ตอน 2

สิ้นเสียงของเฟื่องรัตน์ มีหญิงสาวคนหนึ่งเดินถือพานที่มีแหวนสองวงวางคู่กันอยู่ในกล่องกำมะหยี่ ประกายของเพชรส่องแสงระยิบระยับ

ปอป่านขืนตัวเล็กน้อย แต่พอหันไปเห็นสีหน้าที่จริงจังของเฟื่องรัตน์ที่จ้องมองมาแบบที่ไม่เหมือนทุกครั้ง และขยับปากเหมือนกับเรียกชื่อของ ปอป่านเบา ๆ เธอจึงต้องหยุด หันไปมองหน้าคนตัวใหญ่ที่ยังกอดเธอแน่นแบบไม่พอใจแทน รอบตัวของทั้งคู่แปรเปลี่ยนไปเป็นที่นั่ง แล้วญาติผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายก็นั่งรออยู่แล้ว

ปอป่านถูกธราเทพดึงตัวลงไปนั่งอยู่บนพื้นที่ปูพรม เธอยังดึงดันขัดขืนเขาเล็ก ๆ ส่งสายตาร้ายตามนิสัยที่ไม่เคยยอมใครของเธอไปยังธราเทพ

เขาขยับปากพูดตอนที่ก้มลงมาชิดใบหูของหญิงสาว

“ไว้เราค่อยกลับไปคุยกันที่บ้าน งานนี้ไม่พร้อมที่จะให้คุณป่านอาละวาด”

ธราเทพดักคอ

“คุณอากับคุณกำลังเล่นอะไรกันอยู่คะ ป่านไม่สนุกด้วยนะ” เธอเค้นคำพูดออกมาจากปาก แน่ใจว่าได้ยินกันแค่สองคน

“ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ คุณมองไปรอบ ๆ สิ จะให้คุณอาเฟื่องของคุณเสียหน้าหรือยังไง งั้นก็เชิญอาละวาดได้ตามสบาย”

ธราเทพรู้นิสัยปอป่านดี ถึงเธอจะร้ายแค่ไหน แต่ถ้าคุณอาเฟื่องว่าอย่างไรเธอต้องว่าตาม ตอนนี้มันเหมือนตกกระไดพลอยโจนเสียมากกว่า

สายตาของปอป่านปะทะเข้ากับสายตาของคุณอาชัยนันท์ที่กำลังยิ้มหยันมองหลานสาวในไส้ที่ไม่เคยเห็นเขาเป็นอาเลยด้วยซ้ำไป

“ถ้าขืนคุณอาละวาด คงมีคนสะใจมากกว่าหนึ่งคนที่เห็นความหายนะและหน้าแตกของคุณอาเฟื่องรัตน์” เขาย้ำแบบรู้ทัน

“นั่งลงครับ” มือใหญ่กดตัวของปอป่านให้นั่งลงไปตรงหน้า

ปอป่านจำใจนั่งลงด้วยสีหน้าที่บูดเบี้ยว

“อีกอย่างทำหน้าทำตาให้น่ารัก ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนที่เดินเข้ามาเมื่อกี้จะดีกว่านะ นักข่าว ช่างภาพมากันเต็มเลย จะเอาชื่อเสียงของญาณประโพธิ์มาเสียตรงนี้ก็ตามใจคุณ”

ปอป่านยกหน้าขึ้นมองใบหน้าของคุณอาสาว เฟื่องรัตน์นั่งยิ้มจนหน้าบาน ยิ่งตอนที่เห็นธราเทพจัดการจนหลานสาวของเธอให้ยอมทำตามโดยง่ายก็ยิ่งพอใจ

“เหมาะสมกันมากเลยนะคะคุณเฟื่อง” คุณป้าของธราเทพมองใบหน้าที่งามงดของหญิงสาวด้วยความชื่นชม

“ค่ะ เฟื่องคิดแล้วว่าดูคนไม่ผิด อีกอย่างระหว่างญาณประโพธิ์และบวรฤทธิ์ เราเป็นมากกว่าพี่น้องค่ะ ยังไงเฟื่องก็ไม่เห็นใครที่เหมาะสมกับป่านมากกว่าธามอยู่แล้ว” เฟื่องรัตน์เอ็นดูธราเทพมาก แม้เธอจะแก่กว่าธราเทพไม่กี่ปี

“ธามสวมแหวนให้กับน้องสิลูก เดี๋ยวจะเสียฤกษ์เสียยามหมด” คุณป้าเตือน

ปอป่านนั่งกำมือของตัวเองเอาไว้แน่น สีหน้าที่นิ่งเฉยไม่แสดงออกนั้นกำลังเก็บกดความไม่พอใจเอาไว้อยู่เต็มอก สายตาที่เธอมองหน้าของธราเทพช่างว่างเปล่าไร้ความรู้สึกมากกว่า ยิ่งเห็นสายตาที่มองเธออย่างแปลกไป เหมือนชายหนุ่มมองหญิงสาว เธอก็ยิ่งต้องใช้คำว่า ‘เกลียดมาก’ ได้กับเขา

ธราเทพกลับยิ้มให้เธออย่างอ่อนหวาน และมองลึกเข้าไปในดวงตาคู่งามของปอป่าน ถ้าเป็นคู่รักที่รักกันมาก มันคงดูดดื่มเป็นที่สุด

มือใหญ่ของเขาเอื้อมไปจับมือของเธอแล้วบีบเบา ๆ บังคับให้ร่างเล็ก ๆ นั้นกางมือและนิ้วออกเพื่อสวมแหวนให้

ท่าทีอึกอักและชักมือเหมือนขัดใจ ทำให้เฟื่องรัตน์ต้องเอ่ยขึ้น

“ป่านจ๊ะ”

คุณอาส่งสายตาดุ แต่ใบหน้าฉาบไปด้วยรอยยิ้มอ่อนหวาน ๆ ให้กับหลานสาว

“ปอป่าน” ธราเทพเรียกชื่อของเธอเต็มยศ ดึงมือน้อย ๆ ของเธอเบา ๆ หญิงสาวกางนิ้วออกอย่างเสียไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ข้างในมันขัดเคืองในหัวใจเป็นที่สุด

เสียงปรบมือของผู้คน และแสงแฟลชของนักข่าวที่อาสาวของเธอตระเตรียมเชิญเอาไว้ต่างกดชัตเตอร์รัว ๆ เก็บภาพอันน่าประทับใจเอาไว้อย่างไม่มีเว้น

“หนูป่านจ๊ะ สวมแหวนให้พี่ธามด้วยสิลูก” ป้าของธราเทพเอ่ยปากกับหญิงสาว

ปอป่านยกหน้าขึ้นไปสบตากับเขา เขายังคงยิ้มแบบเดิม และจ้องมองเธอด้วยความเอ็นดู แต่ในหัวใจของปอป่านกลับเดือดดาล เธอยิ้มมุมปากส่งกลับไปให้กับเขา ก่อนจะหยิบแหวนอีกวงที่อยู่ในพานขึ้นมาสวมให้กับธราเทพและกระแทกมันเข้าไปแรง ๆ คนอื่นอาจจะไม่รู้ แต่ชายหนุ่มรับรู้ได้อย่างเต็มหัวใจ

“ช่วยมองกล้องด้วยนะครับ” ช่างภาพคนหนึ่งเอ่ยปากร้องขอ

“ยิ้มสวย ๆ หวาน ๆ นะครับ”

“ดีครับ อย่างนั้นแหละครับ”

“ขอกล้องนี้ด้วยนะครับคุณธาม”

ทั้งคู่จึงยกหน้าขึ้นไปยิ้มให้กับกล้อง ภาพที่ผ่านเลนส์อาจจะดูทั้งคู่มีรอยยิ้มสดใสชวนมอง ต่างไม่มีใครรู้ว่า สองคนที่นั่งยิ้มแย้มยอมให้ช่างภาพถ่ายภาพอยู่นั้น มีอยู่หนึ่งคนไม่รู้ และไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด

“ขยับเข้ามานั่งใกล้ ๆ กันนะครับ ขอถ่ายรูปรวมหมู่เป็นที่ระลึกสักสี่ห้าภาพนะครับ”

ธราเทพขยับตัวเข้าไปใกล้หญิงสาว ก่อนจะถือวิสาสะโอบร่างเล็ก ๆ ที่กำลังทำสีหน้าเรียบเฉยเพราะกำลังรู้สึกแย่เอามาก ๆ มันกระอักกระอ่วนใจพิกลที่ต้องมาทำเป็นรักเป็นดีกับผู้ชายคนนี้ ทั้ง ๆ เพิ่งเคยเห็นเขาครั้งแรก เมื่อกี้นี้เอง

ปอป่านชักตาแข็ง ๆ ใส่เขา

“อย่าคิดนะ ว่าทำแบบนี้แล้วคุณจะได้ทุกอย่างที่คุณอยากได้ อย่าเอาตัวฉันเป็นบันไดเพื่อจะมาแย่งทุกอย่างของญาณประโพธิ์ อาเฟื่องใจดีและใจอ่อนมากไป แต่ให้คุณรู้เอาไว้นะ ว่าฉันนิสัยไม่เหมือนอาเฟื่อง”

ปอป่านพูดขู่เขาออกไปเบา ๆ พอแค่ได้ยินกันสองคน แต่ใบหน้าของคนทั้งคู่ก็ยังคงฉาบด้วยรอยยิ้มส่งตรงไปยังกล้อง

ธราเทพไม่ตอบ แต่กลับบีบมือของปอป่านด้วยความแรง เธอยกหน้าขึ้นไปมองสบตากับเขาในระยะประชิด รู้สึกเจ็บที่มือ

‘อ๋อ นี่เป็นการตอบโต้หรือ’ หญิงสาวคิดเจ็บใจที่เขาบังอาจโต้กลับเธอแบบนี้ เธอมองเขาตาโตเท่าไข่ห่าน พยายามชักมือกลับ เพราะเจ็บมาก ธราเทพยิ้มร้าย ๆ ออกมาบ้าง จ้องมองคู่หมั้นของเขาแบบล้อเลียน

“แรงมาแรงกลับเหมือนกันครับ เพราะผมไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด” เขาตอบเธอเบา ๆ

“คุณธามครับขอให้คุณธามหอมแก้มคุณป่านสักภาพได้ไหมครับ” ช่างภาพจอมเจ้ากี้เจ้าการยังทำหน้าที่ได้อย่างแข็งขัน

ธราเทพไม่ตอบแต่กลับฉกใบหน้าฝังปลายจมูกลงไปบนแก้มเนียนนวลของปอป่านอย่างรวดเร็ว เธอจิกเล็บลงไปในอุ้งมือของเขา แต่ชายหนุ่มก็ยังคงทำท่าทางค้างเอาไว้แบบนั้นให้ช่างภาพและนักข่าวได้ถ่ายรูปความชื่นมื่นกันแบบรัว ๆ

ตอน 3

“ทุเรศค่ะทุเรศมาก ๆ กุ๊กอยู่ไม่ได้แล้ว กุ๊กทนดูไม่ได้แล้ว เขาเห็นครอบครัวเราเป็นตัวตลกใช่ไหมคะ”

พนิตาสะบัดหน้าเดินออกไปจากงานในทันที รู้สึกริษยาปอป่านอย่างมาก

ธราเทพเป็นที่ต้องตาต้องใจของสาว ๆ และพนิตาก็คือหนึ่งในนั้น แต่เธอยังหาโอกาสที่จะได้ใกล้ชิดกับเขาไม่ได้

“ยายกุ๊กจะไปไหน” คุณพรรณรายพยายามเรียกลูกสาว แต่เธอก็เดินออกไปไม่หันหลังมามอง

“ผมก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ในเมื่อเขาไม่อยากจะนับญาติกับเรา แค่จะให้คนมาเชิญไปนั่งตรงนั้นด้วยก็ไม่มี คุณพ่อมีศักดิ์เป็นอาของยายป่านด้วยซ้ำไป ผมก็จะไม่ทน” ชนนท์ขยับขาตามพนิตาพี่สาวไปด้วยอาการไม่พอใจเช่นเดียวกัน

“ตาก้อง อะไรกันพวกนี้” คุณพรรณรายส่ายหน้า

“เฮ้อ... พ่อกับแม่จะอยู่ต่อกันอีกหรือครับ เราอยู่ใกล้ ๆ แค่ตรงนี้ พวกนั้นยังไม่เรียกพวกเราเข้ากล้องเลย อย่าทำตัวเองให้น่าสมเพชไปกว่านี้เลยครับ”

ชรินทร์ยิ้มเยาะ ท่าทียกไหล่สูงมองหน้าพ่อกับแม่ด้วยแววตาที่น่าสมเพช ก่อนจะเดินตามน้องชายออกไปอีกคน

“คุณดูลูกสิ” พรรณรายไม่รู้จะทำอย่างไรกับพวกลูก ๆ ของเธอแล้ว ต่างดื้อด้านไม่ยอมฟังใครทั้งนั้น เป็นตัวของตัวเองสุด ๆ

“มันก็พูดถูกนะ หึ...เราจะยืนทำซื่อบื้ออะไรอยู่ ไปกันเถอะคุณ” ชัยนันท์รู้สึกเจ็บปวดและเสียหน้าเป็นอย่างมาก บางคนก็มองมาที่เขาด้วยแววตาแปลก ๆ

ชัยนันท์เดินออกนำหน้าคุณพรรณรายไปจากงานอีกคน

“อ้าว... คุณคะ แบบนี้คุณเฟื่องจะไม่โกรธพวกเราเอาหรือคะ” พรรณรายยังรู้สึกเป็นห่วง เพราะถ้าไม่มีเฟื่องรัตน์ ป่านนี้เธอกับชัยนันท์คงลำบาก เพราะพ่อของชัยนันท์ไม่ได้ยกอะไรให้กับชัยนันท์เลย

นอกจากให้ปลูกบ้านอยู่ในบริเวณคฤหาสน์ญาณประโพธิ์ และกินเงินเดือนจากการทำงานที่บริษัทเท่านั้น

“คุณชัยคะ” อีกทั้งคุณพรรณรายก็เป็นห่วงความรู้สึกของสามีด้วย

“ช่างปะไร ยังไงพวกมันทำอะไรกันก็ไม่เคยเห็นหัวของผมอยู่แล้ว มันไม่เคยคิดว่าผมเป็นพี่ชายของมัน และยายหลานในไส้ยายป่านนั่นอีกคน มันมองพวกเราเหมือนเป็นไส้เดือนกิ้งกือ เจ็บใจจริง ๆ”

ชัยนันท์กำหมัดแน่น หายใจฟืดฟาด เดินเร็วจนพรรณรายต้องวิ่งตาม

“พอกันที ผมพอแล้ว ผมจะไม่ง้อพวกมันอีกแล้ว ไม่เห็นหัวเรา เราก็ต้องไม่เห็นหัวมันเหมือนกัน ต่อไปผมจะทำทุกอย่างเพื่อตัวของผมเอง เพื่อคุณ และลูก ๆ”

“คุณคะ จะดีหรือคะ”

ชัยนันท์หยุดกึกแล้วหันมามองหน้าภรรยาของตัวเองด้วยดวงตาที่แดงก่ำ

“คุณ... ก็ให้มันรู้ไปสิ ว่าคนอย่างผมทำอะไรได้บ้าง แล้วผมจะทำให้ได้มากกว่าที่พวกมันคิด และคาดไม่ถึงด้วย” เขาพูดไปพร้อมกันกับกัดฟันกรามแน่น

“ค่ะ ค่ะ ค่ะ ไก่ว่าคุณอย่าเพิ่งคิดมากนะคะ เราสองคนกลับบ้านกันค่ะ”

เธอจับแขนของสามีแล้วบีบเบา ๆ ก่อนจะดันหลังของเขาให้ออกเดินไปข้างหน้า ไร้คำสนทนาใด ๆ ต่อจากนี้อีกแล้ว

คฤหาสน์ของตระกูลญาณประโพธิ์

“นี่มันเรื่องอะไรกันคะ อาเฟื่องทำอย่างนี้กับป่านได้ยังไง” ปอป่านตั้งหน้าตั้งตาอาละวาด แววตามองไปที่อาเฟื่องแบบผิดหวังและตัดพ้อ รู้สึกเหมือนตัวเองไม่ได้ถูกรัก รู้สึกเหมือนอาเฟื่องรัตน์เอาตัวเธอเป็นตัวเดินแต้มเดินเกมอะไรสักอย่าง

“อาเฟื่องไม่เคยรักป่านเลย” คำพูดที่แสนจะเย็นชา มันเต็มไปด้วยความตัดพ้อและน้อยอกน้อยใจ

“ป่าน... ทุกอย่างที่อาทำอาทำเพื่อป่านนะ เพราะว่าอารักป่านที่สุดไง อาถึงได้ทำแบบนี้ อารู้ว่าวันนี้ป่านอาจจะยังไม่เข้าใจ แล้วสักวันหนึ่ง ป่านจะรู้ว่าอาทำเพื่อป่านจริง ๆ”

“ค่ะ อาเฟื่องค่ะ อาเฟื่องบ้าไปแล้วหรือคะ ที่จะให้ป่านหมั้นและแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ทั้ง ๆ ที่ป่านไม่ได้รู้จัก ไม่เคยเห็นหน้าเขาเลย อาเฟื่องคะ... นี่ป่านเองนะคะ หลานของคุณอา” ปอป่านเอานิ้วชี้จิ้มลงไปที่หน้าอกของตัวเองแรง ๆ

“อาเฟื่องทำอะไรไม่คิดถึงจิตใจของป่านบ้าง บังคับอะไรป่านได้ทั้งนั้น แต่ต้องไม่ใช่เรื่องนี้ ป่านจะถอนหมั้นค่ะ งานแต่งงานแบบที่อาเฟื่องต้องการจะไม่มีวันเกิดขึ้น” ปอป่านมีสีหน้าจริงจังเป็นที่สุด

เฟื่องรัตน์มองหน้าหลานสาวแล้วถึงกับพูดไม่ออก ตอนนี้ในหัวของเธอมึน ๆ และรู้สึกปวดขึ้นมาตุบ ๆ แต่ก็ต้องฝืนเอาไว้ เธอจะไม่มีวันให้ปอป่านรู้ว่าเธอกำลังป่วยเป็นอะไรอยู่

“แล้วนี่ใคร ผู้ชายคนนี้เป็นใคร ป่านไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำไป ใช่สิ... คุณมันคงเห็นว่าอาเฟื่องเป็นคนใจดี ใจอ่อน เอาจริง ๆ นะ ค่อนข้างหูเบาด้วยซ้ำไป คุณอาขี้สงสารคนด้วย คุณเลยใช้จุดนี้เข้ามาหาผลประโยชน์จากเราใช่ไหม แต่ขอโทษนะ ไม่มีวันนั้นหรอก ฉันจะบอกคุณเอาไว้เลย คุณจะไม่ได้อะไรจากเราแม้แต่แดงเดียว” เธอชี้ไปที่หน้าของธราเทพ มองเขาแบบหยามเหยียดและหมิ่นแคลน

“ฉันสาบานกับตัวเองได้เลย สิ่งที่ผู้ชายคนนี้หวังไว้ เขาจะไม่มีวันได้มัน” หญิงสาวพูดแรง ๆ ออกไปอีกครั้ง

“ยายป่าน หยุดก้าวร้าวกับคุณธามนะ” คุณเฟื่องรัตน์เรียกชื่อของหลานสาว และปรามเธอด้วยเสียงดัง

ปอป่านชี้หน้าธราเทพด้วยนิ้วมือและเนื้อตัวที่สั่นระริก เธอโกรธและรู้สึกเศร้าใจจริง ๆ กับเรื่องที่เธอไม่เต็มใจ หญิงสาวแสดงออกมาด้วยคำพูดที่แสนจะปวดร้าวของเธอด้วย

“ป่านต้องเชื่ออาสิ อาขอร้อง อาได้เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับป่านแล้ว”

สีหน้าและแววตาของปอป่านทั้งสิ้นหวังและเสียใจ รู้สึกสมเพชตัวเองเป็นที่สุด เธอปากคอสั่น น้ำตาไหลพราก ๆ

“ที่อาเฟื่องเรียกป่านให้กลับเมืองไทย ก็เพื่อสิ่งนี้หรือคะ เพื่อไอ้เรื่องบ้า ๆ นี่หรือคะ มันทั้งทุเรศและบ้าบอที่สุด ก็เอาสิคะ ป่านจะทำให้อาเฟื่องและทุกคนรู้ว่า ป่านไม่มีวันยอม” เธอโมโหสุด ๆ แผลงฤทธิ์ออกมาไม่ไว้หน้าใคร

“ถ้าจะเป็นแบบนี้ อาเฟื่องทำไมไม่แต่งกับเขาเสียเองล่ะคะ ทำไมต้องเป็นป่าน ถ้าเขาคือคนที่ดีที่สุด อาเฟื่องควรเก็บเขาเอาไว้เอง ไม่ใช่มายัดเยียดให้ป่านแบบนี้ ป่านก็มีหัวใจ มีความรู้สึกนะคะ ฮือ...” หลานสาวสะบัดตามองเฟื่องรัตน์ด้วยความน้อยใน และฟาดสายตามองไปที่ธราเทพด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะวิ่งปึงปังขึ้นไปบนห้องของตัวเอง

เฟื่องรัตน์หน้าซีดราวกระดาษ ตัวเซเหมือนจะล้ม ยกสองมือขึ้นมาจับที่หัวของตัวเองจิกทึ้งผมของตัวเองอย่างแรง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED