คอนโดM.....
อาย....
"มาร์ค พะ พอแล้ว อื้ออออ เราจะต้องไปทำงานนะ อ๊ะ อ๊ะ หยุดก่อน อื้ออออ" ตอนนี้ฉันแทบจะขาดใจตายเมื่อโดนคนด้านบนปรนเปรอความเสียวให้อย่างไม่ขาด
"อย่าห้ามน่า....เธอไม่ชอบให้ฉันทำรึไง" ตอนนี้มาร์คกำลังสอดใส่แท่งร้อนของเขาที่ถูกห่อหุ้มด้วยเครื่องป้องกันเรียบร้อยแล้วเข้ามาในช่องทางรักของฉันอย่างช้าๆ จนมันเข้ามาจนสุดทาง แล้วก็เริ่มกระแทก มันทำให้ฉันอยากจะกรี๊ดออกมาอย่างสุดเสียงเพราะมันเสียดสีกับผนังมดลูกด้านใน ทุกจังหวะการเข้าออกมันทั้งเจ็บทั้งเสียวแทบขาดใจ
"อื้ออออ ชะ ชอบ แต่ว่าเราต้องไปทำงานไง"
"เดี๋ยวไปส่งก็ได้ตอนนี้ขอเอาเธอให้หายอยากก่อนไม่ได้เจอกันหลายวันฉันโคตรคิดถึงเธอเลยว่ะ" ใช่ค่ะเราไม่ได้เจอกันมาหนึ่งอาทิตย์เต็มๆ เพราะเขาพาคู่ควงคนล่าสุดของเขาไปเที่ยวญี่ปุ่นมายังไงล่ะ
พั่บ พั่บ พั่บ พั่บ
"อ๊ะ อ๊ะ อ้าาาาาา มาร์ค เราจะเสร็จ อ๊ะ อ๊ายยยยยย มาร์ค" ฉันนับไม่ได้ว่าตั้งแต่ทำกันเกือบชั่วโมงมาฉันเสร็จไปแล้วกี่รอบ
"เสร็จเลยฉันยังอีกนาน" พั่บ พั่บ พั่บ เขายังแรงดีไม่มีตกแทงเข้าแทงออกร่องของฉันจนฉันเริ่มมีอารมณ์ขึ้นมาอีกรอบทั้งที่เพิ่งจะเสร็จไปไม่ถึงห้านาที
"อ๊ะ อ๊ะ แรงๆ เลยมาร์ค"
"พูดเองนะว่าเอาแรงๆ "
พูดจบมาร์คก็ถอดท่อนเอ็นของเขาออกจากนั้นเขาลุกขึ้นยืนก่อนจะดึงแขนฉันให้ลุกตามเขาไปจากนั้นเขาก็อุ้มฉันควบเอวและให้ฉันใช้มือจับท่อนเอ็นที่มันยังแข็งอยู่สอดใส่เข้าไปในร่องของฉันอีกครั้งซึ่งท่านี้เราทำกันทุกครั้งและมันก็เสียวมากทุกครั้งเพราะมันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นแล้วก็รุนแรงเพราะมาร์คสะกดคำว่าเบาๆ ไม่เคยเป็น
ปึก ปึก ปึก ปึก มารค์เดินไปรอบๆ ห้องพร้อมกันอุ้มฉันไปด้วยมือของเขาคอยพยุงบั้นท้ายของฉันให้มันขยับขึ้นขยับลงเพื่อรับแรงกระแทกที่เขาส่งมา สุดท้ายฉันก็ต้องกรี๊ดร้องออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ เพราะทุกจังหวะการเดินของเขามันทำให้ท่อนเอ็นลำใหญ่เสียดแทงเข้าไปด้านในจนมันชนกับมดลูกของฉันครั้งแล้วครั้งเล่า
"กรี๊ดดดด อื้อ มาร์ค เราจุกเดินช้าๆ "
"ช้าได้ไงช้าก็ไม่เสียวดิ จุ๊บ จ๊วบบบบ" มาร์คกดจูบลงมาที่ริมฝีปากของฉันอย่างรวดเร็วเราสองคนจูบกันอย่างดูดดื่มจูบไปก็กระแทกไปไม่เสียวก็ให้มันรู้ไป
"อื้มมมมม ฉันคิดถึงจูบของนายจังเลยมาร์ค" ฉันพูดความจริงค่ะเราไม่ได้จูบกันมาเกือบอาทิตย์แล้วมันเหมือนเป็นความเคยชินที่เราต้องจุบกันทุกวัน
จากนั้นมาร์คก็พาฉันเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เขาวางฉันลงและจับฉันพลิกตัวหันหลังให้เขาจากนั้นก็จับท่อนเอ็นที่ยังไม่ยอมเสร็จสักทีเข้ามาอีกครั้ง
"อื้ออออ แทงเข้ามาเบาๆ สิ"
"เบาไม่เป็นก็รุ้อยู่" พอเข้ามาได้เขาก็เริ่มซอยเอวเข้าใส่ร่องของฉันอีกครั้งทุกจังหวะกระแทกเข้ามาแบบเน้นๆ จนฉันจุกแล้วจุกอีกแต่บ่นไปมาร์คก็ไม่มีทางเบาแรงให้หรอก
"ร่องเธอแม่งโคตรตอดฉันเลยว่ะ เสียวชิบหายเอากันกี่ทีก็แน่นตลอด" พูดไปก็กระแทกไปไม่มีหยุด
"อื้ออออ มาร์ค เราจะเสร็จอีกแล้ว มาร์คจะเสร็จยัง"
"ใกล้ละ ใกล้ละ ซี๊ดดดด อื้มมมม" มาร์คคงจะใกล้แล้วค่ะเพราะเขาใส่มาแบบรุนแรงและรัวสะโพกใส่ไม่ยั้ง
ปัก ปัก ปัก ปัก ปึก ปึก ปึก เสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วทั้งห้องโชคดีที่ห้องของมาร์คมันเก็บเสียงได้เป็นอย่างดีไม่งั้นข้างห้องคงจะรุ้ว่าเราทำอะไรกัน
"อ๊ายยยย มาร์คจ๋าเราเสร็จแล้วววววว อื้ออออออ"
"อ๊าาาาา อ๊าาสสสสส ซี๊ดดดดดดดดด"
ฉันรับรุ้ถึงความอุ่นร้อนที่มาร์คปลดปล่อยออกมาในร่องของฉันเขาเสร็จแล้วสินะ แต่เขาใส่ถุงยางไม่ใช่เหรอแล้วทำไม....
"มาร์คถุงยางไม่ไ่ด้ใส่เหรอ" ฉันหันไปถามเขาแต่คำตอบที่ได้ก็ทำให้ฉันไปไม่เป็น
"ตอนแรกใส่แต่เอาไม่มันส์เลยสด แต่คงไม่เป็นไรมั้งเธอก็ทานยาคุมตลอดนี่ใช่มั้ย"
"อื้มมมก็ใช่แต่เราอยากให้นายป้องกันด้วย"
"โอเครอบหน้าละกันแต่ตอนนี้ฉันยังไม่หายอยากเธอเลยว่ะ ขอต่ออีกรอบนะ"
"อ๊ายยย มาร์คไม่เอา" แต่ไม่ทันแล้วเขาแทงท่อนเอ็นเข้ามาอีกรอบโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว เราสร้างความสุขและความเสียวกันอีกรอบจนมาจบลงที่เตียงนอน
"เอาเธอแม่งโคตรมันส์เลยว่ะอาย จุ๊บ"
มาร์คจุ๊บลงมาที่แผ่นหลังอันเปลือยเปล่าของฉันหลังจากที่เขาเสร็จก่อนจะดึงท่อนเอ็นของเขาออกจากช่องทางรักของฉันและเดินหายเข้าไปในห้องน้ำทิ้งให้ฉันนอนคว่ำหน้าหายใจรวยรินเพราะความเพลียอยู่บนเตียง มันเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เรามีอะไรกันเสร็จ ไม่มีสักครั้งหรอกที่เขาจะอุ้มหรือพาฉันเข้าไปทำความสะอาดร่างกายหลังจากที่เราสองคนผ่านศึกรักกันมาเหมือนที่ฉันเคยอ่านในนิยายที่พระเอกจะอุ้มนางเอกเข้ามาอาบน้ำด้วยกันในห้องน้ำ เพราะนี่มันคือชีวิตจริงฉันไม่ใช่นางเอกของเขาและเขาก็ไม่ใช่พระเอกของฉัน เราเป็นแค่เพียงเพื่อนกัน แค่เพื่อนเท่านั้น เพื่อนที่ทำให้กันได้ทุกอย่างแม้จะเกินเลยจากคำว่าเพื่อนไปไกลแค่ไหนสำหรับมาร์คฉันเป็นได้แค่นี้ เป็นเพื่อน เป็นที่ระบาย (ความใคร่) ซึ่งฉันก็รับได้นะขอแค่ฉันได้อยู่กับเขาแบบนี้ไปเรื่อยๆ ต่อให้อยู่กับเขาแบบนี้ทั้งชีวิตฉันก็อยู่ได้ถ้าตราบใดที่เขายังไม่คิดที่จะจริงจังกับใครเพราะถ้าถึงวันนั้นวันที่เขารักใครสักคนอย่างจริงใจจนพร้อมที่จะหยุดที่เธอคนนั้น วันนั้นฉันจะเป็นคนเดินไปเองแม้จะต้องเจ็บปวดก็ตาม เพราะฉัน....ไม่ไ่ด้คิดกับเขาแค่เพื่อนยังไงล่ะ
19.30
อาย....
ตอนนี้มาร์คมาส่งฉันที่ผับที่ฉันทำงานมันเป็นผับของพี่ก้านตองซึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ฉันสนิทด้วยซึ่งมาร์คก็รู้จักดีเพราะพี่ก้านตองเป็นแฟนกับหินเพื่อนสนิทของมาร์ค
"เรามาสายตั้งครึ่งชั่วโมงเพราะมาร์คนะรู้ป่ะ เห้อออ" ฉันอดที่จะบ่นไม่ได้ค่ะเพราะตั้งแต่เรามาทำงานที่นี่เราไม่เคยที่จะมาสายเลยสักครั้ง
"เออน่าสายแค่นี้เมียไอ้หินมันไม่ว่าหรอก"
"ว่าไม่ว่าเราก็ต้องตรงต่อเวลาเรามาทำงานนะไม่ได้มาเที่ยว"
"จะบ่นอะไรนักหนาวะอาย"
"บ่นสิ พนักงานคนอื่นเค้าจะมองเรายังไง นายไม่เคยทำงานนายจะไปรู้อะไรล่ะมาร์ค"
"เอออขอโทษเดี๋ยวฉันจะไปบอกพี่ตองเองว่าที่เธอมาสายเพราะฉันเสร็จช้าเธอเลยต้องมาสาย"
"บ้า!!!! พูดบ้าอะไร น่าเกลียด"
"5555ก็ฉันพูดความจริงเธอจะได้ไม่โดนว่าไง"
"เรายอมโดนว่ายอมโดนหักตังค์ซะยังดีกว่า" พูดจบฉันก็หยิบกระเป๋าแล้วก็ลงจากรถเพราะไม่อยากพูดต่อยิ่งพูดยิ่งของขึ้น
ฉันเดินเข้าทางหลังร้านเพราะมันเป็นทางเข้าของพนักงาน ฉันสแกนนิ้วเข้างานเสร็จกำลังจะเดินเข้าไปข้างในก็เจอกับกิ๊ฟพนักงานเสริฟที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับฉันเข้าพอดี
"แหมมมม ถือว่าเป็นคนสนิทของพี่ก้านตองเลยคิดว่าจะมาสายก็ได้สินะ"
"ฉันเพิ่งมาสายวันนี้วันแรกนะกิ๊ฟ"
"มาสายเพราะมัวแต่รับจ๊อบพิเศษสินะ หึ"
"รับจ๊อบพิเศษอะไรของเธอ"
"แล้วเธอไปทำอะไรมาล่ะคอถึงมีแต่รอยดูดเต็มคอขนาดนั้น"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินจากไป ฉันรีบวิ่งไปที่ห้องน้ำทันทีและสิ่งที่ทำให้ฉันโมโหก็คือรอยดูดที่คอสองสามรอย ไม่ต้องบอกก็รุ้ว่าฝีมือใคร ฉันรีบโทรหาเขาทันทีเพื่อจะต่อว่าเพราะฉันบอกเขาไปแล้วว่าห้ามทำรอยที่คอเด็ดขาดซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าเขาทำมันตอนไหนทำไมฉันถึงไม่รุ้ตัวแต่เขาไม่ยอมรับโทรศัพท์ ฉันพยายามข่มอารมณ์ก่อนจะหยิบแป้งพับมาทาเพื่อปิดทับรอยที่คอก่อนจะดึงยางรัดผมออกเพื่อให้ผมยาวๆ ของตัวเองบังไว้อีกชั้นหนึ่ง ฉันทำงานที่นี่สองตำแหน่งค่ะ คือพนักงานเสิร์ฟพอดึกๆ หน่อยก็ขึ้นไปร้องเพลงเพราะนักร้องประจำต้องไปร้องอีกที่นึงซึ่งเรื่องนี้เองที่ทำให้กิ๊ฟไม่พอใจฉันเพราะเธออยากจะร้องเพลงแต่พี่ก้านไม่เอา ไม่ใช่ว่ากิ๊ฟเสียงไม่ดีนะคะเธอเสียงดีแต่พี่ก้านรุ้นิสัยของกิ๊ฟดีว่าเวลาได้ทิปจากแขกมักจะมุบมิบเก็บไว้คนดียวไม่ยอมนำมารวมในกล่องทิปบ็อก เพราะกฎที่นี่คือถ้าพนักงานทุกคนได้ทิปมาจากลูกค้าจะต้องเอารวมกันแล้วก็จะนำมาแบ่งเท่าๆ กันทุกคนไม่ว่าจะเป็นแม่บ้านทำความสะอาด แม่ครัว พนักงานล้างจาน รปภ พนักงานเสิร์ฟ ทุกคนจะได้ส่วนแบ่งเท่าๆ กันเพราะทุกคนเหนื่อยเหมือนกัน
หลังจากจัดการตัวเองเสร็จฉันก็เดินเข้ามาข้างในร้าน วันนี้ลูกค้าเยอะมากค่ะฉันรีบเดินไปหาพี่ก้านตองที่โต๊ะประจำซึ่งพอเดินเข้าไปใกล้ก็เจอกับหินแฟนของพี่ก้านแล้วก็มาร์คที่ตอนนี้กำลังนั่งคุยอย่างออกรสออกชาติกับสาวสวยคนนึงอยู่โดยไม่สนใจฉันที่เดินมายืนอยู่ใกล้ๆ
"อ้าววอายมาแล้วเหรอ เอ้อออวันนี้อายไม่ต้องเสิร์ฟนะ"
"ทำไมคะพี่" ฉันรีบถามทันที หรือพี่ก้านตองจะไล่ฉันออกเพราะฉันมาสาย
"วันนี้นักร้องประจำร้านเราไม่มาพี่เลยจะให้อายขึ้นไปร้องเพลงแทน"
"อ๋อออ อายนึกว่าพี่จะไล่อายออกซะอีก"
"ไล่ออก??? ไล่ทำไมจ๊ะ"
"เอ่ออ ก็วันนี้อายมาสายนี่คะ"
"555นี่ยัยบื้อมาสายไม่กี่นาทีแฟนฉันไม่ไล่เธอออกหรอกน่า คิดได้ไงวะ" หินเอาแต่ขำที่ฉันพูดว่าจะโดนไล่ออกก็ใครจะไปรู้ล่ะฉันต้องคิดไว้ก่อนสิ
"พี่ไม่ไล่อายออกเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะอย่าคิดมาก" พี่ก้านตองหันมาพูดกับฉันด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่ได้โกรธไม่ได้ว่าอะไรที่วันนี้ฉันมาสายไปครึ่งชั่วโมงแต่....
"เพราะมาร์คบอกพี่แล้วจ๊ะว่าทำไมอายถึงมาสาย"
"ห๊า!! เออะ เอ่อออ มาร์คบอกว่าไงคะ" ฉันถามพี่ก้านตองแต่สายตามองไปที่ตัวต้นเหตุที่ทำให้ฉันมาทำงานสายที่ตอนนี้ไม่ไ่ด้สนใจอะไรนอกจากแม่สาวนมโตนั่นตอนนี้แทบจะสิงร่างกันอยู่ละเห็นละก็จี๊ดเบาๆ แต่ทำอะไรไม่ได้ค่ะเพราะเราเป็นแค่เพื่อนกัน
"บอกว่ามัวแต่ให้อายทำข้าวต้มให้เค้ากินเลยทำให้อายมาทำงานสาย" หา?? ทำข้าวต้มนี่คือเหตุผลที่เขาบอกพี่ก้านงั้นเหรอคิดได้ไงทำข้าวต้ม แต่ก็ดีว่าให้เขาบอกอย่างอื่น
ขณะที่ฉันกำลังจะเดินไปขึ้นเวทีเพื่อที่จะร้องเพลงฉันก็ดันได้ยินผู้หญิงคนนั้นพูดกับมาร์คฉันจึงรีบหันไปมองทันที
"มาร์คขาคืนนี้มาร์คไปส่งแอนนี่ที่ห้องได้มั้ยคะ"
"ได้ดิว่าแต่ต้องมีค่าส่งด้วยนะ" มาร์คตอบยัยนั่นแบบนี้หมายความว่าจะไปส่งงั้นเหรอ
"มาร์คอยากได้ค่าจ้างเป็นเงินหรือว่า..." สายตายัยนั่นโคตรจะเชิญชวนทำไมฉันจะดุไม่ออก
"เงินน่ะมีเยอะแล้วขอเป็น....นมร้อนๆ สักแก้วก็พอเพราะเค้าว่ากันว่าดื่มนมก่อนนอนจะทำให้หลับสบาย"
"แต่นมห้องแอนนี่ดื่มแล้วอาจจะไม่ไ่ด้นอนนะคะ"
"อยากรู้ว่าจังว่าจะไม่ไ่ด้นอนจริงรึเปล่า"
"ของแบบนี้ต้องพิสูจน์ค่ะ งั้นตกลงคืนนี้มาร์คไปส่งแอนนี่นะคะ"
ฉันไม่อยากอยุ่ฟังคำตอบของมาร์คหรอกค่ะเพราะฉันมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่ามาร์คไปแน่ๆ แม้ว่าฉันจะไม่อยากให้เขาไปกับใครแต่ก็ไม่เคยคิดที่จะห้ามเพราะไม่ว่าจะยังไงก็คงห้ามเขาได้เพราะไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรไปห้าม ฉันได้แต่ถอนหายใจและพยายามทำใจให้ร่มๆ ก่อนจะเดินไปที่เวทีเพื่อเลือกเพลงที่จะร้องกับนักดนตรีและเพลงที่ฉันเลือกร้องเป็นเพลงแรกก็คือเพลงที่มันโคตรจะเข้ากับบรรยากาศและอารมณ์ของฉันตอนนี้
เสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากที่ฉันร้องจบ ระหว่างที่ร้องฉันพยายามส่งสายตาไปหามาร์คเพื่อให้เขารู้ว่าเพลงนี้ฉันร้องเพื่ออะไรหรือร้องเพื่อใคร เขามองมาทางฉันเป็นพักๆ นะแล้วก็หันไปคุยกับยัยนั่นต่อ
ฉันโคตรโล่งใจที่สามารถร้องได้จนจบเพลงโดยไม่สะดุดพราะตอนร้องอารมณ์ของฉันมันไม่คงที่ยังไงล่ะ ฉันเดินลงมาจากเวทีเพื่อจะไปหาน้ำอุ่นๆ ดื่มเพราะคืนนี้ฉันคงต้องร้องคนเดียวยาวๆ ทั้งคืนแต่ก็ดีค่ะเพราะรายได้จากการร้องเพลงมันมากกว่าพนักงานเสิร์ฟ ฉันต้องหาเงินเพื่อจะเอาไปจ่ายค่านั่นนี่จิปาถะที่ทางคณะเก็บแม้ว่าฉันจะได้ทุนเรียนฟรีแต่มันก็ไม่ได้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายทั้งหมดมันยังมีส่วนที่ฉันต้องหาเงินมาจ่ายเองซึ่งมันก็แพงสมราคาค่าเทอมที่นี่นั่นแล่ะแต่ดีตรงที่ฉันไม่ได้จ่ายค่าเทอมเองเพราะถ้าฉันต้องจ่ายค่าเทอมเป็นแสนๆ เองฉันคงไม่ได้เรียน