เพียงดารามองสามีด้วยความเป็นห่วง แล้วหันมองลูกเลี้ยงด้วยความหนักใจ เธอพยายามทำหน้าที่แม่ให้เต็มที่แล้ว แต่เมริยาดื้อรันและไม่เคยยอมรับความหวังดีเลยสักครั้ง
“คุณอย่าหงุดหงิดไปเลยค่ะระวังจะป่วยเอานะคะ”เพียงดารารีบบอกด้วยกลัวสามีจะความดันขึ้นเสียก่อน
“จะไม่ให้หงุดหงิดได้ยังไง ทำตัวแบบนี้ แกรู้ไหมว่าชาวบ้านเขานินทาแกว่าอะไร แกเคยได้ยินบ้างหรือเปล่ายัยเม!”
หญิงสาวกัดฟันแน่นวางช้อนลงในชาม แล้วหันมาเผชิญหน้ากับบิดา เธอไม่อยากเป็นขี้ปากใคร สิ่งที่ทำลงไปเพียงต้องการให้พ่อเห็นใจ ยอมรับในฟังความรู้สึกเธอบ้างเท่านั้น
เธอโกรธที่พ่อเห็นแม่ใหม่ดีกว่า ทั้งๆ ที่แม่แท้ๆ เป็นอยู่อย่างยากลำบาก ภาพในความทรงจำมันฝังแน่น จำได้ในวันที่พ่อมารับนั้นแม่ร้องไห้เสียใจ แม้พยายามดิ้นรนอ้าแขนกอดแม่ แต่ดูเหมือนพ่อจะไม่ยินยอม จากนั้นข่าวคราวของแม่ก็เงียบหาย พ่อส่งคนติดตามยามเธอจ้างนักสืบหาที่อยู่ของแม่ แล้วสุดท้ายคนเหล่านั้นก็ถูกยกเลิกสัญญาพร้อมจ่ายค่าเสียหายทุกครั้ง
“หนูรู้ค่ะพ่อ แต่หนูไม่แคร์เพราะหนูก็เป็นอย่างที่เขาพูดจริงๆ”คนเป็นลูกตอบแสร้งตีหน้าไม่สนใจ ทั้งที่ใจก็เจ็บปวดต่อการกระทำของตนเอง แต่เมื่อเห็นสีหน้าบิดาและแม่เลี้ยงมีความเศร้าเข้ามาในใจมันกลับดีใจอย่างบอกไม่ถูก
“ยัยเม!”เจ้าสัวตวาดลั่น แววตาดุดัน
ร่างกายไหวโยนตามความโกรธเกรี้ยว การกระทำของบุตรสาวทำให้เขาเจ็บปวดยิ่งนัก
“เม... ลูกอย่าทำแบบนี้เลย”เพียงดาราพยายามเกลี่ยกล่อม เมื่อเห็นสามีมีความเครียด
“คุณไม่ต้องมายุ่งเรื่องของฉัน คุณไม่ได้เป็นแม่ของฉันสักหน่อย!”เมริยาย้อนตวัดสายตามองด้วยความไม่พอใจ
เพียงดาราเงียบกริบไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมาอีก เมริยามองข้าวต้มในชามตอนนี้มันฝืดคอจนแทบกระเดือกไม่ลงสุดท้ายวางช้อนก้าวออกจากบริเวณโต๊ะอาหาร เธอต้องการพื้นที่ส่วนตัวให้อารมณ์เบาบางลง ไม่เข้าใจทำไมบิดาถึงไม่ให้พบแม่บังเกิดเกล้า เหตุใดต้องพยายามขัดขวางมันไม่ได้เสียหายอะไรเลย เธอยินดีปิดเรื่องนี้เป็นความลับด้วยซ้ำหากพ่อต้องการ
ร่างบางยืนชิดหน้าต่างมองสวนหย่อมภายในบ้าน มือยกขึ้นปาดน้ำตาลวกๆ เธอไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด หากอดทนจะต้องได้พบแม่อย่างแน่นอน เธอเชื่อเช่นนั้น
สามทุ่มร่างเพรียวระหงส์ในชุดเดรสสีม่วงเข้มก้าวลงจากชั้นบน ผมถูกรวบมัด ใบหน้าถูกแต่งแต้มด้วยโทนสีม่วงอ่อนส่งให้ดูโฉบ เธอระบายยิ้มราวกับเยาะเพื่อต้องการให้คนในบ้านรู้ว่านี่คือความสุข แต่ทว่าใจจริงแล้วกลับตรงกันข้าม คนเป็นพ่อเหลือบมองลูกขบกรามแน่นข่มใจเพราะไม่อยากทะเลาะกันให้รอยร้าวเพิ่มมากขึ้น เธอสาวเท้ามายังตัวรถเห็นชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ยืนรออยู่ก่อน เท้าบางชะงักจ้องมองแล้วเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความไม่พอใจ
“วันนี้ผมจะไปส่งนะครับ อยากไปที่ไหนบอกมาได้เลย”ธีร์บอกเสียงเบา
“ฉันจะไปเองธีร์!”เมริยายื่นมือเพื่อขอกุญแจจากอีกฝ่าย
“ไม่ครับ ผมจะไปส่ง”
“อย่ามายุ่งเรื่องของฉันธีร์ เอากุญแจมา!”หญิงสาวส่งเสียงข่มขู่
“ถ้าคุณเมไม่ยอมให้ผมขับให้ วันนี้คุณเมคงต้องอยู่บ้านแล้วล่ะครับ เพราะผมมีกุญแจรถทุกคัน”
คนฟังกัดฟันแน่นยอมแทรกกายเข้ารถนั่งลง ใบหน้าเรียวสวยบึ้งตึงด้วยความไม่พอใจ ธีร์ทำเช่นนี้คงไม่พ้นคำสั่งพ่อแน่นอน ดี... อยากทำอะไรก็เชิญคิดว่าคนอย่างเมริยาจะยอมแพ้ง่ายๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!
ธีร์เปิดประตูรถนั่งประจำที่คนขับแล้วหันมาทางคุณหนูแห่งตระกูล
“คุณหนูจะไปที่ไหนครับ?”
“เคยบอกแล้วยังไงว่าให้เลิกเรียกคุณหนู ไม่เข้าใจหรือไงธีร์!”
“คงไม่ได้หรอกครับ”
เธอยกท่อนแขนขึ้นมากอดไว้เมื่อรู้สึกขัดใจ เพราะไม่เคยคิดว่าธีร์เป็นคนรับใช้เลยสักนิด ทั้งๆ ที่สมัยเด็กเคยเรียนด้วยกัน เคยท่องหนังสือเล่นด้วยกันตลอด แต่เวลานี้ดันมาทำห่างเหิน ราวกับเจ้านายลูกน้องไปได้
“จะไปไหนครับคุณหนูวันนี้?”คนขับรถมาดนิ่งถามต่อ
“ไปผับ”
“ครับ”ธีร์รับคำ
รถเคลื่อนออกจากรั้วบ้านมาสู่ผับย่านดัง เมริยาเปิดประตูก้าวลงทันทีที่รถจอด แค่รูปร่างก็สามารถเรียกสายตาหลายคู่ให้มองมายิ่งเห็นใบหน้ายิ่งทำให้ชายหลายคนจ้องค้างไม่วางตา ร่างบางโยนกายลงบนโซฟาซึ่งเป็นที่ประจำกวาดตามองหาใครบางคนซึ่งคุ้นเคยกัน ไม่นานร่างสูงโปร่งในสภาพเพิ่งออกจากที่ทำงานก้าวเข้ามาร่วมวง กระแทกก้นนั่งลงอย่างไม่เต็มใจสีหน้าเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
สำหรับยศราชย์แล้วเขาไม่ได้มีพ่อรวย ทุกอย่างมาจากการทำงานของตนเองทั้งนั้น เงินมีแต่ไม่มากพอที่จะไม่ทำอะไรเลยแล้วใช้จนถึงวันตาย งานมากมายในบริษัทต้องสะสางแถมยังมีเรื่องสาวๆ ที่โทรกวนตลอดวันจากข่าวฉาวบนหน้าหนังสือ แม้แต่รายการบันเทิงก็ยังเล่นข่าวนี้เลย
“เรียกฉันมาวันนี้มีอะไรอีกล่ะ!”ยศราชย์ถามเสียงแข็ง
“ก็แค่เรียกมาเป็นเพื่อน”
“นี่มันเรื่องอะไรอีกเม ฉันไม่ได้มีกินมีใช้สุขสบายอย่างแกนะ ฉันมีงานมีการต้องทำ!”ชายหนุ่มบอกด้วยความหงุดหงิด แม้จะสงสารเพื่อนแต่ตอนนี้เริ่มจะสงสารตัวเองล่ะ
“วันนี้แค่มาเที่ยวเฉยๆ น่า... อย่าบ่นเลยยศ เผื่อแกได้สาวๆ ไปนอนกกไง”คนตัวเล็กรีบทำเสียงอ่อนเสียงหวานเพราะรู้นิสัยเพื่อน ว่าตอนนี้อารมณ์ของอีกฝ่ายเป็นเช่นไร
ยศราชย์ช้อนสายตามองอย่างรู้ทัน แล้วส่ายหน้าด้วยความระอาปนเอ็นดู
“ไม่ต้องมาตีเนียน บอกไว้เลยนะฉันจะไม่ยอมเป็นข่าวกับแกอีกแล้วเม เมื่อวานหูนี้ก็ชาเสียจนเห็นดาวระยิบระยับไปแล้ว รอบนี้มีหวังได้มาถล่มฉันที่บริษัทแน่!”
“ก็แกอยากมีหญิงเยอะทำไมล่ะ!”เมริยาเถียง
“อ้าว! ไม่รู้เหรอผู้ชายจะเจ๋งเขาวัดกันที่หญิงนี่แหละ”ชายหนุ่มยิ้มกรุ่มกริ่มต่อความภาคภูมิใจของตนเอง ในการมีเบอร์สาวๆ ไว้ในเครื่องมากมาย รวมถึงหญิงสาวที่ตนควงไปเที่ยวไหนบ่อยๆ
“ผู้ชายจะเจ๋งไม่เจ๋งเขาไม่ได้วัดกันที่เรื่องบนเตียงหรอกนะ ไอ้ทุเรศ!”หญิงสาวเบ้ปากใส่เพื่อน
“ดูเจ้าสำนวน บอกตัวเองก่อนเถอะ เธอน่ะหนุ่มเยอะกว่าฉันอีกเม”
ระหว่างถกเถียงดวงตาเรียวสวยกวาดมองรอบๆ อย่างเคย แต่กลับสะดุดที่ชายรูปร่างสูงใหญ่ผิวขาว ใบหน้าคมเข้ม คิ้วตรงยาว จมูกโด่งเป็นสัน ท่าทางสุภาพ เมริยาจ้องมองเขาไม่วางตาขณะอีกฝ่ายกำลังเดินเข้ามาพร้อมเพื่อนชายอีกคน เธอไม่เข้าใจเหตุใดถึงได้สะดุดตากับชายคนนี้ หัวใจกำลังเต้นระรัวหวั่นไหวเพียงแค่มอง ยศราชย์เห็นถึงความผิดปกติเพื่อนเคยต่อปากต่อคำกับเงียบกริบไม่เอ่ยปาก จึงมองตามสายตา
“แกจะมองผู้ชายคนนั้นอีกนานไหมเม”ยศราชย์แสร้งถาม อดแปลกใจไม่ได้ปกติเพื่อนไม่เคยมองชายคนไหน หรือสนใจใครเลย
เมริยาชะงักมองหน้าเพื่อน รู้สึกว่าตนเองกำลังทำอะไรผิดไปจากทุกที
“อะไรล่ะ!”หญิงสาวรีบเบือนหน้าหนีแก้เก้อ
“แกสนใจผู้ชายคนนั้นเหรอ”เพื่อนชายแสร้งเย้า
“เปล่าสักหน่อย”เธอบอกเสียงเบา อาการสั่นไหวภายในอกยังไม่หายเลย ทำไมไม่เข้าใจตนเองสักนิดเดียว ชายคนนั้นมีอะไรน่าดึงดูดกันนะ
เมริยาเม้มริมฝีปากเพราะตนเผลอทำให้เพื่อนรู้ใจจนได้ ไม่ได้หวังให้ใครมาชื่นชอบ สำหรับเธอแค่ต้องการใครสักคนที่รักและจริงใจโดยไม่เกี่ยวข้องกับหน้าตาและสถานะทางสังคม มีไหมใครคนนั้นสำหรับเธอมันช่างหายากเหลือเกิน เพราะแต่ละคนล้วนเดินเข้ามาด้วยอำนาจเงินของบิดาทั้งนั้น
“แต่สายตาแกฟ้อง”
“แล้วไงล่ะยศ ฉันแค่รู้สึกถูกชะตาเท่านั้นเอง ไม่ได้คิดอะไรเกินเลยสักหน่อย”เมริยาเถียง
“แกอยากรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร”เพื่อนชายแสร้งถาม แต่คนถูกถามกลับแสดงสีหน้าบ่งบอกถึงความสนใจ
“ใครจะไปอยากรู้!”
“แน่ใจเหรอว่าไม่อยากรู้”เขาถามย้ำ
คนตัวเล็กเม้มริมฝีปากแน่น อยากรู้ใจแทบขาดอยากสงวนท่าทีแต่ไอ้เพื่อนตัวดีดันยั่วยวน
“แกก็บอกมาสิยศ อย่าลีลาได้ไหม”
“งั้นก็ได้ เขาชื่อด็อกเตอร์กันตธร ทำงานอยู่ที่บริษัทเฮลล์ดีไซน์คู่แข่งบริษัทพ่อเธอไงเม”
“งั้นเหรอ?”เมริยาบอกแล้วครุ่นคิด เฮลล์ดีไซน์คือบริษัทยาคู่แข่ง เห็นว่าสามารถครองตลาดได้พอๆ กับบริษัทบิดาเธอเลยทีเดียว
ยศราชย์เห็นสีหน้าเพื่อนดูท่าจะพออกพอใจต่อหนุ่มนามกันตธรเสียแล้ว แต่คงเป็นเช่นนั้นไม่ได้เพราะมีเหตุผลอีกอย่างที่ไม่ควรอย่างยิ่ง
“แต่ที่สำคัญนะเม ด็อกเตอร์กันตธรคือลูกชายเจ้าของบริษัทเฮลล์ดีไซน์ ซึ่งแกไม่ควรเข้าไปยุ่ง ไม่อย่างนั้นพ่อแกคงอกแตกตายแน่
หญิงสาวชะงักดวงตาคู่สวยหรี่ลงแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก เมื่อคิดแผนการเด็ดๆ ขึ้นมา ยศราชย์เห็นสายตาเพื่อนแล้วรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ หากไม่คิดอะไรแผลงคงจะดี อยากเขกหัวตนเองนักที่ดันปากผล่อยพูดจาไม่เข้าเรื่อง
“แล้วยังไงเหรอยศ เป็นลูกชายเจ้าของบริษัทคู่แข่งแล้วทำไม”เมริยาเลิ่กคิ้วแล้วยิ้มกว้างหลังจากถามเพื่อนเสร็จ
“ไม่ทำไมแต่แกไม่ควรไปยุ่งเกี่ยว”
“จะยุ่งหรือไม่มันเรื่องของฉันยศ แกก็รู้คนอย่างฉันไม่เคยยอมแพ้อะไรง่ายๆ อะไรที่ทำให้พ่อฉันต้องทุรนทุรายฉันยินดีที่จะทำ แม้ต้องเสียศักดิ์ศรีก็ตามทีเถอะ”หญิงสาวกัดฟันแน่น พอนึกถึงเรื่องแม่เลี้ยงและบิดามันทำให้อารมณ์ขุ่นมัวขึ้นมา
“ถ้าแกเป็นแบบนี้ แกจะหาความสุขไม่ได้เลยนะเม”ยศราชย์เตือน
“ถึงฉันไม่เป็นแบบนี้ก็หาความสุขไม่ได้อยู่แล้ว ถ้าจะเพิ่มเรื่องทุกข์อีกสักเรื่องจะเป็นไรไป!”เมริยาตอกกลับน้ำตาคลอ
ชายหนุ่มน้ำท่วมปากไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาโต้แย้ง ในเมื่อเพื่อนสาวไม่คิดจะฟังแถมยังถือฑิฐิเป็นใหญ่
“ถ้าอย่างนั้นก็ตามใจแกก็แล้วกันเม ฉันคงพูดอะไรไม่ได้”ชายหนุ่มระบายลมหายใจแล้วเมินมองทางอื่น เมริยาเม้มริมฝีปากก่อนตัดสินใจทำตามความคิดตนเอง
ดวงตาเรียวสวยปรายมองอย่างจงใจไปยังโต๊ะของชายหนุ่มผู้เป็นเป้าหมายในเกม นภดลเพื่อนร่วมงานของด็อกเตอร์หนุ่มรีบสะกิดท่อนแขนแกร่งเบาๆ แล้วส่งสายตาเพื่อบอกให้กันตธรรู้ว่ามีผู้ใดกำลังจ้องมองเขาอย่างจงใจ เขาหันมองและวินาทีนั้นดวงตาสองคู่สบกัน
กันตธรชะงักครู่หนึ่งเฉกเช่นเดียวกับอีกฝ่ายแม้อยากเล่นเกมแต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ซึ่งตนไม่เคยพบพานมาก่อน ครั้นจะหลุบตามองพื้นก็เกรงจะเสียแผน จำต้องกัดฟันกลั้นใจมองอีกฝ่ายอย่างไม่ลดละ พยายามใช้สายตาพิฆาตให้อยู่หมัดด้วยคิดว่าชายทุกคนย่อมชื่นชอบในรูปกายภายนอกของเธออยู่แล้ว
แต่สำหรับเขาแม้อกข้างซ้ายมันกำลังเต้นระรัวไหวสั่น ในสมองกลับคิดว่าสายตายามได้พบกับรูปกายภายนอกอันสวยงามย่อมพอใจในสิ่งนั้นเลยส่งผลต่อความรู้สึก แต่หากความงามเลือนหายไปเขาเชื่อตนเองนั้นจะต้องกลับสู่สภาพปกติทั่วไปเช่นเดิม ต่อให้ผู้หญิงคนนั้นสวยสักเพียงใด หากไม่ได้งามจากภายในเขาเองคงไม่มีวันชายตามอง
“ฉันว่าผู้หญิงคนนั้นต้องชอบแกแน่เลยธร”นภดลบอกแล้วระบายยิ้ม
คำเพื่อนทำให้ชายหนุ่มกระตุกยิ้มมุมปาก สนใจเขาแล้วยังไง ในเมื่อเขาไม่ได้สนใจเลย
“ไม่ใช่หรอก ผู้หญิงแบบนั้นคงไม่มีทางมาชอบผู้ชายแบบฉันหรอก”กันตธรรีบปฏิเสธ
“เชื่อสิ ฉันว่าต้องใช่แน่ดูสายตาที่มองแกสิหวานเยิ้มซะขนาดนั้น”
ดวงตาเรียวคมช้อนมองไปยังหญิงสาว เมริยา สิทธิศักดิ์โสภณ เขาได้ยินชื่อนี้มานาน เธอดังตามข่าวนิตยสารซุบซิบในแวดวงสังคมไฮโซ แต่ความดังของเธอนั้นมาจากข่าวคาวโลกีย์ ภาพควงผู้ชายมากหน้าหลายตาเข้าโรงแรมหลายแห่ง เขาไม่เคยมองผู้หญิงในเชิงตำหนิติเตียนสิ่งที่พวกเธอเหล่านั้นกระทำ แต่กระนั้นแล้วเมริยาแตกต่างออกไป ไม่เข้าใจเหตุใดถึงได้กระทำตัวเช่นนั้นรู้ทั้งรู้ว่าบิดาคือคนมีหน้ามีตาในสังคม เพราะอะไรถึงยังเหลวแหลกไม่สนใจชื่อเสียงผู้ให้กำเนิดสักนิด นี่คือสิ่งที่ทำให้เขาไม่ชอบใจ