บทนำ…แด่..รินรดา
แสงแดดที่สาดส่องผ่านฟิล์มกระจกรถยนต์เข้ามา พาให้หญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านในต้องดึงม่านกันแสงออกมาเพื่อช่วยบดบังไอร้อนและรังสียูวี ขณะที่ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งคนขับก็เอื้อมมือหนาลูบไปที่เส้นผมสีน้ำตาลของเธออย่างอ่อนโยน
“รินอยากไปเที่ยวที่ไหนคะวันนี้” เสียงนุ่มหวานเอ่ยถามออกมาจากเจ้าของริมฝีปากสีเรื่อ เขาพูดพลางจับพวงมาลัย ก่อนจะสตาร์ทรถมุ่งหน้าออกไป
“พี่ครามมีที่ที่อยากไปมั้ยคะ รินอยากไปทะเล แต่ก็กลัวพี่จะเบื่อ”
“ไปสิคะ ถ้ารินชอบพี่จะพาไปทุกที่เลย แค่มีรินที่ไหนก็ไม่เบื่อ”
หญิงสาวนั่งยิ้มหวาน เธอรู้สึกโชคดีที่ได้ผู้ชายตรงหน้ามาเป็นสามี เขาทำทุกอย่างดีเกินกว่าที่เธอเคยวาดฝันเอาไว้มาก
รถยนต์สีขาวแล่นไปตามเส้นทางอย่างระมัดระวัง จู่ ๆ กระจกที่อยู่บนมือของหญิงสาว ที่เธอกำลังใช้ยกเพื่อส่องขณะแต่งเติมสีบนริมฝีปาก ก็แตกคามือจนเกิดบาดแผล ปรากฏเลือดซึมให้เห็น
ครามรีบจอดรถเข้าไหล่ทาง เขาคว้าข้อมือของหญิงสาวขึ้นมาดูก่อนใช้ทิชชูซับเลือดจนหมด และยกนิ้วเรียวขึ้นมาเป่าปลอบ
“พี่คราม รินไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ พอได้แล้ว” เธอรีบชักมือกลับคลี่ยิ้มบาง ๆ ให้เขา ก่อนจะพยายามก้มเก็บเศษกระจกที่หล่นกระจัดกระจาย
“เดี๋ยวพี่ทำให้ รินลงจากรถมาก่อนเถอะ เดี๋ยวจะบาดมืออีก” เขารีบห้ามเธอเอาไว้ ก่อนที่จะลงจากรถ แล้วเดินไปยังที่นั่งฝั่งข้างคนขับและจัดการทั้งหมดอย่างที่เอ่ยบอกเมื่อครู่
รถหรูกลับมาแล่นบนถนนอีกครั้ง รินรดานั่งมองดูสามีผู้เป็นรักแรกและรักเดียวของเธอ เฉกเช่นเดียวกับคราม รินรดาหญิงสาวน่ารักผู้นี้ก็เป็นรักแรกและจะเป็นรักสุดท้ายของเขาเช่นกัน…
ความรักของทั้งคู่เริ่มต้นตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย ในตอนที่เธอเข้ามาเป็นนักศึกษาใหม่ ครามเข้าหาเธอในฐานะรุ่นพี่สตาฟปกครอง ในตอนแรกเขาก็ดูน่ากลัวและคอยแกล้งขู่หรือหาเรื่องแกล้งเธอมาตลอด แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นทั้งสองก็ต่างเริ่มมีใจให้กัน จากที่คอยแกล้งเพื่อหาเรื่องใกล้ชิด ก็กลายเป็นคอยหวงคอยห่วง เทียวรับเทียวส่งอยู่เป็นเทอม จนรินรดาใจอ่อนยอมเปิดใจคบหากับคราม จนเวลาล่วงเข้าปีที่สองก่อนครามเรียนจบ รินรดา ก็ยอมย้ายมาอยู่กับชายหนุ่มเหมือนคู่รักทั่ว ๆ ไป
และทันทีที่รินรดาเรียนจบเขาก็ขอเธอแต่งงานทันที งานแต่งงานของทั้งคู่ถูกจัดขึ้นอย่างเรียบง่ายเงียบ ๆ มีเพียงแค่ญาติสนิทและคนรู้จักเท่านั้นที่รับรู้เรื่องราวของคนทั้งคู่
“มองอะไรขนาดนั้นครับตัวเล็ก ? พี่เขินนะ” เสียงทุ้มหวานดึงสติให้เธอกลับมาที่ปัจจุบัน
“ขอโทษค่ะ พอดีรินคิดถึงตอนที่เราเจอกันใหม่ ๆ เลยเผลอมองหน้าพี่นานไปหน่อย”
“ฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรครับ แล้วรินชอบพี่ตอนไหนมากกว่ากันละ ?”
“ก็คงต้องตอนนี้สิคะ ก็พี่ครามเป็นของรินแล้วนี่หน่า พี่คราม..รินรักพี่จัง..อยากอยู่กับพี่แบบนี้ทุกวันเลย การตื่นมาแล้วเจอพี่เป็นความสุขที่สุดของรินเลยค่ะ”
หญิงสาวใช้มือหยิกไปที่แก้มของเขาเบา ๆ ก่อนจะโน้มหน้าหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ จากนั้นก็เริ่มใช้น้ำคำหวานหูจนคนฟังยิ้มแก้มแทบปริ รินรดามักจะทำตัวน่ารัก ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว ออดอ้อนราวลูกแมวน้อย ๆ กับเขาเสมอ การมีเธอเหมือนกับดักรักที่ทำให้ผู้ชายอย่างเขาไม่อยากโงหัวขึ้นมาอีกเลย ใบหน้าที่หล่อเหลายิ้มออกมาอย่างชอบอกชอบใจ โดยไม่รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเกิดขึ้น
“พี่ก็รักริน รักมากกกกที่สุด มากจนชีวิตนี้คงรักมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว การที่พี่ได้เห็นรินก่อนหลับตานอนในทุก ๆ คืน เป็นสิ่งที่พี่มีความสุขที่สุดในชีวิตเช่นกัน อยู่กันแบบนี้ไปนาน ๆ นะครับสุดที่รักของพี่”
ครามยิ้มให้รินรดาผู้เป็นภรรยาอย่างอ่อนโยน สายตาที่ทอดส่งมาหมายอย่างที่ปากพูดจริง ๆ ก่อนจะยกมือบางที่กุมไว้ขึ้นมาจุมพิตแผ่วเบา
รถหรูวิ่งอยู่บนถนนที่ไร้รถขนาบข้าง แต่ทันใดนั้นเองรถบัสโดยสารคันหนึ่งเกิดเสียหลักวิ่งข้ามเลนมาจากอีกฟากพุ่งตรงเข้ามาที่รถของทั้งสองคน
ครามที่ได้เห็นแบบนั้นก็พยายามเลี้ยวรถหลบออกไป แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการเสียแล้ว รถบัสชนประสานงาเข้ากับรถของเขาอย่างจัง
โดยส่วนของหัวรถบัสอัดกระแทกมาด้านของรินรดาอย่างจัง จนส่วนหัวของรถหรูยุบบี้ แรงอัดนั่นทำเอาแอร์แบคทำงานอัตโนมัติ และแรงอัดนั่นทำให้รินรดาเสียชีวิตคาที่ทันที ส่วนครามแรกกระแทกทำเอาร่างของเขาหลุดกระเด็นออกมาจากตัวรถทำให้เขาได้รับบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย มีเพียงบาดแผลที่ศีรษะที่ดูจะน่ากังวลมากกว่าส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย
ครามเมื่อตั้งสติได้เขารีบลุกวิ่งเข้าหารถที่ยับบี้เพื่อหาทางช่วยเหลือภรรยาทันที เสียงร้องไห้ฟูมฟายดังลั่นไปทั่วถนน ชิ้นส่วนจากกระจกรถบาดไปทั่วทั้งแขนและขาของเขา เลือดแดงฉานไหลไม่หยุด
ชายหนุ่มไม่ลดละความพยายามเขาพยายามทุกวิธีเพื่อดึงร่างภรรยาออกมา ขณะที่ปากก็ร้องเรียกชื่อเธอไม่หยุด
‘ริน ริน ริน!!’ ในที่สุดเขาก็สามารถพาร่างของหญิงสาวออกมาได้ เลือดสดมากมายนองไปทั่วใบหน้าหวานที่ซีดเผือดและตามลำตัวของเธอ ครามพยายามปั๊มหัวใจให้เมียรัก แม้รู้อยู่เต็มอกแล้วว่ารินรดาได้จากไปแล้ว เขาทำอยู่แบบนั้นอยู่นาน ก่อนจะเข้ามาประคองร่างไร้วิญญาณและกอดร้องหาอย่างคนเสียสติ เลือดที่ไหลออกจากบาดแผลทำให้เขาเป็นลมล้มไป โดยที่ยังมีร่างของภรรยาอยู่ในอ้อมกอด
ไม่นานนักรถกู้ภัยก็มาถึง พวกเขาต่างพาช่วยปฐมพยาบาลผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ในครั้งนี้ และครามถูกส่งตัวไปยังโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งที่อยู่ใกล้ที่สุด
เมื่อเขาฟื้นคืนสติ ก็ได้รับข่าวร้ายถึงการสูญเสียภรรยาอันเป็นที่รัก น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแทบเป็นสายเลือด เขากู่ก้องกรีดร้องราวคนเสียสติ อาละวาดคุ้มคลั่ง จนหมอและพยาบาลต้องเข้ามาฉีดยานอนหลับให้
ผ่านไป 7 วันแล้ว วันนี้เขาดูจะควบคุมสติได้ดีที่สุด เขาลุกลงจากเตียงพนมมือขึ้นอ้อนวอนให้หมอปล่อยเขาออกไป เพื่อไปหาและส่งภรรยาอันเป็นที่รักเป็นครั้งสุดท้าย
………………
ทันทีที่ครามปรากฏตัวในศาลาวัด ทุกสายตาที่ทอดมองมาต่างรู้สึกเศร้าและปวดใจไปกับเขาไม่ต่างกัน สภาพของครามตอนนี้ไม่ต่างกับศพเดินได้ น้ำตาที่ไหลอาบแก้มชายหนุ่มไม่มีทีท่าจะแห้งเหือดได้เลย
“ออกไป แกออกไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้ แกทำให้ลูกสาวฉันตาย ลูกฉันต้องตายเพราะแก ฮือ ฮือ” เสียงแหบแห้งจากหญิงชราคนหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของคราม
“แม่ครับ ผมขอโทษ” เขาก้มลงกราบแทบเท้าหญิงชรา เนื้อตัวสั่นเทิ้มไปด้วยความรู้สึกผิด แววตาที่เปื้อนความเศร้าโศกไม่อาจลบล้างความแค้นในใจของหญิงชราผู้นี้ได้
เพี๊ยะ !! เสียงตบฉาดใหญ่ดังลั่นศาลา ตามด้วยกำปั้นที่ทุบลงบนร่างของครามไม่ยั้ง ชายหนุ่มได้แต่นั่งคุกเข่าก้มหน้าให้หล่อนได้ระบายความเศร้า ความโกรธในใจ บนร่างของเขา
ครามเดินออกจากศาลาวัดมาเพื่อความสบายใจของแม่ยาย เขามาหยุดนั่งลงตรงข้าง ๆ พุ่มไม้หนึ่ง สองมือพนมขึ้นขณะพระสวดอภิธรรม สองแก้มเต็มไปด้วน้ำสีใสที่ไหลอาบ เมียรักจากไปแล้ว มันกะทันหันจนเขาตั้งตัวไม่ทัน เราทั้งคู่ยังเพิ่งบอกรักกัน รอยยิ้มนั่นมันไม่มีเค้าลางว่าเราจะต้องจากลากันแบบนี้ และวันนี้เขาก็ยังไม่มีแม้แต่โอกาสเข้าไปจุดธูปบอกลาเธอ
รินรดาจากไปแล้ว แต่คนที่ยังอยู่ใช้ชีวิตไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้ว นาฬิกาชีวิตของครามเหมือนหยุดนิ่งลงตั้งแต่วันนั้น!!
ทุก ๆ วันเขาใช้ชีวิตราวกับว่าจะไม่ตื่นมาเจอวันพรุ่งอีก ชีวิตเขาวนลูปอยู่แบบนี้ ทันทีที่ขอบฟ้ามืดลงเขาก็พาร่างไปหยำเปที่ผับบาร์ประจำทุกค่ำคืน และแบกร่างเละเทะกลับมานอนตายในที่ที่เคยเป็นความสุขของเขากับเมียรัก ชายหนุ่มอนาคตไกลสภาพตอนนี้มีแต่ความน่าสังเวชและเวทนาเป็นที่สุด…..และมันก็ดำเนินมาอย่างนี้ ความตายกลับกลายเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากกับเขา ….จนมันล่วงผ่านมา 2 ปีแล้ว….
แด่…รินรดา
ภรรยาอันเป็นที่รักของคราม
คืนวันพระจันทร์เต็มดวงแสงนวลของมันสาดส่องกระทบกับแก้วเหล้าหรูสีอำพัน นิ้วมือเรียวยาวค่อย ๆ หยิบยกมันขึ้นมา ตามด้วยริมฝีปากสีชมพูอ่อนเรื่อที่ประทับลงบนรอยแก้วนั่น หน้าขาวซีดกับดวงตาแดงก่ำและร่องรอยบอบช้ำ บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่ามันผ่านความชอกช้ำมาจากการร้องไห้อย่างหนัก ร่างใหญ่กระดกเหล้าเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่บนโซฟามุมประจำ ในบาร์ที่ถูกตกแต่งสไตล์โมเดิร์น บนดาดฟ้าของตึกสูงกว่า 28 ชั้น
“ขออีกแก้ว”
เขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแหบพร่าจนแทบจะไม่ได้ยิน แต่บริกรก็ดูแลใส่ใจเขาอย่างดี เพราะชายขี้เมาคนนี้คือลูกค้า VIP เขามาดื่มที่นี่ทุกวันนับตั้งแต่วันที่ “รินรดา” ภรรยาสุดที่รักจากไปเพราะอุบัติเหตุรถชน และในคืนนี้ก็เป็นวันครบรอบแต่งงานของเขาและเธอ
“ได้แล้วครับ”
บริกรนำแก้วกลับมาวางอีกครั้ง ร่างใหญ่รีบคว้ามากระดกจนหมด ก่อนจะยกมันขึ้นแล้วเขย่า เพื่อเป็นสัญญาณว่าเขาต้องการสิ่งนี้เพิ่มอีก บริกรหนุ่มก็ยังคงเดินมาบริการเขาอีกเช่นเคย
…กรึบ…
เสียงประตูบานเลื่อนถูกเปิดออก พร้อมหญิงสาวร่างบางที่แทรกตัวเข้ามา เธอมาในชุดเดรสสีสการ์เล็ตเว้าช่วงเอวที่เผยให้เห็นสัดส่วนได้เป็นอย่างดี เธอย่างเท้าเข้ามาในบาร์แห่งนี้ ด้วยหน้าตาที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเครื่องสำอางที่ไหลเลอะลงมาเพราะหยาดน้ำตา
แต่นั่นกลับทำให้ “คราม” ชายขี้เมาต้องหยุดสายตาอยู่ที่หญิงสาวผู้มาเยือนใหม่ เขาลอบมองทุกอากัปกิริยาของเธอตั้งแต่ย่างกรายเข้ามา ร่างเล็กเดินโซซัดโซเซตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ด้านหน้าและค่อย ๆ ย้ายสะโพกขึ้นนั่งบนเก้าอี้บาร์ตัวสูง ก่อนจะยกแขนขึ้นเพื่อกวักมือเรียกบาร์เทนเดอร์
“ขอวิสกี้แก้วหนึ่งค่ะ”
เธอเอ่ยกล่าวกับบาร์เทนเดอร์ ก่อนจะโน้มตัวลงไปข้างหน้า หยาดน้ำใสค่อย ๆ ไหลออกมาจากดวงตาหม่นอีกครั้ง ทำให้หน้าของเธอยิ่งดูเลอะเทอะมากขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวปาดน้ำตาลวก ๆ อีกครั้งก่อนจะเอ่ยถามเสียงสั่นออกไป
“ห้องน้ำไปทางไหนคะ ? ”
บาร์เทนเดอร์ผายมือชี้ไปยังฝั่งตรงข้ามโต๊ะที่ครามนั่งอยู่ เธอมองตามปลายนิ้วของเขา ก่อนจะเดินไปตามทางที่ชายหนุ่มชี้บอก ด้วยท่าทางไม่มั่นคงมากนัก
ซู่สสสสส์ ~~~
เสียงน้ำไหลแรงจากก๊อก มันถูกเปิดทิ้งไว้เพื่อกลบเสียงสะอื้นของใครบางคนที่กำลังยืนร้องไห้อย่างหนักอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ เธอโน้มตัวลงไปใกล้กับอ่างน้ำ ก่อนจะใช้มือขาวเนียนกวักน้ำที่กำลังไหลแรงขึ้นมาลูบใบหน้า เพื่อชำระล้างคราบเครื่องสำอางและคราบน้ำตาออกรัวเร็วจนเนื้อตัวเปียกชุ่มตั้งแต่ลำคอลามไปจนถึงเนินอก ทำให้เนื้อผ้าลู่แนบไปกับผิว เผยเต้าอกอวบอิ่มลอยเด่นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
หลังจากที่ล้างหน้าล้างตาจนพอได้สติ สาวเจ้าก็เดินโยกกายออกมาด้วยท่าทีโอนเอนเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ครามเงยหน้าขึ้นมาเพื่อขอเหล้าเพิ่มจากบริกร เมื่อสายตาของเขาได้ปะทะกับร่างงามระหงอีกครั้ง สติที่ลดลงเพราะน้ำเมาก็กลับมาปกติอีกครั้ง เพียงเพราะใบหน้าของผู้หญิงตรงหน้าที่ช่างละม้ายคล้ายกับอดีตภรรยาของเขาที่จากไป ครามไม่อาจละสายตาจากร่างงามได้อีกเลยจนเธอเดินกลับไปนั่งที่เก้าอี้ตัวเดิม
ชายหนุ่มยกมือขึ้นไล้คางพลางคิดอะไรบางอย่างได้ ก็ตัดสินใจลุกไปหาเธอพร้อมกับแก้วเหล้าสีอำพันในมือ
“สวัสดีครับ” ร่างใหญ่ย้ายกายขึ้นไปนั่งข้างสาวสวยแปลกหน้า ก่อนจะชูแก้วขึ้นมาเพื่อขอเริ่มการสนทนากับเธอ
“สวัสดีค่ะ” ร่างบางตอบรับ ก่อนจะคว้าแก้ววิสกี้ขึ้นมาชน เพื่อเป็นการตอบกลับการทักทาย
“ไม่ทราบว่า… คุณคนสวยชื่ออะไรหรือครับ” เสียงที่แหบพร่าแต่มีเสน่ห์เริ่มหยอดคำหวาน จนทำเอาคนฟังแอบยิ้มเล็กน้อย ซึ่งรอยยิ้มนั้นทำเอาเขาชะงักงันและเผลอยิ้มตาม ยิ้มที่ไม่ได้ฉายบนหน้าคมสันมานานสักพักแล้ว เป็นยิ้มอย่างมีความสุขโดยที่เขาก็ไม่รู้ตัว
“ดาวเหนือ จะเรียกดาวหรือเหนืออย่างเดียวก็ได้ค่ะ แล้ว…”
“ครามครับ เรียกผมว่าคราม” เมื่อหญิงสาวยังไม่ทันได้ถามจบประโยค ร่างสูงก็ตอบสวนกลับมา
สายตาที่เขาใช้มองเธอ ใครดูก็รู้ว่าหมาป่าสีครามจ้องอยากจะขย้ำดาวเหนือดวงนี้มากเพียงไหน ซึ่งเธอเองก็ไม่ได้หลบลี้สายตา ปล่อยให้เขาแทะโลมอย่างไม่สะทกสะท้านพร้อมจ้องเขากลับอย่างท้าทาย
“น่าแปลกนะครับ ที่คนสวย ๆ อย่างคุณดาวต้องเดินเข้าบาร์มาคนเดียวแบบนี้…ทั้งน้ำตา”
ร่างใหญ่เอื้อมมือมาจับไรผมของเธอ ก่อนจะค่อย ๆ ลูบไล้บนใบหน้า ซึ่งเจ้าของดวงหน้าหวานก็ไม่ได้ปัดมือของเขาออกแต่อย่างใด และนั่นยิ่งทำให้หมาป่าครามกระหยิ่มยิ้มย่องลำพองใจ
“คุณครามนี่ปากหวานจังนะคะ ปากหวานขนาดนี้อย่างอื่นจะหวานเท่านี้มั้ย ?”
เธอพูดออกไปสองแง่สองง่ามบวกกับสายตาที่ดูคล้ายว่ากำลังให้ท่า ทำเอาคนฟังรู้สึกเสียวกระสันขึ้นมา มือเรียวยังคงไล้ใบหน้าของเธอก่อนจะค่อย ๆ เอานิ้วชี้ลูบไปที่ปากของเธอ แต่ร้ายกว่านั้นร่างบางกลับเผยอปากแล้วอ้าเพื่ออมนิ้วนั้น จนทำให้บางสิ่งในร่างกายของเขาถูกปลุกตื่นดุนดันกางเกงยีนส์ออกมาจนนูนเด่น
“คุณดาวเองก็ปากหวานเหมือนกันนะครับ”
เขาอ้าปากเลียนิ้วชี้ที่เพิ่งถอดถอนออกมาจากโพรงปากหยุ่นของเธอ เพื่อที่จะชิมรสหวานผ่านนิ้วนั้น ด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเพราะความงุ่นง่านที่เธอมี เธอค่อย ๆ เอามือเรียวบางขึ้นลูบที่แผงอกแกร่งของเขา กล้ามอกที่ขึ้นเป็นมัดไม่อาจสะกัดกลั้นเสียงหัวใจที่เต้นโครมครามอยู่ภายในของเขาได้
เธอแสร้งกระแอมขำ แต่มือเรียวก็ยังไม่หยุด ยังคงลูบวนต่อจนเลื้อยต่ำมาถึงหน้าท้อง ก้อนซิกแพคที่แน่นแข็งเป็นลอนทำให้มือของเธอสั่นไหวไปด้วยความอยากล้วงจับเข้าไปใต้เสื้อเกะกะ แต่ก็ต้องหยุดความต้องการเอาไว้เพียงแค่นั้น ก่อนจะชักมือกลับมาเพื่อเป็นการเล่นเชิง
“แล้วสรุปคุณดาวเป็นอะไรมาหรือครับ ?” เขาคว้ามือของเธอขึ้นมาก่อนจะบรรจงจุมพิตเบา ๆ ลงไปที่หลังมือของเธอ
“คงเป็นเพราะโดนผู้ชายสารเลวนอกใจไปมีคนใหม่มั้งคะ” เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก
“น่าเสียดายแทนผู้ชายคนนั้นนะครับ ถ้าผมมีคนสวย ๆ แบบคุณดาวเหนืออยู่ข้างกาย คงไม่มีทางไปมองผู้หญิงคนอื่นอย่างแน่นอน”
ครามเมื่อได้ฟังคำตอบที่ทำให้หญิงสาวอารมณ์ไม่ดี เขาก็เขยิบเข้าใกล้ ตามด้วยมือหนาลูบไล้ไปที่ขาอ่อนขาวเนียน
“แล้วคุณครามล่ะ มาทำอะไรที่นี่คนเดียวเหรอคะ ?”
ร่างเล็กได้โอกาสถามต่อจากนั้นก็ฉวยมือของเขาที่กำลังลูบบนขาอ่อนของเธอขึ้นมา ก่อนจะอ้าปากและค่อย ๆ บรรจงดูดลงที่นิ้วกลางของเขา
“ผมว่าเราไปต่อกันที่อื่นดีมั้ยครับ ?”
เขาปล่อยให้เธอดูดเลียนิ้วของตัวเอง พร้อมจินตนาการไปถึงตอนที่เธอกำลังดูดท่อนสวรรค์ของเขา ยิ่งคิดท่อนเนื้อก็ยิ่งแข็งเปล่งจนปวดหนึบอยู่ใต้เนื้อผ้า
“แล้วคุณครามมีสถานที่ดี ๆ แนะนำมั้ยล่ะคะ ?” เธอปล่อยนิ้วออกจากปากก่อนจะตอบคำถาม พลางส่งสายตาเย้ายวนจนทำให้อีกฝ่ายร้อนเร่าจากทั้งฤทธิ์ของแอลกอฮอล์และความเสียวกระสันที่เธอกำลังมอบให้
“เรียกครามเฉย ๆ เถอะครับ ผมอยากใกล้ชิดกับดาวมากกว่านี้”
ร่างใหญ่ลุกขึ้นก่อนจะโน้มตัวไปพูดกระซิบใกล้ ๆ เสียงแหบพร่าของเขาทำให้เธอสยิวจนเผลอยกแขนเรียวขึ้นไปคล้องคอเขา
“งั้นไปกันเลยมั้ยคะ คราม..!!” เธอปล่อยวงแขนออกจากคอของเขาก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าใบยาวที่พกติดตัวมาด้วย
“ดาวพร้อมแล้วใช่มั้ยละครับ” ชายหนุ่มตั้งแขนขึ้นเพื่อเชื้อเชิญให้เธอออกเดินทางไปกับเขา
“พร้อมเสียยิ่งกว่าพร้อมอีกค่ะ” เธอสอดแขนเข้าเพื่อเป็นการตอบรับการเชื้อชวน พร้อมส่งสายตายั่วยวนไม่หยุด
“จ่ายของโต๊ะนี้ด้วย”
ร่างสูงยื่นบัตรวิสดอมที่หน้าเคาน์เตอร์ ก่อนจะเดินควงแขนกันออกไปจากบาร์ เพราะฤทธิ์ของสุราทำให้ทั้งสองใช้เวลาเดินทางกว่า
สิบนาที ทั้ง ๆ ที่โรงแรมอยู่ห่างออกไปเพียงแค่สองซอย ก่อนจะพาร่างโอนเอนเดินไปจนถึงโรงแรมหรูที่อยู่ใจกลางสุขุมวิท
เมื่อประตูห้องถูกปิดลง ประตูสวรรค์ก็ได้ถูกเปิดขึ้น ทั้งสองไม่รอช้ารีบถลาเข้าหากัน กระเป๋าถูกโยนวางกระจัดกระจายอยู่ที่พื้นคู่กับรองเท้าส้นสูง ร่างหนาประกบปากลงบนริมฝีปากสีเชอร์รี เขาบดขยี้สอดลิ้นเข้าไปในโพรงปากของเธออย่างเร่าร้อน ต่างคนต่างดูดดึงริมฝีปากของอีกฝ่ายทั้งขยับเปลี่ยนมุมให้ลึกล้ำขึ้น
มือใหญ่โอบกอดไปที่ร่างเล็ก ก่อนจะเอื้อมมือขึ้นปลดชุดเดรสสายเดี่ยวจนมันกองลู่ลงไปอยู่ที่พื้น เนินอกเนียนน่าสัมผัสถูกเผยออกมาให้เห็นทันทีเพราะโนบรา ส่วนท่อนล่างตอนนี้มีเพียงกางเกงในจีสตริงสีแดงตัวจิ๋วปิดร่องสวาทอยู่เท่านั้น ร่างสูงถอนริมฝีปากออกก่อนจะใช้สันจมูกไล้ไปที่ใบหู ลิ้นยาวแตะไปที่ปลายหูของร่างเล็ก
ดาวเหนือยืนเสียวกระสันขาสั่นด้วยความเสียวซ่าน น้ำรักเริ่มเอ่อซึมที่ร่องรักเล็กน้อย ชายหนุ่มยังคงไม่หยุดนิ่งเขาเริ่มลากลิ้นจากปลายหูลงมาที่ต้นคอ มือขวาก็โอบเอวเธอไว้แน่น ส่วนข้างซ้ายก็ย้ายมาไว้ที่ก้นกลมกลึงก่อนจะบีบเคล้นคลึงมันเบา ๆ ริมฝีปากของเขาพรมจูบเลื่อนต่ำอยู่บนยอดอกข้างหนึ่ง ก่อนจะปล่อยมือจากเอวกิ่วเลื่อนขึ้นมาหยอกเย้าเต้านมข้างที่เหลือจนยอดถันชูชันขึ้นมา
เมื่อร่างบางถูกกระทำกับยอดเชอรี่สีเรื่อไม่หยุดหย่อน ความเสียวกระสันก็ถูกแผ่ไปทุกอณูของร่างกาย ยิ่งเขาบดขยี้มันเท่าไหร่เธอยิ่งแอ่นเนินอกเพื่อรับกับปลายลิ้นของเขา ช่องทางรักเยิ้มไปด้วยน้ำสีใสจนเปียกแฉะ ทำให้จีสตริงที่สวมอยู่เปียกชุ่มไปหมด มือเรียวบางค่อย ๆ ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของครามออกทีละเม็ดจนครบ ร่างสูงใช้มือเปลื้องเสื้อของตัวเองออกอย่างรีบร้อน ในขณะที่ลิ้นก็ยังคงเวียนวนอยู่รอบปลายถัน
หลังจากที่ท่อนบนถูกเปลือยออกทั้งคู่ เขาจึงเลื่อนมือไปปลดจีสตริงตัวเกะกะ ก่อนจะตะปบมือหนาเข้าไปที่เนินโหนกอวบอูมที่ตอนนี้เปียกแฉะเพราะความกระสันอยาก นิ้วกลางค่อย ๆ สอดเข้าไปในร่องถูขึ้นลงช้า ๆ ปุ่มกระสันถูกบดขยี้จากนิ้วหยาบ จนเจ้าของร่องรักยืนขาสั่นเพราะทนความเสียวไม่ไหว
นิ้วใหญ่เริ่มสอดแทรกเข้าไปในร่องร้อน เธออ้าขากว้างออกเพื่อให้นิ้วสอดแทรกเข้าไปได้ง่ายขึ้น ชายหนุ่มชักนิ้วเข้าออกระรัว จนตอนนี้นิ้วของเขาถูกเคลือบไปด้วยน้ำเสียวจากรูรักจนชุ่มแฉะ
“อะ อื้ออ อ๊าา ~”
เสียงครวญครางผสานกับลมหายใจหอบกระเส่าไปตามจังหวะที่นิ้วใหญ่ยาวแทงเข้าออก
“ถ้าจะแฉะขนาดนี้ เราไปต่อที่เตียงกันดีกว่าครับ”
เสียงแหบเสน่ห์เอ่ยกระซิบที่ข้างหู ลมเบา ๆ ที่ถูกพ่นออกมาช่วยเพิ่มความเสียวซ่านให้แก่ร่างเล็กเป็นอย่างดี
ร่างกำยำอุ้มร่างบางไปนอนที่เตียง ก่อนที่เขาจะจับเธอแแบะขาและจับชันเข่าขึ้น จนทำให้เห็นเนินอวบอิ่มที่เปียกแฉะเด่นขึ้นอย่างชัดเจน มือใหญ่ค่อย ๆ แหวกกลีบกุหลาบทั้งสองข้างออกจากกัน เผยให้เห็นรูร่องรักสีเรื่อ และเม็ดทับทิมชูชันยั่วยวน ร่างใหญ่ไม่รอช้ารีบสอดลิ้นสาก เข้าไปลิ้มรสผลเชอร์รีหวานฉ่ำ เขาบรรจงละเลียดปลายลิ้นไปบนติ่งเกสรทำให้สะโพกงอนกระตุกวูบในพริบตาที่ริมฝีปากครอบครองเนินอวบอูม
“ผมทนไม่ไหวแล้วครับ”
ร่างสูงผละหน้าออกจากเนินนุ่ม ก่อนจะลุกขึ้นมาถอดกางเกงที่กักขังน้องชายที่แข็งดุนไว้ภายในมาเนิ่นนาน
แท่งเอ็นแข็งโด่จนเห็นเส้นเลือดปูดส่วนหัวแดงก่ำกับความยาวมากกว่า 8 นิ้ว ถูกเผยให้เห็นเมื่อตอนที่กางเกงชั้นในถูกถอดออก ทันทีที่ร่างเล็กเห็นท่อนเนื้อเธอก็คลานเข้าหามาที่ปลายเตียง ก่อนจะอ้าปากและใช้ลิ้นเลียไปรอบท่อนเนื้อ
ชายหนุ่มแอ่นกายรับก่อนจะเอื้อมมือไปจิกที่เส้นผมของเธอเบา ๆ ส่วนสำคัญถูกอมลึกเข้าไปถึงลำคอขณะที่ลูกกลมกลึงถูกปลายนิ้วเคล้นคลึงอย่างนุ่มนวล
“ซี้ดส์….อ่าสสส์ ~”
เขาจับศีรษะเธอเข้าหา และเริ่มดำเนินบทรักต่อไปเรื่อย ๆ จนทั้งห้องเสียงครวญครางดังระงมผสานเสียงหายใจหอบถี่ บทเพลงรักดำเนินต่อไปเรื่อยๆเนิ่นนานจนกระทั้งความกระสันเสียวถึงจุดสุดยอด เมื่อนั้นถึงได้ผละร่างออกจากกัน
เมื่อสติกลับเข้าร่างดีอีกครั้ง ทั้งคู่พากันไปอาบน้ำล้างตัว ต่างคนต่างผลัดกันถูสบู่บนเรือนร่างของกันและกัน เมื่อมีการลูบไล้ไปตามจุดกระสันต่าง ๆ และบทรักอันเร่าร้อนก็เริ่มบรรเลงอีกครั้ง และอีกครั้ง ก่อนจะไปจบลงที่เตียง ด้วยอาการเมาค้างและความเหนื่อยล้าจนทั้งคู่ก็ผล็อยหลับไปในอ้อมกอดของกันและกัน
เช้าวันต่อมา
แสงแดดที่สาดส่องผ่านม่านหน้าต่าง ทำให้ร่างใหญ่ลืมตาตื่นขึ้นมา ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้อง แต่ทว่าเขากลับไม่เห็นร่างของหญิงสาวสวยที่เป็นคู่นอนของเขาเมื่อคืน ชายหนุ่มลุกขึ้นผละจากเตียงเพื่อล้างหน้าล้างตา เมื่อได้สติเขาก็เดินออกมาใส่เสื้อผ้าแต่งตัว ก่อนจะเหลือบไปเห็นกระดาษโน๊ตที่วางอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง
“ขอบคุณมากนะคะสำหรับเรื่องเมื่อคืน ถ้ามีโอกาสไว้เจอกันใหม่นะคะ ”
“หึ คิดจะไปโดยไม่ลาสักคำเลยเหรอ” เขาเก็บโน๊ตใส่กระเป๋า ก่อน จะรีบสาวเท้าออกจากโรงแรมไป
ครามกลับไปที่เพนท์เฮาส์หรูที่ตั้งอยู่บนพื้นที่ทำเลทองใจกลางกรุง ที่ราคาที่ดินตรงนี้แพงหู่ฉี่ สีหน้าของเขาไม่สู้ดีมากนัก แววตาเหมือนคนที่กำลังครุ่นคิดบางสิ่งอยู่ตลอดเวลา ชายหนุ่มกลับมาเพื่อชำระล้างคราบราคีคาวและคราบความผิดบาปในใจ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่จนเนื้อตัวเอี่ยมอ่องเขาก็คว้าบางสิ่งและออกจากห้องไป
ตึ๊ด ตึ๊ด
นิ้วเรียวยาวกดลงบนรีโมทรถคันหรู ก่อนจะก้าวขาขึ้นไป ชายหนุ่มทอดถอนหายใจ ก่อนจะสตาร์ทเครื่องยนต์และทะยานออกไป
แลมโบกินี่คันหรูแล่นมาจอดที่หน้าสุสานแห่งหนึ่ง ร่างสูงก้าวลงมาจากรถพร้อมช่อดอกไม้สีขาวช่อโต และมาหยุดอยู่ที่หน้าหลุมศพหนึ่ง ภาพหญิงสาวผมยาวตรงสีดำขลับ ใบหน้าสวยรับกับปากกระจับได้รูป หน้าป้ายหลุมศพเผยให้เห็นชื่อ ‘รินรดา’ ภรรยาของเขา เขาบรรจงวางช่อดอกไม้ไว้ที่หน้าหลุม ก่อนที่หยดน้ำอุ่น ๆ เอ่อล้นในดวงตา
“พะ..พี่..ขอโทษนะครับ” เขาเอ่ยออกมาปนเสียงสะอื้น ชั่วครู่หนึ่งเข่าทั้งสองข้างก็ทรุดลงไปกองกับพื้นเพื่อคุกเข่าขอขมาต่อหน้าหลุมศพเมียรัก หวังจะให้คนบนฟ้าให้อภัยแต่เขาก็รู้ว่าต่อให้ขอโทษร้อยครั้งพันครั้งก็คงไม่พอกับความผิดที่เกิดขึ้น
บาร์
เมื่อพระจันทร์กลับมาเยือนท้องฟ้าอีกครั้ง เจ้าหมาป่าสีครามก็ได้กลับมาที่บาร์เดิมเหมือนเฉกเช่นเคย
ครามมานั่งที่บาร์แห่งนี้เหมือนทุก ๆ วัน โซฟาโต๊ะประจำถูกจับจองไว้สำหรับเขาแต่เพียงผู้เดียว แก้วเหล้าถูกยกขึ้นมาครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทว่าวันนี้เขาดื่มหนักมากเป็นพิเศษ เพราะหวังว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์จะช่วยลบล้างความรู้สึกผิดที่เกาะกินภายในใจ
ความละอายที่เกิดจากความผิดของคืนก่อนยังไม่ทันถูกลบ หญิงสาวตัวปัญหาได้กลับมาที่บาร์อีกเช่นกัน สายตาของทั้งคู่ปะทะกันอีกรอบ ในจังหวะที่เธอต้องเดินผ่านหน้าเขาไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ครามพยายามข่มใจให้ไม่สนใจเธอ ด้วยการเบือนสายตาหนีไปทางอื่น ซึ่งร่างบางเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเขาตั้งแต่แรก เธอเดินผ่านมุ่งตรงไปยังจุดหมายแล้วสั่งวิสกี้กับบาร์เทนเดอร์เหมือนเดิม
การมีอยู่ของดาวเหนือทำให้ร่างใหญ่อยู่ไม่เป็นสุข ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเมาหรือเพราะใบหน้าของเธอที่ดูเหมือนกับภรรยาเก่าราวกับฝาแฝดจนเขาไม่อาจละสายตาไปได้ เพียงชั่วครู่เดียวร่างกำยำก็เดินตรงไปหาเธอราวกับว่าเขาไม่สามารถควบคุมขาสองข้างไว้ได้
เมื่อสายตาประสานกันก็เหมือนเกิดไฟฟ้าสถิตย์ในร่างกาย ยังไม่ทันได้เอ่ยปากพูดอะไรออกไป ริมฝีปากของทั้งคู่ก็ถูกประกบเข้าด้วยกันราวกับมีแม่เหล็กที่ดึงดูดติดเอาไว้ ความขมจากเหล้าถูกแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกาย ลิ้นของทั้งคู่เกี่ยวรัดพัลวันกัน ความมืดสลัวและแสงจันทร์อ่อนทำให้ไม่มีใครสังเกตุพวกเขาเท่าไหร่นัก เว้นเสียแต่บาร์เทนเดอร์ที่ประจำอยู่ตรงบริเวณนั้น ที่ได้เห็นฉากเร่าร้อนแบบเต็มสองตา เมื่อรอยจุมพิตถูกถอนออก ทั้งคู่ก็ตัดสินใจออกจากบาร์ไปพร้อมกันโดยมีปลายทางเป็นสถานที่เดิมเหมือนในคืนก่อน