โรงพยาบาล N
ร่างสูงของธามไทเดินออกมาจากห้องผ่าตัดด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เขาทำหน้าที่ควงเวรผ่าตัดแทนหมอเพลิงกัลป์ ที่หนีไปสวีตกับภรรยาอย่างคุณพยาบาลลูกพีชที่กำลังงอนสามีขั้นสุด โดยทิ้งงานผ่าตัดเอาไว้ให้เขา ผู้ชายที่ยังโสดแต่ไม่ซิงทำเอาธามไทถอนหายใจแรง ๆ อย่างเหน็ดเหนื่อยตลอดการทำหน้าที่แทนเพื่อนที่ว่าง่าย ๆ ก็คือหนีงานไปง้อเมียนั่นแหละ
แต่ก็นะเรื่องแค่นี้สำหรับเพื่อนสนิทอย่างเพลิงกัลป์แล้ว เขาพร้อมที่จะช่วยเหลือเสมอ เพราะในยามที่เขาแฮงก์เอาต์จนไม่สามารถลุกขึ้นจากเตียงนอนมาทำงานได้ ก็ได้คุณหมอเพลิงกัลป์ที่กำลังนอนกอดเมียในวันหยุดนี่แหละ ที่ต้องแหกขี้ตาตื่นขึ้นมาเข้าเวรแทนเขาเช่นกัน
หึ ๆ ทีใครทีมันอะเนอะ แต่ศีลเสมอกันแบบนี้แหละถึงคบกันได้นาน
“เพื่อนเวร เมียงอนทีไรลำบากกูทุกที เหนื่อยจะตายห่าอยู่แล้วเนี่ย”
ธามไทบ่นเบา ๆ เพียงลำพัง คุณหมอร่างสูงในชุดผ่าตัดเดินตบไหล่ด้วยความเมื่อยขบผ่านเคาน์เตอร์พยาบาลสาว ๆ ที่ต่างพากันมองเขายิ้ม ๆ แต่ธามไทกลับไม่สนใจใครเลยสักนิด
อ่า ที่พูดแบบนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่สนใจผู้หญิงนะ ก็แหมเขาน่ะมันเสือตัวพ่อ แต่ที่นี่มันสถานที่ทำงานยังไงล่ะ ตามจรรณยาบรรณแพทย์แล้วคงไม่ดีหากมีปัญหาเรื่องชู้สาวในที่ทำงาน
อีกอย่างถ้าให้คบใครเป็นตัวเป็นตนคงต้องโบกมือลา แต่ถ้าชั่วคราวทีละหลาย ๆ คนแบบนั้น ธามไทคนนี้พร้อมเสมอครับ
ปึก
“โอ๊ย!!”
เมื่อเดินมาถึงทางเลี้ยว จู่ ๆ ก็มีไม้เท้าปริศนาฟาดลงบนหลังของคุณหมอธามไทอย่างแรงจนสะดุ้งสุดตัว ทั้งยังเผลอส่งเสียงร้องดัง ๆ ออกมาด้วยความเจ็บปวด เพราะไม้เท้าที่ฟาดลงมานั้นแรงไม่ใช่เล่น ราวกับว่าคนฟาดตั้งใจหวดหลังเขาเต็มที่อย่างไรอย่างนั้นเลย
“เจ็บนะตาแก่บ้า”
ธามไทตวัดเสียงใส่ท่านประธานโรงพยาบาลด้วยความโกรธเคือง ตาคู่คมตวัดมองผู้อาวุโสที่มาเล่นซ่อนแอบตีเขาทีเผลอ ในขณะที่ท่านประธานอย่างคุณหมอกฤษฎิ์ก็เตรียมเงื้อไม้เท้าขึ้นสูงเตรียมตีคุณหมอหน้าหล่อซ้ำอีกรอบ
แต่คราวนี้คุณหมอหนุ่มรู้ทัน จึงรีบวิ่งหนีไม้เท้ากายสิทธิ์วนไปวนมา ทำเอาผู้อาวุโสเกือบหน้ามืดเลยทีเดียว
เมื่อหมดแรงจะรังแกคุณหมอหนุ่มตัวแสบ ท่านประธานกฤษฎิ์จึงพักเอาแรงไปหยุดยืนนิ่ง ๆ แล้วหายใจด้วยความเหนื่อยหอบ
“แกเป็นหมอนะเจ้าไทม์ ไม่รู้กฎระเบียบของโรง’บาลเหรอฮะ อธิบายมาว่าสีผมนี้มันยังไง!”
กฤษฎิ์ชี้หน้าด่าคุณหมอหนุ่มที่มีศักดิ์เป็นหลานชายด้วยความโมโห เมื่อคุณหมอสุดหล่อแต่ปากหมาคู่หูของหมอเพลิงกัลป์ ที่เขาตั้งฉายาให้ว่าไอ้แฝดหมอปากหมา เพราะนอกจากจะเป็นคุณหมอปากแซ่บประจำโรงพยาบาลแล้ว ยังเป็นพวกนอกรีตทำอะไรไม่เคยถูกกฎระเบียบเลยสักครั้ง
ไม่รู้พวกมันเรียนจบหมอมาได้ยังไง ทำอะไรไม่เคยอยู่กับร่องกับรอยขนาดนี้ก็ยังอุตส่าห์เรียนจบด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง จากโรงเรียนแพทย์ในต่างประเทศต่างที่เป็นที่ยอมรับทั่วโลกอีก
“ก็สีนี้มันสวยอะลุงไทม์ชอบ”
ธามไทตอบคำถามผู้เป็นลุงอย่างกวน ๆ ตามสไตล์เขา ส่วนคุณหมอกฤษฎิ์น่ะได้แต่อ้าปากพะงาบ ๆ แล้วยกมือขึ้นชี้หน้าหลานชายด้วยความโมโห
แหกทุกคอก แหกทุกกฎ ไม่รู้ตอนเกิดมามันกินนมผิดหรือเปล่า โตมาถึงได้ดื้อเหมือนวัวเหมือนควาย ที่บอกไม่รู้จักฟังยิ่งคิดก็ยิ่งโมโหกับวีรกรรมความแสบของเด็กคนนี้ เพราะหลายครั้งมันทำเอากฤษฎิ์หัวจะปวดไม่เว้นแต่ละวัน ยังดีหน่อยที่ผลงานการผ่าตัดนั้นถือว่าเป็นเลิศ ก็ยังพอทดแทนกันได้จนเขาต้องยอมลงให้ในบางเรื่อง
“แต่มันผิดกฎระเบียบของโรงพยาบาล มีหมอที่ไหนเขาทำผมสีนี้มาทำงานบ้าง ธามแกลองแหกตาดูรอบ ๆ ตัวแกดูสิ ไม่ใช่ว่ามีแค่แกคนเดียวเหรอที่แหกคอกบอกไม่รู้จักฟัง”
“โถ่ ลุงหมอครับ ผมยังวัยรุ่นอยู่เลย อีกอย่างผมสีนี้ก็ออกจะเข้ากับเบ้าหน้าหล่อ ๆ ของผมนี่นา สาว ๆ มองแล้วโคตรแจ่มว้าวเลย”
“แจ่มแมวน่ะสิไม่ว่าไอ้หมอขี้ดื้อ โอ๊ย ความดันจะขึ้น นี่ตกลงแกย้ายมาทำงานหรือมาสร้างปัญหาให้ฉันกันแน่นะเจ้าไทม์ เฮ้อ”
กฤษฎิ์ทั้งว่าทั้งถอนหายใจให้หลานชายตัวแสบที่ไหวไหล่น้อย ๆ ด้วยความทะเล้น แต่ก็มิได้นำพาเพราะหลานชายตัวดีกลับสบโอกาสตอนที่คุณลุงเผลอ รีบใส่เกียร์หมาวิ่งหางจุกตูดกลับไปที่ห้องทำงานทันที
คุณหมอกฤษฎิ์มองภาพนั้นอย่างนึกปวดหัว ได้แต่ยืนหัวฟัดหัวเหวี่ยงด้วยความหัวเสียกับความเจ้าเล่ห์ของธามไท
คนแก่อย่างเขาตามไอ้เด็กบ้าที่มีศักดิ์เป็นหลานไม่เคยทันสักที
“ฝากไว้ก่อนเถอะ อย่าให้เจออีกนะพ่อจะหยุมหัวโขกกำแพงให้ดู”
ผู้อาวุโสพึมพำเสียงเบาแล้วหันหลังเดินกลับห้องทำงานของตัวเอง ไปเคลียร์งานที่คั่งค้างให้เสร็จภายในวันนี้ ซึ่งตอนนี้ก็เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว ความจริงเขาควรต้องเลิกงานกลับไปหาเมียที่สุดที่รักได้แล้ว แต่ก็นะนี่คือโรงพยาบาลของเขานี่ จะให้ผู้บริหารกลับไปนอนตากแอร์สบาย ๆ มันก็คงไม่ใช่
ผับ
เมื่อหลุดออกจากความวุ่นวายในห้องผ่าตัดตลอดวันก็ได้เวลาสังสรรค์ ธามไทสลัดเสื้อกาวน์ทิ้งแล้วหันมาสวมชุดหล่อที่ดึงดูดสายตาสาว ๆ นักท่องราตรีในค่ำคืนนี้ได้เป็นอย่างดี
ร่างกำยำที่มาพร้อมความสูงเกนิมาตรฐานชายไทย เดินเข้าผับประจำเข้ามาด้วยความคุ้นเคย ก่อนจะทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาในมุมโปรด รอไม่นานบริกรหนุ่มก็เข้ามารับออเดอร์
เขาเลือกสั่งเครื่องดื่มที่ค่อนข้างแรงกว่าปกติ เพราะตั้งใจเอาไว้แล้วว่าคืนนี้จะไม่กลับไปนอนที่คอนโด แน่นอนว่าเหนื่อยมาทั้งวัน นักท่องราตรีอย่างเขาคงไม่กลับไปนอนเฉา เพื่อนอนสักตื่นแล้วออกไปทำงานต่อหรอก เพราะที่นี่มีสิ่งน่าสนใจมากกว่าการกลับไปนอนเหงา ๆ คนเดียวที่คอนโดเสียอีก
ธามไทนั่งดื่มไปเรื่อย ๆ อยู่ในโลกส่วนตัว โดยไม่สนใจสาว ๆ ที่กำลังมองเขาอย่างเชิญชวน หรือแม้แต่สาว ๆ ที่ทำใจกล้าเดินมาขอชนแก้วเขาถึงโต๊ะ
ตอนนี้เขาแค่อยากนั่งดื่มเงียบ ๆ คนเดียวตามความตั้งใจแรก แต่ดื่มเสร็จเมื่อไหร่ก็ค่อยว่ากันอีกที เพราะจุดประสงค์ของการมาที่นี่ไม่ใช่แค่มาดื่มเพียงอย่างเดียวแน่นอน หากแต่เขาต้องการมาปลดปล่อยความต้องการทางร่างกายที่ไร้พันธะนี้ด้วยต่างหาก
อีกทางด้านหนึ่ง
“ไอ แกไม่ลองดื่มหน่อยเหรอ”
“นั่นสิไอ ค็อกเทลของที่นี่รสชาติละมุนลิ้นมากแก รับรองแกได้ลองแล้วจะติดใจ”
อันดากับแนนสองเพื่อนซี้สายปาร์ตี้เอ่ยชวนเพื่อนสาวคนใหม่ ที่มีใบหน้าสวยราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบ ส่วนคนที่ถูกชวนได้แต่ส่ายหน้าไปมาช้า ๆ พร้อมกับมองไปรอบ ๆ ผับด้วยความไม่คุ้นเคย
นี่คือครั้งแรกที่ไออุ่นมาเหยียบสถานที่อโคจรแห่งนี้ ตามคำชวนของสองสาวเพื่อนใหม่ที่ไออุ่นเพิ่งรู้จักได้ไม่นาน หลังจากที่ย้ายโรงเรียนใหม่
เหตุผลที่สามสาวออกมายังผับวันนี้ ก็เพราะไออุ่นกำลังมีปัญหากับบิดาทำให้เธอเลือกที่จะประชดเขา ด้วยการหนีออกจากบ้านมาพักอยู่กับอันดาชั่วคราว
จะเรียกว่าหนีออกจากบ้านก็เรียกได้ไม่เต็มปาก เพราะว่าบิดาของเธอก็น่าจะรู้อยู่แล้วว่า เธอมาพักอยู่กับใครเพราะอันดาเองก็ชอบไปนอนค้างที่บ้านของไออุ่นบ่อย ๆ พอ ๆ กับที่ไออุ่นเองนั้นก็เข้านอกออกในบ้านของอันดาเป็นประจำเช่นกัน
“อันดา แนน พวกแกอย่าดื่มเยอะสิ เดี๋ยวก็เมาหรอก”
ไออุ่นเตือนเพื่อนด้วยความเป็นห่วง เพราะเธอสามคนเพิ่งจะอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่หกเอง แน่นอนว่านี่คือการหนีเที่ยว โดยเด็กมอปลายที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะอย่างสมบูรณ์แบบ
แต่ที่พวกเธอเข้ามาเที่ยวยังสถานที่แห่งนี้ได้ เป็นเพราะบอสแฟนของอันดาเป็นคนพาเข้ามา เพราะเขารู้จักกับคนที่ทำงานอยู่ที่นี่ พวกเธอทั้งสามคนก็เลยเข้ามาได้โดยไม่ต้องถูกตรวจบัตร ทั้งที่ความเป็นจริงนักท่องราตรีที่เข้ามาในนี้จะต้องถูกตรวจบัตรประชาชน แล้วก็ต้องมีอายุ 22 ปีขึ้นไปเท่านั้น
“เมาแล้วยังไง อันดามีพี่บอสอยู่ด้วยทั้งคน แนนเองก็มีพี่อิฐ ยังไงพวกเราก็กลับบ้านได้อยู่แล้วไอไม่ต้องห่วง เมาแค่ไหนก็ถึงบ้านแน่นอนอันดารับประกัน”
อันดาบอกไออุ่นอย่างไม่ได้รู้สึกเดือดเนื้อร้อนใจสักนิด เพราะเธอมาเที่ยวที่นี่กับแนนเป็นประจำอยู่แล้ว ถ้าเมาก็แค่นอนค้างที่นี่หรือไม่ก็ไปนอนค้างที่คอนโดแฟนของพวกเธอแค่นั้นเองไม่เห็นจะยาก
แต่ในขณะเดียวกันไออุ่นเริ่มนั่งไม่ติดที่ ด้วยความที่ออกนอกลู่นอกทางครั้งแรก ตอนนี้ยิ่งรู้สึกอยากกลับบ้านเต็มทน เพราะเธอไม่ค่อยชอบสายตาของพี่บอสและพี่อิฐที่มองเธอเลยสักนิด
“น้องไอจะไม่ลองชิมหน่อยเหรอครับอร่อยนะ มันไม่ได้ขมอย่างที่ใครเขาว่าหรอก ไม่อย่างนั้นอันดากับแนนก็คงไม่สั่งมาดื่มหลายแก้วขนาดนี้”
บอสเอ่ยชวนไออุ่นด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ เธอเห็นมันชัดเจนจึงรีบส่ายหน้าปฏิเสธ สุดท้ายก็เป็นอันดาที่ยื่นแก้วเหล้ามาตรงหน้าเธออีกอยู่ดี ทั้งยังมองเพื่อนใหม่ด้วยสายตาไม่ชอบใจ
ไออุ่นไม่เข้าใจ...ในเมื่อเธอปฏิเสธไปแล้วทุกคนก็น่าจะเข้าใจแล้วว่าเธอไม่อยากดื่มสิ แต่นี่ทำไมอันดาถึงยังดื้อรั้นยื่นแก้วมาตรงหน้าเธออีก
“ลองหน่อยนะไอมันอร่อยจริง ๆ แกเชื่อเราสิ นี่อะค็อกเทลผลไม้ผสมเหล้าแค่นิดเดียวเอง ลองดู ๆ มันหวาน หอม อร่อยมาก นี่ยกให้เป็นเมนูโปรดของอันดากับแนนเอง น่านะ ลองหน่อยนะไอ น้าเพื่อนรักจ๋า”
อันดายังคงคะยั้นคะยอให้ไออุ่นดื่มค็อกเทลให้ได้ ดวงตากลมโตของเธอพยายามอ้อนไออุ่นสุดฤทธิ์ จนคนที่ไม่เคยคิดลองสุราหรือของมึนเมามาก่อนต้องยอมยื่นมือไปรับแก้วค็อกเทลเจ้าปัญหามาถือไว้ ท่ามกลางความพึงพอใจของเพื่อน ๆ และบอสกับอิฐที่หันมาสบตากันอย่างเจ้าเล่ห์
ไออุ่นค่อย ๆ ยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยมือที่สั่นระริก เพราะเธอไม่ได้เต็มใจดื่มเลยสักนิด หากแต่เธอทนแรงรบเร้าจากเพื่อนไม่ไหวต่างหากล่ะ จึงจำใจต้องรับมาดื่มเพื่อตัดรำคาญ
แต่เธอไม่รู้ตัวเลยว่าค็อกเทลแก้วนี้ แฝงไปด้วยอันตรายบางอย่างที่เธอไม่อาจรับรู้ได้เลย
“หมดแก้ว หมดแก้ว หมดแก้ว”
เสียงปรบมือมาพร้อมกับเสียงเชียร์จากอันดาและแนน รวมไปถึงบอสกับอิฐเองที่ก็ปรบมือเชียร์ให้ไออุ่นที่กำลังทำหน้าพะอืดพะอม เพราะไม่คุ้นเคยกับรสชาติของเครื่องดื่มมึนเมาแก้วนี้
ไหนว่าอร่อยไง แล้วทำไมถึงได้มีรสขมแบบนี้เล่า!
ทว่าหลังจากอึกแรกผ่านไปความขมต้น ๆ ก็กลับกลายเป็นหวานติดปลายลิ้นเสียอย่างนั้น จนกระทั่งไออุ่นกลั้นใจดื่มมันจนหมดแก้ว ทุกคนก็พากันปรบมือเสียงดังให้ราวกับว่าเธอทำมิชชันบางอย่างผ่าน
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว มันคือเรื่องที่ไม่สมควรทำของเด็กสาววัยเพียงสิบแปดปีอย่างเธอด้วยซ้ำ
“แกเก่งมากเลยไอ เป็นไงอร่อยเหมือนที่ทุกคนบอกไหมล่ะ”
แนนถามไออุ่นที่ส่ายหน้าไปมารัว ๆ พลางยื่นมือไปหยิบแก้วน้ำเปล่าตรงหน้าขึ้นดื่ม เพื่อกลบความขมที่ยังคงมีอยู่ให้ค่อย ๆ จางหายไป พร้อมกับความรู้สึกมึนที่ศีรษะเล็กน้อยที่เริ่มเข้ามาทักทายเธอ ทำให้ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัวใบหน้าของเพื่อน ๆ เริ่มบิดเบี้ยวตามการมองเห็นที่ลดลง
“หึ คออ่อนเสียจริงนะแม่สาวน้อยไร้เดียงสา”
แนนพึมพำเสียงเบาด้วยความหมั่นไส้คนที่กำลังสะบัดศีรษะไปมาเพื่อไล่ความมึน ดวงตาที่เคยเป็นมิตรบัดนี้ฉายแววเกลียดชังคนตรงหน้า
แท้ที่จริงแล้วเธอกับอันดาไม่ได้อยากมีไออุ่นเป็นเพื่อนเลยสักนิด แต่ที่พวกเธอเข้ามาตีสนิทกับหญิงสาว นั่นเป็นเพราะเธอกำลังหาโอกาสกลั่นแกล้งไออุ่นต่างหากล่ะ
ก่อนหน้าที่ไออุ่นจะย้ายมา อันดากับแนนคือรุ่นพี่ที่รุ่นน้องชายหญิงต่างก็ชื่นชมว่าสวยและน่ารักมากที่สุดของระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 แต่พอไออุ่นย้ายเข้ามาเท่านั้นแหละ ทุกคนต่างก็พากันหันไปชื่นชมไออุ่นว่าสวยน่ารักและเรียนเก่งกว่าพวกเธอ ที่เคยถูกชื่นชมว่าเป็นนักเรียนหัวกะทิของโรงเรียน
เมื่อมีคนที่โดดเด่นและเก่งกว่าเข้ามา คนที่เคยเป็นที่หนึ่งอย่างอันดากับแนนจึงรู้สึกไม่พอใจ และกลายเป็นเกลียดชังไออุ่น ที่เจ้าตัวไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลยสักนิด
อันดากับแนนเข้ามาตีสนิทกับไออุ่นจนได้รับความไว้วางใจ เธอยกให้ทั้งคู่เป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง ด้วยความไร้เดียงสาและมองโลกสวยตลอด
และเธอไม่เคยรู้เลยว่าแผลในใจที่กำลังเกิดขึ้นนั้น มาจากฝีมือของคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนสนิทและยกความไว้วางใจทั้งหมดให้
“เมาแล้วมั้งนั่น”
อิฐมองเพื่อนของแฟนสาวที่เอนตัวไปมา ไออุ่นเริ่มเมาจนไม่สามารถประคองตัวเองให้นั่งนิ่งได้
อันดายกยิ้มมุมปากด้วยความสะใจเมื่อเห็นภาพนั้น ในที่สุดเวลาที่เธอรอคอยก็มาถึงสักที หึ
แม้ลึก ๆ จะรู้ว่าไออุ่นไม่ได้ทำอะไรผิดเลย แต่ความสวยและความเก่งของเธอต่างหากที่ผิด เป็นเพราะอันดาถูกสอนมาให้เป็นที่หนึ่งเสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียนที่ถึงแม้ว่าเธอจะชอบเที่ยว แต่ก็ทำมันออกมาได้ดีเสมอ
แต่พอไออุ่นเข้ามา ทุกอย่างที่เคยเป็นของเธอก็ถูกแย่งไป ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งที่หนึ่งของชั้นเรียน หรือความสวยที่อันดามั่นใจในตัวเองมาตลอดว่าเธอสวยและน่ารักที่สุด แต่ไออุ่นกลับมาแย่งมันไปอย่างง่ายดาย
ในขณะที่เธอพยายามแทบตาย เพื่อเป็นที่หนึ่งให้มารดาภูมิใจและเป็นที่ยอมรับของคนทั้งโรงเรียน
ที่หนึ่งของโรงเรียนต้องเป็นของเธอเท่านั้น คอยดูเถอะถ้าไออุ่นเจอเรื่องที่ไม่คาดฝันเข้าไป เธอจะยังกล้ามาโรงเรียนอีกไหม
“จัดการเลยค่ะพี่บอส”
อันดาหันมาบอกแฟนหนุ่มที่พยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ชายหนุ่มลุกขึ้นและเดินเข้าไปหาคนรู้จักที่มีหน้าที่คล้ายกับแม่เล้า เธอคนนั้นมีหน้าที่คอยหาเด็กส่งให้แขกที่มาเที่ยวที่นี่...และวันนี้ไออุ่นจะเป็นคนที่ว่านั่น
“แพงไปเปล่าวะบอสสามหมื่นเนี่ย ก็แค่เด็กมัธยมดูทรงแล้วจืด ๆ มีดีแค่ยังเอ๊าะ ๆ อยู่แค่นั้นเอง ไม่ได้มีดีไปกว่าเด็กของเจ้ที่ลีลาเด็ด ๆ ตรงไหนเลย”
มินตรามองภาพสาวน้อยหน้าตาน่ารักบนหน้าจอโทรศัพท์ของเพื่อนรุ่นน้อง บอสยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อรู้ว่ามินตราต้องการต่อรองราคาให้ลดลงมาอีก ถึงไออุ่นจะเด็กแต่ก็เด็ดตรงที่ยังซิงนี่ ข้อนี้นี่แหละที่จะทำให้เขาได้เงินตามที่ตกลงกับเจ้มินไว้
“ถึงน้องมันจะไม่เด็ดเท่าพี่ ๆ เขา แต่น้องมันซิงนะเว้ยเจ้ ใครบ้างจะไม่ชอบสาวซิง ๆ บอสเองยังอยากเปิดซิงน้องมันเลย ติดแค่ว่าน้องมันเป็นเพื่อนอันดาแฟนบอสแค่นั้นเอง นะเจ้...น้องมันร้อนเงิน มันเพิ่งหนีออกมาจากบ้านตัวเปล่าถือว่าช่วย ๆ เด็กมันไปนะเจ้นะ”
บอสปรุงแต่งคำพูดขึ้นมาเพื่อให้ไออุ่นดูน่าสงสาร ซึ่งมินตราเองที่พอได้ยินว่าที่ไออุ่นต้องทำเรื่องแบบนี้เพราะไม่มีเงิน ก็เกิดความรู้สึกสงสารขึ้นมาในทันที แต่อีกใจหนึ่งก็เกิดความรู้สึกโลภ เธอคิดไว้แล้วว่าจะเอาไออุ่นไปต่อรองราคากับแขกในวันนี้ จึงพยายามต่อรองราคาให้ต่ำลง
ซิง ๆ แบบนี้ขายให้แขกแสนสองแสนคงไม่มีใครว่าแพงหรอก
“ก็ได้ๆ สามหมื่นเจ้ดีล เดี๋ยวเจ้ขอหาแขกก่อน ถ้าเสร็จเรียบร้อยแล้วเดี๋ยวค่อยพาน้องขึ้นไปรอแขกที่ห้อง”
มินตรายอมตอบตกลงเพราะถูกความโลภครอบงำในที่สุด ชายหนุ่มเจ้าเล่ห์พยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม เขารับเงินจากมินตราแล้วเดินกลับมาที่โต๊ะทันที
“เรียบร้อยจ้ะคนสวยของพี่”
บอสยื่นหน้าไปกระซิบชิดใบหูของอันดาพลางขบเม้มเบา ๆ จนเด็กสาวขนลุกชันด้วยความสยิว ใบหน้าเล็กค่อย ๆ หันมากดจูบลงเบา ๆ ที่มุมปากของแฟนหนุ่ม ไหนจะมือซุกซนที่ยกขึ้นไปลูบไล้แผงอกแกร่งเบา ๆ อย่างยั่วยวน
“พี่บอสของอันดาน่ารักที่สุดเลย เดี๋ยวคืนนี้อันดาจะพาทัวร์สวรรค์ให้ฉ่ำปอดไปเลยค่ะ”
เสียงเล็กกระซิบบอกแฟนหนุ่มด้วยรอยยิ้มหวาน ทั้งคู่คลอเคลียจูบกันอย่างตะบี้ตะบัน มือก็เริ่มล้วงหายเข้าไปในเสื้อของกันและกัน ทำเอาไออุ่นที่นั่งอยู่ตรงข้ามตัวชาวาบด้วยคิดไม่ถึงว่า เพื่อนสาวของเธอจะกล้าทำประเจิดประเจ้อกับแฟนต่อหน้าต่อตาเธอ ซึ่งแม้จะอยากลุกหนีแต่เป็นเพราะกำลังรู้สึกมึนหัวจนแทบลุกไม่ขึ้น ทำให้ต้องจำใจมองภาพน่าอายตรงหน้าต่อไป
เธอตัดสินใจค่อย ๆ เบือนหน้าหนีไปด้านข้าง ทว่าข้างกายเธอกลับแทบช็อกยิ่งกว่า เพราะแนนกับพี่อิฐเองก็ไม่ได้ต่างจากคู่ของอันดาเลยสักนิด
เธอเห็นคนทั้งคู่กำลังจูบกันอย่างดูดดื่ม สองมือก็ล้วงจับกันอย่างเปิดเผยไม่รู้สึกแคร์หรืออายเธอเลยสักนิด
อยู่ ๆ ความรู้สึกไว้วางใจในตัวคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนสนิทก็ค่อย ๆ หายไป เกิดเป็นความกลัวเข้ามาแทนที่จนเริ่มน้ำตาคลอ ในชั่วขณะจู่ ๆ ร่างกายเธอก็เริ่มรู้สึกแปลก ๆ แต่ถึงอย่างนั้นไออุ่นก็ทำได้เพียงนั่งกระสับกระส่ายด้วยความรู้สึกกลัวจับใจ
“เรียบร้อยครับคุณไทม์ นี่กุญแจห้องครับ”
วัตรเด็กในผับที่คุ้นเคยและสนิทสนมกับธามไทเป็นอย่างดีเดินเอากุญแจห้องพักมาให้เขา ร่างสูงของคุณหมอที่สลัดคราบมาเป็นหนุ่มฮอตยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกจนหมดแก้ว แล้วเดินช้า ๆ ขึ้นไปบนห้องที่กำลังจะกลายเป็นสนามรักชั่วคราวของเขาในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้าทันที
“ไอแกเมามากแล้ว เดี๋ยวอันดาพาไปนอนพักนะ”
เมื่อเจ้มินตราเดินเข้ามาบอกให้ส่งไออุ่นไปให้แขกได้แล้ว อันดาก็รีบเข้ามาประคองกอดเพื่อนสาว ที่กำลังนั่งมึนจนไม่สามารถประคองสติได้ อีกทั้งอาการกระสับกระส่ายที่เกิดขึ้นทำให้ไออุ่นรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ อย่างบอกไม่ถูก
“อันดา ไออยากกลับบ้าน”
ไออุ่นเงยหน้าขึ้นบอกเพื่อนที่ส่งยิ้มหวานเคลือบยาพิษให้ ก่อนที่อันดาจะแสร้งพยักหน้ารับแล้วหันไปเรียกแนนให้มาช่วยเธอประคองไออุ่นขึ้นไปส่งแขกที่ชั้นบน
“โอเคจ้ะไอ แต่ก่อนกลับไอไปนอนพักก่อนนะ เดี๋ยวอันดากับแนนดื่มเสร็จแล้วจะรีบขึ้นไปรับไอกลับบ้านเลย”
อันดาบอกไออุ่นเสียงหวาน ก่อนที่เด็กสาวทั้งสองคนจะรีบช่วยกันประคองไออุ่นขึ้นไปที่ห้องของแขกที่เจ้มินตราบอกมา
เมื่อเดินขึ้นมาจนถึงหน้าประตูห้อง แนนก็เคาะประตูห้องสามครั้งส่งสัญญาณให้คนด้านในรับรู้ ประตูที่ปิดสนิทก็ถูกเปิดออก เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หลังประตู ทำเอาอันดากับแนนยืนนิ่งอึ้งไปอย่างตะลึงกับความหล่อของคนตรงหน้า
ธามไทขมวดคิ้วมุ่นมองเด็กสาวทั้งสองคนที่กำลังประคองอีกคนที่คอพับคออ่อนอยู่ด้วยความสงสัย เพราะปกติแล้วสาว ๆ ที่เขาเสียเงินดีลมาจะเดินขึ้นมาเพียงลำพัง แต่สาวน้อยคนนี้มีสภาพราวกับคนเมาที่ดื่มเข้าไปมากจนเพื่อนต้องหิ้วปีกขึ้นมาส่ง
เอ๊ะ หรือเด็ก ๆ พวกนี้จะเคาะประตูผิดห้องกันนะ
“อะ เอ่อ พวกหนูพาเพื่อนมาส่งค่ะ เจ้มินบอกให้พวกหนูพาไอมาส่งที่ห้อง เอ่อ ห้อง 906 ค่ะ”
แนนรีบบอกพี่ผู้ชายหน้าตาดีที่ยืนอยู่ตรงหน้า ก่อนที่อันดาจะผลักไออุ่นเข้าสู่อ้อมกอดของชายหนุ่ม ท่าทางจะล้มแหล่มิล้มแหล่ของเด็กสาวทำให้เขาต้องรีบอ้าแขนไปรับด้วยกลัวว่าเธอจะล้มหน้าทิ่มไปก่อน
“อื้อ อันดาพาไอกลับบ้านที ไออยากกลับบ้าน”
ไออุ่นที่อยู่ในอ้อมแขนแข็งแรงของชายแปลกหน้าร้องขึ้นมาเสียงเบา จนแนนกับอันดาที่มีชนักติดหลังรีบหันมามองหน้ากันด้วยความตกใจ เพราะกลัวเพื่อนจะได้สติขึ้นมาโวยวายจนแผนของพวกเธอล่มไม่เป็นท่า
“เอ่อ พวกเราฝากเพื่อนด้วยนะคะพี่ พอดีเป็นครั้งแรกไอก็เลยดื่มย้อมใจจนเมา ยังไงก็ขอให้พี่มีความสุขกับเพื่อนพวกหนูคืนนี้นะคะ บายค่ะ”
เป็นอันดาที่รีบชิงพูดก่อนที่ไออุ่นจะเผลอพูดอะไรมากไปกว่านี้ เด็กสาวทั้งคู่รีบก้มหัวให้ชายหนุ่มแล้วจูงแขนพากันหนีลงมายังชั้นล่างทันที โดยไม่ได้นึกห่วงคนที่ตัวเองเรียกว่าเพื่อนที่อยู่กับผู้ชายแปลกหน้าเลยสักนิด
ลับหลังสองสาวที่พากันวิ่งลงไปข้างล่างแล้ว ธามไทก็ตวัดแขนอุ้มร่างบอบบางของหญิงสาวตัวเล็กขึ้นแล้วจัดการอุ้มเธอมาวางลงบนเตียง
เส้นผมที่ปรกใบหน้าของเด็กสาวเอาไว้ ทำให้ธามไทรู้สึกขัดใจไม่น้อยจนต้องยื่นมือมาเกลี่ยเส้นผมออกจากใบหน้าเนียนของคนที่พยายามลืมตาขึ้น
เหี้ย น่ารักฉิบหาย
ร่างสูงเอ่ยอุทานในใจด้วยความตกตะลึง เด็กสาวคนนี้มีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มชวนสะกดใจ ไหนจะตาแป๋ว ๆ ที่ลืมตามองเขานั่นอีก เหมือนโดนความน่ารักจู่โจมเข้าเต็มเปา
แต่ไออุ่นที่เริ่มมีสติ หลังลืมตามองภาพตรงหน้าได้สักระยะก็เริ่มออกแรงดิ้นไปมาอย่างกระสับกระส่าย เธอรู้สึกไม่สบายตัว มันเหมือนมีบางอย่างที่ไออุ่นเองก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรกำลังร้อนรุ่มอยู่ภายใน
“ร้อน อื้อ ไออุ่นร้อน”
เสียงเล็กพึมพำเบา ๆ ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ไม่ปล่อยให้ชายหนุ่มงงนาน จู่ ๆ สองมือน้อย ๆ ก็ค่อย ๆ ดึงทึ้งเสื้อกล้ามตัวเล็กออกจากตัวอย่างทุลักทุเล
แน่นอนว่าพ่อเสืออย่างธามไทที่กำลังมองอยู่ ย่อมให้ความร่วมมือช่วยมือน้อย ๆ ถอดปราการอันเกะกะออกจากตัว เพียงเขากระชากทีเดียว เสื้อกล้ามที่มองว่ามันคือเศษผ้าก็หลุดออกจากร่างบอบบางอย่างง่ายดาย เผยให้เห็นเต้าอวบใหญ่กลมกลึงสะกดสายตาหื่นกระหาย
คุณหมอหนุ่มลอบกลืนน้ำลายลงคอดังอึก จู่ ๆ ลำคอก็แห้งผากด้วยความกระหายใคร่อยากสัมผัสความเย้ายวนตรงหน้า
“อื้อ อ๊า ไออุ่นร้อน ฮือ ร้อน”
เมื่อเสื้อตัวบางหลุดออกไปจากร่างขาวผ่อง ไออุ่นก็ยังคงรู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วสรรพางค์กาย ดวงตาฉ่ำหวานเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มแปลกหน้าอย่างธามไท ราวกับกำลังอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ แต่สิ่งที่ได้รับกลับตรงกันข้าม เมื่อธามไททิ้งตัวลงมาทาบทับร่างบางเอาไว้จนทำให้เธอไม่สามารถขยับตัวได้ ทำได้เพียงนอนรอสัมผัสอันวาบหวามของเขา
“หึ เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอหายร้อนเองสาวน้อย”
เสียงทุ้มกระซิบชิดแก้มเนียนหอมกรุ่น ทำเอาไออุ่นชะงักไปเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำความเข้าใจกับความหมายของเขา ริมฝีปากอวบอิ่มก็ถูกประกบจูบอย่างเร่าร้อนโดยที่เธอไม่ทันตั้งตัว
เสียงหอบหายใจของสองร่างที่กำลังแลกลมหายใจอย่างดูดดื่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบ ราวกับเสียงระฆังปลุกสติของหญิงสาว จากที่กำลังรู้สึกทรมานจากความร้อนผ่าวที่แล่นไปทั่วร่าง กลับกลายเป็นความตกใจและรู้สึกกลัวเมื่ออยู่ ๆ จูบแรกของเธอก็ถูกผู้ชายคนนี้ช่วงชิงไปอย่างอุกอาจ
“อื้อ อ่อย ไออุ่น อ๊ะ”
เสียงเล็กครางอู้อี้อยู่ในลำคอ แต่ตอนนี้ธามไทไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เขาสนเพียงความหอมหวานจากริมฝีปากอวบอิ่ม ที่เมื่อได้สัมผัสอย่างจาบจ้วงก็เกิดติดใจ ทำเอาผู้ชายที่ไม่เคยหลงใหลในรสสัมผัสของผู้หญิงคนไหนมาก่อนอย่างธามไทพึงพอใจไม่น้อย
ลิ้นร้อนจากริมฝีปากหนาค่อย ๆ ไล้เลียกลีบปากของเด็กสาวอย่างช่ำชอง จนคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์จูบมาก่อนหลงเคลิ้มไปกับสัมผัสของผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังจะทำมิดีมิร้ายกับร่างกายเธอ
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
ธามไทบดจูริมฝีปากหวานอย่างเอาแต่ใจ จนร่างบางเริ่มทุบแผ่นอกหนาเมื่อลมหายใจเริ่มขาดช่วง เขาถึงปล่อยมือบางให้เป็นอิสระ ทว่าเสือก็คือเสือเมื่อจู่โจมริมฝีปากอวบอิ่มไม่ได้ ก็ไล้ลงต่ำเลื่อนมือใหญ่ไปกอบกุมก้อนเนื้อนุ่มหยุ่นทั้งบีบทั้งเคล้นจนมันขึ้นรอยมือ
ยิ่งได้สัมผัสความต้องการในร่างบางก็ยิ่งทวีเพิ่มขึ้นไปอีก ผิวเนื้อเนียนละเอียดที่กำลังเด้งรับแรงบีบขยำจากฝ่ามือใหญ่ คุณหมอหนุ่มอดใจไม่ไหวเผลอลงน้ำหนักมือแรงจนผิวขาว ๆ กลายเป็นสีแดงช้ำ ไหนจะภาพเบื้องหน้าที่คนสวยนอนหอบหายใจอย่างยั่วยวน กับจังหวะหน้าอกอวบกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจนั่นอีก ยิ่งทำให้อุณหภูมิร่างกายปะทุขึ้นสูง
“หอมไปทั้งตัวเลยสาวน้อย เธอกำลังทำให้ฉันคลั่งนะรู้ไหม”
น้ำเสียงแหบพร่ากระซิบบอกหญิงสาว ที่ตอนนี้ภายในใจดวงน้อยกำลังบอกให้เธอถอยหนี แต่การกระทำของเธอกลับตรงกันข้าม เมื่อลิ้นร้อนชื้นของชายหนุ่มแปลกหน้าค่อย ๆ แตะสัมผัสลงบนยอดอกอิ่มของสาวแรกแย้ม
ความชื้นแฉะจากสัมผัสแปลกใหม่ทำให้ไออุ่นสะดุ้งตัวน้อย ๆ ด้วยความตกใจกับความรู้สึกวูบวาบแปลกใหม่ที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน
ทั้ง ๆ ที่เธอควรจะรังเกียจและหาทางหนีออกไปจากห้องนี้ แต่ร่างกายกลับบดเบียดเข้าหาเขาราวกับคนไม่รู้จักพอ ไอร้อนจากกายสูงตรงหน้ายิ่งทำให้เธอขยับเข้าไปซุกซบราวกับว่า ความต้องการบางอย่างทำให้เธอไม่สามารถพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ได้
ยิ่งถูกสัมผัสมากเท่าไหร่ ไออุ่นก็ยิ่งต้องการจนควบคุมตัวเองไม่ได้แล้ว
“อ๊ะ ไออุ่น อื้อ ระ รู้สึกแปลก ๆ อ๊า”
เสียงหวานร้องบอกเมื่อเขาทั้งดูดทั้งเลียหน้าอกอวบใหญ่ ริมฝีปากหนาไม่ผละออกจากยอดปทุมถันแม้แต่เสี้ยววินาที ราวกับทารกน้อยกำลังดูดนมมารดาด้วยความกระหาย
มือบางที่ควรผลักไสเขาออก กลับยกขึ้นมาโอบกอดเขาเอาไว้ ทั้งยังลูบไแผ่นหลังหนั่นเนื้อที่ชื้นเหงื่อเบา ๆ เพื่อระบายความรู้สึกที่เธอไม่รู้ว่าต้องเรียกมันว่าอะไรด้วยความไม่ประสา
“หึ ไม่เอาน่าคนสวย อย่าแกล้งทำเป็นไม่รู้เลยว่าเธอเสียวจนต้องการฉันขนาดไหน”
ธามไทเงยหน้าขึ้นมาพูดราวกับรู้ทัน ด้วยความมัวเมาในอกขาวทำให้ไม่มีเวลายั้งคิดอะไรแล้ว เขาคิดว่าเธอนั้นแกล้งทำเป็นไร้เดียงสา เพราะคงไม่มีผู้หญิงบริสุทธิ์หรือไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนรับงานแบบนี้กันหรอก
ตั้งแต่ที่เขาใช้บริการผู้หญิงที่ผับนี้มา หรือต่อให้เป็นที่อื่นเขายังไม่เคยเจอสาวบริสุทธิ์เลยสักคน แต่สำหรับผู้หญิงที่กำลังร้องครางเสียงหวานคนนี้ ไอ้วัตรเด็กดีลสาวให้เขามันบอกคำเดียวสั้น ๆ ว่าเด็ด จนเขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเด็ดของมันจะสักเท่าไหร่กันเชียว
“อะ ไออุ่น ไม่รู้จริง ๆ ค่ะ อ๊ะ”
เด็กน้อยพยายามส่ายหน้าปฏิเสธข้อกล่าวหา จนผมยาวสลวยสยายเต็มหมอน นั่นยิ่งทำให้ใบหน้าสวยหวานแลดูเซ็กซี่ขึ้นไม่น้อย
ผู้หญิงอะไรบางมุมก็น่ารัก บางมุมก็แอบเซ็กซี่ขยี้ใจ
ธามไทได้แต่คิดในใจ จนเมื่อถูกหน้าอกอวบทั้งถูไถและเสียดสีกับแผงอกแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตอยู่นาน ก็ตัดใจผละออกจากร่างบางไปจัดการปลดเปลื้องอาภรณ์ของตัวเองที่น่าเกะกะสิ้นดีออกอย่างรวดเร็ว
“หึ รู้ไม่รู้เดี๋ยวรู้กัน”
เสียงทุ้มเอ่ยเย้าอย่างเจ้าเล่ห์ เมื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ครบทุกชิ้นก็สาวเท้ากลับขึ้นเตียงกว้างอีกครั้ง กายกำยำทาบทับร่างบางที่นอนบิดเร่าตามแรงอารมณ์ มือหนาที่จับมีดผ่าตัดมาทั้งวัน ยามนี้กำลังรูดสาวท่อนเอ็นให้ขยายตัวใหญ่ขึ้นตามความต้องการ
เขาน่ะอยากปลดปล่อยจนแทบทนไม่ไหวแล้ว
ในจังหวะที่ไออุ่นกำลังมึนงงเผลอมองตามมือใหญ่ ที่กำลังรูดท่อนเอ็นขึ้นลงไปมาก็ได้แต่เบิกตากว้างอย่างตกใจ
เธอเพิ่งเคยเห็นความใหญ่โตของบุรุษเพศเป็นครั้งแรก
“หึ ตกใจกับความใหญ่ของฉันล่ะสิ คงไม่เคยเจอคนที่ใหญ่เท่าฉันมาก่อนใช่ไหมล่ะ ไม่เป็นไรสาวน้อย เดี๋ยวฉันจะทำให้เธอมีความสุขเอง ใหญ่ ๆ แบบนี้รับรองฟินทั้งคืน หึ”
ธามไทยังคงพูดโอ้อวดความใหญ่โตของตัวเอง แน่นอนว่าเขาค่อนข้างทระนงตนอยู่ไม่น้อยว่าเรื่องขนาดน่ะ เขาไม่เป็นสองรองใครอย่างแน่นอน เพราะที่ผ่านมาผู้หญิงทุกคนที่เคยสัมผัสความเสียวจากเจ้าลูกชายที่เขาภาคภูมิ ต่างก็ร่ำร้องอยากโดนของเขาสัมผัสอีกสักครั้งสองครั้งกันทั้งนั้น
“มะ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฮือ ไม่ใช่”
“แล้วแบบไหนล่ะที่ใช่สำหรับเธอ”
ร่างสูงทิ้งตัวลงมาทาบทับร่างบางมากขึ้น จนแทบไร้ช่องว่างระหว่างกายเนื้อของสองร่างที่แนบชิดกันทุกส่วน เขาก้มกระซิบถามเธออีกครั้งด้วยน้ำเสียงกระเส่า ทว่ากลับไร้คำตอบจากร่างบางที่กำลังกลั้นเสียงหลังถูกเขาแกล้งถูไถแท่งร้อนสัมผัสเนินเนื้ออวบ
มือหนาค่อย ๆ แยกเรียวขาที่พยายามหนีบเข้าหากันออกกว้าง และด้วยความที่สู้แรงของชายหนุ่มไม่ไหวก็ต้องจำยอมอ้าขารับตัวตนของเขาเข้ามา
ดวงตาคมสอดประสานสายตากับดวงตากลมโตที่แลดูหวาดกลัว เธอดูตื่นตระหนกราวกับลูกกวางน้อยหลงทาง ทว่าพ่อเสือกลับแสยะยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ มือหนาจับสองขาอ้าออกตั้งชันเป็นรูปตัวเอ็ม แล้วแทรกตัวไปอยู่กลางกายสาวมากขึ้น จัดการรูดรั้งแท่งร้อนเตรียมความพร้อม ค่อย ๆ ส่งท่อนเอ็นใหญ่เข้าไปในร่องรักสีหวานช้า ๆ พยายามดุนดันช่องทางคับแน่น จนหญิงสาวไม่ประสาในรสรักสะดุ้งสุดตัวด้วยความเจ็บปวด
“อ๊ะ ไออุ่นเจ็บ ฮือ อย่าดันเข้ามานะ ไอเจ็บ”
เสียงหวานร้องบอกด้วยความน่าสงสาร ถึงแม้ความรู้สึกอึดอัดจะยังไม่ได้รับการปลดปล่อย แต่ความเจ็บปวดที่ได้รับมันทำให้เธอกลัวจนตัวสั่น มือบางยกขึ้นห้ามไม่ให้เขาดันความใหญ่โตเข้ามา แต่กลับถูกธามไทรวบมือทั้งสองข้างเอาไว้เหนือศีรษะทำให้ร่างเล็กหมดหนทางขัดขืน
“อย่าแกล้งเจ็บเพื่อเรียกค่าตัวเพิ่มเลยสาวน้อย ใหญ่ขนาดนี้เธอคงจะชินจนช่ำชองแล้วมากกว่า”
สวบ ปึก
จบประโยคธามไทก็อัดกระแทกความใหญ่โตเข้าไปในร่องรักที่ฝืดเคือง เป็นเพราะไร้น้ำหวานหล่อลื่นด้วยความกระสันใคร่ในอารมณ์อยาก ต่อให้น้ำตาของสาวน้อยจะรินไหลไม่ขาดสายเขาก็หาได้สนใจไม่
“กรี๊ดดดด ฮึก ฮือ ไอเจ็บ เจ็บ ฮือ”
ทว่าเมื่อเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งทาง คุณหมอก็ชะงักไปด้วยความตกใจ เมื่อเขากำลังเจอกับเรื่องที่โคตรเซอร์ไพรส์
แม้จะสับสนแต่ความต้องการกลับมีมากกว่าความสงสัย เมื่อสอดประสานกายเข้าไปได้เพียงแค่ครึ่งลำ เลือดสีแดงสดค่อยไหล ๆ ออกมาชโลมความใหญ่โต ทว่าเขากลับไม่ทันได้สังเกตแม้แต่น้อย
เขาไม่คิดว่าท่าทีของเด็กสาวที่ไม่ประสีประสานั่นเป็นเพราะเธอยังบริสุทธิ์ แต่เขากลับคิดไปว่ามันคือมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียนที่เขาเคยผ่านมานักต่อนักแล้วมากกว่า
“ฮือ ฮือ ไอเจ็บ อย่าทำไอเลยนะ ฮือ ”
น้ำเสียงสั่นระริกร้องขอด้วยความน่าสงสาร แต่ความต้องการของธามไทที่มีมากกว่าความเห็นใจหรือสงสาร มันสั่งให้เขาเดินหน้าต่อไปและห้ามหยุด เพราะหากหยุดกลางคัน เขาคงได้แทบคลั่งกับความต้องการที่ไม่ได้รับการปลดปล่อยแน่
“ชู่ว อดทนหน่อยนะสาวน้อย เดี๋ยวก็หายเจ็บแล้ว”
“กรี๊ดด อุ๊บ”
ธามไทตัดสินใจกดกายกระแทกทีเดียวท่อนเอ็นใหญ่ก็เข้าไปภายในความคับแน่นจนสุดทาง ทำให้เลือดสีแดงสดไหลเปรอะผ้าปูที่นอนเป็นวงกว้าง ไออุ่นที่เจ็บปวดจนแทบขาดใจเตรียมกรีดร้องสุดเสียง แต่คนเจ้าเล่ห์ไม่ปล่อยให้เธอได้มีโอกาสร้องออกมาเลยแม้แต่นิดเดียว เมื่อริมฝีปากสีไวน์ก้มลงประกบจูบปิดปากของเธอเอาไว้
ปึก ปึก ปึก
ธามไทไม่ปล่อยให้ตัวเองอารมณ์ค้างนาน ถึงแม้จะรู้ว่าสาวน้อยใต้ร่างนั้นบริสุทธิ์ผุดผ่องเพียงไร แต่ความต้องการที่อยู่เหนือความรู้สึกทุกอย่าง กลับสั่งให้เขาเดินหน้าต่อไป โดยไม่รอให้เด็กสาวปรับตัวกับความใหญ่โตเลยสักนิด
จ๊วบ จ๊วบ จ๊วบ
ริมฝีปากสีไวน์กลืนกินกลีบปากอวบอิ่มแตกจนได้เลือด คุณหมอก็ใจดีดูดเลียรอยเลือกให้อย่างไม่นึกรังเกียจ ส่วนช่วงล่างก็รัวกระแทกเข้าหาร่องรักอุ่นร้อนอย่างไม่ปรานี แม้เจ้าของมันจะน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บปวดอยู่ก็ตาม
เรื่องราวที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าการออกมาเผชิญโลกกว้างโดยไร้มือของบิดาคอยโอบอุ้ม จะทำให้เธอต้องพบเจอกับเรื่องที่เลวร้ายถึงเพียงนี้
“ฮือ เจ็บ เอาออกไปนะ ไอเจ็บ”
เมื่อริมฝีปากไร้พันธนาการ ไออุ่นก็ร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บ ยิ่งเขากระแทกเข้ามาลึกเท่าไหร่ สาวน้อยที่ไม่เคยมีประสบการณ์ในเรื่องเซ็กซ์ก็ยิ่งร้องอ้อนวอนผู้ชายแปลกหน้าที่กำลังย่ำยีเธออยู่
“เอาออกไม่ทันแล้วสาวน้อย ลูกชายของฉันมันต้องการเธอเหลือเกิน”
“แต่ไอเจ็บ ฮือ ไอเจ็บ”
ไออุ่นร้องไห้ออกมาด้วยความน่าสงสาร คุณหมอที่มักใจอ่อนกับเด็กและผู้หญิง โดยเฉพาะผู้หญิงสวยจึงก้มลงไปจูบซับน้ำตาให้ราวกับปลอบโยนเธอให้หายจากความเจ็บปวด
ทว่าแท้ที่จริงแล้วเขากำลังล่อหลอกเธอให้ตายใจต่างหากเล่า
เมื่อเสียงร้องอ้อนวอนค่อย ๆ เงียบลง ชายหนุ่มก็เลื่อนใบหน้าลงมาดูดชิมยอดอกอวบด้วยความกระหายอีกครั้ง ความเสียวจากสัมผัสแปลกใหม่ที่เขามอบให้ ทำให้ความรู้สึกเจ็บในคราแรกนั้นค่อย ๆ ทุเลาลง กลับกลายเป็นมีความรู้สึกบางอย่างเข้ามาแทนที่
ปึก ปึก ปึก
เสียงรัวกระแทกยังคงดังขึ้นไปทั่วทั้งสนามรักชั่วคราว มือบางของไออุ่นถูกปล่อยให้เป็นอิสระ ด้วยความเผลอใจจากความเสียวกระสัน ทำให้เธอยกมือขึ้นโอบกอดแผ่นหลังชื้นเหงื่อของธามไทไว้ จนเมื่อถึงขีดสุดของห้วงอารมณ์ในทุกจังหวะการสอดประสาน ยิ่งเสียวเธอก็ยิ่งจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง เพื่อระบายความรู้สึกเสียวซ่าน
“อ๊า อย่าเกร็ง ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับฉันแล้วเธอจะมีความสุข”
เสียงทุ้มแหบพร่ากระซิบชิดใบหูหอมกรุ่น เมื่อเขารู้สึกว่าร่างบางยังคงเกร็งกับจังหวะสอดประสานที่เขากำลังเร่งเครื่อง เพื่อให้เราทั้งคู่มีความสุขไปพร้อมกัน
ในจังหวะที่ไออุ่นค่อย ๆ คลายความรู้สึกเกร็งลง ชายหนุ่มก็รัวกระแทกเข้าหาร่องรักสีแดงช้ำจนร่างบางหัวสั่นหัวคลอน เขาจงใจกดกายกระแทกเน้นย้ำจุดกระสันของอิสตรี ทำเอาคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อนเกร็งตอดรัดความใหญ่โตเอาไว้จนแทบขยับต่อไม่ได้
“อ๊า สาวน้อยอย่าตอดแรงนักสิ ระวังคืนนี้จะไม่ได้นอนเอานะ”
ร่างสูงหลุดเสียงครางออกมาด้วยความเสียว พลางพูดแกมขู่จนเธอต้องเบือนหน้าหนีอย่างสับสน เพราะไม่รู้ว่าตอนนี้เธอควรรู้สึกเจ็บปวด เสียใจหรือมีความสุขดี เมื่อความรู้สึกที่เธอไม่รู้จักกำลังจะได้รับการปลดปล่อย
อยู่ ๆ น้ำตาก็รินไหลลงมาอย่างกลั้นไม่อยู่ เมื่อสติที่หายไปค่อย ๆ กลับคืนมา เธอหวนคิดไปถึงตอนที่เพื่อนสาวทั้งสองคนกำลังประคองเธอมาส่งให้ผู้ชายคนนี้
ไม่คิดเลยว่าความรักความไว้ใจที่เธอมีให้เพื่อนเต็มร้อย จะถูกตอบแทนด้วยการหักหลังและทำให้เธอได้พบกับเรื่องที่เลวร้ายแบบนี้
ในขณะที่ไออุ่นกำลังจมดิ่งกับความรู้สึกเสียใจที่โดนเพื่อนรักหักหลังและทำร้ายธามไทก็ค่อย ๆ ใช้ความช่ำชองของเขาหลอกล่อไออุ่นให้หลงอยู่ในวังวนของความเร่าร้อน จนทำให้เธอลืมเรื่องที่โดนเพื่อนรักหักหลังไปเสียสนิท
ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ธามไทตักตวงความสุขจากร่างบาง ที่ตอนนี้แทบหมดแรงไปกับบทรักที่เขามอบให้มาค่อนคืน
เขาพาเธอท่องไปในโลกแห่งความสุข จนเธอสุขสมไปหลายต่อหลายครั้ง ดวงตาคู่สวยค่อย ๆ หลับตาลงเมื่อฤทธิ์ยาค่อย ๆ หมดลงและความเหนื่อยล้าทำให้เธออยากจะพักผ่อน
“ฮู่ว แม่งโคตรมันเลย”
ธามไทพึมพำเสียงเบา เมื่อเขาปลดปล่อยความสุขสมครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่อาจนับได้ จนตอนนี้คนตัวเล็กใต้ร่างสลบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ร่างสูงค่อย ๆ ถอนตัวตนออกมาจากร่องรักบวมช้ำ เพราะถูกเขาตักตวงความสุขนานหลายชั่วโมง เมื่อเห็นคนตัวเล็กหลับสนิท เขาจึงพลิกตัวนอนลงข้างกัน ก่อนจะหลับตาลงเข้าสู่ห้วงนิทราตามอีกคนไปอย่างอ่อนเพลียไม่ต่างกัน
แต่ใครเล่าจะรู้ว่าหลังจากคืนนี้ไป ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของคนทั้งคู่กำลังจะเปลี่ยนไปตลอดกาล
เช้าวันต่อมา
“ฮึก ฮือ ฮือ”
ธามไทลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างสะลึมสะลือ เมื่อเสียงสะอื้นไห้ของใครบางคนปลุกเขาให้ตื่นจากห้วงฝันแสนหวาน ร่างสูงผุดลุกขึ้นพร้อมกับสะบัดศีรษะไปมาเพื่อเรียกสติ ก่อนที่สายตาจะสะดุดเข้ากับร่างบางที่กำลังนั่งคุดคู้อยู่บนพื้น โดยมีผ้าห่มผืนใหญ่พันร่างกายเอาไว้
ดวงตากลมโตของเธอฉ่ำวาวไปด้วยหยาดน้ำตา มองดูแล้วก็นึกสงสารอยู่ไม่น้อย แต่แล้วอย่างไรเล่าถึงเธอจะบริสุทธิ์ไร้มลทิน ทว่าเขาก็ตอบแทนความบริสุทธิ์ของเธอไปแล้วด้วยความสุขสมไม่ใช่หรือ เช่นนั้นแล้วก็ไม่จำเป็นต้องสงสารเธอสักนิด
เขาได้ความบริสุทธิ์ของเธอ ส่วนเธอก็ได้เงินจากเขา ข้อตกลงนี้ถือว่าวินวินกันทั้งสองฝ่าย เขาไม่เห็นว่าจะมีใครได้เปรียบเสียเปรียบนี่
ธามไทไม่ได้ให้ความสนใจร่างเล็กที่นั่งร้องไห้เงียบ ๆ อีกต่อไป เขาลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไปด้วยเนื้อตัวเปล่าเปลือย ทำเอาคนที่เหลือบมาเห็นใบหน้าขึ้นสีแดงอย่างห้ามไม่อยู่ แต่เมื่อตั้งสติได้ก็รีบหันหน้าหนีไปทางอื่นทันที
เมื่อเสียงประตูห้องน้ำปิดลง ไออุ่นก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดโทรหาอันดากับแนน แต่ไม่ว่าจะกดโทรออกกี่สาย กลับได้ยินแต่เสียงบริการรอสาย ไม่มีสัญญาณตอบรับจากเลขหมายที่ท่านเรียก ราวกับว่าเพื่อนสาวทั้งสองคนจงใจปิดเครื่องเพื่อตัดขาดการติดต่อกับเธอ
“อะ เอ่อ พวกหนูพาเพื่อนมาส่งค่ะ เจ้มินบอกให้พวกหนูพาไอมาส่งที่ห้อง เอ่อ ห้อง 906 ค่ะ”
“เอ่อ พวกเราฝากเพื่อนด้วยนะคะพี่ พอดีเป็นครั้งแรกไอก็เลยดื่มย้อมใจจนเมา ยังไงก็ขอให้พี่มีความสุขกับเพื่อนพวกหนูคืนนี้นะคะ บายค่ะ”
ประโยคของคนที่เธอเรียกว่าเพื่อนรักดังก้องขึ้นในหัว เมื่อรับรู้ความจริงที่โหดร้าย ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ออกมาด้วยความเสียใจ เมื่อเพื่อนที่เธอรักและไว้ใจกล้าทำร้ายจิตใจกันถึงเพียงนี้
เรื่องที่เกิดขึ้นทำให้เธอนึกไปถึงเรื่องราวที่ผ่านมา เพื่อน ๆ ในห้องหลายคนพยายามบอกเธอว่าอันดากับแนนไม่ใช่คนดี แต่เธอกลับไม่เชื่อคำพูดของพวกเขาเลยสักนิด จนสุดท้ายแล้วเธอก็พลาดพลั้งเข้าจนได้ ความร้ายกาจที่เคยได้ยินมาไม่ผิดไปจากความจริงแม้แต่น้อย
เธอมันโง่เองที่รักและไว้ใจเพื่อนทั้งสองคนทุกอย่าง ถึงแม้บางครั้งจะได้ยินคำพูดที่เหน็บแนมอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะเรื่องการเป็นที่หนึ่งทุกวิชาของเธอ แต่ด้วยความที่เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี ทำให้หลายครั้งก็ไม่ติดใจและปล่อยผ่านเรื่องพวกนั้นไป จนวันนี้ที่ไออุ่นรู้ซึ้งแล้วว่า ใจแลกใจใช้ไม่ได้กับทุกคน เพราะถ้าแลกกันได้จริง ๆ เธอคงไม่ต้องพบเจอกับเรื่องเลวร้ายแบบนี้หรอก
แกรก
แอด
เสียงประตูห้องน้ำที่เปิดออกมาพร้อมกับร่างสูงของเขา ผู้ชายที่พรากความบริสุทธิ์ของเธอไป
ไออุ่นปรายตามองชายหนุ่มแปลกหน้าแค่เพียงเล็กน้อย คาดเดาว่าเขาน่าจะอายุมากกว่าเธออยู่หลายปี ร่างเล็กสูดลมหายใจแล้วยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกจากใบหน้าเนียน เสียงสูดน้ำมูกดังขึ้นเรียกความสนใจจากคนที่กำลังหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาสวมให้หยุดชะงัก
เสียงสูดน้ำมูกของเธอดูจะเป็นธรรมชาติเสียเหลือเกินนะสาวน้อย
ธามไทนึกขบขันในใจ เพราะในขณะที่ผู้หญิงหลายคนนั้นมักระวังการกระทำทุกครั้งที่อยู่ใกล้ชิดเขาเพราะรู้สึกเขินอาย แต่สาวน้อยคนนี้กลับกล้าสูดน้ำมูกต่อหน้าเขาเนี่ยนะซ้ำยังเสียงดังอีกด้วย
อืม เป็นผู้หญิงที่แปลกดีจริง ๆ
“สวยน่ารักแต่แปลกเหรอ หึ ๆ”
ธามไทพึมพำเสียงเบาคนเดียว แล้วหันไปจัดการตัวเอง เขาติดกระดุมเสื้อเม็ดสุดท้ายเสร็จพอดี ระหว่างทั้งสองคนนั้นเงียบไร้เสียงสนทนา จนกระทั่งแต่งตัวเสร็จคุณหมอก็เตรียมตัวเดินออกไปจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่สองขาจะก้าวเดินไปถึงหน้าประตู กลับมีมือบางมาคว้ามือใหญ่เอาไว้ก่อน จนเขาต้องหยุดรอแล้วหันไปเลิกคิ้วใส่เป็นเชิงถามสาวน้อยตรงหน้า
“เอ่อ...คือ คือว่า ไอขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ หมายถึงลงแถวไหนก็ได้ค่ะที่พี่สะดวก พอดีไอติดต่อเพื่อนไม่ได้เลย”
ไออุ่นเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มตรงหน้า เผยให้เห็นดวงตากลมโตแดงช้ำจากการนั่งร้องไห้นานถึงสองชั่วโมง เธอเอ่ยขอร้องชายแปลกหน้าที่เธอไม่รู้แม้กระทั่งชื่อของเขา แต่กลับถูกเขากระทำย่ำยีทั้งคืน
ซึ่งตามจริงแล้วเธอควรจะเกลียดเขาด้วยซ้ำที่เขาทำแบบนั้นกับเธอ แต่คิดอีกทีเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันไม่ได้เกิดจากเขาทั้งหมด หากแต่มันเกิดจากการกระทำที่แสนเลวทรามของเพื่อนทั้งสองคนของเธอต่างหาก
ถึงเธอจะเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เธอจำเป็นต้องพึ่งพาเขา ถ้าจะให้พูดก็คือตอนนี้เธอไม่มีเงินสดติดตัวสักบาท ดูท่ากระเป๋าน่าจะอยู่ที่เพื่อนทรยศทั้งสอง อีกอย่างบัญชีเงินฝากของเธอก็ถูกบิดาอายัด ทำให้ไม่สามารถถอนเงินจากบัญชีเงินฝากออกมาได้เลย ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมกลับบ้านตามที่บิดาลั่นวาจาเอาไว้
ทางเลือกเดียวของเธอตอนนี้คือการยอมหลับตาข้างเดียว แล้วร้องขอความช่วยเหลือจากชายหนุ่มตรงหน้า
“ถ้าจะติดรถไปด้วยก็รีบลุกขึ้นไปแต่งตัว ฉันไม่มีเวลารอเธอทั้งวันหรอกนะสาวน้อย”
เสียงทุ้มเอ่ยบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แต่คำพูดราวกับจิกกัดเล็ก ๆนั่นทำให้เธอรีบลุกขึ้นยืนโดยมีผ้าห่มผืนใหญ่พันร่างกายเอาไว้ รีบเดินไปหยิบเสื้อผ้าแล้วพาร่างเปลือยเปล่าเดินไปเข้าห้องน้ำด้วยความทุลักทุเล เพราะผ้าห่มผืนใหญ่ที่พันร่างกายของเธออยู่ช่างเทอะทะสิ้นดี แต่จะปล่อยมันลงก็ทำไม่ได้ แม้มันจะค่อนข้างขัดขวางจังหวะการก้าวเดินให้สะดุดจนเกือบหกล้มก็ตาม
ภาพความเงอะงะตรงหน้า ทำให้คนที่นั่งรออยู่บนเตียงแอบหลุดยิ้มขำออกมาโดยไม่รู้ตัว
ไออุ่นแต่งตัวด้วยความเร่งรีบ แต่เมื่อเธอเห็นสภาพรอยแดงช้ำตามลำคอ ก็ทำเอาเธอรู้สึกอายจนไม่กล้าออกมาจากห้องน้ำเลย
คุณหมอที่นั่งรออยู่นานรู้สึกผิดสังเกต จึงเดินไปเคาะประตูเรียกอีกฝ่ายให้ออกมาจากห้องน้ำ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“นี่แม่สาวน้อย เธอกะจะเข้าไปนอนในนั้นต่อหรือยังไง นี่มันเกือบยี่สิบนาทีแล้วนะ มัวทำอะไรครับทำไมไม่ยอมออกมาสักที”
เสียงเคาะประตูจากด้านนอกทำไออุ่นสะดุ้งด้วยความตกใจ ไหนจะน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะไม่พอใจของเขาอีก
ไออุ่นยกมือขึ้นลูบบริเวณลำคอขาวผ่องที่เป็นรอยแดง ไหนจะรอยจ้ำทั่วร่างอีก แม้แต่โคนขาด้านในเขาก็ไม่เว้น เธอมองร่องรอยพวกนั้นด้วยความเศร้าใจ แล้วตัดสินใจเปิดประตูออกมาในจังหวะที่ธามไทกำลังยกมือเคาะประตูอีกครั้งพอดี
คุณหมอในชุดเที่ยวของเมื่อคืนลดมือลงอย่างเก้อ ๆ เขามองหน้าเธอครู่หนึ่ง แล้วเสสายตาเหลือบไปเห็นรอยแดงช้ำเป็นจ้ำ ๆ ตามลำคอของเด็กสาว แน่นอนว่ามันเกิดจากฝีมือของเขา นั่นยิ่งทำให้รู้สึกละอายใจไม่น้อย
ร่างสูงใช้เวลาประมวลผลครู่หนึ่ง เมื่อเห็นชุดเสื้อกล้ามตัวบางและกระโปรงยีนบนร่างของเด็กสาว ถ้าเธอกลับบ้านด้วยสภาพนี้ มันคงทำให้ใครต่อใครมองเธอไม่ดีอย่างแน่นอน
พึ่บ
ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีเสื้อหนังราคาแพงคลุมลงบนตัว เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่ายด้วยความแปลกใจ แต่ภายในใจนั้นกลับรู้สึกดีใจไม่น้อย เพราะหากให้เธอออกไปจากที่นี่ในสภาพนี้ คงได้รับสายตาแปลก ๆ จากคนรอบข้างแน่...อย่างน้อยเขาก็ยังมีน้ำใจ มั้ง...
“ถือว่าเป็นการรับผิดชอบที่ทำให้เธอช้ำไปทั้งตัวแล้วกัน”
จบประโยคธามไทก็หมุนตัวเดินนำหน้าออกไปจากห้องทันที ไออุ่นกำลังจะอ้าปากเรียกแต่ก็กลัวเขารำคาญ จึงรีบหันไปหยิบโทรศัพท์แล้วออกจากห้องเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปเงียบ ๆ
ทุกจังหวะก้าวเดินไออุ่นรู้สึกเจ็บแปล๊บที่ตรงนั้นไม่น้อย แต่เธอก็กัดฟันทนเดินตามเขาไปจนถึงรถซูเปอร์คาร์คันหรู อีกฝ่ายหันมามองเล็กน้อยแล้วเปิดประตูรถด้านข้างคนขับให้อย่างว่าง่าย เธอจึงรีบก้าวขึ้นรถไปอย่างไม่อิดออด
คุณหมอจัดการปิดประตูรถหลังจากที่ส่งร่างเล็กขึ้นไปนั่งแล้ว ขายาวเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่ง ไม่ลืมเอ่ยบอกให้เธอคาดเข็มขัดนิรภัย เสตามองเล็กน้อยเมื่อเธอจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว ก็เร่งออกรถและมุ่งสู่ถนนใหญ่เพื่อเดินทางกลับคอนโด
ระหว่างการเดินทางไออุ่นพยายามกดโทรศัพท์โทรออกหาสองคนนั้นด้วยความกระวนกระวายใจ ใบหน้าสวยหวานในยามนี้ฉายแวววิตกกังวล ทำเอาคนที่ทำทีตั้งหน้าตั้งตาขับรถ แต่แอบชำเลืองมองสาวน้อยข้างกายเป็นระยะ อดไม่ได้ที่จะถามถึงที่อยู่ด้วยนึกสงสารที่ไม่มีใครรับสายเธอสักคน
“เธอพักที่ไหน เดี๋ยวฉันไปส่ง”
เป็นอีกครั้งที่ธามไททำให้ไออุ่นแปลกใจ เธอแค่ขอเขาติดรถมาลงกลางทางแล้วจะหาทางกลับบ้านของอันดาเอง ด้วยไม่อยากรบกวนเขามาก ถึงแม้จะไม่มีเงินติดตัวสักบาทก็ตาม
“ฉันจำได้ว่าเมื่อคืนเธอร้องครางดังมากเลยนะ แล้วทำไมตอนนี้กลับใบ้กินแบบนี้ล่ะ”
ความเงียบของคนข้างกายช่างแสนขัดใจ แม้จะไร้เสียงตอบกลับไม่ถึงนาทีก็ตาม ทว่าคนปากแซ่บอย่างธามไทก็อดแซะสาวน้อยข้างกายไม่ได้ ทำเอาไออุ่นเผลอหันไปส่งค้อนให้อีกฝ่าย ราวกับว่าเธอกำลังงอนที่เขาว่าเธอเป็นใบ้
แต่ถามว่าคุณหมอปากแซ่บแคร์ไหม...บอกเลยว่าไม่ คิ้วเข้มเลิกขึ้นกดดันให้เธอเอ่ยตอบ จนไออุ่นยอมบอกทางไปบ้านของอันดากับเขา จนกระทั่งรถยนต์คันหรูหยุดลงที่หน้าบ้านหลังใหญ่ของอันดา
“ขอบคุณนะคะที่มาส่ง”
ไออุ่นยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่ายตามมารยาท แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่ถูกมารดาสอนมาเป็นอย่างดี ร่างเล็กปลดล็อกเข็มขัดนิรภัย แล้วเดินลงจากรถและหายเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ ดวงตาคู่คมไม่ละสายตาออกจากเธอสักเสี้ยววินาที เขายังคงมองตามเธอไปจนลับสายตา
แต่เมื่อเขากำลังจะออกรถ สายตาก็เหลือบไปเห็นโทรศัพท์เคสสีชมพูมุ้งมิ้งเข้า แน่นอนว่าไม่ใช่ของเขา คุณสารถีจำเป็นเผลอถอนหายใจออกมากับความไม่ระมัดระวังของคนตัวเล็ก
“ทำไมอันดาทำกับไอแบบนี้”
“มันสมควรแล้วนี่ ก็แกมาแย่งทุกอย่างไปจากฉัน ฉันเคยเป็นที่หนึ่งมาตลอด แต่แกกลับมาแย่งไป แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำไอ ฉันน่าจะจ้างคนไปรุมโทรมแก แล้วอัดคลิปให้อับอายคนทั้งโรงเรียนไปเลย”
เสียงคนกำลังทะเลาะกันดังมาจากภายในบ้าน ธามไทที่ถือวิสาสะเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ชะงักไปเล็กน้อย เมื่อเสียงทะเลาะแลดูจะรุนแรงขึ้น เขาจึงตัดสินใจเดินตามเสียงนั้นไป จนกระทั่งมาพบกับเข้ากับเด็กสาวที่เพิ่งลงจากรถเขาไป เธอกำลังยืนเผชิญหน้ากับผู้หญิงที่เขาจำได้ว่า เป็นคนพาเธอมาส่งให้เขาเมื่อคืนนี้
“ไอไม่เคยคิดแย่งอะไรจากอันดาเลยสักนิด ไม่เคยคิดเลยนะ ไอก็แค่อยากตั้งใจเรียนให้คุณพ่อภูมิใจก็เท่านั้นเอง ทำไมอันดาถึงได้คิดอะไรแบบนั้นออกมา ไอไม่เข้าใจเลย”
“นังโง่นั่นแหละที่เขาเรียกว่าแย่ง พอแกมาฉันถึงต้องเป็นที่สองไง!”
“อันดา...เพราะเรื่องแค่นี้เธอเองเหรอ แค่เรื่องแบบนี้เหรออันดาถึงได้ทำร้ายเรา ฮือ ฮือ ไอเป็นเพื่อนอันดานะ เราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ฮือ”
“หึ เพื่อนเหรอ ขอโทษทีนะ ฉันไม่เคยคิดว่าแกคือเพื่อนเลยสักนิด จะบอกให้เป็นบุญแล้วกัน ที่ผ่านมาฉันก็แค่แกล้งทำดีให้แกตายใจเท่านั้นแหละ แล้วตอนนี้เป็นไงล่ะ หึ ยังจะกล้าไปโรงเรียนอีกไหม ขายตัวมาไม่ใช่เหรอ ฮ่า ฮ่า ฮ่า สนุกไหมจ๊ะไอจ๋า รอยเต็มคอขนาดนี้คงสนุกทั้งคืนล่ะสิ”
คำพูดของอันดาราวกับมีดกรีดลงกลางใจ ไออุ่นร้องไห้ออกมาด้วยความเจ็บปวด เธอไม่คิดเลยว่าอันดาจะเกลียดเธอถึงเพียงนี้
เธอคิดมาตลอดว่าอันดาคือเพื่อนที่ดีที่สุด เพราะตอนที่เธอย้ายเข้ามาใหม่ ๆ ไม่ค่อยมีใครเข้ามาพูดคุยกับเธอจนกลายเป็นคนไม่มีเพื่อน จนกระทั่งอันดากับแนนเข้ามาชวนเธอคุย แล้วหลังจากนั้นพวกเธอทั้งสามคนก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทที่คอยดูแลช่วยเหลือกันเสมอมา
“คำว่าเพื่อนรักมันไม่เคยมีอยู่จริงสินะ”
“ไม่เคยมีและไม่มีวันมี! ออกไปจากบ้านฉันได้แล้ว ที่นี่ไม่ต้อนรับแก ออกไป๊!”
ไออุ่นทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างหมดแรง มือเรียวยกขึ้นปิดหน้าร่ำไห้ด้วยความเจ็บปวดและเสียใจ
คุณหมอที่แอบฟังอยู่นานขบกรามแน่นด้วยความโกรธ แม้จะเป็นคนนอกแต่เมื่อได้ยินเรื่องเลวทรามที่ว่าก็แทบรับไม่ได้
ทว่าเมื่อยิ่งนึกคิดไตร่ตรองให้ดี ความสงสัยที่เกิดขึ้นเพียงชั่ววูบเมื่อคืนกลับกระจ่างชัด
แสดงว่าเรื่องเมื่อคืนเด็กสาวที่อยู่กับเขาทั้งคืน คงถูกเพื่อนหลอกมาขายตัวให้เขาสินะ
เพล้ง!!
“บอกให้ออกไปไง ไม่ได้ยินเหรอฮะ ออกไป๊”
เสียงแจกันตกกระทบพื้นจนเศษแก้วกระเด็นมาบาดมือไออุ่น เรียกความสนใจจากธามไทที่หลบอยู่ตรงมุมเสา ให้รีบเดินเข้ามาประคองร่างเล็กให้ลุกขึ้นท่ามกลางความตกใจของอันดา
เด็กสาวหน้าซีดเผือด ด้วยไม่คิดว่าผู้ชายที่เธอพาเพื่อนไปส่งให้ถึงห้องจะตามไออุ่นมาที่นี่ด้วย
“ไปน่ะไปแน่ไม่ต้องไล่ แต่จำใส่หัวสมองที่มีแต่ขี้เลื่อยเอาไว้ให้ดีนะยัยที่สอง ทำอะไรเอาไว้รับรองโดนเอาคืนอย่างสาสมแน่ เหอะ หัวสมองคิดแต่เรื่องบ้าบอแบบนี้สินะถึงได้เป็นรองคนอื่นเขาน่ะ ไร้สาระสิ้นดี”
คุณหมอปากแซ่บหันไปว่าเด็กสาวตรงหน้า ยิ่งมองหน้ายิ่งขัดใจกับการกระทำเลวทรามนั้น
เขาตัดสินใจช้อนอุ้มร่างเล็กขึ้นแนบอก ราวกับรู้จังหวะเด็กสาวซบหน้าลงบนอกกว้างแล้วร้องไห้อย่างที่พึ่งพิง
เธอไม่รู้หรอกว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนดีหรือคนเลว เพราะตอนนี้ไออุ่นแค่ต้องการใครสักคนที่เข้าใจเธอเท่านั้น
ขอแค่สักคน...เธอต้องการเพียงเท่านั้นจริง ๆ