ตอน 2

เคร้ง!!

เอี๊ยดดดดด... โครมมมมม!!

รถกระบะคันหนึ่งวิ่งผ่านท่อระบายน้ำกลางถนน หลังจากนั้นฝาท่อก็หลุดกระเด็นออกมาหมุนคว้างปานนักบัลเล่ต์ นั่นเองที่ทำให้มอเตอร์ไซค์คันหนึ่งหักหลบมัน จนพุ่งชนรถเข็นขายลูกชิ้นเต็มแรง ลูกชิ้นหมู ลูกชิ้นปลา ปูอัด และไส้กรอกชีสเสียบไม้ลอยผ่านหน้านับเงินกับดาวเหนือ ขณะที่คนขี่มอเตอร์ไซค์ลอยไปกระแทกเสาไฟ หมวกกันน็อคหลุดลอยไปอีกทาง

"นายยรรยงนรธน นรธนยรรยง ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ...คอนเฟิร์มเคส" นับเงินรายงานกับเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาอีกครั้ง ก่อนที่คู่หูของเธอจะเลื้อยออกจากแขนเสื้อมาพันธนาการดวงวิญญาณที่พึ่งคลานโซซัดโซเซออกมาจากร่างอันบอบช้ำและแหลกสลาย

ทั้งหมด... ก็เพราะการไร้ความรับผิดชอบและความมักง่ายของคนกลุ่มหนึ่ง

"ไอ้หมอดูเฮงซวย ไหนบอกเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนนามสกุลแล้วจะดวงดี หมดเคราะห์หมดโศกไง" เจ้าของชื่อนามสกุลประหลาดตามความคิดของดาวเหนือพึมพำซ้ำไปซ้ำมา

"สวัสดีครับหัวหน้านับเงิน" ใครคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างๆ ยมทูตสาว เขาเป็นชายหนุ่มผิวขาว ผมหยักศก สวมแว่นดำ หมวกดำ สูทดำ และมีงูตัวใหญ่พันหลวมๆ อยู่บนบ่าราวกับกำลังทำหน้าที่ผ้าพันคอให้คู่หู

"อ้าว... ไมเคิล มารอรับเหยื่อเหมือนกันเหรอ?" นับเงินยิ้มทักอีกฝ่ายอย่างคนคุ้นเคย

"นี่ไง... เหยื่อของไอ แต่อีก 7 วันนะ" ไมเคิลพยักพเยิดหน้าไปทางแม่ค้าขายลูกชิ้นที่นอนสลบไสลไม่ได้สติ โดยมีหม้อทอดน้ำมันเดือดคว่ำอยู่บนหน้าอก

"อ้อ... ถึงกับต้องมาเฝ้าเลยเหรอ" นับเงินพยักหน้าเนือยๆ "คิวว่างทั้งอาทิตย์ขนาดนี้ น่าจะมาช่วยงานไอนะ"

"ใครว่า... เคสนี้ไอต้องโชว์ตัวให้ร่างทรงหมอผีดูเชียวนะ ญาติเหยื่ออุตส่าห์ไปเหมามาเรียกวิญญาณ แต่ดันเป็นของปลอมทุกคน ฮ่าๆๆๆๆ" เจ้าของชื่อไมเคิลหัวเราะขบขันปิดท้ายยาวๆ ชวนให้ขบคิดว่าการหัวเราะครั้งนี้จะสิ้นสุดลงที่ตรงไหน

"อ้อ งี้นี่เอง... จัดเต็มให้เข็ดหลาบหัวโกร๋นไปเลย อย่าให้เสียเที่ยว" นับเงินยิ้มมุมปาก ท่าทางเธอเองก็อยากมีโอกาสงามๆ แบบนี้บ้าง

"มันแน่อยู่แล้ว ได้ปลดปล่อยทั้งที" ไมเคิลหยุดหัวเราะ เปลี่ยนเป็นยิ้มเหี้ยม ราวกับไม่ได้มีแค่เหล่าดวงวิญญาณที่เป็นเหยื่อของยมทูตอย่างเขา

"คุณไมเคิลตัวจริงเสียงจริงหรือครับนี่!?" ดาวเหนือแอบกระซิบถามรุ่นพี่สาว ตาชำเลืองมองบุคคลผู้ถูกกล่าวถึงซึ่งกำลังเริ่มต้นหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังอีกครั้ง

"ก๊อปเกรด A น่ะ... ไมเคิล ไอไปก่อนนะ คิววันนี้แน่นเลย" นับเงินกระซิบตอบ ก่อนจะหันไปบอกลาคนคนนั้น

ในที่สุด การรอคอยของดาวเหนือก็สิ้นสุดลง เขาวาร์ปตามหัวหน้ายมทูตสาวกลับลงไปที่ยมโลกอีกครั้ง เพื่อนำส่งดวงวิญญาณเจ้าของชื่อมงคลที่หมอดูการันตีนักหนาว่าจะดวงดี ดวงเฮง แถมอายุยืนเป็นหมื่นปี หากเปลี่ยนมาใช้ชื่อนี้

"ดวงตายของคนทุกคนถูกกำหนดมาแล้ว ต่อให้เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนหน้า เปลี่ยนเส้นลายมือ หรือเปลี่ยนลายเซ็น ก็ช่วยอะไรไม่ได้" นับเงินพูดขึ้นลอยๆ ระหว่างที่ยืนมองเหยื่อคนล่าสุดถูกผู้คุมสูทแดงคนเดิม ลากตัวไปยังบัลลังก์ตัดสินโทษ

"แล้วดวงของคนที่จะต้องมาเป็นยมทูตล่ะครับ?" ดาวเหนือตั้งคำถาม จากความสงสัยที่สั่งสมมานาน เหตุใดเขาจึงได้รับเลือกให้เป็นยมทูต ทั้งที่ตอนเป็นมนุษย์เขาก็ไม่ใช่คนดีอะไร มิหนำซ้ำยังต้องรับโทษในนรกอยู่เป็นนานอีกด้วย

"อ้าว... ไม่มีใครบอกเลยเหรอ?" นับเงินเอียงคอมองยมทูตหนุ่มรุ่นน้องอย่างเอ็นดูในคำถาม

"อาจจะเพราะผมไม่เคยถามด้วยมั้งครับ" ดาวเหนือรอคอยคำตอบใจจดใจจ่อ

"แล้ว... ตอนตัดสินใจเป็นยมทูตฝึกหัด เราตอบคำถามผู้คุมฝึกว่ายังไงล่ะ?" นับเงินไม่ได้ตอบในสิ่งที่ดาวเหนืออยากรู้ แต่กลับย้อนถามเรื่องในอดีตของเขา

"เรื่องที่ให้เลือกว่าอยากไปเกิดเลย หรือขึ้นไปเสวยสุขบนสวรรค์วันนึงนั่นน่ะหรือครับ?" ดาวเหนือแค่นหัวเราะให้กับโชคชะตาของตัวเอง ที่ผ่านมาเขาคงเลวสุดขั้วขนาดที่สวรรค์ไม่อยากต้อนรับงั้นสิ

"ช่ายยยยย... นั่นคือด่านแรกของการได้เป็นยมทูต"

คำตอบของนับเงินทำเอาดาวเหนือชะงักไปนิดนึง อ้อ... แสดงว่าเป็นเขาสินะที่พาตัวเองมาเดินอยู่บนเส้นทางนี้

"ผมตอบว่าจะให้ไปเกิดก็ยังไม่อยาก แต่จะให้ไปเสวยสุขบนสวรรค์ตั้งวันนึง มันก็ดูน่าสมเพชไป"

คำตอบของดาวเหนือ ทำให้นับเงินอดขำไม่ได้

"ก็นั่นแหละ... เราถึงได้มาเป็นยมทูตนี่ไง ถึงจะได้อยู่สวรรค์แค่วันเดียว ก็นานเกินชีวิตมนุษย์แล้ว เพราะแบบนี้อายุของการเป็นยมทูตจึงเทียบกับอายุของคนบนโลกมนุษย์ ไม่ได้เทียบกับอายุของเทพบุตร เทพธิดา หรือสัตว์นรก" นับเงินเริ่มต้นอธิบายในสิ่งที่ดาวเหนือข้องใจ

"แปลว่าผมจะต้องเป็นยมทูต 100 ปีมนุษย์สินะครับ" ดาวเหนือพยักหน้าให้กับสิ่งที่ได้รับรู้

"นี่แหละน้า... เวลาผู้คุมฝึกพูดแล้วไม่ตั้งใจฟัง" นับเงินกระเซ้า ก่อนจะอธิบายต่อ "คนที่จะมาเป็นยมทูตต้องมีดวงที่สามารถข่มดวงวิญญาณอื่นได้ เคยใช้กรรมในนรกมาก่อนตามระยะเวลาไม่เกินจากที่ท่านยมกำหนด ไม่เคยต้องโทษหนักในขุมนรก จำพวกกรรมที่ก่อกับบุพการี ผู้มีพระคุณ และเหล่าสาวกผู้ประพฤติดีของแต่ละศาสนา หรือจะพูดว่าต้องเป็นคนเทาๆ ก็คงไม่ผิด แต่ก็ใช่ว่าทุกคนที่เข้าเกณฑ์จะได้เป็นยมทูต เรื่องนี้เราน่าจะรู้ดีกว่าใคร"

คำพูดของนับเงินทำเอาดาวเหนือชะงักไปอีกครั้ง

"อ่อ... ไอ้ด่านทดสอบที่ทำให้ผมอยากตายสักชั่วโมงละพันครั้งนั่นน่ะเหรอครับ" ดาวเหนือตากระตุกตุบๆ ขึ้นมาทันทีที่นึกถึงผลการตอบรับข้อเสนอในการเข้าสอบเป็นยมทูตของตัวเอง ซึ่งทำให้เขาต้องเริ่มต้นบททดสอบคุณสมบัติและความเหมาะสม ที่ไม่ต่างจากการรับโทษในนรกสักเท่าไหร่

"นั่งลงสิ..." เขายังจำได้ดีถึงตอนที่ผู้คุมฝึกหน้าเหี้ยมในชุดสูทแดงพาเข้าไปในห้องมืดๆ แคบๆ อับๆ ที่มีเพียงแค่โซฟาหนังเล็กๆ สำหรับคนคนเดียว ก่อนจะขังเขาไว้กับเหล่าฆาตรกรต่อเนื่อง

สวบ... สวบ... สวบ...

ฉึก... ฉึก... ฉึก...

ฉับ... ฉับ... ฉับ...

คนพวกนั้นเป็นอดีตฆาตกรต่อเนื่องจากหลายยุคหลายสมัยและหลายประเทศ ทั้งอังกฤษ ไทย อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี เปล่าเลย... พวกเขาไม่ได้จับดาวเหนือมาเป็นเหยื่อ หากแต่กำลังแสดงความสามารถในการฆ่าและหั่นให้ผู้เข้ารับการทดสอบอย่างเขาดูต่างหาก

"นะ... นะ... นี่มันเรื่องบ้าอะไรเนี่ย!!" ดาวเหนือจ้องมองภาพตรงหน้าด้วยอาการตัวแข็ง เขาอยากจะหนีออกไปจากห้องนี้ซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่ขาของเขากลับไม่สามารถขยับเขยื้อนไปไหนได้ ราวกับถูกหินก้อนมหึมาถ่วงเอาไว้กับโซฟา

เลือดสีแดงสดสาดกระเซ็นไปทั่วทั้งห้อง มิหนำซ้ำยังไหลนองเต็มพื้น และแผ่อาณาเขตใกล้เท้าของเขาเข้ามาเรื่อยๆ เรื่อยๆ ถึงอย่างนั้นดาวเหนือก็ทำไม่ได้แม้แต่จะขยับเท้าหนี รวมทั้งไม่อาจเบนสายตาหนีภาพการฆาตกรรมตรงหน้าได้แม้สักเสี้ยววินาที ทุกนาทีที่ผ่านไปอย่างเชื่องช้า เต็มไปด้วยการเฉือน สับ ตัด หั่น จากเจ้าของท่าทางเย็นชากับสีหน้าเปี่ยมสุข นี่ถ้าก่อนหน้านี้เขากินอะไรเข้าไปล่ะก็ มันคงไม่หลงเหลืออยู่ในกระเพาะแล้ว

"สิ้นสุดการทดสอบแรก ออกมาได้แล้ว..."

หลังจากผ่านไป 24 ชั่วโมง ผู้คุมฝึกคนเดิมก็เปิดประตูเข้ามาเรียกเขา ทว่านั่นไม่ใช่สัญญาณการพัก

"ผม... สะ... สะ... สอบผ่าน ระ... ร... หรือเปล่าครับ?" ดาวเหนือถามตะกุกตะกัก โดยที่ขาสองข้างอันไร้เรี่ยวแรงของเขา ยังไม่สามารถหยัดยืนขึ้นเพื่อทำตามคำสั่งได้

"เจ้าจะรู้ผลก็ต่อเมื่อผ่านการทดสอบทั้งสามแล้วเท่านั้น"

คำตอบของผู้คุมฝึก ทำให้ดาวเหนืออยากย้อนเวลากลับไป ในตอนที่เขาตอบรับการทดสอบเข้าเป็นยมทูตฝึกหัดเสียเหลือเกิน และเขาจะไม่เลือกคำตอบที่ทำให้ตัวเองต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้เด็ดขาด

"อีกแล้วเหรอเนี่ย..." ดาวเหนือพึมพำ เมื่อผู้คุมฝึกพาเขาออกจากห้องมืดๆ แคบๆ อับๆ ที่มีเพียงแค่โซฟาหนังเล็กๆ สำหรับคนคนเดียว เข้ามาภายห้องมืดๆ แคบๆ อับๆ ที่มีเพียงแค่โซฟาหนังเล็กๆ สำหรับคนคนเดียวอีกห้อง

"ผมต้องดูเคสฆาตกรรมแบบไหนอีกครับเนี่ย?"

มีเพียงความเงียบที่ดังตอบคำถามจากความสงสัยของดาวเหนือ ก่อนที่ประตูห้องจะปิดสนิทลงพร้อมการจากไปของผู้คุมฝึก ทิ้งไว้เพียงความมืดที่รายล้อม ทว่าไม่นาน... เสียงแปลกปลอมก็ดังขึ้น

"ผมยังไม่อยากตาย ผมยังมีครอบครัวที่ต้องดูแล แม่ของผมป่วยหนัก พ่อก็แก่มากแล้ว เมื่อเดือนก่อนน้องชายของผมก็มาพิการไปอีกคน ได้โปรดเถอะครับ ให้ผมได้อยู่จัดการเรื่องทุกอย่างอีกหน่อยเถอะนะครับ"

น้ำเสียงชวนสงสารดังขึ้น เป็นเวลาเดียวกับที่มือสั่นๆ ของใครบางคนเอื้อมมาจับข้อเท้าของดาวเหนือ ทำเอาเขาสะดุ้งเฮือก

"ผม... ขะ... ขอร้องเถอะครับ"

ใบหน้าขะมุกขะมอมของชายคนนั้นเต็มไปด้วยน้ำมูกและน้ำตาแห้งกรัง เสื้อผ้าของเขาขาดวิ่น เนื้อตัวเปรอะเปื้อนคราบเลือด ศีรษะแตกเป็นแผลเปิดจากการประสบอุบัติเหตุ ดูเหมือนคนคนนี้จะถึงฆาตแล้ว เพียงแต่เขายังพยายามร้องขอต่อรองเวลาของการมีชีวิตให้ยืดออกไปอีก

"คือว่า..." ดาวเหนือขมวดคิ้วคิดหาคำตอบ ทว่าไม่ทันจะได้พูดอะไรต่อ

"ชะ... ชะ... ช่วยด้วย... ช่วย... ด้วยค่ะ"

เสียงร้องขอความช่วยเหลือของใครอีกคนดังขึ้น เรียกให้ดาวเหนือหันขวับไปมองเจ้าของมือเล็กๆ ซึ่งเล็บทั้งสิบเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว ที่กำลังเอื้อมมาจับชายกางเกงขายาวของเขา

"หนู... อยากเจอ... แม่..." เด็กหญิงร่างผอมซูบ ผิวขาวซีดไร้เลือดฝาด พูดกับดาวเหนือ "ขอหนูเจอแม่... ก่อน... ดะ... ได้ไหมคะ" เธอส่งสายตาวิงวอน

"ขะ... ขะ... คือ..." ดาวเหนือตะกุกตะกักหนักขึ้น เพราะไม่รู้จะตอบคนทั้งคู่ว่ายังไงดี ไม่ทันไรมือปริศนามากมายก็เอื้อมมาฉุดดึงแขนขาของเขา พร้อมๆ กับเสียงตัดพ้อและอ้อนวอนที่ดังประสาน

"ขออยู่อีกวันนึง แค่วันเดียว"

"ฉันยังตายไม่ได้ ตายไม่ได้เด็ดขาด ถ้าฉันตายแล้วลูกจะอยู่กับใคร"

"ท่านยมทูต... มีแค่ท่านที่จะช่วยพวกเราได้"

มือขาวซีดเปรอะเปื้อนคราบเลือดแห้งกรังที่เพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จากหลักหน่วยเป็นหลักสิบ และหลักสิบเป็นหลักร้อย เอื้อมคว้าแขนขา ไล่ขึ้นมาฉุดรั้งตามตัว และลามขึ้นมาถึงใบหน้าของดาวเหนือ ทำเอาเขาแทบหยุดหายใจ

"มะ... มะ... ไม่ได้... พวกคุณตายไปแล้ว ยังไงก็ต้องลงไปให้ท่านยมตัดสินโทษ ไปขอร้องกับท่านยมเถอะ ผมไม่เกี่ยว!!" ดาวเหนือหลับตาละล่ำละลักคำตอบที่ทบทวนอยู่หลายตลบ และไม่อาจทนทบทวนได้อีกต่อไป หลังจากนั้น...

"หึ... ว่าแล้ว"

เสียงหัวเราะในลำคอของนับเงิน ปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด เพื่อที่จะพบกับคนคุ้นตาคนหนึ่ง

"ขอทานคนนั้น..." เขาพึมพำระหว่างที่จ้องมองชายขาดีวัย 40 ปี หรือก็คืออดีตชายไร้ขาที่เคยพบเจอก่อนหน้านี้ ช่วงที่นับเงินมีคิวรับดวงวิญญาณนายเชี่ยวชาญกัญชงอะไรนั่น

"หรือว่าจะเป็นแฝดครับ ขอทานคนนั้นไม่มีขานี่" ดาวเหนือพยายามมองโลกในแง่ดี ตายังคงจับจ้องอยู่ที่ชายขอทานขาดี ระหว่างที่นึกย้อนพิจารณาถึงเสื้อผ้าขาดวิ่นรุ่งริ่งว่าใช่ตัวเดียวกันหรือไม่ เป็นเวลาเดียวกับที่...

โครมมม... ม!!

เสียงกึกก้องสั่นสะเทือนรูหู ดังมาจากฝาท่อปูนผุๆ พังๆ บริเวณเท้าของชายขอทาน ตามติดด้วยภาพร่างเคราะห์ร้ายที่หล่นลงไปในท่อระบายน้ำ ทั้งแขน ขา และใบหน้าล้วนกระแทกกับขอบปูนหักพังไม่ได้รูป จนผิวดำขะมุกขะมอมบังเกิดบาดแผลไปทั่ว รวมไปถึงแผลใหญ่ที่ทำให้เขาสูญเสียลมหายใจ ซึ่งมาจากเหล็กเส้นหนึ่งที่เสียบทะลุจุดสำคัญ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วจนดาวเหนือซึ่งไม่ทันตั้งตัว ได้แต่ยืนอ้าปากค้างด้วยอาการช็อก

"นายบันลือ บรรพต ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต ...คอนเฟิร์มเคส" นับเงินวาร์ปเข้าไปรอรับดวงวิญญาณตรงปากท่อ และแม้ว่าตัวเธอจะไม่มีทางตกท่อระบายน้ำตามเหยื่อเคราะห์ร้ายลงไปด้วยอีกคน แต่หญิงสาวก็เลือกที่จะลอยตัวอยู่เหนือพื้นฟุตบาทตรงนั้น เพื่อความสบายใจ

...เพราะอะไรก็เกิดขึ้นได้ใน... ไทยแลนด์ แดนสนธยา

"เงินกู!! ตกท่อหมดเลย!! ...โธ่เว้ยยยยย!!" ชายขอทานคนนั้นยังคร่ำครวญไม่หยุด แม้จะถูกเจ้านิลพันธนาการข้อมือไว้อย่างแน่นหนา มิหนำซ้ำ...

"สึดดดด! อุตส่าห์นั่งทำเป็นคนขาพิการทั้งวัน"

คำสบถล่าสุดที่หลุดออกมาจากปากชายขอทานขาดี ไขข้อข้องใจให้กับดาวเหนือจนหมดสิ้น

"ที่แท้ก็แกล้งพิการเหรอเนี่ย... เฮ้อออออ!" ดาวเหนือส่ายหน้าเอือมระอาพลางถอนหายใจยาวๆ

"สาเหตุที่เราต้องทดสอบเธอในด่านที่ 2 นั่นไง เพราะต่อให้เขาจะอยู่ในสภาพน่าสงสารขนาดไหน พวกนี้ก็คือคนที่ต้องลงมารับโทษ" นับเงินบอกรุ่นน้องระหว่างที่พาเขาวาร์ปกลับมาส่งดวงวิญญาณชายบ้าเงินในนรก

"ผมพึ่งเข้าใจวันนี้เอง" ดาวเหนือนึกย้อนกลับไปถึงการทดสอบการเป็นยมทูตด่านที่ 2 อีกครั้ง

"เตรียมตัวเข้าทดสอบด่านที่ 3 ได้"

เสียงของผู้คุมฝึกดังขึ้น ขณะที่เจ้าของมือขาวซีดเปื้อนเลือดทั้งหมดอันตรธานหายไป ราวกับไม่เคยมีพวกเขาอยู่ตรงนั้น เอ่อ... คงเป็นเพราะคำตอบที่เขาตะโกนออกไปนั่นสินะ นี่ถ้าเขาเลือกตอบในทำนองที่ให้วิญญาณเหล่านั้นอยู่บนโลกต่อ ก็คงไม่ได้มาเป็นยมทูตแบบนี้

"แต่น่าตกใจมากๆ เลยนะครับ ปรากฏการณ์ตกท่อตายเนี่ย" ดาวเหนือพูดขึ้นระหว่างที่เขาและนับเงินกลับขึ้นมาบนโลกมนุษย์อีกครั้ง

"อ้าวๆ พูดแบบนี้แสดงว่าลืมการตายของตัวเอง"

คำพูดของนับเงินทำเอาดาวเหนือหันขวับไปจ้องหน้าเธอเขม็ง

"รุ่นพี่รู้ด้วยหรือครับว่าผมตายยังไง!?" เขาละล่ำละลักถาม เพราะเข้าใจว่ามีเพียงยมทูตผู้ไปรับดวงวิญญาณของเขาเท่านั้นที่รู้ว่าเขาตายอนาถขนาดไหน

"ก็ต้องรู้สิ พี่เป็นหัวหน้ายมทูตเชียวนะ... ไม่ต้องอายหรอกน่า ประเทศนี้น่ะ ใครก็ตายพิสดารได้ทั้งนั้น เรื่องธรรมดา" นับเงินตบบ่าให้กำลังใจรุ่นน้อง

"ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะครับ อย่าไปเล่าให้ใครฟังล่ะ ผมขอ จะให้ผมทำอะไรก็ได้ แค่รุ่นพี่เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับก็พอ"

ข้อเสนอของดาวเหนือทำเอานับเงินยิ้มกริ่ม นัยน์ตาเป็นประกาย

"จริงเหรอ?" เธอถามย้ำ

"ยกเว้นเรื่องที่มันขัดกับความเป็นผมละกันครับ อย่างให้ไปเป็นแฟนกับรุ่นพี่ไรงี้" ดาวเหนือปั้นหน้าระอาใจให้กับท่าทางของนับเงิน

"รู้แล้วล่ะน่า... งั้นวันนี้เราไปพักได้แล้วล่ะ เตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม พรุ่งนี้มีเหยื่อชิ้นใหญ่ อาจจะเจอพวกมารมาแย่งกลางทาง"

คำตอบของนับเงิน ทำเอาดาวเหนือเลิกคิ้วจ้องหน้าเธอด้วยความประหลาดใจ

"ในไทย มีคนที่พวกมารต้องการตัวด้วยเหรอครับ ผมนึกว่าต้องระดับฮิตเลอร์ แจ็ค เดอะ ริปเปอร์ ไม่ก็สตาลินซะอีก" ดาวเหนือหัวเราะพลางไล่นึกรายชื่อบรรดาคนชั่วในไทยที่นรกต้องการตัว และเหล่ามารเองก็น่าจะต้องการแย่งชิงไปเป็นสมัครพรรคพวก ว่าควรจะเป็นใครบ้าง

"เราคิดว่าเป็นใครล่ะ?" นับเงินย้อนถามยิ้มๆ แน่นอน... นั่นก็เพราะเธอรู้คำตอบอยู่แล้วน่ะสิ

"ผมรอลุ้นดีกว่าครับ ไม่อยากให้ค่า"

คำตอบของดาวเหนือทำให้นับเงินถึงกับหลุดหัวเราะออกมา

"ความน่าจะเป็นมันมีเสมอนั่นแหละ ถึงจะแค่ศูนย์จุดศูนย์ศูนย์หนึ่งเปอร์เซ็นต์ อย่ามองข้าม จะได้ไม่พลาด... พี่ไปล่ะ พรุ่งนี้เจอกันที่เดิม" เธอพูดจบก็วาร์ปหายไป ทิ้งยมทูตฝึกหัดดาวเหนือให้ยืนร่างโปร่งแสงอยู่ท่ามกลางแสงแดดยามเที่ยง กับผู้คนที่เดินผ่านไปมาขวักไขว่บนฟุตบาทสภาพไม่สมประกอบใจกลางกรุงเทพมหานคร

"พึ่งเที่ยงเอง ถ้าเป็นมนุษย์ก็คงต้องไปหาอะไรกิน แต่ยมทูตไม่ต้องกินอะไร งั้นก็..." ดาวเหนือหยุดคิดนึงนึงก่อนจะเผลอยิ้มสนุกออกมา

"ไปดูหน้าคนที่เราต้องพาไปยมโลกหน่อยดีกว่า" เขาพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะวาร์ปหายไปจากฟุตบาทตรงนั้นอีกคน

ตอน 3

ทุกคนล้วนมีครั้งแรกเสมอ คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินความจริง ดาวเหนือก็เช่นกัน หลังจบชีวิตบนโลกมนุษย์ และรับโทษทัณฑ์จากกรรมชั่วที่ก่อไว้ตามสมควรแล้ว เขาก็กลายมาเป็นยมทูตฝึกหัด และนี่คือครั้งแรกที่ชายหนุ่มต้องนำส่งดวงวิญญาณลงสู่ยมโลก

"สายดาร์คเหรอเนี่ย... ลักลอบตัดไม้สงวน ล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง จ้างวานฆ่า ถนัดตีรันฟันแทงหัวหน้าแก๊งเรียกพ่อ แถมยังค้าอวัยวะ ค้ามนุษย์ แบล็คเมลผู้หญิงไปทั่ว ชั่วจริงๆ"

นั่นคือครั้งแรกที่ดาวเหนืออ่านกรรมชั่วของดวงวิญญาณที่ตัวเองจะต้องไปรับ และเวลานี้เขาก็กำลังจะได้เผชิญหน้ากับคนชั่วคนนั้นแล้ว!!

"อายุก็พึ่งยี่สิบกว่า จะเป็นพวกเจนโลกขนาดไหน..." ยมทูตฝึกหัดหนุ่มพึมพำ ระหว่างวาร์ปมายังจุดที่ชายผู้เป็นเหยื่อของตนดำเนินชีวิตประจำวันอยู่

และแล้ว... ทั้งคู่ก็ได้พบกัน

"ไม่ผิดแน่... หน้าแบบนี้" ดาวเหนือเดินตรงดิ่งเข้าไปหาคนคนนั้น พลางจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็งอย่างลืมตัว ทั้งที่ยมทูตอย่างเขาแค่วาร์ปเดียวก็ประชิดตัวเหยื่อได้แล้ว

"ขอบคุณคุณป้ามากๆ นะครับ ที่ไว้วางใจซื้อเครื่องกรองน้ำกับผม ผมกล้าการันตีเลยครับว่า ต่อให้น้ำจากท่อประปาจะสกปรก แดง ดำ คล้ำ เขียว เหม็นคลอรีน มีตัวร้อยขา จุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส สเตรปโตค็อกคัส เทอร์โมฟิลัสแอบแฝงอยู่ เครื่องกรองน้ำของเราก็กำจัดได้หมด คุณป้าจะได้ดื่มน้ำบริสุทธิ์แน่นอนครับ แถมไส้กรองรุ่นไฮคลาสที่ผมเลือกให้คุณป้า ยังช่วยเติมวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย 365 ชนิดด้วยนะครับ แค่คุณป้าดื่มน้ำวันละ 8 แก้ว ร่างกายก็แข็งแรง อายุยืนเป็นหมื่นปีเลยล่ะครับ"

โฆษณาชวนเชื่อสุดล้ำเกินความจริงของคนคนนั้น ทำเอาดาวเหนือควันออกหู เพราะนี่คือการทำชั่วซึ่งหน้ายมทูต แถมเหยื่อการตลาดตรงนั้นยังเป็นคุณป้าวัย 70 ผมสีดอกเลาขมวดมวยผมทรงเจดีย์สามชั้น ผู้อยู่ในชุดผ้าซิ่นสีสด เสื้อคอกระเช้าแหวกอกปักเลื่อมทองวิบวับ หน้าตาใสซื่อ ที่ดูยังไงๆ ก็ไม่มีพิษมีภัยกับใครอีกด้วย

"หยุดเลยนะเจ้าคนชั่ว ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าหลอกคุณป้าคนนั้นเด็ดขาด!!" ยมทูตฝึกหัดดาวเหนือเปลี่ยนจากเดินเป็นกระโจนเข้าใส่เหยื่อของเขาราวกับตัวเองมีกายเนื้อ โดยลืมไปเสียสนิทว่าเขาทำแบบนั้นในร่างยมทูตไม่ได้

แต่... ก็ใช่ว่าจะไม่ได้ผลเอาเสียเลย

"เฮ้ย! นายเป็นใครเนี่ย!?" เซลล์ขายเครื่องกรองน้ำหน้าเข้มชะงักไป เมื่อเห็นใครไม่รู้โดดมาขวางการประกอบอาชีพอันสุจริตของเขา ตรงข้ามกับคุณป้าผู้น่าสงสารที่ยืนงง เพราะมองไม่เห็นดาวเหนือ

"ไอ้คนลวงโลก ข้าไม่ให้เจ้าขายเครื่องกรองน้ำก๊องแก๊งนี่ให้คุณป้าแน่ๆ มีที่ไหนจุลินทรีย์แลคโตบาซิลลัส สเตรปโตค็อกคัส เทอร์โมฟิลัสในน้ำประปา นั่นมันอยู่ในนมเปรี้ยวเฟ้ย!!" ดาวเหนือยื้อยุดเครื่องกรองน้ำสุดกำลัง ถึงอย่างนั้นก็แทบจะสู้เรี่ยวแรงของอีกฝ่ายไม่ได้

...แหงล่ะ! ก็หมอนั่นสูง 180 กว่า แถมอกกว้าง บอกความอึดถึกของปอดซะขนาดนั้น

"คุณป้าครับ นี่หลานชายของคุณป้าเหรอครับ คุณป้าบอกเขาหน่อยสิครับว่า คุณป้าคิดดีแล้วเรื่องซื้อเครื่องกรองน้ำ" เซลล์หนุ่มบอกคุณป้า ทว่าคุณป้าก็เอาแต่ยืนงง เพราะไม่มีหลานชายคุณป้าสักคนตรงนั้น ภาพที่คุณป้าเห็นมีเพียงเขาที่กำลังยื้อยุดเครื่องกรองน้ำอยู่กับอากาศ

"หลานชายป้าไปทำงานจ้ะ ป้าจะซื้อเครื่องกรองน้ำแน่ๆ แต่ถ้าหนุ่มยังไม่พร้อมขาย ก็ไว้ค่อยมาใหม่นะ ป้าเทรดคริปโตอยู่" คุณป้าตั้งท่าจะเดินเข้าบ้าน

"ผมมีสินค้าพร้อมขายครับคุณป้า นี่ไงครับ เฮ้ย! นายปล่อยมือจากเครื่องกรองน้ำฉันได้แล้ว ไม่ใช่หลานคุณป้าก็ถอยไปซะ มาจุ้นอะไรด้วยเนี่ย" ชายหนุ่มพยายามสลัดคนร่างเล็กออก ทั้งที่ในความเป็นจริง ท่าทางของเขาเหมือนกำลังจะทุ่มเครื่องกรองน้ำลงพื้น ทำเอาคุณป้ารีบเข้าบ้านอย่างไว เพราะเริ่มกังวลว่าเขาจะเป็นเซลล์หลอนยาที่มาขายเครื่องกรองน้ำบังหน้า แล้วลงท้ายด้วยการจี้ชิงทรัพย์หญิงชราใสซื่ออย่างเธอแทน

"บ้าเอ๊ย! นายทำฉันเสียลูกค้าเลยเห็นไหม แบบนี้จะรับผิดชอบยังไง แจ้งจับซะดีมั้ง"

ดวงตากลมโตที่จ้องมองมามีแววดุดัน ทำเอาดาวเหนือชะงัก รีบหลบสายตา คล้ายจะลืมไปเสียสนิทว่าตัวเองเป็นยมทูต สวมแว่นดำ และไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น

"ข้าต่างหากที่ต้องแจ้งจับเจ้า เจ้าหลอกลวงคุณป้า แถมยังหลอกคนมาไม่รู้ตั้งเท่าไหร่ ไหนจะคดีลักลอบตัดไม้สงวน ล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง จ้างวานฆ่า ค้าอวัยวะ ค้ามนุษย์ แบล็คเมลผู้หญิงอีก นรกเปิดรอเจ้าอยู่แล้ว เตรียมตัวไว้ได้เลยนายก้อนดิน" ดาวเหนือโมโหแทนคุณป้า จนเผลอสาธยายความชั่วของอีกฝ่ายออกมาครบชุด ทำเอาเจ้าของชื่อก้อนดินจ้องหน้าเขาหนักขึ้น

"เอาคดีบ้าๆ อะไรมายัดให้ฉัน เดี๋ยวฟ้องหมิ่นประมาทอีกกระทงเลยนี่!" ก้อนดินทำเสียงเข้มคล้ายจะให้เข้ากับหน้าเข้มๆ ของตัวเอง

...เขาเป็นชายหนุ่มตัวสูงผิวเข้มวัย 20 ปลายๆ เข้าใกล้เลข 3 ใบหน้ารูปสามเหลี่ยม ทว่าคางหนา ดวงตากลมโตเป็นประกาย มีพลัง จมูกโด่งเป็นสัน ปากรูปกระจับบาง อกผาย ไหล่ผึ่ง แถมยังมองเห็นกล้ามอกแน่นๆ ผ่านเชิ้ตขาวเปียกเหงื่อที่ชายหนุ่มสวมอยู่ด้วย

"อย่างน้อยก็ที่เจ้าหลอกคุณป้า นี่ก็ความชั่วซึ่งหน้าแล้ว!" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มยังมิวายเถียงเสียงแข็ง เขารู้ดีว่าไม่มีเสียหรอกที่คนชั่วจะยอมรับง่ายๆ ว่าตัวเองทำชั่ว ทุกคนล้วนหน้าชื่นตาบานบอกว่าตัวเองทำดีมีผลงานทั้งนั้น

"แล้วนายรู้ได้ยังไงว่ามันไม่จริง นายเคยกินน้ำจากเครื่องกรองน้ำฉันแล้วรึไง!" ก้อนดินตอบฉุนๆ แล้วกระชากเครื่องกรองน้ำมาเก็บเข้ากระเป๋าเดินทางใบใหญ่แบบมีล้อที่ตัวเองเดินลากมาตั้งแต่หน้าทางเข้าหมู่บ้าน

"แค่ฟังข้าก็รู้แล้ว สรรพคุณแบบนั้น เด็กอนุบาลยังรู้เลยว่าโกหกทั้งเพ!" ดาวเหนือเองก็จ้องตอบก้อนดินอย่างโกรธจัด ถ้าเป็นไปได้ล่ะก็ เขาอยากจะเอาวิญญาณหมอนี่ไปลงนรกซะเดี๋ยวนี้ จะได้ไม่ต้องมีชีวิตไปหลอกลวงใครอีก

"อ้อ... นายว่าป้าคนนั้นสินะ ว่าใสซื่อบริสุทธิ์ซะยิ่งกว่าเด็กอนุบาลเดินถือขวดนม" ก้อนดินเดินลากกระเป๋าออกมาจากหน้าบ้านคุณป้า แล้วพูดประโยคที่ทำเอาดาวเหนือชะงักไป

"ขะ... ข้าไม่ได้ว่าคุณป้าสักหน่อย ข้าว่าเจ้าต่างหากที่หลอกลวงคุณป้าจนเชื่อซะสนิทใจแบบนั้น" ดาวเหนือแก้ตัว ทั้งที่ความหมายของสิ่งที่เขาพูด ไม่ได้ต่างอะไรจากที่ก้อนดินดักคอสักนิด

"จะไปไหนก็ไปไป๊ คนจะทำงาน นายทำฉันเสียลูกค้าไปคนนึงแล้ว ฉันไม่แจ้งความจับก็บุญแค่ไหน" ก้อนดินตัดบท แล้วเดินเร็วหนี เพราะไม่อยากต่อล้อต่อเถียงด้วยให้เสียงานเสียการเสียลูกค้า ทว่า...

"ยัง! ยังไม่ไปอีก"

เสียงเอือมระอาของก้อนดินดังขึ้นอีก เมื่อชำเลืองมองด้านหลังด้วยความตะหงิดๆ แล้วพบว่าคนแปลกหน้าในชุดสูทดำ แว่นดำ ยังคงเดินตามมา

"ข้าจะตามดูว่าเจ้าจะไปหลอกอะไรใครอีก" ดาวเหนือจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง ราวกับกำลังจับผิด

"ฉันเป็นเซลล์ขายเครื่องกรองน้ำ ไม่ใช่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ จะได้ชอบหลอกเอาเงินชาวบ้าน จะไปทวงหนี้ที่ไหนก็ไปเลย มาเดินตามอยู่ได้ น่ารำคาญชะมัด!" ก้อนดินทำเสียงฉุนขึ้นจมูก แล้วสั่งตัวเองให้เดินเร็วขึ้น เพื่อให้คนแปลกหน้าคนนั้นตามไม่ทัน แต่ผิดถนัด...

"เจ้ากล้าพูดกับข้าแบบนี้ รู้รึเปล่าว่าข้าเป็นใคร!?" ดาวเหนือเผลอตัวพูดเหมือนบรรดาลูกท่านหลานเธอในไทยที่เขาเคยเกลียด

"ใคร? ลูกนายพลเหรอ หรือลูกท่านเจ้าขุนมูลนายจังหวัดไหน ฉันไม่ได้กลัวหรอกนะจะบอกให้ ไปเรียกพ่อนายมาได้เลย" ก้อนดินสวนกลับทันควันด้วยท่าทีฉุนจัด จนดาวเหนือถึงกับต้องถอยหลังหนีไปสองสามก้าว

"ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ! ข้าน่ะ... เป็น..." ดาวเหนือชะงักคำพูดของตัวเองไว้แค่นั้น เพราะฉุกคิดได้ว่าไม่ควรบอกสถานภาพของตนให้เหยื่อรู้

"นายจะเป็นใครก็ช่าง ฉันไม่ได้อยากรู้ ถ้าตามมาอีกล่ะก็ ฉันอัดนายแน่!"

ท่าชูกำปั้นเหมือนจะตะบันหน้าของก้อนดิน ทำเอาดาวเหนือสะดุ้ง ที่ผ่านมายังไม่เคยมีใครกล้าลงไม้ลงมือกับผู้ชายตัวเล็กอย่างเขามาก่อน แต่จากประวัติการทำชั่วของหมอนี่ ดาวเหนือมั่นใจว่าเขาคงหลบกำปั้นหนักๆ นั่นไม่ทันแน่นอน

"หน็อยยยย!! คิดว่ากลัวรึไง" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยบ่นงึมงำ แล้วแอบวาร์ปตามก้อนดินไปห่างๆ เพราะตั้งใจจะขัดขวางการขายเครื่องกรองน้ำของอีกฝ่ายทุกวิถีทาง

"สวัสดีครับคุณพี่ น้ำประปาที่บ้านมีปัญหาบ้างไหมครับ อย่างขุ่น ดำ แดง บางวันมีกลิ่นแปลกๆ ด้วย" ก้อนดินเริ่มต้นค้นหาเหยื่อเครื่องกรองน้ำรายใหม่ โดยมีดาวเหนือตามแอบดูอยู่หลังเสาไฟ ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยหน้ามนจ้องเขม็งไปที่เซลล์มาดเข้มกับคุณป้าแว่นเหลี่ยมวัย 50 ในชุดอยู่บ้านลายมัดย้อมสีสดสะท้อนเปลวแดดอุณหภูมิ 40 องศากลางกรุงเทพฯ

"โอ๊ย... มีปัญหาทุกวันนั่นแหละ เป็นกันทุกบ้าน แถมยังไหลอ่อน ต้องใช้ปั๊มด้วย อยากจะไปอาละวาดที่การประปามากๆ" คุณป้าใส่อารมณ์ตอบคำถามแบบสุดแรงเกิด จนก้อนดินต้องล้วงผ้าเช็ดหน้าในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาซับร่องรอยต่างๆ บนใบหน้า นี่ถ้าเขาไม่ได้สวมแมสก์ล่ะก็ น้ำลายคุณป้าคงกระเด็นเข้าปากเขา พาลให้เขากลายเป็นทายาทอสุรกายอะไรสักอย่าง

"นั่นสิครับ แต่คุณพี่ทราบไหมครับว่าทุกปัญหาน้ำประปาดำ คล้ำ แดง มีกลิ่นเหม็น แถมไหลอ่อนจะหมดไป ถ้าคุณพี่มีเครื่องกรองน้ำและปั๊มน้ำอัจฉริยะทูอินวันเครื่องนี้ครับ" ก้อนดินเริ่มต้นสาธยายสรรพคุณหลุดโลกของเครื่องกรองน้ำในกระเป๋าเดินทางล้อลากคู่ใจใบนั้น ขณะที่ยมทูตหลังเสาไฟก็เตรียมพร้อมจะกระโจนเข้าใส่มนุษย์ลวงโลกผู้นั้นได้ทุกเมื่อ

"เครื่องกรองน้ำกับปั๊มน้ำเนี่ยนะ อยู่ในเครื่องเดียวกัน?" คุณป้าแว่นเหลี่ยมมองก้อนดินลอดแว่นอย่างจับผิด

"ใช่แล้วครับผม ถ้าคุณพี่ไม่ว่าอะไร ผมจะขออนุญาตสาธิตตรงสนามหญ้านี้ ได้ไหมครับ ไม่สนใจไม่เป็นไรครับ ขอแค่ผมได้นำเสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้กับคุณพี่ก็พอครับ" ก้อนดินส่งยิ้มใสซื่อบริสุทธิ์ให้กับคุณพี่ ทำเอาอีกฝ่ายต้องรีบขยับแว่นและหลบสายตา

"ก็ได้! เข้ามาสิ"

คำตอบของคุณป้า ทำให้ดาวเหนือที่กำลังทุบเสาไฟยืนลุ้นให้ก้อนดินถูกเมินด้วยสายตาไปจนถึงถูกตบหน้าด้วยสารพัดคำด่าจากมนุษย์ป้าชุดมัดย้อม ถึงกับอ้าปากค้าง มิหนำซ้ำ...

"เออ... แรงขึ้นจริง น้ำใสขึ้นด้วยนะ" คุณป้าเลิกคิ้วมองเครื่องกรองน้ำ & ปั๊มน้ำ 2 in 1 ในมือก้อนดิน สีหน้าท่าทางบ่งบอกความประหลาดใจ ไม่ต่างจากสีหน้าของดาวเหนือในตอนนี้

"เดี๋ยวผมจะทดสอบความสะอาดของน้ำให้คุณพี่ดูนะครับ" ก้อนดินเปิดกระเป๋าล้อลากของเขาอีกครั้ง แล้วหยิบชุดทดสอบคุณภาพน้ำขึ้นมาจัดการตามที่พูด ยิ่งทำให้ดาวเหนืออยากรู้อยากเห็น ถึงขั้นที่ต้องใช้สายตาเรดาห์ของยมทูตซูมดู นั่นเองที่ทำให้เขายิ่งอ้าปากค้าง

"ปะ... ปะ... เป็นไปไม่ได้" ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยพึมพำตะกุกตะกัก ตาจ้องมองก้อนดินที่พิสูจน์คุณภาพน้ำซ้ำอีกครั้ง ด้วยการรองน้ำที่ผ่านการกรองจากเครื่องกรองก๊องแก๊ง หน้าตาเหมือนหม้อทอดไร้น้ำมันฟีทเจอริ่งกับตู้กดน้ำ ขึ้นมาดื่มจนหมดแก้วอย่างรวดเร็ว ชนิดที่ทำให้คุณป้าหิวกระหายอยากจ่ายเงินได้ในทันที

"เท่าไหร่ล่ะเครื่องนี้?"

คำถามของคุณป้า ทำเอาก้อนดินลอบยิ้มมุมปากให้กับความสำเร็จของตัวเอง และแน่นอนว่าทุกอากัปกิริยาของเขา ล้วนอยู่ในสายตาของดาวเหนือ

"คิดจะหลอกลวงคุณป้าจริงๆ ด้วย ปล่อยไว้ไม่ได้!!" ยมทูตหนุ่มน้อยกระโจนออกมาจากหลังเสาไฟ แล้ววาร์ปข้ามรั้วบ้านคุณป้าเข้าไปยืนจังก้าทำหน้าบ้าพลังอยู่ในสนามหญ้า

"หยุดเลยนะเจ้าคนลวงโลก!"

เสียงโวยวายของดาวเหนือเรียกให้ก้อนดินหันขวับไปหา ทว่าคราวนี้คนที่เห็นไม่ได้มีเพียงเขาคนเดียว

"ว้าย! นี่เธอเข้ามาในรั้วบ้านฉันได้ยังไง ออกไปเดี๋ยวนี้นะ ใครอนุญาตให้เธอเข้ามา" คุณป้าเองก็มองเห็นดาวเหนือ แถมยังโวยวายกลับข้อหาที่เขาบุกรุกเข้ามาในเขตพืชสวนของนางโดยไม่ได้รับอนุญาต

"คุณป้าใจเย็นๆ ก่อนครับ ผมเข้ามาช่วยคุณป้านะครับ หมอนี่มันกำลังจะหลอกขายเครื่องกรองน้ำให้คุณป้าครับ" ดาวเหนือพยายามปรับคำพูดให้เหมือนมนุษย์ธรรมดาพูดคุยกัน ถึงอย่างนั้น...

"ใครมันจะมาหลอกฉันได้ อย่ามาดูถูกฉันนะ ฉันมีความคิด ไม่ได้โง่ให้ใครมาจูงจมูก ออกไปเลย ออกไป!"

ท่าทางเกรี้ยวกราดของคุณป้า ทำเอาดาวเหนืออิดหนาระอาใจ โอเค... ถ้าคุณป้าต้องการอย่างนั้นล่ะก็

"งั้นก็ได้ครับ เอาที่ป้าสบายใจเลย" เขาตอบกลับด้วยใบหน้าเรียบเฉย ซ้ำยังแกล้งวาร์ปหายไปต่อหน้าต่อตาคุณป้า ก่อให้เกิดเสียงกรีดร้องสนั่นหวั่นไหวสามบ้านแปดบ้าน

"กรี๊ดดดดดด!! ผี... ผีแน่ๆ ฉันเห็นผีกลางวันแสกๆ เธอก็เห็นใช่ไหม นี่! เธอก็เห็นใช่ไหม" คุณป้าถามพลางเขย่าตัวก้อนดินด้วยแรงมหาศาล จนเขาหัวสั่นหัวคลอน

"ผม... เอ่อ... ไม่เห็นอะไรเลยครับคุณพี่" ก้อนดินตัดบท ทว่าคุณป้าไม่ยอมจบแค่นั้น

"ทำไมไม่เห็นล่ะ แล้วทำไมฉันเห็น โอ๊ย!! ไม่เอาแล้ว ฉันอยู่มาจนอายุเท่านี้ไม่เคยเห็นผี พอเจอเธอ ฉันกลายเป็นคนเห็นผีไปเลย ออกไปๆ ฉันไม่ซื้ออะไรกับเธอทั้งนั้น"

สุดท้ายความพยายามของดาวเหนือก็เป็นผล ก้อนดินขายเครื่องกรองน้ำให้คุณป้าแว่นเหลี่ยมไม่ได้ และเขาก็เซ็งจนไม่มีอารมณ์จะขายให้ใครต่อ ชายหนุ่มเก็บเครื่องกรองน้ำลงกระเป๋าเดินทางล้อลาก ก่อนจะจากรั้วบ้านของคุณป้ามา โดยมีดาวเหนือยืนยิ้มกริ่มสมน้ำหน้าอยู่ข้างหลัง

"เฮ้ย! ก้อน จะกลับแล้วเหรอ?" เซลล์เครื่องกรองน้ำแก๊งเดียวกับก้อนดิน ร้องถามเมื่อเห็นเพื่อนเดินซังกะตายผ่านไปช้าๆ ถึงอย่างนั้นก้อนดินก็ไม่ได้เอ่ยปากตอบอะไร นอกจากยกมือซ้ายขึ้นโบกไหวๆ เป็นสัญญาณ

"อ้าวๆ หมดกำลังใจขายไปเลย มิชชั่นคอมพลีทสิเนี่ย" ดาวเหนือยิ้มสะใจ แล้วหันหลังกลับ ตั้งใจจะวาร์ปเล่นในหมู่บ้านก่อน แต่กลับต้องสะดุ้งเฮือกเมื่อเจอนับเงินกำลังยืนกอดอกมองเขา แววตาจับผิด

"พี่ให้ไปเตรียมฟิตร่างกายรับมือพวกมารพรุ่งนี้ แล้วเรามาทำอะไรตรงนี้?"

คำถามแบบยิงตรง ไม่อ่อมค้อมของหัวหน้ายมทูตสาว ทำเอาดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ

"เอ่อ... คือผม... มาดูเหยื่อของผมน่ะครับ" เขาตอบความจริงแค่ครึ่งเดียว แต่มีหรือที่เรื่องแค่นี้นับเงินจะไม่รู้

"บอกมาให้หมด... เดี๋ยวนี้" เธอย้ำเสียงเข้ม ดวงตาที่จ้องมองมายังยมทูตหนุ่มรุ่นน้อง ทรงพลังเสียจนเขาต้องรีบอ้อมแอ้มตอบความจริงที่เหลือ

"ผมเห็นหมอนั่นกำลังหลอกขายของให้ชาวบ้าน ก็เลย... ไปทำให้หมอนั่นขายของไม่ได้... เอ่อ... แค่นั้นเองครับ" ดาวเหนือยิ้มแห้ง ทำใจดีสู้เสือ ตาเหลือบมองนับเงินนิดหนึ่ง แล้วรีบเฉไฉมองไปที่อื่น เมื่อเห็นอีกฝ่ายยังคงจ้องเขม็งมา

"ทำแบบนั้นไม่ได้ มันไม่ใช่หน้าที่ของพวกเรา" เธอส่ายหน้าเอือมระอาในความเผือกนั้น

"จะให้ผมปล่อยให้ชาวบ้านโดนหลอกเหรอครับ?" คราวนี้ดาวเหนือถามย้ำ สีหน้าจริงจัง

"หน้าที่ยมทูตไม่ใช่การช่วยเหลือคน แต่เป็นการนำส่งดวงวิญญาณลงนรก ถ้าหน่วยยมทูตอยากได้คนที่พร้อมช่วยเหลือมนุษย์โลกทุกเมื่อ เราจะเลือกคนเทาๆ ที่พึ่งพ้นโทษในนรกทำไม" นับเงินเองก็ตอบคำถามของเขาด้วยสีหน้าจริงจังเช่นกัน

"ขอโทษครับ... เพราะแบบนี้ รุ่นพี่เลยมาตามผมที่นี่เหรอครับ?" ดาวเหนือถามด้วยความรู้สึกสำนึกผิด ที่ทำให้รุ่นพี่ต้องเดือดร้อน ลำบาก เสียการเสียงาน

"เปล่า... พี่มารับเหยื่อ ไหนๆ เราก็อยู่ที่นี่แล้ว มาด้วยกันสิ" นับเงินไม่พูดเปล่า แต่ตะปบไหล่ยมทูตหนุ่มรุ่นน้องแล้วพาวาร์ปไปที่หน้ารั้วบ้านของเหยื่อที่ว่าทันที

และแล้วดาวเหนือก็พบว่า...

"ขะ... ขะ... คุณป้าคนนั้น!!" เขาอ้าปากค้าง เมื่อได้รับรู้ว่าคุณป้าผู้เกือบกลายเป็นเหยื่อนักต้มตุ๋นอย่างก้อนดินคนนั้น คือเหยื่อคนถัดไปของนับเงิน

นั่นสินะ... เขาลืมคิดลืมเฉลียวใจไปซะสนิท ตอนที่คุณป้ามองเห็นเขาตอนนั้น

"คุณป้าเค้า... จะเสียเพราะอะไรครับ?" ดาวเหนือถามขึ้นขรึมๆ เวลานี้คุณป้าที่เคยกรีดร้องอยู่ในสนามหญ้าหน้าบ้าน เพราะเห็นผียมทูตเมื่อครู่ กลับเข้าไปในบ้านแล้ว และภายในบ้านก็เงียบสนิท ราวกับไม่มีสิ่งมีชีวิตใดๆ อาศัยอยู่เลย

"หยุดหายใจ เครื่องในชำรุด"

คำตอบของนับเงิน ทำให้ดาวเหนือต้องหรี่ตามองหัวหน้ายมทูตสาวอย่างจับผิด เพราะไม่รู้จริงๆ ว่าเธอตอบล้อเลียนคำว่า 'เสีย' ของเขา หรือนั่นคือความจริงที่กำลังจะเกิดขึ้นกันแน่

"ได้เวลาแล้ว... เราเข้าไปข้างในกัน" นับเงินคว้าแขนดาวเหนือวาร์ปเข้าไปภายในบ้านของคุณป้า ตรงที่ที่คุณป้ากำลังล้มนอนกุมหน้าอก ตัวสั่นระริกด้วยความเจ็บปวดระคนขาดอากาศ

"ยะ... อย่าบอกนะครับว่า คุณป้าเห็นผมเป็นผี เลยกลัวจนหัวใจวาย!?" ดาวเหนือถอยหลังไปก้าวหนึ่งด้วยอาการช็อก เพราะเข้าใจว่าตัวเองเป็นต้นเหตุให้คุณป้า... ถึงฆาต

"เปล่า... ก็แค่รอลูกพาไปตรวจสุขภาพประจำปี... นานไปหน่อย" นับเงินยังคงมองเหยื่อทุกคนของเธอด้วยสายตาเย็นชา ต่างจากดาวเหนือที่ดวงตาของเขาวูบไหวไปกับสิ่งที่ได้ยิน

"น่าสงสารนะครับ" เขาเบือนหน้าหนีภาพอาการชักเกร็งตรงหน้า พลางกำหมัดแน่น

"ก็นะ... ตีลูกแบบไร้เหตุผล อยากให้ลูกเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ โดยไม่ได้สนใจความรู้สึกของเขา พอเขาโบยบินไปได้ ก็ไม่แปลกที่เขาจะไม่กลับมา" นับเงินมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า แล้วรายงานกับเครื่องบันทึกภาพรูปลูกตาในมือ "นางดวง เสียงดังดี" หัวใจวายเสียชีวิต... คอนเฟิร์มเคส"

ความเงียบเข้าครอบงำยมทูตทั้งสอง ตลอดเวลาที่เขาและเธอนำส่งดวงวิญญาณคุณป้าลงสู่นรก ท่ามกลางเสียงคร่ำครวญร้องไห้ตัดพ้อของคุณป้า ซึ่งพร่ำต่อว่านรกสวรรค์ฟ้าดิน ที่ไม่เห็นบุญกุศลอันท่วมทุ่งผักบุ้งโหรงเหรงแต่ก่อนเก่าของนาง จนดาวเหนืออดคิดไม่ได้ว่า คนเหล่านี้ไม่ได้มีความทรงจำเกี่ยวกับความชั่วที่ตัวเองเคยก่อเลยหรือไง

"รุ่นพี่เหลืออีกกี่เคสครับ?" ดาวเหนือถามขึ้นอีกครั้ง หลังจากผู้คุมลากตัวคุณป้าชุดมัดย้อมไปรับการพิจารณาโทษ

"10 เคส และเราต้องไปกับพี่... เท่านั้น จากนี้จะไม่มีการปล่อยกลับก่อนเวลาอีกแล้ว" นับเงินยื่นคำขาด ซึ่งดาวเหนือก็ยอมรับคำแต่โดยดี เขาติดตามนับเงินไปรับเหยื่อของเธอคนแล้วคนเล่า และหวังว่าสักวันเขาจะมองการตายของเหล่าคนชั่วทั้งหลาย ด้วยสายตาว่างเปล่าและเย็นชาได้อย่างหัวหน้ายมทูตบ้าง

"จบเคสสุดท้ายของวันนี้แล้ว เคสของวันพรุ่งนี้จะเริ่มเที่ยงคืน ก็... อีก 2 ชั่วโมงนั่นแหละ เรามีเวลาพักนิดหน่อย"

คำพูดกับท่าทางผ่อนคลายของนับเงิน ทำเอาดาวเหนือหันขวับไปจ้องหน้าเธอพร้อมกับทวนคำพูดนั้น

"ฮะ... เที่ยงคืน... เหรอครับ?"

"ใช่... มีคนตายตลอด 24 ชั่วโมงก็จริง แต่พอถึงเที่ยงคืนก็จะนับเป็นวันใหม่เหมือนบนโลกมนุษย์ แถมเคสเที่ยงคืนนี่แหละที่เราอาจจะเจอพวกมาร"

สีหน้าผ่อนคลายของนับเงินเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด ทันทีที่พูดถึงเหล่าศัตรูตัวฉกาจของยมทูตอย่างพวกเธอ!!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED