้วยรูปภาพของไอดอลที่เธอหลงใหล
ทีกับผัวแม่งนิ่ง ทีกับคนที่ไม่เคยเห็นบ้าซะ แม่งน่าตบ!
“ใช่แล้วจะทำไมล่ะ”
“กรี๊ดแล้วได้เห็นมันปะ กรี๊ดแล้วได้อะไรวะ น่าเบื่อชะมัด”
“แต่ฉันไม่เบื่อ ฉันชอบของฉัน ตอนแรกที่คบกันไม่เห็นจะบ่นเลยนะ”
“แล้วใครจะไปคิดว่าเธอจะเยอะแบบนี้เล่า! ชอบแม่งจริงเลยนะไอ้... ไอ้อะไรวะ?” ผมชี้นิ้วไปหาโฟมที่ยกถ้วยโจ๊กสำเร็จรูปมาวางตรงหน้าผม
“วี บีทีเอส”
“เออ ชอบไรนักหนาวะ มันหล่อกว่าฉันหรือไง?”
“ก็หล่อไงถึงได้ชอบ”
“ผัวมีให้มองอยู่ทุกวัน ดันไปบ้าคลั่งไคล้คนอื่น คิดได้ไง” โฟมไม่สนใจอะไรยักไหล่และตักโจ๊กกินหน้าตาย เธออายุมากกว่าผมปีหนึ่งนะ เธออายุยี่สิบสอง ส่วนผมยี่สิบเอ็ด ความจริงเราคบกันได้ไงมันเป็นเรื่องที่ผมไม่เคยคาดคิดมาก่อน รู้แค่ว่าเจอหน้ากันตอนไปเที่ยวดอย ผมเจอกับโฟมที่นั่นและเป็นคนช่วยเธอให้พ้นจากน้ำป่าไหลหลาก เราสองคนเลยจูนเข้าหากันโดยไม่ต้องบอก ผมเป็นฝ่ายจีบเธอก่อนและเธอก็ไม่ปฏิเสธด้วย เราก็เลยตกลงคบกันจนถึงตอนนี้
โฟมอยู่หอกับเพื่อนหญิงของตัวเอง แต่พอคบกันได้สามเดือนผมก็ให้เธอมาอยู่ด้วยกันและ... ไม่ต้องบอกนะว่าอะไร หึ ไม่งั้นคงไม่เรียกเมียได้เต็มปากหรอก ถูกไหมล่ะ
“ก็ผัวไม่ค่อยอยู่ให้เห็นหน้า มันก็ต้องบ้าผู้ชายคนอื่นเป็นธรรมดา”
“บ้าเกาหลีได้ แต่ถ้าบ้าผู้ชายคนอื่น จับเอาทั้งวันทั้งคืนแน่”
“นัม พูดบ้าไรเนี่ย!” ใบหน้าสวยตกใจกับสิ่งที่ผมพูด เออ พูดจริงเลยล่ะไม่ต้องกลัวว่าจะทำไม่จริง
“เพราะวี บีทีอะไรของเธอมันไม่ได้มาให้เธอเห็น แต่ถ้าผู้ชายทั่วไปล่ะก็... เจอจัดหนัก”
“โคตรทะลึ่ง”
“ทำไม รับไม่ได้” ผมตักโจ๊กเข้าปากอย่างหงุดหงิด สบตากับโฟมที่ถอนหายใจออกมาไม่พอใจผมเช่นกัน ถึงแม้เราจะมีปัญหาเรื่องของวี บีที... บีที อะไรวะ? เออช่างเหอะ แต่ผมก็ไม่เคยปล่อยปะละเลยเมียตัวเองนะ
“ทีนายไปเคี้ยวหญิงอื่น ฉันยังไม่เคยห้ามเลย”
“อยากห้ามเปล่าล่ะ?”
“ไม่ห้าม เพราะห้ามไปก็เท่านั้น”
“รู้ดีนี่” โฟมสะบัดหน้าหนีผม เหตุผลที่ผมเบื่อเมียมันก็ไม่มีอะไรมากหรอกนะ มีอยู่สองอย่างคือเรื่องที่เธอชอบนิ่งเวลาที่เราทะเลาะกัน โฟมไม่ใช่ผู้หญิงขี้อ้อน ไม่ใช่ผู้หญิงหวานๆ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ตื้อผม ไม่ใช่ผู้หญิงที่เอาแต่ใจ เพราะแบบนี้ไงผมถึงได้คบกับเธอได้นานที่สุด แฟนเก่าของผมแต่ละคนบอกเลยว่าไม่ถึงอาทิตย์ด้วยซ้ำก็เลิก
สำหรับโฟมมันไม่ใช่แบบนั้น เธอไม่เหมือนใครและผมชอบที่เธอเป็นตัวเอง ส่วนเรื่องที่สองไม่ต้องพูดถึงคงรู้นะ
ไอ้เรื่องที่ผมเคี้ยวผู้หญิง กินไปเรื่อย ก็เพราะว่าโฟมไม่มีเวลาให้ผม เธอเรียนหนักบางวันก็นอนค้างที่มหาลัย บางวันก็ไปค้างที่หอเพราะต้องทำงานส่งอาจารย์ คณะสถาปัตย์เป็นคณะที่ทรหดมากๆ ซึ่งผมเองไม่อยากให้เธอเรียน แต่มาถึงขั้นนี้แล้วผมก็ต้องปล่อยให้เธอเรียนและตัวเองก็ไปหาเศษหาเลยเอา โดยที่โฟมไม่เคยพูดบ่น หึงหวงหรือแสดงอาการไม่พอใจออกมา แต่ถึงมีก็ไม่มากถึงขนาดทำให้ผมรู้สึกอึดอัด
“งั้นนายก็ควรรู้ไว้ว่าห้ามอะไรฉันได้ แต่อย่าห้ามฉันเรื่องวี โอเค?”
“เหอะ ชอบขนาดนั้นไม่เอามาเป็นผัวเลยล่ะวะ!”
“ชอบแบบชอบเพราะเขาน่ารัก ชอบเพราะเขาร้องเพลงเก่ง เต้นเก่ง ไม่ได้หวังว่าจะเอามาทำผัว”
“ถ้าได้ก็คงดี”
“อือ”
“น่าตบว่ะ” โฟมแลบลิ้นใส่ผม ก่อนจะเก็บถ้วยจานไปล้าง ผมก็เดินสะบัดหน้าเข้าไปอาบน้ำเพราะต้องไปส่งเธอที่มหาลัย ผมยืนแปรงฟันมองเหลือบไปบนกระจกก็ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจที่เห็นหน้าของวี บีที (เออขอเรียกไปก่อนแล้วกัน) ฝ่ามือของผมดึงรูปภาพของชายในรูปซึ่งหล่อเหลาเอาการ รอยยิ้มสดใสแถมยังมีสีผมสีน้ำตาลอ่อนขลับกับใบหน้า มันก็ไม่ได้แตกต่างจากผมเลยนะถ้าลองย้อมผมสีนี้
“หล่อตรงไหนวะเนี่ย! ถ้ากูทำผมแบบนี้... อาจจะหล่อมากกว่าด้วยซ้ำ เหอะ”
รถปอร์เช่สีดำสนิทของผมแล่นเข้ามาในรั้วมหาลัยเอกชนที่โฟมเรียนอยู่ แต่คณะสถาปัตยกรรมของโฟมจะอยู่ลึกสุดเพราะแบบนี้ไงผมถึงต้องมาส่งเธอทุกวัน และมารับเวลาเธอโทรมาบอก
“นัน นอเอเกมัน ชิบจุงแฮ ชม ทอ เซเก นัล อีคือเน ~”
“น่าเบื่อเว้ย! ฟังเป็นแต่เพลงนี้หรือไงวะ เดี๋ยวหักแผ่นทิ้งแม่งเลย” ผมหงุดหงิดหัวเสีย แม้แต่ในรถของผมยังมีเพลงเกาหลีเลยให้ตายเหอะ! โฟมทำหน้านิ่งใส่ผม ก่อนจะร้องต่อไปจนกระทั่งจบเพลงเธอก็เก็บแผ่นเสียงที่ลงทุนเก็บเงินซื้อ ได้ทั้งโฟโต้บุ๊ค และอะไรอีกก็ไม่รู้ รู้แค่ว่าตอนที่เธอได้ของ ดีใจกรี๊ดจนหูผมชาไปหลายวัน
กับผัวแม่งนิ่งใส่ ทีกับมันกรี๊ดยังกับได้มันเป็นผัวสมใจ!
“ห้ามเลยนะ ไม่งั้นนายเจอดีกับฉันแน่”
“ตลอดล่ะ ชอบขู่”
“นายก็ขู่เหมือนกันนั่นแหละ คนมันชอบนี่นา ตอนคบกันก็บอกว่ารับได้ แล้วทีนี้อย่ามาทำไม่พอใจ” เธอจิ้มนิ้วลงกับแก้มผมเมื่อรถหยุดลงที่หน้าคณะ ผมจับมือเธอไว้และดึงร่างบางเข้ามาใกล้ๆ กดจูบลงบนริมฝีปากเธอจนโฟมนิ่งไป
“ไม่ได้ไม่พอใจ แต่เบื่อเว้ย!”
“แล้วไง เบื่อก็ไม่ต้องฟังสิ”
“ไม่ฟังได้ไง เล่นเปิดกรอกหูอยู่ทุกวัน เช้ายันเย็น เย็นยันค่ำ...” อีเพราะแบบไงเวลาเธอต้องค้างที่มหาลัยหรือทำงานเขียนแบบส่งอาจารย์ผมถึงดีใจ ไม่ต้องทนฟังเพลงเกาหลีที่ฟังเท่าไหร่ก็ไม่เคยเข้าใจเลยสักนิดว่าฟังไปได้ยังไง ชอบไปได้ยังไง และเพราะเป็นแบบนี้อีกนั่นแหละถึงทำให้ผมเริ่มเบื่อกับเมียตัวเองที่คลั่งไคล้ผู้ชายเกาหลี ทั้งที่ผัวตัวเองก็มีให้คลั่งไคล้
ชีวิตไอ้นัม! ได้เมียทั้งทีแม่งก็ได้แบบที่บ้าเกาหลี ถ้ารู้ว่าบ้าแบบนี้ไม่ขอคบหรอก เบื่อๆๆๆๆ
“นายไม่ได้มาอยู่ฟังกับฉันนะ กว่าจะกลับคอนโดก็เช้าแล้ว ไปนอนกกผู้หญิงคนอื่นไม่เห็นหัวเมียอย่างฉันบ้างเลย”
“พอเหอะ พูดไปก็พาจะให้ทะเลาะ” ผมตัดบททันทีไม่อยากทะเลาะกันแล้วเพราะเบื่อ เหตุผลหลักที่ทะเลาะกันก็เพราะเรื่องวี บีทีเนี่ยล่ะ? บ้าเปล่าวะ ทะเลาะกันเพราะผู้ชายเกาหลีที่ไม่รู้ว่าเมียผมชอบและคลั่งแบบสุดๆ ปัญญาอ่อนฉิบหายเลย สายตาของผมมองออกไปนอกรถพลันมองร่างสูงซึ่งสวมชุดนักศึกษาไม่เป็นระเบียบ ใบหน้าหล่อคมนิ่งกำลังมองมายังรถของผม
“มองห่าไร หาเรื่องว่างั้น!”
“นัม”
“ทำไม ด่าไม่ได้สินะ เพื่อนรักเนี่ย” น้ำเสียงประชดประชันของผม ทำให้โฟมนิ่งไปเธอถอนหายใจหมุนตัวออกจากรถไปทักทายเพื่อนร่วมคลาสหรือร่วมกลุ่ม ในกลุ่มของเธอผมไม่ชอบใจมันคนเดียวล่ะ กลุ่มเธอมีสามคน มีดาวเพื่อนหญิงเธออันนี้ผมไม่ได้สนใจ ส่วนโยหมอนี่ออกแนวกะล่อนชอบถึงเนื้อถึงตัว แต่ผมก็ไม่สนใจเท่ากับไอ้เวรที่เดินเคียงข้างไปกับโฟม ถึงจะรู้ว่าโฟมไม่มีวันมองใคร แต่ผมเองก็ไม่ชอบใจที่จะเห็นมันอยู่กับเธอ ยิ่งมาเจอหน้ากันทุกวันแบบนี้ผมยิ่งไม่ไว้ใจ ให้กูหึงเมียกับวี บีทีประสาทก็จะแดกตายอยู่แล้ว ยังต้องมานั่งหวงเมียกับมันอีกหรือไงวะ?!
“ไอ้เถื่อน กูจะกำจัดมึงให้ออกจากเมียกูยังไงดีวะ!”
แค่คิดก็ยากแล้วนะ ลำพังวี บีทีผมยังกำจัดไม่ได้เลย แล้วไอ้เถื่อนที่มีตัวตนแบบนี้จะกำจัดมันยังไง เพื่อนรักที่แอบรักเพื่อนอย่างมันผมเกลียด เกลียดที่มันเข้าใกล้โฟมและตัวมันเองก็ไม่ต่างจากผมหรอกนะ สายตาของผมหันไปมองหน้าปกกล่องซีดีของวงที่โฟมชอบ
“อ่อ บีทีเอส” ผมไล่สายตาไปมองสมาชิกทั้งเจ็ดคน มาหยุดกับคนที่ผมคุ้นตาสุด “วีอะกำจัดไม่ยาก แต่กับไอ้เถื่อนต้องทำยังไงวะ”
ตุ้บ
กล่องซีดีถูกโยนไปไว้ที่ลิ้นชักหน้ารถ สายตาของผมมองแผ่นหลังของโฟมซึ่งเดินเข้าคณะไป ถ้าจะทะเลาะกันเพราะเรื่องที่เธอบ้าผู้ชายเกาหลีผมก็ไม่เท่าไหร่หรอกนะ แต่ถ้าต้องทะเลาะกันเรื่องของไอ้เถื่อน ผมว่าบางที...
มันอาจจะถึงขั้นรุนแรงด้วยซ้ำ เพราะคนที่เห็นอยู่ทุกวันกับคนที่เธอคลั่งไคล้แต่ไม่มีวันเห็นตัวจริง มันต่างกันเยอะ
-FOAM TALK-
“ทำหน้าบูดแบบนี้ทะเลาะกับมันหรือไง?” ฉันเงยหน้าสบตากับดวงตาแข็งกร้าว แต่ไม่ได้น่ากลัวสำหรับฉันสักนิด ‘เถื่อน’ เพื่อนสนิทของฉันในกลุ่มที่เป็นถึงเดือนคณะสถาปัตย์ แถมยังหล่อลาก ดิบตามแบบฉบับผู้หญิงที่คลั่งไคล้
“เรื่องเดิม”
“อ่อเรื่องวี บีทีเอส”
“รู้ดีอะ” เขายกยิ้มก่อนจะวางมือยีศีรษะของฉันเบาๆ
“ทำไมจะไม่รู้ บ้าคลั่งจนฉันรำคาญ”
“นายก็เป็นด้วยเหมือนกันเหรอ คิดว่าจะมีแต่นัมที่เบื่อฉันซะอีก” เถื่อนยกยิ้มก่อนจะเดินไปกับฉันเพื่อตรงไปยังที่นั่งประจำของกลุ่มเราซึ่ง ‘ดาว’ กับ ‘โย’ รออยู่แล้ว เพื่อนสาวของฉันออกแนวแรงมาแรงกลับ สวยสะดุดตาและน่ามองจนคนในคณะและนอกคณะพากันหลงใหล ส่วนโยไม่ต้องพูดถึงรายนี้หล่อทะลึ่งแต่ซกมก สกปรก จะเรียกว่าเซอร์ไม่ได้หรอกนะ ต้องรวมคำว่าเซอร์ถุนไปด้วยสำหรับไอ้โย
“ทำหน้ากวนตีนวะโฟม เป็นไรวะ”
“อย่าบอกนะว่าทะเลาะกับแฟนสุดที่รัก เรื่องมือที่สามที่ชื่อวี หึ” ดาวยักคิ้วให้กับฉันก่อนจะดูดน้ำในแก้ว ส่วนโยก็ขยับที่ให้ฉันนั่ง เถื่อนเอนตัวพิงกับพนักเก้าอี้หินยกเท้าวางบนโต๊ะโดยไม่สนใจของกินที่อยู่ตรงหน้าเลยสักนิด
“เรื่องเดิมๆ บ่นได้ทุกวัน”
“แหมเป็นฉันก็บ่นอะ เล่นกรี๊ดอยู่ได้ทั้งที่มีผัวให้กรี๊ดอยู่แล้ว” โยหยิบขนมปังทาเนยเข้าปาก ส่วนฉันก็เท้าคางด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“แต่มันก็เป็นเรื่องส่วนตัวหรือเปล่า ฉันชอบของฉันมานาน พวกแกก็รับได้”
“ใช่ แต่ไม่พูดไง”
“ไอ้โย อยากโดนตบใช่มะ”
“ไม่มีผัวที่ไหนยอมหรอกนะที่เห็นเมียตัวเองคลั่งไคล้ผู้ชายคนอื่น ถึงแม้ผู้ชายคนนั้นจะไม่มีวันรู้ว่าแกคลั่งเขา” ฉันหยิบขนมเขวี้ยงใส่หน้ามัน แต่มันก็อ้าปากรับซึ่งแม่นมาก (ไอ้โยอะนะ)
“เหมือนหมาอะ ทุเรศ”
“ปากดี เดี๋ยวเจอตีนอุดปาก” ดาวกับโยหันไปกัดกันเป็นงานประจำ แต่ฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร หยิบเอางานที่ตัวเองต้องทำออกมาดู เนื่องจากฉันเรียนสถาปัตย์ดังนั้นงานที่ทำล้วนแล้วแต่เป็นงานออกแบบทั้งนั้น และตอนนี้ฉันกำลังออกแบบห้องจัดเลี้ยงซึ่งจับสลากได้มา
“ยากโคตร ดีนะที่ของฉันเป็นออกแบบห้องนอน สบาย”
“อือ ของฉันก็ออกแบบตัวอาคาร เถื่อนออกแบบโครงสร้างตึกใช่ปะ?” เถื่อนพยักหน้ารับ ซึ่งทุกคนได้แบบง่ายมากและมันเป็นการออกแบบที่ฉันถนัดด้วยนะ แต่ทำไมมีแต่ฉันที่ได้งานหินคนเดียวล่ะ ฉันล้วงหาไม้บรรทัดสเกล (ไม้บรรทัดสามเหลี่ยมที่เด็กสถาปัตย์ต้องพกติดตัวตลอด) แต่ทว่าฉันกลับหาไม่เจอ อย่าบอกนะว่าลืม ฉันไม่ควรลืมเครื่องมือหากินแบบนี้ได้นะ ถ้าไม่ทะเลาะกับเขาเรื่องวีอะ
“เอาของฉันไปใช้ก่อนสิ”
“อือ ขอบคุณนะเถื่อน” ฉันส่งยิ้มให้กับเขาที่เบือนหน้าหนีไปเล่นเกม ROV ต่อ ยิ่งมองเถื่อนก็ยิ่งสงสัยนะว่าทำไมนัมถึงได้เกลียด ทั้งที่เขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรให้สักหน่อย จะว่านัมหึงฉันก็ไม่น่าใช่ ถ้าจะหึงก็หึงกับวี บีทีเอสสิ ทำไมจะต้องมาหึงฉันกับเถื่อนด้วย เราสองคนเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เข้ามหาลัยเลยนะ เพราะว่าฉันกับเขาได้เป็นบัดดี้กัน ทำกิจกรรมร่วมกัน จนก่อเกิดความสัมพันธ์ที่เรียกว่าเพื่อนขึ้นมา
“จ้องแบบนี้ทำไม?”
“ก็เปล่า”
“จ้องแบบนี้ไอ้เถื่อนก็เขินอะดิวะไอ้โฟม”
“ปากดีนะมึงไอ้โย” สายตาคมตวัดไปมองโยด้วยสีหน้าไม่พอใจและก้มหน้าเล่นเกมต่อ เถื่อนเองก็รู้ดีนะว่านัมไม่ชอบหน้าเขา แต่ไม่รู้ว่าเหตุผลจริงๆ สองคนนี้ไม่ถูกกันเพราะอะไรเหมือนกัน นัมไม่เคยบอกฉันถึงเหตุผลที่ไม่ชอบเถื่อน และเถื่อนเองก็ไม่พูด หรือเพราะทั้งสองคนกำลังเกรงใจฉันที่เป็นคนกลาง อีกคนก็แฟน อีกคนก็เพื่อน
“ทำงานไปดิ จะนั่งจ้องอีกนานมะ”
“โทษทีแค่สงสัยอะไรนิดหน่อย” เถื่อนผละใบหน้าจากจอมือถือ “สงสัยอะไร?”
“ก็นัมไม่ชอบหน้านาย ไม่รู้เหตุผลด้วยเหมือนกับนาย” ดาวและโยต่างพากันสงสัยไม่ต่างจากฉัน เถื่อนขยับตัวเอาเท้าลงจากโต๊ะและลุกขึ้นยืนเพื่อบ่ายเบี่ยงคำถามของฉัน
“ไม่รู้สิ เธอก็ไปถามมันเอาเองแล้วกันว่าไม่ชอบหน้าฉันทำไม”
“แล้วนายล่ะ ไม่ชอบหน้านัมเพราะอะไร?” ฉันยังคงมองเถื่อนด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ตอบเดินหนีเข้าคณะไปปล่อยเราสามคนมึนงงกันอยู่แบบนั้น
“อะไรของมันวะ คือแบบผัวเธอมันไม่ชอบหน้าไอ้เถื่อนก็พอจะเข้าใจนะ ดูหน้ามันดินิ่งตลอดแบบนั้น ขนาดฉันเป็นเพื่อนมันยังไม่ชอบขี้หน้ามันเลย”
“ทำอย่างกับว่าเถื่อนชอบหน้าแกนักนี่ไอ้โย!”
“ดาวกวนตีนนะมึง มานี่เลย...” ฉันมองทั้งสองคนตบตีกัน และหันไปมองแผ่นหลังกว้างที่เดินหายเข้าไปในตึก คำถามนี้ฉันเคยถามเถื่อนตั้งแต่คบกับนัมแล้วล่ะ หลังจากที่ฉันเปิดตัวว่ามีแฟน เถื่อนก็ดูจะนิ่งไป ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้มแต่ฉันก็เข้าใจว่าเขาเป็นคนยังไง คบกับมาตั้งสี่ปีทำไมจะไม่รู้ล่ะ
ภายในห้องโถงตอนนี้ฉันกับพวกเพื่อนมานั่งรวมกลุ่มทำงานคือการวาดแผนงานโครงสร้างที่ได้รับมอบหมาย แถมยังมีงานทำโมเดลอีกซึ่งฉันจับคู่กับเถื่อน การจัดทำโมเดลมันต้องใช้เวลาในการทำถึงเดือนหนึ่งเต็มๆ หรืออาจจะมากกว่านั้นก็ไม่อาจรู้ได้ ดังนั้นฉันเลยต้องไปมาหาสู่เถื่อนมากขึ้นและมันอาจจะพาให้นัมไม่พอใจด้วยสิ
~คอกจองฮาจี มาLove อี โมดึน กอน อูยอนี อานีนีกา~
เสียงเรียกเข้ามือถือราคาแพงของฉันดังขึ้น และมันเป็นเพลงของวงบีทีเอสที่ฉันชอบ แม้แต่หน้าจอหลักฉันก็เลือกที่จะตั้งเป็นรูปของวีซึ่งกำลังยิ้มกว้าง สวมที่คาดผมหมีน่ารัก แต่ชื่อปลายสายที่โทรมาไม่ได้น่ารักอย่างที่คิดนะ
“ฮัลโหล โทรมามีอะไร?”
(“ผัวโทรมาต้องถามว่ามีอะไร ให้ตายเหอะ เธอจะหลอนฉันไปถึงไหนวะโฟม แม้แต่เสียงรอสายยังตั้งเป็นเพลงมันเลยหรือไงเนี่ย”) น้ำเสียงหงุดหงิดของนัมทำเอาฉันกลอกตามองบน แน่นอนว่าเถื่อนลอบมองฉันและก้มหน้าเขียนแบบต่อ
“ช่างเรื่องนี้เลย มีอะไรฉันกำลังทำงานนะ เดี๋ยวจารย์มาก็ซวยอีกอะ”
(“จะให้ไปรับเปล่า ~พี่นัมขา ตูนพร้อมแล้วนะ~”)
ฉันขมวดคิ้วทันทีเมื่อได้ยินเสียงแหลมๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งแทรกเข้ามา ไม่ต้องบอกก็รู้ว่านัมกำลังจะทำอะไร เขาเคี้ยวผู้หญิงทุกครั้งที่ฉันไม่เวลาให้ แต่... ฉันไม่เคยว่าเขา ไม่ใช่ว่าไม่หึงหวง ฉันหึงและหวงเขามาก แต่นัมเป็นแบบนี้มานานแล้ว ก่อนจะคบกันเขาบอกฉันแล้วว่าเขาเป็นแบบนี้ แบบนั้น และตัวฉันก็รับได้
ใช่รับได้ แต่ใช่ว่าจะรับได้ตลอดเวลา ของของใครใครก็รัก ก็หวง และฉันก็เป็นคนหนึ่งที่ทั้งรักและหวงเขามาก และเขาล่ะรัก หวงฉันบ้างหรือเปล่า?
“อยู่กับใคร”
(“ไม่ต้องถามเรื่องนี้ได้ปะ ตอบมาว่าจะให้ไปรับเปล่า”)
“ก็ถ้าไม่ว่างก็ไม่ต้อง ฉันกลับเองได้”
(“อย่างี่เง่าโฟม มันน่าเบื่อ”) น้ำเสียงคล้ายหงุดหงิดทำเอาฉันเม้มปากตัวเอง กดวางสายและเลือกที่จะปิดเครื่อง ตั้งใจทำงานตรงหน้า แต่มันก็ไม่อาจลืมเสียงของผู้หญิงคนนั้นได้เลย
“โหย ทำไมมันวาดยากแบบนี้!”
“ใจเย็นโฟม เธอกำลังหงุดหงิด วางมือก่อนเลย” เถื่อนจับมือฉันซึ่งกำลังจะใช้ยางลบลบแบบแผนที่เละไปหมด เหตุเพราะสติไม่ได้อยู่กับตัวแล้วตอนนี้ สายตาของเถื่อนดุจนฉันลุกขึ้นเดินออกไปนั่งที่ระเบียงเพื่อรับลมเข้ามาทำให้ใจร้อนรนตอนี้สงบลงบ้าง
“เด็กนั่นเคี้ยวหญิงอีกล่ะสิ” เสียงใสๆ ของดาวถามฉันขึ้น เธอนั่งลงตรงหน้าโดยที่ฉันพยักหน้ารับ เพื่อนฉันทั้งสามคนรวมถึงเถื่อนและโย ทุกคนรู้ดีว่านัมเป็นยังไง แต่ก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรมากเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องส่วนตัวของฉัน แต่ก็ให้กำลังใจมาเสมอ โดยเฉพาะโยที่ยุให้เลิกกับเขาตลอด
“ฉันรู้ตัวเองนะว่าไม่ได้มีเวลาให้เขา ไม่ใช่ผู้หญิงขี้อ้อน ไม่ใช่ผู้หญิงที่หึงหวงไม่เข้าท่าให้เขารำคาญใจ”
“อือฮึ”
“ความรักที่ซื่อสัตย์มันมีค่านะ ถึงฉันจะไม่เก่งเรื่องน่ารัก เอาใจแต่แค่มีความซื่อสัตย์ให้กันก็พอแล้ว”
“แต่หมอนั่นไม่มีให้แกเลย”
“ใช่ไม่เคยมี แต่ไม่เคยทำหน้าที่แฟนได้ขาดตกบกพร่องถึงแม้ช่วงนี้เขาจะเบื่อฉันบ่อยเพราะเรื่องวี บีทีเอสแต่มันก็เป็นเรื่องที่เราทะเลาะกันประจำฉันรับได้” ดาวถอนหายใจออกมา เธอรู้ดีว่าฉันน่ะเชื่อใจนัมตลอดเขาไม่เคยทำให้ฉันดูด้อยไปกว่าผู้หญิงที่ตัวเองเคี้ยว และพวกหล่อนก็ไม่เคยมาเยาะเย้ยหรือมาตอแยฉัน นิ้วมือของฉันลูบไปมาบนแหวนทองคำขาวซึ่งนัมเป็นคนซื้อให้ฉัน เขาบอกว่าอยากให้ฉันมั่นใจว่าฉันอยู่เหนือทุกคน เพราะฉันคือเมียที่เขายอมรับ
“เพราะแบบนี้ใช่ไหมถึงได้เลิกกับเด็กนั่นไม่ลง”
“มันก็ใช่ ถึงนัมจะปากหมาไปบ้าง ขี้หงุดหงิด ขี้เบื่อเรื่องฉันบ้าวี... แต่เขาไม่เคยทำให้ฉันรู้สึกเบื่อเขาเลยสักนิด”
“แต่ที่ไม่ชอบใจคือเมื่อไหร่นัมจะหยุดเคี้ยวผู้หญิง” ฉันพยักหน้ารับเบาๆ นี่คือสิ่งที่ฉันต้องการมาตลอด และไม่เคยพูดกับเขาเลยสักที เพราะกลัวว่าเขาจะอึดอัด ฉันกลัวว่านัมจะรำคาญไม่ชอบใจ เพราะแฟนเก่าเขาเคยราวีเขาด้วยเรื่องแบบนี้ล่ะเขาถึงได้เลิกไป และมาเจอฉันซึ่งรับตัวตนของเขาได้ทุกอย่าง
“เพราะรักสินะ ถึงได้มองข้ามสิ่งที่เด็กนั่นเป็นไปหมด”
“อืม ไม่ว่าเขาจะเลวกับฉันขนาดไหน ฉันก็ไม่เคยมองว่าเขาผิดสักครั้ง ที่อยู่ไม่ใช่เพราะทนนะ แต่เพราะรักต่างหาก”
“จ้าๆ แม่คนรักผัว... แต่มานั่งน้อยใจแบบนี้ บางทีควรพูดให้เด็กนั่นรู้บ้างนะว่าเธอไม่ชอบ จะได้ปรับจูนเข้าหากันบ้าง ไม่ใช่แกที่ปรับคนเดียว”
“ฉันก็ไม่ได้ปรับอะไรนะ นัมรับที่ฉันเป็นแบบนี้ได้และฉันเองก็รับเขาที่เป็นแบบนั้นได้ ฉันไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรหรอก แค่นัมมองฉันที่เป็นฉัน ไม่ให้ฉันเปลี่ยนตัวเองเหมือนผู้หญิงคนอื่นก็พอแล้ว” ดาวยักไหล่ก่อนจะตบไหล่ฉันเบาๆ และเดินเข้าไปในห้องเพื่อทำงานต่อ ส่วนฉันก็ถอนหายใจออกมา มันจริงนี่นาที่ว่านัมไม่เคยอยากให้ฉันเปลี่ยน ตัวฉันจะให้เขาเปลี่ยนทำไม ฉันไม่อยากถูกมองเป็นเมียที่สร้างปัญหาให้กับเขาหรอก
เที่ยงคืนผ่านไป
“หาว อือ... ง่วงนอน”
“ง่วงก็กลับเดี๋ยวไปส่ง”
“จริงเหรอ? จะกลับแล้วใช่ปะ” ฉันเงยหน้ามองเถื่อนที่พยักหน้ารับ ก่อนจะพิงไหล่หนาแล้วหลับตาลง หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งวาดแผนงานกว่าจะเสร็จต้องเดือดร้อนให้เถื่อนช่วยเนื่องจากฉันลืมพกแว่นสายตามาด้วย มืดแบบนี้ทำให้การทำงานค่อนข้างลำบากพอควร ซึ่งวันนี้ฉันลืมหมดทุกอย่าง
“เก็บของสิ จะนอนที่นี่หรือไง?”
“ไม่เอา ปวดหลังอยากนอนบนเตียง”
“พร้อมโดนผัวขย่ม”