พอเธอพึ่งเริ่มเข้ามหาลัยได้ช่วงแรกๆเจมส์ก็ต้องไปดูงานที่อิตาลีโดยคำสั่งของพฤกษ์เจ้านายของเขาเธอจึงมีโอกาสติดต่อกับเขาน้อยมากได้แต่ส่งของไปให้เขาบ้างเป็นระยะและไม่มีโอกาสที่จะได้คุยกันมากนักเนื่องจากเขาน่าจะไม่มีเวลาเท่าไรส่วนมากเขาจะติดต่อเธอมาคุยเรื่องค่าใช้จ่ายในการเรียนและการเป็นอยู่มากกว่าแต่โอกาสเจอหน้านั้นเกือบสี่ปีแล้วที่เธอไม่ได้เจอ
เมื่อรู้ข่าวว่าเร็วๆนี้เจมส์จะกลับมาอยู่ที่ไทยเพราะที่อิตาลีมีคนที่ไว้ใจได้ดูแลงานแทนแล้วเธอรู้สึกดีใจอย่างมากและเตรียมพร้อมที่จะต้อนรับพี่ชายที่แสนดีของเธอในการกลับมาครั้งนี้
ตลอดเวลาที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในรั้วมหาลัยหนูดีเองมีหนุ่มหล่อโปรไฟล์ดีมาขายขนมจีบอยู่ไม่ขาดสายแต่เธอก็ไม่เคยชายตามองใครเพราะในหัวใจของเธอนั้นได้มอบให้กับพี่ชายผู้แสนดีของเธอไปหมดแล้ว
เจมส์กลับมาจากอิตาลีก็ตรงมาที่เพนท์เฮ้าส์หรูของเขาทันทีการทำงานของเขาที่โนนมันสิ้นสุดลงแล้วตอนนี้เขาก็ได้กลับมาชีวิตที่ไทยเสียทีเขาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างด้วยความล้าโดยที่ร่างกายท่อนบนเปล่าเปลือยและเต็มไปด้วยหยดน้ำเพราะพึ่งอาบน้ำเสร็จ
ข้าวของที่กองอยู่กลางเพนส์เฮ้าส์ข้างนอกห้องนอนตอนนี้เขายังไม่สนใจที่จะรื้อเก็บอะไรทั้งนั้นเพราะตอนนี้เขาต้องการที่จะพักผ่อนวันพรุ่งนี้หากมีเวลาก็ค่อยจัดการทีเดียว
วันต่อมา
“อ้าวหนูดีนั่นถือกล่องอะไรมาหรอ”
แพรวานั่งอยู่หน้าบ้านในช่วงสายของวันเห็นหนูดีเดินถือกล่องพะลุงพะลังเข้ามาก็ต้องถามว่าเธอถืออะไรมาด้วย
“อ่อ..เป็นโมเดลบ้านน่ะค่ะหนูดีเอามาเป็นของต้อนรับพี่เจมส์”
หนูดียืนยิ้มมองที่กล่องบอกกับคนเป็นพี่สาวไปว่าข้างในคือของที่เธอทำมาไว้เพื่อต้อนรับการกลับมาของเจมส์นั่นเองเธอมารอที่นี่เพราะคิดว่ายังไงเขาลงเครื่องมาแล้วก็ต้องเข้ามาในบ้านนี้แน่นอน
“คุณเจมส์กลับมาแล้วนะเค้าไม่ได้บอกหนูดีหรอตอนนี้น่าจะอยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ที่XXXน่ะ”
แพรวาคิ้วขมวดเล็กน้อยว่าเจมส์ไม่ได้บอกกับหนูดีว่าเขามาแล้วหรือเพราะเธอรู้ข่าวตั้งแต่เมื่อคืนว่าเจมส์กลับมาแล้วแถมตอนเช้าสามีของเธอและลุกชายยังไปหาเจมส์ที่เพนท์เฮ้าส์อยู่เลย
“หรอคะหนูดีคิดว่าเขาจะมาวันนี้แล้วก็มาที่นี่เสียอีกงั้นเดี๋ยวหนูดีขอตัวก่อนนะคะ”
หนูดีมีสีหน้าแปลกใจอย่างเห็นได้ชัดเธอคิดว่าเขาจะกลับมาถึงเช้านี้เสียอีกเมื่อรู้ดังนั้นเธอจึงรีบขอตัวแพรวากลับทันที
“อ่อ...จ่ะ”
แพรวารู้ว่าหนูดีคงคิดถึงเจมส์มากแต่เจมส์เองก็ทำเหมือนไม่สนใจคนที่รอเลยสักนิดจะกลับเวลาไหนอะไรยังไงก็ควรจะแจ้งหนูดีให้รู้เรื่องบ้างเป็นเธอเจอผู้ชายแบบนี้เธอจะไม่ทนสนใจใส่ใจแบบนี้หรอกคงจะเลิกชอบไปนานแล้วล่ะ
“คุณพฤกษ์สวัสดีค่ะ”
หนูดีเห็นพฤกษ์เดินเข้ามาพร้อมลูกชายของเขาเธอก็มีเวลาทักทายแค่เดินผ่านเพราะใจเธออยู่ที่เพนท์เฮ้าส์ของเจมส์เรียบร้อยแล้ว
“อ้าวหนูดี...เธอจะรีบไปไหนหรอ”
พฤกษ์ไม่ทันได้ทักกลับหนูดีก็วิ่งไปที่รถของเธอเรียบร้อยแล้วจึงหันมาถามคนเป้นภรรยาว่าหนูดีจะรีบไปไหน
“รีบไปหาคุณเจมส์ไงคะ..หนูดีคิดว่าเจมส์จะมาที่นี่แพรเลยบอกว่าคุณเจมส์อยู่ที่เพนท์เฮ้าส์”
“อะไรนะ”
พฤกษ์สีหน้าเปลี่ยนเป็นตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าหนูดีจะไปที่ไหนเพราะตอนนี้ที่ตรงนั้นมันค่อนข้างไม่เหมาะกับหญิงสาวอย่างหนูดีที่จะไปรู้ไปเห็นอะไรน่ะสิ
“มีอะไรหรือป่าวคะ”
แพรวาเห็นสีหน้าของสามีเธอค่อนข้างแปลกใจเลยต้องถามขึ้นด้วยสีหน้าสงสัยพร้อมชี้มืออย่างคาดคั้นคำตอบ
“คือที่เพนท์เฮ้ากำลังมีปาร์ตี้ของผู้ชาย”
พฤกษ์ตอบคนเป็นภรรยาเสียงอ่อยๆพร้อมก้มหน้างุด
“คือยังไงคะอธิบายค่ะแพรไม่เข้าใจ”
แพรวาเดินเข้ามาจ้องหน้าสามีของเธอใกล้ๆพร้อมคาดคั้นคำอธิบายเสียงแข็ง
“คือ..แบบ..ผู้หญิงเยอะอะไรแบบนี้”
ชายหนุ่มเงยหน้ามาคุยกับคนเป็นภรรยาด้วยสีหน้ากังวลและรู้ชะตากรรมว่าเรื่องนี้เขาจะต้องโดนหางเลขไปด้วยอย่างแน่นอน
“แล้วคุณก็พาลูกไปเนี่ยนะคะ”
แพรวาถึงกับถลึงตาใส่สามีของเธอที่พาลูกชายเธอไปที่ที่แบบนั้นได้อย่างไร
“แต่ผมไม่ได้ยุ่งอะไรนะแค่แวะไปพักเดียวแล้วก็อยู่แต่กับลูกด้วย”
พฤกษ์เองก็ไม่คิดว่าแจ็คนั้นจะจัดงานเลี้ยงต้อนรับเจมส์แบบนี้เหมือนกันเรื่องนี้เขาไม่ได้รู้เรื่องด้วยสักนิดที่ไปก็เพราะอยากไปต้อนรับลูกน้องคนสนิทที่กลับมาก็เท่านั้นแล้วเขาก็รีบไปรีบกลับด้วย
“คุณพฤกษ์..ชิ”
แพรวาเดินหันหลังให้สามีของเธอด้วยความไม่พอใจ
“ผมไม่ได้ทำอะไรไม่ดีเลยนะแพรถามตาพุตได้เลย”
พฤกษ์เองก็ต้องเดินจูงลูกชายวัยสี่ขวบกว่าเดินตามคนเป็นภรรยาด้วยน้ำเสียงที่ออดอ้อน
“คุณพ่อมีสาวๆมานั่งใกล้ๆด้วยครับคุณแม่สวยมากเลย”
“อะไรนะ??”
แพรวาได้ยินลุกชายของเธอพูดจบก็หันหน้ามามองคนเป็นสามีด้วยท่าทีจะกินเลือดกินเนื้อแต่ก็ไม่อยากโวยวายทะเลาะกันต่อหน้าลุกเธอจึงเอกวิธีที่จะเดินหนีชายหนุ่มไปสงบอารมณ์ก่อน
“ตาพุต..ทำไมทำแบบนี้ล่ะลูก”
พฤกษ์ไม่อยากจะเชื่อว่าลูกชายของเขาจะเป็นคนที่สุมไฟเก่งเช่นนี้เรื่องผู้หญิงที่มานั่งใกล้ๆเธอมาเองต่างหากเขาไม่ได้เรียกใช้บริการแม้แต่น้อย
เพนท์เฮ้าส์
ติ้งง
“ใครกัน”
แจ็คเดินออกมาดูที่หน้าประตูพร้อมเปิดประตูโดยที่ไม่ได้มองที่ตาแมวก่อนอย่างไม่สบอารมณ์เพราะตอนนี้เขานั้นกำลังคั่วอยู่กับสาวๆหลายสิบคนในเพนท์เฮ้าส์ของเพื่อนเขาอย่างเมามัน
“สวัสดีค่ะพี่แจ็ค..เอ่อ”
หนูดียิ้มกว้างเมื่อเห็นว่ามีคนเปิดประตูให้เธอคิดว่าจะเป็นเจมส์เสียอีกแต่เมื่อเห้นว่าเป็นแจ็คเธอจึงรีบยกมือไหว้แอบหลบสายตาเล็กน้อยเพราะนั้นเปลือยท่อนบนใส่เพียงกางเกงยีนส์สีเข้มโชว์กล้ามแขนแกร่งและกล้ามหน้าท้องที่เห็นซิกแพกได้ชัดเท่านั้น
“เอ่อ...”
เมื่อเห็นว่าแจ็คยืนเบี่ยงให้เธอมองเห็นด้านในหนูดีถึงกับตาค้างเมื่อเห็นว่าคนที่ตัวเองเฝ้ารอที่จะมาหาเขานั้นตอนนี้กำลังนัวเนียอยู่กับผู้หญิงสองคนบนโซฟาโดยที่ไม่ได้ใส่เสื้อเช่นเดียวกับแจ็ค
พลั้กก
ของในมือที่คิดว่าจะเอามาฝากเขาผล็อยล่วงจากมือโดยที่หญิงสาวควบคุมตัวเองไม่ได้พร้อมรีบวิ่งออกไปจากห้องอย่างไม่หันกลับมามองหลังอีกเลยน้ำตาเจ้ากำก็ดันจะเอ่อไหลออกมาเสียอย่างนั้นแต่เธอก็พยายามกลั้นเอาไว้เพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอร้องให้เสียใจ
“หนูดี!!”
เจมส์ได้ยินเสียงอะไรบางอย่างหล่นเขาจึงละจากการที่กำลังนัวจูบกับหญิงสาวพวกนั้นหันมามองว่ามันเกิดอะไรขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นหนูดีที่วิ่งหันหลังไปเขาจึงรีบวิ่งตามเพราะคิดว่าเธอน่าจะตกใจกับภาพที่เห็นเขาไม่คิดว่าเธอจะมาที่นี่ได้เพราะหากเขาเสร็จกิจจากที่นี่เขาก็จะแวะเข้าไปหาเธอที่บ้านเองอยู่แล้ว
“มานี่ได้ไงวะ”
แจ็คถึงกับเกาหัวยิกๆเพราะไม่รู้ว่าใครเป็นคนบอกหนูดีให้มาที่นี่ทั้งที่เจมส์ก็บอกกับเขาเองว่ายังไม่ไดบอกหนูดีว่ากลับมาถึงแล้ว
หนูดีวิ่งอย่างไม่คิดชีวิตเพราะกลัวว่าตอนนี้น้ำตาของเธอมันจะเอ่อไหลออกมาให้ใครเห็นเธอจะต้องไปถึงรถของเธอโดยเร็วที่สุด
“หนูดี...”
เจมส์วิ่งตามหนูดีมาติดๆโดยที่เขาเองก็ยังไม่ได้ใส่เสื้อหากใครมองพวกเขาตอนนี้ก็เหมือนกับผัวเมียที่พึ่งทะเลาะกันเป็นแน่
เอี๊ยด..
“อร้ายยยย”
“หนูดี”
เจมส์คว้าตัวหนูดีเอาไว้ในอ้อมอกได้ทันก่อนที่รถอีกคันในลานจอดรถจะแล่นมาชนเธอเขาไม่ได้สนใจคำตะโกนต่อว่าจากรถคันนั้นเพราะหนูดีผิดจริงที่วิ่งโดยไม่ดูอะไรเลยดีที่เขาช่วยเธอเอาไว้ได้ทัน
“..พี่เจมส์..”
หนูดีหายใจเหนื่อยหอบตัวโยนด้วยความตกใจเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นว่าเธออยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มก็เริ่มผ่อนลมหายใจลงเมื่อครู่เธอคิดว่าเธอจะลงไปนอนกลิ้งแล้วเสียอีก
หลังจากเหตุการณ์ที่ลานจอดรถจบลงเจมส์ก็พาหนูดีกลับมาคุยที่เพนท์เฮ้าส์ในห้องของเขาและด้านนอกก็ให้แจ็คจัดการส่งผู้หญิงพวกนั้นกลับให้เรียบร้อยเพราะไม่อยากให้หนูดีนั้นหมดความเคารพพวกเขาและมองพวกเขาเป็นผู้ชายอีกแบบเสียตอนนี้ใคระไปคิดว่าเธอจะบุกมาหาเขาถึงที่นี่กัน
“หนูดีขอโทษนะคะที่มาไม่ได้บอกก่อน”
หนูดีนั่งตัวลีบติดอยู่กับมุมโซฟาในห้องนอนของเขาตอนนี้เธอไม่กล้าแม้แต่จะสบตาเขาด้วยซ้ำเพราะภาพเมื่อครู่มันยังติดตาของเธออยู่เลยถึงจะรู้ว่ามันคงจะเป็นเรื่องปกติของผู้ชายแต่เธอก็ยังสลัดความกังวลนี้ออกไปไม่ได้เสียที
“อืม..แล้วมาที่นี่มีธุระอะไรหรอ”
เจมส์พาหญิงสาวมานั่งในห้องเขาเปิดตู้หยิบเสื้อยืดสีดำขนาดพอดีตัวมาใส่พร้อมทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเธอเขาพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดอยากจะรู้ว่าเธอมาที่นี่เพราะเรื่องอะไร
“เอ่อ..คือว่าหนูดีเอาของมาให้ต้อนรับที่พี่เจมส์กลับมาค่ะ...แต่มัน..”
หนูดีชี้ไปที่กล่องที่วาวอยู่บนโต๊ะวางของว่าเธอต้องการน้ำของสิ่งนี้มาให้เขาเพื่อต้อนรับการกลับมาครั้งนี้แต่ก็ต้องมีสีหน้าที่ห่อเหี่ยวลงไปอีกเพราะรู้ว่าของข้างในน่าจะพังไปหมดแล้ว
“เอามานี่..ขอบใจนะ”
เจมส์รีบหยิบกล่องจากมือของหญิงสาวมาวางไว้ที่หน้าตักของตัวเองพร้อมมองหน้าหญิงสาวบอกับเธอด้วยสายตาจริงจังว่าเขาจะไม่คืนให้และชอบใจมากของทุกอย่างที่เธอให้แล้วเขาจะไม่คืนและของทุกอย่างที่เธอเคยให้เขาก็เก็บมันไว้อย่างดีด้วย
“แต่มันพังแล้วนะคะ”
หนูดีเอื้อมมือของเธอหมายจะหยิบกล่องนั่นคืนแต่เจมส์ก็ยกกล่องนั้นหนีมือของเธอไปอยู่ดี
“ไม่เป็นไรนี่..ก็ตั้งใจจะให้ไม่ใช่หรือไง”
เจมส์ถามหญิงสาวกลับด้วยสีหน้าเชิงคำถามเล็กน้อยถึงเธอจะอยากเอากลับแต่เขาจะไม่ยอมให้คืน
“เอ่อ..ค่ะ..งั้นหนูดีขอตัวกลับเลยนะคะ”
หนูดีไม่คิดว่าเขาจะคืนของเธอยากเย็นขนาดนี้แต่ถ้าหากเขาอยากได้แบบพังๆเธอก็จะให้เขาไปทั้งขอตัวกลับทันที
“อยู่กินข้าวเที่ยงด้วยกันก่อนสิ”
เจมส์ยังอยากให้หญิงสาวอยู่ต่อเพราะอีกสักพักก็ได้เวลาอาหารเที่ยงแล้ว
“ไม่ดีกว่าค่ะเชิญพี่ๆตามสบาย..พอดีหนูดีมีนัดกับเพื่อนแล้วค่ะ”
หนูดีหรือจะอยู่เธอไม่รู้ว่าหากเธอนั่งทานข้าวที่นี่ไม่รู้ว่าจะมีเพื่อนร่วมโต๊ะกี่คนเอไม่อยู่จะดีกว่าทั้งยังอ้างว่าเธอมีนัดทานอาหารกลางวันกับพวกเพื่อนเของเธออีก
“..งั้นเดี๋ยวพี่เดินลงไปส่ง..”
เจมส์เลิกคิ้วเล็กน้อยไม่คิดว่าเธอจะมีนัดแล้วเมื่อเป็นเช่นนั้นเขาก็ขอเดินไปส่งเธอที่รถก็ยังดีเพราะกลัวว่าจะเกิดเหตุการณ์อย่างเมื่อครู่อีก
ลานจอดรถ
“หนูดี”
“พี่โทนี่”
หนูดีหันหน้าขวับหาเสียงที่ส่งเสียงเรียกเธอตาแป๋วเมื่อเห็นว่ารถหรูสีขาวเปิดกระจกลงคนด้านในเป็นคนที่เธอคุ้นเคยเขาคือพี่ชายของลีน่านักธุรกิจแบรนด์จิวเวอร์รี่ชื่อดังจึงยิ้มทักทายเขาขึ้นและพึ่งนึกได้ว่าที่นี่ก็เป็นที่อยู่ของเพนท์เฮ้าส์โทนี่เหมือนกัน
“มาทำอะไรที่นี่หรอ”
โทนี่ทักทายหญิงสาวด้วยใบหน้ายิ้มแฉ่งค่อนข้างดีใจที่ได้เจอหญิงสาวที่นี่แต่ไม่ยักรู้ว่าเธอมาทำอะไรเพราะที่นี่ก็ไม่ใช่ที่สาธารณะที่คนนอกจะเข้ามาได้
“เอ่อ..มาหาพี่ชายน่ะค่ะ..นี่พี่เจมส์...พี่เจมส์คะนี่พี่โทนี่ค่ะ”
หนูดีรีบแนะนำคนที่ยืนอยู่ข้างหลังเธอให้คนที่อยู่บนรถได้รู้จัก
เจมส์แอบตะขิดตะขวงในใจเล็กน้อยเขาไม่ได้อยากให้เธอแนะนำเขาในฐานะพี่ชายต่อหน้าผู้ชายคนอื่นเสียหน่อยแต่ก็อย่างว่าหากไม่ใช่สถานะนี้ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นสถานะไหนเพราะเธอคงเห็นเขาเป็นได้แค่เท่านี้ยิ่งนึกก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดในใจแปลกๆ
“อ่อ..คุณเจมส์สวัสดีครับวันนี้เจอกันสักทีนะครับเห็นหนูดีพูดถึงอยู่บ่อยๆ..พี่จะไปทานข้าวไปด้วยกันมั้ย”
โทนี่เหลือบสายตามามองชายร่างใหญ่ทีอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำกางเกงยีนส์ชายคนนี้เองที่หญิงสาวมักจะพูดถึงอยู่บ่อยๆวันนี้เขาได้เจอตัวจริงเสียทีแต่ดูท่าเขานั้นไม่ค่อยจะชอบหน้าเขาสักเท่าไรแต่กระนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจไม่คนที่เขาสนใจมีเพียงหญิงสาวผู้เดียวเท่านั้น
“ค่ะ..งั้นเดี๋ยวหนูดีขับรถตามพี่โทนี่ไปนะคะ”
หนูดีรับปากโทนี่อย่างว่าง่าย
“ไหนบอกว่ามีนัดกับเพื่อนไง”
บอกว่ามีนัดกับเพื่อนไหนตกปากรับคำไปกับผู้ชายต่อหน้าพี่เจมส์ล่ะหนูดีเดี๋ยวก็เจอดีหรอกกก