ตอน 1

มารยายั่วรัก เคยออกกับสนพ.มาแล้วนะคะ ตอนนี้ลงให้อ่านในฉบับปรับปรุงแก้ไขสำนวนที่ยังบกพร่องค่ะ สำหรับพล็อตและการดำเนินเรื่องไม่ได้ปรับแก้ไขแต่อย่างใด อาจมีการเปลี่ยนเนื้อหาในบางส่วนให้สมเหตุสมผลมากยิ่งขึ้นค่ะ สำหรับเรื่องนี้อาจจะไม่ดีเท่างานปัจจุบันนะคะ แต่พยายามแก้ออกมาให้ดีที่สุดค่ะขอบพระคุณมากค่ะ

/

/

/

บทนำ

แสงไฟสลัว ๆ ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดกลางดูเงียบสงบไร้เสียงพูดคุยมีเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกและเสียงกำไลที่ดังขึ้นเป็นระยะจากการสลับเรียบไพ่ ใบหน้าเหี่ยวย่นของหญิงสาววัยกลางคนถูกแต้มแต่งด้วยเครื่องสำอางจับจ้องมองแม่หมอตรงหน้าที่ก้มหน้าพลิกไพ่ยิปซีแต่ละใบอย่างใจจดใจจ่อ พลางระแวงกลัวผลที่จะออกมาไม่ดี

สายตาเริ่มแสดงถึงความกังวล นิ้วเรียวที่มีรอยเหี่ยวย่นจิกบนกระเป๋าหนังราคาแพง เมื่อเห็นแม่หมอส่ายหน้าด้วยความเครียดพร้อมก้มมองไพ่สิบใบที่ถูกพลิกออกมาถูกจัดเรียงตามตำราอย่างเรียบร้อย

“เป็นอย่างไรบ้างคะ”

เพ็ญรตีถามด้วยน้ำเสียงร้อนใจ เมื่อเห็นสีหน้าของอีกฝ่าย

“ผลทำนายของลูกชายคุณ”

“ลูกชายของดิฉัน....”

เพ็ญรตีถาม พลางมองหน้าแม่หมออย่างรอคำตอบ เธออยากรู้ว่าชะตาของลูกชายว่าเป็นอย่างไร เพราะกำลังอยู่ในช่วงวัยเบญจเพสพอดี

“ลูกชายของคุณอาจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เกิดขึ้นกับเขา ทั้งดีและไม่ดี”

“เรื่องอะไรคะ” หล่อนถามอย่างสงสัยพลางจ้อมองรอคำตอบด้วยความหมาดกลัว ทว่าแม่หมอกลับส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“เขาจะพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ ที่คุณไม่อาจแก้ไขได้ เรื่องอื่นนอกจากนี้ฉันไม่อาจบอกได้”

เมื่อได้ยินเพ็ญรตีมีสีหน้ากังวลคิดห่วงลูกชาย “แม่หมอบอกหน่อยไม่ได้หรอ ฉันจะได้ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้น ”

เพ็ญรตีถอนหายใจออกมาเมื่อได้รับคำตอบเป็นการส่ายหน้าแทนคำพูด “แม่หมอคะ”

“ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดไว้แล้ว...”

ฝนตกฟ้าร้องอย่างหนักในยามเย็น แสงอาทิตย์ค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปตามเวลา รถยนต์แล่นอยู่บนท้องถนนนอกตัวเมืองด้วยความเร็วสูง เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นติดต่อกันหลายครั้ง หญิงสาวเจ้าของใบหน้าหวานชำเลืองมอง พร้อมเอื้อมมือไปหยิบขึ้นมา นิ้วเรียวกดรับโทรศัพท์ที่หน้าจอก่อนจะเสียบบูลทูธที่หูขึ้นพร้อมยิ้มกว้างอย่างมีความสุขเมื่อรู้ว่าคนปลายสายคือใคร

[มนต์อยู่ไหนครับ ภัทรเป็นห่วง]

น้ำเสียงทุ้มจากปลายสายเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง

“ใกล้เข้าเมืองแล้วค่ะ ภัทรไม่ต้องห่วงมนต์นะ มนต์มาบ่อยค่ะ” สายตาจับจ้องมองไปที่ท้องถนน พลางยิ้มอย่างมีความสุข นึกถึงเมื่อได้กลับไปพบคนรัก

[จะให้ภัทรไปรับไหมครับ]

“ไม่ต้องหรอก อีกแค่สองสามชั่วโมงมนต์ก็ถึงแล้วค่ะ”

[มนต์ แต่ภัทรว่า ...]

“ภัทรไม่ต้องห่วงมนต์นะ”

[ครับ งั้นขับรถดี ๆ นะ ภัทรรอมนต์อยู่นะ]

“ค่ะ แล้วพบกันนะคะ”

[ครับ]

ทันทีที่วางสาย มือซ้ายแกะบูลทูธออกวางไว้ที่เดิมดวงตากลมเบิกกว้างมองไปยังถนนกว้างด้วยความตกใจ รถบรรทุกขนาดสิบล้อขับมาด้วยความเร็วสูง ตัวรถเซไปเซมาทำให้เบี่ยงหลบไม่ทัน หญิงสาวกำพวงมาลัยรถแน่นด้วยความกวาดกลัว ไม่ละพยายามบิดหักคันรถหลบรถบรรทุกขนาดใหญ่ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาทว่ากลับไม่ทันเสียแล้ว

“ กรี๊ดดดดด !”

โครม !!

/

/

/

/

เรื่องนี้เเนวโรเเมนติกดร่ามาพาฟันนะคะ พระเอกสายอ่อย นางเอกสายอ่อยจ้า !

ตอน 2

THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

Chapter 1

แสงไฟสลัวภายในห้องนอนขนาดใหญ่ ร่างของชายหนุ่มนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียง ใบหน้าคมเต็มไปด้วยเหงื่อที่ไหลซึมออกมา เปลือกตาบีบหนารัดแน่น มือเกร็งยกขึ้นเพื่อคว้าบางสิ่งที่กำลังเดินจากไป

“มนต์ อย่าไปจากภัทร”

ชายหนุ่มละเมอพร้อมยกมือขึ้นโดยที่ไม่รู้ตัว

“มนต์ กลับมา กลับมา !”

เขาสะดุ้งตื่นขึ้นพร้อมเสียงลมหายใจหอบ สายตาคมมองไปรอบ ๆ ห้องที่คุ้นเคย ยกมือขึ้นลูบใบหน้าที่เปียกเต็มไปด้วยเหงื่ออย่างเหนื่อยล้า

ฝันถึงอีกแล้ว ความเจ็บปวดยังคงซ้ำเหมือนเดิมไม่มีวันหาย อีกแค่วันเดียวทำไมสวรรค์ถึงกลั่นแกล้งแบบนี้ ทำไมต้องพรากพิศชามนต์ไปด้วย

งานแต่งงานถูกจัดเตรียมมาเป็นอย่างดีร่วมสามเดือนขาดแต่เพียงเจ้าสาวในวันแต่งงาน จากงานแต่งกลับกลายเป็นงานอำลา ถ้าคืนนั้นไม่เกิดขึ้น ในเวลาแบบนี้เขาคงกอดพิศชามนต์อยู่ในอ้อมกอดทุกคืน ชายหนุ่มค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นจากเตียง สองเท้าก้าวยาวเดินตรงไปที่ห้องน้ำ

สายน้ำจากฝักบัวค่อยไหลสู่ร่างกายแกร่งผิวสองสี ยกมือลูบใบหน้า

ก่อนจะเอื้อมมือไปปิดฝักบัว กำปั้นแขนซ้ายยกขึ้นทุบกำแพงอย่างแรง หยดน้ำตาของลูกผู้ชายค่อย ๆ ไหลออกมา ห้าปีผ่านมาแล้ว แต่ก็ยังทำใจรับกับการจากไปของคนรักไม่ได้ การจากไปที่ไม่คิดว่าจะเกิดขึ้น...

ณัฐภัทรเดินลงมาจากบันไดด้วยสีหน้าที่หม่องคล้ำเช่นทุกวัน สองเท้าตรงไปที่โต๊ะอาหารแล้วนั่งลง เอื้อมมือไปหยิบหนังสือพิมพ์ที่วางอยู่เปิดอ่าน เพ็ญรตีมองใบหน้าคมลูกชายด้วยความเป็นห่วงและอดที่จะต่อว่าไม่ได้

“แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้หาลูกสะใภ้ใหม่ได้แล้ว นี่มันก็ผ่านมาห้าปีแล้วนะ แม่หาให้ภัทรก็บอกว่าไม่ชอบ บอกให้หาเองภัทรก็บอกว่ายังไม่พร้อม” เพ็ญรตีเอ่ยขึ้น เพราะตลอดที่ผ่านมาห้าปีเธอพยายามทาบทามลูกคุณหนูของเพื่อนสนิทให้หลายต่อหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จสักครั้ง

“ไม่ว่านานแค่ไหน ผมก็ไม่มีวันลืมมนต์ได้หรอกครับแม่” เขากล่าวตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและคิดถึงคนรักที่จากไป

“แล้วเมื่อไหร่จะมีเหลนให้ย่าสักที”

ณัฐภัทรหันไปมองย่าและบิดาก้าวเข้ามาพร้อมนั่งลงบนโต๊ะอาหาร

“ผมยังทำใจไม่ได้ครับ” คำตอบที่ดูเหมือนคนหมดหวัง แต่คนเป็นย่าเมื่อฟังแล้วถึงกับโมโหขึ้นทันที

“ไม่ได้ ! ห้าปี มันนานเกินไปแล้ว จะให้ย่านอนตายตาหลับได้ยังไง” ณัฐภัทรยังคงนิ่งสงบ

“คุณแม่คะใจเย็น ๆ ค่ะ”เพ็ญรตีพูดห้ามด้วยความห่วง

“ใจเย็น ฉันเย็นมามากพอแล้ว ! ต่อไปนี้จะไม่มีอีก !”

จินดารัตน์ผู้เป็นย่าพูดด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราด หากเต็มไปด้วยความห่วงหลานชายไม่แพ้กัน

“คุณแม่คะ”เพ็ณรตีเรียก

“ไม่ต้องเข้าข้างเลย แม่เพ็ญรตี” เงียบไร้เสียงตอบ

“วันนี้ไปกับย่า มีนัดดูตัว”

ณัฐภัทรถึงกับมองด้วยสีหน้าไม่พอใจ ไม่ว่าอีกสักร้อยครั้ง พันครั้งก็

ไม่มีผู้หญิงคนไหนสามารถแทนพิศชามนต์ได้ !

“ผมไม่ไป วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของมนต์ ผมคงไปกับคุณย่า

ไม่ได้หรอกครับ” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งปนเศร้า

“หึ !”

“ถ้าเป็นวันนี้ยังไงก็เป็นคำตอบเดิม เพราะผมถือว่าคุณย่ารู้อยู่แล้ว” เขาตอบก่อนจะลุกเดินออกจากโต๊ะอาหารไป ทั้งที่อาหารเช้ายังคงเต็มจานอยู่เหมือนเดิม

ใบหน้าเหี่ยวย่นของจินดารัตน์เต็มไปด้วยความโกรธ มองหลานชายเดินออกไปจนลับสายตา ก่อนจะหันมามองหน้าลูกชายและลูกสะใภ้ด้วยความขุ่นเคือง

“ดูสิ...แม้แต่ฉันยัง...” จินดารัตน์พูดด้วยน้ำเสียงที่โมโห

“คุณแม่ครับ ก็เจ้าภัทร มันดื้อจะตายคุณแม่ก็รู้นี่ครับ แล้วนี่นัดเขาแล้วไม่ไปจะไม่น่ารังเกียจหรอครับแม่” ทศวรรษรู้ว่าหลังจากลูกชายเสียคนรักไปเมื่อห้าปีก่อน ก็ไม่คิดที่จะมองผู้หญิงคนไหนอีกเลย แม้กระทั่งนัดดูตัวกับฝ่ายหญิงเพื่อหาลูกสะใภ้เข้าบ้านแต่ก็ไม่ได้ผล ในทางกลับกัน ลูกชายเขายิ่งไม่ยอมฟังเข้าไปใหญ่ ทุกคนในครอบครัวก็ต่างเข้าใจว่าทำใจไม่ได้ แต่นี่นานเกินมากพอแล้ว

“ฉันพูดเล่นเฉย ๆ ยังไงก็รู้ว่าเจ้าภัทรไม่ยอมไปอยู่แล้ว” จินดารัตน์ถอนหายใจออกมาแล้วพูดต่อไปว่า “แต่เราจะต้องหาวิธี !”

ลูกชายและลูกสะใภ้หันมามองเป็นตาเดียวด้วยความสงสัย

“เราหรือคะคุณแม่” เพ็ญรตีถาม ไม่คิดว่าครั้งนี้แม่สามีจะเป็นคนเอ่ยปากหาคู่ให้ลูกชายเธอด้วยตัวเอง

“ก็ใช่นะสิ จะใครที่ไหน” จินดารัตน์ตอบ สายตาบ่งบอกถึงความตั้งใจเป็นที่สุด หากแต่ลูกชายและลูกสะใภ้กลับมองหน้ากันทำตาปริบ ๆ

จะรอดไหมงานนี้ ! เพราะหลายครั้งที่ผ่านมาล้มเหลวไม่เป็นท่า

“งั้นผมไปงานมอเตอร์โชว์ก่อนนะครับ”

ทศวรรษพูดพร้อมลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร คนเป็นแม่ได้ยินแล้วเฉย ๆ แต่คนเป็นภรรยาได้ยินถึงกับควันออกหู

“คุณจะไปหาเด็กสาว ๆ ใช่ไหม !” เพ็ญรตีรีบพูดดักคอสามี

“เปล๊า ผมก็แค่ไปดูรถ ไอ้พริตตงพริตตี้ไม่เคยมองสักครั้ง”

ทศวรรษตอบเสียงสูงพร้อมส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว

“ไม่มองแต่จ้องซะนาน คุณคิดว่าฉันไม่รู้หรือไง ! หา !”

เพ็ญรตีเดินเข้าไปลากหูของคนเป็นสามีนั่งลงกับโต๊ะ

“โอ๊ย ! เจ็บนะคุณ ” ทศวรรษร้องอวดโอย

“กินข้าวซะ ไม่ต้องไปกินอาหารตา !”

จินดารัตน์ส่ายหน้าหัวเราะ ทว่าถ้าไปงานมอเตอร์โชว์ล่ะก็ จะมีลูกคุณหญิง คุณนายสวยๆ ถ้าเกิด ... ได้มาเป็นหลานสะใภ้สักคน ก็คง ...

“ฉันจะไปงานมอเตอร์โชว์” เสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นด้วยความแน่วแน่ ทศวรรศและเพ็ญรตีหันมามองพร้อมกันด้วยความสงสัย

“คุณแม่จะไปทำไมคะ” เพ็ญรตีถามด้วยความสงสัยเพราะตั้งแต่เธอมาเป็นลูกสะใภ้เธอไม่เคยเห็นแม่สามีออกปากไปงานมอเตอร์โชว์สักครั้ง

“ฉันจะไปหาลูกสะใภ้ !” จินดารัตน์ตอบ

“หาลูกสะใภ้ !” ทศวรรษและเพ็ญรตีอุทานพร้อมกัน มองใบหน้าของผู้เป็นแม่ยิ้มออกมาอย่างมีแผน

“ใช่แล้ว !”

“เออ... แล้วคุณแม่คงไม่เอาพริตตี้มาเป็นลูกสะใภ้หรอกนะคะ” เพ็ญรตีถามอย่างกล้ากลัว ๆ

“ใครจะไปเอา ฉันจะไปดูว่าคุณหญิงคุณนายมาบ้างไหมจะได้ทาบทามได้” จินดารรัตน์พูด มองหน้าลูกสะใภ้พลางนึกถึงคิดในใจเงียบ ๆ

“อ้อ เพ็ญก็นึกว่าคุณแม่ ...”

“แต่ฉันว่าจะเป็นพริตตี้ก็ดีนะ” จินดารัตน์เผลอพูดความคิดของเธอออกมาอย่างพอใจ แต่คนเป็นลูกสะใภ้กลับร้องห้ามทันที

“ไม่ได้นะคะคุณแม่ ผู้หญิงพวกนั้นไม่คู่ควรกับตาภัทรค่ะ” น้ำเสียงดูแคลนของเพ็ญรตี ทำให้จินดารัตน์มองหน้าด้วยความไม่พอใจ

เธอต้องการที่ให้ลูกชายของเธอแต่งงานกับผู้หญิงที่ดีพร้อมเท่านั้น !

“ถึงจะเป็นผู้ดีตระกูลสูงหรือจน ฉันก็ยินดีรับเป็นหลานสะใภ้ หากทำให้เจ้าภัทรยอมแต่งงานด้วย !”

เสียงตะโกนเรียกจากด้านล่างของผู้เป็นแม่ดังขึ้น หญิงสาวใบหน้าสวยที่หลับใหลอยู่บนเตียงขนาดกลางค่อย ๆ ปรือตาขึ้นด้วยความรำคาญ

จากเสียงรบกวน มือขวายกขึ้นบังแสงแดงที่ส่องผ่านม่านเข้าแยงตา ก่อนจะขยับตัวลุกขึ้นนั่งพร้อมขยี้เส้นผมสีน้ำตาลไหม้อย่างงัวเวีย

เช้าอีกแล้วทำไมเวลานอนช่างสั้นแบบนี้นะ

“ยัยณินท์ทานข้าวได้แล้ว” เสียงผู้เป็นแม่ตะโกนดังจากข้างล่าง

“ค่า” จิรภาณินท์ตะโกนตอบ เธอขยับตัวลุกขึ้นจากเตียงพลางถอนหายใจออกมาพร้อมหยิบผ้าเช็ดตัวเดินเข้าไปที่ห้องน้ำ

เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำ สองเท้าเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะเลือกหยิบชุดเดรสสีดำ ออกมาเพื่อสวมใส่ เป็นวันที่น่าเบื่อสำหรับเธออีกวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่สุจริต ใช่ว่าเธออยากจะทำแต่เพราะได้เงินดี งานสมัยนี้หายากจะตายไป ยิ่งสำหรับเธอแล้วถึงแม้ว่าจบมาได้สองปีแต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำงานแบบนี้ต่อ ทั้งที่งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่เธอเลือกเรียนจบมาแม้แต่น้อย เพราะเธอเคยสมัครงานไปแล้วแต่ไม่มีการเรียกตัวเธอเข้างานทำรอแล้วรออีก ให้ทางบริษัทเรียกตัวเธอแต่กลับไม่มีวี่แววถึงสามเดือน

ตอน 3

THE ILLUSION OF LOVE มารยายั่วรัก

Chapter 2

เวลาผ่านไปไม่ถึงสิบห้านาที หญิงสาวเดินออกจากห้องน้ำ สองเท้าเดินตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าก่อนจะเลือกหยิบชุดเดรสสีดำ ออกมาเพื่อสวมใส่ เป็นวันที่น่าเบื่อสำหรับเธออีกวัน ถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่สุจริต ใช่ว่าเธออยากจะทำแต่เพราะได้เงินดี งานสมัยนี้หายากจะตายไป ยิ่งสำหรับเธอแล้วถึงแม้ว่าจบมาได้สองปีแต่เธอก็ยังเลือกที่จะทำงานแบบนี้ต่อ ทั้งที่งานนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสาขาที่เธอเลือกเรียนจบมาแม้แต่น้อย เพราะเธอเคยสมัครงานไปแล้วแต่ไม่มีการเรียกตัวเธอเข้างานทำรอแล้วรออีก ให้ทางบริษัทเรียกตัวเธอแต่กลับไม่มีวี่แววถึงสามเดือน

พริตตี้ งานที่เธอทำอยู่ในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะเปลืองตัวไปสักหน่อย แต่ก็ยังดีกว่านั่งรอหางานที่ไม่มีวันจะได้สักที และวันนี้ก็เป็นวันที่ต้องไปงานมอเตอร์โชว์ ถ้าแม่ของเธอเห็นว่าเธอต้องแต่งตัวโป๊คงจะได้โดนบ่นอีกแน่

จิรภาณินท์หยิบเครื่องสำอางเติมแต่งบนใบหน้าบาง ๆ ก่อนจะหมุนตัวรอบกระจกเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง หญิงสาวหยิบกระเป๋าสะพายสีแดงเข้ากับชุดเดรสขึ้นมาพร้อมเดินออกจากห้องไป

เสียงฝีเท้าก้าวลงบันได ก่อนหยุดชะงักลงเมื่อเห็นผู้เป็นแม่มองด้วยสายตาขุ่นเคือง

“ณินท์แม่บอกกี่ครั้งแล้วใช่ไหม ว่าเลิกทำงานแบบนี้สักที”

หญิงสาวยิ้มรับก่อนจะวิ่งลงมากอดผู้เป็นแม่ด้วยรัก

“โธ่แม่ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย ณินท์ไม่ได้ไปทำอะไรผิดกฎหมายสักหน่อยนี่คะ อีกอย่างณินท์ขับรถไปเอง แม่ไม่ต้องห่วงณินท์หรอกนะคะ” สายพิรุณคนเป็นแม่ดันลูกสาวออกมองหน้าด้วยความลำบากใจ

“ถ้าพ่ออยู่ คงไม่ให้เราทำแบบนี้หรอก ดูสิ ! ดูแต่งเนื้อแต่งตัว...”

“แม่คะ ณินท์เข้าใจค่ะ แต่ว่ามันเป็นงานที่ได้เงินดีนะคะ”

“เลิกทำงานแบบนี้ไม่ได้เหรอ”

สายพิรุณพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วง อยากให้ลูกสาวคนเดียวเลิกทำงานที่ต้องเปลืองเนื้อเปลืองตัวแบบนี้

“ได้ไหม” คนเป็นแม่ถามย้ำอีกครั้งเพื่อรอฟังคำตอบ จิรภาณินท์ได้แต่ก้มหน้านิ่งเงียบไม่ยอมรับปาก สีหน้าเริ่มแสดงถึงความลำบากใจ ไม่รู้ว่าจะเริ่มพูดยังไงให้มารดาเข้าใจ งานที่ทำไม่ใช่งานขายร่างกายสักหน่อย

“ณินท์”

“แม่คะ ณินท์ว่าเราค่อยคุยเรื่องนี้ดีกว่านะคะ วันนี้ณินท์มีงานค่ะ” เมื่อพูดจบหญิงสาวก้าวเท้าออกจากบ้านไปทันที แต่หัวใจของเธอก็เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่ต้องคอยปัดหลีกอยู่ตลอดเวลา บางทีถึงเวลาที่เธอต้องหางานใหม่ทำแล้วจริง ๆ ก็เป็นได้

รถยนต์คันหรูหยุดจอด ชายหนุ่มเปิดประตูลงขณะหันไปมองรอบสุสานทุกครั้งที่มาถึงเขาไม่เคยลืม ห้าปีที่ผ่านมาเป็นเวลาแสนจะยาวนาน ทุกวันที่เคยมีความสุข แต่เวลานี้...ว่างเปล่า ทั้งหัวใจและคนที่เขารัก

สายลมอ่อน ๆ พัดในยามเช้า แสงแดงส่องเข้าที่ใบหน้าด้านขวาของเขา สองเท้าก้าวเดินไปยังสนามหญ้า มือแกร่งถือช่อดอกไม้ในมือด้วยความทะนุถนอม เพียงแค่ไม่นานเขาก็มาถึงหน้าสุสานของพิศชามนต์

ชายหนุ่มย่อตัวนั่งลง ฝ่ามือเอื้อมไปลูบชื่อที่สลักหน้าสุสานไปมาอย่างเชื่องช้า ไม่ต้องจดจำเพราะเขาจะไม่มีวันลืม

“มนต์ ภัทรมาหานะ” เสียงสั่นเอ่ยเบา ๆ ใบหน้าคมเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ไม่ว่านานแค่ไหน เขาจะรักพิศชามนต์เพียงคนเดียว

“มนต์ ภัทรคิดถึงมนต์นะ”

เวลานี้สมองเขากำลังนึกถึงเรื่องราวที่งดงามในอดีต เสียงหัวเราะที่คุ้นเคย รอยยิ้มที่ทำให้หัวใจอบอุ่นตั้งแต่ครั้งแรกที่พบ

พิศชามนต์กับเขาคบหาเมื่อเรียนอยู่มหาวิทยาลัย ถึงแม้ว่าจะไม่ใช่รักครั้งแรก แต่ก็มั่นใจว่าพิเธอเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมทั้งครอบครัว ฐานะและการศึกษา ห้าปีกว่าปีที่รู้จักคบหากัน นานพอที่จะตัดสิ้นใจใช้ชีวิตคู่ได้

เขาจึงได้ขอแต่งงานในวันเกิดของพิศชามนต์ น้ำเสียงหวานตอบรับ

ตกลงแต่งงานใช้ชีวิตร่วมกันยังคงดังก้องอยู่เสมอ แต่ทำไมสวรรค์ถึงต้องพรากเธอไปจากเขา

ณัฐภัทรลืมตาขึ้น สูดหายใจเข้าพลางยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนใบหน้า

“ มนต์ ภัทรกลับก่อนนะ แล้วจะมาหาใหม่ ” ชายหนุ่มดันกายลุกขึ้น ใบหน้าคมที่เปรอะไปด้วยคราบน้ำตา ผู้หญิงคนเดียวที่เขาร้องไห้ให้และจะเป็นคนสุดท้ายที่เขารักหมดหัวใจ

เสียงเพลงเปิดดังไปทั่วงาน จินดารัตน์นั่งอยู่ในงานกวาดสายตามองภายในงานอย่างไม่ค่อยชอบใจสักเท่าไหร่ มอเตอร์โชว์ที่ไม่ค่อยจะมีผู้หญิงมาดูรถยนต์ สิ่งที่เธอเห็นมีแต่เพียงผู้ชายทุกอายุ ไม่ว่าจะเป็นอายุยี่สิบต้นจนไปถึงอายุห้าสิบปลาย ๆ แต่สายตาที่มองรถนั้นแทบจะไม่มีเลย

ทันทีที่แสงไฟบนเวทีใหญ่ดับลง สายตาทุกสายตาจับจ้องไปที่กลางเวทีด้วยความตื่นเต้น ไม่เว้นแม้กระทั่งลูกชายของเธอเช่นเดียวกัน

ไฟกลางเวทีเปิดขึ้น ปรากฏร่างหญิงสาวใบหน้าสวย จมูกโด่งสวย รับริมฝีปากบางอิ่มสีชมพู ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางในชุดเกาะอกกางเกงขาสั้นสีดำพร้อมเสื้อคลุมหนัง ยืนคู่กับรถสีดำรุ่นล่าสุดประจำปีด้วยท่าทางที่ยั่วยวน

“สวัสดีครับ นี่คือรุ่นล่าสุดนำเข้าจากประเทศเยอรมนี” พิธีกรหนุ่มพูดลากเสียงยาว เมื่อพูดจบก็มีเสียงปรบมือดังขึ้น แต่ทว่าทุกสายตาก็ยังคงจับจ้องไปที่พริตตี้สาวไม่วางตารวมทั้งจินดารัตน์ด้วยเช่นกัน

“นี่แม่เพ็ญ พริตตี้ที่ยืนเกาะรถคนนั้นใครน่ะ” จินดารัตน์ถาม มองหญิงสาวเจ้าของใบหน้าสวยอย่างชื่นชม

“ไม่รู้หรอกค่ะ แต่เพ็ญว่าคุณแม่อย่าไปใส่ใจเลยดีกว่าค่ะ” เพ็ญรตีมองด้วยความไม่ชอบใจสักเท่าไหร่ เธอไม่ชอบ พริตตี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ถ้ายิ่งคุณแม่คิดแปลกจะหาสะใภ้เป็นพริตตี้ล่ะก็ ไม่มีทางยอมเด็ดขาด !

“ฉันก็เห็นว่าบางทีตาภัทรน่าจะสนใจผู้หญิงแบบนี้บ้าง” จินดารัตน์เอ่ยขึ้นหันหน้ามามองลูกสะใภ้

“ดีแล้วค่ะที่ไม่สน เพ็ญไม่เห็นจะชอบเลยค่ะ” เพ็ญรตีพูดน้ำเสียงดู

แคลนพลางส่งสายตารังเกียจไปที่เวที

“ก็ยังดีกว่าให้เจ้าภัทรจมปลักกับความทุกข์อยู่แบบนี้” เมื่อได้ยินเพ็ญรตีก็นิ่งเงียบ

ใช่ ! เป็นเรื่องจริง อย่างน้อยก็ยังดีกว่าตอนนี้ ยังดีกว่าที่ลูกชายของเธอจมปลักกับความรักที่ไม่มีวันห้วนกลับคืน แต่เธอก็ไม่มีวันยอมรับลูกสะใภ้ที่ไม่มีหน้ามีตาในสังคมอย่างแน่นอน !!

“ ตาทศ” จินดารัตน์เรียกลูกชายที่กำลังจ้องพริตตี้สาวไม่วางตาจนเพ็ญรตีจ้องบิดหูด้วยแรงหึง

“โอ๊ย ๆ เจ็บ !”

“เจ็บสิดีเผลอไม่ได้” เพ็ญตรีกัดฟันพูด สายตาจิกขู่ก่อนจะปล่อยมือออกจากหูคนเป็นสามี

“ว่าแต่คุณแม่มีอะไรครับ” ทศวรรษโน้มตัวลงไปหาพลางยกมือขึ้นลูบใบหูเพื่อบรรเทาความเจ็บ

“ฉันอยากรู้จักแม่พริตตี้ที่ยืนเกาะรถอยู่ ไปเรียกมาให้ฉันหน่อยล่ะกัน” ทศวรรษหันไปมองเวทีอีกครั้ง พริตตี้สาวที่ยืนอยู่ข้างรถได้เดินออกจากเวทีไปแล้ว

“คุณแม่คะ ! เพ็ญไม่ยอมนะคะ” เพ็ญรตีร้องอุทานด้วยความตกใจ ทศวรรษมองผู้เป็นแม่อย่างไม่เข้าใจว่าตั้งใจจะทำอะไรกันแน่

“เธอจะร้องโวยวายทำไมฉันก็แค่อยากรู้จัก” จินดารัตน์พูดเหมือนเป็นเรื่องปกติ

“คุณแม่คะ”

“ตาทศไปสิ ไปถามผู้จัดการสิ” เมื่อเป็นคำสั่งคนเป็นลูกชายก็ต้องเดินออกไป เขาไม่รู้ว่าแม่กำลังคิดอะไรอยู่ แต่คงไม่คิดจะเอามาเป็นลูกสะใภ้จริง ๆ หรอกมั่ง

“คุณแม่คิดจะทำอะไรคะ ? คุณแม่จะให้ผู้หญิงที่ไม่มีหัวนอนปลายเท้ามาแต่งกับตาภัทรไม่ได้นะคะ” เพ็ญรตีพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

“เรื่องนั้นเราค่อยมาว่ากัน ตอนนี้ฉันแค่รู้สึกถูกชะตาก็เท่านั้น” จินดารัตน์เอ่ย สายตาจ้องมองไปที่ที่หญิงสาวใบหน้าสวยยืนบนเวทีอีกครั้งถึงแม้ว่าตอนนี้เจ้าของร่างจะลงจากเวทีไปแล้วก็ตาม ถึงจะเป็นสะใภ้ได้แต่ใช่

ว่าหลานชายจะยอมเปิดใจง่าย ๆ

จิรภาณินท์เดินเข้ามาภายในห้องแต่งตัว มือขวายกขึ้นหมุนคอบิดด้วยความล้า หลังจากที่เธอยืนค้างท่าเดิมอยู่นาน หญิงสาวนั่งลงที่เก้าอี้หน้ากระจกพร้อมถอนหายใจออกมา

เสียงท้องร้องดังขึ้นทักท้วงความหิว อาหารเช้าที่ยังไม่ตกถึงท้องสักคำ หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นดูเวลา สองมือเก็บของใส่กระเป๋าสะพายให้เรียบร้อยก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนชุด

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED