เกรซ POV:
เช้าวันรุ่งขึ้น คเชนทร์สวมบทบาทสามีที่แสนดีได้อย่างไร้ที่ติ เขายกกาแฟมาให้ฉันถึงเตียง ใช้นิ้วโป้งลูบไล้แก้มฉันอย่างอ่อนโยน ซึ่งตอนนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนถูกล่วงละเมิด
“วันนี้ดูดีขึ้นนะ” เขาพูด แต่รอยยิ้มของเขาส่งไปไม่ถึงดวงตา
“แค่ต้องการพักผ่อนน่ะค่ะ” ฉันโกหก พลางฝืนยิ้มตอบกลับไป
“เช้านี้พี่ต้องออกไปข้างนอกหน่อยนะ” เขาพูด หลบสายตาฉันขณะจัดเนกไทให้เข้าที่ “เป็นวันครบรอบ... คุณก็รู้นี่นา พลอยน่ะ พี่แค่อยากไปที่สุสานคนเดียว”
คำโกหกที่หน้าด้านและลื่นไหลอย่างเป็นธรรมชาติ ทำเอาฉันแทบหยุดหายใจ เขากำลังใช้ความทรงจำของผู้หญิงที่เขาปกป้องเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะไปหาเธอ
“แน่นอนค่ะ” ฉันพูด น้ำเสียงสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด “ไปเถอะค่ะ ใช้เวลาให้เต็มที่เลย”
การยอมตกลงอย่างง่ายดายของฉันดูเหมือนจะทำให้เขาสบายใจขึ้น เขาโน้มตัวลงมาพยายามจะจูบฉัน แต่ฉันหันหน้าหนีในวินาทีสุดท้าย ริมฝีปากของเขาจึงทำได้เพียงสัมผัสแก้มฉันแผ่วเบา ความรู้สึกขยะแขยงแล่นพล่านไปทั่วร่าง จนฉันต้องจิกเล็บลงบนต้นขาใต้ผ้าห่มเพื่อไม่ให้เผลอสะดุ้งถอยหนี ความเจ็บปวดเล็กๆ น้อยๆ นั้นช่วยเบี่ยงเบนความสนใจได้เป็นอย่างดี
เขาจากไป และทันทีที่เสียงประตูหน้าบ้านปิดลง ฉันก็ลุกออกจากเตียง ฉันรู้ว่าฉันต้องการมากกว่าแค่ความทรงจำ ฉันต้องการหลักฐานที่เป็นรูปธรรม ห้องทำงานของเขาคือเป้าหมายแรก
แล็ปท็อปของเขาวางอยู่บนโต๊ะทำงานในสภาพพับปิดอยู่ หัวใจฉันเต้นระรัวขณะที่เปิดมันขึ้นมา หน้าจอสว่างขึ้นพร้อมกับหน้าล็อกอิน ภาพพื้นหลังเป็นรูปพระอาทิตย์ตกดินเหนือมหาสมุทร เป็นภาพที่ฉันถ่ายเองตอนไปฮันนีมูน ความทรงจำที่ตอนนี้แปดเปื้อนและเน่าเฟะจากภายใน
เขาเป็นคนไม่ค่อยระวังเรื่องรหัสผ่านอยู่แล้ว ฉันลองใส่วันเกิดของเขา ไม่ได้ผล วันครบรอบแต่งงานของเรา ถูกปฏิเสธ จากนั้นความคิดอันเย็นเยียบก็แล่นเข้ามาในหัว เด็กชายคนนั้น... ดิน พลอย ‘ตาย’ ไปเมื่อห้าปีก่อน เด็กคนนั้นดูอายุประมาณสี่ขวบ
ฉันลองใส่วันที่อื่นๆ อีกสองสามวัน วันเกิดแม่ของเขา วันก่อตั้งบริษัท ทั้งหมดถูกปฏิเสธ ความหงุดหงิดของฉันเพิ่มมากขึ้น ขณะที่กำลังจะยอมแพ้ สายตาฉันก็เหลือบไปเห็นกระดาษโน้ตสีเหลืองเก่าๆ แผ่นเล็กๆ ที่สอดอยู่ใต้แผ่นรองเขียนบนโต๊ะของเขา มันซ่อนอยู่เกือบมิด บนนั้นมีลายมือที่คุ้นเคยของคเชนทร์เขียนไว้สองคำ `ดิน 2808`
ดิน? 2808? มันไม่มีความหมายอะไรเลย แล้วฉันก็นึกขึ้นได้ ด... ดิน วันที่ 28 สิงหาคม ฉันจำได้ว่าพลอยเคยกรีดร้องใส่หน้าฉันตอนทะเลาะกันเมื่อหลายปีก่อน “วันที่ 28 สิงหาคมเป็นวันที่สำคัญที่สุดในโลก! แกไม่มีวันเข้าใจหรอก!” ตอนนั้นฉันปัดมันทิ้งไปว่าเป็นแค่เรื่องดราม่า แต่ตอนนี้...
ฉันพิมพ์ตัวเลขลงไป 2808
เข้าสู่ระบบได้สำเร็จ
ภาพพื้นหลังเดสก์ท็อปที่ปรากฏขึ้นทำให้ท้องของฉันบิดเกร็งจนเจ็บปวด มันคือภาพของพวกเขา คเชนทร์ พลอย และดินตัวน้อย นั่งอยู่หน้าเค้กวันเกิดที่มีเทียนสี่เล่ม พวกเขาดูเหมือนครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ มีความสุข เป็นของจริง
มือที่สั่นเทาของฉันเลื่อนไปที่ไฟล์ต่างๆ ของเขา มีโฟลเดอร์ซ่อนอยู่ในโฟลเดอร์อีกที เป็นเขาวงกตดิจิทัลแห่งชีวิตลับของเขา ฉันพบทุกอย่าง
รูปถ่าย... หลายร้อยรูป ก้าวแรกของดิน คริสต์มาสแรกของพวกเขาในฐานะครอบครัว วันหยุดพักผ่อนที่ชายหาดซึ่งฉันไม่รู้จัก คเชนทร์อยู่ในทุกรูปถ่าย ใบหน้าของเขาเปล่งประกายด้วยความสุขที่ไม่เสแสร้งแบบที่ฉันไม่ได้เห็นมานานหลายปี
แล้วฉันก็เจอใบแจ้งยอดบัญชีธนาคาร มีการโอนเงินรายเดือนจากบัญชีร่วม บัญชีร่วมที่ถือโดยคเชนทร์และ... พ่อของฉัน ชื่อของแม่ฉันปรากฏอยู่บนรายการทำธุรกรรมสำหรับของขวัญราคาแพงที่ส่งไปยังตู้ ป.ณ. ใกล้ๆ ฟาร์ม ของเล่น เสื้อผ้าเด็กแบรนด์เนม กองทุนทรัสต์ที่ตั้งขึ้นเพื่อ ด.ช.ดิน สิริวัฒนา
พวกเขาไม่ใช่แค่ซ่อนพลอยไว้ แต่ยังให้เงินสนับสนุนเธอ พวกเขายอมรับลูกของเธอเป็นลูกของตัวเอง เป็นหลานชายตัวจริงของพวกเขา
ฉันรู้สึกเจ็บแปลบในอก เป็นความว่างเปล่าที่เคยเป็นที่อยู่ของหัวใจ คำพูดที่แสดงความรักทุกคำที่พ่อแม่เคยพูดกับฉัน ท่าทีแสดงความรักทุกอย่าง ย้อนกลับมาในความคิด ตอนนี้มันบิดเบี้ยวกลายเป็นเรื่องตลกที่โหดร้าย
ฉันนึกถึงคำสาบานของคเชนทร์ในวันแต่งงานของเรา “พี่สัญญาว่าจะสร้างชีวิตของเราบนรากฐานของความซื่อสัตย์และความไว้วางใจ” คำพูดเหล่านั้นดังก้องอยู่ในห้องที่เงียบสงัด เป็นเหมือนเสียงสะท้อนที่ขมขื่นและน่าสมเพช เขาไม่ได้ให้สัญญานั้นกับฉัน เขาให้สัญญานั้นกับเธอ กับพวกเขา
อาการวิงเวียนศีรษะถาโถมเข้ามา จนฉันต้องถอยหลังออกจากโต๊ะทำงาน ชนกองเอกสารตกกระจายเกลื่อนพื้น ฉันต้องออกไปจากที่นี่ ฉันหายใจในบ้านหลังนี้ไม่ไหว ท่ามกลางเงาของชีวิตที่ไม่เคยเป็นจริง
ขณะที่ฉันหันหลังจะจากไป การแจ้งเตือนก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอแล็ปท็อป ข้อความใหม่ หน้าต่างแชทยังคงเปิดอยู่ เป็นหน้าต่างสู่โลกของพวกเขา
มันมาจากพลอย
`รอไม่ไหวแล้วนะคะ รีบมาเร็วๆ น้องดินคิดถึงคุณพ่อแล้ว รีบกลับมาหาครอบครัวที่แท้จริงของพี่เถอะนะ`
คำพูดเหล่านั้นเป็นเหมือนการจงใจแทงเข้ามาที่กลางใจ เธอรู้ เธอต้องรู้ว่าเขาอยู่กับฉัน มันคือการเยาะเย้ย เป็นการแสดงชัยชนะครั้งสุดท้ายที่บดขยี้หัวใจฉัน
โทรศัพท์ของฉันดังขึ้น ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของคเชนทร์ปรากฏเต็มหน้าจอ ฉันจ้องมองมัน ภาพตรงหน้าพร่าเลือน
“ว่าไงที่รัก” น้ำเสียงของเขาร่าเริง เป็นปกติอย่างน่าขยะแขยง “เพิ่งออกจาก ‘สุสาน’ ตอนนี้เอง รถติดมากเลย เดี๋ยวก็ถึงบ้านแล้วนะ รักนะครับ”
ฉันวางสายโดยไม่พูดอะไร การค้นพบโดยบังเอิญได้จบลงแล้ว ตอนนี้ฉันต้องการแผนการ ฉันจะไม่เป็นเหยื่อในเรื่องราวของพวกเขา ฉันจะไม่ถูกลบเลือนไป
ฉันคว้ากุญแจรถ จิตใจเต็มไปด้วยความโกรธแค้นที่เย็นเยียบและผ่านการไตร่ตรองมาอย่างดี ฉันต้องกลับไปที่ฟาร์มแห่งนั้น ฉันต้องไปเห็นมันทั้งหมดเป็นครั้งสุดท้าย
และครั้งนี้ ฉันจะไปเอาหลักฐานที่จะเผาโลกของพวกเขาให้มอดไหม้เป็นจุล
เกรซ POV:
ฉันสวมเสื้อฮู้ดสีเข้มกับกางเกงยีนส์ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นวิญญาณที่คอยหลอกหลอนอยู่บริเวณชายขอบของชีวิตที่ควรจะเป็นของฉัน ฉันซ่อนตัวอยู่ในป่าริมฟาร์ม กลิ่นสนและดินชื้นๆ อบอวลอยู่ในปอด ช่างแตกต่างจากคำโกหกอันจอมปลอมที่ฉันต้องทนสูดดมมานานหลายปี
ฉันมองลอดผ่านต้นไม้เข้าไป เห็นพวกเขา พ่อแม่ของฉัน คุณโรจน์และคุณหญิงกานดา สิริวัฒนา อยู่ที่นั่น พวกท่านไม่ได้กำลังโศกเศร้ากับการสูญเสียน้องสาวบุญธรรม แต่กำลังเอาอกเอาใจหลานชายลับๆ ของตัวเอง แม่ของฉันกำลังผลักชิงช้าให้ดิน ใบหน้าของท่านเปล่งประกายด้วยความสุขอย่างอ่อนโยนแบบที่ฉันโหยหามาทั้งชีวิต
ความทรงจำอันเจ็บปวดผุดขึ้นมาอย่างรุนแรง ปีที่แล้ว ฉันเคยขอให้แม่ช่วยปลูกสวนกุหลาบเล็กๆ ที่สวนหลังบ้านของเรา มันเป็นสิ่งที่ฉันใฝ่ฝันมาตลอด ท่านปัดฉันทิ้งด้วยการถอนหายใจ “โอ้ย เกรซ แม่ยุ่งกับงานมูลนิธิจะตายอยู่แล้ว ไว้ปีหน้าแล้วกันนะ”
แต่ท่านไม่ยุ่งเกินไปสำหรับดิน ท่านมีเวลาให้เขาเสมอ
มันไม่ใช่ว่าท่านทำไม่ได้ แต่เป็นเพราะท่านไม่ยอมทำ... ไม่ใช่เพื่อฉัน
แม่บ้านของฟาร์มเดินออกมาพร้อมถาดน้ำมะนาว เสียงร่าเริงของเธอลอยมาตามลม “คุณหญิงคะ คุณหญิงนี่เลี้ยงเด็กเก่งจริงๆ เลยนะคะ น้องดินติดคุณย่าแจเลย”
“ก็เป็นสายเลือดสิริวัฒนาแท้ๆ นี่นา ใช่ไหมล่ะ?” แม่ของฉันตอบกลับ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ “ถอดแบบคเชนทร์ตอนเด็กๆ มาเป๊ะเลย”
คำพูดนั้นกระแทกใจฉันอย่างจัง สายเลือดสิริวัฒนาแท้ๆ แล้วนั่นทำให้ฉันเป็นอะไรล่ะ? ตัวแทน? ลูกสาวที่มีความสามารถและสะดวกสบายพอที่จะบริหารบริษัทจนกว่าทายาทตัวจริงจะโตพออย่างนั้นหรือ?
ในวินาทีนั้น ฉันเข้าใจทุกอย่าง ฉันเป็นคนนอก ฉันถูกพบ ถูกนำกลับบ้าน และได้รับนามสกุล แต่ฉันไม่เคยถูกยอมรับเข้ามาอย่างแท้จริง นี่คือครอบครัวของพวกเขา ฉันเป็นเพียงแขกชั่วคราว
ฉันเฝ้ามองคเชนทร์มาถึง เขาจูบพลอยที่ริมฝีปากก่อนจะอุ้มดินขึ้นมากอด เขาพลาดวันครบรอบของเราหลายครั้ง พลาดวันเกิดหลายหน เพื่อ ‘เดินทางไปทำธุรกิจด่วน’ ตอนนี้ฉันเห็นความจริงแล้ว เขาไม่ได้กำลังพลาดชีวิตของฉัน แต่เขากำลังใช้ชีวิตของเขา... กับพวกเขา
ไฟล์ดิจิทัลในแล็ปท็อปของเขาเป็นหลักฐานที่มัดตัวได้แน่นหนา แต่เสียงที่เยือกเย็นและมีเหตุผลในหัวของฉัน—เสียงของเด็กสาวที่เคยเอาชีวิตรอดในระบบ—กระซิบว่ามันยังไม่พอ หลักฐานดิจิทัลสามารถลบได้ ปฏิเสธได้ หรือถูกมองว่าเป็นของปลอมได้ ฉันต้องการอะไรที่มากกว่านั้น อะไรที่จับต้องได้ อะไรที่เกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ที่พวกเขาไม่สามารถปฏิเสธได้
เสียงกรีดร้องก่อตัวขึ้นในลำคอ เป็นเสียงโหยหวนแห่งความเจ็บปวด ฉันยกมือปิดปาก กัดข้อนิ้วตัวเองเพื่อกลั้นเสียงไว้ ฉันจะพังลงไม่ได้ ไม่ใช่ที่นี่ ยังไม่ใช่ตอนนี้
ทันใดนั้น เสียงรถกระบะที่วิ่งขึ้นมาตามถนนส่วนบุคคลทำให้ฉันตกใจ แสงไฟหน้ารถสาดส่องไปทั่วต้นไม้ ฉันรีบหลบหลังต้นโอ๊กใหญ่ หัวใจกระเด้งขึ้นมาจุกที่คอ รถกระบะคันนั้นเป็นของคนงานในฟาร์ม ภัยคุกคามทางกายภาพที่เกิดขึ้นทันทีทันใดทำให้ฉันหลุดจากวังวนอารมณ์ บังคับให้ฉันต้องมีสมาธิที่เยือกเย็นและเฉียบคม
จากที่ซ่อนใหม่ของฉัน ฉันอยู่ใกล้ขึ้น ใกล้เกินไป ฉันเห็นริ้วรอยรอบดวงตาของคเชนทร์ขณะที่เขายิ้มให้พลอย ฉันเห็นวิธีที่เธอวางมือบนแขนของเขา เป็นท่าทีที่แสดงถึงความสนิทสนมคุ้นเคย พวกเขาเคลื่อนไหวรอบๆ กันด้วยความสง่างามที่เป็นธรรมชาติของคู่รักที่ใช้ชีวิตร่วมกันมานานหลายปี
แล้วฉันก็ได้ยินเสียงของพวกเขา เบาและเหมือนกำลังสมคบคิดกัน
“ประชุมบอร์ดอาทิตย์หน้านะ” พลอยกำลังพูด “หลังจากนั้น พอสัญญาเกษตรฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว เราจะได้เดินหน้ากันต่อเสียที”
“พี่รู้” คเชนทร์ถอนหายใจ “มันก็แค่... เกรซ พี่ไม่รู้ว่าเธอจะรับมันได้ยังไง”
“เธอเข้มแข็งกว่าที่พี่คิดนะ” พลอยพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจ “เธอคงจะเสียใจ แต่เธอก็ต้องยอมรับมัน เราจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดไม่ได้นะคเชนทร์ ดินสมควรที่จะมีพ่ออยู่ด้วยตลอดเวลา”
เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ พวกเขากำลังวางแผนกำจัดฉัน ฉันเป็นอุปสรรคที่ต้องจัดการ เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขก่อนที่พวกเขาจะมีความสุขสมหวัง
แล้วคำพูดที่ทำลายเศษเสี้ยวสุดท้ายของหัวใจฉันก็ดังขึ้น คเชนทร์ดึงพลอยเข้ามาใกล้ เสียงของเขากระซิบแผ่วเบาเพื่อให้เธอได้ยินเพียงคนเดียว
“ไม่ต้องห่วงนะ” เขาพูด พลางลูบผมเธอ “พี่จะจัดการเรื่องเกรซเอง เธอจะไม่มีวันรู้จนกว่าเราจะพร้อม พี่สัญญา”
นั่นแหละ การทรยศครั้งสุดท้าย ที่ถูกส่งมอบผ่านเสียงกระซิบของคนรัก
สายตาฉันกวาดไปรอบๆ อย่างร้อนรน ฉันต้องการอะไรสักอย่าง อะไรที่จับต้องได้ ฉันเห็นมันบนโต๊ะนอกชานข้างแก้วน้ำมะนาวที่คเชนทร์ลืมไว้ โทรศัพท์ของเขา โทรศัพท์ *อีกเครื่อง* ของเขา
สมองของฉันว่างเปล่าจากทุกสิ่ง เหลือเพียงเป้าหมายเดียวเท่านั้น ฉันรอจนกระทั่งพวกเขาเข้าไปข้างใน เสียงหัวเราะของพวกเขาสะท้อนตามหลังมา ด้วยหัวใจที่เต้นรัวในหู ฉันย่องออกจากแนวต้นไม้ เคลื่อนที่ข้ามสนามหญ้าไปเหมือนเงา
นิ้วของฉันสัมผัสกับโลหะเย็นๆ ของโทรศัพท์ ของฉันเองก็อยู่ในกระเป๋า เป็นรุ่นเดียวกัน มันเสี่ยง เป็นความเสี่ยงที่โง่เขลา แต่ฉันไม่สนใจ ฉันสลับมัน
ขณะที่ฉันหันหลังจะหนี ประตูนอกชานก็เลื่อนเปิดออก คเชนทร์ก้าวออกมา ยืนเป็นเงาทะมึนตัดกับแสงไฟอบอุ่นในบ้าน เราอยู่ห่างกันเพียงไม่กี่ก้าว เราเกือบจะชนกัน
ฉันตัวแข็งทื่อ ดึงฮู้ดลงมาคลุมหน้าให้ลึกขึ้น หันหลังให้เขา
“นั่นใครน่ะ?” เสียงของเขาแหลมคม ตัดผ่านความเงียบยามค่ำคืน เขาไม่เห็นหน้าฉัน แต่เขาสัมผัสได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ สัญชาตญาณของเขา สัญชาตญาณที่เขาฝึกฝนมาจากการโกหกฉันมานานหลายปี กำลังกรีดร้องเตือนเขา
เขาก้าวเข้ามาใกล้ขึ้น เงาของเขาทาบทับลงบนตัวฉัน ฉันรู้สึกได้ถึงตัวตนของเขาที่อยู่ข้างหลัง เป็นน้ำหนักที่น่าอึดอัด เขาจะเจอฉันแล้ว ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว