ตอนที่ 1
ทวงสัญญากับข้อเสนอที่แสนจะร้ายกาจ
นักแสดงหนุ่มเจ้าของฉายาเทพบุตรแห่งวงการบันเทิงไทยคิ้วขมวด เมื่อผู้จัดการส่วนตัวซึ่งดูแลมาตั้งแต่เด็กบอกว่ามีคนมาขอพบและชื่อว่า หมอนทอง สุนทรนิเวศ ชื่อนี้คือชื่อของเด็กสาวหน้าตาอัปลักษณ์คนนั้น แววตาของปราชญ์เข้มขึ้นและมีประกายแห่งความดูแคลนเมื่อคิดถึงใบหน้าเจ้าหล่อน
“มาทำไม” ชายหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“เห็นบอกว่ามีธุระจะคุยด้วยครับ” ชายวัยกลางคนเอ่ยถึงหญิงสาวด้วยน้ำเสียงสุภาพ แววตามีความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
“ถ้าเดาไม่ผิด ยายเด็กอัปลักษณ์นั่นคงจะมาทวงสัญญาเมื่อสิบสองปีก่อนสินะ” น้ำเสียงปราชญ์เยาะเย้ยในที
“จะว่าไปมันก็นานแล้วนะครับ สิบสองปีที่ผ่านมาคุณปราชญ์ไม่เคยติดต่อกลับไปหาเลย” ชายวัยกลางคนเอ่ยตรงไปตรงมา
“ทำแบบนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่า ฉันไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วยอีก”
“แต่คุณสัญญากับคุณนายท่านไว้แล้ว” ผู้จัดการส่วนตัวท้วง
“สัญญาว่าจะหมั้นก็หมั้นให้แล้ว แต่ไม่ได้สัญญาว่าจะแต่งงานหรือทำอะไรมากกว่านั้นนี่” นักแสดงหนุ่มชื่อดังย้อนด้วยน้ำเสียงที่หงุดหงิด
“คุณจะไม่แต่งงานกับคุณหนูหมอนทองจริงๆ หรือครับ”
“ใครจะไปแต่งงานกับยายเด็กหน้าอัปลักษณ์คนนั้นได้ หุ่นก็อย่างกับตุ่มต่อขา หน้าตายังเหมือนจิ้งจกตกใจ ใส่แว่นหนาๆ ไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาไปหมด” ปราชญ์บรรยายสรรพคุณที่เคยเห็นเมื่อสิบสองปีก่อนได้ตรงเป๊ะไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่คำเดียว
“หนูหมอนทองไม่ได้เป็นอย่างที่คุณพูดเลยนะครับ” ชายวัยกลางคนอดขำไม่ได้
นั่นมันเมื่อสิบสองปีที่แล้วอะไรๆ ก็เปลี่ยนได้ โดยเฉพาะคุณหนูหมอนทองในเวลานี้
“คุณภมร อย่ามาเข้าข้างกันหน่อยเลย ผมไม่มีทางแต่งงานกับผู้หญิงที่ไม่คู่ควรเด็ดขาด ผมเป็นนักแสดงชื่อดังมีชื่อเสียง จะมีเมียทั้งทีก็ควรจะเป็นคนที่เหมาะสม ไม่ใช่กับผู้หญิงกะโหลกกะลาที่ไหนก็ไม่รู้อย่างเด็กนั่น” ชายหนุ่มยืนกรานหนักแน่น
“บางทีคุณปราชญ์อาจจะเปลี่ยนความคิดเมื่อเจอเธอในตอนนี้ หนูหมอนไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่เลยนะครับ” ภมรพยายามกล่อม
“คุณภมรรู้จักกับครอบครัวนั้นมาก่อน ก็ย่อมต้องเข้าข้างกัน” ปราชญ์พูดอย่างเข้าใจ และนึกถึงคุณย่าที่จากไปเช่นกัน คุณย่าก็คงคิดเรื่องความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นของเพื่อนมากกว่าความเหมาะสมกับหลานชายตัวเอง ถึงได้เกิดการหมั้นหมายบ้าๆ นั่นขึ้น
“แล้วคุณจะพบคุณหนูหมอนไหมครับ” ภมรวกเข้าให้ตรงประเด็น
“ไม่ จะไม่มีการพบกันอีกไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น แล้วคุณภมรก็ต้องเป็นคนจัดการเรื่องนี้ให้ผม” นักแสดงหนุ่มสบตาชายวัยกลางคน
“ผมหรือครับ” ภมรย้อนถามให้แน่ใจ แอบงงเล็กน้อยว่าตนไปเกี่ยวอะไรด้วย
“ใช่ ในฐานะที่คุณภมรเป็นคนเก่าคนแก่ของคุณย่า และตอนนี้ยังเป็นผู้จัดการส่วนตัวของผม ดังนั้นคุณภมรจะต้องจัดการเรื่องนี้ครับ” ปราชญ์เอ่ยเสียงเข้ม เขาจะไม่มีวันไปพบผู้หญิงคนนั้นเด็ดขาด
หมอนทองรู้สึกผิดหวังเมื่อรู้ว่าคู่หมั้นที่เฝ้ารอไม่ยอมมาพบแต่กลับส่งเป็นตัวแทนมาเจรจา เธอรู้จักกับลุงภมรมาตั้งแต่เด็กและเขาก็ดีกับตนมากด้วย ดังนั้นจึงพูดคุยได้อย่างสนิทใจ
“เขาติดงานหรือคะ” หมอนทองเอ่ยถามคำแรก
“เขาให้ลุงมาพบกับหนูหมอนแทน เขารู้ว่าหนูหมอนจะมาพบเรื่องอะไร” ภมรเอ่ยยิ้มๆ
“จะบ่ายเบี่ยงเรื่องระหว่างหนูกับเขาใช่ไหมคะ” หมอนทองถามตรงไปตรงมา ภมรเห็นใจแต่ก็พยักหน้าเป็นคำตอบ
“หนูอยากทราบเหตุผลค่ะ”
“เหตุผลอยู่ที่ในจดหมายฉบับนี้ หนูหมอนลองอ่านดูนะ” ชายวัยกลางคนยื่นซองจดหมายสีขาวให้ หมอนทองรับจดหมายมาถือไว้และมองมันราวสามวินาทีก่อนที่จะเปิดอ่าน
สวัสดี
ฉันเขียนจดหมายฉบับนี้เพื่อที่จะบอกกับเธอว่า เรื่องหมั้นของเราเกิดขึ้นเพราะฉันรับปากกับคุณย่าไว้แต่ไม่ได้ตอบตกลงว่าจะแต่งงาน การหมั้นเป็นเรื่องที่ฉันจำใจเป็นอย่างมาก ฉันไม่มีความเต็มใจเลยแม้สักนิด มันเป็นเรื่องที่ผิดพลาดที่สุดในชีวิต ฉันอยากจะขอให้เราลืมเรื่องที่ผ่านมาให้หมด แหวนหมั้นนั้นฉันไม่เอาคืนถือว่าเป็นค่าเสียเวลา
จดหมายฉบับนี้เป็นการยืนยันว่าฉันไม่สามารถแต่งงานกับเธอได้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม ฉันต้องการแต่งงานกับผู้หญิงที่สามารถเชิดหน้าชูตาในสังคม ไม่ใช่ผู้หญิงแบบเธอโปรดเข้าใจฉัน และยอมรับการตัดสินใจของฉันด้วย
ปราชญ์ ปริยาภัสร์สกุล
หมอนทองเม้มปากแน่นหลังจากอ่านจดหมายจบ ข้อความในจดหมายทำร้ายจิตใจเหลือเกิน เขาดูถูกทั้งที่ยังไม่รู้จักกันดีพอ ความรู้สึกดีๆ ที่มีให้แทบจะหมดไปหลังจากอ่านข้อความที่แสนจะน่าอัปยศจบ
“เชื่อลุงนะ หนูหมอน กลับบ้าน และตัดใจเรื่องแต่งงานซะ คุณปราชญ์ไม่มีท่าทีจะสนใจเรื่องนี้เลย” ภมรบอกด้วยความหวังดี
“เขาบอกอย่างนั้นหรือคะ” หมอนทองย้อนถาม เดาว่าภมรไม่รู้เนื้อความในจดหมายเลย
“ครับ”
“คุณลุงช่วยหนูสักอย่างได้ไหมคะ”
“ถ้าเป็นเรื่องที่ช่วยได้ ลุงพร้อมที่จะช่วยหนูหมอนเต็มที่”
“หนูอยากพบอยากคุยด้วยอย่างจริงจัง”
“แต่” ภมรอึกอักเล็กน้อย ปราชญ์ย้ำหนักหนาว่าให้กล่อมหมอนทองให้กลับไปให้ได้
“ขอร้องนะคะ หนูอยากพบเขาจริงๆ เรื่องแบบนี้จำเป็นที่จะต้องคุยกันต่อหน้าค่ะ” หมอนทองทำเสียงน่าสงสาร
“แต่คุณปราชญ์ไม่อยากพบหนูหมอน” ชายวัยกลางคนเอ่ยไม่เต็มเสียง
“เห็นแก่ความผูกพันของครอบครัวเราเถอะนะคะ ให้หนูได้คุยกับเขาสักครั้ง หนูอยากจะฟังจากปากของเขาเองค่ะ” หมอนทองยืนกรานที่จะพบให้ได้
“ก็ได้ แต่อยากให้หนูทำใจไว้นะ คุณปราชญ์เป็นผู้ชายที่ปากร้ายพอสมควร แล้วก็ชอบทำตัวหยิ่งมากจนหน้าหมั่นไส้” ภมรเตือนด้วยความห่วงใย
“ไม่ต้องห่วงค่ะ หนูอยากพบให้เร็วที่สุด ไม่ทราบว่าลุงภมรจะพาไปพบได้เมื่อไหร่คะ” หมอนทองไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น
“เย็นนี้เลยก็แล้วกัน”
นักแสดงชื่อดังจ้องหน้าผู้จัดการส่วนตัวด้วยสายตาโมโห ภมรทำงานไม่สำเร็จและขัดคำสั่งซ้ำยังทำท่าเหมือนจะเข้าข้างอีกฝ่ายด้วยซ้ำ
“คุณไม่ได้ให้จดหมายเหรอ” ปราชญ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด
“ให้ครับ หนูหมอนอ่านแล้วจึงขอพบคุณ เธอบอกว่าต้องคุยกันต่อหน้าจะได้สิ้นเรื่องสิ้นราว”
“ผมไม่ได้อยากเจอยายผู้หญิงบ้านนอกคนนั้น คุณภมรก็รู้แล้วทำไมถึงพามาที่นี่” เขาอยากจะบ้าตาย แทนที่จะไล่ให้กลับไปดันรับปากช่วยด้วยการพามาหาเสียอีก
“ยายอัปลักษณ์นั่นอยู่ไหน”
“รออยู่ที่ห้องรับแขกครับ” ภมรรู้ดีว่าอารมณ์แบบนี้เอาน้ำเย็นเข้าลูบน่าจะเหมาะกว่า และเขาก็เห็นด้วยว่าการได้คุยกันต่อหน้าจะทำให้ทุกอย่างสิ้นเรื่องสิ้นราว
“ก็ได้ อยากเจอก็ได้แต่บอกไว้ก่อนนะ ถ้าผมพูดอะไรไปแล้วแม่นั่นเกิดรับไม่ได้ มันไม่ใช่ความผิดของผม แต่เป็นความผิดของคุณภมรที่พาเธอมาที่นี่” ปราชญ์เดินไปด้วยท่าทางหัวเสีย ส่วนภมรโล่งอกที่ไม่โดนตำหนิมาก และคิดว่าอย่างน้อยเรื่องก็คงจบลงด้วยดี
ปราชญ์ยืนนิ่งราวกับถูกมนตร์สะกด เมื่อได้เห็นหน้าหญิงสาวที่ยืนส่งยิ้มให้ที่กลางห้อง เธอสวยราวกับนางในวรรณคดี ปาก คอ คิ้ว คาง โครงหน้า สวยเสียจนไม่สามารถละสายตาได้เลย หมอนทองมองเขาด้วยสายตามาดมั่น ปราชญ์ยังคงเป็นผู้ชายที่หล่อวัวตายควายล้มในสายตาเสมอ ยิ่งตอนนี้ยิ่งดูดีขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
“สวัสดีค่ะ” หมอนทองทักทายด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานก่อน
“คุณคือ...” ชายหนุ่มงงเล็กน้อย
“คู่หมั้นของพี่ปราชญ์ไงคะ”
“หมอนทอง” ปราชญ์อุทานเบาๆ
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผู้หญิงที่แสนจะอัปลักษณ์ในวันนั้นจะกลายมาเป็นนางพญาหงส์ในวันนี้ เธอเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปเสียจนไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือคู่หมั้นของตน
“หนูมาที่นี่เพื่อมาถามว่า ข้อความในจดหมายคือเรื่องจริงใช่ไหมคะ” หมอนทองถามอย่างเป็นงานเป็นการ
คำถามนั้นทำให้สติสัมปชัญญะของนักแสดงหนุ่มกลับคืนมา ปราชญ์เชิดหน้าขึ้นเช่นคนอวดดีและมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา ถึงแม้ว่าหมอนทองในวันนี้จะสวยขนาดไหน แต่สามัญสำนึกก็บอกว่าเธอไม่คู่ควร ดังนั้นความสวยจึงต้องไม่มีส่วนทำให้การตัดสินใจครั้งนี้ไขว้เขว
“ใช่” ชายหนุ่มตอบรับเสียงเข้ม
“พี่ปราชญ์จะถอนหมั้น” หมอนทองถามตรงประเด็น
“ใช่” เขาขานรับชัดเจน
“ด้วยเหตุผลที่พูดง่ายๆ ว่าไม่คู่ควร” หญิงสาวใช้ข้อความในจดหมายมาอ้าง
“ใช่” ปราชญ์ยืนกรานคำเดิม
“ไม่ยุติธรรม” หมอนทองพูดเสียงดังลั่น
“มันเป็นเรื่องที่เหมาะสมสำหรับเราสองคนที่สุด แต่ก่อนอื่นขอชมสักหน่อยว่าเปลี่ยนไปมากจนจำแทบไม่ได้ คงเสียเงินค่าศัลยกรรมไปเยอะสินะ ไม่คิดว่าเธอจะยอมเจ็บตัวเพียงเพราะต้องการจะสวยเพื่อฉัน” น้ำเสียงและท่าทางของปราชญ์เยาะเย้ยเสียจนรู้สึกได้
“หนูไม่ได้ศัลยกรรม ทุกอย่างทั้งหน้า ทั้งนม ทั้งตัว ของจริงหมด การที่หนูสวยขึ้นมันเป็นเองตามธรรมชาติ และหนูไม่ได้สวยเพื่อพี่ค่ะ ดังนั้นอย่าเข้าใจผิดเลิกหลงตัวเองได้แล้ว” หมอนทองย้อนกลับอย่างชัดถ้อยชัดคำ สีหน้าไม่แสดงความรู้สึกใดๆ กับคำพูดเมื่อครู่ของเขาเลยแม้แต่น้อย
“ถ้างั้นเข้าเรื่องเลยแล้วกัน” ปราชญ์อึ้งไปเล็กน้อยกับท่าทีของหมอนทอง แต่เขาก็ไม่เสียเวลาสนใจและบอกตรงๆ ว่าไม่เชื่อที่เธอพูดเลยสักนิด ไม่เชื่อหรอกว่าจากผู้หญิงอัปลักษณ์จะกลายเป็นคนสวยหยาดเยิ้มขนาดนี้โดยที่ไม่ทำอะไรเพิ่ม
“ว่าแต่อย่าแทนตัวเองว่าพี่กับหนูเลยนะ เรียกแทนว่าผมกับคุณจะดีกว่า”
หมอนทองสูดหายใจเข้าปอดแรงๆ เพื่อเรียกพลัง อยากจะเดินเข้าไปหาแล้วจับตีเข่าเสียเหลือเกิน น่าหมั่นไส้สุดๆ
“ดีเหมือนกัน ฉันอยากจะถามว่าคุณมีคนที่คิดจะแต่งงานด้วยแล้วหรือคะ”
“ยัง”
“คุณไม่คิดที่จะแต่งงานกับหนู ไม่ใช่สิ คุณไม่อยากแต่งงานกับฉันแน่ๆ ใช่ไหมคะ”
“ข้อความในจดหมายมันบอกไว้หมดแล้ว ผมต้องการผู้หญิงที่เพียบพร้อม สวยอย่างเดียวคงไม่ได้ เธอต้องเก่ง ฉลาด มีการศึกษาสูง มีกิริยามารยาทที่ดีและยังมีข้อย่อยอีกหลายอย่าง” ปราชญ์พูดไปเรื่อยเท่าที่จะนึกได้ เพราะรู้ว่าหมอนทองไม่มีคุณสมบัติพวกนี้แน่
“แล้วฉันไม่คู่ควรตรงไหน” หญิงสาวย้อนถาม
“ทุกอย่าง ถึงตอนนี้จะสวยแต่ก็ไม่เหมาะอยู่ดี” ชายหนุ่มยักไหล่
“คุณยังไม่รู้จักฉันดีพอเลยนะ”
“หรือว่าคุณมีจุดประสงค์อื่นที่ต้องการด้วย เอางี้ นอกจากแหวนแล้วผมให้เงินค่าเสียเวลาสักก้อนดีไหม คุณจะได้เอาไปทำอะไรที่อยากทำหรือไปพัฒนาสวนทุเรียนก็ได้ สักสองล้านเป็นไง” สีหน้าและน้ำเสียงที่ยียวนกวนประสาททำให้หมอนทองกำมือเม้มปากแน่นข่มความโกรธเอาไว้ ผู้ชายคนนี้กำลังดูถูกเธออย่างร้ายกาจที่สุด
“แหม ง่ายจังนะคะ” หมอนทองย้อนเสียงหวานยิ้มมุมปากเล็กน้อย
“จะทำให้มันยากทำไม จริงไหม” นักแสดงหนุ่มคิดว่าเข้าทางแล้ว
“ฉันไม่รับเงินของคุณหรอกค่ะ ลำพังสวนทุเรียนก็มีมูลค่ามากกว่าเงินที่คุณเสนอมาเสียอีก สิ่งที่ฉันต้องการคือแต่งงานกับคุณ ถึงแม้ข้อดีของคุณจะมีอยู่ข้อเดียวคือหล่อ แต่อย่างอื่นโดยเฉพาะนิสัยแย่มากที่สุด” หมอนทองจะไม่ยอมให้ผู้ชายคนนี้สลัดตนได้ง่ายๆ แน่ อย่างน้อยจะต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้บทเรียนสักหน่อย
“ที่พูดแบบนี้เพราะว่าคุณต้องการมากกว่าสองล้านใช้ไหม ฟังนะ ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้ แค่ชื่อของเราก็ไม่คล้องจองกันแล้ว ผู้หญิงของผมต้องมีชื่อที่ไพเราะอย่างกัลยาณี วิจิตรา ลักษณวดี หรืออะไรก็ได้ที่ไม่ใช่หมอนทอง”
“แล้วชื่อหมอนทองมันไม่ดีตรงไหน ขนาดเป็นชื่อทุเรียนมันยังเป็นทุเรียนที่รสชาติดีมากๆ”
“เก็บข้อเสนอของผมไปคิดดูก่อน” ปราชญ์ตัดบทแล้วเอ่ยต่อว่า
“คุณได้เงินและอิสรภาพ แล้วก็ไปหาผู้ชายในสวนหรือไม่ก็พวกหนุ่มคนงานที่คู่ควร ตัดใจจากผมซะ อย่างไรผมก็ไม่มีวันแต่งงานกับคุณแน่”
“มันจะมากเกินไปแล้วนะ ฉันรู้ว่าคุณมันพวกอวดดีหยิ่งผยอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าคุณจะมาดูถูกฉันได้ คอยดู จำคำพูดของคุณไว้ คุณบอกจะไม่มีวันแต่งงานกับฉันใช่ไหม” หมอนทองเอ่ยด้วยท่าทีเอาเรื่อง
“ใช่” ปราชญ์ตอบเสียงดังฟังชัด
ฉันจะทำให้คุณถอนคำพูด คุณจะต้องแต่งงานกับฉัน จำไว้” หมอนทองตะโกนลั่นด้วยความมั่นใจเพื่อจะสยบท่าทีอวดดีของอีกฝ่าย
“ขอเตือนว่าอย่าเลย ไร้ประโยชน์” นักแสดงหนุ่มเชิดหน้า
“เรามาลองดูกัน จำไว้นะ ต่อจากนี้ ชีวิตคุณไม่สงบแน่” หมอนทองยิ้ม คำพูดของเขาทำให้เกิดแรงฮึดต้องการจะเอาชนะ คอยดูเถอะ เธอจะทำให้ผู้ชายคนนี้สยบแทบเท้าให้ได้
“คุณทำอะไรผมไม่ได้หรอก หมดธุระก็ควรจะกลับได้แล้ว และขอเตือนยอมรับข้อเสนอซะ กลับไปอยู่ในที่ทางของคุณมันคือสิ่งที่ดีที่สุด” ปราชญ์เอ่ยอย่างมาดมั่น เริ่มรู้สึกไม่พอใจหมอนทองเล็กน้อย
ผู้หญิงคนนี้พูดยากกว่าที่คิดแถมยังอวดดี กล้ามาประกาศว่าสักวันเขาจะต้องถอนคำพูด
ไม่มีทางเสียล่ะ และถึงจะสวยแค่ไหน แต่ถ้าอวดดีขนาดนี้ยิ่งไม่อยากอยู่ใกล้
เพราะคนอวดดีจะอยู่คู่กับคนอวดดีด้วยกัน โลกคงได้พังแน่งานนี้!
ตอนที่ 2
เริ่มปฏิบัติการก่อกวน
หน้าหญิงสาวที่เพิ่งปะทะคารมด้วยเมื่อช่วงหัวค่ำรบกวนสมาธิในการอ่านบทพอสมควร ปราชญ์อ่านบทละครที่เพิ่งส่งมาให้ไม่รู้เรื่องเลยสักบรรทัด เพราะมัวแต่คิดถึงใบหน้าแสนหวานรวมถึงท่าทางอวดดีนั่นด้วย
“ยายบ้า ทำไมต้องคิดถึงผู้หญิงที่มีความมั่นใจบ้าๆ คนนั้นด้วยนะ” นักแสดงหนุ่มบ่นด้วยความหงุดหงิด
เขาไม่เคยเสียสมาธิเพราะผู้หญิงคนไหนเลย แต่กับผู้หญิงที่เพิ่งพบกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมามันต่างกัน ริมฝีปากของเธออิ่มน่าจูบยามเมื่อเอื้อนเอ่ยวาจา
ให้ตายสิ ทำไมถึงต้องคิดอยากจะจูบคู่หมั้นน่าเมินคนนั้นด้วยนะ
“บ่นอะไรหรือครับ คุณปราชญ์” เสียงผู้จัดการส่วนตัวทำให้ชายหนุ่มละสายตาจากบทละครที่อ่านไม่รู้เรื่องทันที
“คุณภมรว่าผู้หญิงคนนั้นศัลยกรรมไหม”
“ใครครับ”
“ก็แม่คู่หมั้นผมไง”
“ไม่น่าจะทำนะครับ โครงหน้าของหนูหมอนยังเหมือนเดิม อย่างมากผมก็ให้แค่จัดฟันเท่านั้น ซึ่งก็ไม่น่าจะเป็นไปได้เพราะตอนอายุสิบห้าฟันของคุณหมอนทองสวยอยู่แล้ว อาจเป็นเพราะตอนนี้ผอมลงบวกกับการที่ดูแลตัวเองดี เลยทำให้ดูสวย จะว่าไปตอนนั้นถ้าตัดเรื่องอ้วนออก เธอก็เป็นเด็กสาวที่น่าสนใจมากนะครับ”
“เวลาแค่สิบสองปีเปลี่ยนผีให้กลายเป็นนางฟ้าได้จริงๆ เหรอ”
“คุณปราชญ์ก็พูดเกินไป เธอไม่ได้เป็นผีเสียหน่อย” ภมรยังคงแก้ตัวให้กับคู่หมั้นสาวที่เจ้านายไม่ต้องการต่อ
“ท่าทางคุณจะปลื้มแม่ทุเรียนหมอนทองมากนะ” นักแสดงหนุ่มประชดแบบอดไม่ได้
“ผมรู้จักและเห็นหนูหมอนมาตั้งแต่เด็กน่ะครับ เธอน่ารักน่าเอ็นดูเป็นเด็กมีน้ำใจ”
“ตอนเด็กดูบ๊องๆ พอโตมานิสัยนี้ก็ไม่เปลี่ยน ผู้หญิงคนนั้นกล้าต่อว่าผมอย่างไม่มีมารยาทแถมยังขู่ด้วย”
“แสดงว่าคุณคงไปพูดอะไรให้เธอไม่พอใจ”
“ผมว่าเราไม่ควรพูดถึงผู้หญิงคนนั้นอีก เพราะคุณไม่เข้าข้างผม” ปราชญ์ตัดบทเมื่อถูกย้อน ลุกขึ้นยืนคว้าบทละครเดินออกไปจากห้องนั่งเล่นทันที ปล่อยให้ผู้จัดการส่วนตัวมองตามด้วยรอยยิ้ม
หมอนทองโทรศัพท์เล่าทุกอย่างให้ยายฟังแบบไม่มีปิดบัง เรื่องนี้ยายต้องรู้เพราะมันเป็นเรื่องใหญ่มากและสิ่งที่ได้รับกลับมาคือ เสียงสบถด่าแบบชนิดที่ว่าแสบเข้าไปถึงทรวงเลยก็ว่าได้
“แล้วจะเอาอย่างไรต่อ” คุณนายก้านยาวถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย
“ยายไม่ต้องห่วง นี่หมอนทองหลานสาวคุณนายก้านยาว เรื่องแค่นี้ไม่ยอมอยู่แล้ว หนูจะทำให้ผู้ชายคนนั้นสยบแทบเท้าให้ได้ เมื่อเขายอมสารภาพว่ารักหนู หนูจะเชิดใส่แบบไม่ไยดีแล้วก็จะถอนหมั้นแบบสวยๆ” สาวสวยตอบด้วยความมั่นใจ
“มันต้องแบบนี้สิวะถึงจะสมเป็นหลานยาย จัดให้หนัก เอาให้ไอ้หน้าหล่อรู้ว่าอย่ามาดูถูกคนอย่างเรา”
“หนูทำแน่ แต่ยายห้ามเบรกนะ” คนเป็นหลานดักคอ
“คิดจะทำอะไรวะ”
“จะทำอะไรบางอย่างมันอาจจะต้องเสียชื่อบ้าง มันคุ้มถ้าสำเร็จ เชื่อสิ”
“แน่ใจนะว่าแค่เสียชื่อ ไม่มีเสียอย่างอื่นด้วย”
“ยาย สำหรับหมอนเสียตัวไม่ว่าแต่เสียหน้าไม่ได้”
คุณนายก้านยาวยกมือทาบอกเมื่อฟังสิ่งที่หลานสาวเพิ่งพูดจบ
“ไอ้บ้า จะมาเสียตัวไม่ว่าไม่ได้โว้ย บอกไว้ก่อนนะห้ามเสียตัวเด็ดขาด แล้วอย่าบอกนะว่าแกจะปล้ำเขา”
“หนูไม่ทำแบบนั้นหรอก ก็แค่พูดเปรียบเปรยเท่านั้น”
“โล่งอก อย่าทำอะไรให้คุณนายก้านยาวและตัวเองเสียชื่อเป็นอันขาด เข้าใจไหม”
“มันก็ต้องมีบ้าง เอาน่า จะพยายามไม่ให้เสียตัว” หมอนทองรักษาสัญญาอ้อมแอ้ม
“อย่ามาพูดว่าจะพยายาม สัญญามาว่าจะไม่เสียตัวเด็ดขาด” คุณนายก้านยาวคาดคั้นด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียด แอบกลัวใจหลานตัวเองจริงๆ หมอนทองเป็นหลานที่ดีเชื่อฟังนางทุกอย่างก็จริง แต่ถ้าถูกท้าทายแล้วก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อที่จะเอาชนะ
“อืม” หญิงสาวตอบสั้นๆ แล้วรีบชิงกดตัดสายไปเสีย เพราะไม่อย่างนั้นยายคงไม่ยอมหยุด
หมอนทองมองภาพถ่ายที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวัง ผู้ชายที่อยู่ในภาพคือชายในฝันตั้งแต่เด็กจนถึงตอนนี้ ผู้ชายคนเดียวที่หลงรักและปักใจว่าจะร่วมชีวิตด้วย ตอนเด็กๆ เธอชอบแอบมองเขาอยู่บ่อยๆ รู้สึกขอบคุณโชคชะตาด้วยซ้ำที่บ้านอยู่ใกล้กัน แถมคุณย่ากับคุณยายยังสนิทกันมาก เลยได้แอบมองบ่อยได้เท่าที่ต้องการ
แต่ปราชญ์ก็ทำให้ความหวังทั้งหมดพังทลายลงแบบไม่มีชิ้นดี นอกจากทำลายความหวังแล้ว คำพูดของเขายังทำลายความรู้สึกดีๆ ที่เคยมีให้จนหมดด้วย ตอนนี้ความรู้สึกเดียวที่มีคือต้องการชนะ หมอนทองจะต้องเอาชนะปราชญ์ให้ได้
ผู้ชายคนนั้นจะต้องมาคุกเข่าขอความรัก จากนั้นเธอจะเขี่ยทิ้งแบบไม่ใส่ใจอีกต่อไป หญิงสาวหยิบโทรศัพท์มือถือกดตัวเลขที่ต้องการและยิ้มเช่นคนมีแผนร้าย
หมอนทองยิ้มสู้แสงแฟลชและบรรดานักข่าวร่วมสามสิบชีวิตที่นั่งอยู่ตรงหน้า ทุกคนมาพร้อมกันเนื่องจากเมื่อวานเธอโทรศัพท์ไปหาเพื่อนสนิทที่ทำงานอยู่ฝ่ายข่าวบันเทิงชื่อดัง ขอให้สร้างกระแสเรื่องของเธอกับคู่หมั้นปากเสียเพื่อให้น่าสนใจ จนเกิดการนัดสัมภาษณ์ใหญ่เรื่องการหมั้นของปราชญ์ ปริยาภัสร์สกุล ในวันนี้ขึ้น
ภาพถ่ายในงานหมั้นของเธอกับเขาเมื่อสิบสองปีก่อนบวกกับภาพความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวโดยเฉพาะยายกับย่านั้น เรียกเสียงฮือฮาให้กับบรรดานักข่าวได้เป็นอย่างดี อีกทั้งแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายก็บอกได้ว่าทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
“ทำไมคุณถึงเพิ่งมาแถลงข่าวเรื่องนี้คะ” นักข่าวคนหนึ่งเอ่ยถาม
“จะว่าไปก็อยากจะแถลงนานแล้วค่ะ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้คุณปราชญ์ทำงานหนักมาก บวกกับตัวดิฉันเองก็ค่อนข้างจะวุ่นวายกับงานเลยไม่มีเวลา ตอนนี้พอมีเวลาและจังหวะเหมาะ เลยตัดสินใจบอกข่าวดีนี้กับพี่ๆ สื่อค่ะ” หมอนทองตอบเสียงหวาน
“แล้วคุณปราชญ์ไม่ว่าหรือคะ”
“ไม่หรอกค่ะ จะว่าทำไมในเมื่อเป็นเรื่องจริง”
“การที่คุณออกมาให้ข่าวแบบนี้ เพราะมีข่าวกุ๊กกิ๊กของเขากับนักแสดงสาวอีกคนด้วยหรือเปล่าคะ” นักข่าวอีกคนถามต่อ หมอนทองยิ้มเล็กน้อยพร้อมทั้งจิกตามองกล้องแบบมั่นใจ
“ข่าวอย่างไรก็เป็นแค่ข่าว เขาจะไปกุ๊กกิ๊กกับผู้หญิงคนอื่นได้อย่างไรในเมื่อมีคู่หมั้นอย่างฉันอยู่แล้ว แต่บางทีเป็นข่าวแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะบรรดาแฟนคลับคงจะได้รู้ว่าเป็นได้เพียงคู่จิ้นแต่ไม่ใช่คู่จริง” สาวสวยยิ้มเย็น
“แล้วจะมีข่าวดีกันเมื่อไหร่คะ”
“ตารางงานของคุณปราชญ์ค่อนข้างแน่น คงต้องให้เขาจัดการให้เรียบร้อย จริงๆ แล้วฉันเองก็ไม่ได้รีบร้อนนะคะ แต่ญาติของเราอยากให้แต่งงานกันเสียทีเพราะหมั้นกันมานานแล้ว” หมอนทองยังคงพูดด้วยท่าทางที่มั่นใจ
การสัมภาษณ์ของหมอนทองทำให้ปราชญ์ที่กำลังจิบกาแฟอยู่แทบจะสำลัก เขาเพ่งสายตามองหน้าจอโทรทัศน์และฟังสิ่งที่ให้สัมภาษณ์ด้วยสายตาที่เครียดจัด ที่สำคัญตอนนี้ข่าวมันออกตามช่องต่างๆ แล้วด้วย
“คุณปราชญ์ครับ” ภมรวิ่งเข้ามาในห้องนั่งเล่นด้วยสีหน้าที่ตื่นตกใจ แต่แล้วก็หยุดพูดเมื่อเห็นสัญลักษณ์ทางมือที่เจ้านายทำ
“ผมดูและฟังอยู่” ริมฝีปากได้รูปเม้มแน่นบ่งบอกได้ถึงอารมณ์ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี
“ให้ตายสิ ยายตัวแสบนั่นทำอะไรลงไป” สีหน้าและน้ำเสียงปราชญ์เครียดอย่างเห็นได้ชัด ภมรเองก็เครียดไม่แพ้กันเพราะคิดไม่ถึงว่าหมอนทองจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่ได้ขนาดนี้
“คุณจะทำอย่างไรต่อครับ” ภมรรับโทรศัพท์และตอบปฏิเสธไปแบบสุภาพหลายต่อหลายครั้งจนสุดท้ายตัดสินใจปิดเครื่อง
“บรรดานักข่าว รายการโทรทัศน์รวมทั้งหนังสือพิมพ์อยากจะขอสัมภาษณ์ครับ” คำพูดนั้นยิ่งทำให้นักแสดงหนุ่มหงุดหงิดมากขึ้น เขาอยากจะบ้าตาย ผู้หญิงคนนั้นสร้างเรื่องวุ่นวายเข้าให้แล้ว
“ยังไม่ให้สัมภาษณ์อะไรทั้งนั้น ตอนนี้คุณภมรต้องติดต่อยายตัวแสบนั่น ดูเหมือนว่าเราคงต้องคุยกันอย่างจริงจังแล้ว” แต่ยังไม่ทันจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์มือถือของปราชญ์ก็ดังขึ้น ชื่อที่ขึ้นหน้าจอทำให้เขากรอกตาไปมา แต่ก็ยอมกดรับโดยดี
“ปราชญ์คะ ฉันเพิ่งเห็นภาพข่าว คุณมีคู่หมั้นแล้วเหรอคะ” เจ้าของเสียงที่ถามมานั้นคือพิชญา อมรกุลนักแสดงสาวสวยที่มีข่าวด้วยกันตอนนี้ อีกทั้งเธอยังเป็นคู่ขวัญในการแสดงอีกด้วย
“ครับ” ชายหนุ่มตอบตามตรง
“แล้วข่าวของเราล่ะคะ ทางผู้ใหญ่อยากให้เราเป็นคู่จิ้นกัน พอมีข่าวแบบนี้ กระแสของเรามันจะหมดไหมคะ” นักแสดงสาวสวยเอ่ยถามด้วยความกังวล เธอไม่ได้อยากเป็นแค่คู่ขวัญหรือคู่จิ้นในจอ แต่อยากพัฒนาความสัมพันธ์ให้มากกว่านี้ และที่ผ่านมาปราชญ์เองก็ดูมีใจให้ แต่กลับมามีข่าวเรื่องการหมั้นหมายมันเท่ากับว่าเป็นการดับฝัน
“เอาเป็นว่าเดี๋ยวค่อยคุยกัน ตอนนี้ผมมีเรื่องที่ต้องจัดการ” ชายหนุ่มตัดบทเอาดื้อๆ โดยไม่สนว่าคนที่ปลายสายจะหงุดหงิดหรือขัดเคืองใจ ตอนนี้เขาต้องจัดการแก้ปัญหาที่ยายคู่หมั้นตัวแสบสร้างไว้เสียก่อน
“คุณภมร ทำอย่างไรก็ได้ให้ผมได้พบแม่คู่หมั้นตัวแสบให้เร็วที่สุด”
“ผมจะลองติดต่อดูครับ”
“ผมย้ำว่าเร็วที่สุด วันนี้เลยยิ่งดี” ปราชญ์ย้ำอย่างหนักแน่น ภมรรับคำแล้วรีบจัดการทันที
หมอนทองนั่งอมยิ้มเมื่อได้รับโทรศัพท์จากผู้จัดการส่วนตัวของปราชญ์ เธอฟังภมรเล่าถึงปฏิกิริยาคู่หมั้นด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่มีท่าทีวิตกกังวลเลยแม้แต่น้อย
“หนูยังไม่ว่างค่ะ ช่วงนี้เดินสายให้สัมภาษณ์หลายที่” หญิงสาวตอบอย่างใจเย็นยิ้มให้เพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆ แบบรู้กัน
“แต่คุณปราชญ์ต้องการพบหนูหมอนให้เร็วที่สุดนะครับ” ภมรพยายามอย่างที่สุดแล้ว
หมอนทองยิ้ม นี่แหละสิ่งที่เธอต้องการ
“หนูฝากคุณลุงภมรไปบอกเขาได้ไหมคะ”
“ฝากอะไรครับ”
“บอกเขานะคะว่าคนเราต้องรู้จักอดทน ถ้าเขาอยากพบหมอนก็ต้องรู้จักรอ หมอนรอมาได้ตั้งสิบสองปี คุณปราชญ์ของลุงภมรรอหมอนแค่ไม่กี่วันคงไม่ถึงกับตายใช่ไหมคะ”
“หนูหมอน ลุงขอร้องอย่าทำแบบนี้ คุณปราชญ์ไม่ใช่คนที่จะมางัดข้อด้วยง่ายๆ” ภมรเตือน
“หนูไม่ได้งัดข้อค่ะ แต่นี่คือการเปิดศึก หนูจะทำสงครามกับเขา เอาเป็นว่าถ้าหนูอยากคุยเมื่อไหร่จะติดต่อกลับไปเอง ขอโทษที่ทำให้คุณลุงภมรต้องลำบากใจ แต่สิ่งที่เขาทำมันทำให้หนูสาบานกับตัวเองว่า จะไม่ยอมปล่อยให้เขามีความสุขแน่ แค่นี้นะคะคุณลุง” หมอนทองกดตัดสายทันที
“ทำอย่างนี้จะดีเหรอ เขาจะยอมสยบแกเหรอ” แอนนานักข่าวสายบันเทิงชื่อดังถามด้วยความเป็นห่วง
เธอกับหมอนทองเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ประถม ดังนั้นจึงสนิทสนมรู้อกรู้ใจกันเป็นอย่างดี เรื่องของการแถลงข่าวก็เป็นเธอนี่แหละ ที่ช่วยตามบรรดานักข่าวสายบันเทิงมาและสร้างข่าวเสียใหญ่โตแบบที่เป็นอยู่ในตอนนี้
“ดีสิ ทำแบบนี้แหละ เขาจะต้องรู้ว่าอย่าคิดมาดูถูกคนอย่างหมอนทองเจ้าแม่สวนทุเรียน” หมอนทองหยิบน้ำแตงโมมาดื่มอย่างสบายใจ
“ไอ้หมอน แกตั้งใจจะเอาชนะเขาจริงๆ ใช่ไหม”
“ใช่ ผู้ชายคนนั้นจะต้องรับผิดชอบคำพูดที่ดูถูกฉันไว้”
“สมมุติว่า ถ้าเขาเปลี่ยนใจมาขอแกแต่งงานล่ะ” แอนนาถามต่อ
“ฉันก็จะสะบัดบ๊อบใส่แบบเชิดๆ และหาแฟนใหม่ หรือไม่ก็ตอบรักเจ้าของสวนทุเรียนสักคน คนอย่างหมอนทองฆ่าไม่ง่ายและหยามไม่ได้ด้วย” หมอนทองยิ้มอย่างสบายใจ
“เอาไงก็เอา ฉันอยู่ข้างแก” แอนนาไม่มีอะไรจะพูดนอกจากเอาใจช่วย
“ขอบใจมากนะแอนนา เรื่องนี้ถ้าไม่ได้แก ฉันคงไม่ได้เป็นข่าวดังแบบนี้หรอก”
“ทำไงได้ ดูถูกเพื่อนฉันก็เหมือนดูถูกฉันด้วย แต่แกต้องระวังตัวหน่อยนะ เขามีข่าวกับดาราหญิงคนหนึ่ง ระวังแฟนคลับจะไม่พอใจ” แอนนาเตือนด้วยความหวังดี
“พิชชี่ พิชญา” หมอนทองพอรู้มาบ้าง
“ใช่ แม่คนนี้ต่อหน้าสื่อดูเรียบร้อยแต่ตัวจริงร้ายมาก แกต้องระวังตัว มีข่าววงในลือกันว่าแม่คนนี้พยายามจะจับคุณปราชญ์จริงๆ ไม่ได้อยากเป็นแค่คู่จิ้น คิดดูถึงขนาดยอมลงทุนซื้อบ้านที่อยู่ห่างจากบ้านผู้ชายแค่สองซอย”
“นี่หมอนทองนะ ไม่ต้องห่วง” ยิ่งฟังแบบนี้แล้วหมอนทองยิ่งมีแผน รับรองเลยว่าแซ่บอย่าบอกใคร