บ้านXXX
“เจ้าเปาน้อยของเราว่ายังไรบ้างล่ะ”
โสพิศนั่งจิบชาอยู่ที่สวนหย่อมหน้าบ้านหลังโตของเธอกับลูกสะใภ้พรางถามถึงเรื่องราวที่พวกเธอได้แพลนเอาไว้ว่าเรื่องที่มลฤดีได้ไปทำมามันเรียบร้อยดีหรือไม่คำว่าเจ้าเปาน้อยที่หญิงชราเรียกชื่อหลานบุญธรรมของเธอตั้งแต่ยังเล็กๆจนถึงตอนนี้ก็ยังติดปากมาจนหลานของเธอโตเป็นสาว
“รายนั้นก็ยอมตกลงน่ะสิคะ”
มลฤดียิ้มกริ่มระดับเธอไปคุยแล้วเรื่องนี้ไม่มีพลาดอยู่แล้ว
“ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”
โสพิศแปลกใจเล็กน้อยว่าปรารีจะยอมทำตามที่ขอร้องง่ายขนาดนั้นเลยหรือ
“ค่ะคุณแม่”
มลฤดีพยักหน้าหงึกหงักส่งสายตาจริงจังไปที่แม่สามีของเธอว่าเธอจริงจังไม่ได้ล้อเล่น
เหตุการณ์ก่อนหน้าสองวันก่อน
“คุณแม่ไม่โทรบอกเปาก่อนจะมาคะ..ดูสิเปาไม่ได้เตรียมอะไรไว้ต้อนรับเลย”
ปรารีมีสีหน้านอยเล็กน้อยที่แม่ของเธอมาโดยที่ไม่ได้บอกได้กล่าวเพราะเธอไม่ได้มีอะไรรอต้อนรับเลย
“พอดีแม่ว่างก็เลยมาเลย”
มลฤดีเห็นหน้าลูกสาวของเธอก็รู้สึกผิดทันทีเธอรู้ว่าปรารียิ่งเป็นคนที่อ่อนไหวง่ายอยู่ด้วยจึงรีบเข้าไปกอดเธอไม่ได้อยากได้อะไรต้อนรับเสียหน่อยแค่อยากมาหาลูกสาวเธอเท่านั้นและถือโอกาสมาพูดคุยเรื่องสำคัญด้วยเลย
“คุณย่าเป็นยังไงบ้างคะ”
ปรารีเห็นหน้าแม่เธอก็ต้องถามถึงโสพิศเพราะตั้งแต่เธอกลับมาก็เจอย่าของเธอได้ครั้งเดียวและเธอก็มาอยู่ที่นี่จึงอยากรู้ว่าอาการป่วยของคุณย่าเธอเป็นอย่างไรบ้าง
“อาการก็ไม่ค่อยดีเท่าไร”
มลฤดีต้องกัดฟันพูดเรื่องโกหกให้ปรารีสงสารเพราะมีเหตุผลบางอย่าง
“ไว้เปาจะเข้าไปหาคุณย่าเร็วๆนี้นะคะ”
ปรารีได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าห่อเหี่ยวลงไปอีกเธอคิดว่าต้องกลับไปดูแลย่าของเธอในเร็วๆนี้เสียแล้ว
“ป่วยกายไม่เท่าไรหรอก..แต่ป่วยใจนี่สิ”
มลฤดีเห็นปรารีเริ่มมีอาการเศร้าก็รีบสุมไฟเข้าไปอีก
“คุณย่าเป็นอะไรคะคุณแม่”
ปรารีเบิกตาโพรงอยากรู้ว่าที่แม่เธอพูดหมายความว่าอย่างไร
“ก็อยากจะได้เหลนอุ้มไวๆนี้น่ะสิ..แถมตาต้นเองก็ไม่อยากมีครอบครัวบอกคำเดียวว่าถ้าอยากได้หลานก็ไปหาแม่อุ้มบุญเอาเรื่องนี้เลยทำให้คุณย่าและก็แม่กลุ้มใจมากใครที่ไหนจะอยากอุ้มท้องลูกคนอื่น”
“...อย่างนี้นี่เอง...”
ปรารีทำหน้าเศร้ารู้สึกเห็นใจคนเป็นแม่กับย่าของเธอเหลือเกิน
“เปา..”
มลฤดีเห็นว่าจังหวะนี้น่าจะดีแล้วจึงถือโอกาสเริ่มพูดสิ่งที่เธอต้องการเลยก็แล้วกัน
“คะคุณแม่”
“จะว่าอะไรไหมถ้าแม่จะขอร้องให้หนูอุ้มท้องให้ตาต้น”
“หา...เอ่อ...ถ้าเป็นความต้องการของคุณแม่เปาก็โอเคค่ะ..”
//อุ้มท้องเหรอ...แต่คุณแม่มีพระคุณกับเรามากเรื่องแค่นี้ทำไมจะทำไม่ได้..//
ปรารีได้ยินแม่เธอพูดครั้งแรกก็ตกใจจนอึ้งไปชั่วครู่..แต่ถ้าแม่ของเธอต้องการแบบนั้นเธอก็พร้อมจะทำให้เพราะเธอมีชีวิตที่ดีขนาดนี้ได้ไม่ใช่เพราะใครที่ไหนจากครอบครัวของผู้หญิงตรงหน้าเธอนี้เอง
“จริงเหรอจ๊ะขอบใจเปามากเลยนะ”
มลฤดีไม่คิดว่าอะไรมันจะง่ายขนาดนี้
“คุณแม่ให้ชีวิตเปาไม่ว่าเรื่องอะไรขอแค่คุณแม่บอกมาเปายอมทำทุกอย่างค่ะ”
“โถ่เอ้ยย...เปาน้อยของแม่”
เมื่อมลฤดีรู้ว่าเหตุผลอะไรที่ทำให้ปรารีตัดสินใจเรื่องนี้แบง่ายๆเธอก็รีบโผกอดเปาน้อยของเธออย่างรวดเร็วเธอไม่เคยผิดหวังกับลูกสาวของเธอคนนี้จริงๆ
“เปารักคุณแม่นะคะ..รักคุณพ่อกับคุณย่าด้วย”
ปรารียิ้มหน้าบานเมื่อเห็นแม่ของเธอมีความสุขและเธอก็หวังว่าถ้าคุณย่ารู้ว่าเธอยอมช่วยคงจะดีใจจนหายป่วยเป็นแน่
“แบบนี้เองเหรอ5555...เจ้าเปาของเรานี่แหละแม่คิดว่าถ้าหากมาอยู่ใกล้ตาต้นความร่าเริงสดใสก็น่าจะซึมซับให้ตาต้นได้มีสิ่งนี้บ้างแหละน่า”
“มลก็คิดแบบนั้นเหมือนกันค่ะคุณแม่”
หลังจากที่โสพิศฟังลูกสะใภ้เธอเล่าจบก็หัวเราะร่าเจ้าเปาน้อยชอบมีอะไรให้พวกเธอเองคิดไม่ถึงอยู่เรื่อยไป
20.30 น.
“ยิ้มอะไรอยู่คนเดียวคุณ”
ตระการเห็นคนเป็นภรรยายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ตั้งแต่เขากลับมาจากทำงานแล้วไม่รู้ว่าอารมณ์ดีอะไรนักหนา
“ก็ยิ้มที่เราจะมีหลานแล้วน่ะสิ”
มลฤดีทาครีมบำรุงไปพรางยิ้มระรื่นไป
“หืมม...หลานลูกตาต้นหรือเจ้าเปาล่ะ”
ตระการคิดว่าภรรยาของเขาจะอยากได้หลานจนเพ้อเป็นจริงเป็นจังถึงขนาดนี้เลยแกล้งถามแกมหยอกว่าที่จะได้หลานนั้นเป็นลูกของใคร
“ทั้งคู่แหละค่ะ”
“หา..หมายความว่าไง”
ตระการที่นอนอยู่บนเตียงถึงกับชะงักอึ้งรีบลุกขึ้นนั่งแปลกใจในสิ่งที่ภรรยาเขาพูดเมื่อครู่
“ก็...คือ...”
มลฤดีเห็นทีจะต้องเล่าให้สามีของเธอฟังเสียแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นเพราะอีกหน่อยเขาก็ต้องรู้เรื่องอยู่ดี
“หา...คุณนี่ก็ช่างแผนการเหลือเกินนะ”
ตระการไม่อยากจะเชื่อว่าดูทั้งแม่และภรรยาเขาจะเล่นอะไรแผลงๆ
“หรือคุณไม่อยากมีหลานล่ะ...”
มลฤดีเห็นสามีเธอทำหน้ากังวลก็คิดว่าเขาไม่ได้อยากมีหลานเหมือนเธอ
“ไอ้มีก็อยากมี...แต่...”
ไม่ใช่ว่าตระการไม่อยากจะมีแต่เขากลัวปัญหาที่มันจะตามมาภายหลังมากกว่าเด็กที่มีพ่อและแม่ไม่ได้รักกันจริงๆมันจะเป็นยังไง
“อะไรคะ”
มลฤดีอยากรู้ว่าไอ้คำว่าแต่ของสามีเธอมันคืออะไร
“ไม่มีอะไร”
ตระการคิดว่านี่อาจจะเป็นแผนจับคู่ก็ได้เลยไม่อยากจะพูดอะไรออกไปตอนนี้รอให้เรื่องมันเห็นชัดเสียก่อนจะดีกว่าเขาไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าหากลูกชายของเขากับลูกสาวบุญธรรมที่ไม่เคยเจอกันและนิสัยต่างกันสุดขั้วจะอยู่ด้วยกันได้อย่างไร
“อีกสองวันเปาก็จะมาที่นี่แล้วเหลือก็แต่บอกเรื่องให้ตาต้นได้รู้ว่าฉันหาคนอุ้มท้องได้แล้วเท่านั้น”
ปรารีบอกกับเธอว่าจะมากรุงเทพในอีกสองวันตอนนี้เขาก็เหลือแค่บอกลูกชายของเขาให้รู้ตัวว่าเธอได้คนที่จะมาอุ้มท้องแล้วในวันที่ปรารีมาถึงนั่นเอง
วันต่อมา
แม่กำปอง
“นี่เจ้าต้นไม้ฉันจะไปกรุงเทพแล้วนะไม่รู้ว่าอีกนานไหมจะได้กลับมาเยี่ยมดูแลตัวเองดีๆล่ะ”
ปรารีจะลุกตื่นมาแต่เช้าเพื่อสูดอากาศบริสุทธิ์เป็นปกติแบบนี้ทุกวันเธอชอบที่จะพูดคุยกับต้นไม้หรือดอกไม้เพื่อคลายเหงาหรือระบายอะไรสักอย่างออกมาเพื่อความสบายใจมันเป็นวิธีที่หญิงสาวชอบมากๆ
“ป้าขาเอาใส่ใส้สองชุดค่ะ”
หลังจากที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จในช่วงเช้าเธอก็จะเดินมาหาซื้ออาหารเช้าใกล้ๆกับบ้านเธอในหมู่บ้านจะมีชาวบ้านท้องถิ่นขายของกันเป็นประจำและเธอก็มีขนมหวานที่เธอชอบเป็นร้านประจำด้วย
“มาแต่เช้าเลยหนูเปา...พรุ่งนี้ป้าจะทำบัวลอยด้วยเอาไหม”
แม่ค้าแถวนี้จะเจอหน้าปรารีเป็นประจำตั้งแต่เธอมาพักอยู่ที่นี่และด้วยความอัธยาศัยดีของหญิงสาวเลยเป็นที่รู้จักไปทั่วตลาด
“หนูจะต้องกลับกรุงเทพแล้วสิคะคุณป้าอดทานขนมอร่อยๆเลย”
“อ้าวเหรอ...ป้าคงคิดถึงแย่ยังไงก็อย่าลืมมาที่นี่บ่อยๆนะ”
“ค่ะ..เปาจะหาเวลามานะคะ”
ปรารีไม่ลืมที่จะกลับมาที่นี่แน่นอนเพราที่นี่อากาศก็ค่อนข้างดีแถมผู้คนยังใช้ชีวิตในวิถีดั้งเดิมแถมยังเป็นมิตรมากๆอีกด้วย
20.00 น.
ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มแล้วตฤณภพที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขายาวเสื้อยืดธรรมดายังคงนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาเปิดอ่านเอกสารตรวจทานทุกอย่างจนแน่ใจว่าทุกอย่างถูกต้องทุกกระเบียดนิ้วเพราเขาไม่ชอบความผิดพลาด
“หื้มมม....”
หลังจากที่เอกสารเรียบร้อยก็ถึงเวลาพักผ่อนของเขาชายหนุ่มยืนมองออกไปนอกหน้าต่างคืนนี้พร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อนึกถึงเรื่องที่เขารับปากคุณแม่ของเขาไปหากถึงวันที่แม่ของเขาหาคนมาอุ้มท้องลูกของเขาได้เขาก็คงจะปฏิเสธอะไรไม่ได้เมื่อเป็นคนที่รักษาคำพูดแต่ขอให้เวลามันล่วงเลยไปอีกสักพักใหญ่เลยก็แล้วกันเพราะตอนนี้เขายังนึกไม่ออกว่าถ้าหากว่าเขาจะต้องมีลูกเขาจะต้องรับมือและเตรียมตัวอย่างไร
เช้าวันต่อมา
08.30 น.
“คุณหญิงรออยู่ที่บริษัทแล้วครับคุณต้น”
ธวัชชัยผู้ช่วยของตฤนภพมารับชายหนุ่มที่เพนท์เฮ้าส์เวลานี้ทุกวันเมื่อเห็นว่าเจ้านายมาถึงจึงรีบบอกข่าวสำคัญว่าตอนนี้คุณแม่ของเขารออยู่ที่บริษัทแล้ว
“หืมม..ทำไมคุณแม่มารอแต่เช้า”
ตฤณภพอยู่ในชุดสูตรราคาแพงคัตติ้งเนี้ยบสั่งตัดให้เข้ากับหุ่นเขาโดยเฉพาะจากแบรนด์ดังทรงผมเซทมาอย่างเรียบร้อยเข้ากับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเป็นอย่างดีในวันทำงานเขาจะเนี้ยบแบบนี้ทุกวันเมื่อเขาก้าวขึ้นรถตู้คันหรูราคาหลายล้านได้ยินคำบอกของผู้ช่วยคิ้วดกดำก็ขมวดคิ้วชนกันเล็กน้อยแปลกใจที่คุณแม่ของเขามารอแต่เช้าอยากจะรู้นักว่ามีธุระสำคัญอะไร
“ผมว่าคุณต้นไปคุยกับคุณหญิงเองดีกว่านะครับ”
ธวัชชัยรู้มาคร่าวๆว่าเรื่องอะไรแต่เรื่องนี้เขาอยากให้เจ้านายของเขารู้จากปากคนเป็นแม่ของเขาเองจะดีกว่าเพราะเรื่องนี้มันเข้าข่ายเรื่องในครอบครัว
“อืมม..”
บริษัทXXXX
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
“ท่านประธานสวัสดีค่ะ”
พนักงานทุกคนที่บริษัทในทุกๆเช้าจะมายืนเรียงกันอยู่ที่หน้าบริษัททุกคนก่อนจะเริ่มงานในเก้าโมงเช้าเพื่อที่ง่ายต่อการตรวจตราของชายหนุ่มประธานบริษัทเขาชอบคนที่มาทำงานตรงเวลาและมีระเบียบวินัย
“ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยกันด้วย”
ตฤณภพเดินอ่างสง่าเข้ามาในบริษัทเขาเดินอย่างรวดเร็วแต่สายตาอันเยือกเย็นของเขากลับตรวจได้ทุกซอกทุกมุมว่าพนักงานของเขามาครบหรือไม่และมีใครแต่งตัวไม่เรียบร้อยบ้างหางตาของเขาเห็นพนักงานหญิงคนหนึ่งยังเอาเสื้อใส่ในกระโปรงไม่เรียบร้อยจึงรีบบอกให้ทุกคนสำรวจตัวเองและเขาก็เดินตรงเข้าไปในลิฟท์เพื่อเข้าไปที่ห้องทำงานของตัวเองทันที
“อุ้ยย//ค่ะๆ//ตาไวจริงๆเลย”
เมื่อประธานบรัทเดินพ้นเข้าลิฟท์ไปแล้วพนักงานทุกคนก็ต้องต่างสำรวจตัวเองว่าใครแต่งตัวไม่เรียบร้อยอย่างไรปรากฏว่ามีบางคนแต่งตัวไม่เรียบร้อยจริงๆต่างก็ยิมรับว่าประธานหนุ่มคนนี้หูตาไวเป็นที่หนึ่ง
“ตาต้น...มาแล้วเหรอลูก”
มลฤดีเห็นลูกชายของเธอเข้าห้องมาก็ทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเพราะวันนี้เธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ
“คุณแม่มาหาผมแต่เช้ามีอะไรหรือเปล่าครับ”
ตฤนภพคาใจตั้งแต่ขึ้นรถมาแล้วว่าแม่ของเขามาหาแต่เช้ามีเรื่องอะไรสำคัญ
“ก็เรื่องคนที่อุ้มท้องให้ลูกน่ะแม่นัดมาเจอที่นี่วันนี้”
“อะไรนะครับ”
ตฤณภพถึงกับหยุดชะงักอ้าปากค้างอย่างเสียบุคลิคไม่คิดว่าแม่ของเขาจะหาคนได้เร็วขนาดนี้แสดงว่าเรื่องที่เขาภาวนาเมื่อคืนมันไม่เป็นผล
“ตกใจอะไรเล่า..เดี๋ยวน้องก็คงมาแล้ว”
มลฤดีมองออกว่าลูกชายเธอก็คงไม่คิดว่ามันจะไวขนาดนี้
“อะ..เอ่อ..ทำไมไวแบบนี้ล่ะครับ”
“ทำหน้าแบบนี้หรือจะมีข้อแม้อะไรกับแม่อีก”
มลฤดีจำเป็นต้องพูดดักเอาไว้ก่อนว่าลูกชายของเธอจะผิดสัญญาไม่ได้
“เอ่อ...คนอย่างผมเคยผิดคำพูดด้วยเหรอครับ..”
ชายหนุ่มตอบคนเป็นแม่เสียงอ่อนอย่างเหนื่อยใจ
“งั้นก็ดีจะ”
“เดี๋ยวผมขอตัวไปซื้อกาแฟด้านล่างก่อนนะครับ”
ตฤนภพต้องหาทางหลบจากมุมนี้ก่อนครู่หนึ่งเพื่อทำใจไม่อย่างนั้นเขาคิดอะไรไม่ออกแน่