ตอน 2

วันเวลาเคลื่อนคล้อยลอยผ่านไป จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จนกระทั่งวันนี้ วันที่หล่อนรอคอยได้เดินทางมาถึง วันที่จะได้มีโอกาสได้พบหน้า ได้สวมกอดพี่ชายที่ตัวเองแสนจะคิดถึงอีกครั้ง

อัญชัน เกิดลาภ ในวัยยี่สิบปีเต็มหมุนตัวอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ภายในห้องนอนของตัวเอง ดวงตากลมโตสวยราวกับดวงตาของตุ๊กตาแย้มยิ้มเต็มไปด้วยความพึงพอใจกับภาพของตัวเองที่สะท้อนออกมาจากกระจกเงา

หล่อนเฟ้นหาชุดที่จะใส่ไปรับเคียร์สที่สนามบินมาหลายวันเลยทีเดียว กว่าจะได้ชุดที่ตัวเองคิดว่าเหมาะ และมั่นใจว่าพี่ชายสุดที่รักจะชื่นชอบ

ชุดเดรสน่ารักสีชมพูหวานซึ่งเป็นสีโปรดของหล่อน แขนกุด คอลูกไม้ ด้านหลังเป็นโบว์ผูกเอาไว้น่ารักมาก กระโปรงสั้นเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อย ชุดนี้เข้ารูปจนทำให้มองเห็นรูปร่างสลักเสลาของคนใส่ได้อย่างชัดเจน มันสวยมาก และหล่อนก็คิดว่าเคียร์สจะต้องชอบมากเช่นกัน

รอยยิ้มหวานระบายบนดวงหน้ารูปไข่สวยราวกับตุ๊กตา เส้นผมหยักศกม้วนงอเป็นลอนสลายอยู่เต็มแผ่นหลัง สีดำขลับของมันสะท้อนกับแสงแดดทำให้น่ามองยิ่งนัก

นี่มันกี่ปีแล้วนะที่เคียร์สไม่ได้เดินทางกลับมาเมืองไทย พี่ชายของหล่อนไปเรียนที่ประเทศอังกฤษ พักอาศัยอยู่กับญาติของคุณลุงแฮรี่ซึ่งเป็นบิดาแท้ๆ ของเขาเอง นับนิ้วแล้วก็หลายปีเลยทีเดียว ที่เขากับหล่อนไม่ได้เจอหน้ากัน

“พี่ชาย... หนูอัญรอพี่ชายมานานเหลือเกิน”

หล่อนยังคงระบายยิ้ม ก่อนที่จะเดินไปเปิดลิ้นชักหัวเตียง หยิบกล่องของขวัญเล็กๆ สีชมพูหวานออกมาถือเอาไว้ ของขวัญในนี้ หล่อนเตรียมเอาไว้ให้กับเคียร์ส พี่ชายที่หล่อนแสนรัก

“คุณหนูอัญคะ คุณท่านให้มาเชิญไปที่รถค่ะ”

เสียงเรียกของป้าสมใจดังขึ้นที่หน้าประตู หญิงสาวกระชับกล่องของขวัญในมือแน่น ก่อนจะรีบขานออกไป

“หนูอัญจะไปเดี๋ยวนี้แหละค่ะ”

หญิงสาวรีบเดินไปเปิดประตู ป้าสมใจยืนรออยู่ ก่อนจะทักด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ

“วันนี้คุณหนูอัญแต่งตัวสวยจังเลยนะคะ”

แก้มนวลของสาวน้อยเป็นสีระเรื่อ ก่อนจะอ้อมแอ้มตอบออกไป

“หนูอัญอยากให้พี่ชายดีใจน่ะค่ะ”

ป้าสมใจเข้าใจความรู้สึกของอัญชันเป็นอย่างดี เพราะหล่อนเป็นคนเลี้ยงเด็กสาวคนนี้มาตั้งแต่เล็ก รู้ดีว่าในหัวใจของอัญชันไม่มีที่ว่างเอาไว้ให้ผู้ชายหน้าไหนเลย นอกจากเคียร์ส เบนด์เนอร์ เพียงคนเดียวเท่านั้น

“แต่ก็ไม่รู้ว่าพี่ชายจะชอบที่หนูอัญแต่งตัวแบบนี้หรือเปล่า”

สีหน้าของเด็กสาวเป็นกังวลขึ้นมา ป้าสมใจจึงต้องให้กำลังใจ

“ต้องชอบสิคะคุณหนูอัญ รู้ไหมว่าวันนี้คุณหนูอัญสวยมาก สวยหวานราวกับตุ๊กตาบาร์บี้เลยนะคะ”

“จริงเหรอคะป้าสมใจ”

“จริงสิคะ ป้าจะโกหกคุณหนูอัญทำไมล่ะ แล้วนี่แต่งหน้าด้วยใช่ไหมคะ”

เด็กสาวพยักหน้ารับน้อยๆ “ค่ะ หนูอัญกลัวว่าหน้าจะซีดเกินไป ก็เลยแต่งเสียหน่อย”

ป้าสมใจหัวเราะเบาๆ มองเด็กสาวตรงหน้าอย่างเอ็นดู “ปกติป้าเห็นไม่เคยแต่งหน้าเลย พอมาเห็นเข้าก็แปลกตาไปอีกแบบน่ะค่ะ”

“ป้าสมใจว่าพี่เคียร์สจะชอบไหมคะ”

“ชอบอยู่แล้วล่ะค่ะ” ป้าสมใจระบายยิ้ม คว้ามือชุ่มเหงื่อของอัญชันมากุมเอาไว้ “ในสายตาของคุณเคียร์ส คุณหนูอัญชันสวยเสมอนั่นแหละค่ะ”

หล่อนก็อยากคิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนว่าทุกอย่างมันไม่เหมือนเดิม

“แต่บางที... หนูอัญก็กลัว...”

“กลัวอะไรเหรอคะคุณหนูอัญ” ป้าสมใจมองอย่างสงสัย

อัญชันยิ้มบางๆ ดวงตาสวยราวกับตุ๊กตามีความหวาดกลัวอัดแน่นอยู่ในนั้น “กลัวว่าพี่เคียร์สจะเปลี่ยนไป”

“โธ่ คุณหนูอัญขา คุณเคียร์สไม่เปลี่ยนไปหรอกค่ะ คุณเคียร์สก็คือคุณเคียร์ส พี่ชายที่รักคุณหนูอัญสุดหัวใจ”

“แต่ปีหลังๆ มานี่พี่ชายไม่ยอมเดินทางกลับมาเมืองไทยเลยนะคะป้าสมใจ ไม่เหมือนช่วงปีแรกๆ ที่พี่ชายเดินทางไปอังกฤษ”

“คุณเคียร์สเธอเรียนหนักน่ะค่ะ แถมยังจะต้องเรียนรู้งานจากคุณฮัตสันพี่ชายของคุณท่านอีกน่ะค่ะ เธอก็เลยไม่มีเวลาว่างกลับมา ป้าจำได้ว่าคุณ เคียร์สเธอเคยบอกคุณหนูอัญแล้วนี่คะ”

ใช่ เคียร์สเคยบอกว่าที่ไม่ได้เดินทางกลับมาในช่วงปีหลังๆ เพราะว่าเรียนหนัก และยุ่งกับงานมาก ซึ่งหล่อนก็ควรจะเชื่อฟังคำพูดนั้นของพี่ชาย แต่มันเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้หล่อนรู้สึกว่ามันไม่เหมือนเดิม

“หนูอัญคงคิดมากไปเอง”

“ทำใจให้สบายนะคะคุณหนูอัญของป้า อีกไม่ถึงชั่วโมงก็จะได้พบหน้าคุณเคียร์สแล้ว”

“ค่ะป้าสมใจ”

ป้าสมใจระบายยิ้ม พลางรั้งร่างอรชรของอัญชันให้เดินลงไปยังชั้นล่างที่มีดารินกับแฮรี่รออยู่

“ว้าว... วันนี้หนูอัญสวยที่สุดเลยลูก” แฮรี่อุทานชื่นชม ซึ่งดารินเองก็เช่นกัน

“ตาเคียร์สเห็นเข้าคงต้องตะลึงแน่ๆ เลย”

ดารินและแฮรี่ต่างดีกับหล่อนเหลือเกิน เลี้ยงหล่อนราวกับลูกแท้ๆ ทั้งที่เพียงแค่รับมาอุปการะเท่านั้น

“ขอบคุณคุณลุงคุณป้ามากค่ะ” อัญชันยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อม พวงแก้มนวลเป็นสีระเรื่อ

“ดีใจไหมลูก พี่เคียร์สจะกลับมาแล้ว” ดารินถามขึ้นขณะพากันเดินออกมายังลานจอดรถ

“ดีใจค่ะคุณป้า หนูอัญคิดถึงพี่เคียร์สจะแย่อยู่แล้ว”

“เดี๋ยวก็ได้เจอกันแล้วล่ะ หนูอัญ” แฮรี่พูดขึ้น

“ค่ะคุณลุง”

ทุกคนก้าวขึ้นรถกันไปหมดแล้ว เหลือแต่หล่อนที่กำลังจะก้าวตามขึ้นไป แต่แล้วก็ต้องชะงัก”

“ขอพวกเราไปด้วยคนค่ะ”

หล่อนหันไปมองตามต้นเสียง ก็เห็นว่าเป็นจารุวรรณและชัชชุอรวิ่งหน้าเลิ่กลั่กตามมา

จารุวรรณคือแม่เลี้ยงของหล่อน ในขณะที่ชัชชุอรคือน้องสาวต่างมารดาของหล่อน ซึ่งหล่อนกับชัชชุอรมีอายุต่างกันแค่ปีกว่าๆ เท่านั้น เพราะหลังจากแม่ของหล่อนตายไป ชัดชัยผู้เป็นพ่อก็พาเมียใหม่เข้ามาในบ้าน และตอนนั้นเมียใหม่ของพ่อก็กำลังตั้งท้องอ่อนๆ ด้วยเหตุนี้ไง ดารินที่เป็นเพื่อนรักกับมารดาของหล่อนจึงได้ยื่นมือมาขอหล่อนไปอุปการะ

“สวัสดีค่ะคุณน้า”

หล่อนจำใจต้องยกมือไหว้จารุวรรณ แต่จารุวรรณเชิดหน้าใส่ และเบียดหล่อนจนกระเด็นพ้นทาง จากนั้นก็พาชัชชุอรขึ้นไปนั่งบนรถตู้

“สวัสดีค่ะคุณพี่ทั้งสอง”

“สวัสดีคุณวรรณ”

แฮรี่กล่าวทักทายกลับ แต่ดารินเมินหน้าหนีเพราะเกลียดสองแม่ลูกนี่จับหัวใจ

จารุวรรณไม่สนใจท่าทางของดาริน หล่อนรีบสาธยายต่อ “สวัสดีคุณลุงคุณป้าเสียสิยายอร”

“สวัสดีค่ะคุณลุงคุณป้า”

แฮรี่รับไหว้ แต่ดารินรับไหว้อย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะรีบตะโกนเรียกอัญชันให้รีบขึ้นมาบนรถ

“หนูอัญขึ้นมาสิจ๊ะ เดี๋ยวไปรับพี่เคียร์สไม่ทันนะ”

“ที่เต็มแล้วมั้งคะคุณพี่ดาริน ให้นัง... เอ่อ หนูอัญเฝ้าบ้านก็ได้มั้งคะ เพราะยังไงซะคุณเคียร์สก็ต้องกลับมาบ้านอยู่ดี เจอกันตอนนั้นก็ยังไม่สายหรอก”

คำพูดของจารุวรรณทำให้อัญชันหน้าซีดเผือด และก็ทำให้ดารินหน้าบูด

“ถ้าคุณวรรณกับหนูอรไม่มา รถก็คงไม่แน่นน่าอึดอัดแบบนี้มั้งคะ”

“นี่คุณพี่ดารินว่าน้องกับลูกอรทำรถตู้เต็มอย่างนั้นเหรอคะ”

จารุวรรณหันไปทำหน้ายักษ์ใส่ แต่ดารินไม่สนใจกำลังจะโต้แย้งกลับไป แต่แฮรี่ผู้ไม่อยากมีเรื่องราวอะไรจึงพูดตัดบทขึ้น

“แบ่งๆ กันนั่งเถอะ”

จารุวรรณหันไปมองหน้าชัชชุอรอย่างผิดแผน ก่อนจะขยับตัวเลื่อนไปข้างในเพื่อให้อัญชันขึ้นมานั่งด้วย

อัญชันก้าวขึ้นมานั่งข้างๆ จารุวรรณ และพยายามนั่งให้เงียบงันที่สุด เพราะรู้ดีว่าจารุวรรณกับชัชชุอรมีความประสงค์อะไรซ่อนอยู่ เพราะหลายครั้งที่หล่อนถูกชัชชุอรหาเรื่องที่มหาวิทยาลัยเรื่องเคียร์ส

“แต่งตัวเสียสวยเชียวนะหนูอัญ คงคิดว่าคุณเคียร์สจะชอบสินะ”

“เอ่อ...”

“นี่คุณแม่ไม่รู้อะไรเหรอคะว่าพี่อัญน่ะคิดจะจับพี่เคียร์สมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว” ชัชชุอรพูดออกมาแล้วก็หัวเราะร่วน “แต่พี่เคียร์สคงรู้ทัน เลยรีบหนีไปเรียนต่อเสียก่อน”

อัญชันนั่งบีบมือตัวเองน้ำตาซึม ดารินสงสารอัญชันที่ถูกแม่เลี้ยงกับน้องสาวต่างแม่ด่าทอจึงห้ามปากไม่ได้

“คงไม่ต้องถึงขนาดจับหรอกมั้งคะ เพราะยังไงซะฉันก็คิดจะจับให้พ่อเคียร์สแต่งงานกับหนูอัญอยู่แล้ว”

“อะไรกันคะคุณพี่”

จารุวรรณหันมาถามเสียงดังลั่นรถ

“นี่คุณพี่คิดจะใช้วิธีคลุมถุงชนกับลูกชายตัวเองเหรอคะ”

“ใช่แล้วจะทำไมล่ะคุณวรรณ”

“ไม่ทำไมหรอกค่ะ แต่ยุคสมัยนี้มันน่าจะปลูกเรือนตามใจผู้อยู่ได้แล้วนะคะ อย่าบีบบังคับเรื่องนี้กันเลย เพราะความรักมันบังคับใจกันไม่ได้ ฝืนไปก็มีแต่จะทุกข์เสียเปล่าๆ จริงไหมลูกอร”

“จริงค่ะคุณแม่ พี่เคียร์สน่ะคงไม่ชอบผู้หญิงหน้าตาจืดชืดอย่างพี่อัญหรอก...”

ชัชชุอรยังพูดไม่ทันจบ ดารินที่เต็มไปด้วยความหมั่นไส้สองแม่ลูกจึงแทรกขึ้นเสียก่อน “แล้วหนูอรคิดว่าพ่อเคียร์สชอบผู้หญิงแบบไหนล่ะ”

“ก็แบบหนูไงคะคุณป้าดาริน”

ดารินเบ้หน้า ก่อนจะพูดอย่างรังเกียจ

“ตายจริง นี่ขนาดป้าเป็นแม่ยังไม่รู้เลยนะว่าลูกชายของป้าจะมีรสนิยมเรื่องผู้หญิงต่ำตมขนาดนี้”

ชัชชุอรหน้าชาดิก ตวาดกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์ “นี่คุณป้า... คุณป้าหลอกด่าอรเหรอคะ”

“เปล่านี้ ป้าไม่ได้ด่าไม่ได้ว่าหนูอรเลยนะ จริงๆ” ดารินพูดไปหัวเราะไปอย่างสะใจ

ชัชชุอรจะอาละวาดตามนิสัย แต่จารุวรรณกระซิบห้ามเอาไว้

“ใจเย็นๆ เดี๋ยวผิดแผนหมด ยายอร”

“แต่คุณป้าด่าอรนี่คะ”

“เอาน่า อดทนไว้ เพื่อชัยชนะข้างหน้า”

ชัชชุอรจำต้องสงบปากสงบคำลงทั้งๆ ที่แสนจะเกรี้ยวกราด ซึ่งนั่นก็ทำให้ความเกลียดที่มีต่ออัญชันเพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น

อัญชันได้แต่นั่งก้มหน้า ไม่พูดไม่จาอะไร เพราะรู้ดีว่าศัตรูที่นั่งอยู่เคียงข้างกำลังจะหาวิธีเล่นงาน

ตอน 3

ผู้คนมากมายเดินขวักไขว่ออกมาจากภายในห้องผู้โดยสาร หล่อนกับกลุ่มครอบครัวของเคียร์สมายืนรอการกลับมาของเขาด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความยินดี

‘พี่ชาย... หนูอัญรอพี่ชายมานานเหลือเกิน รอพี่ชายจนหนูอัญแทบจะขาดใจอยู่แล้ว’

หล่อนเดินกลับไปกลับมา ชะเง้อคอรอพี่ชายที่แสนดีด้วยความกระวนกระวาย ผู้โดยสารไฟล์ทบินเดียวกับเคียร์สเดินออกมาคนแล้วคนเล่า แต่ก็ยังไม่มีเขา

“หนูอัญใจเย็นๆ นะลูก เดี๋ยวพี่เขาก็มา”

ดารินพูดขึ้นอย่างเป็นห่วง หล่อนหันไปยิ้มให้ผู้มีพระคุณ และเดินเข้าไปหา

“ค่ะคุณป้า”

จารุวรรณมองอัญชันที่เดินเข้ามาหาดารินอย่างหมั่นไส้ และก็ห้ามปาก ห้ามความคิดชั่วช้าของตัวเองไม่ได้

“ประจบเก่งแบบนี้สิท่า คุณพี่ดารินถึงได้หลงนักหลงหนา”

“จริงด้วยค่ะคุณแม่”

ชัชชุอรผสมโรงต่อว่าพี่สาวต่างมารดาอย่างหมั่นไส้ไม่แพ้กัน แต่อัญชันไม่คิดจะใส่ใจอะไร เพราะมันเป็นแบบนี้ทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้ๆ กับสองแม่ลูกนี่

“ไม่ใช่ป้าคนเดียวหรอกนะหนูอรที่เอ็นดูหนูอัญน่ะ แต่พ่อเคียร์สก็ทั้งรักทั้งเอ็นดูน้องสาวคนนี้มากเช่นกัน”

ดารินสวนกลับอย่างเหลืออด แฮรี่พยายามปรามภรรยา แต่ดารินไม่ขอทน

ชัชชุอรหันไปหาแม่เมื่อถูกพูดเหน็บแนม จารุวรรณส่ายหน้าบอกให้ลูกสาวอดทน

“ใจเย็นๆ ยายอร ยังไงซะ นังอัญชันมันก็ไม่มีวันเอาชนะลูกของแม่ได้หรอก”

“แต่ป้าดารินบอกว่าพี่เคียร์สเอ็นดูนังอัญชันมาก แถมยังจะให้แต่งงานกันอีก”

“ถ้าคุณเคียร์สยังคิดว่านังอัญชันมันเป็นน้องน้อยน่ารักอยู่อีก หลังจากได้เห็นภาพพวกนั้นที่พวกเราส่งไปให้ แกก็ปล่อยผู้ชายโง่เป็นควายคนนี้ไปเถอะ”

“จะปล่อยได้ยังไงกันล่ะคุณแม่ อรรักพี่เคียร์ส”

“แม่ก็พูดเปรียบเปรยให้ฟังเฉยๆ น่ะ ยังไงซะ ภาพพวกนั้นก็ต้องทำให้คุณเคียร์สมองนังอัญชันไม่ดีบ้างแหละ หรือไม่ก็อาจจะเกลียดมันไปแล้วก็ได้ นี่แกไม่เห็นเหรอว่าห้าหกปีมานี่คุณเคียร์สไม่ยอมบินกลับมาเมืองไทยเลย”

“นั่นสิแม่...” ชัชชุอรระบายยิ้มพึงพอใจ ก่อนจะกระซิบกระซาบกับมารดาต่อไป “งั้นเราก็อย่าหยุดใส่ร้ายมัน ดีไหมแม่”

“ดี ถูกต้องที่สุด”

สองแม่ลูกกระหยิ่มยิ้มย่องกันอย่างถูกอกถูกใจ ซึ่งก็เป็นเวลาเดียวกันกับที่ดารินอุทานขึ้นพอดี

“นั่นไง... พ่อเคียร์ส”

สายตาของทุกคนจับจ้องมองไปยังผู้ชายคนหนึ่งตัวสูงมากๆ และกำลังแหวกกลุ่มของผู้คนเดินตรงเข้ามาหา ทุกคนระบายยิ้มด้วยความดีใจ ซึ่งหล่อนเองก็เช่นกัน แต่หยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปิตินี่สิ มันดันไหลพรากออกมาจากดวงตากลมๆ ของตัวเองด้วย

พี่ชายที่รักเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ดวงตาของหล่อนราวกลับถูกตรึงตอกเอาไว้กับร่างสูงใหญ่นั้น เพราะมันไม่อาจจะวอกแวกมองไปในทิศทางอื่นใดได้เลย เขาคือคนเดียวที่ดึงดูดสายตาของหล่อนเอาไว้ สายตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความภักดี และความเทิดทูนล้นใจ

เคียร์ส เบนด์เนอร์ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากห้าหกปีที่แล้วมากนัก เพราะพี่ชายของหล่อนยังคงหล่อจัด หล่อเหลาราวกับเทพบุตรชั้นฟ้าเช่นเดิม ใบหน้าของเคียร์สเป็นสี่เหลี่ยม คางของเขาหยักบุ๋มและมีไรหนวดขึ้นเล็กน้อย โหนกแก้มสูงมีเคราสีเข้มขึ้นเช่นเดียวกัน จมูกของพี่ชายก็ยังคงโด่งสวยงามไม่เปลี่ยนแปลง คิ้วเข้มๆ เหนือดวงตารียาวแต่หวานฉ่ำหนาดกมากขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสดก็เช่นกันมันยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง แต่มีสิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงไปจนทำให้หล่อนเสียใจก็คือดวงตาคมกล้าคู่นั้นไม่ได้เมียงมองมาที่หล่อนเป็นคนแรกเหมือนเช่นทุกครั้งอีกแล้ว

“พ่อเคียร์ส... ลูกแม่”

ดารินอ้าแขนรับร่างของลูกชายด้วยความคิดถึง กอดรัดร่างกำยำสูงใหญ่เอาไว้แน่น ยกมือลูบแผ่นหลังกว้างราวกับแผ่นหลังของนักกีฬาไปมาและพร่ำเพ้อไม่หยุด

“กลับมาคราวนี้ ไม่ไปทำงานกับคุณลุงแล้วนะเคียร์ส แม่ไม่ยอมปล่อยลูกไปอีกแล้ว”

ดารินไม่ยอมปล่อยลูกชาย แฮรี่จึงต้องเตือนสติ “คุณใจเย็นๆ สิครับ ให้เคียร์สได้ทักทายคนอื่นบ้าง”

“ก็ฉันคิดถึงของฉันนี่คะ” ดารินแย้งสามี แต่ก็ยอมปล่อยลูกชายออกจากวงแขน

“อ้อ แล้วนี่ทักทายหนูอัญหรือยังล่ะ รู้ไหมน้องคิดถึงเรามากแค่ไหน หนูอัญมานี่สิลูก”

ดารินพูดจบก็หันไปเรียกอัญชันที่ยืนก้มหน้าเอามือบิดกระโปรงที่สวมใส่อยู่ทันที

อัญชันระบายยิ้มหวาน ขณะก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้าของเคียร์ส พี่ชายแสนดีที่หล่อนแสนจะบูชา หล่อนค่อยๆ ช้อนตาขึ้นมองเขา มองใบหน้าหล่อเหลาของเขาด้วยความคิดถึง

“สะ... สวัสดีค่ะ... พี่เคียร์ส...”

หล่อนคาดหวังว่าเขาจะยิ้มตอบ หรือมากกว่านั้นก็คือดึงหล่อนเข้าไปสวมกอดและบอกว่าคิดถึงเช่นกัน เหมือนสมัยที่ทำตอนหล่อนยังเป็นเด็ก แต่สิ่งที่เฝ้าฝันเอาไว้มันกลับพังทลายลงไม่เป็นท่า เมื่อสายตาคมกริบที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความห่างเหิน ไร้ความเมตตาปรานีเช่นในอดีตอย่างชัดเจน

หล่อนหน้าซีดเผือด รู้สึกราวกับว่าหัวใจของตัวเองถูกคมมีดกรีดลึกจนเป็นแผลเหวอะหวะ หล่อนสัมผัสได้ถึงความเย็นชา ถือเนื้อถือตัวของผู้ชายตรงหน้า ไม่มีความรักความเมตตาให้อีกแล้ว

“สวัสดีอัญชัน... สบายดีนะ”

และแม้แต่คำเรียกหล่อน มันก็เปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าลางในอดีตอีกเลย

หัวใจของหล่อนรู้สึกทรมาน ตอนนี้ไม่ต่างจากกำลังถูกเคียร์สผลักตกลงไปในเหวลึก

“สะ... สบายดีค่ะ”

เขายิ้มมุมปาก กวาดตามองร่างของหล่อนด้วยสายตาเยือกเย็นไร้ความรู้สึก

“ชุดสวยดีนะ”

“เอ่อ... ขอบคุณค่ะ”

“คงใส่บ่อยสินะ”

หล่อนที่ก้มหน้าอยู่ช้อนตาขึ้นมองเขาอย่างหวั่นไหว ก่อนจะตกใจเมื่อเห็นแววตาดุดันของเคียร์สที่จ้องมองมา

“หนูอัญไม่ค่อยแต่งตัวแบบนี้หรอกพ่อเคียร์ส นี่แต่งมาเพื่อต้อนรับลูกกลับเมืองไทยโดยเฉพาะเลยนะ” ดารินอธิบายแทน ก่อนจะอดแซ็วขึ้นไม่ได้ “จากกันไปนานเลย พอเจอกันก็จะขัดเขินแบบนี้แหละ จริงไหม พ่อเคียร์ส”

“ผมไม่ได้เขินหรอกครับ”

เขาตอบมารดา ก่อนจะหันไปทักทายจารุวรรณกับชัชชุอรที่ยืนรอเสียบอยู่ใกล้ๆ

“สวัสดีครับคุณน้า สวัสดีครับน้องอร”

“คุณเคียร์สหล่อขึ้นเยอะนะคะ” จารุวรรณพูดขึ้น และชัชชุอรก็อดที่จะเสริมไม่ได้

“จริงด้วยค่ะ หล่อขึ้นมากเลย”

เคียร์สระบายยิ้มน้อยๆ “น้องอรก็สวยขึ้นมากครับ”

“อุ๊ย จริงเหรอคะ” ชัชชุอรหมุนตัวบิดไปมาด้วยความขัดเขิน

“จริงสิครับ”

ดารินเห็นลูกชายมัวแต่คุยกับจารุวรรณและชัชชุอรก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ รีบเรียกให้หันกลับมา

“แล้วนี่พ่อเคียร์สไม่คิดจะชมหนูอัญบ้างหรือไง รู้ไหมน้องแต่งตัวรอเราตั้งแต่เช้ามืดเลยนะ”

เคียร์สหมุนตัวกลับมา ตวัดตามองอัญชัน สีหน้าของเขาเย็นชาและไร้ความรู้สึกยามจ้องมองมาที่หล่อน

“ก็สวยดีครับ แต่ผมไม่ชอบผู้หญิงแต่งตัวเปิดเผยเนื้อตัว”

อัญชันหน้าร้อนฉ่าเพราะรู้ดีว่าพี่ชายกำลังตำหนิ ดารินได้ยินก็รีบแก้ต่างแทน

“มันเปิดเผยเนื้อตัวตรงไหนพ่อเคียร์ส ก็แค่กระโปรงสั้นเหนือเข่าเท่านั้นเอง”

“คนใส่น่าจะรู้ดีนะครับว่ามันเปิดเผยเนื้อตัวยังไง จริงไหมอัญชัน”

เขาพูดกับดารินจบก็หันมามองที่หล่อน มองด้วยสายตาห่างเหินจนหล่อนทั้งตกใจทั้งแคลงใจ

“หนูอัญ... ขอโทษค่ะ”

“ไม่ต้องขอโทษหรอก มันไม่ใช่เรื่องของฉันเสียหน่อย”

เคียร์สเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเองกับหล่อนด้วย จาก ‘พี่’ กลายเป็น ‘ฉัน’ และมันก็ทำให้หล่อนแสนจะเสียใจ

แล้วเขาก็หันไปหาดารินและแฮรี่ พูดคุยกันอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งมีผู้ชายสองคนปรากฏตัวขึ้น

“เฮ้... เคียร์ส”

เสียงเรียกนั้นทำให้เคียร์สหันไปมอง ก่อนจะยกมือขึ้นโบกทักทาย เขาหันมาบอกทุกคนว่าขอตัวก่อน ยกเว้นหล่อนเพียงคนเดียว ที่เขากระทำใส่ราวกับเป็นเพียงแค่อากาศ

“ผมขอตัวไปหาเพื่อนก่อนนะครับคุณพ่อคุณแม่”

“อืมไปเถอะ แล้วจะให้พ่อกับแม่รอหรือเปล่าล่ะ” แฮรี่เอ่ยถาม

“ไม่ต้องครับ เดี๋ยวผมให้เพื่อนไปส่งที่บ้าน” เขาตอบบิดา ก่อนจะหันไปหาจารุวรรณและชัชชุอร

“เอาไว้เจอกันใหม่นะครับคุณน้า น้องอร”

แม้ชัชชุอรจะเต็มไปด้วยความเสียดาย แต่ก็ไม่อยากจะแสดงท่าทางวี๊ดว๊ายออกไปเพราะในสายตาของเคียร์สหล่อนคือผู้หญิงเรียบร้อยประดุจดั่งผ้าพับเอาไว้

“ค่ะพี่เคียร์ส เชิญตามสบายนะคะ”

เคียร์สยิ้มให้กับชัชชุอร ก่อนจะรีบเดินตรงไปหาเพื่อนของตนเอง อัญชันมองตามไปทั้งน้ำตา พลางถามตัวเองซ้ำๆ ในอกนับครั้งไม่ถ้วนว่า เคียร์สเป็นอะไรไป ทำไมพี่ชายที่แสนดีเสมอมาของหล่อนถึงได้ทำเหมือนกับว่าไม่รักหล่อนแล้วแบบนี้

หล่อนอาจจะเข้าใจผิดไปเอง... ใช่... เคียร์สอาจจะเหนื่อยจากการเดินทาง เขาก็เลยมีท่าทีแบบนี้

อัญชันให้กำลังใจตัวเองโดยการคิดบวก ก่อนจะฝืนระบายยิ้มออกมาเมื่อดารินเอ่ยเรียก

“งั้นเรากลับไปรอพี่เคียร์สที่บ้านกันนะหนูอัญ ตอนนี้ให้พี่เขาไปคุยกับเพื่อนๆ ก่อน”

“ค่ะ คุณป้า”

ดารินจูงมือของอัญชันให้เดินตามแฮรี่ไป โดยไม่สนใจสองแม่ลูกตัวปัญหาอย่างจารุวรรณกับชัชชุอรอีก

“คุณแม่ว่าพี่เคียร์สเกลียดนังอัญมันหรือยังคะ” ชัชชุอรเอ่ยถามมารดาเมื่อเดินตามหลังดารินมาห่างๆ

“นี่แกไม่เห็นสายตาของคุณเคียร์สที่มองมันหรือไง เย็นชาซะขนาดนั้นน่ะ” จารุวรรณตอบลูกสาว

“งั้นก็แสดงว่า... พี่เคียร์สเกลียดนังอัญมันแล้ว” ชัชชุอรเต็มไปด้วยความดีใจ

“ก็ใช่น่ะสิ แล้วทีนี้แกก็ต้องรีบทำคะแนนเร็วๆ เลยล่ะ เราสองคนจะได้สบายกันเสียที” จารุวรรณสั่งสอนลูกสาว

“มันแน่นอนอยู่แล้วคุณแม่ อรไม่มีวันปล่อยให้โอกาสทองแบบนี้หลุดมือไปได้หรอก พี่เคียร์สจะต้องเป็นของอร”

สองแม่ลูกเต็มไปด้วยความยินดีปรีดา เสียงหัวเราะชั่วร้ายดังในลำคอไม่หยุด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED