ตอน 2

รัชนิชลถือเอกสารในมือ เธอกลับมานั่งศึกษาข้อมูลต่อที่ห้องทำงานตัวเอง คิ้วโก่งดังคันศรขมวดแน่นเมื่ออ่านข้อมูลในเอกสารแนบมาไปได้พอสมควร ความต้องการของฮ่องกงคือการเข้าไปค้นหาแนวทางของการศึกษาของเด็กบนดอย เพื่อตีแผ่ให้โลกรู้ถึงความล่าช้าของกระบวนการทางราชการที่กว่าจะยื่นมือเข้าไปให้ความช่วยเหลือ มันช้าเสียจนคนในถิ่นห่างไกล หลงไปกับคำลวงของผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวตามตะเข็บชายแดน รัชนิชลอ่านแทบทุกตัวอักษรเพื่อจะได้ทะลุถึงใจความสำคัญและสิ่งที่ทีมงานต้องการ เธอวนอ่านข้อมูลทั้งหมดจนเกือบได้เวลาเลิกงาน จึงรีบเก็บของบนโต๊ะเตรียมตัวกลับบ้านเหมือนคนอื่นๆ เมื่อรัชนิชลอาศัยอยู่ในหอพักแห่งหนึ่งใกล้ที่ทำงานเพราะเป็นการประหยัดค่าเดินทางที่ต้องแบกรับไว้ทุกๆ วัน

หญิงสาวมีถิ่นกำเนิดในจังหวัดหนึ่งของภาคกลาง แต่ความที่ขาดทั้งพ่อและแม่ เนื่องจากท่านทั้งสองคนเสียชีวิตไปแล้วเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์พรากผู้มีพระคุณทั้งสองไปจากรัชนิชลชั่วนิรันดร สาวน้อยจึงอยู่ภายใต้การดูแลของสองตายายที่ไม่ใช่ญาติก็เหมือนเป็นญาติสนิท เพราะทั้งสองท่านคอยดูแลมรดกชิ้นสุดท้ายที่เหลืออยู่ของพ่อกับแม่ไว้ให้รัชนิชล ทั้งที่พี่น้องทั้งฝ่ายพ่อและฝ่ายแม่กระเหียนกะหือรือที่จะขายทอดตลาด เพื่อนำเงินมาส่งเสียให้รัชนิชลเรียนต่อ คำเอ่ยอ้างฟังไพเราะแต่การกระทำที่เห็นแก่ตัวแสดงออกมาให้เห็นจนรัชนิชลไม่อาจยอมรับได้ ดีแต่ว่าสงสารตาผันและยายสายรัชนิชลจึงคัดค้านเสียงแข็งไม่ยอมให้ฝูงญาติของตัวเองขายสมบัติชิ้นสุดท้ายทิ้ง หลังจากที่ทยอยขายสมบัติของพ่อและแม่ไปจนเกือบหมด เหลือแค่ที่ดินในจังหวัดอยุธยาติดกับแม่น้ำเจ้าพระยาสายหลัก ปลูกพืชผักผลไม้หาเลี้ยงตัวและคอยดูแลพื้นที่สวนแห่งนั้นแทนบิดาผู้วายชนม์

รัชนิชลถอนลมหายใจด้วยความเหนื่อยอ่อน เมื่อนึกถึงปูมความหลังที่ผ่านเลยไปแล้ว หญิงสาวถูกตัดญาติขาดมิตร เพราะเรื่องแค่นี้เอง!! เธอถูกเมินเฉยจากญาติพี่น้องที่เหลืออยู่ เพราะขัดความประสงค์ของทุกคนที่พร้อมใจกันรุมทึ้งจนรัชนิชลแทบไม่เหลือสมบัติของพ่อและแม่ติดตัว แววตาของผู้เป็นป้ามองรัชนิชลอย่างเกลียดชัง เมื่อสาวน้อยลุกขึ้นมาประท้วงคัดค้านหัวชนฝาไม่ยอมให้ขายที่ดินผืนสุดท้าย ลุงป้าน้าอา ตัดรัชนิชลออกจากกลุ่มของตัวเองอย่างไม่มีเยื่อใย เธอจึงต้องดิ้นรนด้วยตัวเอง โดยได้รับความช่วยเหลือจากตาผันและยายสายที่เป็นแค่ลูกจ้างคอยดูแลสวนของพ่อ เงินเก็บของสองตายายส่งเสียให้รัชนิชลเรียนจบโดยไม่ต้องรับความช่วยเหลือของญาติที่คอยตามมาเย้ยหยัน

หญิงสาวจึงนับถือสองตายายเป็นญาติผู้ใหญ่ ให้ความเคารพเหมือนเป็นตากับยายแท้ๆ ทุกวันหยุดรัชนิชลจะต้องกลับไปบ้านที่อยุธยา เพื่อนอนฟังเสียงนกเสียงแมลงที่อยู่ในสวน ผ่อนคลายความตึงเครียดจากเมืองกรุง ที่เต็มไปด้วยฝุ่นควันและเสียงอึกกะทึกคึกโครม

ตาผันกับยายสายจะเตรียมของอร่อยๆ ไว้รอรับ ทั้งปลาเผาน้ำพริกผักต้มที่รัชนิชลไม่มีโอกาสได้รับประทาน เพราะเหนื่อยแสนสาหัสกว่าจะแบกสังขารกลับมาถึงห้องพักได้ รัชนิชลอมยิ้มเมื่อนึกถึงสองตายาย ความอบอุ่นในชีวิตอย่างสุดท้ายที่เหลืออยู่ ทดแทนอ้อมกอดของพ่อกับแม่ที่จากไป

“คิดถึงตากับยายชะมัด!! สิ้นเดือนว่าจะกลับไปหาเสียหน่อย ดูซิ!! ...มาติดงานเสียอีก อดกินปลาเผากุ้งเผาเลย กลับมาจะลากลับไปนอนกอดตากับยายซักอาทิตย์ เอาให้หายคิดถึงเลยเชียวล่ะ”

รัชนิชลบ่นเบาๆ บนรถเมล์ที่อัดแน่นด้วยผู้คนเป็นปลากระป๋องชีวิตในเมืองกรุงหรูหราแสนสบาย แต่ที่คนภายนอกไม่รู้ว่ามันมีแต่การแก่งแย่งแข่งขัน ไร้ความรักและความอบอุ่น ไม่เหมือนถิ่นชนบทที่เต็มไปด้วยน้ำใจกับความเอื้อเฟื้อ

ดวงตากลมโตเหม่อมองออกไปสองข้างทางที่รถเมล์วิ่งผ่าน สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงมากมายกับผู้คนที่เดินเบียดเสียดแออัดแย่งกันกินแย่งกันดำเนินชีวิต ลมหายใจอ่อนล้าของรัชนิชลถูกผ่อนออกมาจากปลายจมูกเล็กๆ ที่ปลายจมูกเชิดงอนเล็กน้อย เป็นเพราะนิสัยดื้อรั้นแสนซนมาแต่เยาว์วัย

ตอน 3

รัชนิชลใช้ชีวิตมาด้วยตัวเองตั้งแต่ถูกตัดออกจากวงศาคณาญาติ เธอฝ่าฟันความลำบากโดยได้สองตายายคอยช่วยดูแล วัยรุ่นแรกแย้มของรัชนิชลคือการดิ้นรนเพื่อลบคำสบประมาทของญาติกลุ่มใหญ่ที่เหลืออยู่ การที่สาวน้อยขัดความประสงค์ของทุกคนโดยการเก็บพื้นดินแห่งสุดท้ายของพ่อและแม่ไว้ ทำให้ญาติผู้ใหญ่ทั้งหมดไม่พอใจ งดให้ความช่วยเหลือ ทั้งที่เงินมากมายจากการขายสมบัติของพ่อกับแม่น่าจะเพียงพอให้รัชนิชลดำเนินชีวิตได้อย่างไม่ลำบาก ไม่จำเป็นต้องขายที่ดินที่พ่อกับแม่รัก ความเยาว์วัยรัชนิชลจึงไม่สามารถพิสูจน์อะไรได้แน่ชัดว่าเงินจำนวนมากเหล่านั้นหายไปตรงส่วนไหนบ้าง จึงได้แต่กล้ำกลืนฝืนทนมองดูฝูงญาติทยอยขายสมบัติของตัวเองไปทีละชิ้นๆ จนกระทั่งเหลือแค่ที่ดินที่จังหวัดอยุธยาที่ดินที่พ่อกับแม่คิดว่าจะไปอาศัยอยู่ในบั้นปลายของชีวิตอยู่กับธรรมชาติบริสุทธิ์สะอาด

รัชนิชลยืนกรานหัวชนฝาจนกลุ่มญาติต้องล่าถอยและตัดความช่วยเหลือแทบทันที เธอย้ายออกจากบ้านที่เกิดและเติบโตมาเพราะมันถูกขายโดยที่เธอไม่รู้ตัว และก็ไม่เคยเห็นเงินที่ขายบ้านได้แม้แต่สตางค์แดงเดียว สาวน้อยวัยเยาว์เดินทางกลับไปยังจังหวัดอยุธยาเหมือนนกปีกหักไร้ที่อยู่อาศัย แต่กลับได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากสองตายายที่ดูแลสวนของพ่อกับแม่ไว้ เงินเก็บสะสมมาตลอดชีวิตของตาผันกับยายสายสองตายายนำเงินก้อนนั้นมามอบให้เพื่อให้รัชนิชลศึกษาเล่าเรียนต่อ ดวงตาเอื้ออารีกับแววตาห่วงใยจากคนที่เป็นแค่ลูกจ้างของพ่อกับแม่ ผิดกับกลุมญาติฝูงใหญ่ที่ล้วนแต่เป็นคนร่ำรวยมีฐานะ แต่กับจ้องจะกอบโกยโดยไม่สนใจรัชนิชลสักนิดเดียว

เธอกัดฟันเรียนต่อเพื่อลบคำสบประมาทของวงศาคณาญาติที่เหลืออยู่ ในวันที่ประสบความสำเร็จสาวน้อยมีเพียงสองตายายที่ร่วมแสดงความยินดีเท่านั้น โดยที่กลุ่มญาติได้แต่เข่นเขี้ยวเขี้ยวฟันมองอยู่ไกลๆ รัชนิชลเก็บตัวไม่ค่อยสุงสิงกับคนอื่น เธอไม่พร้อมจะเจอกับความจริงใจจอมปลอมของคนรอบตัว เพราะฉะนั้นรัชนิชลจึงมีเพื่อนสนิทไม่กี่คนที่คบกันเรื่อยมา สาวน้อยวัยใสเติบโตมาอย่างแกร่งกล้าดิ้นรนมาแต่เยาว์วัย สีสวยสดใสในโลกกว้างเปลี่ยนเป็นสีหม่นเทาในวันที่พ่อแม่จบชีวิตลง ยังดีที่ยังมีสองตายายไม่เช่นนั้นรัชนิชลคงมองโลกนี้เป็นดังเช่นสีดำสนิทเพราะถูกกระทำจากคนรอบๆ ตัว

บทที่2.

การพบกันครั้งแรกที่ไม่น่าประทับใจ

แคสเตอร์ ชางเดินทางมาทำสารคดีเกี่ยวกับการศึกษาในประเทศไทย เป็นโปรเจคสุดท้ายก่อนจะวางมือในฐานะนักข่าวและตากล้อง เพื่อกลับไปสานต่อกิจการส่วนตัวที่พ่อกับแม่สร้างไว้ให้ หนุ่มหล่อวัย30ปีเป็นที่ต้องตาสะดุดใจสาวๆ หลายนาง วงหน้าคมเข้มจมูกโด่งเป็นสันผิดกับสัญชาติโซนเอเชียที่ต้องมีหน้าตาจืดชืด ดวงตายาวรีเป็นสิ่งเดียวที่แสดงให้รู้ว่า แคสเตอร์ ชางมีเชื้อสายจีนปนอยู่ในกระแสเลือด จมูกโด่งริมฝีปากหนาหยักเรือนกายสูงใหญ่เพราะเติบโตขึ้นในอเมริกา ก่อนจะย้ายถิ่นฐานกลับบ้านเกิดเมื่อพ่อกับแม่เบื่อเมืองใหญ่ที่วุ่นวายไร้ความสงบ

เมืองไทยเปลี่ยนไปมากเมื่อแคสเตอร์ย้อนกลับมาที่นี่อีกครั้ง สมัยเป็นวัยรุ่นชายหนุ่มเคยมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทยหลายๆ ครั้งเพราะชอบความมีอัธยาศัยดีของผู้คน ดวงตายาวรีกวาดมองรอบๆ ตัวเพื่อมองหาคนที่มารอรับ สาวน้อยวัยรุ่นหลายคนแอบมองแคสเตอร์และจับกลุ่มกันซุบซิบเสียงเซ็งแซ่ มีสาวใจกล้าบางคนเดินออกมาจากกลุ่ม เธอส่งรอยยิ้มหวานมาให้ชายหนุ่มแต่ไกล และแคสเตอร์ยิ้มรับด้วยดี เขาแอบขำขันอยู่ในใจ มารยาแบบนี้เขาเจอมาจนชินจึงไม่ค่อยแปลกใจเมื่อมีสาวๆ ให้ความสนใจ เพราะรู้ตัวดีถึงเสน่ห์มากล้นของตัวเอง

“สวัสดีค่ะพี่ มารอใครอยู่เหรอให้พวกหนูไปส่งไหมคะ...”

ภาษาไทยที่ออกจากปากของสาวน้อยนางนั้น แคสเตอร์ฟังออกทุกคำ แต่ไม่อยากสนใจสาวน้อยแก่แดด จึงส่งยิ้มตอบและส่งเสียงทักทายเป็นภาษาอังกฤษเพื่อตัดความรำคาญ

“I can” t speech thai you can say English”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED